The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by PurePure Praewprilin, 2020-11-09 02:45:00

บทความรวมเล่ม

บทความรวมเล่ม

ระบบสาธารณสขุ ไทยต้านภยั โรคระบาด

พล.อ.หมอ่ มเจา้ เฉลิมศกึ ยคุ ล
[email protected]

ความนำ�

สง่ิ อศั จรรย์ดา้ นการสาธารณสขุ ทคี่ นไทยส่วนใหญค่ วรภมู ใิ จแตม่ องขา้ มไปหรอื ไมเ่ หน็ คณุ ค่า (take it for granted)
คอื การปอ้ งกนั ควบคมุ และตอ่ ต้านโรคระบาด ท่ปี ระจกั ษอ์ ย่างชัดแจง้ ในกรณที ่เี กดิ การระบาดใหญ*่ (pandemic) ของ
โรคโควดิ -๑๙ (ช่อื โรคตามทอ่ี งค์การอนามยั โลกตง้ั )* อยใู่ นขณะน้ี
ไทยสามารถควบคมุ การระบาดของโรคโควดิ -๑๙ ไดอ้ ยา่ งเหนอื ชนั้ ชดั เจนกวา่ ประเทศสว่ นใหญข่ องโลก โดยเฉพาะ
ประเทศท่เี ป็นฝรั่ง ไม่ว่าจะเปน็ ประเทศทางยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นวิ ซีแลนด์ หรือแมก้ ระทั่งประเทศทางเอเชยี
ผู้มั่งคัง่ ทางเศรษฐกจิ และเจรญิ ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยอี ยา่ งสิงคโปรแ์ ละเกาหลใี ต้
อะไรคอื ความลับเบื้องหลงั ความส�ำเร็จของไทย คำ� ตอบส้ัน ๆ คอื ลงมอื ทำ� มานานแล้วจนช�ำนาญ และเกง่ + เฮง
โดยได้เร่ิมใชก้ ารแพทย์ การพยาบาล การสาธารณสขุ สมัยใหม่อยา่ งเปน็ ระบบมาตัง้ แต่สมยั รชั กาลที่ ๕ และได้พัฒนาติดต่อ
กันมาอย่างต่อเน่ืองร้อยกว่าปีภายใต้สภาพ** วิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และส่ิงแวดล้อมไทย ในสมัยรัชกาลท่ี ๖ เม่ือส้ิน
สงครามโลกครั้งท่ี ๑ การเร่ิมมีปฏิสัมพันธ์กับต่างประเทศ โดยเฉพาะกับองค์การระหว่างประเทศ (international
organizations) ท�ำให้สยามมบี ทบาทเดน่ ในเวทีโลกดา้ นการสาธารณสขุ จนมาถึงสมัยรชั กาลที่ ๙ เม่ือการสาธารณสุขปรับ
ระบบการบริการ พฒั นาเครอื ขายการเฝ้าระวงั โรค เตรยี มแผนเผชิญเหตเุ พอ่ื จัดการกรณเี กิดการระบาดของโรคตดิ ตอ่ อุบตั ิ
ซ�ำ้ และอบุ ัติใหม่ จนถงึ การแก้ไขการระบาด (outbreak) ของโรคติดตอ่ รา้ ยแรงจากเชอื้ ไวรัสโคโรนาหลายสายพันธ์ทุ อ่ี ุบัติ
เรียงกนั และควบคมุ การระบาดของโรคดงั กลา่ ว ซึง่ ใชเ้ วลายาวนานไม่ต่�ำกวา่ ๓๐ ปจี ึงได้มาถงึ จุดสูงสุดของโลก ณ วนั นี้
ซงึ่ เป็นการกล่าวท่ไี ม่เกินเลยไปนกั เพราะหน่วยงานต่างประเทศหลายหนว่ ยงานเห็นพอ้ งตอ้ งกนั และประกาศในปี ๒๕๖๓
วา่ ประเทศไทยมีความมน่ั คงทางสาธารณสุขเปน็ อันดบั ๑ จาก ๑๙๕ ประเทศท่วั โลก

* รายละเอียดหาอา่ นไดจ้ ากวารสารวทิ ยาศาสตร์ทหารบกฉบบั ที่แลว้ (ปที ่ี ๔๐ เลม่ ที่๑) เ รอ่ื ง “เรอ่ื งเก่ยี วกับไวรัส”
** สมัยนี้มีการนำ�คำ�ว่า “บรบิ ท” (context) ซง่ึ เป็นคำ�ศพั ทท์ างภาษาศาสตร์ (linguistic) มาม่ัวใช้ในความหมายของ “กรอบ” หรอื “สภาพ”

34 วารสารวทิ ยาศาสตร์ทหารบก

ต้งั หลักปักฐาน: กำ� เนิดโรงพยาบาล โรงเรยี นแพทย์ และโรงเรียนพยาบาล

ในสมยั ต้นรชั กาลท่ี ๕ ปญั หาสขุ ภาพหลักของสยาม คอื โรคระบาด ซึ่งท�ำให้มีผคู้ นเสยี ชวี ิตไปครั้งละมาก ๆ โดย
เฉพาะไข้ทรพิษ อหิวาตกโรค และกาฬโรค การแพทย์แผนไทยไมส่ ามารถรกั ษาโรคร้ายแรงเหล่าน้ใี ห้หายขาดได้ เป็นผลให้
โรคระบาดไปในราชอาณาจกั ร ราษฎรปว่ ยและเสยี ชวี ติ เปน็ จำ� นวนมาก จงึ มพี ระราชประสงคจ์ ะนำ� การแพทยแ์ บบตะวนั ตก
มาใช้ เพอ่ื ใหม้ ปี ระสทิ ธผิ ลในการรกั ษายงิ่ ขนึ้ โดยจดั สรา้ งโรงพยาบาลเปน็ สถานทบี่ ำ� บดั รกั ษาโรคโดยใชว้ ธิ กี ารทางการแพทย์
และพยาบาลแบบตะวันตก
การสร้างโรงพยาบาลท�ำให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดสร้างโรงพยาบาลเพ่ือรับผิดชอบงานด้านน้ีโดยเฉพาะ ต่อ
มาจึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนากรมพยาบาลเพ่ือท�ำหน้าที่ดูแลกิจการโรงพยาบาล จัดการศึกษาวิชาแพทย์
และการพยาบาล และจดั การงานดา้ นสาธารณสขุ จงึ กลา่ วไดว้ า่ ในสมยั รชั กาลท่ี ๕ การจดั ตงั้ โรงพยาบาลเปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ ของ
การปรบั ปรงุ งานด้านการแพทย์
นอกจากการดูแลกิจการโรงพยาบาลแล้ว กรมพยาบาลยังได้จัดต้ังสถานท�ำหนองฝี จัดให้มีแพทย์ประจ�ำเมือง
ทำ� ยาจำ� หนา่ ยในราคาถกู รวมทง้ั จดั ซอ้ื ยาจากตา่ งประเทศมาจำ� หนา่ ย นอกจากนน้ั ยงั จดั กองแพทยอ์ อกไปปอ้ งกนั โรคระบาด
และปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษแก่ประชาชนตามหัวเมือง ภารกิจเหล่าน้ีถือได้ว่าเป็นการริเร่ิมบุกเบิกงานสาธารณสุขในยุคแรก
จนยุคสมัยเปล่ียนไปหลายสิบปกี รมพยาบาลจึงไดก้ ลายมาเปน็ กระทรวงสาธารณสขุ ในทสี่ ุด

โรงศิรริ าชพยาบาลเม่ือแรกตั้ง โรงพยาบาลศริ ริ าชในปัจจุบนั

ศริ ริ าชพยาบาล เปน็ โรงพยาบาลรฐั บาลแหง่ แรกทต่ี ง้ั ขน้ึ โดยมมี ลู
เหตมุ าจากการเกดิ อหวิ าตกโรค (โรคห่า) ระบาดคร้งั ใหญใ่ น พ.ศ. ๒๔๒๔
(เม่ือ ๑๓๙ ปีมาแล้ว) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระ
กรุณาโปรดเกลา้ ฯ ขอแรงพระบรมวงศานวุ งศ์ และขา้ ราชการ ให้จัดต้ังโรง
พยาบาลขนึ้ ในทต่ี า่ ง ๆ ชวั่ คราวในทชี่ มุ ชนถงึ ๔๘ แหง่ ครน้ั เมอ่ื อหวิ าตกโรค
สงบแลว้ โรงพยาบาลไดป้ ดิ ทำ� การลง หากแตใ่ นพระราชหฤทยั ทรงตระหนกั
ว่าโรงพยาบาลน้ันยังประโยชน์บ�ำบัดทุกข์บ�ำรุงสุขให้พสกนิกรและผู้อยู่ใต้
รม่ พระบรมโพธิสมภาร จงึ ทรงมีพระราชปณิธานอยา่ งแรงกลา้ ท่ีจะให้มโี รง
พยาบาลสมยั ใหม่ประจำ� ท้องทอ่ี ยา่ งถาวรตอ่ ไปใหจ้ งได้ โดยให้เรม่ิ ก่อสร้าง
โรงพยาบาลทฝี่ ง่ั ตะวนั ตกของแมน่ ำ้� เจา้ พระยารมิ คลองบางกอกนอ้ ย ซง่ึ เดมิ
เปน็ พระราชวงั บวรสถานพมิ ขุ หรอื วังหลัง และถูกท้ิงเปน็ ทร่ี กร้างอยู่ แต่ใน
วันท่ี ๓๑ พฤษภาคม ๒๔๓๐ ระหว่างเตรยี มการก่อสร้าง สมเดจ็ พระเจ้า

กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ 35

ลกู ยาเธอ เจา้ ฟา้ ศริ ริ าชกกธุ ภณั ฑ์ พระชนั ษา ๑ ปี ๖ เดอื น พระราชโอรสในสมเดจ็ พระศรพี ชั รนิ ทราบรมราชนิ นี าถ ประชวร
ดว้ ยโรคบิดส้นิ พระชนมล์ ง ยังความเศร้าโศกพระทยั เปน็ ยิ่งนัก และเมอ่ื การก่อสร้างแล้วเสรจ็ ในวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๔๓๑
จึงได้เสด็จพระราชด�ำเนินทรงประกอบพิธีเปิดและพระราชทานนามโรงพยาบาลแห่งใหม่ว่า “โรงศิริราชพยาบาล” เพ่ือ
ใหก้ ารบ�ำบดั รักษาประชาชนดว้ ยวิธกี ารแพทยแ์ ผนใหม่ เนื่องจากการรักษาแบบด้งั เดิมน้ันลา้ สมยั ไม่สามารถช่วยผู้ป่วยได้
อย่างทันทว่ งที ทำ� ให้มีผเู้ สียชีวิตจำ� นวนมากเม่อื เกดิ โรคระบาด ศิรริ าชพยาบาลในเวลานน้ั มีเรือนคนไข้ ๔ หลงั รบั คนไข้ได้
ประมาณ ๕๐ คน เรือนผสมยา ๑ หลัง เรอื นผู้จดั การ ๑ หลัง และโรงครวั อีก ๑ หลงั
บรู พาพยาบาล คณะกรรมการจดั สรา้ งโรงพยาบาลไดจ้ ดั ตงั้ โรงพยาบาลขนึ้ ทบี่ า้ นของนายอากรชอ่ื จนี ดา รมิ คลอง
คูพระนครหน้าวงั บรู พาภริ มย์ เรียกช่ือในตอนแรกวา่ โรงพยาบาลรมิ ป้อมมหาไชย เปดิ รับรักษาคนไขใ้ นปี ๒๔๓๑
โรงพยาบาลบางรัก ในปี ๒๔๓๒ นายแพทย์ ที. เฮวาร์ด เฮส์ ได้ขออนุญาตใช้บ้านท่ีปากถนนสีลมต่อกับถนน
เจริญกรุงใกล้กับตลาดบางรักต้ังเป็นโรงพยาบาลเพื่อรับรักษาชาวต่างประเทศ เรียกชื่อว่าโรงพยาบาลบางรัก แต่ชาวบ้าน
เรยี กวา่ โรงพยาบาลหมอเฮส์ (ปจั จบุ นั คอื โรงพยาบาลเลดิ สนิ ) นบั เปน็ โรงพยาบาลเอกชนฝรง่ั แหง่ แรกของกรงุ รตั นโกสนิ ทร์
ต่อมาได้โอนเข้าเป็นของกรมพยาบาลในปี ๒๔๓๔ รบั รักษาโรคท่วั ไปให้ท้ังชาวไทยและตา่ งประเทศ สว่ นหมอเฮย์ยงั คงเปน็
แพทยป์ ระจำ� เชน่ เดมิ เมอื่ เกดิ กรณพี พิ าทกบั ฝรงั่ เศส ร.ศ. ๑๑๒โรงพยาบาลไดใ้ หก้ ารรกั ษาทหารและราษฎรทไ่ี ดร้ บั บาดเจบ็
จากกระสนุ เรอื รบฝร่งั เศส เนอ่ื งจากมชี ื่อเสยี งในด้านศลั ยกรรม ตอ่ มาหมอเฮสไ์ ด้ดำ� รงต�ำแหนง่ หมอใหญก่ รมพยาบาล และ
ผ้ดู ูแลการใหญศ่ ิริราชพยาบาล เป็นผู้มีสว่ นร่วมในการกอ่ ต้ังโรงเรยี นแพทย์ (โรงเรยี นหดั วิชาแพทย)์ แผนฝรงั่ แหง่ แรกของ
ประเทศ
โรงพยาบาลเทพศริ นิ ทร์ ตงั้ อยทู่ ป่ี ากถนนหลวง ตรงขา้ มวดั เทพศริ นิ ทราวาส โดยไดร้ บั พระราชทานไมจ้ ากงานพระ
เมรสุ มเดจ็ เจ้าฟ้าศริ ิราชกกุธภัณฑ์ มาปลกู เปน็ ท่ีท�ำการและเรอื นคนไข้ โรงพยาบาลเทพศริ ินทร์ปิดเมื่อวันท่ี ๓๑ กรกฎาคม
๒๔๔๕และกรมพยาบาลไดใ้ ช้เป็นที่จ�ำหน่ายยาฝรง่ั ของรัฐบาล
โรงพยาบาลสามเสน เปน็ โรงพยาบาลโรงสุดทา้ ยทร่ี ัฐบาลจัดตัง้ ขน้ึ ในกรุงเทพฯ ในปี ๒๔๔๕ โดยรับโอนอุปกรณ์
เคร่ืองใชท้ าง การแพทยจ์ ากโรงพยาบาลเทพศิรนิ ทร์ โรงพยาบาลสามเสนตั้งอยู่ระหวา่ งถนนดวงเดอื นนอกตรงปาก
ถนนดาวขา่ งขา้ ม โรงพยาบาลนีภ้ ายหลังไดเ้ ลกิ กจิ การไป แลว้ โอนเครอื่ งมอื เคร่ืองใช้ใหโ้ รงพยาบาลตัง้ ใหมช่ ือ่ วชริ พยาบาล
ในสมยั รชั กาลท่ี ๖
ในสมัยรัชกาลท่ี ๕ กิจการโรงพยาบาลได้ตั้งต้นและเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วจนเป็นปึกแผ่น ต่อมานอกจากโรง
พยาบาลของรฐั บาลในสงั กดั กรมพยาบาลขา้ งตน้ แลว้ ยงั มกี ารจดั ตงั้ โรงพยาบาลหญงิ หาเงนิ (โรงพยาบาลกลาง) โรงพยาบาล
คนเสียจริต(โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา) โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรรี าชา โรงพยาบาลเลย้ี งเดก็ และโรง
เลย้ี งคนชรา เปน็ ต้น หนว่ ยราชการอ่ืนกไ็ ด้จัดต้งั โรงพยาบาลขนึ้ เป็นเอกเทศดว้ ย เชน่ โรงพยาบาลของทหารบก ทหารเรอื
และกองตระเวน โดยมุ่งท่ีจะให้มีสถานท่ีรักษาพยาบาลส�ำหรับข้าราชการในหน่วยงานของตนและประชาชนท่ัวไป โดยใช้
วธิ กี ารรกั ษาพยาบาลทงั้ ตามแบบแผนตะวนั ตกและไทยโบราณ ขณะเดยี วกนั ภาคเอกชนยงั ไดจ้ ดั ตงั้ โรงพยาบาลขนึ้ อกี หลาย
โรง มีโรงพยาบาลของมชิ ชนั นารี เชน่ โรงพยาบาลอเมรกิ ันมิชชน่ั เชียงใหม่ (โรงพยาบาลแมคคอรม์ คิ ) โรงพยาบาลโอเวอร์
บร๊คู เชยี งราย โรงพยาบาลบางกอกเนสิ ซงิ โฮม และโรงพยาบาลเซนตห์ ลยุ ส์ ในสว่ นขององค์การการกศุ ลของชาวจีนมกี าร
สรา้ งโรงพยาบาลเทียนฟา้
โรงเรียนแพทย์และพยาบาล หลังจากเปิดท�ำการโรงศิริราชพยาบาลแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง
“โรงเรยี นศริ ิราชแพทยากร” เป็นโรงเรียนแพทย์แห่งแรกของไทย เริม่ เปิดสอนต้ังแต่วันท่ี ๕ กนั ยายน ๒๔๓๓ และไดร้ ับ
พระราชทานนามใหม่ในปีน้ันว่า“ราชแพทยาลัย” นักเรียนรุ่นแรกส�ำเร็จการศึกษารับประกาศนียบัตรแพทย์ในปี ๒๔๓๖
ตอ่ มาทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหจ้ ัดตัง้ โรงเรียนนางผดุงครรภ์ข้ึนในปี ๒๔๓๙
36 วารสารวิทยาศาสตร์ทหารบก

พฒั นาการระยะแรก: จดั ดำ� เนนิ การและยกระดบั การสาธารณสุขและการแพทย์

รชั กาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้จดั การปกครองท้องถ่นิ เป็นครง้ั แรกของประเทศในรูปแบบสุขาภิบาล
(ปัจจุบันคือเทศบาล) ตามแบบอย่างการปกครองท้องถิ่นของอารยะประเทศท่ีได้ทอดพระเนตรเห็นเม่ือเสด็จประพาสต่าง
ประเทศ เพอ่ื ใหป้ ระชาชนเรยี นรกู้ ารปกครองตนเองตามระบอบประชาธปิ ไตย และจากการทที่ รงหว่ งใยในอนามยั และความ
เป็นอยู่ของราษฎร จึงทรงตราพระราชก�ำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) จดั ต้ังสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ให้
มีหนา้ ที่เกย่ี วกับการสขุ อนามัยของชมุ ชน ไดแ้ ก่ การกำ� จัดขยะมูลฝอย การจัดเวจ็ ท่ีถา่ ยอจุ จาระและปสั สาวะของประชาชน
ทั่วไป ขนย้ายสิง่ สกปรกโสโครกภายในเมอื ง ฯลฯ เพอื่ จัดการกับปญั หาดา้ นการสาธารณสขุ ซึ่งเปน็ ผลมาจากการขยายตวั
ของเมอื งอย่างรวดเรว็ ทำ� ใหม้ ผี ้คู นอย่อู าศัยกันอยา่ งแออัด ทง้ิ ขยะเกลอ่ื นกลาดทั่วไป ขับถ่ายของเสยี ตามท่ีสาธารณะและ
แมน่ ำ�้ ลำ� คลอง จนเปน็ เหตใุ หเ้ กดิ โรคระบาดรนุ แรงบอ่ ยครงั้ หลงั จากจดั ตง้ั สขุ าภบิ าลกรงุ เทพฯไดร้ าว ๘ ปี กระทรวงมหาดไทย
ได้จัดตั้งสุขาภิบาลท่าฉลอมข้ึนเป็นสุขาภิบาลในส่วนภูมิภาคแห่งแรก ด้วยสาเหตุที่ตลาดท่าจีน ต�ำบลท่าฉลอม
เมืองสมทุ รสาคร มสี ภาพเสอ่ื มโทรมสกปรก ภายใต้พระราชบัญญัตจิ ดั การสุขาภิบาลตามหวั เมือง ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๑)
เพอ่ื ใหม้ ีหนว่ ยงานในสว่ นภูมภิ าคดแู ลงาน ๓ ประการ คอื (๑) รกั ษาความสะอาด (๒) ปอ้ งกนั และรักษาโรคภยั ไขเ้ จบ็ ภายใน
ท้องที่ และ (๓) บ�ำรุงรักษาเสน้ ทางสญั จรภายในท้องที่ สุขาภบิ าลท่เี กดิ ข้ึนตามพระราชบัญญัตฉิ บับนมี้ จี ำ� นวน ๓๕ แห่ง
แยกเป็นสุขาภบิ าลสำ� หรับหัวเมือง (สขุ าภบิ าลเมอื ง) ๒๙ แห่ง และสุขาภิบาลส�ำหรบั ต�ำบล (สุขาภบิ าลท้องท่ี) ๖ แห่ง
ในสมยั รัชกาลท่ี ๖ ทรงสร้างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ (โรงพยาบาลกาชาด) ในปี ๒๔๕๗ โดยใชท้ ุนทรัพยส์ ่วน
พระองค์ สมทบกบั เงินชว่ ยเหลอื จากสภาอุณาโลมแดง (สภากาชาดไทย) ทรงสถาปนาปาสตุรสภา (สถานปาสเตอร์ ซ่งึ ต่อ
มาเปลย่ี นชอ่ื เปน็ สถานเสาวภา) เพอื่ บำ� บดั โรคกลวั นำ�้ กระทรวงมหาดไทยตอ้ งการให้ มสี ถานทส่ี ำ� หรบั รกั ษาการปว่ ยไขแ้ ละ
จำ� หน่ายยาในจงั หวดั ต่าง ๆ จึงจัดตัง้ “โอสถสภา” ขึ้นในปี ๒๔๕๗ ต่อมาภายหลังเปลยี่ นชอื่ เปน็ “สุขศาลา” ซ่ึงจดั ไดว้ า่
เป็นศนู ยก์ ลางการสาธารณสขุ ของประเทศ ตงั้ โรงเรียนการแพทย์ทหารบกในปี ๒๔๖๐

ซ้าย สมเด็จกรมพระยาชยั นาทนเรนทร (ลงสโี ดย Sebastian Peet) ขวา สมเดจ็ พระมหติ ลาธิเบศร อดลุ บเดชวิกรมฯ

กรมพยาบาลเปลย่ี นชอ่ื เปน็ กรมประชาภบิ าลซง่ึ ตอ่ มายกเลกิ ไป ตงั้ กรมสาธารณสขุ ขน้ึ แทน (กลายมาเปน็ กระทรวง
สาธารสขุ ในปัจจุบนั ) ข้นึ กบั กระทรวงมหาดไทย ในวันที่ ๒๔ พฤศจกิ ายน ๒๔๖๑ นับเปน็ จดุ เร่ิมต้นของการสาธารณสขุ ยคุ
ใหมอ่ ยา่ งแท้จริง โดยมีสมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร (พระนามเดิมพระองคเ์ จา้ รังสติ ประยูรศกั ด์)ิ
ทรงด�ำรงต�ำแหน่งอธิบดี ทรงจัดตั้งวิชาแพทย์ปรุงยาขึ้นในโรงเรียนราชแพทยาลัย ตามท่ีสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้า
จักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ได้ทรงปรารภว่ากองทัพขาดแคลนแพทย์ปรุงยา ต่อมาจึงแยกออกมาต้ัง
เปน็ โรงเรียนเภสชั กรรม ภารกจิ ของกรมสาธารณสขุ มงุ่ เนน้ การปอ้ งกนั โรคและสง่ เสรมิ สุขอนามยั ของประชาชน โดยเฉพาะ
การปราบโรคระบาด เช่น ไข้ทรพษิ อหวิ าตกโรค และกาฬโรค มกี ารส�ำรวจยุงท่ีเปน็ พาหะของโรค ส�ำรวจและควบคมุ โรค
เรอ้ื น บ�ำบัดโรคคุดทะราด และการรณรงค์กำ� จัดโรคพยาธปิ ากขอ นอกจากนน้ั ยงั มกี ารขยายกิจการมารดาทารกสงเคราะห์
จดั การสุขศึกษาแก่ประชาชนอยา่ งกวา้ งขวาง รวมท้ังยังมกี ารส่งคนไปเรยี นวิชาการสาธารณสุขในต่างประเทศ

กรกฎาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ 37

สมเดจ็ เจ้าฟา้ มหดิ ลอดุลยเดช ทรงเปน็ นายทหารแห่งราชนาวี เน่ืองจากทรงจบโรงเรียนนายเรือและโรงเรยี นนาย
รอ้ ยทหารบกจากตา่ งประเทศ แตท่ รงสนพระทยั การแพทยแ์ ละการสาธารณสขุ ดว้ ยทรงเหน็ วา่ การแพทยแ์ ละการสาธารณสขุ
ของไทยยงั ลา้ สมัยอยูก่ ารพฒั นาการสาธารณสุขจะเปน็ ส่วนสำ� คญั ในการพฒั นาประเทศด้วย อยมู่ าวันหนง่ึ พระเจา้ น้องยา
เธอ พระองคเ์ จา้ รงั สติ ประยรู ศกั ด์ิ กรมหมนื่ ชยั นาทนเรนทร (ในรชั กาลท่ี ๙ ทรงเปน็ กรมพระยาชยั นาทนเรนทร) ผบู้ ญั ชาการ
โรงเรียนราชแพทยาลัย มาเชิญเสด็จไปทอดพระเนตรความขาดแคลนของโรงพยาบาล ทำ� ให้ทอดพระเนตรเห็นด้วยความ
สลดพระทัยว่า เรือนคนไข้มีสถานที่คับแคบไม่พอที่จะรองรับคนไข้ได้อย่างเพียงพอ คนไข้ต้องไปน่ังนอนรอท่ีโคนต้นไม้
นอกจากนยี้ งั มอี ปุ กรณท์ างแพทยไ์ มพ่ อใชง้ าน พระองคเ์ จา้ รงั สติ ฯ ทรงชกั ชวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ มหดิ ลฯ ใหท้ รงชว่ ยเหลอื กจิ การ
ของศริ ริ าชพยาบาล จงึ ตกลงพระทยั ทจี่ ะทรงชว่ ยปรบั ปรงุ กจิ การแพทยข์ องไทยอยา่ งจรงิ จงั โดยตดั สนิ พระทยั เลกิ เปน็ ทหาร
เสดจ็ ไปทรงศกึ ษาด้านการแพทยแ์ ละสาธารณสุขทต่ี า่ งประเทศจนจบ
ในปี ๒๔๖๖ รัชกาลท่ี ๖ ทรงแตง่ ตง้ั สมเดจ็ เจ้าฟ้ามหิดลฯ เปน็ อธบิ ดีกรมมหาวทิ ยาลัย และในปี ๒๔๖๘ ให้ทรงเป็น
นายกกรรมการคณะแพทยศ์ าสตร์ ศริ ริ าชพยาบาล อกี ตำ� แหนง่ หนงึ่ ดว้ ย ในชว่ งทท่ี รงดำ� รงตำ� แหนง่ ทง้ั ๒ ไดท้ รงอทุ ศิ ทงั้ พระ
ราชทรัพย์ พระวรกาย พระสติก�ำลงั เพ่ือพฒั นาและปรับปรงุ ระบบการเรียนการสอนดา้ นวทิ ยาศาสตร์ การแพทย์ และการ
พยาบาล ของประเทศอยา่ งจรงิ จงั
เมอื่ เสดจ็ กลับกรุงเทพฯ หลงั จากทรงส�ำเรจ็ การศกึ ษาด้ายการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ จากต่างประเทศแลว้ ทรงรับ
เป็นพระอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาแพทย์อยู่ระยะหน่ึง แล้วจึงเสด็จไปทรงงานในฐานะแพทย์ประจ�ำ ท่ีโรงพยาบาลแมค
คอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่ ในปี ๒๔๗๒ ทรงออกตรวจท่ีแผนกผู้ป่วยนอก ทรงงานด้านห้องทดลองด้วยพระองค์เอง ก่อน
บรรทมก็จะเสด็จออกตรวจคนไข้ทุกเตียงเป็นประจ�ำ นอกจากทรงมีพระเมตตาผู้ป่วยแล้ว พระราชอัธยาศัยและการวาง
พระองคต์ อ่ บรรดาแพทยแ์ ละพยาบาล กเ็ ปน็ ไปอย่างละมุนละม่อมไมถ่ อื พระองค์
ทรงตระหนกั วา่ การสาธารณสขุ จะไดผ้ ลดี จะตอ้ งมีแพทยท์ ่มี ีคณุ ภาพสูงและมกี ารศกึ ษาทีเ่ หมาะสม จงึ ทรงเจรจา
กับมลู นิธิรอ็ กกเี้ ฟลเลอร์ แหง่ สหรัฐอเมรกิ า ขอรบั ทนุ ชว่ ยเหลอื ด้านการศกึ ษาวิชาแพทยใ์ นประเทศไทยได้สำ� เร็จ นอกจาก
นย้ี งั ไดพ้ ระราชทานทนุ จากพระราชทรพั ยส์ ว่ นพระองคใ์ หค้ นไทยไดไ้ ปศกึ ษาในตา่ งประเทศ ดา้ นการแพทย์ การสาธารณสขุ
และการพยาบาล
38 วารสารวทิ ยาศาสตร์ทหารบก

ร่วมมอื กับองคก์ ารระหว่างประเทศ: สยามกบั สันนบิ าตชาติ

นอกจากสยามจะสามารถป้องกันและควบคุมโรคติดต่อประจ�ำถ่ินได้ด้วยบุคลากร เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ที่มีอยู่
ภายในประเทศแลว้ ยงั ไดด้ ำ� เนนิ การเปน็ ระบบตามแผนงานทไี่ ดต้ ระเตรยี มไว้ อนั เปน็ ประจกั ษพ์ ยานยนื ยนั วา่ ประเทศสยาม
มีความก้าวหน้าการการแพทย์และสาธารณสุขเป็นท่ีน่าพอใจส�ำหรับรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (health
emergency) ท่ีเกดิ ขึ้นภายในประเทศ ตวั อยา่ งเชน่ การรับมือกบั การระบาดใหญข่ องไข้หวดั ใหญ่ท่ีมีผ้เู สยี ชีวติ มากผดิ ปกติ
ซึ่งเป็นการระบาดใหญ่ครง้ั แรกของเชอื้ ไวรสั ชนิดสายพนั ธ์ุ H1N1 ต้งั แตต่ น้ ปี ค.ศ. ๑๙๑๘ ถงึ ปลายปี ๑๙๒๐ (๒๔๖๑ - ๖๓)
จงึ เรยี กกนั วา่ โรคไขห้ วดั ใหญ-่ ๑๙๑๘ หรอื ทร่ี จู้ กั กนั ในชอื่ “ไขห้ วดั สเปน” (1918-Influenza or so-called Spanish Flu)
แต่แท้ทีจ่ ริงแลว้ ไมส่ ามารถระบุแหล่งกำ� เนดิ ทางภมู ิศาสตร์ของไขห้ วัดชนดิ นี้ ประมาณกันว่าทำ� ใหม้ ผี ู้ปว่ ยระหวา่ ง ๒๕๐ ถงึ
๕๐๐ ล้านคน และเสียชีวติ ระหว่าง ๕๐ ถงึ ๑๐๐ ลา้ นคนท่ัวโลก ไมเ่ วน้ แมก้ ระทัง่ คนในหมู่เกาะแปซิฟิก หา่ งไกลจนถึงทวปี
อารก์ ตกิ (ข้ัวโลกเหนอื ) ซงึ่ มากกวา่ จำ� นวนผู้เสียชวี ติ ในสงครามโลกครั้งท่ี ๑ และครัง้ ท่ี ๒ รวมกนั นบั เปน็ ภยั พิบตั ธิ รรมชาติ
ทม่ี ผี ูเ้ สยี ชวี ติ มากที่สดุ คร้ังหน่ึงในประวตั ิศาสตร์มนษุ ยชาติ
เมอื่ สงครามโลกครง้ั ท่ี ๑ ยตุ ลิ งในปี ค.ศ. ๑๙๑๘ (๒๔๕๙) ทฤษฎขี องนกั วจิ ยั หลายคนเชอ่ื วา่ กองทหารสหราชอาณา
จกั รฯ และโรงพยาบาลสนามในเมอื งเอตาปล์ (Étaples) ประเทศฝรั่งเศสเปน็ จุดก�ำเนดิ ของโรค เพราะคา่ ยและโรงพยาบาล
ที่แออัดเปน็ สถานทที่ ี่เหมาะส�ำหรับการแพร่กระจายของไวรสั ระบบทางเดินหายใจ จงึ ต้งั สมมติฐานว่าเชือ้ ไวรสั มีตน้ กำ� เนดิ
จากนกและสัตว์ปีกในเมืองน้ัน เกิดการกลายพันธุ์และแพร่ไปยังสุกรท่ีเล้ียงไว้ในพื้นที่ใกล้กัน ซ่ึงสมมุตฐานนี้อาจเป็นไปได้
หรอื ไมก่ ็ได้ เพราะมนี กั วิจยั กลมุ่ อื่นท่มี ีความเหน็ ว่าจดุ ก�ำเนิดของโรคอยูใ่ นประเทศอนื่
สนั นบิ าตชาติ (The League of Nations, LON) จดั ตงั้ ขน้ึ ในปี ๒๔๖๓ หลงั สงครามโลกครง้ั ท่ี ๑ ยตุ ลิ ง เปน็ องคก์ าร
ระหวา่ งประเทศองคก์ ารแรกทมี่ ภี ารกจิ หลกั ในการปกปอ้ งสนั ตภิ าพของโลก และมภี ารกจิ รองในการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ดา้ น
มนุษยธรรม เม่ือตั้งแล้วก็ด�ำเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในยุคนั้น กิจกรรมท่ีท�ำแล้วประสพความส�ำเร็จดีย่ิงกลับไม่ใช่การ
ป้องกันและแกไ้ ขการขดั แย้งกันดว้ ยก�ำลัง (armed conflict) (การส้รู บ) แตเ่ ป็นการปอ้ งกนั และตอ่ สกู้ ับโรคร้าย ในการนี้
สันนบิ าตชาตไิ ดร้ เิ รมิ่ จัดทำ� มาตรการคน้ หา แบ่งปันข่าวสาร วนิ ิจฉัยทางห้องปฏบิ ัติการ และปอ้ งกนั โรคตดิ ต่อ เชน่ ไขห้ วดั
ใหญ่ อหวิ าตกโรค กาฬโรค และไขร้ ากสาด เปน็ ตน้ และเรม่ิ นำ� ไปใชก้ บั โปแลนดห์ ลงั ทำ� สงครามตอ่ ตา้ นการรกุ รานของรสั เซยี
ความบอบช�้ำของประเทศจากการสู้รบเป็นผลให้เกิดโรคระบาดหลายชนิดข้ึนในประเทศ และไข้หวัดใหญ่-๑๙๑๘ ที่จ่อจะ
อุบัตไิ ด้ทกุ เวลา เปน็ ภัยคุกคามต่อพลเมืองนบั แสน

สยามให้เงนิ อดุ หนนุ สันนบิ าตชาติจำ� นวน ๑.๐๐๐ ปอนด์เสตอรล์ ิง เม่ือวันที่ ๖ กันยายน ๒๔๖๓ 39

กรกฎาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

สยาม เป็นประเทศสมาชิกท่ีมีเอกราช ฝรงั่ จดั ให้เปน็ ประเทศช้ันสอง เพราะมีความเจรญิ ดอ้ ยกว่าประเทศตะวนั ตก
กลับก้าวออกมาหยิบยื่นน้�ำใจ ให้เงินอุดหนุนกองทุนสันนิบาตชาติจัดชุดแพทย์ไปช่วยชีวิตคนยุโรปเป็นประเทศแรก ๆ
ปรากฏการณค์ รง้ั นจี้ งึ อยเู่ หนอื ความคาดหมายและสวนกระแสทตี่ ามธรรมดาชาตติ ะวนั ตกจะเปน็ ผนู้ ำ� ในการสนบั สนนุ ภารกจิ
เพ่อื ช่วยชวี ิตฝรัง่ ดว้ ยกัน เมอ่ื การชว่ ยเหลือโปแลนดป์ ระสพความสำ� เรจ็ สนั นบิ าตชาตจิ ึงกำ� หนดใหใ้ ชค้ งความช่วยเหลือใน
ลักษณะน้ีต่อไปส�ำหรับประเทศในยุโรป สยามก้าวออกมาอีกคร้ัง เรียกร้องสันนิบาตชาติให้จัดความช่วยเหลือในลักษณะ
เดียวแก่เอเชีย โดยให้มีหน่วยงานโดยเฉพาะท�ำหน้าที่ขับเคลื่อนการพัฒนาความร่วมมือส�ำหรับภูมิภาคเอเชียอาคเนย ์
เพราะบอ่ ยครงั้ มโี รครา้ ยระบาดขา้ มพรมแดนประเทศ ซง่ึ เปน็ ความทา้ ทายทางการแพทย์ เพราะกอ่ นหนา้ น้ี รฐั บาลทปี่ ระเทศ
เจา้ อาณานคิ ม (หมายถงึ ฝรงั่ เศสและสหราชอาณาจกั รฯ) จดั ตง้ั ขนึ้ มาบรหิ ารแตล่ ะอาณานคิ มของตน (เวยี ดนาม ลาว กมั พชู า
มลายู สิงคโปร์ และพม่า) ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับสยามท่ีเป็นประเทศเอกราชและเป็นสมาชิกของสันนิบาตชาติ
สยามใหเ้ หตผุ ลเพม่ิ เตมิ วา่ ความชว่ ยเหลอื ดา้ นมนษุ ยธรรมจะสำ� เรจ็ ไดต้ อ่ เมอ่ื มชี อ่ งทางแจง้ ขา่ วสารขอ้ มลู เกย่ี วกบั การระบาด
ของโรคติดต่อง่าย (contagious disease) รวมทั้งจะต้องมีความร่วมมือกันตอบสนอง (response) สถานการณ์ อาทิ
การกกั โรค (quarantine)

นกแร้งวดั สระเกศชว่ งอหิวาตกโรคระบาดหนักในปี ๒๔๓๔

เม่ือ “โรคหา่ ” หรอื อหิวาตกโรค ระบาดในสยาม
รชั กาลท่ี ๔ ทรงประกาศใหว้ ดั สระเกศ วดั บางลำ� พู (วดั สงั เวช
วศิ ยาราม) และวดั ตนี เลน (วดั บพติ รพมิ ขุ ) เปน็ สถานทสี่ ำ� หรบั เผาศพ
ท�ำใหม้ ศี พถูกน�ำมากองรวมกนั รอเผาอย่ทู ว่ี ัดดังกล่าว โดยเฉพาะวัด
สระเกศมมี ากทส่ี ดุ ดงึ ดดู ใหฝ้ งู นกแรง้ มากนิ ซากศพตามลานวดั และ
เกาะรอกินอยู่บนต้นไม้ ก�ำแพงวดั และหลังคากุฏิจำ� นวนมาก แมจ้ ะ
มเี จา้ หนา้ ทถี่ อื ไมค้ อยไล่ กไ็ มอ่ าจสกดั กนั้ ฝงู แรง้ ทแ่ี ยง่ กนั เขา้ มารมุ ทงึ้
ซากศพอย่างหวิ กระหาย กอ่ ใหเ้ กิดวลี “แร้งวดั สระเกศ” ส�ำหรับใช้
ตอ่ วา่ ผทู้ ี่มพี ฤติกรรมตะกรมุ ตะกราม (มูมมามแยง่ กันกนิ )
40 วารสารวทิ ยาศาสตร์ทหารบก

เกิดอหวิ าตกโรคระบาดรุนแรงในสยามบ่อยครง้ั ต้งั แต่คริสตศ์ ตวรรษที่เรมิ่ ปี ๑๘๒๐ (๒๓๖๓) เรม่ิ มกี ารจดบนั ทึก
สถติ แิ บบสมยั ใหม่ ท�ำใหท้ ราบว่าบางครงั้ ผเู้ สียชวี ติ มีจ�ำนวนสูงถึง ๓๐,๐๐๐ คน ในปี ๒๔๖๒ หนึ่งปกี ่อนมกี ารนำ� มาตรการ
ของสันนิบาตชาตมิ าใช้ มีผ้เู สียชวี ิตประมาณ ๑๓,๐๐๐ คน เม่ือเรมิ่ ใชม้ าตรการดงั กล่าวในปถี ัดไปจำ� นวนผ้เู สยี ชวี ิตเร่ิมลด
ลง ในปี ๒๔๖๘ มีผ้เู สยี ชวี ิต ๘,๐๐๐ คน และในปี ๒๔๗๒ กรงุ เทพฯ มีผูเ้ สียชวี ติ เพียง ๑,๖๐๐ คน ความสำ� เร็จน้เี ปน็ ผลจาก
การใช้มาตรการสาธารณสุขและสุขาภิบาลอย่างเข้มงวด มีการบังคับให้ฉีดวัคซีน (ผู้หลีกเล่ียงจะถูกปรับ) ร่วมกับการแบ่ง
ปนั ขา่ วสารในภมู ภิ าค ประสานการใชท้ รพั ยากรและการตอบสนอง รวมทงั้ การใชม้ าตรการกกั โรคทเ่ี ขม้ งวด จนทำ� ใหส้ ามารถ
ปอ้ งกนั ไมใ่ หม้ กี ารระบาดขา้ มมาจากประเทศเพอ่ื นบา้ น และจากเรอื สนิ คา้ และเรอื โดยสารทเี่ ขา้ มาเทยี บทา่ ในราชอาณาจกั ร
หน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดท�ำงานกันอย่างหนัก รณรงค์การตระหนักรู้ในโรงเรียน ให้ค�ำแนะน�ำ แจกใบปลิว ติดแผ่น
โปสเตอร์ในท่สี าธารณะ ฉายภาพยนตรใ์ หค้ วามรู้ ปรบั ปรงุ บอ่ น�ำ้ ให้ถกู สุขลกั ษณะ รณรงค์ให้สร้างสว้ มและปรับปรุงสว้ มให้
ถกู สุขลักษณะ จนฝรง่ั ชมเชยว่าการบรกิ ารสาธารณสขุ ในบางพ้นื ท่ใี นต่างจังหวดั ของสยามเหนอื กว่าในชนบททีห่ ่างไกลของ
องั กฤษและอเมรกิ า

ภาพซ้าย พระองค์เจ้าจรญู ศกั ดิ์ (ประทบั กลาง) ภาพขวา แถวหน้า ม.จ.สกลวรรณากร วรวรรณ (๓ จากซา้ ย)
และข้าราชการในคณะผแู้ ทนไทยประจ�ำสันนบิ าตชาติ นครเจนวี า กรมขุนชยั นาทฯ (กลาง) กรมขนุ สงขลาฯ (๒ จากขวา)

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักด์ิกฤดากร อัครราชทูตพิเศษผู้แทนรัฐบาลสยามประจ�ำสันนิบาตชาติ
ณ นครเจนวี า ทรงเรยี กร้องร่วมกับญี่ปนุ่ ใหอ้ งค์การฯ ขยายการทำ� งานด้านสขุ ภาพ นอกเหนอื จากประการอืน่ แล้ว ใหจ้ ดั
ตง้ั “หนว่ ยงานการขา่ วดา้ นระบาดวทิ ยา” ขนึ้ ในเอเชยี ในทส่ี ดุ ความพยายามชกั จงู นก้ี ไ็ ดร้ บั ความสำ� เรจ็ ในวนั ที่ ๑๑ มนี าคม
๒๔๖๖ ฝา่ ยสาธารณสุขของสนั นบิ าตชิ าติไดเ้ ปิดทำ� การสำ� นักงานภมู ภิ าคเอเชียบุรพทิศ (The League Health Section’s
Far Eastern Bureau) ข้ึนท่ีสงิ คโปร์ โดยมภี ารกจิ ให้ความช่วยเหลือแกป่ ระเทศสมาชกิ ในเอเชยี เหมอื นกบั ที่ทำ� อยูแ่ ล้วใน
ยุโรป โดยให้มีอำ� นาจ (อาณัติ หรือ mandate) “รวบรวมและส่งต่อข่าวเกี่ยวกับโรคติดต่อท่ีระบาดในบุรพทิศ, รวบรวม
ขอ้ มลู ทางสถติ ิ กฎระเบยี บและมาตรการทางการปกครองทเ่ี กยี่ วขอ้ งของประเทศในเอเชยี บรุ พทศิ , จดั ทำ� สอื่ เผยแพรข่ า่ วสาร
ข้อมูลที่รวบรวมได้เพ่ือให้ประเทศในเอเชียบุรพทิศและสันนิบาตชาติทราบ, และช่วยแก้ไขปัญหาท่ีรัฐบาลในภูมิภาคน้ัน
รอ้ งขอความช่วยเหลอื มา”
หมอ่ มเจา้ สกลวรรณากร วรวรรณ (อธบิ ดกี รมพยาบาล จนหนว่ ยเปลย่ี นชอื่ และสงั กดั เปน็ กรมสาธารณสขุ ระหวา่ ง
ปี ๒๔๕๗ - ๗๕) ทรงรบั หน้าที่ผแู้ ทนสยามประจำ� สำ� นักงานภมู ภิ าคบรุ พทิศตอ่ เม่อื พระองค์เจา้ จรญู ศกั ด์ิสิน้ พระชนมล์ งใน
ปี ๒๔๗๑ ได้ทรงสานตอ่ การมีสว่ นร่วมของสยามและผลกั ดันให้เป็นชาตผิ ูน้ ำ� ทางดา้ นนี้ เชน่ เดยี วกนั กบั บรรดาประเทศใน
ภมู ภิ าค ทง้ั ทไ่ี มไ่ ดเ้ ปน็ และเปน็ สมาชกิ สนั นบิ าตชาติ สยามรายงานขา่ วเรอื ขนสง่ สนิ คา้ และเรอื โดยสารเขา้ เทยี บและออกจาก

กรกฎาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ 41

ท่าใหส้ ำ� นกั งานภูมภิ าคบุรพทิศทราบ ซึ่งรวมท้ังส้นิ มีทา่ เรอื ในภูมภิ าคเขา้ ร่วมถงึ ๑๘๐ ทา่ เพราะบทเรียนจากการระบาด
ของโรคไขห้ วดั ใหญ่-๑๙๑๘ พบวา่ ผู้โดยสารและลกู เรือ ท้งั ท่ขี ้นึ ลงตามกฎระเบียบและหนขี ้นึ ฝัง่ เปน็ สาเหตุสำ� คัญของการ
ทำ� ใหโ้ รคระบาด การแจง้ ขา่ วความเคลอื่ นไหวของเรอื เดนิ สมทุ รทำ� ใหป้ ระเทศทเ่ี รอื จะเขา้ เทยี บทา่ สามารถเตรยี มรบั มอื และ
ทำ� การคดั กรองโรคไดท้ นั ทกุ สปั ดาหม์ กี ารรายงานสรปุ เกยี่ วกบั สถานการณโ์ รคตดิ ตอ่ และจะมคี ำ� เตอื นรวมอยดู่ ว้ ยถา้ มกี าร
ตรวจพบผปู้ ่วยตดิ โรค การรายงานและประสานงานผ่านสิงคโปรน์ ้ี ท�ำให้ประเทศตา่ ง ๆ ท่ีรบั ข่าวเตรียมใช้มาตรการกักโรค
ไดอ้ ยา่ ทนั ทว่ งทแี ละมีประสิทธผิ ล เพ่อื จำ� กดั การระบาดและลดผลกระทบของโรค
สยามจดั สรา้ งสถานทก่ี กั โรคเพมิ่ ขน้ึ จากเดมิ ทมี่ อี ยแู่ ลว้ อกี จำ� นวนหนง่ึ บรเิ วณพน้ื ทช่ี านกรงุ เพอื่ ไมใ่ หเ้ กดิ การระบาด
ซ้�ำรอยจากเหตุการณ์ที่มีลูกเรือต่างชาติหนีขึ้นฝั่งแล้วป่วยมีอาการของโรคอหิวาตกเม่ือปี ๒๔๖๘ ในครั้งนั้นหน่วยงาน
สาธารณสุขได้กกั ตวั ผ้โู ดยสาร ๔๖๖ คนเป็นเวลา ๕ วนั เพ่ือคดั กรองโรค และสามารถตรวจพบผู้ต้องสงสยั ๑๔ ราย ซ่ึงถูก
ส่งตัวทันทีไปโรงพยาบาลโรคติดต่อสร้างใหม่ท่ีจังหวัดสมุทรปราการ สามารถสกัดกั้นไม่ให้อหิวาตกโรคแพร่ระบาดออกไป
ได้ เหตุการณ์ครั้งนัน้ เป็นท่ีประจักษ์วา่ สยามมขี ีดความสามารถในการแจง้ ขา่ วสาร ควบคมุ โรค และรักษาโรค ไดเ้ ปน็ อยา่ ง
ดี จึงไม่ท�ำให้มีผเู้ สยี ชีวติ นบั พนั คน อย่างแต่กอ่ น มาตรการป้องกนั และควบคมุ โรคติดต่อทีเ่ ขม้ งวดและมปี ระสิทธผิ ลนย้ี งั คง
บังคบั ใช้ต่อไปจนถงึ ปัจจบุ ัน ดงั เช่น ในปี ๒๔๘๒ เม่ือผโู้ ดยสารทุกคนทโ่ี ดยสารมากับเรือเดินสมุทรชื่อ “ซีแลนเดยี ” รวมถึง
รชั กาลที่ ๘ พรอ้ มขา้ ราชบรพิ ารทต่ี ามเสดจ็ ทกุ คน ถกู กกั โรคโดยไมม่ กี ารยกเวน้ เพราะมผี โู้ ดยสารบนเรอื ๑ คนปว่ ยดว้ ยโรค
ไขท้ รพิษ ภายหลงั เมอ่ื มีการเดินทางทางอากาศ อตุ สาหกรรมการบินก็รบั มาตรการปอ้ งกนั และควบคุมโรคมาใช้ดว้ ย มีการ
ฉดี พ่นนำ�้ ยาฆา่ เชอ้ื โรคและพ่นละอองลอย (aerosol) ยากำ� จดั แมลงพาหะนำ� โรคในเคร่อื งบนิ และมกี ารตรวจเอกสารการ
ปลูกภมู ิคมุ้ กันโรคของผ้โู ดยสารท่ีเดนิ ทางมาประเทศไทย

สมุดบนั ทึกการปลูกภมู ิคมุ้ กนั โรคของผเู้ ขียนเมือ่ คร้งั ยังเรยี นหนังสอื อยู่ ใชร้ ว่ มกับหนังสอื เดนิ ทาง
ผู้เดินทางต้องแสดงตอ่ เจ้าหน้าทีด่ ่านตรวจโรค ณ จุดเข้าเมือง (point of entry) ทางบก ทางนำ้� และทางอากาศ
ภาพซ้ายคอื บันทึกการปลกู ฝปี ้องกันโรคไข้ทรพิษ กลางคือปกหนา้ ขวาคือบันทึกการฉีดวคั ซีนปอ้ งกันอหวิ าตกโรค

ในห้วงเวลา ๒๐ ปีท่ีสันนิบาตชาติใช้มาตรการแจ้งข่าวการตรวจพบโรคระบาดในเอเชียบุรพทิศ ท�ำให้สามารถ
ป้องกันไม่ให้มีคนเสียชีวิตได้นับหมื่นนับแสนคน ดังที่พรรณนามาแล้ว โรคโควิด-๑๙ ระบาดก็เหมือนผู้มาเยือนรายใหม่
ไทยเป็นเจ้าบ้านที่ได้เตรียมความพร้อมมานานแล้ว ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ไม่เสียขวัญมากนัก มีความกล้าที่จะรับมือ
กับผมู้ าเยอื นทไ่ี ม่ไดร้ ับเชญิ มคี นสว่ นนอ้ ยเท่านัน้ ทมี่ มี จิ ฉาทฐิ ิด้ือรนั้ อวดดีเหมือนฝร่ังผเู้ จรญิ ทางวตั ถุ ทีร่ ว่ งกันระนาวราวกับ
ใบไม้ในฤดใู บไม้รว่ ง

โปรดติดตามตอนจบในฉบับหน้า ดำ� เนนิ เร่ืองต่อจนถงึ ยคุ สมยั ใหม่ศตวรรษท่ี ๒๑
42 วารสารวทิ ยาศาสตรท์ หารบก

อ้างองิ

https://www.youtube.com/watch?v=NDjNoQM9nGo&feature=youtu.be, NationTV22: “ไทยขึน้ ท่ี 1 ของโลก!
ความมั่นคงทางสาธารณสุข”. เข้าถงึ ๑ ต.ค. ๖๓

https://www.hfocus.org/content/2019/12/18186, Hfocus: “กำ� เนิดโรงพยาบาลในรัชกาลท่ี ๕”. เข้าถึง ๑ ต.ค. ๖๓
https://www.silpa-mag.com/history/article_50037, นติ ยสารศลิ ปวฒั นธรรม: “รากฐานการแพทย์ - สาธารณสขุ ไทย

จากยุคกรมหมอหลวง สู่โรงพยาบาลทีร่ าษฎรเขา้ ถงึ ”. เขา้ ถึง ๑ ต.ค. ๖๓
https://www.si.mahidol.ac.th/Th/history.asp, คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ริ าชพยาบาล มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล: “รจู้ กั องคก์ ร”.

เขา้ ถงึ ๑ ต.ค. ๖๓
https://www.hfocus.org/content/2018/03/15494, Hfocus: “๑๐๐ ปีการสาธารณสุขไทย”. เข้าถงึ ๑ ต.ค. ๖๓
http://www.kpi.ac.th, สถาบนั พระปกเกล้า: “สุขาภิบาล”. เขา้ ถงึ ๑ ต.ค. ๖๓
https://www.moph.go.th/index.php/about/prosperous, กระทรวงสาธารณสุข: “ยุคบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง”.

เขา้ ถงึ ๑ ต.ค. ๖๓
http://www.princemahidolaward.org/, มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์: “องค์บิดาแห่ง

การแพทยแ์ ผนปัจจบุ นั และการสาธารณสุขของไทย”. เข้าถงึ ๑ ต.ค. ๖๓
https://www.scribd.com/doc/ประวัติ ม.จ.สกลวรรณากร วรวรรณ, scribd.com: “ประวัติ ม.จ.สกลวรรณากร

วรวรรณ”. เขา้ ถงึ ๑ ต.ค. ๖๓
https://www.hfocus.org/content/2014/08/7944, Hfocus: “โรคระบาดร้ายแรงในอดีต ตอนที่ ๒ อหิวาตกโรค”.

เขา้ ถึง ๑ ต.ค. ๖๓
https://www.historyda.org/post/, Historical Detective Agency: “International Cooperation on Pandemics;

The League of Nations and Siam”. เข้าถึง ๑ ต.ค. ๖๓
https://www.bangkokpost.com/life/social-and-lifestyle/1934976/, The Bangkok Post: “Stopping the

spread”, published 15 June 2020. เข้าถงึ ๑ ต.ค. ๖๓
หนังสอื เทศาภบิ าล กระทรวงมหาดไทย, เลม่ ๒ แผน่ ท่ี ๘ วนั ที่ ๑ พฤศจกิ ายน ร.ศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙) เรอ่ื ง “การตั้งดา่ น

ตรวจเวลาเกดิ โรคท่ตี ิดกันได”้

กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ 43

สิทธชิ ยั ศิลปพงศว์ รากร
ในปี ๑๙๑๕ หลังการโจมตีด้วยแก๊สคลอรีนของทหารเยอรมัน ส่งผลให้ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรบาดเจ็บเป็น
จ�ำนวนมาก อังกฤษจึงได้คิดวิธีรับมือข้ึนมา โดยการใช้ผ้าบางสีด�ำมาม้วน “ฝ้าย” ไว้ตรงกลาง (Black veil repirator)
ซงึ่ กอ้ นฝา้ ยดงั กล่าวจะถูกชุบในสารละลายท่มี ี โซเดยี มไฮโปซลั เฟต โซเดียมคาร์บอเนต และกลเี ซอรนี ซง่ึ สามารถดึงข้นึ มา
ป้องกันดวงตาได้ด้วย แต่มีข้อจ�ำกัดคือสามารถใช้ป้องกันแก๊สคลอรีนได้ราว ๕ นาทีเท่าน้ัน จึงเหมาะกับการใช้ป้องกันตัว
เมื่อถูกโจมตีโดยไม่ทันต้ังตัวเท่านั้น จากข้อจ�ำกัดที่ค่อนข้างมากจึงท�ำให้มีการคิดค้นวิธีท่ีมีประสิทธิภาพมากข้ึน โดยฝ่าย
สัมพันธมิตรได้สังเกตเห็นว่าทหารเยอรมันจะมีการน�ำถุงบางอย่างมาคลุมศีรษะเม่ือมีการโจมตีด้วยแก๊สคลอรีนทุกครั้ง
จึงได้ทดลองท�ำตาม โดยได้เป็นผ้าคลุมศีรษะท่ีท�ำจากผ้าใบที่ชโลมสารดูดซับคลอรีน (โซเดียมไฮโปซัลเฟต) มีเลนตา
แผน่ เดยี วทำ� จากไมกา (Hypo helmet) เมอื่ จะใชง้ านใหค้ ลมุ ศรี ษะและเกบ็ สว่ นปลายเขา้ ไปในคอเสอ้ื เพอ่ื ปอ้ งกนั แกส๊ เขา้ ไป
ซึ่งข้อเสียคือเมื่อใช้งานจะเกิดฝ้าจากการหายใจข้ึนที่แผ่นไมกา และมักจะเกิดรอยร้าวได้ง่ายซ่ึงท�ำให้การใช้งานน้ันยาก
และเมื่อเกดิ รอยร้าวแลว้ ก็จะใช้งานไม่ไดท้ นั ที และตอ่ ให้ไมเ่ กดิ รอยรา้ วก็สามารถใชง้ านได้เพยี ง ๓ ชม. เท่าน้นั จึงเป็นเหตุ
ให้มกี ารพฒั นาเป็นหมวกชดุ P (Phenate) ประกอบดว้ ยรุ่น P, PH และ PHG ซ่ึงก็จะมคี วามสามารถในการปอ้ งกันคลอรีน
และฟอสจนี (สารส�ำลกั ) ไดด้ กี วา่ Hypo helmet แตอ่ ยา่ งไรก็ตามเม่ือเร่มิ มกี ารผลติ สารพพุ องมาใชร้ ่วมกบั คลอรีน ท�ำให้
หมวกรุน่ ก่อน ๆ เริม่ ใช้ไม่ไดผ้ ล จนในทีส่ ดุ ทางองั กฤษกม็ กี ารพัฒนาเป็นหนา้ กากป้องกนั ขึ้นมา (Small box respirator)
โดยอาจถอื ไดว้ า่ เปน็ หนา้ กากปอ้ งกนั รนุ่ แรกเลยกว็ า่ ได้ โดยสว่ นของหมวกคลมุ ศรี ษะนนั้ จะทำ� การเคลอื บยาง และตอ่ ทอ่ ยาง
ลงไปยังกระป๋องดีบุกซ่ึงใส่สารดูดซับสารเคมีไว้ ซึ่งท�ำให้การโจมตีด้วยไอและแอโรซอลนั้นแทบจะไร้ผลโดยสิ้นเชิง
และช่วงสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ ๑ ก็ได้มีการผลิตหน้ากากป้องกันจ�ำนวนมากข้ึนมาใช้ โดยทางฝั่งเยอรมัน
เปน็ รุ่น GM 15 ซึ่งมีกรองอากาศเป็นกระปอ๋ ง และทางฝรงั่ เศสเป็นรุน่ M2 ซ่ึงมปี ระสิทธภิ าพตำ�่ กว่า GM 15 เล็กน้อย
ภายหลังจากสงครามโลกครั้งท่ี ๑ หน้ากากป้องกันก็มีการพัฒนาและออกแบบใหม่มาตลอด ซ่ึงก็จะเป็น
หน้ากากยางและมีกรองอากาศเป็นกระป๋องต่อเข้ากับหน้ากาก เช่น รุ่น M9 จนกระท่ังถึงสงครามเวียดนาม สหรัฐ ฯ
ได้ใช้หน้ากากอนุกรม M17 มาแทน โดยรุ่นนี้จะใส่แผ่นกรองรูปสามเหลี่ยมไว้ในบริเวณข้างแก้มท้ังสองข้างของ
ตวั หนา้ กาก ซง่ึ มขี อ้ ไดเ้ ปรยี บคอื นำ�้ หนกั ของหนา้ กากจะสมดลุ ไมเ่ อยี งไปดา้ นใดดา้ นหนง่ึ และไมม่ ผี ลกระทบเวลาประทบั ปนื
รวมถึงในรุ่น M17A1 และ M17A2 ได้มีการเพ่ิมท่อด่ืมน้�ำเพ่ือให้สามารถดื่มน�้ำได้โดยไม่ต้องถอดหน้ากาก ซ่ึงกลาย
เป็นมาตรฐานของหน้ากากรุ่นต่อ ๆ มา แต่หลังจากนั้นหน้ากากป้องกันก็กลับไปใช้รูปแบบที่มีกรองอากาศเป็นกระป๋อง
แตเ่ กลยี วของหนา้ กากและกรองอากาศเปน็ ขนาดเดยี วกนั ตามมาตรฐานนาโต้ ทำ� ใหก้ ารเปลย่ี นกรองทำ� ไดง้ า่ ย และสามารถ
น�ำกรองไปใส่กับหนา้ กากรุน่ อืน่ ๆ ที่ใช้เกลยี วเดียวกนั ได้
จนถึงปัจจุบันหน้ากากมีการผลิตออกมาหลายรุ่น แต่องค์ประกอบหลัก ๆ มักใช้วัสดุไม่ต่างกัน จะต่างกันเพียง
การออกแบบ และอุปกรณ์เสริมตา่ ง ๆ เชน่ ทใ่ี ส่เลนส์สายตา ชุดตดิ ต่อสอ่ื สาร เครือ่ งช่วยหายใจเป็นต้น

กรกฎาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ 31

พฒั นาการหน้ากากป้องกันเคมี-ชีวะ จา

เริม่ ผลิตในเดือน ส.ค. 1916 โดยพัฒนาต่อจาก PHG helmet และอาจจะเรียกได้วา่
เปน็ หนา้ กากปอ้ งกนั เคมรี นุ่ แรกของโลกกว็ า่ ได้ (จากประสทิ ธภิ าพการใชง้ าน) สามารถ
ปอ้ งกนั ไอของสารเคมไี ดห้ ลากหลายมากขนึ้ และกลายเปน็ ตน้ แบบใหห้ นา้ กากปอ้ งกนั
ในยคุ หลงั เรือ่ ยมา

จากการพัฒนาอย่างต่อเน่ืองทำ�ให้ช่วงท้าย M2 Small box respirator
ของสงครามโลกครั้งท่ี 1 (1916 เป็นต้นไป) (August 1916)
มกี ารผลติ หนา้ กากปอ้ งกนั ออกมาเปน็ จำ�นวน
มาก โดยอเมริกาและฝรั่งเศสใช้รุ่น M2 ใน อปุ กรณเ์ สริมอ่ืน ๆ
ขณะที่ฝ่ายเยอรมันใช้รุ่น GM15 ท้ังนี้ทหาร
อเมริกันจะพกหน้ากากทั้งแบบ small box 1916
respirator และ M2 ไวด้ ว้ ยกัน และจะสวม ถงึ
small box respirator ก่อนเสมอ จะเปล่ียน 1918
เป็น M2 เมอ่ื ต้องอย่ทู า่ มกลางไอพิษเป็นเวลา
นานเท่านัน้ สว่ น GM15 ของเยอรมนั นั้นเรมิ่
ใชก้ รองอากาศทบี่ รรจถุ า่ นกมั มนั ตแ์ ลว้ ทำ�ให้
มปี ระสิทธิภาพสงู กว่า M2 เล็กนอ้ ย

GM 15

ภายหลงั สงครามโลกครงั้ ท่ี 1 หนา้ กากป้องกันก็ยังคง M 9 (1947) M17 Series
มีการพฒั นามาเร่อื ยๆ จนปี 1947 จึงได้มหี นา้ กากรนุ่ (1959)
มาตรฐานที่เกดิ จากการพัฒนารว่ มกัน 6 ประเทศ คอื
รุน่ M9

หนา้ กากอนุกรม M17 ถูกพฒั นามาใชใ้ นสงครามเวียดนามแทน M9 โดยมีข้อไดเ้ ปรียบเรอื่ ง
ความสมดลุ ของน้ำ�หนกั หน้ากาก ประทับปนื ยิงง่าย มเี ครอ่ื งช่วยส่งเสยี ง และ M17A1 ยัง
เปน็ หนา้ กากรุ่นแรกท่ีเรมิ่ มีท่อดูดนำ้ �ผา่ นหน้ากากไดโ้ ดยไม่ต้องถอดหนา้ กาก
32 วารสารวทิ ยาศาสตร์ทหารบก

จากวะ อดตี สู่ ปัจจุบนั
เร่ิมผลติ ในเดอื น ก.ค. 1915 โดยพฒั นาต่อจาก hypo helmet เปล่ียนเลนแว่นตาเปน็
2 เลน และมีลน้ิ ทางออกเพอ่ื กันอากาศเปือ้ นพิษภายนอกไหลเข้ามา ในร่นุ PH และ PHG
จะเป็นการพัฒนาวสั ดทุ ่ีท�ำตวั หนา้ กากให้ทนตอ่ ฟอสจีน และไฮโดรเจนไซยาไนด์ได้ดขี ้ึน

(July 19P,15PH–,JPanHuGarhyel1m9e1t6) เร่ิมผลิตในเดือน มิ.ย. 1915 โดยพัฒนาต่อจาก black veil
โดยตัวหน้ากากผลิตจากผ้าใบท่ีเคลือบสารดูดซับคลอรีน มีช่องมอง
ท่ีท�ำจากไมกาเป็นรูปสี่เหล่ียม และ มีท่อต่อเข้ากระเป๋าที่บรรจุ
สารละลายโซเดยี มไฮโปซัลเฟต เพือ่ ปอ้ งกันแก๊สคลอรนี

หน้ากากรุ่นใหม่ Hy(Jpuonehe1l9m1e5t)
ลา่ สดุ ทสี่ ามารถ
ติ ด ต้ั ง ช้ิ น ส่ ว น
เสรมิ ไดม้ ากมาย
ทั้งครอบแว่นตา
อุปกรณ์ติดเลน
สายตา
เร่ิมใช้ในเดือน พ.ค. 1915 โดยทหาร
เครือ่ งมือสื่อสาร เครอื่ ง อังกฤษ ภายหลังจากท่ีทหารเยอรมันใช้
ช่วยหายใจ และยังมี แก๊สคลอรีนโจมตี โดยเป็นการใช้ฝ้ายดิบ
FM 54 กรองอากาศแบบกลัก มาม้วนใส่ในผ้าสดี ำ� และทำ� การชโลมด้วย
(2020) เลก็ ทใ่ี สพ่ รอ้ มกนั 2 ขา้ ง สารละลายท่ีมี โซเดียมไฮโปซัลเฟต เพ่ือ
แก้มแทนกรองขนาด ป้องกันแก๊สคลอรนี
ใหญอ่ ันเดยี วได้
33
หน้ากากอนุกรม
M40 ถูกออกแบบ (MBalyac1k91v5e)il
มาแก้ปัญหาการ
เ ป ล่ี ย น ก ร อ ง
อากาศที่ยากของ
M 40 M 1 7 แ ล ะ ยั ง
(1986) เ ป ล่ี ย น ช นิ ด ย า ง

เพื่อให้ยดื หยุ่นข้ึน

เพื่อให้สวมไดเ้ ป็นเวลานานโดย
ไม่เกิดการรั่วซึม และกรอง
อากาศยังสามารถใส่ได้ทั้งซ้าย
และขวาของหน้ากาก World War I
(1914)

กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓

กรมวทิ ยาศาสตร์ทหารบกได้จดั สมั มนาเชงิ ปฏบิ ตั ิการ

เรอ่ื ง “การจัดทำ� รา่ งแผนการปฏบิ ัตกิ ารของคณะกรรมการด�ำเนนิ การตามเอกสาร
แนวความคดิ ว่าด้วยการ จดั ต้ังเครอื ข่ายผ้เู ชีย่ วชาญของอาเซียนด้านเคมี
ชวี ภาพ และรังสี ระยะ ๓ ปี (ปี ๒๕๖๔ - ๒๕๖๖)”

แผนกยทุ ธการและการข่าว

ตามทรี่ ัฐมนตรวี า่ การกระทรวงกลาโหมได้กรุณาลงนามในค�ำส่งั กระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๑๓๒/๖๓ ลง ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๓
เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการด�ำเนินการในกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Minister’s Meeting: ADMM)
โดยแต่งตั้งคณะกรรมการด�ำเนินการตามเอกสารแนวความคิดว่าด้วยการจัดต้ังเครือข่ายผู้เช่ียวชาญของอาเซียนด้านเคมี ชีวภาพ และรังสี
ซึง่ มเี จา้ กรมวทิ ยาศาสตร์ทหารบกเป็นประธานกรรมการ
ดังน้นั เพ่อื ใหก้ ารด�ำเนนิ งานความรว่ มมอื ในกรอบการประชมุ รฐั มนตรีกลาโหมอาเซยี น (ASEAN Defence Minister’s Meeting:
ADMM) มีกลไลท่ีเป็นระบบ สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติของกระทรวงกลาโหมในการขับเคล่ือนประชาคมอาเซียน เจ้ากรมวิทยาศาสตร์
ทหารบกในฐานะประธานกรรมการฯ จงึ กำ� หนดใหม้ กี ารจดั สมั มนาเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร เรอ่ื ง “การจดั ทำ� รา่ งแผนการปฏบิ ตั กิ ารของคณะกรรมการ
ด�ำเนินการตามเอกสารแนวความคิดว่าด้วยการ จัดตั้งเครือข่ายผู้เช่ียวชาญของอาเซียนด้านเคมี ชีวภาพ และรังสี ระยะ ๓ ปี
(ปี ๒๕๖๔ - ๒๕๖๖)” เม่ือห้วงวันท่ี ๒๖ - ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือวางแผนและจัดท�ำร่างแผนปฏิบัติการด้านเคมี
ชีวภาพ และรงั สี ระยะ ๓ ปี (๒๕๖๔ - ๒๕๖๖)
การสัมมนาเชิงปฏิบัตินี้ มีผู้เข้าร่วมทั้งส้ิน ๕๐ นาย เป็นกรรมการในคณะกรรมการด�ำเนินการตามเอกสารแนวความคิดว่า
ด้วยการ จัดตั้งเครือข่ายผู้เช่ียวชาญของอาเซียนด้านเคมี ชีวภาพ และรังสี และผู้เช่ียวชาญทางด้านเคมี ชีวภาพ และรังสี จากหน่วยงาน
ต่าง ๆ ในประเทศไทย อาทิ กรมยุทธการทหาร สถาบนั วจิ ัยวทิ ยาศาสตร์การแพทยท์ หาร สำ� นักนโยบายและแผนกลาโหม ศนู ย์ปฏิบัตกิ าร
ต่อต้านการก่อการร้ายสากล กรมยุทธการทหารบก กรมแพทย์ทหารบก กรมยุทธการทหารเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ กรมวิทยาศาสตร์
ทหารเรอื กรมยุทธการทหารอากาศ กรมแพทย์ทหารอากาศ และศนู ยว์ ิจัยพัฒนาวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยกี ารบนิ และอวกาศ กองทัพอากาศ

