39 สูตรอาหาร MS ที่เติม BA และ TDZ ที่ระดับความเข้มข้นแตกต่างกันเป็นเวลา 12 จำนวนรากเฉลี่ย (ราก/ต้น) ความยาวรากเฉลี่ย (ซม./ต้น) จำนวนใบเฉลี่ย (ใบ/ต้น) 0.44±0.12a 0.16±0.05b 0.20±0.05b 0.37±0.01b 0.14±0.04b 0.02±0.01b 0.01±0.01b 0.00±0.00b 0.06±0.01b 0.54±0.17a 0.24±0.13b 0.10±0.51b 0.12±0.01b 0.45±0.02b 0.01±0.01b 0.01±0.01b 0.00±0.00b 0.01±0.01b 5.98±0.41a 5.03±0.27c 5.88±0.17ab 5.30±0.12bc 4.70±0.11c 2.96±0.13de 3.10±0.28d 2.54±0.24e 2.32±0.12e * * * วามเชื่อมั่น 95% จากการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยแบบ DMRT 5% นมาตรฐาน (Standard Error)
40 (ก) เปรียบเทียบจำนวนหน่อใหม่เฉลี่ยบนอาหารที่เติม (ข) เปรียบเทียบความสูงเฉลี่ยบนอาหารที่เติม สารควบคุมการเจริญเติบโต BA และ TDZ สารควบคุมการเจริญเติบโต BA และ TDZ (ค) เปรียบเทียบจำนวนรากเฉลี่ยบนอาหารที่เติม (ง) เปรียบความยาวรากบนอาหารที่เติม สารควบคุมการเจริญเติบโต BA และ TDZ สารควบคุมการเจริญเติบโต BA และ TDZ (จ) เปรียบเทียบจำนวนใบเฉลี่ยบนอาหารที่เติมสารควบคุมการเจริญเติบโต BA และ TDZ ภาพที่ 4.5 เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของต้นฟิโลเดนดรอนใบเลื่อย (Ring of fire) บนสูตรอาหาร MS ที่เติม BA และ TDZ ที่ระดับความเข้มข้นต่างๆที่แตกต่างกันเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ 15.69 18.9 24.57 27.31 21.66 5.66 3.42 3.12 5.76 0 5 10 15 20 25 30 จํานวนหน่อใหม่ (หน่อ/ต้น) อาหารสูตร MS (มก./ล.) จ านวนหน่อใหม่เฉลี่ย 1.43 1.22 1.36 1.08 1.05 1.14 1.1 0.83 0.86 0 0.5 1 1.5 2 ความสูง (ซม.) อาหารสูตร MS (มก./ล.) ความสูงเฉลี่ย 0.44 0.15 0.11 0.02 0.08 0.02 0.14 0 0.02 0 0.1 0.2 0.3 0.4 0.5 จํานวนราก (ราก/ต้น) อาหารสูตร MS (มก./ล.) จ านวนรากเฉลี่ย 0.54 0.24 0.1 0.019 0.045 0.009 0.008 0 0.006 0 0.1 0.2 0.3 0.4 0.5 0.6 ความยาวราก (ซม.) อาหารสูตร MS (มก./ล.) ความยาวรากเฉลี่ย 5.98 5.03 5.88 5.25 4.7 2.96 3.29 2.54 2.31 0 1 2 3 4 5 6 7 จํานวนใบ (ใบ/ต้น) อาหารสูตร MS (มก./ล.) จ านวนใบเฉลี่ย
บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผลการวิจัย 5.1 อภิปรายผลการวิจัย จากการศึกษาอาหารสังเคราะห์ที่เหมาะสมในการชักนำให้เกิดหน่อของต้นฟิโลเดนดรอนใบ เลื่อย (Ring of fire) นำหน่อจากต้นแม่ไปเพาะเลี้ยงบนสูตรอาหารสังเคราะห์ MS ที่เติม BA ความ เข้มข้น 0, 1, 2, 4, และ 8 มิลลิกรัมต่อลิตร สูตรอาหารสังเคราะห์ MS ที่เติม TDZ ความเข้มข้น 0, 1, 2, 4, และ 8 มิลลิกรัมต่อลิตร ทั้งหมด 9 สูตร เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า สูตรอาหารสังเคราะห์ทุก สูตรสามารถชักนำให้เกิดหน่อใหม่ได้ทั้งหมด เมื่อเปรียบเทียบการเกิดหน่อของสูตรอาหารสังเคราะห์ที่ สามารถชักนำให้เกิดหน่อใหม่ได้มากที่สุด คืออาหารสูตรสูตร MS ที่เติม BA 2 และ 4 มิลลิกรัมต่อ ลิตร โดยมีจำนวนหน่อสูงที่สุด 24.57 และ 27.31 หน่อต่อต้น สอดคล้องกับ chan et al. (2003) ที่ สามารถเพิ่มปริมารณต้นอ่อน บอนสี hortulanum และ bicolor ‘Florida Crown’ ได้ เมื่อ เพาะเลี้ยงบนสูตรอาหาร MS ที่เติม BA 2 