The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตัวแบบพยากรณ์การออมและการลงทุนของคนกลุ่มเจนเนอเรชันวายในสถานการณ์โรคระบาด กรณีศึกษา : การออมและการลงทุนของคนที่คนกลุ่มเจนเนอเรชันวาย ในสถานการณ์การระบาด Covid-19 คนในกรุงเทพมหานครฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by offdanaikrit, 2022-05-11 02:33:06

ตัวแบบพยากรณ์การออมและการลงทุนของคนกลุ่มเจนเนอเรชันวายในสถานการณ์โรคระบาด กรณีศึกษา : การออมและการลงทุนของคนที่คนกลุ่มเจนเนอเรชันวาย ในสถานการณ์การระบาด Covid-19 คนในกรุงเทพมหานครฯ

ตัวแบบพยากรณ์การออมและการลงทุนของคนกลุ่มเจนเนอเรชันวายในสถานการณ์โรคระบาด กรณีศึกษา : การออมและการลงทุนของคนที่คนกลุ่มเจนเนอเรชันวาย ในสถานการณ์การระบาด Covid-19 คนในกรุงเทพมหานครฯ

Keywords: โรคระบาด,การออม,การลงทุน,พฤติกรรม,เจเนอเรชัน วาย

88

ตาราง 4.21 แสดงค่าสัมประสทิ ธ์สหสัมพันธแ์ บบเพียรส์ ันของปจั จยั เศรษฐกิจท่ีสง่ ผลต่อการออมเงิน

อัตราแลกเปลี่ยน อตั ราดอกเบีย้ ภาวะเงินเฟ้อ นโยบายส่งเสริมการ เสถียรภาพรัฐบาล นโยบายลดภาระประชาชน ภาษี นโยบายสง่ เสริมการ

ออมเอกชน ออมรฐั บาล

อตั ราแลกเปลยี่ น 1

อตั ราดอกเบี้ย .577** 1

ภาวะเงินเฟอ้ .555** .533** 1

.511นโยบายสง่ เสรมิ การ** .451** .471** 1

ออมเอกชน .510** .434** .523** .525** 1
เสถยี รภาพรฐั บาล

ลดภาระประชาชน .466** .448** .426** .392** .415** 1 1
.392** .427** .434** .444** .406** .491**
ภาษี

.459นโยบายส่งเสรมิ การ ** .427** .403** .371** .405** .352** .331** 1

ออมรฐั บาล

ปจั จัยยอ่ ยทุกตัวมคี วามสัมพันธก์ นั อย่างมีนยั ส่าคญั ทางสถติ ทิ ่ีระดับ .01 (P<.01)

จากตาราง 4.21 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของโมเดลปัจจัย
ย่อยเศรษฐกจิ ท่สี ่งผลต่อการออมเงนิ ของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณโ์ รคระบาด พบว่า ปัจจัยย่อย
ทั้ง 8 ตัว มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยส่าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (p<.01) เมื่อพิจารณาความ
เหมาะสมของข้อมูล พบว่า มีค่า Bartlett’ s Test of Sphericity เท่ากับ 8459.481 อย่างมีนัย
ส่าคัญ และมีค่า Kaiser-Mayer-Olkin Measures of Sampling Adequacy (KMO) เท่ากับ 0.87
แสดงวา่ มคี วามเหมาะสมในระดับดมี าก ซ่ึงเปน็ ไปตามขอ้ ตกลงเบือ้ งต้น

จากนั้นจึงได้กาหนดโมเดลปัจจัยย่อยทางด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการออมเงินของคนกลุ่ม
Gen Y ในสถานการณโ์ รคระบาดทีผ่ า่ นการทดสอบค่าสัมประสิทธส์ หสัมพนั ธ์แบบเพียร์สันในทุกปัจจัย
ยอ่ ยเรยี บรอ้ ยแลว้ จงึ ทาการประมวลผลผา่ นโปรแกรมสาเร็จภาพวิเคราะหท์ างสถิติ โปรแกรม AMOS
เพอื่ ทดสอบผลและความสอดคลอ้ งของแบบจาลอง ดงั ภาพที่ 4.2

89

ภาพ 4.2 ทดสอบความสอดคลอ้ งของโมเดลปัจจัยย่อยดา้ นเศรษฐกจิ ต่อการออมเงนิ
เนื่องจากโมเดลนี้ไม่มีความสอดคล้องของโมเดลในแบบจาลองการประมวลผล โดยจะต้อง
เม่อื พิจารณาตามเสน้ ทางจะเหน็ ได้ว่า มเี ส้นทางทีไ่ มเ่ กิดนัยยะสาคัญทางสถติ ิในบางเสน้ ทางจึงต้องทา
การตัดเส้นที่ไม่เกิดนัยยะสาคัญทางสถิติออกเพื่อความถูกต้องและสมบรูณ์ของการประมวลผลข้อมลู
ดังแสดงในภาพ 4.3