20 วารสารวทิ ยาศาสตร์ทหารบก

การสมั มนาเชงิ ปฏิบตั กิ ารฯ ดงั กลา่ ว ประกอบดว้ ย
๑. การรับฟังการบรรยายโดยวิทยากรภายนอกจากส�ำนักงานสภาความม่ันคงแห่งชาติ เรื่อง “การก่อการร้ายด้านเคมี ชีวภาพ
และรังสี และแผนการสร้างความพร้อมระดับชาติ”, จากส�ำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เร่ือง “ความมั่นคงและความปลอดภัยด้านรังส ี
ของประเทศไทย” และจากกรมโรงงานอตุ สาหกรรม เรื่อง “ภยั คุกคามด้านความมัน่ คงด้านสารเคม”ี
๒. การแบง่ กลุ่มจัดทำ� ร่างแผนปฏบิ ตั ิการ ระยะ ๓ ปี (ปี ๒๕๖๔ - ๒๕๖๖) ดา้ นเคมี ชีวภาพ และรังสี
๓. การศึกษาดูงานด้านชวี ภาพ ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
๔. การศึกษาดูงานดา้ นรงั สี ณ ส�ำนักงานปรมาณูเพ่ือสนั ติ
๕. สรปุ ผลการจัดทำ� รา่ งแผนปฏบิ ัตกิ าร ระยะ ๓ ปี (ปี ๒๕๖๔ - ๒๕๖๖)
การสัมมนาเชิงปฏิบัติการฯ ได้บรรลุวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดรวมกันวางแผนและร่วมกันจัดท�ำร่างแผนปฏิบัติการ
ดา้ นเคมี ชวี ภาพ และรงั สี ระยะ ๓ ปี (ปี ๒๕๖๔ ข ๒๕๖๖) ให้รองรับการดำ� เนนิ กจิ กรรมความรว่ มมอื ในกรอบการประชุม รฐั มนตรวี า่ การ
กระทรวงกลาโหมอาเซยี น โดยผลการสมั มนาเชงิ ปฏิบัตกิ ารฯ สรุปได้ ดงั น.ี้ -
๑. ร่างแผนปฏิบัติการ ปี ๒๕๖๔ มีความมุ่งหมาย เพ่ือ “จัดต้ังเครือข่าย” ผู้เช่ียวชาญส�ำหรับการแลกเปล่ียนความรู้ บทเรียน
และประสบการณ์
๒. รา่ งแผนปฏบิ ตั กิ าร ปี ๒๕๖๕ มคี วามมงุ่ หมาย เพือ่ “เสริมสร้างความเขม็ แขง็ ” เครอื ข่ายผู้เชี่ยวชาญสำ� หรับการแลกเปล่ยี น
ความร ู้ บทเรยี น และประสบการณ์
๓. รา่ งแผนปฏิบัตกิ าร ปี ๒๕๖๖ มคี วามมุง่ หมาย เพ่อื “ยกระดับและขยายผลความเข้มแขง็ ” ของเครือขา่ ยผูเ้ ช่ยี วชาญสำ� หรับ
การแลกเปลีย่ นความรู้ บทเรยี น และประสบการณ์
ในการน้ี กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก จะได้มีการพัฒนาการจัดท�ำร่างแผนปฏิบัติการของคณะกรรมการด�ำเนินการตามเอกสาร
แนวความคดิ วา่ ดว้ ยการจดั ตง้ั เครอื ขา่ ยผเู้ ชย่ี วชาญของอาเซยี นดา้ นเคมี ชวี ภาพ และรงั สี ระยะ ๓ ปี (ปี ๒๕๖๔ - ๒๕๖๖) ทงั้ น้ี กรมวทิ ยาศาสตร์
ทหารบกจะขออนุมัติด�ำเนินการและขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงกลาโหม เพ่ือให้สนองตอบต่อวัตถุประสงค์แห่งความร่วม
มือของกระทรวงกลาโหมและกล่มุ ประเทศสมาชิคอาเซียน ต่อไป

กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ 21

กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก กับ
โครงการ “อาคารราชการตน้ แบบด้านการจัดการน�้ำ เสีย”
จาก กรมควบคุมมลพิษ
แว่นตาส่องทาง

ภาพ เจา้ กรมวทิ ยาศาสตร์ทหารบก ได้รับรางวลั โลป่ ระกาศเกยี รตคิ ณุ ระดับทอง
ณ กรมควบคมุ มลพิษ กรุงเทพมหานคร

ในปัจจบุ ัน มลพษิ ไมว่ า่ จะเป็นมลพษิ ทางน�้ำ มลพษิ ทางอากาศ หรือมลพษิ ทางเสยี ง น้ัน ไมไ่ ด้เกิดจากการเจรญิ
เติบโตทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่มีให้เห็นเพ่ิมขึ้นทุกวัน เพียงเท่าน้ัน แต่ยังเกิด
จากการใช้วัสดุอุปกรณ์ หรือส่ิงอ�ำนวยความสะดวก ในชีวิตประจ�ำวันของประชาชน เช่น การใช้น้�ำในกิจวัตรประจ�ำวัน
น�้ำท้ิงจากครัวเรือน อาคารทีท่ �ำการภาครฐั และภาคเอกชน ที่ไมผ่ า่ นระบบบ�ำบัดน�้ำเสยี อย่างถูกวิธี เป็นต้น นบั เป็นสาเหตุ
ที่ก่อให้เกิดมลพิษทางน�้ำอีกด้วย น้�ำเสียท่ีถูกสะสมเป็นจ�ำนวนมาก หากไม่มีการบ�ำบัดน�้ำเสียท่ีมีประสิทธิภาพ ก็จะส่ง
ผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนท่ีอาศัยอยู่ในชุมชนน้ัน ๆ ท�ำให้แต่ละประเทศให้ความส�ำคัญ
ในการแก้ไขปัญหาส่ิงแวดล้อมอย่างจริงจัง ส�ำหรับประเทศไทยนั้น ได้มีการออกกฎหมาย หรือนโยบาย เพื่อก�ำหนด
ควบคุม และให้มีการก�ำกับดูแล แหล่งก�ำเนิดมลพิษประเภทต่าง ๆ โดยออกเป็น พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา
คุณภาพส่ิงแวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งไดก้ �ำหนด ประเภทของแหล่งก�ำเนดิ มลพษิ ทจ่ี ะต้องถูกควบคมุ การปล่อยน�ำ้
เสยี สู่แหล่งน�้ำสาธารณะจะตอ้ งไมเ่ กนิ เกณฑม์ าตรฐานควบคุม
ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ กรมควบคุมมลพิษ ได้ริเร่ิม โครงการ “อาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้�ำเสีย”
เพ่ือส่งเสริม สนับสนุน ผลักดัน และกระตุ้น ให้หน่วยงานภาครัฐ ด�ำเนินการจัดการน�้ำเสียอย่างเป็นระบบ โดยก�ำหนด
ให้มีการบ�ำบัดน�้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐาน ก่อนระบายน�้ำทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย
และในปีเดียวกัน กองทัพบก ได้ได้ก�ำหนดนโยบาย ให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ด�ำเนินการจัดการด้านส่ิงแวดล้อมอย่าง
28 วารสารวทิ ยาศาสตร์ทหารบก

ภาพ โครงการการบำ� บดั น�้ำเสียโดยใชพ้ ืชน้�ำ และเครือ่ งเติมอากาศ
ณ บอ่ เกบ็ น้�ำหน้า กองวทิ ยาการ กรมวทิ ยาศาสตรท์ หารบก

เป็นรูปธรรม และไม่ให้มีการระบายน�้ำเสียท่ียังไม่ผ่านการบ�ำบัดลงสู่คูคลองโดยเด็ดขาด เพื่อให้เกิดทัศนียภาพทางด้าน
ส่ิงแวดล้อมที่ดี และถูกสุขลักษณะอนามัยของก�ำลังพล ควบคู่กับ การพัฒนาในหน่วย เพื่อให้เป็นต้นแบบท่ีดีให้แก่
กองทัพ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนภายในประเทศ และได้อนุมัติให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก
ท่ีมีความพรอ้ มสามารถสมคั รเขา้ รว่ มโครงการอาคารราชการตน้ แบบดา้ นการจดั การนำ�้ เสยี ได้
เม่ือวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ พลตรี เกษมศิริ มีความดี เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก กรุณาอนุมัติให ้
กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก เข้าร่วมโครงการ “อาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน�้ำเสีย” และมอบหมายให้
กองวิทยาการ กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก จัดท�ำโครงการ “การบ�ำบัดน้�ำเสียโดยใช้พืชน้�ำ และเคร่ืองเติมอากาศ”
โดยวัตถุประสงค์ให้ใช้วิธีการบ�ำบัดน้�ำเสีย ด้วยวิธี ธรรมชาติบ�ำบัดธรรมชาติ เพื่อเป็นต้นแบบที่ดีด้านการจัดการน�้ำเสีย
ให้กับหน่วยขึ้นตรงกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก และก�ำหนดให้มีกิจกรรมส่งเสริมสภาพแวดล้อมท่ีดีภายในหน่วยงาน ได้แก่
การดแู ลเขตสขุ าภิบาล กจิ กรรมการลอกท่อระบายน�้ำ กิจกรรมการคดั แยกขยะ และการใชจ้ ลุ ินทรียท์ ป่ี ระสิทธิภาพ (EM)
ซึ่งผลิตโดยศูนย์น�ำหมักชีวภาพ กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ช่วยบ�ำบัดน�้ำเสียภายในหน่วย เป็นต้น เพื่อให้ก�ำลังพล
ได้มีส่วนร่วมด้านการจัดการบ�ำบัดน้�ำเสีย และปรับปรุงคุณภาพน�้ำเสียก่อนปล่อยสู่ส่ิงแวดล้อม ให้เป็นไปตามเกณฑ์
มาตรฐานควบคมุ การระบายน�ำ้ ทิ้งทีก่ �ำหนด อีกทงั้ ยงั เป็นการสรา้ งความเชื่อมนั่ ใหก้ องทัพบก หนว่ ยงานภาครฐั ภาคเอกชน
และภาคประชาชนภายในประเทศ ส่งเสริมให้เกิดการตระหนักรู้ และมีส่วนร่วมในการจัดการน�้ำเสียที่เกิดข้ึนในพื้นท่ี
ของตนเองได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ อย่างสม่�ำเสมอ

ภาพ กิจกรรมการลอกทอ่ ระบายนำ�้ ภายในหนว่ ย ภาพ การใชจ้ ลุ ินทรยี ์ท่ีประสิทธภิ าพ (EM) ช่วยบ�ำบดั น�ำ้ เสีย
กรมวทิ ยาศาสตรท์ หารบก ไดด้ ำ� เนนิ การพฒั นาคณุ ภาพแหลง่ นำ�้ ภายในหนว่ ย ตามคำ� แนะนำ� ของกรมควบคมุ มลพษิ
โดยกรมควบคุมมลพิษไดด้ �ำเนนิ การตรวจคณุ ภาพน�้ำให้กับกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก จ�ำนวน ๒ คร้ัง

กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ 29

ภาพ การรบั ตรวจโครงการฯ จาก กรมควบคุมมลพิษ ภาพ การรบั ตรวจโครงการฯ จาก กรมควบคุมมลพิษ
ณ วันท่ี ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ วันที่ ๓๑ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

ในวนั ท่ี ๒๕ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๓ กรมควบคมุ มลพิษไดจ้ ดั พิธมี อบโลป่ ระกาศเกยี รตคิ ณุ โครงการอาคารราชการ
ต้นแบบด้านการจัดการน�้ำเสีย ให้กับหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์ประเมิน ณ ห้องประชุมศักด์ิสิทธิ์ ตรีเดช อาคารกรมควบคุม
มลพษิ โดยมี นายยทุ ธพล อังกินันท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีวา่ การกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม เป็นประธาน
ในโครงการนี้มีหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการฯ ท้ังส้ิน ๑๙๗ หน่วยงานทั่วประเทศ มีหน่วยงานท่ีผ่านเกณฑ์การประเมิน
ในระดบั ทอง เงนิ และทองแดง จำ� นวน ๘๘ หนว่ ยงาน ในการนี้ กรมวทิ ยาศาสตรท์ หารบก ไดร้ บั รางวลั โลป่ ระกาศเกยี รตคิ ณุ
ระดับทอง และไดร้ บั การยกยอ่ งเป็น “อาคารราชการตน้ แบบด้านการจดั การน้�ำเสยี ”
ทั้งหมดท่ีกล่าวมาน้ัน ท�ำให้เห็นได้ว่า การบ�ำบัดน�้ำเสียโดยใช้วิธีธรรมชาติบ�ำบัดธรรมชาติ และความร่วมมือ
ร่วมใจ ของก�ำลังพลกรมวิทยาศาสตร์ทหารบกตลอดระยะเวลาท่ีผ่านมาสามารถช่วยท�ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี
ในดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ทศั นยี ภาพ และคณุ ภาพชีวิตของกำ� ลงั พล ได้อย่างชัดเจน

ภาพ บรรยากาศกิจกรรม กรมวทิ ยาศาสตรท์ หารบก รว่ มงานมอบรางวัลโล่ประกาศเกยี รติคณุ
ณ กรมควบคมุ มลพษิ กรงุ เทพมหานคร

30 วารสารวทิ ยาศาสตร์ทหารบก

การแบ่งประเภทไวรัสตามหลักของบัลติมอร์

(Baltimore classification of virus)
พ.ท.หญงิ น้ำ� มนตร์ ศริ ิมาศ
ในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เป็นไปในวงกว้าง มีการพยายามทดลองใช้ยาชนิดต่าง ๆ
ในการรักษาโรคดังกล่าว ซึ่งยาหลายชนิดท่ีน�ำมาใช้นั้นเป็นยาที่รู้จักกันดีในการรักษาโรคอื่น ๆ เช่น ยาต้านมาลาเรีย
(Chloroquine), ยารกั ษาเอดส์ เปน็ ต้น หลายๆ คนอาจสงสัยว่ายาส�ำหรบั การรักษาโรคอืน่ ๆ นั้นสามารถน�ำมาใชใ้ นการ
รกั ษา COVID-19 ไดอ้ ย่างไร
ก่อนอน่ื เราจำ� เป็นต้องมาทำ� ความรูจ้ ักกลไกการเพ่ิมจ�ำนวนตัวเองของไวรัสก่อนวา่ เปน็ อย่างไร เม่ือเขา้ ใจแลว้ ก็จะ
เกิดความเข้าใจต่อได้ง่ายขึ้นว่าเหตุใดยาเหล่านั้นจึงใช้ได้ เพราะยาเหล่าน้ีไม่ได้เจาะจงฆ่าท่ีตัวไวรัส แต่จะยับย้ัง
บางกระบวนการของไวรสั ใหไ้ ม่สามารถด�ำเนินตอ่ ได้

ตัวอย่างในภาพ เปน็ กระบวนการเพมิ่ จ�ำนวนของโคโรนาไวรัส ซ่งึ เปน็ ไวรัสประเภท RNA สายเดีย่ ว (+) เมื่อเข้าสู่
เซลลแ์ ล้วสาย RNA นน้ั จะสังเคราะห์ RNA polymerase มาท�ำการสรา้ งสาย (-) ทเี่ ข้าคกู่ ับสายเดิมของตัวเอง ซง่ึ สาย (-)
นจี้ ะใช้ RNA polymerase ท�ำการสรา้ งสาย (+) ทมี ีขนาดสัน้ ลงแต่ใชใ้ นการสังเคราะห์โปรตีนอืน่ ๆ ท่จี �ำเปน็ ตอ่ การสรา้ ง
องคป์ ระกอบของไวรสั ตวั ใหมไ่ ด้ (+mRNA ซงึ่ ถอื เปน็ เปา้ หมายสดุ ทา้ ยของไวรสั ทกุ ชนดิ ทจี่ ะตอ้ งสรา้ งใหไ้ ด้ กอ่ นจะเรมิ่ สรา้ ง
โปรตีนองค์ประกอบได้) จากนั้นเมื่อองค์ประกอบครบแล้ว ไวรัสก็จะรวมเป็นตัวใหม่และออกนอกเซลล์ไปรุกรานเซลล์
อ่ืนต่อไป ดังน้ันจะเป็นได้ว่าในแต่ละกระบวนการอาจจะสามารถท�ำการยับย้ังได้ เช่น กลไกหน่ึงยาต้านมาลาเรีย คือ
การยบั ยง้ั การทำ� งานของ RNA polymerase ทำ� ใหไ้ วรสั สรา้ งสาย (-) ไมไ่ ด้ กระบวนการตอ่ ไปกเ็ กดิ ไมไ่ ด้ ซงึ่ การจะพจิ ารณา
ว่ายาใดอาจจะใช้กบั ไวรัสใดได้หรอื ไม่ จ�ำเป็นต้องทราบกลไกการเพ่ิมจำ� นวนของไวรสั นั้น ๆ ก่อน ซ่งึ David Baltimore
ไดท้ ำ� การแบง่ ประเภทไวรสั ตามกระบวนการเพม่ิ จำ� นวน (ในช่วงทีจ่ ะสรา้ ง +mRNA) ออกเปน็ 7 กล่มุ ดงั แผนภาพในหน้า
ถัดไป

กรกฎาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ 9

การแบ่งไวรัสท้ัง ๗ กลุ่ม

กลุม่ ที่ ๑
DNA สายคู่ (dsDNA) สามารถคลาย
สายคู่ของตัวเองและสร้าง +mRNA
ไดเ้ ลย

กลมุ่ ท่ี ๓ กลุ่มท่ี ๒
RNA สายคู่ (dsRNA) สามารถคลายสาย DNA สายเด่ียว (+ssDNA) จะเร่ิมจากการสร้าง
สร้าง +mRNA ได้เลยเช่นเดียวกับ สาย –ssDNA ให้กลายเป็น DNA สายคู่ เหมือน
กลุ่มท่ี ๑ กลุ่มท่ี ๑ ก่อน จากนั้นจึงคลายสายคู่ของตัวเอง
และสรา้ ง +mRNA

กลุ่มที่ ๔
RNA สายเดี่ยว (+ssRNA) จะเริ่มจากการสร้าง
สาย -ssRNA แล้วรวมเป็นสายคู่ ก่อนคลายสาย
สร้าง +mRNA ได้เลยเชน่ เดียวกับกล่มุ ที่ ๓

กลุ่มท่ี ๕ วารสารวทิ ยาศาสตร์ทหารบก
RNA สายเดยี่ ว (-ssRNA) สามารถสรา้ งสาย +mRNA
ได้เลยโดยไมต่ อ้ งสร้างสายข้ึนมาใหเ้ ป็นสายคู่

กลุ่มท่ี ๖
RNA สายเด่ียว กลุ่มท่ีใช้ revrerse transcriptase
(+ssRNA-RT) จะทำ� การสรา้ งสาย –ssRNA ขน้ึ มาจากน้ัน
จะใช้ reverse transcriptase เปลีย่ นให้เปน็ DNA สายคู่
และรวมตัวเขา้ กับ DNA ของเซลลเ์ ปา้ หมาย หลังจากนน้ั
จงึ สร้าง +mRNA ออกมา ตัวอย่างไวรัสกลมุ่ น้ี เชน่ HIV-1
10

ตามหลกั ของ Baltimore

กลมุ่ ที่ ๗
DNA สายคู่ กลุม่ ทใี่ ช้ revrerse transcriptase (dsDNA-RT)
จะเร่ิมจากการที่สาย DNA จะเข้าไปในนิวเคลียสของเซลล์
เป้าหมายหลังจากนั้นจะเปลี่ยนสภาพเป็น covalently
closed circular DNA (cccDNA) และรวมเข้ากบั โครโมโซม
ของเซลลเ์ ป้าหมาย จากนนั้ จงึ สงั เคราะหส์ าย RNA ออกมา
ซ่ึงมีหลายหน้าที่ ท้ังส่วนท่ีไปสร้างองค์ประกอบโปรตีนของ
ไวรัส และ pregenomic RNA (pgRNA) ซ่ึงจะใช้เอนไซม์
reverse transcriptase เปลีย่ นเปน็ DNA ของไวรัสอีกคร้ัง
กอ่ นจะรวมองคป์ ระกอบเปน็ ไวรสั ตวั ใหมอ่ อกไปรกุ รานเซลล์
อ่ืนตอ่ ไป ตวั อย่างเช่น ไวรสั ตบั อักเสบ

ซึ่งจากท่ีกล่าวมาท้ังหมด จะเห็นว่ากลไกการเพิ่มจ�ำนวนของไวรัสท่ีต่างกันจะส่งผลให้การคิดค้นยาที่ใช้รักษา
แตกต่างกันไปด้วย ดังที่มียารักษาไวรัสที่มีใช้อยู่แล้วในปัจจุบันหลายตัวท่ีมีผลการรักษาเป็นท่ีน่าพอใจ แต่ทั้งน้ีก็ยัง
ไม่สามารถรักษาได้ทุกคนที่ติดเช้ือโควิด และยาหลายตัวถูกใช้เป็นตัวเลือกสุดท้าย ซึ่งหมายถึงผู้ป่วยไม่สามารถรักษา
ด้วยวิธีอ่ืนแล้ว และมีโอกาสเสียชีวิตสูง จึงจะใช้ยาเหล่านั้นในการรักษา และนอกจากน้ีการเรียนรู้ถึงโครงสร้างของไวรัส
ยังท�ำให้การป้องกันการเข้าสู่ร่างกาย และการท�ำลายไวรัสตามพ้ืนผิวต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น
โควดิ ๑๙ ซึง่ เปน็ RNA ไวรสั น้ันไมม่ ชี ั้นโปรตนี ห่อหมุ้ สารพันธุกรรมทเ่ี รียกวา่ capsid ทำ� ใหไ้ วรสั ชนดิ นสี้ ามารถถกู ท�ำลาย
ในสง่ิ แวดลอ้ มไดง้ า่ ย แมแ้ ตน่ ำ�้ สบกู่ เ็ พยี งพอจะทำ� ลายไวรสั นไ้ี ด้ (เมอ่ื ฟอกผวิ นานกวา่ ๒ นาทขี นึ้ ไป) และสารทำ� ความสะอาด
อน่ื ๆ กล็ ว้ นแลว้ แตไ่ ดผ้ ลดเี ชน่ กนั และนค่ี อื ผลจากการเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ไวรสั ทท่ี ำ� ใหม้ นษุ ยส์ ามารถวางแนวทางในการปอ้ งกนั
และแก้ไขได้ โดยไม่ท�ำให้มนุษย์ต้องสูญพันธุ์ดังเช่นในภาพยนตร์ท่ีเก่ียวกับโรคระบาดท้ังหลาย และไม่เกิดการสูญเสีย
เท่ากับเมือ่ ครัง้ กาฬโรคในอดีต

