The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการอบรมนักธรรมก่อนสอบ ประจำปี ๒๕๖๖ คณะสงฆ์อำเภอบางปะอิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Madeaw's Banna, 2023-09-20 02:09:59

หนังสือโครงการอบรมก่อนสอบธรรมสนามหลวง

เอกสารประกอบการอบรมนักธรรมก่อนสอบ ประจำปี ๒๕๖๖ คณะสงฆ์อำเภอบางปะอิน

คํานํา เอกสารฉบับนี้เป็นเพียงเอกสารประกอบการเรียนการสอน นักศึกษาควรตอบปัญหาเหล่านี้ด้วยปากเปล่า ให้ได้ เพราะได้ทําการรวบรวมคําถามสําคัญที่แม่กองธรรมสนามหลวงนิยมถามผู้เข้าสอบ จึงได้รวบรวมเฉพาะ เนื้อหาเน้นหนักที่ หมวด๒, หมวด๓, หมวด๔, และคิหิปฏิบัติ แต่เมื่อเรียนหรือสอน ควรสอนให้ครบหมดทุกหมวด อนึ่งคําถามนี้แม้บางข้อจะออกสอบไปแล้วในปีที่ผ่านมา แต่สามารถออกซํ้ าได้อีกในปีนี้


คู่ มื อ อ บ ร ม ก่ อ น ส อ บ ธ ร ร ม ส น า ม ห ล ว ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ อํา เ ภ อ บ า ง ป ะ อิ น หน้า | ๑ ทุกะ คือ หมวด ๒ ๑. ธรรมมีอุปการะมากมีอะไรบ้าง ? ที่ว่ามีอุปการะมากนั้นเพราะเหตุไร ? บุคคลขาดธรรมนี้จะเป็นเช่นไร? ตอบ มีสติความระลึกได้และสัมปชัญญะ ความรู้ตัวฯ เพราะทําให้เป็นผู้ไม่ประมาทในการทํากิจการงาน ใด ๆ และเป็นอุปการะให้ธรรมเหล่าอื่นเกิดขึ้นฯ จะเป็นคนหลงลืม จะทํา จะพูด หรือจะคิดอะไร มักผิดพลาด ฯ ๒. พระพุทธเจ้าทรงสอนธรรมอะไรไว้สําหรับคุ้มครองโลก? ตอบ ทรงสอนไว้๒ คือ ๑. หิริความละอายต่อบาป ๒. โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อผลบาป ฯ ๓. หิริกับโอตตัปปะ ต่างกันอย่างไร ? ตอบ ต่างกันอย่างนี้หิริคือ ความละอายใจตนเองที่จะประพฤติชั่วผลของความชั่วที่ตนจะได้รับ โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวต่อบาปที่ตนจะได้รับฯ ๔. ในทางโลก ดูคนงามกันที่รูปร่างหน้าตา ในทางพระพุทธศาสนา ดูคนงามกันที่ไหน ? ตอบ ในทางพระพุทธศาสนาดูคนงามกันที่มีคุณธรรมอันทําให้งาม ๒ ประการ คือ ขันติความอดทน และโสรัจจะ ความสงบเสงี่ยม ฯ ๕. ขันติกับ โสรัจจะ เป็นธรรมทําให้งามได้อย่างไร ? ตอบ ขันติความอดทน โสรัจจะ ความเสงี่ยม ผู้ที่สมบูรณ์ด้วยธรรมทั้ง ๒ นี้ย่อมมีใจหนักแน่น ไม่แสดง ความวิการออกมาให้ปรากฏ แม้จะประสบความดีใจ เสียใจ ก็อดกลั้นได้รักษากาย วาจา ใจ ให้สุภาพ สงบเสงี่ยมเป็นปกติไว้ได้จึงทําให้งาม ฯ ๖. บุพพการีและกตัญ�ูกตเวทีคือบุคคลเช่นไร ? จัดเป็นคู่ไว้อย่างไรบ้าง ? ตอบ บุพพการีคือบุคคลผู้ทําอุปการะก่อน กตัญ�ูกตเวทีคือบุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทําแล้ว และตอบแทน ฯ จัดเป็นคู่ไว้ดังนี้ บิดามารดา กับ บุตรธิดา ครูอาจารย์กับ ศิษย์ พระมหากษัตริย์กับ ประชาราษฎร์ พระพุทธเจ้า กับ พุทธบริษัท เป็นต้น ฯ ครั้งที่ ๑


