The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือธรรมะ(สมบูรณ์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ausanee.murn, 2022-03-19 06:10:50

หนังสือธรรมะ(สมบูรณ์)

หนังสือธรรมะ(สมบูรณ์)

Page | 1

บทสวดมนต์

บูชาพระรัตนตรยั Page | 2
อิมนิ า สักกาเรนะ พุทธงั อะภปิ ูชะยามิ

อมิ นิ า สักกาเรนะ ธมั มงั อะภิปชู ะยามิ

อิมนิ า สกั กาเรนะ สงั ฆัง อะภิปูชะยามิ

บทกราบพระรตั นตรยั

อะระหงั สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา, พทุ ธงั ภะคะวันตัง อะภวิ าเทม.ิ (กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธมั มงั นะมัสสามิ. (กราบ)

สุปะฎิปนั โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สงั ฆัง นะมามิ. (กราบ)

นมสั การพระรัตนตรัย

นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต, อะระหะโต, สัมมา, สัมพทุ ธัสสะ

นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต, อะระหะโต, สมั มา, สัมพทุ ธสั สะ

นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต, อะระหะโต, สัมมา, สัมพุท ธัสสะ......

ขอขมาพระรตั นตรยั

วนั ทามิ พทุ ธงั , สัพพะ เมโทสงั , ขะมะถะเม ภันเต, วันทามิ ธมั มัง, สพั พะ เมโทสัง, ขะมะถะเม
ภันเต, วันทามิ สังฆัง, สัพพะ เมโทสัง, ขะมะถะเม ภนั เต

ไตรสรณคมน์

พุทธัง สะระณงั คัจฉาม,ิ ธมั มงั สะระณงั คจั ฉามิ, สงั ฆงั สะระณงั คจั ฉามิ

ทุติยัมปิ พทุ ธงั สะระณงั คัจฉามิ, ทตุ ยิ ัมปิ ธัมมงั สะระณงั คจั ฉามิ, ทุติยัมปิ สงั ฆงั สะระณงั คจั ฉามิ

ตะตยิ มั ปิ พุทธัง สะระณงั คจั ฉามิ, ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณงั คัจฉามิ

ถวายพรพระ (อติ ปิ ิ โสฯ)

อติ ปิ ิ โส ภะคะวา อะระหงั สัมมาสมั พทุ โธ วชิ ชาจะระณะสัมปนั โน สคุ ะโต โลกะวิทู อะนตุ ตะโร
ปรุ ิสะทมั มะสาระถิ สตั ถา เทวะมะนุสสานงั พุทโธ ภะคะวาติ (พุทธคุณ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สนั ทิฎฐิโก อะกาลิโก เอหิปสั สโิ ก โอปะนะยโิ ก ปจั จตั ตงั เวทิตพั โพ Page | 3
วญิ ญหู ตี ิ* * อา่ นว่า วญิ ญูฮีติ (ธรรมคุณ)

สุปะฎปิ ันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชปุ ะฏิปนั โน ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ ญายะปะฏิปนั โน
ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ สามจี ปิ ะฏิปนั โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะททิ ัง จตั ตาริ ปุริสะยคุ านิ อัฏฐะ
ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ อาหเุ นยโย ปาหุเนยโย ทกั ขเิ ณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะ
นตุ ตะรัง ปญุ ญักเขตตัง โลกสั สาตฯิ (สังฆคณุ )

ชยั มงคลคาถา (พาหุงฯ)

๑. พาหุงสะหสั สะมะภินิมมิตะสาวธุ ันตัง ครีเมขะลงั อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิธมั มะวธิ นิ า
ชติ ะวา มุนนิ โท ตนั เตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๒. มาราติเรกะมะภยิ ชุ ฌติ ะสัพพะรัตตงิ โฆรมั ปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง ขนั ตีสุทนั ตะวิธินา
ชิตะวา มุนนิ โท ตนั เตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๓. นาฬาคริ งิ คะชะวะรัง อะตมิ ตั ตะภูตงั ทาวคั คิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตงั เมตตมั พเุ สกะวธิ ิ
นา ชติ ะวา มุนนิ โท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๔. อุกขติ ตะขคั คะมะตหิ ตั ถะสทุ ารณุ ันตัง ธาวันติโยชะนะปะถงั คลุ มิ าละวนั ตงั อิทธีภสิ งั ขะตะมะโน
ชติ ะวา มุนินโท ตนั เตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมงั คะลานิ

๕. กตั วานะ กฏั ฐะมุทะรัง อิวะ คพั ภนิ ยี า จิญจายะ ทุฏฐะวะจงั ชะนะกายะมชั เฌ สนั เตนะ โส
มะวิธินา ชติ ะวา มนุ ินโท ตนั เตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๖. สัจจงั วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตงุ วาทาภโิ รปติ ะมะนงั อะตอิ ันธะภตู ัง ปัญญาปะทีปะชะลิ
โต ชิตะวา มนุ นิ โท ตนั เตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๗. นันโทปะนนั ทะภุชะคงั วิพธุ ัง มะหิทธงิ ปุตเตนะ เถระภชุ ะเคนะ ทะมาปะยนั โต อิทธปู ะเทสะ
วิธนิ า ชติ ะวา มุนินโท ตนั เตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมงั คะลานิ

๘. ทคุ คาหะทิฏฐภิ ชุ ะเคนะ สุทฏั ฐะหัตถงั พรหั มัง** วิสทุ ธิชุติมทิ ธพิ ะกาภิธานงั ญาณาคะเทนะ
วิธินา ชติ ะวา มุนนิ โน ตนั เตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอฎั ฐะคาถา โย วาจะโน ทนิ ะทเิ น สะระเต มะตนั ที หติ วานะเนกะวิ
วิธานิ จปุ ทั ทะวานิ โมกขัง สขุ ัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ...

ชยั ปรติ ร (มหากาฯ)

มหาการณุ โิ ก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณนิ งั ปเู รตวา ปาระมี สพั พาปตั โต สัมโพธมิ ตุ ตะมงั

เอเตนะ สจั จะวัชเชนะ โหตุ เต* ชะยะมังคะลัง ฯ
ชยนั โต โพธยิ า มเู ล สกั ยานัง นนั ทวิ ัฑฒะโน เอวงั ตวัง วิชะโย โหห*ิ ** ชะยสั สุ ชะยะมังคะเล Page | 4

อะปะราชิตะปัลลงั เก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สพั พะ พุทธานัง อคั คัปปตั โต ปะโมทะติฯ สนุ ักขัต
ตัง สมุ งั คะลงั สุปะภาตัง สุหุฏฐิตงั สุขะโณ สุมหุ ุตโต จะ สยุ ฏิ ฐงั พรหั มะ**** จารสิ ุ ปะทักขิณงั กา
ยะกมั มงั วาจากัมมัง ปะทักขณิ ัง ปะทักขณิ ัง มะโนกัมมัง ปะณิธีเต ปะทกั ขิณา ปะทักขิณา นิกัตวานะ
ละภนั ตดั เถ ปะทักขเิ ณ ฯ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รกั ขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธา

นภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

ภะวะตุ สพั พะมังคะลัง รกั ขันตุ สพั พะเทวะตา สัพพะธัมมา

นภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เตฯ

ภะวะตุ สพั พะมังคะลัง รกั ขันตุ สพั พะเทวะตา สพั พะสังฆา

นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เตฯ.....

* ถา้ สวดให้ตวั เองเปลี่ยน เต เปน็ เม

**อ่านวา่ พรัมมัง

***ถ้าสวดใหค้ นอ่ืนใหเ้ ปลยี่ นจากคำว่า อะหัง วชิ ะโย โหมิ เป็น ตะวงั วิชะโย โหหิ

**** อ่านว่า พรมั มะ

อติ ิปิ โส เทา่ อายุ

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมนาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสมั ปนั โน สคุ ะโต โลกะวิทู อะนตุ ตะโร ปุริสะทัม
มะสาระถิ สัตถาเทวะมะนุสสานัง พทุ โธ ภะคะวาติ (๑ จบ)

(ใหส้ วดเกินอายุ ๑ จบ เช่น อายุ ๔๒ ปี ตอ้ งสวด ๔๓ จบ) (สวด ๑๐๘ จบ ในวันพระหรือวนั สำคญั )

ประวตั ิจากต้นฉบับเดิมกล่าวไวว้ า่

หนังสือยอดพระกณั ฑ์ไตรปฎิ กนม้ี คี ำกล่าวไวใ้ นหนังสอื นำว่า เปน็ พุทธมนต์อันศักด์ิสทิ ธิ์ ถา้ ผใู้ ดได้สวด
มนตภ์ าวนาทุกเชา้ ค่ำแล้ว เปน็ การบชู ารำลกึ ถงึ พระพทุ ธเจ้า ผูน้ ั้นจะไม่ไปตกอบายภมู ิ แม้ไดบ้ ชู าไว้กบั
บา้ นเรือนก็ป้องกนั อันตรายต่าง ๆ จะภาวนาพระคาถาอนื่ ๆ สัก ๑๐๐ ปี อานิสงสก์ ็ไม่สูงเทา่ ภาวนาพระคาถา
นค้ี ร้ังหนึง่ ถงึ แมว้ า่ อินทร์ พรหม ยมยกั ษ์ ทมี่ ีอทิ ธฤิ ทธ์ิ จะเนรมติ แผ่นดิฐเปน็ ทองคำกอ่ เปน็ พระเจดีย์ Page | 5
ตงั้ แตม่ นษุ ยโ์ ลกสูงขน้ึ ไปจนถึงพรหมโลก อานิสงส์กย็ งั ไม่เท่าภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกน้ี และมคี ำอธบิ าย
คุณความดีไวใ้ นตน้ ฉบับเดิมนั้นอีกนานัปการ ฯ

ตน้ ฉบับเดมิ เปดิ กรุได้ที่เมืองสวรรคโลก จารกึ เปน็ อักษาขอมจารึกไว้ในใบลาน โบราณาจารยจ์ ึงได้แปล
เปน็ อกั ษรไทย หลวงธรรมาธิกรณ์ (พระภิกษุแสง) ได้มาแตพ่ ระแท่นศลิ าอาสนม์ ณฑลพิษณุโลก

ยอดพระกัณฑ์ไตรปฎิ กนี้ ถ้าผู้ใดบรจิ าคทรัพย์ สรา้ งถวายพระภกิ ษสุ งฆ์ สามเณร ญาติ-มิตรสหาย
หรือสวดจนครบ ๗ วนั ครบอายุปจั จุบนั ของตน จะบังเกิดโชคลาภทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรืองจะพ้นเคราะห์
ปราศจากทุกขโ์ ศกโรคภยั และภยั พิบตั ทิ ัง้ ปวงฯ

ผ้ใู ดตงั้ จติ เจรญิ ภาวนายอดพระกัณฑไ์ ตรปิฎกวันละสามจบ จะไม่มีบาปกรรม ทำสิ่งใดจะไดส้ มความ
ปรารถนา สวดวันละเจ็ดจบกระดูกลอยนำ้ ได้ (ของเก่า)

พธิ ไี หวแ้ ละสวดยอดพระกณั ฑไ์ ตรปิฎก

กอ่ นเข้าห้องบชู าพระควรอาบนำ้ ชำระรา่ งกายใหส้ ะอาดและนุ่งห่มให้เรียบร้อย เขา้ นงั่ ท่ีด้วยความ
สำรวมกายใจ ตง้ั จิตใหแ้ นว่ แน่ เพ่งตรงยังพระพุทธรูประลึกถงึ พระรัตนตรยั แลว้ ค่อยกราบ ๓ หน สงบจิต
ระลกึ ถงึ คณุ บิดามารดา ซ่งึ เป็นพระอรหนั ต์ของบตุ ร จากนั้นจงึ จดุ เทยี นบูชา ใหจ้ ุดเล่มด้านขวาของ
พระพทุ ธรปู ก่อน แลว้ จดุ เล่มด้านซ้าย ต่อไปจุดธูป ๓ ดอก เม่ือจดุ เทียนธปู ท่เี คร่อื งสักการบูชาเสรจ็ แล้วเอา
จติ (นึกเห็น) พระพุทธองค์มาเป็นประธาน พึงนง่ั คกุ เข่าประนมมือตั้งใจบูชาพระรัตนตรัย นมัสการพระ
รตั นตรยั นมัสการพระพุทธเจ้า และนมนั การพระพทุ ธคุณ ธรรมคณุ สงั ฆคุณ แลว้ จงึ เจรญิ ภาวนายอดพระ
กณั ฑ์ไตรปฎิ ก จะเพม่ิ ความขลงั และศักด์ิสทิ ธิย์ งิ่ ขน้ึ จะเกิดพลงั จิตและมีความม่นั คงในชวี ติ พึงทราบดว้ ยวา่
การเจรญิ ภาวนาทกุ ครงั้ ตอ้ งอยใู่ นสถานท่ีอนั สมควร ขอให้ทำจติ ตัง้ มัน่ ในบทสวดมนต์ จะมีเทพยาอารกั ษ์
ท้ังหลายร่วมอนโุ มนาสาธุการ ขอยา่ ได้ทำเล่น จะเกิดโทษแก่ตนเอง

ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก

(ต้นฉบับเดิม)

๑. อติ ิปิ โส ภะคะวา อะระหัง วะตะ โส ภะคะวา. อติ ปิ ิ โส ภะคะวา สมั มาสัมพุทโธ วะตะ โส ภะคะวา.