ข้อมลู อา้ งอิง 11

https://slideplayer.com/slide/10508293
https://viralzone.expasy.org

กรกฎาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓

“ศนู ย์ความเปน็ เลศิ ดานการฝกศึกษา
(การสนับสนุนการเคล่อื นท่ีหนว ยดําเนินกลยทุ ธ) กองทัพบกสหรัฐ”

“พ.อ.ศรายุทธ บุญจือ”

U.S. Army Maneuver Support, Center Of Excellence

เมื่อผู้เขียนได้ครบวาระการปฏิบัติงานในต�ำแหน่ง ท่ีผู้เขียนจบการศึกษาทางทหารหลักสูตรช้ันนายพันเหล่า
ผชท.ทหารไทยในตา่ งประเทศ ไดก้ ลบั มา ทำ� งานดา้ นการฝกึ ทหารช่างมา เพราะท่ีนั่นมีการรวมกันของ รร.เหล่าสาย
ศกึ ษาท่ี ยศ.ทบ. ซึ่งมภี ารกิจหลกั ด้านการฝกึ ศกึ ษา ในการ วิทยาการ ๓ โรงเรียน คือ โรงเรียนทหารช่าง, โรงเรียน
ดูแลควบคมุ รร.เหล่าสายวิชาการต่างๆ ทง้ั ดา้ นการประกัน วทิ ยาศาสตรท์ หารบก และ โรงเรยี นสารวตั รทหารบก จงึ เกดิ
คณุ ภาพการศกึ ษา การพัฒนา ครู - อาจารย์ มาตราฐานการ ประเด็นที่น่าสนใจให้ขยายความ เรื่องเหตุผลในการรวม
ศึกษาตามนโยบายของกองทัพบก คร้ังหนึ่งมีโอกาสพบกับ รร.เหล่าสายวิทยาการทั้งสาม มาไว้ท่ีเดียวกัน อะไรเป็น
นายทหารท่ปี ฏบิ ตั หิ น้าทีอ่ าจารยจ์ าก รร.วศ.ทบ. ซงึ่ จบการ เหตผุ ลสำ� คญั ทที่ ำ� ใหก้ องทพั บกสหรฐั สงั่ การในการยา้ ยหนว่ ย
ศึกษาทางทหารดา้ น เคมี ชีวะ รังสี นิวเคลยี ร์ จากคา่ ยทหาร ฝึกศกึ ษา ทัง้ ๓ รร.เหลา่ มารวมกนั ณ คา่ ยเดียวกนั
ฟอรท์ เลยี วนาดวู๊ด Fort Leonard Wood ซ่ึงเป็นที่เดียวกบั

ภาพแสดงท่ตี งั้ คา่ ยทหาร ฟอรท์ เลียวนาดวู๊ด Fort Leonard Wood รัฐมสิ ซูร่ี Missouri , USA

22 วารสารวิทยาศาสตร์ทหารบก

ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ กองทัพบกสหรัฐ ไดอ้ นมุ ตั ิย้าย
ศูนย์ฝึกและ รร.หล่าทหารสารวัตร พร้อมทั้ง ศูนย์ฝึกและ
รร.ฝึกด้าน เคมี ชีวะ รังสี นิวเคลียร์ จาก ค่ายทหารบกท่ี
ฟอร์ทแมคคิลแลนด์ รัฐอลาบาม่า ไปยัง ท่ี ค่ายทหารบก
ฟอรท์ เลยี วโอนาถวดู๊ รฐั มสิ ซรู ี่ และ ปรบั ภารกจิ ใหท้ ำ� การฝกึ
ศึกษาสนับสนุนในเรื่อง การอ�ำนวยการเคล่ือนที่ของหน่วย
ด�ำเนนิ กลยุทธ โดยคำ� นงึ ถงึ กลมุ่ งานทจี่ ะเพิ่มประสิทธิภาพ
การอำ� นวยความสะดวกในการเคลอ่ื นทใ่ี นสนามรบ เปน็ หลกั
ท้ังนี้ กองทัพบกสหรัฐ มีแนวความคิดว่า ในการจัดหน่วย
การฝึกและศึกษา ตามโครงสร้าง ที่มีลักษณะงาน หรือ ภาพ ศูนยค์ วามเป็นเลิศ ด้านการฝกึ
ประเภทของงานในแนวเดียวกนั หรอื คลา้ ยๆ กัน ในกลมุ่ และศกึ ษาด้านการด�ำ เนนิ กลยทุ ธ Maneuver

เดียวกนั ที่เรียกวา่ แนวคดิ แบบ cluster theory เปน็ หลัก ความหมายของศนู ย์ความเป็นเลิศ
ที่เรยี กว่า ศูนย์ความเปน็ เลศิ ดา้ นการฝกึ และศึกษา Center
of excellence ดังนีค้ ือ ดา้ นการฝกึ และศกึ ษา Center of excellence
● ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการฝึกและศึกษา ความหมายทแี่ ทจ้ รงิ ของ ศนู ยค์ วามเปน็ เลศิ ดา้ นการ
ด้านการบิน Aviation ฝกึ และศกึ ษา นน้ั ค�ำว่า ศูนยค์ วามเป็นเลิศ เปน็ ค�ำทีไ่ มค่ นุ้
● ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการฝึกและศึกษา เคยในทางทหาร แต่ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการจัดตั้ง ศูนย์ความ
ดา้ นไซเบอร์ cyber เป็นเลศิ ในแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โดยมีจุดมงุ่ หมาย
● ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการฝึกและศึกษา ในการจดั ตง้ั เพอ่ื ชว่ ยแกป้ ญั หาทม่ี คี วามหลากหลาย ซบั ซอ้ น
ดา้ นการยงิ fire ท่ตี อ้ งการ ผเู้ ชี่ยวชาญเฉพาะดา้ นในการรวบรวมองค์ความรู้
● ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการฝึกและศึกษา และแนวทางในการปฏิบัติงาน ความรับผิดชอบของศูนย์
ด้านการแพทย์ Medical Center Of ความเปน็ เลศิ จะมใี นเรอื่ งการสนบั สนนุ ผเู้ ชยี่ วชาญในงานที่
Excellence ตอ้ งการ การให้คำ� แนะน�ำ แนวการปฏบิ ตั ิ แนวคดิ ในงาน
● ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการฝึกและศึกษา เฉพาะทาง การเผยแพร่ และการแบ่งปันความรู้ รวมทัง้ การ
ด้านการขา่ ว Intelligence ฝึก อบรม มีการบริหารจัดการ องค์กร ท้ัง ก�ำลังพล งบ
● ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการฝึกและศึกษา ประมาณ สิ่งอปุ กรณ์ เพ่ือใหเ้ กิดประสิทธิภาพสงู สุด ในส่วน
ด้านการดำ� เนนิ กลยุทธ Maneuver ของภารกจิ การสนบั สนนุ หนว่ ยดำ� เนนิ กลยทุ ธในการเคลอ่ื นท่ี
● ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการฝึกและศึกษา Maneuver Support การรวมของ โรงเรียนทหารช่าง
ด้านการอ�ำนวยความสะดวกหน่วยด�ำเนิน โรงเรียนทหารสารวัตร และโรงเรียนทหารวิทยาศาสตร์ จะ
กลยุทธ Maneuver Support สนับสนุน แนวคิดการพัฒนาขีดความสามารถในการ
● ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการฝึกและศึกษา สนับสนุนการเคลื่อนท่ีของหน่วยด�ำเนินกลยุทธ ซึ่งเป็นขีด
ด้านการควบคุม บังคับบัญชาและส่ังการ ความสามารถที่ กองทพั บก สหรฐั ตอ้ งการ เพอื่ เผชญิ กบั ภยั
Mission Command, คกุ คาม และสงครามทซ่ี บั ซอ้ นมากขน้ึ โดยตอ้ งการให้ หนว่ ย
● ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการฝึกและศึกษา ฝกึ ศกึ ษาทงั้ ๓ หนว่ ย มารวมอยใู่ นทตี่ งั้ เดยี วกนั ในคา่ ยทหาร
ด้านนายทหารชัน้ ประทวน NCO Leadership เดียวกัน รับมอบภารกิจ ส่งเสริมขีดความสามารถ เอาขีด
Center, ความสามารถ ความเปน็ เหล่า มาสนับสนุน ส่วนรวมในการ
● ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการฝึกและศึกษา สนับสนุนการเคล่ือนที่ของหน่วยด�ำเนินกลยุทธ เพื่อไม่ให้มี
ดา้ นการสง่ กำ� ลงั บำ� รงุ แบบยง่ั ยนื Sustainment อุปสรรคในการเคลื่อนที่ในสนามรบหรือพ้ืนที่ขัดแย้ง ค่าย

กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ 23

ภาพโรงเรียนวทิ ยาศาสตร์ กองทพั บกสหรฐั (ที่เดมิ ณ คา่ ยทหารบกที่ ฟอรท์ แมคคลิ แลนด์ รัฐอลาบาม่า)

ทหารฟอรท์ เลยี วนาทวดู๊ จงึ เปน็ คา่ ยทต่ี กลงใจ นำ� แนวความ โรงเรียนฝึกศีกษาด้าน เคมี ชีวะ รังสี นิวเคลียร์
คดิ ดงั กล่าวให้เกดิ ผล The U.S. Army Chemical, Biological, Radiological
โรงเรยี นทหารชา่ ง ทบ.สหรฐั U.S. Army Engineer and Nuclear School (USACBRNS) มภี ารกิจ ให้การฝกึ
School มีภารกิจในการตระเตรียมให้การฝึกศีกษา ด้าน ศีกษา ด้าน เคมี ชีวะ รงั สี นวิ เคลียร์
ทักษะของทหารช่าง รวมถึงงานช่างสนาม, สะพาน, การ โดยตอ้ งสอดคลอ้ งกบั แนวคดิ การพฒั นา สนบั สนนุ
ก่อสร้าง, การแผนท่ี งานก้ทู ุน่ ระเบิด โดยตอ้ งสอดคลอ้ งกบั ส่วนรวมในการสนับสนุนการเคลื่อนท่ีของหน่วยด�ำเนิน
แนวคดิ การพัฒนา สนับสนนุ สว่ นรวมในการสนบั สนนุ การ กลยุทธ ไม่ให้มีอุปสรรคในในสนามรบ ส�ำหรับโรงเรียนฝึก
เคลื่อนท่ีของหน่วยด�ำเนินกลยุทธ ไม่ให้มีอุปสรรคในใน ศกี ษาด้าน เคมี ชวี ะ รงั สี นิวเคลียร์ แตเ่ ดิม มชี ือ่ วา่ โรงเรยี น
สนามรบ วทิ ยาศาสตร์ กองทพั บกสหรฐั The United States Army
โรงเรยี นทหารสารวตั ร The United States Army Chemical School. จนถงึ เมอื่ ๑๑ ม.ค. ปี พ.ศ. ๒๕๕๑
Military Police School มภี ารกจิ ตระเตรยี มในเรอื่ งใหก้ าร จึงเปลี่ยนช่ือเพ่ือให้ครอบคลุมภารกิจ ของ เหล่าทหาร
ฝึกศีกษา ด้าน เทคนิดการสารวัตรทหาร การสืบสวน วิทยาศาสตร์ กองทัพบกสหรัฐ ซง่ึ มภี ารกจิ กว้างข้นึ
สอบสวน การขา่ วสารวตั รทหาร คำ� แนะนำ� การควบคมุ ความ การย้าย รร เหล่าสายวิทยาการทั้งสามโรงเรียน
ประพฤติ การควบคมุ ตัว งานการสารวัตรทหาร ที่สนบั สนนุ คณะทำ� งานของกองทพั บก สหรฐั ไดพ้ จิ ารณาตดั สนิ ใจสำ� คญั
สอดคลอ้ งกบั แนวคิดการพัฒนา สนับสนนุ สว่ นรวมในการ คอื การย้าย รร.ทหารสารวัตร และ รร.วิทยาศาสตร์ ทั้งน ้ี
สนับสนุนการเคลื่อนที่ของหน่วยด�ำเนินกลยุทธ ไม่ให้มี เพ่ือให้ท้ังสามโรงเรียน ท�ำงานร่วมกันในอันที่จะพัฒนา
อุปสรรคในในสนามรบ สง่ เสรมิ ขดี ความสามารถ ในการเคลอ่ื นที่ การปอ้ งกนั ตนเอง

ภาพ โรงเรียนฝึกศีกษาด้าน เคมี ชีวะ รังสี นิวเคลียร์ The U.S. Army Chemical, Biological, Radiological and
Nuclear School (USACBRNS) และอาคารที่ใช้ฝึกศึกษา Chemical Defense Training Facility ณ ค่ายทหารบก
ฟอร์ทเลยี วนาดว๊ดู Fort Leonard Wood รฐั มิสซูรี่
24 วารสารวทิ ยาศาสตร์ทหารบก

ในสนามรบ ตามหลักนิยมใหม่ การย้ายที่ตั้งมารวมกัน จะ
ท�ำใหเ้ กดิ การพฒั นาร่วมกันอยา่ งเปน็ ระบบ และเรยี นร้กู าร
ท�ำงานรว่ มกัน ในการเพิ่มขดี ความสามารถดังกล่าวด้วย

เครอื่ งหมายของศนู ยค์ วามเปน็ เลศิ ดา้ นการฝกึ ให้การสนับสนุนหน่วยด�ำเนินกลยุทธ มีเป้าหมายท่ีเหมือน
ศึกษา Center Of Excellence Maneuver กันของ ท้ังสาม รร.เหล่าเพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุดใน
Support สนามรบ รวมทงั้ การบรหิ ารจดั การ ทง้ั กำ� ลงั พล งบประมาณ
และส่ิงอุปกรณ์ ท้ังน้ีผู้เขียนต้องแจ้งให้ทราบว่าเป็นเพียง
เคร่ืองหมายของ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการฝึก แนวคิดของกองทัพบกสหรัฐ ซึ่งบริบทของการใช้ก�ำลังทาง
ศกึ ษา Center Of Excellence Maneuver Support ดงั นี้ ทหารในสภาวะหรือส่ิงแวดล้อมทางยุทธการที่แตกต่างจาก
ดาบ หมายถึง ความพรอ้ มของส่วนรวม, แถบสเี ขียว หมาย กองทพั บกไทย การนำ� เสนอเพอ่ื ไดท้ ราบแนวคดิ การจดั หนว่ ย
ถงึ หนว่ ยสารวัตรทหาร, แถบสนี ำ�้ เงิน หมายถึง หน่วย เคมี ของกองทัพสหรัฐ ทั้งนี้ประโยชน์เพื่อความเข้าใจฝ่ายสหรัฐ
ชวี ะ รงั สี นิวเคลียร,์ แถบสีแดง หมายถงึ หน่วยทหารชา่ ง มากขนึ้ อนั จะทำ� ใหก้ ารประสานงานระหวา่ งกองทพั บกไทย
แถบสมี ว่ ง หมายถงึ การรวมหนว่ ย ทบ. ทร. ทอ. นย. ภารกจิ กบั กองทัพบกสหรฐั เป็นไปด้วยความเข้าใจในบริบทการฝึก
คอื การฝกึ ให้ กับ ทหารมคี วามเชย่ี วชาญ ทางดา้ น งานชา่ ง ศกึ ษาทแี่ ตกตา่ งกนั บางประเดน็ และในครง้ั ทมี่ โี อกาสพบปะ
การสารวัตรทหาร และ งานด้าน เคมี ชีวะ รงั สี นิวเคลยี ร์ กบั เจ้าหน้าที่ผ้เู ชยี่ วชาญด้าน เคมี ชีวะ รงั สี นวิ เคลียรข์ อง
ท้ังนี้ เพ่ือให้ หน่วยด�ำเนินกลยุทธ บรรลุวัตถุประสงคือ กองทพั บกสหรัฐทม่ี าจาก Ft. Leonard Wood จะไดเ้ ข้าใจ
ชัยชนะ ในสนามรบ ถงึ แนวคดิ ของ กองทพั บกสหรฐั เพอื่ การประสานงานเปน็ ไป
บทความนี้น�ำเสนอเพ่ือให้สมาชิกผู้อ่าน ได้ทราบ ดว้ ยความเรยี บรอ้ ย ในโอกาสติดต่อกับผ้เู ชย่ี วชาญ ของกอง
แนวคิดของการจัดการฝึกศึกษาของกองทัพบกสหรัฐ ทพั บกสหรัฐ
ในการรวมกันของ ๓ โรงเรียนเหล่าในท่ีเดียวกัน ท่ีค่าย
Ft. Leonard Wood รฐั มิสซูรี่ ทัง้ นี้ เพอ่ื ความสำ� เรจ็ และ
ชยั ชนะในสนามรบ Victory ในเรอ่ื งการอำ� นวยความสะดวก
ในการเคล่ือนทีด่ ำ� เนินกลยทุ ธ Maneuver Assistant เพ่อื

เกี่ยวกบั ผเู้ ขยี น พ.อ.ศรายทุ ธ บุญจอื ทำ�หน้าทด่ี ้านการวางแผนการฝกึ และศกึ ษา โดยจบการศกึ ษาจาก รร.จปร.รุ่น ๓๘
บรรจรุ บั ราชการเปน็ นายทหารเหล่าทหารช่าง ปฏิบัตริ าชการในหนว่ ยต่างๆ ของ ทบ. ตามลำ�ดบั ดังน้ี กองพนั ทหารช่างท่ี
๒ รกั ษาพระองค,์ กรมการทหารชา่ ง, กรมส่งกำ�ลังบำ�รงุ ทหารบก และปัจจบุ ันท่ี กรมยุทธศกึ ษาทหารบก มปี ระสบการณ์
ปฏิบัติราชการสนามใน กองกำ�ลังบูรพา, กองกำ�ลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในกัมพูชาและติมอร์ตะวันออก
รวมทั้ง ปฏิบัติงานในศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เคยได้รับทุนไปศึกษาทางทหาร ไปอบรมในหลักสูตรช้ันนายพันทหาร
ช่าง กองทัพบกสหรัฐ ณ ค่าย Ft. Leonard Wood เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙, และหลักสูตรการจัดงานส่งกำ�ลังบำ�รุงช้ันสูง
กองทพั บกสหรฐั ณ คา่ ย Ft. Lee ใน ปี พ.ศ. ๒๕๔๗

ขอ้ มลู อา้ งอิง

วิสันติ สระศรีดา, พลตร,ี “ศนู ยค์ วามเปน็ เลิศ”, นติ ยสารยุทธโกษ ฉบับท่ี ๓, เม.ย. - ม.ิ ย. ๒๕๖๑
ดิเรก ดีประเสริฐ, พลตรี, “การศึกษาวิเคราะห์โครงสร้างการจัดกรมยุทธศึกษาทหารบก”, วารสารเสนาธิปัตย์ ปีท่ี ๖๔,

ฉบับท่ี ๒, พ.ค. - ส.ค. ๒๕๕๘
https://www.tradoc.army.mil/Centers-of-Excellence/
https://en.wikipedia.org/wiki/United_States_Army_CBRN_School
https://mybaseguide.com/installation/fort-leonard-wood/community/u-s-army-military-police-school-3/30
https://en.wikipedia.org/wiki/U.S._Army_Engineer_School

กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ 25

การแยกขว้ั ทางความคดิ
อ.ดร.ชนัญชดิ า ทมุ มานนท์

“มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” ส่ิงที่บ่งบอกถึงความเป็น ตนเองใหเ้ หมอื น ๆ กับความคดิ ของกลมุ่ และโดยส่วนใหญ่
สัตว์สังคมประการหนึ่งคือ การรวมกลุ่มและมีปฏิสัมพันธ์ มักจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับความคิดเห็นด้ังเดิมของ
ระหว่างกัน การด�ำเนินชีวิตของทุกคนหลีกเล่ียงไม่ได้ใน สมาชิกแต่ละคน ท�ำให้ในบางคร้ังน�ำมาซึ่งความสุ่มเส่ียงใน
การเข้าไปเป็นสมาชิกของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น ครอบครัว การตัดสินใจผิดพลาดและเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่าง
โรงเรยี น องค์กรการท�ำงาน สมาคม หรอื กลุ่มเฉพาะกิจเพือ่ กลุ่มได้
จุดมุ่งหมายบางประการ ฯลฯ การรวมกลมุ่ ดีกวา่ การใช้ชีวิต การแยกขว้ั ทางความคดิ ไดร้ บั การศกึ ษาเชงิ วชิ าการ
โดดเด่ยี วคนเดยี ว ทุกคนต่างรับรขู้ อ้ ดีและประโยชน์ท่ีไดร้ บั มาเป็นระยะเวลานาน และพบผลการศึกษาสอดคลอ้ งไปใน
จากการรวมกลมุ่ ไมว่ า่ จะเปน็ การไดร้ บั ความรกั ความอบอนุ่ ทิศทางเดียวกันคือ เม่ือคนซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัย
หรือความมัน่ คงปลอดภยั นอกจากนัน้ การรวมกลุ่มยงั ชว่ ย ถูกต้ังค�ำถาม และให้ตัดสินใจตามทางเลือก จากเร่ืองราว
ให้เกิดการแลกเปล่ียนข้อมูลระหว่างสมาชิก ส่งผลให้ ที่ผู้วิจัยก�ำหนดข้ึนเปรียบเทียบใน ๒ สถานการณ์ คือ
การตดั สินใจและการแกไ้ ขปัญหาในเร่ืองต่าง ๆ ทำ� ได้ดีกวา่ ๑) สถานการณท์ ่ี ๑ ตดั สนิ ใจเองคนเดียวกบั ๒) สถานการณท์ ่ี ๒
เพราะมีข้อมลู มากกว่า อา่ นสถานการณท์ เี่ กิดขนึ้ ได้เฉียบคม ตดั สนิ ใจอกี ครง้ั ภายหลงั จากการแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ กบั
ครอบคลมุ มากกวา่ มองปญั หาดกี วา่ มที างเลอื กในการแกไ้ ข สมาชิกในกลุ่ม ผลปรากฎว่า เม่ือตัดสินใจเป็นกล่มุ ภายหลัง
ปัญหาหลากหลายกวา่ เขา้ ทำ� นอง “หลาย ๆ หวั หลาย ๆ จากการแลกเปล่ียนความคิดเห็นระหว่างสมาชิกตาม
ความคิดดีกว่าหัวเดียว คิดคนเดียวแน่นอน” จากข้อความ สถานการณ์ท่ี ๒ คนมีการตัดสินใจที่เส่ียงกว่าการตัดสินใจ
ข้างต้นน้ีแสดงให้เห็นว่า คนก�ำลังละเลยผลด้านลบท ่ี คนเดยี ว เรยี กปรากฎการณน์ ว้ี า่ risky-shift phenomenon
อาจจะเกิดข้ึนจากการรวมกลุ่มและการแลกเปล่ียนข้อมูล งานวิจยั ในระยะต่อมาพบวา่ นอกจากการตดั สินใจ
ระหว่างกัน นั่นคือ การแยกขั้วทางความคิด หรือ group ภายหลังการแลกเปล่ียนความคิดเห็นกันจะส่งผลให้เกิด
polarization การตัดสินใจที่เส่ียงมากกว่าเดิมแล้ว ยังสามารถน�ำไปสู่
การแยกข้ัวทางความคิดเป็นแนวคิดทางจิตวิทยา การตดั สนิ ใจทร่ี ะแวดระวงั มากกวา่ เดมิ หรอื cautious shift
สังคม (Social psychology) ที่กล่าวถึงแนวโน้มของคน อกี ดว้ ย จะเหน็ ไดว้ า่ ไมว่ า่ จะเปน็ การตดั สนิ ใจทเี่ สย่ี งมากขนึ้
ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มใดกลุ่มหน่ึง ในการปรับเปล่ียน หรือระวังมากขึ้นส่ิงที่ตามมาคือ ช่องว่างท่ีห่างกันจาก
ความคิดและการตัดสินใจของตนเองให้สุดโต่งตามค่าเฉล่ีย การตัดสินใจบนค่าเฉลี่ยความคิดเห็นของสมาชิกกลุ่ม
หรอื บรรทดั ฐานการตดั สนิ ใจของกลมุ่ กลา่ วอกี นยั หนง่ึ ใหง้ า่ ย ท�ำให้เกิดการมีจุดยืนคนละฝั่งหรือเกิดการแยกข้ัวทาง
ตอ่ ความเข้าใจคอื สมาชกิ กลุ่มมีความคดิ เห็นตอ่ เรอื่ งหน่ึง ๆ ความคดิ ระหวา่ งกลมุ่
วา่ อยา่ งไร เราทเ่ี ปน็ สมาชกิ คนหนง่ึ กพ็ รอ้ มทเี่ ปลยี่ นความคดิ

