“»·ØÁÁÒ” »·ØÁÁÒ เปนพืชวงศขิง (Zingiberaceae) สกุลขมิ้น (Curcuma)
ÃÒª¹Ô ÕäÁŒ´Í¡á˧‹ »Ò† ½¹ มีถนิ่ กำเนิดแถบอนิ โดจนี เชน ไทย เมยี นมาร ลาว กมั พชู า เจรญิ เตบิ โตและ
ออกดอกในชวงฤดูฝน ชาวบานมักนำดอกปทุมมาบางชนิดมารับประทาน
เปนผักสดจิ้มน้ำพริก และเปนพืชสมนุ ไพร
Å¡Ñ É³Ð·Ò§¾Ä¡ÉÈÒʵà »·ØÁÁÒ໹š äÁÅŒ ŒÁÅØ¡ ÁÕ¤ÇÒÁÊÙ§»ÃÐÁÒ³ 30-60 «Á.
㺻ÃдѺʋǹº¹ ªÍ‹ ´Í¡ (Inflorescence) • ÅÓµ¹Œ ลำตน จรงิ อยใู ตด นิ (หวั ) ทำหนา ท่ี
(Coma Bract) สะสมน้ำและอาหาร ลำตนเหนือดินเปน
㺻ÃдѺ ลำตน เทยี มทเ่ี กดิ จากการอดั ตวั ของกาบใบ
(Bract) ทำใหด ูเหมือนเปน ลำตน
´Í¡¨ÃÔ§ • ãºà´ÂèÕ Ç (Leaf) แผน ใบรปู วงรี ขอบใบเรยี บ
(Flower) หรอื เปน คลน่ื ปลายใบปา นหรอื เรยี วแหลม
¡ÒŒ ¹ª‹Í´Í¡
(Flower Stalk) เสน ใบขนานแบบเฉียงขน้ึ
• ªÍ‹ ´Í¡ (Inflorescence) เกดิ ทป่ี ลายยอด
• กลมุ ปทมุ มา (Paracurcuma) ÅÓµŒ¹à·ÕÂÁ แบบชอ ประกอบดว ยใบประดบั เรยี งซอ น
ดอกจริงมีปากกลีบดอกสมี ว งหรือสีขาว (Pseudostem) เวียนโดยรอบ มีสีสันสวยงาม ใบประดับ
สว นลา งทโ่ี คนชอ มสี เี ขยี วออ นหรอื สอี น่ื ๆ
ÃÒ¡ÊÐÊÁÍÒËÒÃàÃèÁÔ µ¹Œ (RhizoàËm§eÒŒ ) • ´Í¡¨ÃÔ§ (Flower) ดอกจริงเกิดในซอก
(Tuberous Root) ÃÒ¡ÊÐÊÁÍÒËÒÃ ใบประดบั สวนลา ง สมี วงและสขี าว กลีบ
ÃÒ¡½Í ·Õàè ¡Ô´¢Öé¹ãËÁË‹ Ã×ÍÃÒ¡µØŒÁ ปากมี 3 พู
(Fibrous Root)
• ¼Å รูปหนาตัดเปนเหลี่ยม 3 เหลี่ยม ที่
พฒั นาเปน พู เปน ทอ่ี ยขู องเมลด็ รปู ราง
คลา ยเมล็ดองุน
• กลมุ กระเจียว (Eucurcuma) อางองิ จาก: คมู อื สง เสริมการเรยี นรดู านพชื “การเพาะเลย้ี งเน้ือเยื่อไมด อกไมประดบั ”
ดอกจรงิ มปี ากกลบี ดอกสเี หลอื งหรอื สขี าว สำนกั งานพัฒนาวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยแี หง ชาติ, 2558
Í´Õµ พระยาวินจิ วนนั ดร นักธรรมชาติวทิ ยาของไทย พบปทมุ มาจากภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือของไทย ชอ่ื เดิม "กระเจยี วบัว"
กอนเปลี่ยนเปน "บัวสวรรค" และ "ปทมุ มา"
»‚ 2519 ดร.พิศษิ ฐ วรอุไร ปลกู ดอกปทมุ มาในพน้ื ทว่ี จิ ยั ของโครงการหลวง บริเวณหว ยทุงจอ และพ้นื ทอ่ี ื่นในเชียงใหม