คู่ มื อ อ บ ร ม ก่ อ น ส อ บ ธ ร ร ม ส น า ม ห ล ว ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ อํา เ ภ อ บ า ง ป ะ อิ น หน้า | ๒ ๗. บุพพการีได้แก่บุคคลเช่นไร? พระพุทธเจ้าทรงดํารงอยู่ในฐานะบุพพการีของพุทธบริษัทอย่างไร? ตอบ ได้แก่ บุคคลผู้ทําอุปการะก่อน ฯ พระพุทธเจ้าทรงกระทําอุปการะแก่พุทธบริษัทก่อน ด้วยการ ทรงแนะนําสั่งสอนให้รู้ดีรู้ชอบตามพระองค์เพื่อให้ได้บรรลุประโยชน์ทั้ง ๓ คือ ประโยชน์ในโลกนี้ ประโยชน์ในโลกหน้า และประโยชน์อย่างยิ่งคือพระนิพพาน จึงชื่อว่าเป็นบุพพการีฯ ติกะ คือ หมวด ๓ หมวดที่๓สําคัญมาก บางปีออก ๒-๓ ข้อ ๘. รัตนะ ๓ มีอะไรบ้าง? รัตนะ ๓ นั้น มีคุณอย่างไร? ตอบ มี พระพุทธ๑ พระธรรม๑ พระสงฆ์๑ มีคุณอย่างนี้ คือ พระพุทธเจ้า รู้ดีรู้ชอบด้วยพระองค์เองก่อนแล้ว สอนให้ผู้อื่นรู้ตาม พระธรรม ย่อมรักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว พระสงฆ์ ปฏิบัติชอบตามคําสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว สอนให้ผู้อื่นกระทําตาม ฯ ๙. พระพุทธเจ้าคือใคร ? ทรงสั่งสอนเป็นอัศจรรย์อย่างไร ? ตอบ คือท่านผู้สอนให้ประชุมชนประพฤติชอบด้วย กาย วาจา ใจ ตามพระธรรมวินัย ฯ ทรงสั่งสอน เป็นอัศจรรย์คือผู้ปฏิบัติตามย่อมได้ประโยชน์โดยสมควรแก่ความปฏิบัติฯ ๑๐. พระโอวาทของพระพุทธเจ้า หรือที่เรียกกันว่าหัวใจพระศาสนามีกี่ข้อ? อะไรบ้าง? ตอบ มี๓ ข้อ ฯ คือ ๑. เว้นจากทุจริต คือประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ ๒. ประกอบสุจริต คือประพฤติดีด้วยกาย วาจา ใจ ๓. ทําใจของตนให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมอง มีโลภ โกรธ หลง เป็นต้นฯ ๑๑. ทุจริตคืออะไร? พูดใส่ร้ายผู้อืน จัดเข้าในทุจริตข้อไหน? ่ ตอบ ทุจริต คือ ความประพฤติชั่ว พูดใส่ร้ายผู้อื่นจัดเข้าในวจีทุจริตฯ ๑๒. มโนสุจริตคืออะไร ? มีอะไรบ้าง ? ตอบ คือ การประพฤติชอบด้วยใจ ฯ มี๑. ไม่โลภอยากได้ของเขา ๒. ไม่พยาบาทปองร้ายเขา ๓. เห็นชอบ ตามคลองธรรม ฯ ๑๓. เห็นผิดจากคลองธรรม คือเห็นอย่างไร ? จัดเข้าในทุจริตข้อไหน ? ตอบ คือเห็นผิดจากความเป็นจริง เช่น เห็นว่าบุญบาปไม่มีบิดามารดาไม่มีพระคุณ เป็นต้น ฯ จัดเข้าใน มโนทุจริต ฯ ๑๔. รากเหง้าของอกุศลเรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ? เพราะเหตุใดจึงควรละเสีย ? ตอบ เรียกว่า อกุศลมูล ฯ มีโลภะ โทสะ โมหะ ฯ เพราะเมื่ออกุศลมูลเหล่านี้มีอยู่ อกุศลอื่นที่ยังไม่เกิด ก็เกิดขึ้น ที่เกิดแล้วก็เจริญมากขึ้น ฯ