อติ ิปิ โส ภะคะวา วชิ าชาจะระณะ สมั ปนั โน วะตะ โส ภะคะวา. อติ ิปิ โส ภะคะวา สคุ ะโต วะตะ โส Page | 6
ภะคะวา. อิติปิ โส ภะคะวา โลกะวิทู วะตะ โส ภะคะวา. อะระหันตัง สะระณงั คัจฉามิ. อะระหนั ตัง
สิระสา นะมามิ. สัมมาสมั พทุ ธงั สะระณงั คัจฉาม.ิ สัมมาสัมพุทธงั สิระสา นะมามิ. วชิ ชาจะระณะสัม
ปนั นัง สะระณัง คัจฉามิ. วิชชาจะระณะสมั ปันนัง สริ ะสา นะมาม.ิ สุคะตงั สะระณัง คจั ฉาม.ิ สคุ ะตัง
สิระสา นะมามิ. โลกะวทิ งั สะระณัง คจั ฉามิ. โลกะวทิ งั สิระสา นะมาม.ิ

๒. อติ ปิ ิ โส ภะคะวา อะนุตตะโร วะตะโส ภะคะวา. อิติปิ โส ภะคะวา ปรุ สิ ะทัมมะสาระถิ วะตะ โส ภะคะ
วา. อิติปิ โส ภะคะวา สัตถา เทวะมะนุส สานงั วะตะ โส ภะคะวา. อติ ิปิ โส ภะคะวา พทุ โธ วะตะ โส ภะ
คะวา. อะนุตตะรัง สะระณัง คัจฉามิ. อะนตุ ตะรัง สิระสา นะมามิ. ปรุ สิ ะทัมมะสาระถิ สะระณัง คัจฉาม.ิ
ปรุ สิ ะทมั มะสาระถิ สิระสา นะมามิ. สตั ถา เทวะมะนสุ สานัง สะระณงั คจั ฉามิ. สตั ถา เทวะมะนสุ สานัง
สิระสา นะมามิ. พุทธัง สะระณัง คัจฉาม.ิ พทุ ธัง สริ ะสา นะมาม.ิ อิตปิ ิ โส ภะคะวาฯ

๓. อติ ปิ ิ โส ภะคะวา รปู ะขันโธ อะนิจจะลกั ขะณะปาระมิ จะ สัมปันโน. อิติปิ โส ภะคะวา เวทะนา
ขนั โธ อะนจิ จะลักขะณะปาระมิ จะ สัมปนั โน. อติ ปิ ิ โส ภะคะวา สญั ญาขนั โธ อะนิจจะลักขะณะปาระมิ
จะ สมั ปนั โน. อิตปิ ิ โส ภะคะวา สงั ขาระขนั โธ อะนิจจะลักขะณะปาระมิ จะ สัมปันโน. อติ ิปิ โส ภะคะ
วา วิญญาณะขนั โธ อะนจิ จะลกั ขะณะปาระมิ จะ สมั ปนั โน.

๔. อิตปิ ิ โส ภะคะวา ปะฐะวี ธาตุ สะมาธญิ าณะสัมปันโน. อิตปิ ิ โส ภะคะวา อาโป ธาตุ
สะมาธญิ าณะสัมปนั โน. อติ ิปิ โส ภะคะวา เตโช ธาตุ สะมาธญิ าณะสมั ปนั โน. อติ ปิ ิ โส ภะคะวา วาโย
ธาตุ สะมาธญิ าณะสัมปันโน. อติ ปิ ิ โส ภะคะวา อากาสะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน. อิตปิ ิ โส ภะคะวา
วญิ ญาณะ ธาตุ สะมาธญิ าณะสมั ปันโน. อิตปิ ิ โส ภะคะวา จกั กะวาฬะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปนั โน.

๕. อติ ปิ ิ โส ภะคะวา จาตุมมะหาราชกิ า ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปนั โน. อิตปิ ิ โส ภะคะวา ตาวะติงสา ธาตุ
สะมาธิญาณะสัมปนั โน. อติ ปิ ิ โส ภะคะวา ยามา ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน. อิติปิ โส ภะคะวา ตุสติ า ธาตุ
สะมาธิญาณะสัมปนั โน. อิติปิ โส ภะคะวา นิมมานะระตี ธาตุ สะมาธญิ าณะสัมปันโน. อติ ปิ ิ โส ภะคะวา ปะ
ระนิมมิตะวะสะ วัตตี ธาตุ สะมาธญิ าณะสัมปันโน. อติ ิปิ โส ภะคะวา กามาวะจะระ ธาตุ สะมาธิญาณะสัม
ปันโน. อติ ปิ ิ โส ภะคะวา รปู าวะจะระ ธาตุ สะมาธิญาณะสมั ปนั โน. อติ ปิ ิ โส ภะคะวา อะรูปาวะจะระ ธาตุ
สะมาธญิ าณะสัมปันโน. อติ ิปิ โส ภะคะวา โลกุตตะระ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปนั โน.

๖. อิตปิ ิ โส ภะคะวา ปะฐะมะฌานะ ธาตุ สะมาธญิ าณะสมั ปันโน. อิตปิ ิ โส ภะคะวา ทตุ ิยะฌานะ ธาตุ
สะมาธญิ าณะสมั ปันโน. อติ ิปิ โส ภะคะวา ตะติยะฌานะ ธาตุ สะมาธญิ าณะสัมปันโน. อติ ิปิ โส ภะคะวา
จะตตุ ถะฌานะ ธาตุ สะมาธญิ าณะสัมปนั โน. อติ ิปิ โส ภะคะวา ปญั จะมะฌานะ ธาตุ สะมาธญิ าณะสัมปัน
โน.

๗. อิติปิ โส ภะคะวา อากาสานญั จา ยะตะนะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน. อิตปิ ิ โส ภะคะวา
วิญญานญั จา ยะตะนะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปนั โน. อิตปิ ิ โส ภะคะวา อากิญจัญญา ยะตะนะ ธาตุ
สะมาธิญาณะสมั ปนั โน. อิติปิ โส ภะคะวา เนวะสัญญานา สญั ญายะตะนะ ธาตุ สะมาธญิ าณะสัมปันโน.

๘. อติ ิปิ โส ภะคะวา โสตาปตั ติ มัคคะ ธาตุ สะมาธญิ าณะสมั ปนั โน. อติ ปิ ิ โส ภะคะวา สะกิทาคามิ

มัคคะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน. อติ ิปิ โส ภะคะวา อะนาคามิมัคคะ ธาตุ สะมาธญิ าณะสัมปนั โน. อิ

ติปิ โส ภะคะวา อะระหตั ตะมัคคะ ธาตุ สะมาธญิ าณะสมั ปันโน. อติ ิปิ โส ภะคะวา โสตาปตั ติผะละ ธาตุ

สะมาธิญาณะสมั ปันโน. อิตปิ ิ โส ภะคะวา สะกิทาคามิผะละ ธาตุ สะมาธญิ าณะสัมปนั โน. อติ ปิ ิ โส ภะคะ

วา อะนาคามิผะละ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน. อิตปิ ิ โส ภะคะวา อะระหัตตะผะละ ธาตุ Page | 7

สะมาธญิ าณะสัมปนั โน.

๙. กุสะลาธมั มา อติ ิปิ โส ภะคะวา อะอา ยาวะชวี งั พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ชัมพูทปี ัญจะ อิสสะโร กสุ ะ
ลาธัมมา นะโมพุทธายะ นะโมธมั มายะ นะโมสังฆายะ ปัญจะพุทธา นะมามิหงั อาปามะจปุ ะ ทมี ะสังองั ขุ
สังวธิ าปุกะยะปะ อุปะสะชะสะเห ปาสายะโส ฯ โสโสสะสะ อะอะอะอะนิ เตชะสเุ นมะภจู ะนาวิเว อะสังวิ
สโุ ลปสุ ะพุภะ อสิ วาส,ุ สุสวาอิ, กสุ ะลาธมั มา จิตติ วอิ ตั ถิ. อิติปิ โส ภะคะวา อะระหงั อะอา ยาวะชีวัง
พุทธงั สะระณัง คัจฉามิ สาโพธปิ ญั จะ อสิ สะโร ธมั มา. กสุ ะลาธมั มา นนั ทะววิ ังโก อิติ สมั มาสัมพทุ โธ สุ
คะลาโน ยาวะชีวัง พทุ ธัง สะระณัง คจั ฉามิ.

๑๐. จาตุมมะหาราชิกา อสิ สะโร กุสะลาธัมมา อติ ิ วิชชาจะระณะสมั ปนั โน อุอุ ยาวะชวี งั พทุ ธัง สะระณงั
คจั ฉามิ. ตาวะตงิ สา อสิ สะโร กสุ ะลาธัมมา นนั ทะปัญจะสุคะโต โลกะวิทู มะหาเอโอ ยาวะชีวัง พุทธงั สะ
ระณงั คจั ฉาม.ิ ยามา อิสสะโร กุสะลาธัมมา พรหมาสัททะ ปญั จะสตั ตะ สัตตาปาระมี อะนุตตะโร ยะมะ
กะขะ ยาวะชีวัง พทุ ธัง สะระณงั คจั ฉาม.ิ ตุสิตา อิสสะโร กุสะลาธมั มา ปยุ ะปะกะ ปุริสะทมั มะสาระถิ
ยาวะชีวงั พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ. นมิ มานะระตี อสิ สะโร กุสะลา ธัมมา เหตโุ ปวะ สัตถา เทวะมะ
นสุ สานงั ตะถา ยาวะชวี ัง พทุ ธงั สะระณัง คจั ฉามิ. ปะระนมิ มติ ะวะสะวัตตี อิสสะโร กุสะลาธมั มา สงั ขา
ระขนั โธ ทุกขัง อะนจิ จงั อะนัตตา รปู ะขันโธ พุทธะปะผะ ยาวะชวี งั พุทธัง สะระณงั คัจฉามิ. พรหมา
อิสสะโร กุสะลาธมั มา นตั ถิ ปัจจะยา วินะปญั จะ ภะคะวะตา ยาวะนิพพานงั สะระณัง คัจฉาม.ิ ฯ

๑๑. นะโมพทุ ธสั สะ นะโมธัมมัสสะ นะโมสังฆสั สะ พทุ ธิลาโภกะลา กะระ กะนา เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ
โหนตุ หุลู หลุ ู สะวาหายะ. นะโมพุทธสั สะ นะโมธัมมสั สะ นะโมสังฆสั สะ วิตติ วิตติ วติ ติ มิตติ มติ ติ
มติ ติ จิตติ จติ ติ วัตติ วตั ติ มะยะสุ สุวตั ถิ โหนตุ หลุ ู หุลู หลุ ู สะวาหายะ. อินทะสาวัง มะหาอนิ ทะสา
วงั พรหมสาวัง มะหาพรหมสาวงั เทวาสาวัง มะหาเทวาสาวงั อิสิสาวัง มะหาอสิ สิ าวงั มนุ สี าวัง มะหามุนี
สาวัง พทุ ธะสาวัง ปัจเจกะพุทธะสาวงั อะระหัตตะสาวัง สพั พะสิทธวิ ิชาธาระณังสาวงั สพั พะโลกาอิรยิ านงั
สาวงั เอเตนะ สัจเจนะ สุวตั ถิ โหนตุ. สาวงั คณุ ัง วะชะ พะลงั เตชัง วิรยิ ัง สิทธิ กัมมัง ธัมมัง สัจจัง
นพิ พานัง โมกขัง คุยหะกัง ทานงั สีลัง ปญั ญา นิกขงั ปญั ญัง ภาคะยัง ยะสัง ตัปปัง สุขงั สิริรปู งั จะตุ
วีสะติเทสะนัง เอเตนะ สจั เจนะ สุวตั ถิ โหนตุ หุลู หลุ ู หุลู สะวาหายะ ฯ

