ไ ห ว้ พ ร ะ วั ด ส ว ย
วัดยานนาวา
คำนำ
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ง20222 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ที่ได้จาก
เรื่อง การนำเสนอ ซึ่งรายงานนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้จาก ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและประเพณี
ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้ในการทำรายงาน เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจและ ต้องขอขอบคุณ
คุณครู ศุภกร สิทธิทาผู้ให้ความรู้และแนวทางการศึกษา เพื่อน ๆ ทุกคนที่ให้ ความช่วยเหลือมาโดยตลอดผู้จัดทำ
หวังว่ารายงานฉบับนี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน
ลงชื่อ สิปปกร วัลลานนท์
ผู้จัดทำ
สถานที่สำคัญ สารบัญ
ประวัติ 4
อาคารเสนาสนะ สำเภายานนาวา 5-6
อาคารมหาเจษฎาบดินทร์ 7
พระอุโบสถ 8
9
พระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาวทั้ง 3 ปาง 10
11
วิหารเก๋งจีนวัดยานนาวา
ที่ให้อาหารปลา 12
บรรณานุกรม
ประวัติ
วัดยานนาวา พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ติดถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขต
สาทร กรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ "วัดคอกควาย" เนื่องจากมีชาวทวายมาลงหลักปักฐานอาศัย
อยู่เป็นจำนวนมาก และชาวทวายจะนำกระบือที่เลี้ยงไว้มาทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน หมู่บ้านบริเวณนั้นจึงได้ชื่อเรียกกันต่อมาว่า
"บ้านคอกควาย" ปัจจุบันมี พระธรรมวชิรโมลี (ทองสูรย์ สุริยโชโต) ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส
ในสมัยกรุงธนบุรีได้รับการยกฐานะวัดคอกควายขึ้นเป็นพระอารามหลวง เรียกชื่อใหม่ว่า "วัดคอกกระบือ" ต่อมารัชกาลที่ 1 ทรงสร้าง
พระอุโบสถใหม่ ครั้นถึงรัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และสร้างเรือสำเภาพระเจดีย์แทนพระสถูปเจดีย์ทั่วไป เพื่อ
ให้คนรุ่นหลังได้เห็นรูปแบบเรือสำเภาซึ่งกำลังจะหมดไปจากเมืองไทย จึงได้เปลี่ยนชื่อจากวัดคอกกระบือเป็น "วัดยานนาวา"
ด้านในมีพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าให้สักการะ
อาคารเสนาสนะ สำเภายานนาวา
พระสำเภาเจดีย์แทบจะเป็นสิ่งแรกที่เราเห็นเมื่อเดินเข้าประตูวัด
เป็นเรือสำเภาขนาดเท่าจริง ซึ่งเรือสำเภาจีนจะต้องมีลูกตาอยู่
บริเวณหัวเรือ ไม่เชื่อลองดูในจิตรกรรมฝาผนังตามวัดได้เลย
ครับ สีอาจจะแตกต่าง แต่รับรองว่าหน้าตาไม่แตกต่างแน่นอน
เรือลำน้ำใช้เจดีย์ 2 องค์ เป็นเหมือนเสากระโดงเรือ เจดีย์องค์
ใหญ่อยู่กลางลำเรือ และองค์เล็กอยู่ที่หัวเรือ โดยทางขึ้นพระ
สำเภาเจดีย์จะอยู่ที่ท้ายเรือ
พอเข้าไปจะเจอบันไดสำหรับขึ้นไปยังเจดีย์ตรงกลาง เชื่อมต่อ
ไปยังส่วนท้ายเรือ หรือห้องท้ายบาลี ภายในห้องนี้ประดิษฐาน
พระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาทจำลอง 4 รอย รวมถึงมีจารึก
ภาษาไทยและภาษาจีน อย่างไรก็ดี มีการกล่าวถึงการประดิษฐาน