คู่ มื อ อ บ ร ม ก่ อ น ส อ บ ธ ร ร ม ส น า ม ห ล ว ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ อํา เ ภ อ บ า ง ป ะ อิ น หน้า | ๓ ๑๕. มูลเหตุที่ทําให้บุคคลทําความชั่ว เรียกว่าอะไร? มีอะไรบ้าง? เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรปฏิบัติอย่างไร? ตอบ เรียกว่า อกุศลมูล ฯ มี ๑. โลภะ อยากได้ ๒. โทสะ คิดประทุษร้ายเขา ๓. โมหะ หลงไม่รู้จริง ฯ เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรละเสีย ด้วยทาน ศีล ภาวนา ฯ ๑๖. บุญกิริยาวัตถุคืออะไร? ในบุญกิริยาวัตถุ๓ นั้น ข้อไหนกําจัดความโลภ ความโกรธ และ ความหลง? ตอบ คือ สิ่งเป็นที่ตั้งแห่งการบําเพ็ญบุญ ฯ ทานมัยกําจัดความโลภ สีลมัยกําจัดความโกรธ ภาวนามัย กําจัด ความหลง ฯ ๑๗. ไตรลักษณะ ได้แก่อะไรบ้าง ? ตอบ ๑. อนิจจตา ความเป็นของไม่เที่ยง ๒. ทุกขตา ความเป็นทุกข์ ๓. อนัตตตา ความเป็นของมิใช่ตัวตนฯ ๑๘. คําต่อไปนี้มีความหมายว่าอย่างไร? ๑.สัมปชัญญะ ๒.กตัญ�ูกตเวที ๓.กายทุจริต ๔.มาตาปิตุอุปัฏฐาน ๕.ปุพเพกตปุญญตา ตอบ ๑.สัมปชัญญะ หมายถึง ความรู้ตัว ๒.กตัญกตเวทีหมายถึง บุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทําแล้ว และทําตอบแทน ๓.กายทุจริต หมายถึง ความประพฤติชั่วทางกาย ๔.มาตาปิตุอุปัฏฐาน หมายถึง การบํารุงมารดาบิดาของตนให้เป็นสุข ๕.ปุพเพกตปุญญตา หมายถึง ความเป็นผู้ได้ทําความดีไว้ในปางก่อน ฯ จตุกกะ คือหมวด ๔ ๑๙. จักร ๔ คืออะไร ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? ตอบ ธรรมดุจล้อรถนําไปสู่ความเจริญ มี ๔ คือ ๑. ปฏิรูปเทสวาส การอยู่ในประเทศอันสมควร ๒. สัปปุริสูปัสสยะ การคบหาคนดี ๓. อัตตสัมมาปณิธิ การตั้งตนไว้ชอบ ๔. ปุพเพกตปุญญตา บุญหรือความดีที่เคยทําไว้ในอดีต ฯ