๑๒. นะโมพุทธัสสะ ทุกขงั อะนิจจัง อะนัตตา รปู ะขนั โธ เวทะนาขันโธ สญั ญาขันโธ สังขาระขนั โธ
วิญญาณะขนั โธ นะโม อติ ปิ ิ โส ภะคะวา. นะโมธัมมัสสะ ทกุ ขัง อะนจิ จัง อะนัตตา รูปะขนั โธ เวทะนา
ขนั โธ สญั ญาขนั โธ สังขาระขันโธ วญิ ญาณะขนั โธ นะโม สวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม. นะโมสังฆัสสะ ทุก
ขัง อะนจิ จงั อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ สัญญาขันโธ สงั ขาระขนั โธ วญิ ญาณะขันโธ นะโม สปุ ะฏิ
ปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ วาหะปะรติ ตัง. นะโมพทุ ธายะ มะอะอุ ทกุ ขงั อะนจิ จัง อะนัตตา ยา
วะตสั สะ หาโย โมนะ อุอะมะ ทุกขงั อะนิจจงั อะนัตตา ออุ ะมะอะ วนั ทา นะโมพทุ ธายะ นะอะกะตินิ
สะระณะ อาระปะขทุ ธงั มะอะอุ ทุกขัง อะนจิ จัง อะนัตตา ฯ

วปิ ัสสิต สัพพะทุกขา สพั พะภะยา สพั พะโรคา วนิ าศสันตุ

กรวดนำ้

อมิ ินา ปุญญะกัมเมนะ ด้วยเดชะผลบุญแห่งขา้ พเจา้ ไดส้ ร้าง และสวดยอดพระกณั ฑ์ไตรปิฎกน้ี
ขอให้ไปค้ำชูอดุ หนนุ บิดามารด ผู้มพี ระคุณ และญาตกิ า ครอู ปุ ัชฌาย์อาจารย์ และเจ้ากรรมนายเวร
พระมหากษัตริย์ และมิตรรักสนิท เพอื่ นสาราสตั ว์นอ้ ยใหญ่ พระภูมิเจา้ ที่ เจ้ากรุงพาลี นางพระธรณี นาง
พระคงคา พระยายมราช นายนิรยิ ะบาล ท้งั ท้าวจตั โุ ลกะบาล สิริพุทธอำมาตย์ ชน้ั จาตะมะหาราชิการเบ้ือง Page | 8
บน จนถงึ ที่สุดพรหมมา เบื้องต่ำข้นึ มาจนถึงมนษุ ยโ์ ลก โดยรอบสดุ ขอบจกั รวาล อนนั ตะจักรวาล คณุ พระศรี
รตั นตรยั และเทพยดาทัง้ หลาย ตลอดทัง้ อินทร์ พรหม ยมยักษ์ คนธรรพ์ นาคา ท่านทง้ั หลายท่ตี ้องทุกข์
ขอให้พน้ จากทกุ ข์ ท่านทงั้ หลายท่ไี ด้สขุ ขอให้ได้สุขย่ิง ๆ ข้นึ ไป ดว้ ยเดชะผลแห่งข้าอุทิศใหไ้ ปน้ี จงเป็น
อุปนิสยั ปจั จัยแก่พระนิพพานในปัจจุบันแลอนาคตกาลเบ้ืองหนา้ โนน้ เทอญฯ

เมตตาพรหมะวหาระภาวนา (มหาเมตตาใหญ่)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พุทธสั สะฯ

เอวมั เม สตุ ังฯ เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถยุ ัง วหิ ะระติ เชตะวะเน อะนาถะปิณฑกิ ัสสะ อา
ราเมฯ ตัตระ โข ภะคะวา ภิกขู อามนั เตสิ ภกิ ขะโวติฯ ภะทนั เตติ เต ภิกขู ภะคะวะโต ปจั จสั โสสงุ ภะ
คะวา เอตะทะโว จะ ...(หยุด) เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวติ ายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ
ยานีกะตายะ วตั ถกุ ะตายะ อะนฎุ ฐติ ายะ ปะริจติ ายะ สุสะมา รทั ธายะ เอกา ทะสานิสังสา ปาฏกิ ังขาฯ
กะตะเม เอกาทะสะฯ (๑) สขุ งั สปุ ะติ (๒) สขุ ัง ปะฎิพชุ ฌะติ (๓) นะ ปาปะกัง สุปนิ ัง ปสั สะติ (๔)
มะนสุ สานงั ปิโย โหติ (๕) อะมะนุสสานัง ปโิ ย โหติ (๖) เทวะตา รกั ขนั ติ (๗) นาสสะ อคั คิ วา วิสงั
วา สัตถงั วากะมะติ (๘) ตวุ ะฎัง จติ ตงั สะมาธิยะติ (๙) มุขะวัณโณ วปิ ะสที ะติ (๑๐) อะสัมมุฬโห กา
ลัง กะโรติ (๑๑) อุตตะริง อปั ปะฎิวิชฌนั โต พรัหมะโลกูปะโค โหติฯ เมตตายะ ภกิ ขะเว เจโนวิมตุ ติยา
อาเสวติ ายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ ยานกี ะตายะ วตั ถกุ ะตายะ อะนุฎฐติ ายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธา
ยะ อิเม เอกาทะสานิ สังสา ปาฎกิ ังขา ฯ

อัตถิ อะโนธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ อัตถิ โอธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวมิ ตุ ติ อตั ถิ ทิสา
ผะระณา เมตตาเจโตวมิ ตุ ติ ฯ

กะตหี ากาเรหิ อะโนธโิ ส ผะระณา เมตตาเจโตวมิ ุตติ ฯ กะตีหากาเรหิ โอธิโส ผะระณา เมตตาเจ
โตวิมุตติ ฯ กะตหี ากาเรหิ ทสิ า ผะระณา เมตตาเจโตวิมตุ ติ ฯ

ปัญจะหากาเรหิ อะโนธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวมิ ุตติ ฯ สตั ตะหา กาเรหิ โอธิโส ผะระณา
เมตตาเจโตวมิ ตุ ติ ฯ ทะสะหากาเรหิ ทิสา ผะระณา เมตตาเจโตวมิ ุตติ ฯ

กะตะเมหิ ปัญจะหากาเรหิ อะโนธโิ ส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ

(๑) สพั เพ สัตตา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ

(๒) สัพเพ ปาณา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรนั ตุฯ

(๓) สัพเพ ภูตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานงั ปะริหะรนั ตุฯ

(๔) สัพเพ ปคุ คะลา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรันตุฯ Page | 9
(๕) สพั เพ อัตตะภาวะปะริยาปันนา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรนั ตตู ฯิ อเิ มหิ
ปัญจะหากาเรหิ อะโนธโิ ส ผะระณา เมตตาเจโตวมิ ุตติ ฯ

กะตะเมหิ สตั ตะหากาเรหิ โอธโิ ส ผะระณา เมตตาเจโตวมิ ุตติฯ
(๑) สพั เพ อิตถโิ ย อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อตั ตานงั ปะรหิ ะรนั ตฯุ
(๒) สพั เพ ปุริสา อะเวรา อพั ยาปชั ฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะริหะรนั ตุฯ
(๓) สัพเพ อะรยิ า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อตั ตานัง ปะริหะรนั ตฯุ
(๔) สพั เพ อะนะริยา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะริหะรันตุฯ
(๕) สพั เพ เทวา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะริหะรันตฯุ
(๖) สัพเพ มะนสุ สา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนฆี า สขุ ี อตั ตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ
(๗) สพั เพ วนิ ปิ าตกิ า อะเวรา อพั ยาปชั ฌา อะนฆี า สุขี อตั ตานัง ปะริหะรนั ตุฯ
อเิ มหิ สตั ตะหากาเรหิ โอธโิ ส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตตฯิ

กะตะเมหิ ทะสะหากาเรหิ ทิสา ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติฯ
(๑) สัพเพ ปุรตั ถิมายะ ทสิ ายะ สัตตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ
(๒) สพั เพ ปัจฉมิ ายะ ทสิ ายะ สตั ตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานงั ปะริหะรนั ตฯุ
(๓) สัพเพ อุตตะรายะ ทิสายะ สัตตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรันตุฯ
(๔) สพั เพ ทักขิณายะ ทสิ ายะ สัตตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานงั ปะริหะรนั ตุฯ
(๕) สัพเพ ปรุ ตั ถิมายะ อะนทุ ิสายะ สัตตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะริหะรนั ตุฯ
(๖) สพั เพ ปจั ฉิมายะ อะนุทิสายะ สัตตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อตั ตานงั ปะริหะรนั ตฯุ
(๗) สัพเพ อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ สตั ตา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะริหะรันตฯุ
(๘) สัพเพ ทักขณิ ายะ อะนุทสิ ายะ สตั ตา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ
(๙) สัพเพ เหฎฐมิ ายะ ทิสายะ สัตตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ
(๑๐) สัพเพ อุปะริมายะ ทิสายะ สัตตา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะริหะรนั ตุฯ

(๑) สพั เพ ปรุ ตั ถิมายะ ทิสายะ ปาณา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ
(๒) สพั เพ ปัจฉมิ ายะ ทิสายะ ปาณา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะริหะรันตฯุ

(๓) สพั เพ อุตตะรายะ ทิสายะ ปาณา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรันตฯุ Page | 10
(๔) สพั เพ ทักขิณายะ ทสิ ายะ ปาณา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตุฯ
(๕) สพั เพ ปรุ ัตถิมายะ อะนุทสิ ายะ ปาณา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรนั ตฯุ
(๖) สัพเพ ปัจฉิมายะ อะนุทสิ ายะ ปาณา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะรหิ ะรนั ตุฯ
(๗) สัพเพ อุตตะรายะ อะนุทิสายะ ปาณา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สขุ ี อตั ตานงั ปะริหะรนั ตฯุ
(๘) สัพเพ ทักขณิ ายะ อะนุทิสายะ ปาณา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะรหิ ะรนั ตุฯ
(๙) สัพเพ เหฎฐิมายะ ทิสายะ ปาณา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตฯุ
(๑๐) สัพเพ อปุ ะริมายะ ทิสายะ ปาณา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สุขี อตั ตานงั ปะรหิ ะรนั ตฯุ
(๑) สัพเพ ปรุ ัตถิมายะ ทิสายะ ภตู า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตฯุ
(๒) สพั เพ ปจั ฉิมายะ ทิสายะ ภูตา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรันตฯุ
(๓) สพั เพ อุตตะรายะ ทสิ ายะ ภูตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ
(๔) สัพเพ ทักขิณายะ ทสิ ายะ ภตู า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรันตฯุ
(๕) สัพเพ ปรุ ัตถิมายะ อะนทุ ิสายะ ภตู า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ
(๖) สพั เพ ปัจฉมิ ายะ อะนุทิสายะ ภูตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ
(๗) สพั เพ อุตตะรายะ อะนุทิสายะ ภตู า อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สุขี อตั ตานงั ปะรหิ ะรันตฯุ
(๘) สพั เพ ทักขณิ ายะ อะนุทสิ ายะ ภูตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรันตุฯ
(๙) สพั เพ เหฎฐมิ ายะ ทิสายะ ภูตา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรันตฯุ
(๑๐) สพั เพ อปุ ะรมิ ายะ ทิสายะ ภตู า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตุฯ

(๑) สัพเพ ปรุ ัตถิมายะ ทสิ ายะ ปคุ คะลา อะเวรา อพั ยาปชั ฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรนั ตฯุ
(๒) สพั เพ ปัจฉิมายะ ทิสายะ ปุคคะลา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะริหะรันตฯุ
(๓) สัพเพ อุตตะรายะ ทิสายะ ปคุ คะลา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตฯุ
(๔) สพั เพ ทักขิณายะ ทสิ ายะ ปคุ คะลา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะรหิ ะรันตุฯ
(๕) สพั เพ ปุรตั ถิมายะ อะนทุ สิ ายะ ปุคคะลา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะริหะรนั ตุฯ
(๖) สพั เพ ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ ปุคคะลา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ

(๗) สัพเพ อุตตะรายะ อะนุทิสายะ ปุคคะลา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตุฯ

(๘) สพั เพ ทักขณิ ายะ อะนุทสิ ายะ ปคุ คะลา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรนั ตุฯ

(๙) สพั เพ เหฎฐมิ ายะ ทิสายะ ปคุ คะลา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานงั ปะริหะรนั ตุฯ Page | 11
(๑๐) สัพเพ อปุ ะริมายะ ทิสายะ ปุคคะลา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อตั ตานงั ปะริหะรนั ตฯุ

(๑) สพั เพ ปรุ ัตถิมายะ ทสิ ายะ อัตตะภาวะปะริยาปนั นา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานงั ปะ
รหิ ะรนั ตฯุ

(๒) สพั เพ ปัจฉมิ ายะ ทสิ ายะ อตั ตะภาวะปะริยาปนั นา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะริ
หะรนั ตฯุ

(๓) สัพเพ อุตตะรายะ ทิสายะ อัตตะภาวะปะริยาปนั นา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อตั ตานัง ปะ
ริหะรันตุฯ

(๔) สพั เพ ทักขิณายะ ทสิ ายะ อตั ตะภาวะปะริยาปันนา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อตั ตานัง ปะริ
หะรนั ตฯุ

(๕) สัพเพ ปุรตั ถิมายะ อะนทุ ิสายะ อัตตะภาวะปะริยาปนั นา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อตั ตานงั
ปะริหะรนั ตุฯ

(๖) สพั เพ ปัจฉมิ ายะ อะนุทิสายะ อตั ตะภาวะปะรยิ าปันนา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง
ปะรหิ ะรันตุฯ

(๗) สพั เพ อุตตะรายะ อะนุทิสายะ อตั ตะภาวะปะรยิ าปันนา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อตั ตานงั
ปะริหะรันตฯุ

(๘) สัพเพ ทักขิณายะ อะนุทิสายะ อัตตะภาวะปะริยาปันนา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สขุ ี อตั ตานัง
ปะรหิ ะรนั ตฯุ

(๙) สัพเพ เหฎฐมิ ายะ ทิสายะ อตั ตะภาวะปะริยาปนั นา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะ
ริหะรนั ตุฯ

(๑๐) สพั เพ อุปะรมิ ายะ ทิสายะ อัตตะภาวะปะรยิ าปันนา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สุขี อัตตานงั
ปะริหะรันตุฯ

(๑) สพั เพ ปุรตั ถิมายะ ทสิ ายะ อิตถิโย อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตุฯ
(๒) สพั เพ ปัจฉมิ ายะ ทสิ ายะ อติ ถโิ ย อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรันตุฯ
(๓) สัพเพ อุตตะรายะ ทสิ ายะ อติ ถโิ ย อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรันตฯุ

(๔) สัพเพ ทักขิณายะ ทิสายะ อิตถโิ ย อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะริหะรนั ตุฯ Page | 12
(๕) สพั เพ ปรุ ัตถิมายะ อะนทุ สิ ายะ อิตถิโย อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สุขี อัตตานงั ปะริหะรนั ตุฯ
(๖) สัพเพ ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ อติ ถโิ ย อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อตั ตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ
(๗) สพั เพ อุตตะรายะ อะนุทิสายะ อติ ถิโย อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สุขี อตั ตานงั ปะริหะรนั ตุฯ
(๘) สพั เพ ทักขิณายะ อะนุทสิ ายะ อิตถิโย อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรนั ตฯุ
(๙) สัพเพ เหฎฐิมายะ ทิสายะ อติ ถโิ ย อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ
(๑๐) สัพเพ อปุ ะริมายะ ทิสายะ อติ ถิโย อะเวรา อพั ยาปชั ฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตฯุ

(๑) สัพเพ ปรุ ัตถิมายะ ทสิ ายะ ปรุ สิ า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรันตุฯ
(๒) สัพเพ ปัจฉิมายะ ทสิ ายะ ปุรสิ า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตฯุ
(๓) สพั เพ อุตตะรายะ ทิสายะ ปุริสา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตุฯ
(๔) สัพเพ ทักขณิ ายะ ทิสายะ ปุริสา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตฯุ
(๕) สพั เพ ปุรัตถิมายะ อะนุทิสายะ ปุริสา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ
(๖) สัพเพ ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ ปรุ ิสา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตฯุ
(๗) สพั เพ อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ ปุรสิ า อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตฯุ
(๘) สพั เพ ทักขิณายะ อะนุทสิ ายะ ปรุ ิสา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อตั ตานงั ปะรหิ ะรันตุฯ
(๙) สัพเพ เหฎฐมิ ายะ ทิสายะ ปุรสิ า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตุฯ
(๑๐) สัพเพ อุปะริมายะ ทิสายะ ปุรสิ า อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตุฯ

(๑) สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทสิ ายะ อะรยิ า อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตฯุ
(๒) สัพเพ ปจั ฉิมายะ ทิสายะ อะริยา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานงั ปะริหะรนั ตฯุ
(๓) สพั เพ อุตตะรายะ ทิสายะ อะริยา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ
(๔) สพั เพ ทักขิณายะ ทสิ ายะ อะรยิ า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ
(๕) สัพเพ ปรุ ตั ถิมายะ อะนทุ สิ ายะ อะริยา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานงั ปะรหิ ะรนั ตุฯ
(๖) สัพเพ ปจั ฉมิ ายะ อะนุทสิ ายะ อะริยา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะริหะรนั ตุฯ

(๗) สัพเพ อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ อะริยา อะเวรา อพั ยาปชั ฌา อะนฆี า สุขี อตั ตานัง ปะรหิ ะรนั ตุฯ Page | 13
(๘) สพั เพ ทักขณิ ายะ อะนุทสิ ายะ อะรยิ า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อตั ตานงั ปะรหิ ะรนั ตฯุ
(๙) สพั เพ เหฎฐมิ ายะ ทสิ ายะ อะริยา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตฯุ
(๑๐) สพั เพ อปุ ะริมายะ ทิสายะ อะริยา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อตั ตานัง ปะริหะรันตฯุ

(๑) สัพเพ ปุรตั ถิมายะ ทิสายะ อะนะรยิ า อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตฯุ
(๒) สัพเพ ปัจฉิมายะ ทิสายะ อะนะรยิ า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรนั ตฯุ
(๓) สพั เพ อุตตะรายะ ทสิ ายะ อะนะริยา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อตั ตานงั ปะรหิ ะรนั ตฯุ
(๔) สัพเพ ทักขณิ ายะ ทสิ ายะ อะนะริยา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรนั ตฯุ
(๕) สพั เพ ปรุ ตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ อะนะริยา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อตั ตานัง ปะริหะรนั ตฯุ
(๖) สัพเพ ปัจฉิมายะ อะนุทสิ ายะ อะนะริยา อะเวรา อพั ยาปชั ฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ
(๗) สพั เพ อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ อะนะรยิ า อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะริหะรันตุฯ
(๘) สัพเพ ทักขณิ ายะ อะนุทิสายะ อะนะริยา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะริหะรันตุฯ
(๙) สัพเพ เหฎฐิมายะ ทสิ ายะ อะนะริยา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตฯุ
(๑๐) สพั เพ อุปะรมิ ายะ ทิสายะ อะนะรยิ า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะริหะรนั ตุฯ

(๑) สพั เพ ปุรตั ถิมายะ ทิสายะ เทวา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานงั ปะริหะรันตุฯ
(๒) สัพเพ ปัจฉมิ ายะ ทสิ ายะ เทวา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สขุ ี อตั ตานัง ปะริหะรนั ตฯุ
(๓) สัพเพ อุตตะรายะ ทสิ ายะ เทวา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะรหิ ะรันตุฯ
(๔) สัพเพ ทักขณิ ายะ ทิสายะ เทวา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ
(๕) สพั เพ ปรุ ัตถิมายะ อะนุทสิ ายะ เทวา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อัตตานัง ปะริหะรนั ตฯุ
(๖) สัพเพ ปจั ฉมิ ายะ อะนุทสิ ายะ เทวา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรันตฯุ
(๗) สัพเพ อุตตะรายะ อะนุทิสายะ เทวา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สขุ ี อตั ตานงั ปะรหิ ะรันตฯุ
(๘) สัพเพ ทักขณิ ายะ อะนุทสิ ายะ เทวา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานงั ปะริหะรนั ตุฯ
(๙) สัพเพ เหฎฐิมายะ ทิสายะ เทวา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรนั ตฯุ

(๑๐) สพั เพ อปุ ะริมายะ ทิสายะ เทวา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรันตฯุ

(๑) สพั เพ ปรุ ัตถิมายะ ทิสายะ มะนุสสา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อตั ตานัง ปะรหิ ะรันตฯุ Page | 14
(๒) สพั เพ ปัจฉิมายะ ทสิ ายะ มะนุสสา อะเวรา อพั ยาปชั ฌา อะนีฆา สุขี อตั ตานงั ปะริหะรันตฯุ

(๓) สัพเพ อุตตะรายะ ทิสายะ มะนสุ สา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรันตฯุ

(๔) สพั เพ ทักขิณายะ ทสิ ายะ มะนสุ สา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานงั ปะริหะรันตุฯ

(๕) สัพเพ ปรุ ตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ มะนุสสา อะเวรา อพั ยาปชั ฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ

(๖) สัพเพ ปัจฉิมายะ อะนุทสิ ายะ มะนสุ สา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรนั ตุฯ

(๗) สพั เพ อุตตะรายะ อะนุทิสายะ มะนุสสา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานงั ปะริหะรันตุฯ

(๘) สัพเพ ทักขิณายะ อะนุทิสายะ มะนสุ สา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะรหิ ะรนั ตุฯ

(๙) สพั เพ เหฎฐิมายะ ทิสายะ มะนุสสา อะเวรา อพั ยาปชั ฌา อะนฆี า สุขี อตั ตานงั ปะรหิ ะรนั ตฯุ

(๑๐) สพั เพ อุปะริมายะ ทิสายะ มะนุสสา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สุขี อตั ตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ

(๑) สัพเพ ปุรตั ถิมายะ ทสิ ายะ วินปิ าติกา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อตั ตานัง ปะรหิ ะรนั ตฯุ
(๒) สัพเพ ปจั ฉิมายะ ทิสายะ วินิปาตกิ า อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนฆี า สขุ ี อตั ตานัง ปะรหิ ะรนั ตฯุ
(๓) สัพเพ อุตตะรายะ ทิสายะ วนิ ิปาติกา อะเวรา อพั ยาปชั ฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานงั ปะรหิ ะรนั ตุฯ
(๔) สัพเพ ทักขณิ ายะ ทิสายะ วนิ ิปาตกิ า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อตั ตานัง ปะรหิ ะรันตุฯ
(๕) สัพเพ ปุรัตถิมายะ อะนุทิสายะ วนิ ิปาติกา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานงั ปะรหิ ะรันตฯุ
(๖) สพั เพ ปจั ฉิมายะ อะนุทสิ ายะ วินิปาติกา อะเวรา อัพยาปชั ฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ
(๗) สพั เพ อุตตะรายะ อะนุทิสายะ วนิ ปิ าติกา อะเวรา อพั ยาปัชฌา อะนีฆา สขุ ี อัตตานงั ปะรหิ ะรนั ตุฯ
(๘) สัพเพ ทักขิณายะ อะนุทสิ ายะ วนิ ปิ าตกิ า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรนั ตุฯ
(๙) สพั เพ เหฎฐิมายะ ทสิ ายะ วินิปาตกิ า อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สขุ ี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ
(๑๐) สัพเพ อปุ ะริมายะ ทิสายะ วนิ ิปาติกา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนฆี า สุขี อตั ตานัง ปะริหะรนั ตตู ิฯ
....