6 วารสารวทิ ยาศาสตรท์ หารบก

สาเหตุของการเกิดการแยกข้ัวทางความคิดอธิบาย ใหญข่ องสมาชกิ กลมุ่ ทงั้ น้ี ธรรมชาตขิ องกลมุ่ มกั แลกเปลย่ี น
ได้ผ่าน ๒ มมุ มองหลกั ๆ คอื ข้อมูลเหมือน ๆ กันมากกวา่ แลกเปลยี่ นข้อมูลท่แี ตกตา่ งกนั
๑. อิทธิพลของข้อมูล (informational เพราะย่ิงมีข้อมูลท่ีสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันมากเท่า
influence) เมือ่ คนรวมกลมุ่ และเกดิ การแลกเปลย่ี นขอ้ มลู ไหร่ ยง่ิ สง่ ผลตอ่ ความเหนยี วแนน่ และความรกั ใครก่ ลมเกลยี ว
ระหว่างกันส่งผลให้สมาชิกในกลุ่มได้รับข้อมูลใหม่ ๆ จาก กนั ในกลมุ่ จงึ ยงิ่ ทำ� ใหเ้ กดิ ความมนั่ ใจในการตดั สนิ ใจทส่ี ดุ โตง่
สมาชิกคนอ่ืนซ่ึงมักเป็นข้อมูลที่สอดคล้องไปในทิศทาง และเป็นท่ีมาของการแยกขั้วทางความคิดตามบรรทัดฐาน
เดียวกันกับความเช่ือด้ังเดิมของตนเอง เพราะคนที่มีความ ของกลมุ่ นอกจากนนั้ คนโดยทว่ั ไปมกั ตอ้ งการความโดดเดน่
คดิ แตกตา่ งจากคนอนื่ ในกลมุ่ มาก ๆ จะไมส่ ามารถเขา้ มาเปน็ การมีตัวตนเพ่ือให้เป็นท่ีจดจ�ำได้และเป็นที่ชื่นชอบของ
สว่ นหนงึ่ ของกลมุ่ ไดต้ ง้ั แตแ่ รก ดงั นนั้ สมาชกิ กลมุ่ จงึ มขี อ้ มลู สมาชกิ ดงั นน้ั การตดั สนิ ใจสดุ ทา้ ยของคนแตล่ ะคน จงึ มแี นว
ดา้ นเดยี วปรมิ าณมากทใ่ี ชใ้ นการยนื ยนั ความคดิ ความเชอ่ื เดมิ โน้มสุดโต่งกว่าบรรทัดฐานของกลุ่มขึ้นไปอีก ท�ำให้ในภาพ
ของตน สง่ ผลใหย้ ง่ิ เกดิ ความมน่ั ใจในการตดั สนิ ใจของตนเอง รวมยง่ิ เพม่ิ การแยกขว้ั ทางความคดิ และเหน็ ชอ่ งวา่ งระหวา่ ง
ว่าถูกต้องเหมาะสมแล้ว ทั้งนี้ การตัดสินใจภายหลังจาก จุดยืนของแตล่ ะกลุ่มชดั เจนมากขึ้น
การรวมกลุ่มท่ีได้รบั ข้อมลู อ่นื ๆ แลว้ จะมีลกั ษณะท่ีมีความ การแยกข้ัวทางความคิดจึงเป็นปรากฏการณ์
เข้มข้นสูงส่งผลต่อความเช่ือ เจตคติ และการให้คุณค่า ธรรมชาติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจ�ำวันเสมอต้ังแต่อดีตจนถึง
(values) ที่หนักแน่นข้ึนกว่าเดิม โดยเฉพาะสมาชิกแบบ ปจั จบุ นั และเปน็ ทมี่ าของอคตแิ ละความขดั แยง้ ไมว่ า่ จะเปน็
มสี ่วนร่วม (active participant) เน่ืองจากกลุ่มคนประเภท ด้านเชอ้ื ชาติ ศาสนา การเมือง เพศ รวมท้งั อคติระหว่างอายุ
ดังกล่าวน้ีต้องใช้กระบวนการทางปัญญาในการพิจารณา ซงึ่ ก�ำลงั เป็นเรือ่ งที่ตอ้ งจบั ตามองอย่างมาก หรือเรอ่ื งเลก็ ๆ
ข้อมูลขา่ วสาร (central route persuasion) น้อย ๆ เช่น “เพอ่ื น” ชอบคนนนั้ ไม่ชอบคนน้ี จากนนั้ ก็จบั
๒. อทิ ธพิ ลจากบรรทดั ฐานของกลมุ่ (normative กลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูล และเพ่ิมความชอบหรือไม่ชอบ
influence) การตดั สนิ ใจคนเดยี วกอ่ นการแลกเปลยี่ นความ “เพื่อน” ให้สุดโต่งไปในทิศทางใดทิศทางหน่ึง หรือกลุ่ม
คิดเห็นกับสมาชิกกลุ่ม ท�ำให้คนไม่มีแหล่งอ้างอิงการตัดสิน สุภาพสตรีที่ชอบชายหนุ่มในเครื่องแบบ เม่ือรวมกลุ่มกันก็
ใจของตนเองว่าเป็นอย่างไรหรือเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร มักจะเล่าเรื่องราวความประทับใจที่มีต่อหนุ่มในเครื่องแบบ
ก็ตาม เมื่อคนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับสมาชิกคนอ่ืนจะเกิด ให้แก่สมาชิกคนอ่ืน ๆ ฟัง ท�ำให้สุภาพสตรีเหล่าน้ัน ย่ิงทวี
กระบวนการเปรียบเทียบทางสงั คม (social comparison) ความชน่ื ชอบหนมุ่ ในเครอื่ งแบบและเปน็ ไปในทศิ ทางสดุ โตง่
คนใชก้ ารตดั สนิ ใจของคนอนื่ มาเปรยี บเทยี บเปน็ บรรทดั ฐาน ตรงกันข้ามกบั สภุ าพสตรีอกี กลมุ่ ทอี่ าจจะไม่ “อิน” หนุ่ม ๆ
หรอื แหลง่ อา้ งองิ การตดั สนิ ใจของตนเอง กลา่ วอกี นยั หนงึ่ คอื เหล่าน้ี
คนปรบั เปลย่ี นการตดั สนิ ใจของตนเองตามความคดิ เหน็ สว่ น

กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ 7

ส่ิงที่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นปัจจัยกระตุ้นและมี ความเชื่อเดิม พิจารณากลั่นกรองข้อมูลทั้งหมด ตกผลึก
อทิ ธพิ ลอยา่ งมากตอ่ การแยกขว้ั ทางความคดิ ในสงั คมปจั จบุ นั เป็นความคดิ และการตดั สินใจอีกคร้ังของตนเอง เพียงเทา่ น้ี
คือ กลุ่มสังคมเสมือนหรือกลุ่มสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เช่น ก็จะพบว่า ทุกคนสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องแม่นย�ำ
กลุ่มไลน์ กลุ่มเฟสบุ๊ค เพราะกลุ่มในลักษณะดังกล่าวนี้เป็น มากยงิ่ ขน้ึ ท้งั ยงั สามารถรักษาความสมั พันธก์ บั บคุ คลอ่นื ๆ
แหล่งรวบรวมคนที่มีความคิดความเช่ือในทิศทางเดียวกัน กล่มุ อ่ืน ๆ ในสังคมไว้ไดเ้ ป็นอย่างดี
ประกอบกบั ภาวะนิรนาม (anonymity) ทีไ่ ม่มีสมาชกิ คนใด กล่าวโดยสรุป การแยกขั้วทางความคิด เป็น
ทราบว่าตัวตนท่ีแท้จริงของคนที่แสดงความคิดเห็นในกลุ่ม ปรากฏการณ์ท่ีเกิดขึ้นเสมอเม่ือคนรวมกลุ่ม มีปฎิสัมพันธ์
นน้ั เป็นใคร ย่ิงเพิม่ ระดับการแลกเปลย่ี นขอ้ มูลและความคิด แลกเปลย่ี นขอ้ มลู ระหวา่ งกนั และเปน็ ทมี่ าของความขดั แยง้
เหน็ ระหวา่ งกนั ใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งดเุ ดด็ เผด็ รอ้ น นอกจากนกี้ ลมุ่ ได้ ทงั้ นี้ ปรากฏการณด์ งั กลา่ วสามารถอธบิ ายไดด้ ว้ ยแนวคดิ
ในโลกเสมอื นจรงิ เปน็ กลมุ่ ทส่ี ามารถคดั เลอื กสมาชกิ เขา้ รว่ ม ทางวิชาการ ดังน้ัน จึงเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ
กลุม่ ได้ และในขณะเดยี วกนั กพ็ ร้อมทจ่ี ะปฎิเสธคนเหน็ ตา่ ง ทกุ คนในฐานะทเี่ ปน็ สมาชกิ คนหนงึ่ ของสงั คมในการรเู้ ทา่ ทนั
ไม่ให้เข้ากลุ่มต้ังแต่แรกหรือเชิญออกไปกลางคันได้เช่นกัน และไม่อนุญาตให้การแยกขั้วทางความคิดมาบั่นทอนความ
ทำ� ใหก้ ลมุ่ ตา่ ง ๆ เหลา่ นรี้ บั รขู้ อ้ มลู เพยี งดา้ นเดยี ว โดยไมเ่ ปดิ สามารถในการตดั สนิ ใจทถ่ี กู ตอ้ ง รวมทงั้ ทำ� ลายความสมั พนั ธ์
รับความเห็นต่างใด ๆ จึงเป็นที่มาของความขัดแย้งหรือ อนั ดีระหวา่ งกนั
ปัญหาความสัมพันธ์ระหวา่ งกลุ่ม  
อย่างไรก็ตาม แมก้ ารแยกขั้วทางความคิดจะถกู น�ำ บทสง่ ท้าย
เสนอในด้านลบเป็นส่วนใหญ่ หากแต่เมื่อพิจารณาอีก การแยกข้ัวทางความคิดเป็นปรากฏการณ์ท่ีเกิดขึ้น
มุมมองหนึ่ง การแยกขั้วทางความคิดส่งเสริมให้คนหรือ เมื่อคนมารวมกลุ่มและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน
กลมุ่ ระมดั ระวงั ในการลงมอื กระทำ� การอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ เพม่ิ โดยคนซ่ึงเป็นสมาชิกของกลุ่มจะมีแนวโน้มในการปรับ
มากขนึ้ ตามหลกั cautious shift และเปดิ โอกาสใหก้ ลา้ เสยี่ ง เปล่ียนความคิดและการตัดสินใจของตนเองให้สุดโต่ง
กลา้ ไดก้ ลา้ เสยี มากยง่ิ ขน้ึ ตามหลกั risky-shift phenomenon ตามค่าเฉลี่ยหรือบรรทัดฐานการตัดสินใจของกลุ่ม
ซง่ึ ความกล้าเสยี่ งเป็นท่มี าหนึ่งของการเกิดนวตั กรรมใหม่ ๆ มสี าเหตหุ ลัก ๒ ประการคือ ๑) อิทธพิ ลของข้อมลู จากกลุ่ม
ในสงั คม และ ๒) อิทธิพลจากบรรทัดฐานของกลุ่ม การแยกข้ัวทาง
จะเหน็ ได้ว่า ในการดำ� เนินชีวติ ของทุกคนมกั ตกอยู่ ความคิดเป็นปัจจัยหนึ่งท่ีก่อให้เกิดความขัดแย้งและ
ภายใต้อิทธิพลของการแยกข้ัวทางความคิดทั้งสิ้น ท้ังท่ีอาจ อคตริ ะหวา่ งกลมุ่ ได้ จงึ ขอใหท้ กุ คนระวงั ไมใ่ หก้ ารแยกขวั้ ทาง
ตระหนักรู้ตัวหรือไม่ก็ได้ การแยกข้ัวทางความคิดสามารถ ความคิดมาครอบง�ำจนท�ำให้เกิดการตัดสินใจท่ีผิดพลาด
เกิดข้ึนภายในสังคมขนาดเล็ก เช่น ครอบครัว หรือสังคม และความอึดอัดคับข้องใจในความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม
ขนาดใหญ่ เช่น ชาติหรือนานาชาติ รวมท้ังสังคมเสมือน ต่าง ๆ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาการแยกขั้วทางความคิดคือ
ที่มีขอบเขตไม่จ�ำกัดตามที่ได้กล่าวไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การเปิดใจรับฟังข้อมูลหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะข้อมูล
การสลายการแยกข้ัวทางความคิดท�ำได้โดยง่าย เพียงแค ่ ท่ตี รงกนั ขา้ มกับความเชอื่ หรอื เจตคตขิ องตนเอง
การเปดิ ใจรบั ฟงั ขอ้ มลู ทตี่ รงกนั ขา้ มกบั ความเชอื่ หรอื เจตคติ
เดิมด้วยใจท่ีเป็นกลาง ไม่ตัดสินข้อมูลเหล่านั้น และนึกถึง
ความเป็นไปได้ท่ีอาจเกิดข้ึนจากความคิดของคนหรือของ ผู้เขียน: อ.ดร.ชนัญชิดา ทุมมานนท์ สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษา
ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
กลุ่มอีกข้ัวหน่ึง จากนั้น รวบรวมข้อมูลดังกล่าวผสานกับ มหาวิทยาลัย

ข้อมูลอา้ งองิ

Forsyth, D. R. (2010). Group dynamics (5th ed.). Belmont, CA: Wadsworth.
Myers, D. G. (2013). Social Psychology (11th ed.). New York: McGrawHill Education.
8 วารสารวทิ ยาศาสตร์ทหารบก

“New normal”

ในโลกหลงั COVID-19 ที่ไมม่ อี ะไรเหมอื นเดิม

ร.อ.หญิง อญั ภทั ร ศรวี เิ ศษ

ความไม่เหมือนเดิมหลังต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-๑๙ เร่ิมต้นจากชีวิตของคนเราที่เปล่ียนแปลงไปสถานการณ์ไวรัส
COVID-19 มกี ารระบาด ทวั่ โลกรวมถงึ ประเทศไทย จากเดมิ ทเี่ ราคดิ วา่ เรอ่ื งโรคระบาดอาจเปน็ เรอื่ งไกลตวั เราเหน็ การแพรร่ ะบาด
ของโรคซารส์ และพบเจอกบั วกิ ฤตตา่ งๆ อยา่ งต่อเน่ือง แต่เราไมเ่ คยคดิ วา่ มันจะมาถงึ ตวั จนกระทงั่ โควิด-19 มาถงึ ก่อใหเ้ กิด
ผลกระทบไปทัว่ โลก วนั นท้ี กุ คนจึงตระหนกั เพ่ิมขนึ้ วา่ วกิ ฤตทเี่ กดิ ขึ้นเป็นเร่อื งใกล้ตวั ท่ที ำ� ใหช้ ีวิตไมเ่ หมอื นเดมิ ...

การปรับพฤตกิ รรมการใชช้ วี ติ บนสงั คมใหมท่ ี่เรยี กว่า

ความปกตใิ หม่ หรือ New Normal ทท่ี ุกคนตอ้ งใหค้ วามรว่ มมอื เพ่ือลดการแพรร่ ะบาดของโรค ถึงแม้วา่ ปจั จุบัน รัฐบาล
จะเริ่มควบคมุ การแพรร่ ะบาดของโรค COVID-19 ไดแ้ ลว้ แต่ถ้าหากพวกเรายังตอ้ งใช้ชวี ิตร่วมกบั ผอู้ ่นื ในสังคมต้องเรม่ิ เรยี นรู้และ
ปฏบิ ัติตาม หลายคนอาจจะไดย้ ินคำ� วา่ “New Normal” กลายเปน็ ศัพท์ใหม่ที่ถกู พดู ถึงกนั มากยิ่งขน้ึ ค�ำดงั กล่าว ส่วนใหญ่จะถกู นำ�
มาใชอ้ ธิบายพฤติกรรมใหม่ของผบู้ ริโภคท่ีจะเปลยี่ นไป หลงั จากโรคระบาดครัง้ น้ีจบสิ้นลงแต่แท้จรงิ แล้ว New Normal นัน้ มีท่ีมา
อย่างไร แลว้ หมายถงึ อะไรไดบ้ า้ ง เราจะพาไปรจู้ ักในบทความน้ี…

๑. “New Normal” คอื อะไร?

เมอ่ื ไมน่ านมานี้ ราชบณั ฑติ ยสภา ไดบ้ ญั ญตั ศิ พั ท์ “New Normal” เพม่ิ เขา้ มา โดย คณะกรรมการบญั ญตั ศิ พั ทน์ เิ ทศศาสตร์
ราชบณั ฑติ ยสภา ไดอ้ ธบิ ายค�ำนี้ผ่านทางเฟซบกุ๊ Malee Boonsiripunth เอาไวว้ า่ New Normal แปลว่า ความปกตใิ หม่, ฐาน
วิถีชีวิตใหม่ หมายถึงรูปแบบการด�ำเนินชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่างจากอดีต อันเน่ืองจากมีบางส่ิงมากระทบ จนแบบแผนและ
แนวทางปฏิบัติท่ีคนในสังคมคุ้นเคยอย่างเป็นปกติและเคยคาดหมายล่วงหน้าได้ ต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีใหม่ภายใต้หลัก
มาตรฐานใหม่ทีไ่ ม่คุน้ เคย
รปู แบบวถิ ชี วี ติ ใหมน่ ี้ ประกอบดว้ ยวธิ คี ดิ วธิ เี รยี นรู้ วธิ สี อ่ื สาร วธิ ปี ฏบิ ตั แิ ละการจดั การ การใชช้ วี ติ แบบใหมเ่ กดิ ขน้ึ หลงั จาก
เกดิ การเปลยี่ นแปลงอยา่ งใหญห่ ลวงและรนุ แรงอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ทำ� ใหม้ นษุ ยต์ อ้ งปรบั ตวั เพอื่ รบั มอื กบั สถานการณป์ จั จบุ นั มากกวา่
จะธำ� รงรักษาวถิ ีด้งั เดมิ หรอื หวนหาถงึ อดตี

กรกฎาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ 15

นอกจากน้ียังมีการใช้ค�ำว่า “New Normal” ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ โดยค�ำนี้ก�ำเนิดขึ้น
ในช่วงหลงั วกิ ฤติเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกในชว่ งตน้ ครสิ ต์ศตวรรษที่ ๒๑ (ค.ศ. ๒๐๐๗ - ๒๐๐๘) ไดเ้ กดิ การเปล่ยี นแปลงในระบบ
เศรษฐกจิ คร้ังใหญ่ การจัดการบางอยา่ งซง่ึ แตเ่ ดมิ เคยถกู มองวา่ ผดิ ปกติ ไดก้ ลบั กลายมาเป็นส่ิงทพี่ บเห็นกนั ได้ทัว่ ไป และถกู นำ� มาใช้
ในปริบทอ่นื ๆ อย่างเช่น ด้านวทิ ยาศาสตร์ เพ่ือสอื่ สารและท�ำความเข้าใจถึงสภาวะการเปลี่ยนแปลงของ ภมู อิ ากาศ เช่น อณุ หภูมิ
ที่สงู ขน้ึ และความเปล่ยี นแปลงของฤดูกาล
ส่วน “New Normal” ในบริบทสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “โควิด-๑๙” ช่วงปลาย พ.ศ. ๒๕๖๒ ถึง
พ.ศ. ๒๕๖๓ น้นั อธบิ ายได้วา่ เปน็ สถานกาณท์ เ่ี กดิ ขึน้ อยา่ งรวดเร็วและรุนแรงจนแพรก่ ระจายไปในประเทศต่าง ๆ ทว่ั โลก ผคู้ นเจบ็
ปว่ ยและลม้ ตายจำ� นวนมาก จนกลายเปน็ ความสญู เสยี อยา่ งใหญห่ ลวงอกี ครง้ั หนง่ึ ของมนษุ ยชาติ มนษุ ยจ์ งึ จำ� เปน็ ตอ้ งปอ้ งกนั ตนเอง
เพ่ือให้มีชีวิตรอดด้วยการปรับเปล่ียนพฤติกรรมการด�ำรงชีวติ ท่ผี ิดไปจากวถิ ีเดมิ ๆ
โดยมีการปรับหาวิถีการด�ำรงชีวิตแบบใหม่เพ่ือให้ปลอดภัยจากการติดเช้ือ ควบคู่ไปกับความพยายามรักษาและฟื้นฟู
ศกั ยภาพทางเศรษฐกิจและธรุ กิจ นำ� ไปสกู่ ารสรรค์สรา้ งสิ่งประดษิ ฐใ์ หม่ ๆ เทคโนโลยใี หม่ ๆ มกี ารปรบั แนวคิด วิสัยทศั น์ วธิ ีการ
จดั การ ตลอดจนพฤตกิ รรมทเี่ คยท�ำมาเปน็ กิจวตั ร เกิดการบ่ายเบนออกจากความคุ้นเคยอนั เป็นปกติมา แตเ่ ดิมในหลายมติ ิ ทั้งใน
ด้านอาหาร การแต่งกาย การรกั ษาสุขอนามัย การศกึ ษาเล่าเรยี น การสอื่ สาร การท�ำธุรกิจ ฯลฯ ซึ่งส่งิ ใหมเ่ หล่านีไ้ ด้กลายเปน็ ความ
ปกติใหม่ จนในทส่ี ดุ เม่อื เวลาผ่านไป กท็ �ำให้เกิดความคนุ้ ชนิ ก็จะกลายเปน็ สว่ นหนึ่งของวิถชี ีวติ ปกตขิ องผคู้ นในสังคม