90

ภาพท่ี 4.3 การตดั ปัจจัยย่อยดา้ นเศรษฐกจิ ต่อการออมไม่เกดิ นยั ยะสาคญั ทางสถติ ิออก
จากความไม่สอดคล้องของโมเดลจึงทาให้ผู้วิจัยต้องทาการปรับปรุงโมเดล โดยทาการ

พิจารณาตัด เส้นทางที่ไม่มีนัยยะสาคัญทางสถิติผู้วิจัยจึงทาการตัดตัวแปรเส้นทางที่ไม่มีนัยยะสาคัญ
ออกจากโมเดล โดยทีจ่ ะนาโมเดลปัจจัยย่อยดา้ นเศรษฐกจิ ต่อการออมท่ีตดั เส้นทางไม่เกิดนัยยะสาคัญ
ทางสถติ ิออกนีไ้ ปทาการวเิ คราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยนั การออมของคน Gen Y โดยโมเดลปัจจยั ยอ่ ย
ด้านเศรษฐกจิ ต่อการออมท่สี มบรูณ์แสดงไดใ้ นภาพท่ี 4.4

ภาพท่ี 4.4 ปจั จยั ย่อยด้านเศรษฐกจิ ต่อการออมทต่ี ัดเส้นทางไมเ่ กดิ นัยยะสาคัญทางสถิติออก

91

การตรวจโมเดลตัวแปรปัจจยั ดา้ นปัจจัยสว่ นบคุ คลที่มีผลต่อการออม
จากการศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี ก่ียวข้องสารวจวิจัยปัจจยั เชงิ สาเหตุในการออมเงินของ

คนกลุ่ม Gen Y ในด้านปัจจัยสว่ นบุคคลที่มีผลต่อการออมสามารถเขียนเป็นโมเดลในการวิเคราะห์ได้
ดงั ภาพ 4.5

ภาพ 4.5 โมเดลการวิเคราะห์องคป์ ระกอบเชงิ ยนื ยันดา้ นปจั จัยสว่ นบคุ คลในการออมเงิน
จากภาพที่ 4.5 ผู้วิจัยได้แบ่งการวิเคราะห์โดยพิจารณาความสัมพันธ์ของปัจจัยรองและ

ปัจจัยย่อย รวมทั้งความเหมาะสมของขนาดของโปรแกรมที่สามารถวิเคราะห์ได้ ดังนั้น จึงแยก
วิเคราะห์โมเดลเป็นโมเดลปจั จัยหลักปจั จยั ส่วนบุคคล ประกอบ 8 ปจั จัยย่อย

จากนั้นจึงนาปัจจัยไปวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์สหสัมพนั ธ์แบบเพยี ร์สันของโมเดลปัจจยั ส่วน
บุคคลทส่ี ่งผลต่อการออมเงินของคนกล่มุ Gen Y ซง่ึ สามารถแสดงคา่ สมั ประสิทธส์ หสัมพันธ์แบบเพียร์
สนั ดังน้ี

92

ตาราง 4.22 คา่ สัมประสทิ ธส์ หสมั พันธแ์ บบเพียรส์ นั ของปัจจยั ส่วนบุคคลทสี่ ง่ ผลต่อการออมเงนิ

ภารพหนสี้ ิน อายุ การศกึ ษา รายได้ ประสบการณ์ การทางาน จานวนผู้ว่างงานใน จานวนผพู้ ึง่ พงิ ประสบการณก์ ารออม
ครอบครวั รายได้ในครอบครัว

ภารพหนส้ี นิ 1

อายุ .418** 1

การศกึ ษา .354** .322** 1

รายได้ .348** .382** .407** 1 1
ประสบการณ์ การทางาน .458** .423** .403** .375**

จานวนผู้วา่ งงานใน .416** .443** .479** .398** .452** 1

ครอบครวั .337** .224** .336** .399** .405** .393** 1

จานวนผ้พู ่ึงพิง

รายได้ในครอบครัว .360** .338** .374** .366** .448** .352** .371** 1

ประสบการณก์ ารออม

ปัจจัยย่อยทุกตัวมคี วามสัมพันธก์ ันอยา่ งมนี ัยส่าคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดบั .01 (P<.01)