อิเมหิ ทะสาะหากาเรหิ ทิสา ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติฯ
สพั เพสัง สัตตานงั ปีฬะนัง วชั เชตวา อะปีฬะนายะ อปุ ะฆาตัง วชั เชตวา อะนุปะฆาเตนะ สันตา
ปงั วัชเชตวา อะสันตาเปนะ ปะรยิ าทานัง วชั เชตวา อะปะริยาทาเนนะ วเิ หสัง วัชเชตวา อะวเิ หสายะ
สัพเพ สัตตา อะเวรโิ น โหนตุ มา เวริโน สขุ ิโน โหนตุ มา ทกุ ขิโน สขุ ติ ัตตา โหนตุ มา ทุกขิตัตตาติ อิ
เมหิ อฎั ฐะหากาเรหิ สพั เพ สตั เต เมตตายะตีติ เมตตา ตัง ธัมมัง เจตะยะตีติ เจโต สพั พะพยาปาทะปะริ Page | 15
ยุฎฐาเนหิ มุจจะตีติ วิมตุ ติ เมตตา จะ เจโตวิมุตติ จาติ เมตตาเจโตวิมุตติฯ

เมตตาพรหั มะวิหาระภาวนา นฎิ ฐิตา....

บารมี ๓๐ ทัศน์
(นำ) หันทะมะยัง มะหาปาระมยี ัง กะโรมะเสฯ
ทานะ ปาระมี สัมปนั โน ทานะ อุประปาระมี สัมปนั โน ทานะ ปะระมตั ถะ ปาระมี สมั ปันโน

(เมตตา ไมตรี กะรุณา มทุ ิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิตติปิโส ภะคะวา)
สลี ะ ปาระมี สมั ปันโน ทานะ อปุ ระปาระมี สัมปันโน ทานะ ปะระมัตถะ ปาระมี สมั ปันโน

(เมตตา ไมตรี กะรุณา มทุ ิตา อุเบกขา ปาระมี สมั ปนั โน อติ ตปิ ิโส ภะคะวา)
เนกขมั มะ ปาระมี สัมปนั โน ทานะ อปุ ระปาระมี สัมปันโน ทานะ ปะระมัตถะ ปาระมี สมั ปันโน

(เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สมั ปนั โน อติ ตปิ ิโส ภะคะวา)
ปญั ญา ปาระมี สัมปนั โน ทานะ อุประปาระมี สัมปนั โน ทานะ ปะระมตั ถะ ปาระมี สมั ปันโน

(เมตตา ไมตรี กะรุณา มทุ ิตา อเุ บกขา ปาระมี สมั ปันโน อติ ติปโิ ส ภะคะวา)
วริ ิยะ ปาระมี สมั ปนั โน ทานะ อปุ ระปาระมี สมั ปันโน ทานะ ปะระมัตถะ ปาระมี สัมปนั โน

(เมตตา ไมตรี กะรุณา มทุ ิตา อเุ บกขา ปาระมี สมั ปันโน อิตตปิ โิ ส ภะคะวา)
ขันติ ปาระมี สมั ปนั โน ทานะ อปุ ระปาระมี สมั ปันโน ทานะ ปะระมตั ถะ ปาระมี สัมปนั โน

(เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อเุ บกขา ปาระมี สัมปันโน อติ ตปิ ิโส ภะคะวา)
สจั จะ ปาระมี สัมปนั โน ทานะ อปุ ระปาระมี สัมปนั โน ทานะ ปะระมัตถะ ปาระมี สมั ปนั โน

(เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อเุ บกขา ปาระมี สมั ปันโน อิตติปิโส ภะคะวา)
อธษิ ฐานะ ปาระมี สัมปันโน ทานะ อปุ ระปาระมี สมั ปันโน ทานะ ปะระมัตถะ ปาระมี สัมปนั โน

(เมตตา ไมตรี กะรุณา มทุ ิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปนั โน อติ ตปิ โิ ส ภะคะวา)

เมตตา ปาระมี สมั ปันโน ทานะ อุประปาระมี สมั ปนั โน ทานะ ปะระมัตถะ ปาระมี สมั ปนั โน Page | 16
(เมตตา ไมตรี กะรุณา มทุ ิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิตตปิ ิโส ภะคะวา)

อเุ บกขา ปาระมี สัมปนั โน ทานะ อุประปาระมี สมั ปนั โน ทานะ ปะระมัตถะ ปาระมี สมั ปันโน
(เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อเุ บกขา ปาระมี สัมปนั โน อิตตปิ ิโส ภะคะวา)

ทะสะ ปาระมี สัมปันโน ทานะ อปุ ระปาระมี สมั ปันโน ทานะ ปะระมัตถะ ปาระมี สมั ปนั โน
(เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปนั โน อติ ตปิ โิ ส ภะคะวา)
พุทธัง สะระณัง คัจฉาม.ิ .. นะมามิหัง ฯ.....

อานสิ งส์การสวดพระคาถาชินบญั ชร

พระคาถาชนิ บญั ชร เปน็ คาถาที่ศกั ด์สิ ิทธิ์ยง่ิ นัก ตกทอดมาจากลงั กา เจ้าประคณุ สมเดจ็ ฯ คน้ พบใน
คัมภรี โ์ บราณ ได้ดดั แปลง แกไ้ ข แต่งเติม ใหด้ ขี ึ้นเปน็ เอกลักษณพ์ เิ ศษ ผูใ้ ดได้สวดเปน็ ประจำสมำ่ เสมอ จะ
ทำใหเ้ กดิ ความสิริมงคล สมบรู ณ์ พนู ผล ศัตรหู ม่พู าลไม่กล้ากล้ำกราย ไปทางใดย่อมเกิดเมตตามหานยิ ม เกดิ
ลาภผลพูนทวี ขจดั ภัยจากภตู ผีปีศาจ ตลอดจนคุณไสยต่าง ๆ สวดแล้วอธิษฐานจะสมดั่งใจ

วธิ ีสวด เรม่ิ ต้นสวด ใหส้ วดวนั พฤหัสบดี โดยน้อมนำดอกไม้ ธูปเทยี น ถวายบูชาคณุ พระศรีรัตนตรยั
และดวงพระวิญญาญ อันศักด์ิสทิ ธข์ิ องเจา้ ประคุณสมเดจ็ ฯ ถา้ ไปวัดระฆังยิง่ ดี ถา้ ไปไมไ่ ดใ้ หร้ ะลกึ ถงึ ทา่ น แลว้
หนั หน้าไปทางวัดระฆังก็ได้ แลว้ เรม่ิ ต้นอา่ นตามบทให้ได้ ๑ จบ เป็นเสร็จพธิ ี

หมนั่ ภาวนาไว้ จะทำน้ำมนต์ลา้ งหนา้ ก็ให้จุดเทียนบชู าว่าพระคาถา ๑ จบประพรมขา้ วของจะขายดี
เจบ็ ไข้ไดป้ ่วยกช็ ่วยได้ มอี นั ตรายก็แคล้วคลาด ใครคดิ รา้ ยก็แพภ้ ยั เป็นสมบตั ิอมตะท่สี มเดจ็ ฯ ท้ิงไวใ้ ห้
ลกู หลานสวดภาวนา

พระคาถาชินบญั ชร

เพือ่ ให้เกดิ อานุภาพยิ่งขึ้น ก่อนทีเ่ จรญิ ภาวนาพระคาถาชินบัญชร ให้ต้ังนะโม ๓ จบ แลว้ ระลึกถึงและ
บชู าเจา้ ประคุณสมเด็จฯ ดว้ ยคำว่า

ปตุ ตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนงั อัตถิกายะกายะญายะ เทวานงั ปิยะตงั สตุ ตะวา.

๑. ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสจั จาสะภงั ระสัง เย ปวิ ิงสุ นะราสะภา

๒. ตณั หงั กะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา สพั เพ ปะตฏิ ฐิตา มยั หงั มตั ถะเก เต มุนิสสะรา.

๓. สเี ส ปะตฏิ ฐิโต มยั หัง พธุ โธ ธมั โม ทะวิโลจะเน สงั โฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อเุ ร สัพพะคุณากะโร.

๔. หะทะเย เม อะนรุ ุทโธ สารีปตุ โต จะ ทักขเิ ณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคสั มงิ โมคคลั ลาโน จะ วามะเก.

๕. ทกั ขเิ ณ สะวะเน มยั หงั อาสงุ อานนั ทะราหุลา กสั สะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก.

๖. เกสะโต ปิฏฐภิ าคัสมิง สรุ ิโยวะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปนั โน โสภิโต มุนปิ ุงคะโว.

๗. กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก โส มัยหงั วะทะเน นิจจงั ปะติฏฐาสิ คณุ ากะโร.

๘. ปุณโณ อังคลุ ิมาโล จะ อุปาลีนันทะสีวะลี เถรา ปญั จะ อเิ ม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ. Page | 17

๙. เสสาสีติ มะหาเถรา วิชติ า ชนิ ะสาวะกา เอตาสตี ิ มะหาเถรา ชิตะวนั โต ชิโนระสา ชะลนั ตา สีละ
เตเชนะ อังคะมังเคสุ สณั ฐติ า

๑๐.ระตะนงั ปรุ ะโต อาสิ ทกั ขิเณ เมตตะสตุ ตะกงั ธะชัคคงั ปัจฉะโต อาสิ วาเม องั คลุ มิ าละกงั .

๑๑.ขนั ธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสตุ ตะกงั อากาเส ฉะทะนงั อาสิ เสสา ปาการะสณั ฐตา.

๑๒.ชนิ าณาวะระสงั ยุตตา สตั ตัปปาการะลงั กะตา วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหริ ชั ณัตตปุ ัททะวา.

๑๓.อะเสสา วนิ ะยงั ยนั ตุ อะนันตะชินะเตชะสา วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.

๑๔.ชนิ ะปัญชะระมชั ฌมั หิ วหิ ะรนั ตัง มะฮีตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุรสิ าสะภา.

๑๕.อิจเจวะมันโต สคุ ุตโต สรุ กั โข ชินานภุ าเวนะ ชิตุปทั ทะโว ธัมมานุภาเวนะ ชติ ารสิ งั โค สังฆานุภาเวนะ
ชติ ันตะราโย

สทั ธัมมานภุ าวะปาลิโต จะรามิ ชินะ ปญั ชะเรติ. (ชนิ ะปัญชะระคาถา นิฏฐิตา

บทสวดธัมมจักกปั ปวัตนสูตร พรอ้ มคำแปล
เอวมั เม สตุ งั ( ขา้ พเจา้ ( คือพระอานนท์เถระ ) ได้ฟังมาแลว้ อยา่ งนี้ )
เอกัง สะมะยัง ภะคะวา ( สมยั หนึ่งพระผมู้ ีพระภาคเจ้า )
พาราณะสิยงั วิหะระติ อสิ ปิ ะตะเน มิคะทาเย ฯ ( เสดจ็ ประทับอยู่ที่ป่าอสิ ิปตนมฤคทายวนั ใกลเ้ มอื งพาราณสี ) Page | 18
ตัตระ โข ภะคะวา ปญั จะวัคคิเย ภิกขู อามนั เตสิ ฯ ( ในกาลนน้ั แล พระผู้มีพระภาคเจา้ ตรัสเตือนพระปญั ญจ
วัคคยี ์อย่างนว้ี า่ )
เทฺวเม ภิกขะเว อนั ตา ( ดูก่อนภกิ ษทุ ั้งหลาย ท่ีสุด ๒ เหลา่ อย่างน้ี )
ปัพพะชเิ ตนะ นะ เสวติ ัพพา ( อนั บรรพชติ ไม่ควรเสพ )
โย จายัง กาเมสุ กามะสขุ ัลลิกานุโยโค ( คือการประกอบตนให้พวั พันดว้ ยกาม ในกามท้ังหลายนีใ้ ด )
หีโน ( เป็นธรรมอันเลว )
คมั โม ( เปน็ เหตุให้ตั้งบา้ นเรอื น )
โปถุชชะนโิ ก ( เป็นของคนผมู้ ีกิเลสหนา )
อะนะรโิ ย ( ไม่ใชข่ องคนไปจากขา้ ศกึ คือกิเลส )
อะนัตถะสญั หิโต ( ไม่ประกอบไปดว้ ยประโยชน์ )
โย จายงั อัตตะกลิ ะมะถานุโยโค ( คอื ประกอบความเหนด็ เหน่ือยดว้ ยตนเหลา่ นี้ใด )
ทกุ โข ( ใหเ้ กดิ ทกุ ข์แก่ผู้ประกอบ )
อะนะริโย ( ไม่ใชไ่ ปจากข้าศึกคือกิเลส )
อะนตั ถะสัญหิโต ( ไมป่ ระกอบไปดว้ ยประโยชน์ อยา่ งหนึ่ง )
เอเต เต ภกิ ขะเว อุโภ อนั เต อะนุปะคัมมะ มัชฌิมา ปะฏปิ ะทา ( ดูกอ่ นภิกษทุ ั้งหลาย ข้อปฏิบตั อิ นั เปน็ กลาง ไม่
เขา้ ไปใกลท้ ่สี ดุ สองอยา่ งนัน่ น้ัน )
ตะถาคะเตนะ อะภสิ มั พทุ ธา ( อนั ตถาคตได้ตรัสรูแ้ ล้วดว้ ยปัญญาอนั ยง่ิ )
จกั ขุกะระณี ญาณะกะระณี ( ทำดวงตา ทำญาณเคร่ืองรู้ )
อปุ ะสะมายะ อะภญิ ญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สงั วัตตะติ ฯ ( ย่อมเปน็ ไปเพื่อเข้าไปสงบระงับจากกเิ ลส
เพ่อื ความร้ยู ิ่ง เพ่ือความรดู้ ี เพอ่ื ความดบั )
กะตะมา จะ สา ภิกขะเว มัชฌมิ า ปะฏิปะทา ( ดูก่อนภกิ ษุท้งั หลาย ก็ข้อปฏบิ ัติอันเป็นกลางนนั้ เป็นไฉน)
ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพทุ ธา ( ท่ีตถาคตไดต้ รัสรูแ้ ล้ว ด้วยปัญญาอันย่ิง )
จักขกุ ะระณี ญาณะกะระณี ( กระทำดวงตา ทำญาณเคร่ืองรู้)
อปุ ะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สงั วัตตะติ ฯ ( ย่อมเปน็ ไปเพ่ือเข้าไปสงบระงบั เพ่ือความรู้
ย่งิ เพื่อความรดู้ ี เพื่อความดบั )