ประวัติความเปน็ มาของคำ�วา่ New Normal

New Normal ถูกน�ำมาใช้คร้ังแรกโดยบิลล์ กรอส (Bill Gross)
ผู้ก่อตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ชาวอเมริกัน โดยตอนนั้นเขาใช้อธิบายถึงสภาวะ
เศรษฐกิจโลก หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ ในสหรัฐฯช่วงระหว่างปี
๒๐๐๗ - ๒๐๐๙
สาเหตทุ ่ีตอ้ งใชค้ �ำว่า “New Normal” เพราะเดมิ ทวี ิกฤติเศรษฐกิจจะมีรูป
แบบค่อนข้างตายตัวและเปน็ วงจรเดิม คอื เมื่อเศรษฐกจิ เตบิ โตไปได้ชว่ งระยะหน่ึง จะ
มีปัจจัยท่ีท�ำให้เกิดเป็นวิกฤติทางเศรษฐกิจ และหลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่นาน
เศรษฐกิจก็จะเร่มิ ฟน้ื ตัว แลว้ กก็ ลบั มาเตบิ โตไดด้ ีอีกครั้ง สิ่งเหล่าน้คี ือสง่ิ ทเี่ กิดข้นึ เปน็
ปกติ จนเรียกได้ว่าเป็น ‘เรอ่ื งปกติ’ (Normal) ก็ได้
แต่หลังจากการเกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ หลายคนมองว่าเศรษฐกิจโลกจะไม่สามารถกลับไปเติบโตได้ดีเหมือนเดิม
ด้วยปจั จัยต่าง ๆ เช่น การพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจมากเกนิ ไป ทัง้ ทห่ี ลายประเทศมหี น้สี าธารณะสงู มาก การยมื เงนิ จากอนาคต
16 วารสารวทิ ยาศาสตรท์ หารบก

เพ่ือแลกกับการเตบิ โตทางเศรษฐกิจในวนั นี้ จะส่งผลใหเ้ ตบิ โตได้ลดลงในอนาคต ดังน้ันคำ� วา่ “New Normal” จงึ ถูกนำ� มาใช้เพือ่
พูดถงึ การเตบิ โตทางเศรษฐกจิ ทีถ่ ดถอยลงและคาดวา่ จะไม่กลับมาเติบโตในระดบั เดิมไดอ้ ีกต่อไป

โควิด-๑๙ กบั New Normal

กอ่ นสถานการณโ์ ควดิ -๑๙ ในแงก่ ารพฒั นาประเทศและ
เศรษฐกจิ ประเทศไทยไดเ้ ผชญิ วกิ ฤติมาหลายครง้ั แต่โควิด-๑๙
ถือปรากฏการณ์ท่ีท�ำให้เกิดการเปล่ียนแปลงมหาศาล เพราะ
เป็นการระบาดใหญ่ท่ัวโลก ส่งผลให้เกิดการปรับเปล่ียน
พฤติกรรมอย่างรุนแรงในระยะสั้น และหลายพฤติกรรมจะอยู่
ถาวรกลายเป็น New Normal ซ่ึงเป็นส่ิงท่ีหลายองค์กรก�ำลัง
ศึกษาอยู่
เนื่องจากโควิด-๑๙ เปน็ โรคอุบัติใหมท่ เี่ รายงั ไม่รูจ้ กั มา
กอ่ น สง่ ผลตอ่ วถิ ีชีวิต การทำ� งาน การด�ำเนนิ ชวี ิตประจำ� วัน การ
เกดิ ข้ึนและการดำ� เนินโควิด-๑๙ คร้ังน้ี จึงเปน็ สถานการณ์ทีห่ ลายคนคาดวา่ คงจะยาวนานพอสมควร จนทำ� ใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างถาวรในหลายพฤติกรรมของผู้คน ความไม่แน่นอนและการคาดเดาสถานการณ์ไม่ได้ ประกอบกับการได้รับข้อมูลข่าวสารถึง
ผลกระทบต่าง ๆ อาจก่อให้เกิดความเครยี ด ความกลวั ในจติ ใจของคนไทยได้ทุกเพศทุกวยั

“New Normal” ด้านสาธารณสุขไทย

ส�ำหรับ “New Normal” ในบริบท “COVID-19” นั้น เห็นได้ชัดเจนท่ีสุดในด้านของการสาธารณสุขของเมืองไทย
โดยทาง ศบค. มกี ารประกาศมาตรการการปอ้ งกนั และควบคมุ การระบาดของโควดิ -๑๙ ท่ีทุกคนต้องให้ความสำ� คัญและปฏิบัตติ าม
อยา่ งเคร่งครัด ไดแ้ ก่
- สวมใสห่ นา้ กากผ้าหรือหนา้ กากอนามัยเสมอ
- ตอ้ งเวน้ ระยะห่าง ๒ เมตร
- ลา้ งมือบ่อย ๆ พกเจลแอลกอฮอล์
- หลกี เล่ยี งสถานที่แออัด
- หลีกเลย่ี งกลมุ่ เสี่ยงหรอื ผทู้ ่มี อี าการป่วย

“New Normal” ดา้ นธุรกจิ เศรษฐกิจ

ถัดมาคอื “New Normal” ในบริบทของการท�ำธุรกจิ คา้ ขาย รวมถงึ ภาพใหญ่ในระบบเศรษฐกจิ ของไทยพบว่าผ้คู นยุคโค
วดิ -๑๙ จ�ำเป็นต้องอยบู่ ้านมากข้นึ เกดิ เทรนดก์ ารทำ� งานรปู แบบใหมค่ ือ Work from Home ส่วนนกั เรยี นกต็ ้องปรบั ตัวส่กู ารเรยี น
ทบ่ี ้านผ่านการ“เรียนออนไลน”์ การจบั จา่ ยซือ้ ของตา่ ง ๆ ก็ตอ้ งซื้อออนไลนก์ ันมากขนึ้ ดังนน้ั ธรุ กจิ หรอื การค้าขายในความปกตริ ปู
แบบใหมจ่ งึ หนไี มพ่ น้ การทำ� ธรุ กจิ ออนไลน์ โดยเฉพาะธรุ กจิ ขายสนิ คา้ และจดั สง่ แบบ “เดลเิ วอร”่ี ทพ่ี บวา่ เตบิ โตขนึ้ อยา่ งมากในชว่ ง
น้ี ส่วนรา้ นอาหารกต็ อ้ งปรับตวั สู่ New Normal เชน่ กนั มีทั้งขายแบบเดลิเวอร่ี หรือบางรา้ นทเ่ี ปิดใหร้ ับประทานท่รี ้านไดแ้ ลว้ ก็
ตอ้ งมกี ารก้ันฉากใหล้ กู คา้ แต่ละคน ไม่ใหล้ ูกค้าใกลช้ ดิ หรือแออัดกัน และเวน้ ระยะห่างของการนั่งระหว่างโต๊ะอาหาร เป็นตน้

“New Normal” ดา้ นการศกึ ษา

มาถึงด้านการศึกษาไทยกันบ้าง พบว่าเด็ก ๆ ในยุคโควิด-๑๙ ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนใหม่สะท้อน
“New Normal” ท่ไี มค่ อ่ ยจะสะดวกท้งั กับผู้ปกครองและกับตัวเดก็ เอง นน่ั คือ “เรยี นออนไลน์” ผา่ นทางชอ่ งทวี ดี าวเทยี ม DLTV
และเรยี นผา่ นแอพฯ เวบ็ ไซต์ และชอ่ ง youtube ของ DLTV ไดเ้ ชน่ กนั แตป่ รากฏวา่ เดก็ ๆ ประสบปญั หาการเรยี นออนไลนม์ ากมาย
หลายอยา่ ง เช่น การจูนหาสัญญาณช่องไม่เจอ การโหลดแอปฯ ไม่ได้ หรือแม้แตป่ ัญหาเร่ืองอปุ กรณ์อย่างแล็ปท็อป มือถือ แท็ปเลต็
และการตดิ ตั้งอนิ เตอรเ์ น็ตความเร็วสูง เปน็ ต้น

กรกฎาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓ 17

แนวทางการปรับตวั พลกิ วกิ ฤตเิ ปน็ โอกาส

ในสถานการณ์วิกฤตทิ เี่ กิดขนึ้ หากภาคสว่ นตา่ ง ๆ ไมว่ า่ จะเป็นภาคธุรกจิ ภาครฐั หรอื ส่วนบคุ คล ไม่วา่ จะเป็นด้านสุขภาพ
สังคม เศรษฐกิจ ล้วนต้องปรับตัว อย่างไรก็ตามทุกปัญหามีทางออกเสมอ และทุกอย่างเชื่อว่ายังมีโอกาสไปต่อได้ มีแนวทางจาก
องคก์ รภาคธรุ กจิ ซ่งึ ดูเหมอื นจะปรบั ตวั ได้เรว็ ได้นำ� เสนอแนวทางเพื่อเป็นไอเดยี โดย ๔ แนวทางทจ่ี ะตอ้ งพัฒนาใหด้ ีขน้ึ หลังจบโค
วดิ -๑๙ ประกอบด้วย
๑. การเรง่ ปรบั ตวั ชอ่ งทาง Offline to Online ในธรุ กจิ ทมี่ ชี อ่ งทางขายออฟไลนต์ อ้ งมองช่องทางออนไลนเ์ ขา้ มาเพม่ิ เตมิ
เพราะทา้ ยทสี่ ดุ หลงั จบโคว-ิ ๑๙ การสงั่ ซอื้ สนิ คา้ ออนไลนจ์ ะกลายเปน็ พฤตกิ รรมตดิ ตวั ผบู้ รโิ ภค สว่ นดา้ นสขุ ภาพ นอกจากการตดิ ตอ่
สือ่ สาร ให้ขอ้ มูลประชาสมั พนั ธแ์ ล้ว การบรกิ ารสุขภาพผ่านช่องทางดังกลา่ ว น่าจะได้รบั ความสนใจต่อผู้คนในสงั คมมากยง่ิ ขึ้น
๒. การขยายพ้ืนท่ีเพ่ือเข้าถึงผู้บริโภค ในด้านเศรษฐกิจท่ีเห็นชัดตอนน้ีในช่วงวิกฤติท่ีผ่านมาคือ ผู้ให้ บริการ food
aggregator เพราะเป็นโอกาสเพ่ิมจำ� นวนผู้ใช้บริการ จากพฤติกรรมส่ังฟู้ดเดลิเวอรี่ ที่เป็น New Normal จากนี้ไปเราคงจะเห็น
บรกิ ารดา้ นสุขภาพมเี ดลิเวอร่มี ากขึ้นเช่นเดียวกัน
๓. พฒั นาโลจสิ ติกส์ จากการเรยี นรใู้ นพฤตกิ รรม ผูบ้ ริโภคในสถานการณโ์ ควดิ -๑๙ หากโลจสิ ตกิ ส์ส่งช้าจะเป็นปัญหาตอ่
การเติบโตของธุรกจิ เดลเิ วอรี่
๔. ขยายแพลตฟอร์ม Social Media ของแต่ละธุรกจิ ให้เข้าถงึ ผู้บริโภคให้มากที่สดุ เพราะเทคโนโลยีมกี ารพัฒนาอย่าง
ต่อเน่อื งให้ใชง้ านไดส้ ะดวก เปน็ สง่ิ ทีผ่ ู้ผลิตและค้าปลีก ต้องใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มโซเชยี ล มีเดียให้มากท่สี ดุ

บทส่งทา้ ย

สรปุ แลว้ คำ� ถามทวี่ า่ หลงั COVID-19 … โลกเราจะเปน็ อยา่ งไร สง่ิ แรกกค็ อื การเขา้ สรู่ ปู แบบชวี ติ ปกตใิ หม่ “New Normal”
ทง้ั นใ้ี นอนาคตอาจจะเกดิ New Normal อนื่ ๆ หรอื New Normal เหลา่ นจ้ี ะกลายเปน็ ความเคยชนิ จนกลายมาเปน็ พฤตกิ รรม
ทัว่ ไปก็ได้ ตอ่ จากน้ไี ป วิถชี วี ิตใหมข่ องท่านจะเปน็ อยา่ งไรน้นั ข้ึนอย่กู ับการออกแบบ ท้ังส่วนตวั ครอบครวั การงาน และเราจะมี
ชวี ิตอยา่ งมีความสุขไปดว้ ยกนั

ข้อมูลอา้ งอิง

https://www.dmh.go.th/apps/
https://www.brandbuffet.in.th/2020/04/nielsen-changing-consumer-behavior-in-covid19/
https://www.dharmniti.co.th/new-normal/
18 วารสารวทิ ยาศาสตรท์ หารบก

โน้มนา้ วอยา่ งไร

ใหเ้ ขาไปพบจติ แพทย์

ร.อ. ศรนรินทร์ กาญจนะโนพินิจ

อยา่ งทที่ ราบกนั อยแู่ ลว้ วา่ การเจบ็ ปว่ ยทางจติ หรอื โรค คิดว่า ผู้ที่เจ็บป่วยทางจิตหรือมีอาการทางจิตเวชจะพูดคุยไม่รู้
ทางจติ เวชในสงั คมมจี ำ� นวนเพมิ่ ขนึ้ อยา่ งเหน็ ไดช้ ดั จนตวั เราเอง เร่อื ง มอี ารมณ์ท่แี ปรปรวนตลอดเวลา หรือมีพฤติกรรมท่คี าดไม่
อาจพบได้ว่า คนรอบตัวเราอาจมีอาการผิดปกติบางอย่างทาง ถึง ควบคุมตนเองไม่ได้ จนไม่น่าเข้าใกล้ ส่ิงเหล่าน้ีเป็นส่ิงท่ีคน
ความคดิ อารมณ์ และพฤตกิ รรม เช่น เกดิ ความคิดวติ กกังวลซำ�้ ทวั่ ไปมกั คดิ กนั โดยเฉพาะคนทไ่ี มเ่ คยไดส้ มั ผสั กบั ผปู้ ว่ ยอยา่ งใกล้
ไปซ�้ำมา มอี ารมณ์เศร้าไมเ่ ปน็ สุขในชีวติ มีอารมณโ์ กรธฉนุ เฉยี ว ชดิ ผทู้ พี่ งึ่ เคยเจอกบั เหตกุ ารณท์ ค่ี นใกลช้ ดิ ปว่ ยเปน็ ครงั้ แรกอาจ
อยา่ งไมเ่ คยเปน็ มากอ่ นมพี ฤตกิ รรมทเ่ี ปน็ ปญั หาตอ่ ตวั เองและคน รู้สึกกลัวและปฏิบัติตัวไม่ถูกว่าจะช่วยเหลือเขาอย่างไรดี ดังน้ัน
รอบข้าง เช่น นอนไมห่ ลบั ใช้จ่ายเงนิ ทองเกินความจำ� เป็น หรอื การท�ำความรู้จักกับผู้ป่วยตามสภาพความเป็นจริงจึงเป็นส่ิงที่
พูดจาไม่ดีจนท�ำให้คนรอบข้างไม่สบายใจอย่างที่เขาไม่เคยเป็น ควรทราบไว้เบื้องต้นเพื่อให้ความช่วยเหลือเขาได้อย่างถูกต้อง
มากอ่ น ซง่ึ สง่ิ ทเี่ กดิ ขนึ้ นี้ ตวั เขาเองและบคุ คลรอบขา้ งไมส่ ามารถ ก่อนอ่นื เราตอ้ งเข้าใจก่อนว่า ผ้ทู เ่ี จบ็ ปว่ ยทางจิตคือบุคคลทวั่ ไป
จัดการกับส่ิงที่เกิดขึ้นได้จนเกิดผลกระทบทางจิตใจกับคนใน ท่มี คี วามคิด ความรู้สึก และศกั ดิศ์ รีเหมือนกบั คนปกติ เพยี งแต่
ครอบครวั หรอื เพอื่ นฝงู ไปหมด ความเปลยี่ นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ เหลา่ ว่าเขาอาจมีความผดิ ปกตไิ ปในบางส่วนของการปรบั ตวั หรอื การ
น้ีอาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนบ่ันทอนความสงบสุขของคนรอบ ใช้ชีวิตของเขา ซึ่งความผิดปกติน้ีจะเกิดขึ้นเป็นบางช่วงเวลา
ข้างลง เมื่อเรารับรู้ว่าเขามีความคิด อารมณ์หรือพฤติกรรมท่ี ความคิดของเขาไม่ได้แย่ตลอดไป อารมณ์ของเขามีทั้งทุกข์
เปล่ียนแปลงไป หลายคนคิดได้ว่า อยากให้ความช่วยเหลือเขา และสุขท่ีเกิดขึ้นจากภาวะเจ็บป่วยและภาวะปกติจากสังคม
โดยการแนะน�ำหรือพาเขาไปพบกับจิตแพทย์เพื่อท�ำการรักษา พฤตกิ รรมอาจมที งั้ ชว่ งทคี่ วบคมุ ไดแ้ ละควบคมุ ไมไ่ ด้ การมองวา่
แตต่ ดิ ตรงทวี่ า่ จะบอกเขาอยา่ งไรใหย้ อมไปพบจติ แพทยห์ รอื หาก เขาเปน็ คนทไี่ มน่ า่ เขา้ หาหรอื ไมส่ ามารถพดู คยุ ไดจ้ งึ เปน็ ความคดิ
เขาไมย่ อมจะบงั คบั พาตวั ไปหรอื หลอกเขาไปพบจติ แพทยด์ หี รอื ทไ่ี ม่ถกู ต้อง ช่วงเวลาท่ี ความผดิ ปกติไมไ่ ด้เด่นชัดเปน็ ชว่ งเวลาที่
ไม่ ในบทความน้ีผ้เู ขยี นจะแนะนำ� ถึงหลกั การและวธิ กี ารปฏิบตั ิ เราสามารถเข้าไปให้ค�ำแนะน�ำหรือพูดคุยเพ่ือชักโน้มน้าวให้เขา
เบ้ืองต้นส�ำหรับการโน้มน้าวพูดคุยกับผู้ที่เราสงสัยว่าเขาป่วยให้ เข้ารับการรักษาได้ ทั้งน้ีการโน้มน้าวอาจไม่ส�ำเร็จในคร้ังเดียว
ไปพบจติ แพทย์เพือ่ ท�ำการรกั ษาต่อไป อาจตอ้ งใช้ เวลาหรอื หลายครงั้ เพอ่ื ใหเ้ ขายอมเชอ่ื ใจและยอมรบั
กับส่ิงที่เกิดข้ึน ซึ่งส่วนน้ีคนรอบข้างต้องใช้ความพยายาม
ธรรมชาตทิ วั่ ไปของผู้ปว่ ย และความอดทนในการพูดคุยดว้ ยเช่นกัน

กอ่ นทจี่ ะโนม้ นา้ วใคร เราตอ้ งรจู้ กั พนื้ ฐานความคดิ หรอื วารสารวิทยาศาสตร์ทหารบก
รูจ้ กั บคุ คลนน้ั ให้ดีเสียกอ่ น ภาพในความคดิ หลาย ๆ คนอาจจะ
12

เทคนิคในการโนม้ น้าวและชกั จงู ๓. ใหข้ อ้ มลู หรอื สะทอ้ นความเปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ขนึ้
ในฐานะที่เป็นบุคคลที่ใกล้ชิดหรือรู้จักเขาดี ความเห็น
การโน้มน้าวให้ผู้ป่วยไปรับการรักษาจากจิตแพทย์นั้น ของเราเป็นสิ่งท่ีเขาจะให้ความส�ำคัญย่ิง การให้ข้อมูลสะท้อน
หลกั การเหมอื นกบั การพดู คยุ หรอื ชกั จงู คนปกตใิ หเ้ ขาทำ� ในสง่ิ ที่ กลับ (feedback) เป็นสิ่งหนึ่งท่ีท�ำให้เขาสามารถรับรู้และ
เราตอ้ งการ เชน่ จะชวนลกู ไปเยยี่ มญาตผิ ใู้ หญท่ ต่ี า่ งจงั หวดั การ ตระหนกั ถงึ การเปลยี่ นแปลงทเ่ี กดิ ขนึ้ กบั ตนเองจนสามารถนำ� ตวั
ชักชวนคนในครอบครัวให้ไปตรวจสุขภาพประจ�ำปี การขอให้ เองเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง หลีกเล่ียงการแนะน�ำ
เพื่อนท�ำอะไรบางอยา่ งใหเ้ รา ซ่งึ การพูดคุยกับผู้ปว่ ยทางจิตเวช ในเชิงตัดสินว่าเขาปว่ ย เขาบา้ ตอ้ งรกั ษา ซึง่ ส่งิ นีจ้ ะน�ำไปสู่การ
ก็เชน่ กัน แตอ่ าจจะตอ้ งมีความระมัดระวังในการพดู คุยเพ่ิมเตมิ ต่อต้านและท�ำลายสัมพันธภาพท่ีดีระหว่างกัน การให้ข้อมูล
ขึ้น ซ่ึงเทคนิคการโน้มน้าวและชักจูงให้ผู้ป่วยให้พบแพทย์นั้นมี สะทอ้ นกลบั จงึ เปน็ วธิ กี ารทล่ี ะมนุ ละมอ่ น ตรงประเดน็ และทำ� ให้
หลกั การดังนี้ เขามีสติและสามารถพิจารณาเพื่อตัดสินใจได้เอง การให้ข้อมูล
๑. การสร้างบรรยากาศท่ดี ี สะท้อนกลับเกี่ยวกับการเปล่ียนแปลงของเขาสามารถท�ำได้โดย
การพูดคุยเพ่ือชักจูงใครน้ัน ควรท�ำในบรรยากาศ การพดู ถงึ ความเปล่ียนแปลงใน ๓ ดา้ น คอื
ท่ีเป็นมิตร อยู่ในสถานที่ท่ีเหมาะสม มีความเป็นส่วนตัว รู้สึก ด้านอารมณ์ เช่น “คุณดูหงุดหงิดฉุนเฉียวผิดปกติ
ปลอดภยั เช่น ที่บ้าน หลีกเลย่ี งการพูดในที่ท�ำงานหรอื ทส่ี าธรา มากกว่าแต่ก่อน” “คณุ ดวู ติ กกังวลไปทกุ เร่ือง” “คุณดเู ศร้ามาก
ณะท่ีมผี ู้อืน่ อยดู่ ้วย และท่สี �ำคญั ควรเลอื กทีจ่ ะพูดเม่อื เขาอยใู่ น จากที่เคยร่าเรงิ มากอ่ นนะ”
ช่วงอารมณ์ดี พร้อมที่จะพูดคุยหรือรับฟังผู้อื่น ส�ำหรับผู้ท่ีพูด ด้านร่างกาย เช่น “คุณดูซูบผอมลงไปเยอะเลย” “ดู
ควรเป็นผู้ท่ีเขารู้สึกเป็นมิตรด้วย มีความเกี่ยวพันหรือเก่ียวข้อง หน้าตาไมส่ ดชืน่ เลย เหมือนคนไม่ไดน้ อน”
กบั ชวี ติ เขา ยงิ่ ไดผ้ ทู้ เี่ ขาเคารพและเชอ่ื ใจ โอกาสทเี่ ขาจะฟงั และ ด้านพฤติกรรม เช่น “ไม่ค่อยพูดคุยเหมือนเมื่อก่อน”
คลอ้ ยตามจะมโี อกาส สำ� เรจ็ มากยง่ิ ขนึ้ ทง้ั นไ้ี มจ่ ำ� เปน็ จะตอ้ งเปน็ “มปี ากเสยี งบอ่ ยขน้ึ ” “ไมค่ อ่ ยทำ� งานอดเิ รกทชี่ อบเหมอื นเดมิ ”
คนใกล้ชิดในครอบครัวเท่าน้ัน เพราะคนเหล่านี้เขาอาจมองว่า “ไม่ค่อยมีสมาธทิ ำ� งานเลย” “เหม่อลอยเป็นประจำ� ”
เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในชีวิตเขาก็ได้ คนท่ีเขาเช่ือใจและมัก การใหข้ อ้ มลู การเปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ จะทำ� ใหเ้ ขามสี ติ
ขอรบั คำ� ปรกึ ษาดว้ ยบอ่ ย ๆ เชน่ เพอื่ นสนทิ พนี่ อ้ ง กล่มุ คนเหลา่ รตู้ วั วา่ ตนเองมบี างอยา่ งเปลยี่ นแปลงไปซงึ่ ในบางรายอาจไมเ่ คย
น้ีจะมีอิทธิพลในการให้ค�ำแนะน�ำและโน้มน้าวให้ประสบความ สังเกตตัวเอง ในข้ันตอนนี้ ส�ำคัญท่ีจะท�ำให้เขารู้ตัว มีสติ และ
ส�ำเร็จได้สูง จากท่ีกล่าวมา หากเริ่มต้นจากบรรยากาศที่ดี จะ พร้อมที่จะแก้ไขการเปล่ียนแปลงทางลบที่เกิดขึ้นกับตนเองให้
ท�ำให้เขาเข้าสู่ภาวะต่อไปนัน่ คอื การเปิดใจและยอมรับตามมา กลับมาดเี หมอื นเดมิ ตอ่ ไป
๒. การสรา้ งความเชือ่ ใจ ๔. แสดงความเปน็ ห่วงและให้การแนะนำ�
เม่ือบรรยากาศพร้อมเป็นใจแก่การพูดคุย การเริ่มต้น เมื่อเขาเร่ิมรู้ว่าตนเองมีการเปล่ียนแปลงไปอย่างไร
สนทนาไม่ควรตรงประเด็นไปท่ีการรับการรักษาเลย เพราะจะ ความพร้อมทจ่ี ะตอ้ งการแกไ้ ขตนเองก็จะเร่มิ ขึน้ ดงั นน้ั หากเรา
ทำ� ใหเ้ ขาตกใจและไมพ่ รอ้ มทจ่ี ะพดู คยุ ตอ่ ควรเรม่ิ จากการพดู คยุ แสดงออกถึงความเปน็ หว่ งเขา จะยิง่ ทำ� ใหเ้ ขารู้สึกดีและมกี �ำลัง
เรอ่ื งทว่ั ไปตามปกตทิ เี่ คยคยุ กนั ทา่ ทที แี่ สดงถงึ ความเปน็ มติ รและ ใจทจ่ี ะเปลยี่ นแปลงตวั เองมากขนึ้ เราอาจพดู กบั เขาในทำ� นองท่ี
เตม็ ใจทจ่ี ะพดู คยุ เราตอ้ งทำ� ใหเ้ ขาสมั ผสั ได้ ทำ� ใหเ้ ขารสู้ กึ วา่ มคี น วา่ “อยากใหเ้ ขากลบั มารา่ เรงิ เหมอื นเดมิ ” “อยากใหเ้ ขากลบั มา
พร้อมที่จะฟังและ เห็นคุณค่าของตัวเขา หลีกเลี่ยงการตัดสิน มีความสุขเหมือนเดิม” เหมือนเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขา
ความคดิ และพฤตกิ รรมทเ่ี ขาทำ� ว่าเป็นส่งิ ทีไ่ ม่ดี ไมถ่ กู ตอ้ งแมว้ ่า โดยมีเป้าหมายคือ การกลับมาปกติดีเหมือนเดิม ซ่ึงเราจะช่วย
เราจะคดิ แบบนน้ั กต็ าม สำ� หรบั การเรม่ิ ตน้ พดู คยุ เกย่ี วกบั สง่ิ ทเ่ี ขา
กำ� ลังมีปญั หาอาจเริ่มจากค�ำถามปลายเปิด เชน่ “ช่วงน้เี ธอเป็น
อยา่ งไรบ้าง” “รสู้ ึกอย่างไรบา้ งช่วงนี”้ คำ� ถามประเภทน้จี ะช่วย
กระตนุ้ ทำ� ใหเ้ ขาไดเ้ ลา่ สง่ิ ทคี่ บั ขอ้ งใจออกมา ซงึ่ หนา้ ทข่ี องเราคอื
รบั ฟงั อยา่ งตง้ั ใจ รบั รอู้ ารมณร์ ว่ ม และปลอ่ ยวางไมต่ ดั สนิ ซงึ่ เมอ่ื
ผา่ นมาถงึ จดุ นแ้ี ลว้ เขาจะมคี วามเชอื่ ใจและเปดิ ใจกบั เรามากขน้ึ
น่ันเป็นโอกาสทองที่จะโน้มน้าวหรือให้ค�ำแนะน�ำในการเข้ารับ
การรกั ษาไดด้ ที ส่ี ดุ

กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ 13

แนะน�ำวิธีการที่จะไปถึงเป้าหมาย นั่นคือ การเข้ารับการรักษา ท�ำได้เฉพาะเม่ือผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมตนเองได้และเป็น
จากจิตแพทย์ โดยวิธีการท่ีจะส่ือสาร เราจะไม่บอกเขาตรง ๆ อนั ตรายตอ่ คนรอบขา้ ง จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งทำ� เชน่ นนั้ แตใ่ นความเปน็
ว่า ให้เขาไปพบจิตแพทย์ เพราะส่ิงที่เขาคิดอาจกลายเป็นว่า จริง โรคจิตเวชมีความหลากหลาย ท้ังโรคผิดปกติทางอารมณ์
“ฉันไม่ได้บ้านะ” “หาว่าฉันบ้าเหรอ” ท�ำให้ความพยามยาม ความคดิ หรอื พฤตกิ รรม และสว่ นใหญย่ งั สามารถใชช้ วี ติ รว่ มกบั
ต้ังแต่ต้นล้มเหลวลงไป แต่สิ่งท่ีควรบอกกับเขาคือ การแนะนำ� สงั คมไดอ้ ยู่ การรกั ษาทางจติ เวชนน้ั ตอ้ งใชร้ ะยะเวลาในการรกั ษา
ใหป้ รกึ ษาผเู้ ชย่ี วชาญ (ไมค่ วรใชค้ ำ� วา่ จติ แพทย์ หรอื โรงพยาบาล ตอ้ งอาศยั ความรว่ มมอื จากผปู้ ว่ ยและคนใกลช้ ดิ ในการรกั ษาและ
ทางจติ เพราะจะทำ� ใหเ้ ขาตอ่ ตา้ น) เชน่ “ทเ่ี ปน็ แบบนอ้ี าจเพราะ พบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง ดังน้ันการหลอกหรือบังคับให้ผู้
เธอไม่สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ฉนั แนะนำ� ให้ปรึกษากับหมอ ปว่ ยมาพบแพทยจ์ ะทำ� ไดเ้ พยี งครง้ั แรกครง้ั เดยี วเทา่ นน้ั หลงั จาก
ด้านการนอนหลบั จะแกป้ ัญหาได้” “ลองปรึกษากับผเู้ ชย่ี วชาญ นั้นผู้ป่วยจะต่อต้านและไม่ยอมร่วมมือรับการรักษาอีกเลย
ด้านการจัดการอารมณ์ไหม จะท�ำให้ดีข้ึนได้” ท้ังนี้เราอาจยก นอกจากนี้การหลอกลวงหรือบังคับยังเป็นการท�ำลายความเชื่อ
ตวั อยา่ งกรณขี องคนรจู้ กั อนื่ ๆ ทเี่ ขา้ รบั การรกั ษาแลว้ แกไ้ ขปญั หา ใจท่ผี ปู้ ่วยมตี อ่ คนใกลช้ ิดซึ่งจะท�ำให้เกดิ ปัญหาอืน่ ตามมา อยา่ ง
ได้ เพ่ือท�ำให้เขาเชื่อม่ันเพ่ิมขึ้นว่า การรับการรักษาเป็นส่ิงท่ี ทก่ี ล่าวไปข้างตน้ ผปู้ ่วยทางจิตเวชกม็ ีความคิด ความรสู้ ึก และ
ถกู ตอ้ งและแกไ้ ขปญั หาได้จริง (สิ่งหนึ่งท่ีเราควรเตรยี มพร้อมไว้ ศกั ด์ศิ รีเหมือนคนปกติทวั่ ไป ดังนัน้ การปฏบิ ัติกับเขาดว้ ยการให้
สำ� หรบั การชกั จงู ใหเ้ ขาเขา้ รบั การรกั ษา คอื ขอ้ มลู สถานพยาบาล เกียรติจึงเป็นสิ่งส�ำคัญที่จะช่วยให้เขาสามารถเอาชนะปัญหาท่ี
หรือคลินิกท่ีสามารถรับรักษาโรคทางจิตเวชได้ ซ่ึงผู้ป่วยท่ียังไม่ เกดิ ข้นึ ดว้ ยตนเองและให้ความร่วมมือในระยะยาวได้ดีทีส่ ุด
คอ่ ยยอมรบั วา่ ตนเองมปี ญั หาทางจติ ควรแนะนำ� ใหไ้ ปพบแพทย์
ทโ่ี รงพยาบาลทว่ั ไปทม่ี สี าขาจติ เวชภายในหรอื คลนิ กิ กอ่ น เพราะ บทสง่ ท้าย
เขาอาจรสู้ กึ วา่ โรงพยาบาลเฉพาะทางดา้ นจติ เวชอาจรสู้ กึ นา่ กลวั
เกนิ ไปสำ� หรบั เขา) หากการสนทนาสามารถลว่ งเลยมาถงึ จดุ นไ้ี ด้ โรคจิตเวชเป็นสิ่งท่ีเกิดข้ึนใกล้ตัวเราทุกคนเข้ามามาก
โอกาสที่เขาจะเข้ารับการรักษาจะสูงมาก ในบางรายอาจยังไม่ ขึ้น ท่านจะมโี อกาสไดเ้ จอคนที่ผิดปกติทางจิตมากขึน้ ตามอตั รา
ยอมเขา้ รบั การรกั ษาทนั ที ควรใหเ้ วลาเขาไดค้ ดิ ไตรต่ รองซกั ระยะ การเกดิ ที่สงู ขึ้นในปัจจุบนั ดงั นน้ั การรู้จักวิธีรบั มือเพือ่ ช่วยเหลอื
หน่ึง แต่ในระหว่างนั้นเราก็หม่ันคอยแสดงความเข้าใจและเปิด คนเหล่านั้นจึงเป็นสิ่งส�ำคัญที่ทุกคนควรทราบเมื่อเกิดปัญหาจะ
ชอ่ งทางทจ่ี ะชว่ ยเหลอื และสนบั สนนุ เขาตลอดเวลาเมอื่ เขาพรอ้ ม ได้น�ำมาใช้งานได้ทันที การแนะน�ำให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์เป็น
หนทางทีด่ ีทสี่ ดุ ที่จะแก้ปัญหาความผิดปกตทิ เี่ กดิ ขึน้ ดงั น้นั หาก
หลอกพาไปพบแพทย์หรือบังคับไปพบแพทย์ เรารู้จักวิธีการในการโน้มน้าวและแนะน�ำผู้ป่วยทางจิตเวช
ไมง่ า่ ยกว่าหรือ เพื่อเข้ารับการรักษาด้วยขั้นตอนของการสร้างบรรยากาศที่ดี
การสร้างความเชื่อใจ การให้ข้อมูลสะท้อนกลับ และการแสดง
หลายคนอาจคิดว่า การหลอกหรือบังคับให้ผู้ป่วยเข้า ความเปน็ หว่ งและใหค้ �ำแนะนำ� ท่านจะรวู้ า่ การแนะนำ� ใหผ้ ู้ป่วย
พบแพทย์จะท�ำให้แกป้ ัญหาได้ง่าย ผูป้ ่วยถึงมือแพทย์ เรื่องก็จบ ไปพบแพทยไ์ มใ่ ชเ่ รอ่ื งยากเหมอื นท่ีจนิ ตนาการไว้ ซ่งึ กไ็ มม่ ีใครรู้
จากภาพยนตร์หรือข่าวหลายเรื่องมีการน�ำส่งผู้ป่วยจิตเวชโดย วา่ เราอาจตอ้ งใชค้ วามรนู้ กี้ บั คนใกลช้ ดิ ครอบครวั เพอื่ นรว่ มงาน
การใชต้ ำ� รวจหรอื เจา้ หนา้ ทคี่ วบคมุ ตวั สง่ โรงพยาบาล ซงึ่ กรณนี นั้ หรอื คนทีเ่ รารกั ในอนาคตก็เป็นไปได้

ข้อมูลอ้างอิง

กมลเนตร วรรณเสวก. (๒๕๕๕). การเตรยี มตวั ก่อนตดั สนิ ใจไปพบจิตแพทย์ (ออนไลน์). สบื คน้ จาก https://www.si.mahidol.
ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=๙๔๑ [๒๓ สงิ หาคม ๒๕๖๓]

คลินิกบ้านรักษ์ใจ. (๒๕๖๓). อยากให้คนในครอบครัวไปพบจิตแพทย์....ท�ำอย่างไรดี (ออนไลน์). สืบค้นจาก https://
baanrakjaiclinic.com/2020/06/29/อยากใหค้ นในครอบครวั ไปพบจิตแพทย์....ทำ� อย่างไรดี [๒๓ สงิ หาคม ๒๕๖๓]

สมาคมจิตแพทย์แหง่ ประเทศไทย. (๒๕๕๗, ๒๙ เมษายน). #วธิ โี น้มน้าวคนใกล้ชิดไปพบจิตแพทย์ ทางหลังไมคม์ หี ลายค�ำถามขอคำ�
แนะน�ำเก่ียวกับการพาญาติมิตรมาหาหมอ หลายต่อหลายคร้ังที่ผู้ที่มาขอค�ำปรึกษา คือ “ญาติ” ไม่ใช่ตัวผู้ที่ก�ำลังประสบ
ปญั หา (ซ่งึ หลังจากน้ี หมอขออนญุ าตเรียกสน้ั ๆวา่ คนไข้ นะคะ) ญาตๆิ ไดพ้ ยายามเต็มทแี่ ลว้ ท่ีจะชักแมน่ ้ำ� ทงั้ ห้า แตย่ งั ไงย้ ัง
ไงคนไข้ก็ไม่ยอมมาหาจิตแพทย์ ญาติเลยต้องมาซะเอง [status update]. Facebook. https://www.facebook.com/
ThaiPsychiatricAssociation/photos/วิธีโน้มน้าวคนใกล้ชิดไปพบจิตแพทย์-ทางหลังไมค์มีหลายค�ำถามขอค�ำแนะน�ำ
เกยี่ วกับการพาญ/516842675086420/

14 วารสารวิทยาศาสตร์ทหารบก

Bio-plastic
ทางแก้ หรือแค่ปัญหาใหม?่

ร.ต.หญงิ ณุพร โกไศยกานนท์
พลาสตกิ เปน็ วสั ดรุ าคาถกู ทไี่ ดร้ บั ความนยิ มใชก้ นั มาอยา่ งยาวนาน แพรห่ ลาย หาซอ้ื งา่ ย ราคาถกู ทงั้ ยงั มคี ณุ สมบตั ิ
คอื การข้ึนรูปได้ง่าย ความยดื หยุ่นสงุ และคงทน แตค่ ุณสมบัตดิ งั กลา่ วกลับกลายมาเปน็ ปัญหาใหมเ่ มอื่ มันถูกปลอ่ ยทง้ิ ไวใ้ น
ธรรมชาติ เนื่องจาการยอ่ ยสลายทใ่ี ชเ้ วลานานตงั้ แตห่ ลายสิบปจี นถงึ หลายรอ้ ยปี เช่น ขวดน้ำ� พลาสตกิ หรือขวด PET นั้น
ใชเ้ วลายอ่ ยสลาย ราว ๆ ๔๕๐ ปี ส่วนถงุ พลาสตกิ ทวั่ ๆ ไปท่ีเราใชก้ ันท่วั ไป กใ็ ชเ้ วลาในการยอ่ ยสลายราว ๆ ๑๐ - ๑,๐๐๐ ปี
ขึ้นอยู่กับประเภทของพลาสติกนั้น ๆ จากปัญหาขยะพลาสติกที่มากขึ้นเร่ือย ๆ และยากจะก�ำจัดท�ำให้นักวิทยาศาสตร ์
เกิดแนวคิดในการท�ำพลาสติก ท่ีสามารถย่อยสลายตัวได้รวดเร็วและก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง แต่พลาสติด
ย่อยสลายได้นี้ เป็นมติ รและกอ่ ปัญหาใหก้ บั สงิ่ แวดล้อมนอ้ ยลงจรงิ หรือ?

ปจั จัยที่มีผล และระดบั ในการย่อยสลาย:

ปัจจัยหลัก ๆ คือประเภทของพลาสติก เช่น
พลาสติกที่ถูกเติมสารเคมีบางอย่างเพ่ือให้เกิดการแตกตัว
หรือย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ประการท่ีสองคือ ลักษณะ
รูปร่าง และความหนาของพลาสติก ประการท่ีสามคือ
สภาวะที่เหมาะสมในการย่อยสลาย เช่น ระดับความชื้น
อุณหภูมิ และสภาวะทางจุลินทรีย์ท่ีเอื้อต่อการย่อยสลาย
ส่วนปัจจัยสุดท้าย คือ ระยะเวลา ซึ่งเม่ือดูจากปัจจัย
ท้ังส่ี จะสามารถแยกระดับในการย่อยสลายได้เป็น ๓ รูป
แบบคือ การเสื่อมสภาพ (Degradable) การแตกสลาย
(Fragmentation) และการย่อยสลายเป็นสารชีวภาพ
(Biodegradation) ซึ่งระดับของการย่อยสลายนั้นมีความ
สำ� คัญอยา่ งย่ิงในการจดั การกบั ขยะพลาสตกิ ท้ังหลาย
26 วารสารวิทยาศาสตร์ทหารบก

กลุ่มของพลาสติกทสี่ ามารถย่อยสลายได:้

ก่อนอื่นเราต้องมาท�ำความรู้จักกับพลาสติกชนิด
ย่อยสลายได้ก่อน พลาสติกท่ีย่อยสลายได้แบ่งออกเป็น
๒ กลุ่ม คือกลุ่มพลาสติกท่ัวไปที่มีการเติมสารเคมีพิเศษ
ซ่ึงกระตุ้นให้เกิดการย่อยสลายเลียนแบบกระบวนการทาง
ธรรมชาติ และกลมุ่ พลาสตกิ ชวี มวล (Bio-based plastic)
ซ่ึงผลิตจากวัสดุจากธรรมชาติ เช่น แป้งข้าวโพด เส้นใย
จากต้นกระบองเพชร หรือน้�ำมันจากพืช ซ่ึงวัสดุเหล่านี้มี
โครงสร้างทางเคมีคล้ายกับโพลเิ มอร์
ส�ำหรับกลุ่มแรก คือ พลาสติกย่อยสลายได้ชนิด
อ๊อกโซ (Oxo - Degradable plastic) ซ่ึงใช้ปฏิกิริยา
ทางธรรมชาติ เช่นแสงแดด ความร้อน และออกซิเจน
ท�ำให้พลาสติกแตกตัว แต่จากการศึกษาพบว่าพลาสติกชนิดน้ีหลังจากแตกสลายจะลายไปเป็นเศษพลาสติกชิ้นจิ๋ว
หรอื ทเ่ี รยี กวา่ ไมโครพลาสตกิ (Microplastic) และสง่ ผลเสยี ตอ่ ระบบนเิ วศมากกวา่ เดมิ ทงั้ ยงั จดั การไดย้ าก และไมส่ ามารถ
ระบแุ นช่ ดั ไดว้ า่ จะตอ้ งใชร้ ะยะเวลาในการยอ่ ยสลายนานเทา่ ใด ซงึ่ ในปจั จบุ นั พลาสตกิ ชนดิ นไ้ี ดถ้ กู สงั่ หา้ มใชใ้ นสหภาพยโุ รป
เครอื รฐั ออสเตรเลีย และประเทศนวิ ซีแลนด์
กลุ่มทส่ี อง คอื พลาสติกชวี มวล (Bio-based Plastic) ซึง่ จะสามารถยอ่ ยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biodegradable)
เพราะมอี งคป์ ระกอบหลกั เปน็ สารอนิ ทรยี ์ เมอื่ ยอ่ ยสลายแลว้ จะไมเ่ หลอื ไมโคร-พลาสตกิ ตกคา้ งในธรรมชาติ ซงึ่ ถอื ไดว้ า่ เปน็
พลาสติกชนิดท่ีเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อมมากท่ีสุดในปัจจุบัน พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Compostable Plastic)
โดยมีมาตรฐานรับรองคอื ASTM D6400 ในสหรฐั อเมริกา และ EN 13432 ในสหภาพยุโรป ซง่ึ พลาสติกทไี่ ด้รับการรบั รอง
น้ีต้องสามารถย่อยสลายลงร้อยละ ๙๐ ภายใน ๑๘๐ วัน ในพื้นท่ีหมักปุ๋ยเชิงอุตสาหกรรม (industrial composing
facility) นอกจากน้ี สสารที่เหลืออยู่จะต้องไม่มีสารเคมีตกค้างหลงเหลืออยู่ในกองปุ๋ยหมักนั้น จนก่อให้เกิดผลเสีย
ตอ่ การเกษตรกรรม

ข้อมูลอ้างองิ

รายงาน “Thailand Board of Investment 2014” จาก Thailand Bio-plastics industry
งานวิจัย “Bio-based and biodegradable plastics - Facts and Figures” โดย Martien van den Oever จาก

Wageningen Food & Biobased Research
บทความ “What are bioplastics?”จาก european-bioplastics.org

กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ 27

ศพั ทภ์ าษาองั กฤษทางทหาร
แผนกวิชาการ

อาวุธและยุทธภณั ฑ์ (Weapons and Equipment)

ค�ำศพั ท์ ค�ำแปล คำ�ศพั ท์ ค�ำ แปล

เครื่องมอื สอ่ื สาร communication equipment มีดพก pocket knife
folding knife
เครอ่ื งหาพกิ ัดดว้ ยดาวเทยี ม ground positioning system มีดพับ

เคร่ืองหาระยะ range finder อปุ กรณ์ด�ำรงชีพ survival kit

ชุดปฐมพยาบาล first aid kit กบั ระเบิด booby trap

ชุดเย็บผา้ sewing kit ทุน่ ระเบดิ mine

เตียงผ้าใบสนามพับได้ military cot ทุ่นระเบิดดกั รถถัง antitank mine

เปลสนาม jungle hammock ทุ่นระเบิดสงั หารบุคคล antipersonnel mine

เป้สนาม ruck sack ระเบิดมือ grenade

ผา้ หม่ สนาม field blanket ลวดสะดดุ trip grenade

แผน่ ปูรองนอน sleeping pad ลกู ระเบดิ ขวา้ ง hand grenade

พลว่ั สนามพร้อมซอง carrier and entrenching tool วตั ถุระเบิด explosive

ไฟฉาย flashlight เคร่ืองฉดี ไฟ flame-thrower

ไฟฉายหวั งอ military crookneck flashlight เคร่ืองยิงจรวดตอ่ สรู้ ถถัง anti-tank rocket launcher

มดี ขวา้ ง throwing knife เครือ่ งยิงพลุสญั ญาณ pyrotechnic pistol

แหล่งทม่ี า: ภาษาอังกฤษพื้นฐานสำ� หรับก�ำลงั พล เครือ่ งยงิ ลกู ระเบิดขนาดหนัก heavy mortar
ในกองทัพบกไทย (ฉบับปรับปรุง)

กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๓ 19


Click to View FlipBook Version