มิลลิกรัมต่อลลิตร และ Thepsithar et al. (2010) ที่ สามารถชักนำให้แคลลัสของบอนสีเจริญเป็นต้นใหม่ได้ เมื่อเพาะเลี้ยงบนสูตรอาหารที่เติม BA 11.1 µM และพบว่าสูตรอาหารที่ไม่เติมสารควบคุมการเจริญเติบโต สามารถชักนำให้เกิดความสูงต้น จำนวนราก ความยาวราก และจำนวนใบได้ดี ซึ่งสอดคล้องกับกับ ยงศักดิ์ และอัญชุลี(2558) กล่าวว่า อาหาร MS ที่เสริมด้วยสารควบคุมการเจริญเติบโต BA ที่ความเข้มข้น 0 มิลลิกรัมต่อลิตร (ควบคุม) จะทำให้ความยาวรากและลำต้นสูงที่สุด ทั้งนี้ เนื่องจากสารควบคุมการเจริญเติบโต (Plant growth regulators) ที่เติมลงไปยับยั้งการเจริญเติบโต จึงทำให้เนื้อเยื่อใบแท้ (ปกติขณะที่เนื้อเยื่อยังอ่อนๆ จะ มีการสร้างฮอร์โมนอยู่แล้ว จึงยับยั้งการเจริญเติบโต เนื่องจากมีปริมาณฮอร์โมนมาก) ที่เพาะเลี้ยงบน อาหารที่ไม่มีการเติมสารควบคุมการเจริญเติบโตจะมีการเจริญเติบโตได้ดีกว่าในอาหารที่มีการเติมสาร ควบคุมการเจริญเติบโต นอกจากนี้ยังพบว่าในสูตรอาหาร MS ที่เติม TDZ พบว่าพืชเจริญเติบโตได้ น้อยมาก และในสูตรอาหารที่มีความเข้มข้นที่มากขึ้น ก็พบว่าพืชมีการเจริญเติบโตที่น้อยลงเรื่อยๆ สอดคล้องกับ วราภรณ์ ฉุยฉาย (2552) กล่าวว่า TDZ สามารถชักนำให้เกิดได้ทั้งยอดและจำนวนราก ตาดอก แคลลัส และโซเมติกเอมบริโอ ขึ้นกับความเข้มข้น ชิ้นส่วนพืช และชนิดของพืช การออกฤทธิ์ ของ TDZ เกี่ยวข้องกับการเพิ่มระดับของออกซินและไซโตไคนินภายในเซลล์พืชให้สูงขึ้น การใช้TDZ ที่มีประสิทธิภาพควรใช้ในระดับความเข้มข้นต่ำ ถ้าสูงเกินไป จะทำให้ความแข็งแรงของยอด ร้อยละ การเกิดราก และพัฒนาการที่เป็นปกติของโซมาติกเอมบริโอลดลง
42 เมื่อเปรียบเทียบสูตรอาหารสังเคราะห์MS ที่เติม BA ความเข้มข้น 0, 1, 2, 4, และ 8 มิลลิกรัมต่อ ลิตร และสูตรอาหารสังเคราะห์ MS ที่เติม TDZ ความเข้มข้น 0, 1, 2, 4, และ 8 มิลลิกรัมต่อลิตร ที่ สามารถชักนำให้เพิ่มความสูงต้น พบว่าสูตรอาหารที่ไม่เติมสารควบคุมการเจริญเติบโต สามารถชักนำ ให้เพิ่มความสูงต้นมากที่สุด 1.44 เซนติเมตร ซี่งสอดคล้องกับการศึกษาของยงศักดิ์ และอัญชุลี จาละ (2558) กล่าวว่า อาหาร MS ที่เสริมด้วยสารควบคุมการเจริญเติบโต BA และ Kinetin ที่ความเข้มข้น 0 มิลลิกรัมต่อลิตร (ควบคุม) จะทำให้ลำต้นสูงที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากสารควบคุมการเจริญเติบโต (Plant growth regulators) ที่เติมลงไปยับยั้งการเจริญเติบโต จึงทำให้เนื้อเยื่อใบแท้ (ปกติขณะที่เนื้อเยื่อยัง อ่อนๆ จะมีการสร้างฮอร์โมนอยู่แล้ว จึงยับยั้งการเจริญเติบโต เนื่องจากมีปริมาณฮอร์โมนมาก) ที่ เพาะเลี้ยงบนอาหารที่ไม่มีการเติมสารควบคุมการเจริญเติบโตจะมีการเจริญเติบโตได้ดีกว่าในอาหารที่ มีการเติมสารควบคุมการเจริญเติบโต เมื่อเปรียบเทียบสูตรอาหารสังเคราะห์MS ที่เติม BA ความเข้มข้น 0, 1, 2, 4, และ 8 มิลลิกรัมต่อลิตร และสูตรอาหารสังเคราะห์ MS ที่เติม TDZ ความเข้มข้น 0, 1, 2, 4, และ 8 มิลลิกรัม ต่อลิตร ที่สามารถชักนำให้เพิ่มจำนวนรากและความยาวราก พบว่าสูตรอาหารที่สังเคราะห์ที่สามารถ ชักนำให้เพิ่มจำนวนรากและความยาวรากเฉลี่ยมากที่สุด คือสูตรอาหารที่ไม่เติมสารควบคุมการ เจริญเติบโต เมื่อเปรียบเทียบสูตรอาหารสังเคราะห์MS