อะยะเมวะ อะรโิ ย อัฏฐงั คิโก มคั โค ฯ ( ทางมีองค์ ๘ เครือ่ งไปจากข้าศึก คือกเิ ลสนีเ้ อง )

เสยยะถที งั ( ได้แก่สิง่ เหล่าน้ีคือ )

สมั มาทฏิ ฐิ ( ปัญญาอันเห็นชอบ )

สมั มาสังกัปโป ( ความดำรชิ อบ ) Page | 19

สมั มาวาจา ( วาจาชอบ )

สัมมากมั มันโต ( การงานชอบ )

สัมมาอาชโี ว (เล้ียงชีวติ ชอบ )

สัมมาวายาโม ( ความเพยี รชอบ )

สัมมาสะติ ( การระลกึ ชอบ )

สมั มาสะมาธิ ( ความต้ังจติ ชอบ )

อะยงั โข สา ภิกขะเว มัชฌิมา ปะฏิปะทา ( ดูก่อนภิกษทุ ้ังหลาย อนั น้แี ลขอ้ ปฏบิ ตั ิที่เป็นกลางนน้ั )

ตะถาคะเตนะ อะภสิ มั พทุ ธา ( ทีต่ ถาคต ไดต้ รสั รู้แลว้ ด้วยปัญญาอนั ย่ิง )

จกั ขุกะระณี ญาณะกะระณี ( กระทำดวงตา คอื กระทำญาณเครอื่ งรู้ )

อุปะสะมายะ อะภญิ ญายะ สัมโพธายะ นพิ พานายะ สงั วัตตะติ ฯ (ยอ่ มเป็นไปเพ่ือความเข้าไปสงบระงับ เพื่อ
ความรยู้ ่งิ เพ่ือความร้ดู ี เพ่อื ความดับ )

อิทงั โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขัง อะรยิ ะสัจจงั ( ดูก่อนภกิ ษุท้ังหลาย กน็ แ้ี ลเป็นตัวทุกข์อยา่ งแทจ้ รงิ คือ )

ชาตปิ ิ ทกุ ขา ( แม้ความเกดิ ก็เป็นทุกข์ )

ชะราปิ ทุกขา ( แม้ความแก่ กเ็ ป็นทุกข์ )

มะระณัมปิ ทุกขัง ( แม้ความตาย ก็เปน็ ทกุ ข์ )

โสกะปริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา ( แม้ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไมส่ บายใจ ความคับแค้น
ใจ ก็เปน็ ทกุ ข์ )

อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข ( ความประสบพบกบั สิง่ ไม่เปน็ ท่ีรกั ท่ีพอใจ กเ็ ปน็ ทุกข์ )

ปเิ ยหิ วปิ ปะโยโค ทกุ โข ( ความพลัดพรากจากส่งิ อนั เป็นที่รักท่พี อใจ กเ็ ป็นทกุ ข์ )

ยัมปิจฉงั นะ ละภะติ ตมั ปิ ทุกขัง ( มีความปรารถนาส่งิ ใด ไม่ได้สงิ่ น้นั กเ็ ปน็ ทุกข์ )

สงั ขิตเตนะ ปัญจปุ าทานักขันธา ทุกขา ฯ ( วา่ โดยยอ่ อุปาทานขนั ธท์ ัง้ ๕ เปน็ ตัวทุกข์ )

อทิ ัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะสะมุทะโย อะรยิ ะสัจจงั ( ดกู ่อนภกิ ษทุ ั้งหลาย ก็ขอ้ น้ีแลเปน็ เหตใุ หท้ กุ ข์อย่าง
แทจ้ รงิ คอื )

ยายัง ตณั หา ( ความทะยานอยากนีใ้ ด )

โปโนพภะวิกา ( ทำใหม้ ภี พอีก )

นันทริ าคะสะหะคะตา ( เปน็ ไปกับความกำหนดั ดว้ ยอนาจความเพลิดเพลิน )

ตัตระ ตัตราภนิ ันทินี ( เพลนิ ยิ่งในอารมณน์ ัน้ ๆ )

เสยยะถีทัง ( ได้แกส่ ิ่งเหลา่ น้ี คอื )

กามะตัณหา ( ความทะยานอยากในอารมณท์ ่ีใคร่ ) Page | 20

ภะวะตณั หา ( ความทะยานอยากในความมีความเป็น )

วภิ ะวะตณั หา ( ความทะยานอยากในความไมม่ ี ไมเ่ ปน็ )

อทิ ัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทกุ ขะนโิ รโธ อะรยิ ะสจั จงั ( ดูก่อนภกิ ษทุ ั้งหลาย ก็ขอ้ น้ีแลเปน็ ความดบั ทุกข์ )

โย ตสั สาเยวะ ตัณหายะ อะเสสะวริ าคะนิโรโธ ( ความดบั โดยสน้ิ กำหนดั โดยไมเ่ หลอื แห่งตณั หานัน้ น่ันแหละใด )

จาโค ( ความสละตัณหานัน้ )

ปะฏนิ สิ สคั โค ( ความวางตัณหาน้ัน )

มตุ ติ ( การปลอ่ ยตณั หาน้นั )

อะนาละโย ( ความไมพ่ ัวพนั แหง่ ตณั หานน้ั )

อทิ งั โข ปะนะ ภกิ ขะเว ทุกขะนโิ รธะคามนิ ี ปะฏปิ ะทา อะรยิ ะสัจจงั ( ดกู ่อนภิกษุทง้ั หลาย ก็นแ้ี ลเปน็ ข้อปฏบิ ตั ิ
ใหถ้ งึ ความดับทุกขอ์ ย่างแทจ้ ร้ ิง คือ )

อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐงั คโิ ก มัคโค ( ทางมีองค์ ๘ เครื่องไปจากข้าศกึ คือกเิ ลส นเี้ อง )

เสยยะถที งั ( ไดแ้ ก่ ส่งิ เหล่าน้ี คอื )

สมั มาทฏิ ฐิ ( ปญั ญาอันเหน็ ชอบ )

สมั มาสงั กปั โป ( ความดำรชิ อบ )

สมั มาวาจา ( วาจาชอบ )

สมั มากมั มนั โต ( การงานชอบ )

สัมมาอาชีโว ( ความเลี้ยงชวี ิตชอบ )

สมั มาวายาโม ( ความเพยี รชอบ )

สัมมาสะติ ( ความระลึกชอบ )

สัมมาสะมาธิ ( ความตง้ั จติ ชอบ )

อทิ ัง ทกุ ขัง อะริยะสจั จนั ติ เม ภกิ ขะเว ปุพเพ อะนะนสุ สเุ ตสุ ธมั เมสุ จักขงุ อทุ ะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปญั ญา อุ
ทะปาทิ วชิ ชา อุทะปาทิ อาโลโก อทุ ะปาทิ ฯ ( ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกดิ ข้นึ แล้ว ญาณได้เกดิ ขนึ้
แลว้ ปญั ญาไดเ้ กิดขน้ึ แลว้ วทิ ยาไดเ้ กิดข้ึนแล้ว แสงสวา่ งได้เกดิ ขึน้ แล้วแกเ่ รา ในธรรมท้งั หลายท่ีเราไมไ่ ด้เคยฟัง
แลว้ ในกาลกอ่ นวา่ น่ีเป็นทุกขอ์ ริยสจั )

ตงั โข ปะนิทัง ทุกขัง อะริยะสจั จัง ปะริญเญยยนั ติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสเุ ตสุ ธัมเมสุ จกั ขงุ อุทะปาทิ
ญาณงั อทุ ะปาทิ ปญั ญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ ( ดูก่อน ภิกษุทงั้ หลาย จกั ขุได้เกิดข้ึน
แล้ว ญาณได้เกิดขนึ้ แลว้ ปัญญาไดเ้ กิดขน้ึ แล้ว วทิ ยาได้เกดิ ขน้ึ แล้ว แสงสวา่ งไดเ้ กิดข้ึนแล้วแก่เรา ในธรรม
ทั้งหลายทเ่ี ราไมไ่ ด้เคยฟงั แลว้ ในกาลก่อนว่า ก็ทุกข์อรยิ สัจน้ีนน้ั แล ควรกำหนดรู้ )

ตัง โข ปะนทิ ัง ทกุ ขงั อะริยะสจั จงั ปะรญิ ญาตันติ เม ภิกขะเว ปพุ เพ อะนะนุสสเุ ตสุ ธมั เมสุ จักขุง อุทะปาทิ Page | 21
ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อทุ ะปาทิ วชิ ชา อทุ ะปาทิ อาโลโก อทุ ะปาทิ ฯ ( ดูก่อน ภกิ ษุท้งั หลาย จกั ขุไดเ้ กิดขึน้
แล้ว ญาณไดเ้ กิดขน้ึ แล้ว ปัญญาได้เกิดขึน้ แล้ว วทิ ยาไดเ้ กิดขน้ึ แล้ว แสงสว่างไดเ้ กดิ ข้ึนแลว้ แก่เรา ในธรรม
ท้ังหลายท่เี ราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกข์อริยสัจน้นี ั้นแล เราไดก้ ำหนดรู้แล้ว )

อิทงั ทกุ ขะสะมุทะโย อะรยิ ะสจั จนั ติ เม ภิกขะเว ปพุ เพ อะนะนสุ สุเตสุ ธัมเมสุ จักขงุ อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ
ปัญญา อุทะปาทิ วชิ ชา อุทะปาทิ อาโลโก อทุ ะปาทิ ฯ ( ดกู ่อน ภิกษุทัง้ หลาย จักขุได้เกดิ ขน้ึ แล้ว ญาณได้
เกิดข้ึนแลว้ ปญั ญาได้เกิดขึ้นแล้ว วทิ ยาไดเ้ กดิ ขึน้ แลว้ แสงสวา่ งได้เกิดข้นึ แลว้ แกเ่ ราในธรรมท้งั หลายทีเ่ ราไม่ได้
เคยฟงั แล้วในกาลก่อนว่า นท่ี ุกขส์ มทุ ยั อรยิ สจั )

ตัง โข ปะนิทัง ทกุ ขะสะมุทะโย อะรยิ ะสัจจัง ปะหาตัพพันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสเุ ตสุ ธัมเมสุจกั ขุง อุ
ทะปาทิ ญาณงั อุทะปาทิ ปัญญา อทุ ะปาทิ วชิ ชา อุทะปาทิ อาโลโก อทุ ะปาทิ ฯ ( ดกู ่อน ภกิ ษทุ ้งั หลาย จกั ขุได้
เกดิ ขึ้นแลว้ ญาณได้เกดิ ขึ้นแล้ว ปญั ญาได้เกิดขึน้ แล้ว วทิ ยาไดเ้ กดิ ข้นึ แลว้ แสงสว่างไดเ้ กิดข้ึนแล้วแก่เรา ในธรรม
ทงั้ หลายที่เราไมไ่ ด้เคยฟงั แลว้ ในกาลก่อนวา่ น่ีทุกขส์ มุทัยอริยสจั น้ีแล ควรละเสยี )