»‚ 2528 • ศูนยบริการการพฒั นาขยายพนั ธไุ มด อกไมผ ลบา นไร อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ พัฒนาปทุมมาเปนไมดอกเชิงเศรษฐกจิ
»‚ 2536 คัดเลอื กพนั ธุ ขยายพนั ธุส ง เสริมใหเกษตรกรปลูกในเชยี งใหม เรียก ปทมุ มาพนั ธเุ ชยี งใหม หรอื เชียงใหมพ้งิ ค
• คณุ อดุ ร คำหอมหวาน สงออกปทมุ มาแบบตดั ดอกไปตา งประเทศครงั้ แรกทญ่ี ่ปี ุน ใชช ื่อ สยามทิวลปิ (Siam Tulip)
• สงออกหัวพันธปุ ทมุ มาแทนการตัดดอกไปประเทศญปี่ นุ
• กรมสง เสริมการเกษตรถายทอดความรดู า นวิชาการและการตลาดของปทุมมาใหเ กษตรกร
»‚ 2547 • กระทรวงเกษตรและสหกรณ ประกาศใหพ ชื สกลุ ขมน้ิ ซง่ึ รวมถงึ ปทมุ มาเปน พชื คมุ ครอง ตามพระราชบญั ญตั คิ มุ ครองพนั ธพุ ชื พ.ศ. 2542
อางอิงจาก: เอกสารวชิ าการ เรอ่ื ง ปทมุ มา โดย อรวรรณ วิชัยลกั ษณ กรมสง เสรมิ การเกษตร (ISBN 974-9562-29-1)
¾Ñ¹¸Ø»·ØÁÁÒ·Õè¹ÔÂÁ»ÅÙ¡à¾×Íè »ÃдѺá»Å§ ËÃ×ÍäÁŒ¡Ãжҧ
ÅÑ´´ÒÇÑÅ à¢ÕÂÇÁáµ á´§´Íµا
ลำตน แข็งแรง ขนาดใหญม าก ตน ขนาดใหญ ดอกสีเขยี วเขม ลำตน สงู ตน ขนาดใหญ ดอกใหญสแี ดง
ดอกสชี มพอู อนหลายชั้น ระยะปลกู 30x30 ซม. ปลายกลีบดอกสนี ้ำตาล
ระยะปลูก 40x40 ซม. ระยะปลกู 30x30 ซม.
¢ÒÇÂÙ¤Ô ªÁ¾ÙÁÐÅÔ ·ÇµÔ àµÍÃ/ ºÑÇà¡ÅÕÂÇ
ลำตนขนาดกลาง ดอกสขี าว ลำตนขนาดกลาง ดอกสชี มพอู อ น ลำตนเตยี้ ขนาดเลก็ ดอกและกานดอก
ปลายกลบี ดอกมีสเี ขียวเล็กนอย ปลายกลีบสีน้ำตาล ระยะปลกู 30x30 ซม. มขี นาดเล็ก ดอกสชี มพู ปลายกลีบดอก
มีสเี ขยี วเล็กนอย ระยะปลูก 20x30 ซม.
ระยะปลกู 30x30 ซม.
«Ò¡ØÃÐ á͹¹Ò ·Ñº·ÔÁÊÂÒÁ
ลำตน เต้ียขนาดเลก็ ดอกและกานดอก ลำตนเตย้ี ขนาดเล็ก ลำตน สงู ลำตนขนาดเลก็ มาก ดอกและกานดอก
ขนาดเล็ก ตรงแขง็ แรง ดอกสชี มพอู อ น ดอกสีชมพอู อ น ระยะปลกู 30x30 ซม. มขี นาดเลก็ ดอกสีมว ง ปลายกลีบดอก
ปลายกลีบดอกมีสีเขยี วเล็กนอย มีสีเขียวนำ้ ตาลเล็กนอย
ระยะปลูก 20x30 ซม. ระยะปลูก 20x30 ซม.
¾Ñ¹¸Ø»·ØÁÁÒ·Õ¹è ÔÂÁ»ÅÙ¡à¾×èÍ໚¹äÁµŒ Ñ´´Í¡áÅлÃдѺá»Å§ ¢ÒÇÊâ¹Çä Ç·
ตนขนาดใหญ แข็งแรง
àªÕ§ãËÁ‹¾Ô駤 กานดอกใหญย าว ดอกสขี าว
ตน สูงขนาดใหญ ดอกใหญส ชี มพู ระยะปลูก 40x40 ซม.
ปลายกลีบดอกมีสีนำ้ ตาลเล็กนอย
ระยะปลูก 40x40 ซม.