คู่ มื อ อ บ ร ม ก่ อ น ส อ บ ธ ร ร ม ส น า ม ห ล ว ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ อํา เ ภ อ บ า ง ป ะ อิ น หน้า | ๔ ๒๐. ธรรม ๔ อย่างดุจล้อรถนําไปสู่ความเจริญ ข้อว่า “คบสัตบุรุษ คือคนดี” นั้น จะนําไปสู่ความเจริญได้ อย่างไร ? ตอบ เมื่อคบสัตบุรุษแล้วย่อมเป็นเหตุให้คิดดีพูดดีทําดีอันก่อให้เกิดความสุขความเจริญทั้งแก่ตนเอง และผู้อื่น พ้นจากความทุกข์ความเดือดร้อน ทั้งยังให้ถึงความเจริญอย่างที่สุดคือพระนิพพานได้ฯ ๒๑. ผู้จะดํารงความยุติธรรมไว้ได้ต้องประพฤติอย่างไรบ้าง? ตอบ ต้องประพฤติดังนี้ ๑. ไม่ลําเอียงเพราะรักใคร่กัน เรียกว่า ฉันทาคติ ๒. ไม่ลําเอียงเพราะไม่ชอบกัน เรียกว่า โทสาคติ ๓. ไม่ลําเอียงเพราะเขลา เรียกว่า โมหาคติ ๔. ไม่ลําเอียงเพราะกลัว เรียกว่า ภยาคติฯ ๒๒. อันตรายของภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่มีเท่าไร? อะไรบ้าง? ข้อใดเป็นข้อที่ประพฤติได้ยากที่สุด? ตอบ มี ๔ คือ ๑. อดทนต่อคําสอนไม่ได้ ๒. เป็นคนเห็นแก่ปากท้อง ๓. เพลิดเพลินในกามคุณ ๔. รักผู้หญิง ข้อ ๑ อดทนต่อคําสอนไม่ได้ เป็นข้อที่ประพฤติได้ยากที่สุด ฯ ๒๓. ปธานคือความเพียร ๔ มีอะไรบ้าง? งดเหล้าเข้าพรรษาอนุโลมเข้าในปธานข้อไหน? ตอบ มี ๑. สังวรปธาน เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในสันดาน ๒. ปหานปธาน เพียรละบาปที่เกิดขึ้น ๓. ภาวนาปธาน เพียรให้กุศลเกิดขึ้นในสันดาน ๔. อนุรักขนาปธาน เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วมิให้เสื่อม งดเหล้าเข้าพรรษาอนุโลมเข้าในปหานปธาน ฯ ๒๔. ผู้ทํางานไม่สําเร็จผลตามที่มุ่งหมายเพราะขาดคุณธรรมอะไรบ้าง? ตอบ เพราะขาดอิทธิบาท คือ คุณเครื่องให้สําเร็จความประสงค์ ๔ อย่าง คือ ๑. ฉันทะ พอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น ครั้งที่ ๒


คู่ มื อ อ บ ร ม ก่ อ น ส อ บ ธ ร ร ม ส น า ม ห ล ว ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ อํา เ ภ อ บ า ง ป ะ อิ น หน้า | ๕ ๒. วิริยะ เพียรประกอบสิ่งนั้น ๓. จิตตะ เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้นไม่วางธุระ ๔. วิมังสา หมั่นตริตรองพิจารณาเหตุผลในสิ่งนั้นฯ ๒๕. อินทรีย์สังวร คือสํารวมอินทรีย์คําว่า “อินทรีย์” ได้แก่อะไรบ้าง ? ตอบ ได้แก่ ตา หูจมูก ลิ้น กาย ใจ ฯ ๒๖. พรหมวิหาร ๔ มีอะไรบ้าง ? ตอบ มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ฯ เพราะเป็นธรรมเครื่องอยู่ของท่านผู้ใหญ่ ฯ ๒๗. สติปัฏฐานคืออะไร ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ? จิตตานุปัสสนา ตอบ คือธรรมอันเป็นที่ตั้งของสติ มี ๔ คือ กายานุปัสสนา๑ เวทนานุปัสสนา๑ จิตตานุปัสสนา๑ ธรรมานุปัสสนา๑ ฯ คือสติกําหนดพิจารณาใจที่เศร้าหมองหรือผ่องใสเป็นอารมณ์ว่า ใจนี้สักว่าใจ มิใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขาฯ ๒๘. ธาตุ ๔ คืออะไรบ้าง? ฟันจัดเป็นธาตุอะไร? ตอบ คือ ธาตุดิน ธาตุนํ้า ธาตุไฟ ธาตุลมฯ ฟันจัดเป็นธาตุดิน ๒๙ อริยสัจ ๔ มีอะไรบ้าง? ความไม่สบายกายไม่สบายใจ จัดเป็นอริยสัจข้อไหน? ตอบ มี ๑. ทุกข์ คือ ๒. สมุทัย คือ เหตุให้เกิดทุกข์ ๓. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ ๔. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจจัดเป็นทุกข์ฯ ปัญจกะ คือหมวด ๕ ๓๐. อนันตริยกรรม ๕ ข้อไหนมีโทษมากที่สุด ? เพราะอะไร ? ตอบ ข้อ ๕ สังฆเภทมีโทษมากที่สุด เพราะเป็นการทําลายสงฆ์ให้แตกกัน อันเป็นเหตุทําลายประโยชน์ ของคนส่วนมากให้เสียไป และได้ชื่อว่าทําลายล้างพระพุทธศาสนาอีกด้วย ฯ ๓๑. ในพระพุทธศาสนา บุคคลผู้ฆ่ามารดาบิดา ได้ชื่อว่าเป็นผู้ทําอนันตริยกรรม จะได้รับโทษอย่างไร? ตอบ จะได้รับโทษคือ ต้องไปสู่ทุคคติห้ามสวรรค์ห้ามนิพพาน ฯ ๓๒. อภิณหปัจจเวกขณ์คือข้อที่ควรพิจารณาเนือง ๆ ๕ อย่าง ทรงสอนให้พิจารณาอะไรบ้าง ? ตอบ ทรงสอนให้พิจารณาว่า ๑. ความแก่ ว่าเรามีความแก่เป็นธรรมดาไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้ ๒. ความเจ็บไข้ว่าเรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดาไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้ ๓. ความตาย ว่าเรามีความตายเป็นธรรมดาไม่ล่วงพ้นความตายไปได้