ตงั โข ปะนทิ งั ทุกขะสะมทุ ะโย อะรยิ ะสัจจงั ปะหนี ันติ เม ภิกขะเว ปพุ เพ อะนะนสุ สเุ ตสุ ธมั เมสุ จักขงุ อุทะ
ปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อทุ ะปาทิ วชิ ชา อทุ ะปาทิ อาโลโก อทุ ะปาทิ ฯ ( ดูก่อน ภิกษุทง้ั หลาย จกั ขุได้
เกดิ ขึน้ แลว้ ญาณได้เกดิ ข้ึนแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาไดเ้ กดิ ขึน้ แลว้ แสงสวา่ งไดเ้ กิดขน้ึ แล้วแก่เรา ในธรรม
ท้ังหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนวา่ นที่ กุ ขส์ มุทัยอรยิ สจั นแ้ี ล เราละไดแ้ ล้ว )

อิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจนั ติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนสุ สุเตสุ ธัมเมสุ จกั ขุง อุทะปาทิ ญาณัง อทุ ะปาทิ
ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อทุ ะปาทิ อาโลโก อทุ ะปาทิ ฯ ( ดูกอ่ น ภิกษทุ ัง้ หลาย จักขไุ ด้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้
เกิดขึน้ แล้ว ปญั ญาไดเ้ กิดขน้ึ แลว้ วิทยาได้เกิดข้นึ แลว้ แสงสวา่ งไดเ้ กิดขึน้ แล้วแกเ่ รา ในธรรมทัง้ หลายท่ีเราไม่ได้
เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า นี่ทุกขนิโรจอรยิ สัจ )

ตงั โข ปะนทิ ัง ทุกขะนิโรโธ อะรยิ ะสัจจงั สัจฉกิ าตัพพนั ติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนสุ สเุ ตสุ ธมั เมสุ จกั ขุง อทุ ะ
ปาทิ ญาณงั อทุ ะปาทิ ปัญญา อทุ ะปาทิ วชิ ชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ ( ดกู ่อน ภิกษุทัง้ หลาย จกั ขุได้
เกิดข้ึนแลว้ ญาณไดเ้ กิดขึน้ แล้ว ปัญญาไดเ้ กิดขึ้นแล้ว วทิ ยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสวา่ งได้เกิดข้นึ แลว้ แก่เรา ในธรรม
ทง้ั หลายท่ีเราไม่ได้เคยฟงั แลว้ ในกาลก่อนวา่ น่ีทกุ ขนโิ รจอริยสจั นี้นัน้ แล ควรทำใหแ้ จง้ )

ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนโิ รโธ อะรยิ ะสจั จงั สจั ฉิกะตนั ติ เม ภกิ ขะเว ปุพเพ อะนะนสุ สุเตสุ ธัมเมสุ จกั ขุง อทุ ะ
ปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อทุ ะปาทิ วชิ ชา อทุ ะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ ( ดูก่อน ภกิ ษทุ งั้ หลาย จกั ขุได้
เกิดขน้ึ แลว้ ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกดิ ข้นึ แล้ว วทิ ยาได้เกิดข้นึ แล้ว แสงสว่างได้เกิดขน้ึ แลว้ แก่เรา ในธรรม
ท้งั หลายทเี่ ราไม่ได้เคยฟงั แลว้ ในกาลก่อนว่า นีท่ กุ ขนโิ รจอริยสัจน้ีนัน้ แล อันเราได้ทำให้แจง้ แล้ว )

อทิ งั ทกุ ขะนโิ รธะคามนิ ี ปะฏิปะทา อะริยะสจั จนั ติ เม ภกิ ขะเว ปุพเพ อะนะนุสสเุ ตสุ ธัมเมสุ จกั ขุง อุทะปาทิ
ญาณงั อุทะปาทิ ปญั ญา อทุ ะปาทิ วชิ ชา อทุ ะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ ( ดูก่อน ภิกษุทง้ั หลาย จกั ขุไดเ้ กดิ ข้นึ
แลว้ ญาณได้เกิดขน้ึ แลว้ ปัญญาไดเ้ กดิ ขน้ึ แลว้ วทิ ยาไดเ้ กดิ ข้นึ แล้ว แสงสวา่ งไดเ้ กิดขึน้ แลว้ แก่เรา ในธรรม
ทงั้ หลายทเ่ี ราไมไ่ ด้เคยฟงั แลว้ ในกาลก่อนวา่ น่ีทกุ ขนโิ รธคามนิ ีปฏปิ ทาอริยสัจ )

ตัง โข ปะนิทัง ทกุ ขะนิโรธะคามนิ ี ปะฏปิ ะทา อะรยิ ะสจั จงั ภาเวตัพพนั ติ เม ภกิ ขะเว ปุพเพ อะนะนสุ สุเตสุ ธมั

เมสุ จกั ขงุ อุทะปาทิ ญาณงั อุทะปาทิ ปญั ญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิฯ (ดูก่อน ภิกษุ

ทั้งหลาย จักขุไดเ้ กดิ ขึน้ แลว้ ญาณไดเ้ กิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกดิ ขึน้ แล้ว วทิ ยาได้เกดิ ขึ้นแลว้ แสงสว่างไดเ้ กดิ ข้ึน

แลว้ แก่เรา ในธรรมทัง้ หลายท่ีเราไม่ไดเ้ คยฟังแลว้ ในกาลกอ่ นวา่ กท็ กุ ขนิโรธคามนิ ปี ฏิปทาอรยิ สัจนนั้ แล ควรให้

เจริญ ) Page | 22

ตัง โข ปะนทิ ัง ทุกขะนิโรธะคามนิ ี ปะฏปิ ะทา อะรยิ ะสัจจัง ภาวิตนั ติ เม ภกิ ขะเว ปุพเพ อะนะนสุ สุเตสุ ธมั เม
สุ จักขงุ อทุ ะปาทิ ญาณัง อทุ ะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อทุ ะปาทิ ฯ ( ดกู ่อน ภกิ ษุ
ท้งั หลาย จกั ขไุ ด้เกดิ ขนึ้ แลว้ ญาณได้เกิดข้ึนแล้ว ปัญญาไดเ้ กิดขน้ึ แลว้ วิทยาได้เกดิ ขึ้นแล้ว แสงสวา่ งได้เกิดข้ึน
แล้วแก่เรา ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ไดเ้ คยฟังแลว้ ในกาลกอ่ นวา่ ก็ทกุ ขนโิ รธคามนิ ปี ฏปิ ทาอริยสจั นนั้ แล อนั เรา
เจริญแลว้ )

ยาวะกวี ัญจะ เม ภิกขะเว อิเมสุ จะตูสุ อะรยิ ะสจั เจสุ เอวันตปิ ะรวิ ฏั ฏัง ทวาทะสาการัง ยะถาภตู ัง ญาณะทสั
สะนัง นะ สวุ ิสทุ ธงั อะโหสิ ฯ ( ดูก่อนภิกษทุ ั้งหลาย ปัญญาอนั รู้ตามความเปน็ จริงอย่างไร ในอรยิ สจั ๔ เหล่านี้
ของเรา ซึ่งมีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อยา่ งนี้ ยงั ไม่หมดจดเพียงใดแล้ว )

เนวะ ตาวาหงั ภกิ ขะเว สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพรหั มะเก สสั สะมะณะพราหมะณยิ า ปะชายะ สะเทวะ
มะนสุ สายะ อะนุตตะรงั สัมมาสัมโพธงิ อะภิสมั พุทโธ ปัจจญั ญาสงิ ฯ ( ดกู ่อนภกิ ษุทั้งหลาย เราจะยนื ยนั ตนวา่
เป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะปญั ญาเคร่อื งตรัสรชู้ อบ ไม่มีความตรัสรูอ้ น่ื จะย่ิงกวา่ ในโลก เป็นไปพร้อมด้วยกับเทวดา
มาร พรหม ในหมสู่ ัตว์ ท้ังในสมณพราหมณ์ เทวดา มนุษย์ ไม่ไดเ้ พยี งนน้ั )

ยะโต จะ โข เม ภิกขะเว อิเมสุ จะตูสุ อะริยะสัจเจสุ เอวันตปิ ะรวิ ัฏฏงั ทวาทะสาการงั ยะถาภตู ัง ญาณะทสั
สะนงั สวุ ิสทุ ธัง อะโหสิ ฯ ( ดูกอ่ นภิกษุทงั้ หลาย เมอ่ื ใดแล ปญั ญาอนั เห็นตามเป็นจรงิ อยา่ งไรในอรยิ สัจ๔
เหลา่ น้ขี องเรา มรี อบ ๓ มอี าการ ๑๒ อยา่ งน้ี หมดจดดีแล้ว )

อะถาหงั ภกิ ขะเว สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพรหั มะเก สสั สะมะณะพราหมะณิยา ปะชายะ สะเทวะมะ
นุสสายะ อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง อะภสิ ัมพทุ โธ ปจั จัญญาสงิ ฯ ( ดูกอ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย เมือ่ น้ัน เราจงึ ได้ยนื ยัน
ตนวา่ เป็นผตู้ รัสรพู้ ร้อมเฉพาะซงึ่ ปญั ญา เครื่องตรัสรูช้ อบ ไม่มีความตรสั รู้อืน่ จะยิง่ กว่าในโลก เปน็ ไปกับดว้ ยกับ
เทวดา มาร พรหม ในหม่สู ตั ว์ ทงั้ ในสมณพราหมณ์ เทพยดา มนุษย์ )

ญาณญั จะ ปะนะ เม ทัสสะนัง อทุ ะปาทิ ( ก็แล ปญั ญาอนั รู้เห็นได้เกิดขึ้นแก่เราแล้ว )

อะกปุ ปา เม วิมุตติ อะยะมนั ติมา ชาติ นัตถิทานิ ปุนัพภะโวติ ฯ ( วา่ การพ้นพเิ ศษของเราไม่กลบั กำเริบ ชาติน้ี
เปน็ ท่ีสุดแลว้ บัดน้ไี ม่มีความเกิดอีก )

อิทะมะโวจะ ภะคะวา ฯ ( พระผมู้ พี ระภาคเจ้า ไดต้ รสั ธรรมปริยายน้แี ล้ว )

อตั ตะมะนา ปญั จะวคั คยิ า ภกิ ขู ภะคะวะโต ภาสติ ัง อะภนิ นั ทุง ฯ ( พระภิกษปุ จั จวัคคีย์กม็ ใี จยนิ ดีเพลดิ เพลิน
ภาษิตของพระผ้มู ีพระภาคเจ้า )

อิมัสมญิ จะ ปะนะ เวยยากะระณัสมิง ภญั ญะมาเน ( กแ็ ล เมอื่ ไวยากรณ์น้ี อนั พระผู้มีพระภาคเจา้ ตรสั อยู่ )

อายสั มะโต โกณทญั ญัสสะ วิระชงั วีตะมะลงั ธัมมะจักขุง อุทะปาทิ ( จักษใุ นธรรม อันปราศจากธุลี ปราศจาก
มลทนิ ไดเ้ กิดข้ึนแลว้ แก่พระผ้มู ีอายโุ กณทญั ญะ )

"ยังกญิ จิ สะมุทะยะธัมมงั สพั พนั ตงั นโิ รธะธมั มนั ติ ฯ" ( วา่ "สง่ิ ใดส่ิงหนงึ่ มคี วามเกิดขน้ึ เปน็ ธรรมดาแล้ว สิ่งนน้ั

ทั้งปวง กต็ อ้ งดบั สลายไปเป็นธรรมดา" ) Page | 23

ปะวตั ติเต จะ ภะคะวะตา ธัมมะจกั เก ( กเ็ มื่อธรรมจกั รอนั พระผู้มีพระภาคเจ้า ให้เปน็ ไปแล้ว )

ภมุ มา เทวา สัททะมะนสุ สาเวสุง ( เหลา่ ภูมิเทวดา กส็ ่งเสยี งใหบ้ ันลอื ลัน่ ข้ึนว่า )