ÅÒ¹¹ÒÊâ¹Ç ËŒÇÂÊÓÃÒÞ
ตน ขนาดกลาง ดอกสีขาว กลีบดอกหนา สสี ันสดใส
กา นยาวประมาณ 30-45 ซม. ปลายกลีบสนี ำ้ ตาลเลก็ นอ ย
ระยะปลกู 30x30 ซม. กานชอดอกแข็งแรง
ชอดอกอยูเหนอื ทรงพมุ
แตกหนอ 3–4 หนอ ตอ หวั พนั ธุ
ผลงานวจิ ยั โดยศนู ยพ นั ธวุ ศิ วกรรมและเทคโนโลยชี วี ภาพแหง ชาติ (ไบโอเทค)
รว มกับหางหุน สวนจำกดั ลัคกซี้ ีดสอโกร จังหวดั เชยี งใหม
และข้นึ ทะเบยี นรับรองพันธุโ ดยกรมวิชาการเกษตร
äÁ´Œ ͡ǧȢ§Ô Í×¹è æ
ºÒŒ ¹äËàô ˧ÊàË¹Ô ¢ÒÇ Ë§Êà Ë¹Ô ªÁ¾Ù
ความสงู ตน วัดจากโคนตนถึงระดบั พมุ ใบ ตนสงู 30-50 ซม. ดอกออกเปน ชอ ตน สูง 30-50 ซม. ดอกออกเปน ชอ
75-95 ซม. ชอดอกยาวตรง กลบี ดอก แบบชอ กระจกุ แยกแขนงท่ีปลาย แบบชอกระจุกแยกแขนงท่ปี ลายลำตน เทยี ม
ลำตน เทยี ม ดอกสีเหลือง ใบประดับสขี าว ดอกสเี หลอื ง กลบี ประดับสีชมพูเขม
สีเหลอื งอมสมซอ นกนั เกิดเปน ชอ
ทรงกระบอก กา นดอกยาวตรงและ ระยะปลกู 40x40 ซม. ระยะปลูก 40x40 ซม.
แข็งแรง ระยะปลกู 40x40 ซม.
àªÕ§ÃÒ áËŧ‹ ¼ÅµÔ »·ÁØ ÁÒของไทยสว นใหญอ ยใู นภาคเหนอื โดยเฉพาะจงั หวดั เชยี งใหม เชยี งราย และยงั มี
àªÕ§ãËÁ‹ ¾ÐàÂÒ
ÅÓ¾Ù¹ พื้นที่อื่นๆ ไดแก พะเยา ลำพูน เลย ชัยภูมิ และกาญจนบุรี การผลิตของไทยเพื่อใชประโยชนเปนไมตัดดอก
ไมกระถางและหัวพันธุ โดยดอกและปทุมมากระถางผลิตเพื่อจำหนายภายในประเทศ สวนหัวพันธุผลิตเพื่อ
àÅ สงออกและใชป ลกู ในฤดูกาลถดั ไป
ªÑÂÀÙÁÔ
¡ÒÞ¨¹ºØÃÕ
»·ØÁÁÒÊ‹§ÍÍ¡ มี 2 รปู แบบ ไดแ ก หัวพันธุป ทมุ มาและปทมุ มาตดั ดอก แตน ยิ ม
สงออกในรูปแบบหัวพนั ธุ ซึง่ หวั พันธทุ ่ไี ดรับความนยิ มมาก คือ พนั ธเุ ชียงใหมส ีชมพหู รือ
เชยี งใหมพิงค พันธเุ ขยี วช็อคโกแลต พนั ธุแอนนา และพันธบุ ัวสวรรค
µÅÒ´Ê‹§ÍÍ¡ËÅÑ¡อยทู ส่ี หภาพยโุ รป อเมริกาและญ่ปี นุ นอกจากน้ยี ังมปี ระเทศ
ท่ีเริ่มนำเขาปทมุ มา ไดแก อนิ โดนเี ซยี ปากีสถาน มาเลเซยี และจีน
(ขอมูลจาก สถาบันวจิ ัยพชื สวน กรมวชิ าการเกษตร เผยแพร มถิ ุนายน 2563)
µ¹Œ ·Ø¹¡ÒÃ¼ÅµÔ ËÑÇ ´Í¡
เฉลีย่ 40,000 ดอก/ไร
ประมาณ 59,600 บาท/ไร ¼Å¼ÅµÔ เฉลีย่ 40,000 หัว/ไร มัดละ 50-100 บาท
ใชห วั พนั ธุ 7,000 - 8,000 หัว/ไร
ÃÒ¤Ò«×Íé ¢Ò 5-15 บาท/หัว (มดั ละ 10 ดอก)
(1 หัว สามารถผลิตหัวใหมเฉลยี่ 5 หวั หรือ 5 ดอก)
(ข้ึนกบั พันธ)ุ เฉล่ีย 120,000 บาท/ไร
ÃÒÂä´Œ เฉลยี่ 160,000 บาท/ไร
(ขอ มูลจาก http://www.agriman.doae.go.th/home/news/2562/81-82.pdf)
¡ÒÃ㪌»ÃÐ⪹¨ Ò¡´Í¡»·ØÁÁÒ
• ปกแจกันและจัดชอ ในรปู แบบตา งๆ • ตกแตงสถานที่ • นอกจากนน้ั ยงั นำมาสกดั เปน
น้ำมัน ใชเปนสวนประกอบ
เครื่องสำอาง เชน โลชั่น สบู
และสกัดสีธรรมชาติจากสวน
ประกอบตา งๆ ของปทมุ มา
สถาบนั การจดั การเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมเกษตร (สท.)
สำนกั งานพฒั นาวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยแี หง ชาติ (สวทช.)
111 อุทยานวทิ ยาศาสตรประเทศไทย ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึง่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120
โทรศัพท 0 2564 7000 โทรสาร 0 2564 7004 อีเมล [email protected] www.nstda.or.th/agritec