คู่ มื อ อ บ ร ม ก่ อ น ส อ บ ธ ร ร ม ส น า ม ห ล ว ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ อํา เ ภ อ บ า ง ป ะ อิ น หน้า | ๖ ๔. ความพลัดพราก ว่าเราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งนั้น ๕. กรรม ว่าเรามีกรรมเป็นของตัว เราทําดีจักได้ดีทําชั่วจักได้ชั่ว ฯ ๓๓. ธรรมเป็นกําลัง ๕ อย่าง คืออะไรบ้าง ? ธรรม ๕ อย่างนั้น เรียกว่าอินทรีย์เพราะเหตุไร ? ตอบ คือ ๑. สัทธา ความเชื่อ ๒. วิริยะ ความเพียร ๓. สติความระลึกได้ ๔. สมาธิความตั้งใจมั่น ๕. ปัญญา ความรอบรู้ เพราะเป็นใหญ่ในกิจของตน ฯ ๓๔. ภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่จะต้องมีอินทรีย์สังวร คือสํารวมอินทรีย์สํารวมอินทรีย์นั้น คืออย่างไร? ตอบ คือระวังตา หูจมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ความยินดียินร้ายครอบงําได้ในเวลาเห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องโผฏฐัพพะ รู้ธรรมารมณ์ฯ ๓๕. อิทธิบาท คือ ธรรมเป็ นคุณเครื่องให้สําเร็จความประสงค์ของบุคคล ส่วนธรรมอันเป็ นเครื่องกันจิต้ ไม่ให้บรรลุความดีคืออะไร ? มีอะไรบ้าง ? ตอบ คือ นิวรณ์๕ ฯ มี ๑. กามฉันท์พอใจรักใคร่ในอารมณ์ที่ชอบใจมีรูปเป็นต้น ๒. พยาบาท ปองร้ายผู้อื่น ๓. ถีนมิทธะ ความที่จิตหดหู่และเคลิบเคลิ้ม ๔. อุทธัจจกุกกุจจะ ฟุ้งซ่านและรําคาญ ๕. วิจิกิจฉา ลังเลสงสัย ฯ ๓๖. ขันธ์๕ ได้แก่อะไรบ้าง ? ย่อเป็น ๒ ได้อย่างไร ? ตอบ ได้แก่ รูปขันธ์เวทนาขันธ์สัญญาขันธ์สังขารขันธ์และ วิญญาณขันธ์ฯ รูปขันธ์จัดเป็นรูป ที่เหลือจัดเป็นนาม ฯ ฉักกะ คือหมวด ๖ ๓๗. คารวะ คืออะไร ? มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง? ข้อว่า คารวะในความศึกษา หมายถึงอะไร ? ตอบ คือ ความเคารพ เอื้อเฟื้อ ฯ มี๖ อย่าง คือ ๑.เคารพในพระพุทธเจ้า ๒.เคารพในพระธรรม ๓.เคารพในพระสงฆ์ ๔.เคารพในการศึกษา ๕.เคารพในความไม่ประมาท ๖.เคารพในปฏิสันถาร ฯ หมายถึง ความเคารพ เอื้อเฟื้อในไตรสิกขา ฯ