จากตาราง 4.22 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของโมเดลปัจจัย
ส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการออมเงินของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด พบว่า ปัจจัยย่อยทั้ง
8 ตัว มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยส่าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (p<.01) เมื่อพิจารณาความเหมาะสม
ของข้อมูล พบว่า มีค่า Bartlett’ s Test of Sphericity เท่ากับ 9115.344 อย่างมีนัยส่าคัญ และมี
ค่า Kaiser-Mayer-Olkin Measures of Sampling Adequacy (KMO) เทา่ กบั 0.92 แสดงวา่ มีความ
เหมาะสมในระดบั ดีมาก ซงึ่ เปน็ ไปตามขอ้ ตกลงเบือ้ งตน้

จากนั้นจึงได้กาหนดโมเดลปัจจัยย่อยทางด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการออมเงินของคนกลุ่ม
Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดท่ีผ่านการทดสอบคา่ สมั ประสทิ ธส์ หสมั พนั ธ์แบบเพยี รส์ ันในทุกปัจจัย
ย่อยเรยี บร้อยแล้ว จงึ ทาการประมวลผลผา่ นโปรแกรมสาเร็จภาพวิเคราะหท์ างสถิติ โปรแกรม AMOS
เพือ่ ทดสอบผลและความสอดคลอ้ งของแบบจาลอง ดังภาพท่ี 4.6

93

ภาพ 4.6 ทดสอบความสอดคลอ้ งของโมเดลปัจจัยสว่ นบุคคลตอ่ การออมเงนิ
เนื่องจากโมเดลนี้ไม่มีความสอดคล้องของโมเดลในแบบจาลองการประมวลผล โดยจะต้อง
เม่อื พิจารณาตามเส้นทางจะเห็นได้ว่า มเี ส้นทางท่ไี มเ่ กดิ นัยยะสาคัญทางสถิติในบางเส้นทางจึงต้องทา
การตัดเส้นที่ไม่เกิดนัยยะสาคัญทางสถิติออกเพื่อความถูกต้องและสมบรูณ์ของการประมวลผลข้อมลู
ดงั แสดงในภาพ 4.7

94

ภาพที่ 4.7 การตดั ปัจจยั ส่วนบคุ คลตอ่ การออมไม่เกิดนัยยะสาคญั ทางสถติ ิออก
จากความไม่สอดคล้องของโมเดลจึงทาให้ผู้วิจัยต้องทาการปรับปรุงโมเดล โดยทาการ
พิจารณาตัด เส้นทางที่ไม่มีนัยยะสาคัญทางสถิติผู้วิจัยจึงทาการตัดตัวแปรเส้นทางที่ไม่มีนัยยะสาคัญ
ออกจากโมเดล โดยทจ่ี ะนาโมเดลปจั จยั ย่อยด้านเศรษฐกิจต่อการออมที่ตดั เส้นทางไม่เกิดนัยยะสาคัญ
ทางสถติ อิ อกนไ้ี ปทาการวเิ คราะห์องค์ประกอบเชงิ ยืนยนั การออมของคน Gen Y โดยโมเดลปัจจัยสว่ น
บุคคลต่อการออมทีส่ มบรณู ์แสดงได้ในภาพท่ี 4.8

ภาพท่ี 4.8 ปจั จัยสว่ นบคุ คลตอ่ การออมทีต่ ัดเสน้ ทางไม่เกิดนยั ยะสาคญั ทางสถิติออกแล้ว

95

การตรวจโมเดลตัวแปรปัจจยั ด้านอุปสงคต์ อ่ การถอื เงนิ ทมี่ ผี ลตอ่ การออม
จากการศกึ ษาเอกสารและงานวิจยั ทเ่ี ก่ียวข้องสารวจวจิ ยั ปัจจัยเชงิ สาเหตุในการออมเงินของ

คนกลุ่ม Gen Y ในด้านอุปสงค์ต่อการถือเงินที่มีผลต่อการออมสามารถเขียนเป็นโมเดลในการ
วเิ คราะห์ได้ ดงั ภาพ 4.9

ภาพ 4.9 โมเดลการวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบเชิงยนื ยนั ดา้ นอปุ สงคต์ ่อการถือเงินทมี่ ผี ลต่อการออม

จากภาพที่ 4.9 ผู้วิจัยได้แบ่งการวิเคราะห์โดยพิจารณาความสัมพันธ์ของปัจจัยรองและ
ปัจจัยย่อย รวมทั้งความเหมาะสมของขนาดของโปรแกรมที่สามารถวิเคราะห์ได้ ดังนั้น จึงแยก
วเิ คราะห์โมเดลเป็นโมเดลปัจจัยหลักปัจจยั ส่วนบุคคล ประกอบ 3 ปจั จยั ย่อย