เอตมั ภะคะวะตา พาราณะสิยงั อสิ ปิ ะตะเน มิคะทาเย อะนุตตรงั ธมั มะจกั กัง ปะวัตติตัง อปั ปะฏิวัตตยิ งั สะ
มะเณนะ วา พราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา พรัหมนุ า วา เกนะจิ วา โลกสั มินติ ฯ ( ว่า นนั่ จกั รคือ
ธรรม ไมม่ จี ักรอนื่ ส้ไู ด้ อันพระผู้มพี ระภาคเจ้าให้เปน็ ไปแล้ว ทีป่ ่าอสิ ปิ ตนมฤคทายวนั ใกล้เมอื งพาราณสี อันสมณ
พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม และใคร ๆ ในโลกยงั ให้เป็นไปไม่ได้ ดงั น้ี )

ภมุ มานงั เทวานงั สัททงั สตุ วา จาตมุ มะหาราชิกา เทวา สัททะมะนสุ สาเวสุง ฯ (เทพเจ้าเหลา่ ชั้นจาตมุ หาราช
ไดฟ้ งั เสยี งของเทพเจา้ เหลา่ ภูมเิ ทวดาแล้ว ก็ยงั เสียงให้บันลือลนั่ )

จาตุมมะหาราชกิ านงั เทวานัง สัททัง สตุ วา ตาวะติงสา เทวา สทั ทะมะนสุ สาเวสงุ ฯ ( เทพเจ้าเหล่าชนั้ ดาวดงึ ส์
ได้ฟงั เสยี งของเทพเจา้ เหล่าชั้นจาตมุ หาราชแลว้ ก็ยังเสียงใหบ้ นั ลอื ลั่น )

ตาวะติงสานงั เทวานงั สทั ทัง สตุ วา ยามา เทวา สทั ทะมะนุสสาเวสงุ ฯ ( เทพเจา้ เหล่าชั้นยามา ไดฟ้ ังเสียงของ
เทพเจา้ เหลา่ ช้ันดาวดงึ ส์แลว้ กย็ ังเสยี งให้บันลือล่ัน )

ยามานงั เทวานงั สัททัง สุตวา ตุสิตา เทวา สทั ทะมะนสุ สาเวสงุ ฯ ( เทพเจา้ เหล่าชน้ั ดุสิต ได้ฟังเสยี งของเทพ
เจ้าเหล่าชน้ั ยามาแลว้ กย็ ังเสยี งให้บนั ลอื ลัน่ )

ตสุ ติ านงั เทวานัง สทั ทัง สตุ วา นมิ มานะระตี เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ ( เทพเจา้ เหลา่ ชน้ั นิมมานรดี ได้ฟัง
เสยี งของเทพเจ้าเหลา่ ชั้นดสุ ิตแล้ว ก็ยังเสียงให้บันลอื ล่ัน )

นมิ มานะระตีนงั เทวานัง สทั ทัง สตุ วา ปะระนิมมิตะวะสะวัตตี เทวา สัททะมะนสุ สาเวสุง ฯ ( เทพเจา้ เหลา่
ช้นั ปรนิมมิตวสวตั ดี ไดฟ้ ังเสียงของเทพเจ้าเหล่าชั้นนมิ มานรดีแลว้ ก็ยงั เสยี งให้บันลือลนั่ )

ปะระนิมมติ ะวะสะวัตตนี ัง เทวานงั สทั ทัง สุตวา พรหั มะกายิกา เทวา สทั ทะมะนสุ สาเวสงุ ( พรหมเจ้าที่เกิดใน
ชั้นพรหม ได้ฟงั เสียงของเทพเจ้าเหล่าช้ันปรนมิ มติ วสวตั ตีแล้ว ก็ยงั เสียงใหบ้ ันลอื ลน่ั ขน้ึ ว่า )

"เอตัมภะคะวะตา พาราณะสิยัง อสิ ปิ ะตะเน มิคะทาเย อะนุตตะรัง ธมั มะจกั กงั ปะวตั ติตัง อปั ปะฏิวัตตยิ งั สะ
มะเณนะ วา พราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา พรัหมนุ า วา เกนะจิ วา โลกัสมินติ ฯ" ( "น่นั จกั รคือ
ธรรม ไม่มีจักรอน่ื สู้ได้อนั พระผมู้ พี ระภาคเจา้ ใหเ้ ปน็ ไปแลว้ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี อันสมณ
พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม และใคร ๆ ในโลก ไม่สามารถให้เปน็ ไปไดด้ ังน้ี ฯ" )

อติ หิ ะ เตนะ ขะเณนะ เตนะ มหุ ตุ เตนะ ยาวะ พรหั มะโลกา สทั โท อัพภุคคจั ฉิ ฯ ( โดยขณะหนง่ึ ครู่หนึง่ น้ัน
เสยี งขน้ึ ไปถึงพรหมโลกดว้ ยประการฉะน้ี ฯ )

อะยญั จะ ทะสะสะหัสสี โลกะธาตุ สงั กัมปิ สัมปะกมั ปิ สัมปะเวธิ ฯ ( ทั้งหมื่นโลกธาตุ ไดห้ วนั่ ไหวสะเทอื น
สะท้านลัน่ ไป )

อัปปะมาโณ จะ โอฬาโร โอภาโส โลเก ปาตรุ ะโหสิ ( ทงั้ แสงสว่างอันใหญ่ยิ่งไม่มีประมาณ ไดป้ รากฏแลว้ ในโลก )

อะติกกัมเมวะ เทวานัง เทวานุภาวงั ฯ ( ล่วงเทวานุภาพของเทวดาทั้งหลายเสยี หมด ฯ )

อะถะ โข ภะคะวา อุทานงั อุทาเนสิ ( ในลำดบั นน้ั แล พระผูม้ ีพระภาคเจา้ ได้ทรงเปล่งอุทานขน้ึ ว่า )

อัญญาสิ วะตะ โภ โกณทญั โญ อญั ญาสิ วะตะ โภ โกณทญั โญติ ( โกณทัญญะผเู้ จรญิ ไดร้ แู้ ล้วหนอ โกณทัญญะ

ได้รแู้ ล้วหนอ ผ้เู จริญ ) Page | 24

อติ ิหิทัง อายสั มะโต โกณทัญญัสสะ "อัญญาโกณทญั โญ" เตววะ นามัง อะโหสีติ ฯ ( เพราะเหตนุ ัน้ นามวา่

"อัญญาโกณทญั ญะ" นน้ี ่นั เทียว ไดม้ ีแลว้ แก่พระโกณทัญญะผู้มีอายุ ด้วยประการฉะนี้ แล ฯ )

บทแผ่เมตตาแกต่ นเอง

อะหัง สขุ โิ ต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข

นทิ ทกุ โข โหมิ ปราศจากความทกุ ข์ Page | 25
อะเวโร โหมิ ปราศจากเวร

อพั ยาปัชโฌ โหมิ ปราศจากอปุ สรรคอันตรายท้ังปวง

อะนีโฆ โหมิ ปราศจากความทกุ ข์กายทุกข์ใจ

สขุ ี อตั ตานงั ปะริหะรามิ มคี วามสขุ กายสุขใจ รกั ษาตนให้พ้นจากทุกขภ์ ัยทง้ั สิ้นเถดิ

กรวดนำ้ ให้เจา้ กรรมนายเวร

ข้าพเจา้ ขออทุ ิศบุญกุศล จากการเจริญภาวนานใ้ี ห้แก่เจ้ากรรมนายเวรท้ังหลายของข้าพเจ้า ทีข่ า้ พเจ้า
ไดเ้ คยล่วงเกนิ ท่านไว้ ตั้งแต่อดีตชาติจนถงึ ปัจจุบันชาติ ท่านจะอยภู่ พใดหรือภมู ิใดกต็ าม ขอใหท้ ่านได้รับผล
บญุ น้ี แลว้ โปรดอโหสิกรรม และอนโุ มทนาบญุ แกข่ า้ พเจา้ ด้วยอำนาจบญุ น้ดี ้วยเทอญ.

คำถวายกุศลแดพ่ ระธรรมสิงหบรุ าจารย์
(หลวงพ่อจรญั ฐติ ธมโม)

อิทงั , ฐติ ะธัมมัสสะ โหตุ, สขุ ิโต โหตุ, ฐติ ะธมั โม.
ขอส่วนบญุ น้ีจงสำเรจ็ , แด่พระเดชพระคณุ , หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมโม,
ขอให้พระเดชพระคุณ, หลวงพ่อจรญั ฐติ ธมโม, จงมีความสขุ

คำถวายพระราชกศุ ลแด่พระบาทสมเดจ็ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัว
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

Page | 26

อิทัง, มหาราชะ-, ภูมิพะลัสสะ, สะราชินียา โหต,ุ สุขิโต โหตุ, อะโรโค โหต, ทฆี ายโุ ก โหต,ุ มหา
ราชะ-, ภมู ิพะโล, สะราชิน.ี

ขอส่วนบญุ นีจ้ งสำเรจ็ , แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั , ภูมิพลมหาราช, และสมเด็จพระนางเจ้าสริ ิ
กติ ต,์ พระบรมราชินีนาถ, จงทรงพระเกษมสำราญ, ปราศจากโรคาพยาธิแพ้วพาน, มีพระชนมายุย่งิ ยืนาน,
ชั่วนริ นั ดร์ เทอญ.

บทแผเ่ มตตา

ต้ัง กลั ยาณจิตท่ี ลน้ิ ปี่

สพั เพ สัตตา สัตวท์ ั้งหลายทั้งปวง, ทีเ่ ป็นเพอื่ นทกุ ข์, เกดิ แก่เจบ็ ตาย, ดว้ ยกนั ทั้งหมดทง้ั ส้ิน

อะเวรา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด, อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพพะยาปชั ฌา จงเปน็ สขุ เป็นสุขเถืด, อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซ่งึ กันและกันเลย

อะนีฆา จงเปน็ สขุ เปน็ สุขเถดิ , อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุ จงมคี วามสุขกายสขุ ใจ, รกั ษาตนใหพ้ น้ จากทกุ ขภ์ ยั ทั้งส้นิ เถิดฯ

บทแผ่สว่ นกุศล
ยกจิตจาก ลนิ้ ป่ี สู่ หน้าผาก
อทิ ัง เม, มาตาปติ นู ัง โหตุ, สขุ ิตา โหนตุ, มาตาปิตะโร
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ, แกม่ ารดาบดิ าของข้าพเจา้ , ขอให้มารดาบดิ าของขา้ พเจ้าจงมคี วามสขุ
อทิ งั เม, ญาตีนงั โหตุ, สุขิตา โหนต,ุ ญาตะโย
ขอสว่ นบญุ นี้จงสำเรจ็ , แกญ่ าติทง้ั หลายของข้าพเจ้า, ขอให้ญาติทง้ั หลายของข้าพเจา้ , จงมีความสขุ

อทิ ัง เม, ครุ ูปัชฌายาจะริยานงั โหต,ุ สุขิตา โหนตุ, ครุ ูปชั ฌายาจะรยิ า Page | 27

ขอส่วนบุญนจ้ี งสำเรจ็ , แกค่ รูอุปชั ฌายอ์ าจารย์ของข้าพเจา้ , ขอให้ครอู ปุ ชั ฌาย์อาจารย์ของขา้ พเจา้ ,
จงมีความสขุ

อิทัง, สัพพะเทวานัง โหตุ, สขุ ติ า โหนตุ, สพั เพเทวา

ขอส่วนบุญนจ้ี งสำเร็จ, แก่เทวดาทง้ั หลายทงั้ ปวง, ขอใหเ้ ทวดาทง้ั หลายทั้งปวง, จงมีความสุข

อทิ งั , สพั พะเปตานงั โหตุ, สุขติ า โหนต,ุ สพั เพเปตา

ขอสว่ นบญุ น้ีจงสำเรจ็ , แกเ่ ปรตทง้ั หลายท้ังปวง, ขอใหเ้ ปรตทัง้ หลายทัง้ ปวง, จงมีความสุข

อทิ งั , สัพพะ เวรนี งั โหตุ, สขุ ิตา โหนต,ุ สัพเพเวรี

ขอส่วนบุญนี้จงสำเรจ็ , แกเ่ จ้ากรรมนายเวรทง้ั หลายท้ังปวง, ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทง้ั หลายท้ังปวง,
จงมีความสุข

อทิ ัง, สพั พะ สตั ตานงั โหตุ, สขุ ิตา โหนตุ, สัพเพสัตตา

ขอสว่ นบุญนจี้ งสำเร็จ, แก่สตั ว์ทง้ั หลายท้ังปวง, ขอใหส้ ัตว์ทัง้ หลายทง้ั ปวง, จงมีความสุข

Page | 28


Click to View FlipBook Version