คู่ มื อ อ บ ร ม ก่ อ น ส อ บ ธ ร ร ม ส น า ม ห ล ว ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ อํา เ ภ อ บ า ง ป ะ อิ น หน้า | ๗ ๓๘. จะทําตนให้เป็นที่รักใคร่ของผู้อืน ควรตั่ งอยู่ในธรรมอะไร ? ้ ตอบ ควรตั้งอยู่ในสาราณิยธรรม ๖ คือ ๑.เข้าไปตั้งเมตตากายกรรม ๒.เมตตาวจีกรรม ๓.เมตตามโนกรรม ๔.เฉลี่ยลาภ ๕.มีศีลเสมอผู้อื่น ๖.มีความเห็นร่วมกัน ฯ ๓๙. อายตนภายนอก ๖ ได้แก่อะไรบ้าง? ตอบ ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อารมณ์ที่มาถูกต้องกายธรรม คือ อารมณ์ที่เกิดกับใจฯ สัตตกะ คือหมวด ๗ ๔๐. อริยทรัพย์คือทรัพย์เช่นไร ? เมื่อเทียบกับทรัพย์สินมีเงินทอง เป็นต้น ดีกว่ากันอย่างไร ? ตอบ คือ คุณงามความดีอย่างประเสริฐที่เกิดมีขึ้นในสันดาน มีศรัทธา ศีลเป็นต้น ฯ ดีกว่ากัน เพราะเป็น คุณธรรมเครื่องบํารุงจิตให้อบอุ่น ไม่ต้องกังวล เดือดร้อน ใครจะแย่งชิงไปไม่ได้ใช้เท่าใดก็ไม่ต้องกลัว หมดสิ้น ทั้งสามารถติดตามไปได้ถึงชาติหน้า เป็นที่พึ่งในสัมปรายภพได้ด้วย ฯ ๔๑. อปริหานิยธรรม คืออะไร ? ข้อที่ ๔ ความว่าอย่างไร ? ตอบ คือ ธรรมไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม เป็นไปเพื่อความเจริญฝ่ายเดียว ฯ ข้อที่ ๔ ความว่า ภิกษุเหล่าใด เป็นผู้ใหญ่เป็นประธานในสงฆ์เคารพนับถือภิกษุเหล่านั้น เชื่อฟังถ้อยคําของท่าน ฯ อัฏฐกะ คือหมวด ๘ ๔๒. สัมมาวายามะ เพียรชอบ คือเพียรอย่างไร? ตอบ เพียรในที่ ๔ สถาน (สัมมัปปธาน ๔) คือ ๑. เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้น ๒. เพียรละบาปทีเกิดขึ้นแล้ว ๓. เพียรให้กุศลเกิดขึ้น ๔. เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้ว ฯ ๔๓. โลกธรรม ๘ มีอะไรบ้าง? ตอบ คือ ๑.มีลาภ ๒.ไม่มีลาภ ๓.มียศ ๔.ไม่มียศ ๕.นินทา ๖.สรรเสริญ ๗.สุข ๘.ทุกข์ฯ ครั้งที่ ๓