จากนั้นจึงนาปัจจัยไปวิเคราะหค์ ่าสัมประสทิ ธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของโมเดลอุปสงค์ต่อ
การถอื เงินที่มผี ลต่อการออมของคนกลุ่ม Gen Y ซง่ึ สามารถแสดงค่าสมั ประสิทธส์ หสัมพันธ์แบบเพียร์
สัน ดังนี้

ตาราง 4.23 ค่าสัมประสทิ ธส์ หสมั พนั ธแ์ บบเพียร์สนั ของอุปสงคต์ ่อการถือเงนิ ที่มผี ลต่อการออม

เพื่อใช้จ่ายในชวี ติ ประจาวัน เพ่อื ใช้จ่ายในสถานการณ์ฉกุ เฉนิ เพือ่ สะสมทรัพย์

เพื่อใช้จ่ายในชวี ิตประจาวนั 1

เพ่ือใชจ้ ่ายในสถานการณ์ฉุกเฉิน .404** 1 1
เพอ่ื สะสมทรัพย์ .308** .325**

ปจั จัยย่อยทุกตวั มคี วามสัมพนั ธ์กนั อย่างมนี ัยสา่ คญั ทางสถติ ิทร่ี ะดับ .01 (P<.01)

จากตาราง 4.23 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของโมเดลปัจจัย
ส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการออมเงินของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด พบว่า ปัจจัยย่อยทั้ง
8 ตัว มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยส่าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (p<.01) เมื่อพิจารณาความเหมาะสม

96

ของข้อมูล พบว่า มีค่า Bartlett’ s Test of Sphericity เท่ากับ 6745.344 อย่างมีนัยส่าคัญ และมี
คา่ Kaiser-Mayer-Olkin Measures of Sampling Adequacy (KMO) เท่ากับ 0.91 แสดงว่ามคี วาม
เหมาะสมในระดับดมี าก ซง่ึ เป็นไปตามขอ้ ตกลงเบื้องตน้

จากนั้นจึงได้กาหนดโมเดลปัจจัยย่อยอุปสงค์ต่อการถือเงินที่มีผลต่อการออมของคนกลุ่ม
Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดทผี่ ่านการทดสอบค่าสัมประสิทธส์ หสมั พันธแ์ บบเพียรส์ ันในทุกปัจจัย
ย่อยเรียบร้อยแลว้ จงึ ทาการประมวลผลผ่านโปรแกรมสาเรจ็ ภาพวิเคราะหท์ างสถิติ โปรแกรม AMOS
เพ่อื ทดสอบผลและความสอดคลอ้ งของแบบจาลอง ดังภาพที่ 4.10

ภาพ 4.10 ทดสอบความสอดคลอ้ งของโมเดลปจั จัยส่วนบุคคลตอ่ การออมเงนิ
เนื่องจากโมเดลน้ีทุกๆ ตัวแปรย่อยมีความสอดคล้องของโมเดลในแบบจาลองการ
ประมวลผล ทุกเส้นทางเกิดนัยยะสาคัญทางสถิติ จึงสามารถนาเดลนี้ไปใช้เพื่อหาองค์ประกอบเชิง
ยืนยนั ในการออมเงินของคนกลมุ่ Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดได้
การนาเสนอโมเดลโครงสร้างองค์ประกอบเชงิ ยนื ยนั ในการออมเงนิ ของคนกลมุ่ Gen Y ใน
สถานการณ์โรคระบาด
จากการศึกษาเอกสารและงานวจิ ยั ที่เกี่ยวข้องสารวจวจิ ยั ปัจจยั เชงิ สาเหตุในการออมเงินของ
คนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด และได้ทาการตรวจสอบการทดสอบปัจจัยรองเพื่อ
ตรวจสอบตัวแปรแฝงในแต่ละปัจจัยรองว่ามีตัวแปรแฝงท่ีไม่มีนัยยะสาคัญทางสถิติ จนได้ตัวแปรหลัก
ท่ีสมบรณู แ์ ลว้ จึงนามาออกแบบโมเดลการวจิ ยั เพอ่ื หาองค์ประกอบของปัจจยั โดยโมเดลมีลกั ษณะเป็น

97

โมเดลโครงสร้างการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis) ดังภาพ
4.11

ภาพ 4.11 โมเดลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยนั ของการออมเงินของคนกลุ่ม
Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด

จากภาพที่ 4.11 ผู้วิจัยได้แบ่งการวิเคราะห์โดยพิจารณาความสัมพันธ์ของปัจจัยรองและ
ปัจจัยย่อย รวมทั้งความเหมาะสมของขนาดของโปรแกรมที่สามารถวิเคราะห์ได้ ดังนั้น จึงแยก
วเิ คราะห์โมเดลย่อยท้งั 3 โมเดล ดังน้ี