ที่เติม BA ความเข้มข้น 0, 1, 2, 4, และ 8 มิลลิกรัมต่อลิตร และสูตรอาหารสังเคราะห์ MS ที่เติม TDZ ความเข้มข้น 0, 1, 2, 4, และ 8 มิลลิกรัม ต่อลิตร ที่สามารถชักนำให้เพิ่มจำนวนใบ พบว่าสูตรอาหารที่สังเคราะห์ที่สามารถชักนำให้เพิ่มจำนวน ใบเฉลี่ยมากที่สุด คือสูตรอาหารที่ไม่เติมสารควบคุมการเจริญเติบโต 5.2 สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ จากการศึกษาสูตรอาหารที่เหมาะสมในการชักนำให้เกิดหน่อของต้นฟิโลเดนดรอนใบเลื่อย (Ring of Fire) พบว่าสูตรอาหาร MS ที่เติม BA 2 และ 4 มิลลิกรัมต่อลิตร มีจำนวนหน่อสูงที่สุด 27.31 หน่อต่อต้น สูตรอาหารสังเคราะห์ MS ที่ไม่เติมสารควบคุมการเจริญเติบโต สามารถชักนำให้ เพิ่มความสูงต้น จำนวนราและความยาวรากสูงที่สุด 1.44, 0.44 และ 0.54 เซนติเมตรตามลำดับ สูตร อาหารสังเคราะห์ MS เติม BA 2 มิลลิกรัมต่อลิตร และสูตรอาหารสังเคราะห์ MS ที่ไม่เติมสาร ควบคุมการเจริญเติบโต สามารถชักนำให้เพิ่มจำนวนใบสูงสุด 5.98 และ 5.88 ใบต่อต้นตามลำดับ อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาด้านการพัฒนาสูตรอาหารสังเคราะห์ที่ใช้สำหรับการเพาะเลี้ยง ต้นฟิโลเดนดรอนใบเลื่อยด่าง (Ring of Fire) โดยดัดแปลงสูตรอาหาร MS เพื่อให้เหมาะสมกับการ
43 เจริญพัฒนาของต้นฟิโลเดนดรอนใบเลื่อย (Ring of Fire) ให้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนการศึกษาการใช้สาร ควบคุมการเจริญเติบโตที่สามารถหาได้ตามธรรมชาติ เช่น มันฝรั่ง น้ำมะพร้าว เพื่อทดแทนสาร ควบคุมการเจริญเติบโตสังเคราะห์ ซึ่งสามารถทำให้ลดต้นทนการผลิตลงได้
เอกสารอ้างอิง กรมวิชาเกษตร. (2559). สถานการณ์และทิศทางไม้ดอกไม้ประดับของประเทศไทย. สถาบันวิจัยสวน พืช (ออนไลน์). กรุงเทพฯ. ข้อมูลพันธุ์ไม้ ระบบฐานข้อมูลติจิตอล. (2561), ฟิโลเดนดรอน ลูกผสม. Editorial Team. คำนูณ กาญจนภูมิ. (2544). การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและโพรโทพลาสต์ของเบญจมาศ (Chrysanthemum indicum Linn.). วิทยานิพนธ์ (วท.ม.(เทคโนโลยีชีวภาพ) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2544. ชุลีพร เตชะศีลพิทักษ์(ระบบฐานข้อมูลดิจิตอล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์). (2021) ฟิโลเดนดรอน, กรมส่งเสริม การเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่วนส่งเสริมและเผยแพร่ กลุ่มสื่อส่งเสริมการเกษตร. โชคชัย วนภู. (2547). การพัฒนาการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อการขยายพันธุ์องุ่น. รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีงบประมาณปีการศึกษา 2544. ไทยเกษตรศาสตร์. (2012). ฟิโลเดนดรอน. ไทยเกษตรศาสตร์ June 21, 2012. ธัญญา ทะพิงค์แก. (2554). หลักการขยายพันธุ์พืช. เชียงใหม่ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏ เชียงใหม่, 158-163. นูรูลฮูดา มะดีเย๊าะ, ไรฮาน ปียา, สาปีนา สาเอ๊าะ. (2560). ผลของไซโตไคนินและความเข้มข้นต่อการเกิดยอดและ จำนวนยอดของบอนสี Caladium bicolor Vent. ในสภาพปลอดเชื้อ. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโลยี. ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2560). ปิยะดา ตันตสวัสดิ์ และ อารีย์ วรัญญูวัฒก์. (2551). บทปฏิบัติการการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช. กรุงเทพฯ: เอเจนเทค. 109 หน้า. ภพเก้า พุทธรักษ์. (2555). การขยายพันธุ์กุหลาบหิน บอนสี และคว่ำตายหงายเป็น โดยใช้เทคนิคการ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช. วารสารวิทยาศาสตร์ลาดกระบัง. ปีที่ 21 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2555). มฤดี ดายศ, สมพร ดำยศ, เมฆา ชาติกุล และ จินารัตน์ สายแก้ว. (2563). ผลของ 2,4-D และ TDZ ต่อการชักนำการเกิดแคลลัสและต้นในเมล็ดข้าวพันธุ์สังข์หยดพัทลุง. วารสารวิชาการสถาบันการ อาชีวศึกษาเกษตร, 1(4), 32-38. เยาวพา จิระเกียรติกุล และ ปนัดดา ลิ้มประดิษฐานนท์. (2549).การเพิ่มจำนวนยอดและชักนำให้เกิด
รากของต้นฟิโลเดนดรอนซานาดูด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ. วารสารสงขลานครินทร์ ฉบับวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี, 28(1), 79-86. ยงศักดิ์ ขจรผดุงกิตติ และ อัญชลี จาละ. (2558). อิทธิพลของ BA และ NAA ที่มีต่อการเพิ่มจำนวนยอดต้นพรมมิ โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ. ราฮีมา วาแมดีซา, บักเร็น อำลี, นุร์ซำนีซำ เจะดำโอะและ ศุภณัฏฐ์กำญจนวัฒนำวงศ์. (2563). การใช้สูตร อาหารเคมีฆ่าเชื้อเติมในอาหารสูตร MS เพื่อเพาะเลี้ยงฟิโลเดนดรอนรวยทรัพย์ ในสภาพปลอดเชื้อ. วารสารมหาวทยาลัยนราธิวาส, 13(1), 385-397. สารานุกรมเสรี (2562). การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ. 22 ตุลาคม 2562. สำนักพิมพ์บ้านสวนพอเพียง. (2021). วิธีการขยายฟิโลเดนดรอนแบบง่าย. นายบุญลือ เมื่อ 1 มิถุนายน 2021 สิเรียม ทองในใหญ่. (2561). ผลของ BA ร่วมกับ NAA และการฉายรังสีแกมมาที่มีผลต่อฟิโลเดดรอน เชอร์รี่เรด ในสภาพปลอดเชื้อ(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). สาขาเทคโนโลยีการผลิตพืช ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. วราภรณ์ ฉุยฉาย. (2552). บทบาทของ Thidiazuron ต่อการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช.สาขาวิชาชีววิทยา. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน). (2564). ไม้ด่าง. สำนักงานพัฒนาการวิจัย การเกษตร สวก. 2003/61 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร. Chan, L.K., Tan, C.M. & Chew, G.S. (2003). Micropropagation of the Araceae ornamental plants. Acta Horticuturae, 616, 383-390. Mayo, S.J., Bogner, J. & Boyce, P.C. (1997). The Genera of Araceae. Royal Botanical Gardebs, Kew. Murashige, T. & Skoog, F. (1962). A revised medium for rapid growth and bioassays with tobacco tissue culture. Plant Physiol, 15, 473-497. Thepsithar, C., Thongpukdee, A. & Chiensil, P. (2010). Micropropagation of Caladium bicolor (Ait.) Vent. ‘Thep Songsil’ and Incidence of Somaclonal Variants. Acta Horticuturae, 855, 273-280 Wilbert Hetterscheid. & Stephan Ittenbach. (1996). The genus Amorphophallus (Araceae). Journal of the International Aroid Society, 19(7), 131.