คู่ มื อ อ บ ร ม ก่ อ น ส อ บ ธ ร ร ม ส น า ม ห ล ว ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ อํา เ ภ อ บ า ง ป ะ อิ น หน้า | ๘ ๔๔. มรรคมีองค์แปดจัดเข้าในสิกขา ๓ ได้หรือไม่ ? ถ้าได้จงจัดมาดู ตอบ ได้ฯ จัดดังนี้ สัมมาทิฏฐิและสัมมาสังกัปปะ จัดเข้าในปัญญาสิกขา สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ จัดเข้าในสีลสิกขา สัมมาวายามะ สัมมาสติสัมมาสมาธิ จัดเข้าในจิตตสิกขาฯ นวกะ คือหมวด ๙ ๔๕. มละ คืออะไร ? เป็ นศิษย์ได้ดีแล้วทํามึนตึงกับอาจารย์จัดเข้าในมละอย่างไหน และควรชําระมละ อย่างนั้นด้วย ธรรมอะไร ? ตอบ มละคือมลทิน ฯ จัดเข้าใน มักขะ ลบหลู่คุณท่าน และควรชําระด้วยกตัญ�ูกตเวทิตา ความรู้คุณท่าน แล้วตอบแทน ฯ คิหิปฏิบัติจตุกกะ คือหมวด ๔ ๔๖. มิตรแท้มีกี่จําพวก ? อะไรบ้าง ? ตอบ มี๔ จําพวก ฯ คือ ๑. มิตรมีอุปการะ ๒. มิตรร่วมทุกข์ร่วมสุข ๓. มิตรแนะประโยชน์ ๔. มิตรมีความรักใคร่ ฯ ๔๗. คุณธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวนํ้าใจของผู้อืนไว้ได้ ่ มีอะไรบ้าง ? ตอบ มี ๑.ทาน ให้ปันสิ่งของของตนแก่ผู้อื่นที่ควรให้ปัน ๒.ปิยวาจา เจรจาวาจาที่อ่อนหวาน ๓.อัตถจริยา ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น ๔.สมานัตตา ความเป็นคนมีตนเสมอไม่ถือตัว ฯ ๔๘. ตระกูลอันมั่งคั่งจะตังอยู่นานไม่ได้ ้ เพราะเหตุอะไร? ตอบ เพราะเหตุ ๔ อย่าง คือ ๑.ไม่แสวงหาพัสดุที่หายแล้ว ๒.ไม่บูรณะพัสดุที่ครํ่าคร่า ๓.ไม่รู้จักประมาณในการบริโภคสมบัติ ๔.ตั้งสตรีหรือบุรุษทุศีลให้เป็นแม่เรือนพ่อเรือน ฯ


คู่ มื อ อ บ ร ม ก่ อ น ส อ บ ธ ร ร ม ส น า ม ห ล ว ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ อํา เ ภ อ บ า ง ป ะ อิ น หน้า | ๙ ๕๑. คิหิปฏิบัติคืออะไร ? หมวดธรรมต่อไปนี้คือ ๑.อิทธิบาท๔ ๒.สังคหวัตถุ๔ ๓.อธิษฐานธรรม๔ ๔.ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ ๕.ปาริสุทธิศีล๔ หมวดไหนมีในคิหิปฏิบัติ? ตอบ คือ หลักปฏิบัติของคฤหัสถ์ฯ ข้อ ๒. และข้อ ๔. มีในคิหิปฏิบัติฯ ๕๒. มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาความสุข พระพุทธศาสนาแสดงความสุขของผู้ครองเรือนไว้อย่างไร? ตอบ แสดงไว้๔ อย่าง คือ ๑. สุขเกิดแต่ความมีทรัพย์ ๒. สุขเกิดแต่การจ่ายทรัพย์บริโภค ๓. สุขเกิดแต่ความไม่ต้องเป็นหนี้ ๔. สุขเกิดแต่ประกอบการงานที่ปราศจากโทษ ฯ คิหิปฏิบัติปัญจกะ คือหมวด ๕ ๕๓. ศีลที่คฤหัสถ์ควรรักษาเป็นนิตย์คือศีลอะไร ? ได้แก่อะไรบ้าง ? ตอบ คือ ศีล ๕ ฯ ได้แก่ ๑. เว้นจากการทําชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป ๒. เว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมย ๓. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม ๔. เว้นจากการพูดเท็จ ๕. เว้นจากการดื่มนํ้าเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ฯ ๕๔. อุบาสกอุบาสิกา ได้แก่บุคคลเช่นไร ? การค้าขายที่ห้ามอุบาสกอุบาสิกาประกอบ คืออะไรบ้าง ? ตอบ ได้แก่ คฤหัสถ์ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ฯ คือ ๑. ค้าขายเครื่องประหาร ๒. ค้าขายมนุษย์ ๓. ค้าขายสัตว์เป็นสําหรับฆ่าเพื่อเป็นอาหาร ๔. ค้าขายนํ้าเมา ๕. ค้าขายยาพิษ ฯ ๕๕. มิจฉาวณิชชา คืออะไร ? การค้าขายเด็ก การค้าขายยาเสพติด การค้าขายเบ็ดตกปลา จัดเป็นมิจฉา วณิชชาข้อใด? ตอบ มิจฉาวณิชชา คือการค้าขายไม่ชอบธรรม ฯ การค้าขายเด็ก จัดเข้าในค้าขายมนุษย์ ฯ การค้าขาย ยาเสพติด จัดเข้าในค้าขายนํ้าเมา ฯ