รูปพระเวสสันดรกับรูปของกัณหาและชาลีในห้องนี้ด้วย แต่ปัจจุบัน
ไม่ปรากฏว่าอยู่ ณ ที่ใด คงเหลือเพียงข้อความในจารึกภาษาไทยที่
กล่าวถึงพระเวสสันดรเท่านั้น ผมจึงขอนำภาพจากหนังสือที่อธิบาย
เรื่องวัดยานนาวา
อาคารมหาเจษฎาบดินทร์
เข้ามาในวัดยานนาวาจะอยู่ตรงกลางระหว่างอาคารที่สำคัญของวัดได้แก่อาคารมหาเจษฎาบดินทร์ ซึ่ง
ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจาก 8 ประเทศ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ได้แก่ พระอาทิตย์ พระราหู บนชั้น 3
ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว ปัจจุบันด้านหน้าอาคารมีพระโพธิสัตว์กวนอิม 3 ปางใน 1 องค์ ประดิษฐานอยู่
(ขวามือในรูป) ข้างอาคารมหาเจษฎาบดินทร์มีทางเข้าลานจอดรถ
(ระหว่างงานสมโภชเจ้าแม่กวนอิมห้ามนำรถเข้ามาจอด) อาคารอีกหลังจะอยู่ตรงกันข้ามกับอาคารมหาเจษฎา
บดินทร์เป็นหอพระไตรปิฎก
พระอุโบสถ
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย
ร่วมกับพระพุทธรูปอื่นๆ อีกหลายองค์ทั้งเก่าและใหม่ แต่
ที่น่าสนใจจนต้องขอพูดถึงก็คือภาพบนประตูและหน้ าต่าง
ครับ บนบานหน้ าต่างทุกบาน ช่างได้วาดรูปโถยาคู ซึ่งเป็น
โถที่ใช้สำหรับเลี้ยงพระในพระราชพิธีสารท ส่วนบนบาน
หน้ าประตูทั้งหน้ าและหลังเขียนภาพกระทงใหญ่ตามแบบ
ที่ใช้ในพระราชพิธีลอยพระประทีป หนึ่งในพระราชพิธีสิบ
สองเดือน โดยด้านล่างมีการวางภาพกระทงขนาดทั่วไป
เอาไว้ ถือเป็นของที่หาชมได้ยาก แทบจะมีวัดนี้แห่งเดียว
ที่เขียนภาพกระทงใหญ่
พระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาวทั้ง 3 ปาง
พระโพธิสัตว์กวนอิมปางสันติ พระโพธิสัตว์กวนอิมปางปัญญา พระโพธิสัตว์กวนอิมปางเมตตา
พระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาวทั้ง 3 ปาง แกะสลักโดยช่างผู้ชำนาญงานจากกรมศิลปากร สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นนายช่าง
ที่ได้รับการถ่ายทอดฝีมือการแกะสลักสืบทอดต่อกันมา ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (พ.ศ.1161-1450) โดยช่างฝีมือเหล่านี้เป็นช่างแกะสลักที่
ทำงานเฉพาะในราชสำนักจีน และงานราชการของรัฐบาลจีนเท่านั้น แต่ในการแกะสลักพระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาวในครั้งนี้ถือเป็นการ
แกะสลักใน กรณีพิเศษ เพื่อนำมามอบให้กับประเทศไทย โดยทางคณะกรรมการจะอัญเชิญพระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาวทั้ง 3 ปาง
ประดิษฐาน ณ วัดยาน นาวา กรุงเทพมหานคร เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมสักการะและขอพรเพื่อเสริมสร้างบารมีสูงสุดให้ กับตนเอง
และครอบครัว
วิหารเก๋งจีนวัดยานนาวา
วิหารแห่งนี้สร้างในลักษณะคล้ายเก๋งจีนในสมัย
รัชกาลที่ 3 ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่
หลายองค์ วัดยานนาวายังคงเก็บรักษาวิหารหลังนี้
ไว้เป็นอย่างดี
ที่ให้อาหารปลา
บรรณานุกรม
สิปปกร วัลานนท์ (2565 ). สถานที่สำคัญของวัดยานนาวา [ออนไลน์]
เข้าถึงได้จาก : https://www.touronthai.com/article/1622
วันที่สืบค้น 21 อาทิตย์ 2565