คู่ มื อ อ บ ร ม ก่ อ น ส อ บ ธ ร ร ม ส น า ม ห ล ว ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ อํา เ ภ อ บ า ง ป ะ อิ น หน้า | ๑๐ คิหิปฏิบัติฉักกะ คือหมวด ๖ ๕๖. อบายมุข คืออะไร ? คบคนชั่วเป็นมิตรมีโทษอย่างไร ? ตอบ คือ ทางแห่งความเสื่อม ฯ มีโทษอย่างนี้คือ ๑. นําให้เป็นนักเลงการพนัน ๒. นําให้เป็นนักเลงเจ้าชู้ ๓. นําให้เป็นนักเลงเหล้า ๔. นําให้เป็นคนลวงเขาด้วยของปลอม ๕. นําให้เป็นคนลวงเขาซึ่งหน้า ๖. นําให้เป็นคนหัวไม้ฯ ๕๗. ทิศ ๖ ในคิหิปฏิบัติมีอะไรบ้าง ? แต่ละทิศหมายถึงใคร ? ตอบ มีดังนี้ ๑. ทิศเบื้องหน้า หมายถึงมารดาบิดา ๒. ทิศเบื้องขวา หมายถึงอาจารย์ ๓. ทิศเบื้องหลัง หมายถึงบุตรภรรยา ๔. ทิศเบื้องซ้าย หมายถึงมิตร ๕. ทิศเบื้องตํ่า หมายถึงบ่าวไพร่ ๖. ทิศเบื้องบน หมายถึงสมณพราหมณ์ฯ ๕๘. กรรมที่เป็นบาปหนักที่สุด มีชื่อเรียกว่าอะไร? คืออะไรบ้าง? ตอบ มีชื่อเรียกว่า อนันตริยกรรมฯ มี ๑. มาตุฆาต ฆ่ามารดา ๒. ปิตุฆาต ฆ่าบิดา ๓. อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์ ๔. โลหิตตุปบาท ทําร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงยังพระโลหิตให้ห้อขึ้นไป ๕. สังฆเภท ยังสงฆ์ให้แตกจากกัน ฯ ๕๙. อบายมุขคืออะไร ? ดื่มนํ้าเมามีโทษอย่างไร ตอบ คือ ทางแห่งความเสื่อมฯ มีโทษ ๖ อย่างคือ ๑. เสียทรัพย์ ๒. ก่อการทะเลาะวิวาท ๓. เกิดโรค ๔. ถูกติเตียน ๕. ไม่รู้จักอาย ทอนกําลังปัญญาฯ


คู่ มื อ อ บ ร ม ก่ อ น ส อ บ ธ ร ร ม ส น า ม ห ล ว ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ อํา เ ภ อ บ า ง ป ะ อิ น หน้า | ๑๑ ๖๐. บุตรธิดาพึงปฏิบัติต่อมารดาบิดาอย่างไร? ตอบ พึงปฏิบัติอย่างนี้ ๑. ท่านได้เลี้ยงมาแล้ว เลี้ยงท่านตอบ ๒. ทํากิจของท่าน ๓. ดํารงวงศ์สกุล ๔. ประพฤติตนให้เป็นคนควรรับทรัพย์มรดก เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทําบุญอุทิศให้ท่านฯ ๖๑. มิตรแท้ที่ควรคบ มีกี่ประเภท? อะไรบ้าง? มี ๔ ประเภท คือ ๑. มิตรมีอุปการะ ๒. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ ๓. มิตรแนะนําประโยชน์ ๔. มิตรมีความรักใคร่ฯ


คู่ มื อ อ บ ร ม ก่ อ น ส อ บ ธ ร ร ม ส น า ม ห ล ว ง ค ณ ะ ส ง ฆ์ อํา เ ภ อ บ า ง ป ะ อิ น หน้า | ๑๒


Click to View FlipBook Version