1) โมเดลหลักการออมของ Gen Y ในสถานการณ์ระบาด โควิด-19 ประกอบด้วย 3
ปจั จัยรอง และ 11 ปจั จยั ย่อย

2) โมเดลปจั จัยรองปจั จยั ดา้ นเศรษฐกจิ ประกอบ 4 ปจั จัยยอ่ ย
3) โมเดลปจั จัยรองปัจจยั ส่วนบุคคล ประกอบ 4 ปัจจัยย่อย

98

4) โมเดลปัจจัยรองอปุ สงค์ตอ่ การถอื เงิน ประกอบ 3 ปัจจัยยอ่ ย

การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่อการออมเงินของคนกลุ่ม Gen Y ใน
สถานการณ์โรคระบาด ก่อนการทดสอบความสอดคลอ้ ง

ก่อนการวิเคราะห์โมเดลเพื่อทดสอบความสอดคล้องโดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิง
ยนื ยนั (CFA) ผูว้ จิ ยั ไดห้ าค่าสัมประสิทธ์สหสัมพนั ธ์ (Correlation Coefficient) ของปัจจัยท่ีส่งผลต่อ
การออมเงินของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดของตัวแปรแฝงทุกตัวในปัจจัยรองของ
ปัจจยั หลัก และคา่ สัมประสิทธ์สหสัมพนั ธร์ ะหว่างตัวแปรสังเกตได้ทุกตัว ทงั้ น้ีตัวแปรแฝงทุกตัวจะต้อง
มีค่าความสัมพันธ์เป็นบวกและมีค่าไม่น้อยกว่า .30 (ภัทราพร เกษสังข์, 2551) จึงสามารถนาไป
วิเคราะห์องค์ประกอบได้ ผู้วิจัยน่าเสนอผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของ
ตัวแปรปัจจัยที่ส่งผลต่อการออมเงินของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดจาแนกรายโมเดล
ดงั แสดงในตาราง 4.24

ตาราง 4.24 แสดงค่าสมั ประสิทธ์สหสมั พนั ธแ์ บบเพยี ร์สันของปจั จัยย่อยทส่ี ่งผลตอ่ การออมเงิน

เศรษฐกจิ 1 เศรษฐกจิ 2 เศรษฐกจิ 3 เศรษฐกจิ 4 ส่วนบุคคล1 สว่ นบคุ คล2 สว่ นบคุ คล3 ส่วนบคุ คล4 อปุ สงค์เงิน1 อุปสงค์เงนิ 2 อปุ สงคเ์ งนิ 3

เศรษฐกจิ 1 1

เศรษฐกจิ 2 .586** 1

เศรษฐกจิ 3 .532** .545** 1

เศรษฐกจิ 4 .516** .455** .472** 1

สว่ นบุคคล1 .516** .458** .516** .555** 1

ส่วนบุคคล2 .499** .488** .526** .498** .442** 1

สว่ นบคุ คล3 .492** .457** .453** .462** .476** .570** 1

ส่วนบคุ คล4 .465** .432** .381** .472** .422** .457** .481** 1

อุปสงค์เงิน1 .367** .352** .334** .391** .356** .364** .392** .384** 1

อปุ สงค์เงนิ 2 .379** .442** .390** .481** .448** .491** .509** .449** .493** 1

อุปสงค์เงนิ 3 .573** .401** .514** .538** .517** .476** .509** .495** .304** .448** 1

ปัจจยั ย่อยทุกตัวมีความสมั พันธก์ ันอยา่ งมนี ัยส่าคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดับ .01 (P<.01)

99

จากตาราง 4.24 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของโมเดลปัจจัย
ย่อยท่สี ง่ ผลตอ่ การออมเงนิ ของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณโ์ รคระบาด พบว่า ปัจจยั ยอ่ ยทง้ั 11 ตัว
มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยส่าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (p<.01) เมื่อพิจารณาความเหมาะสมของ
ข้อมูล พบว่า มีค่า Bartlett’ s Test of Sphericity เท่ากับ 7954.765 อย่างมีนัยส่าคัญ และมีค่า
Kaiser-Mayer-Olkin Measures of Sampling Adequacy (KMO) เท่ากับ 0.754 แสดงว่ามีความ
เหมาะสมในระดับดมี าก ซ่ึงเปน็ ไปตามข้อตกลงเบอ้ื งต้น

การทดสอบความสอดคลอ้ งของโมเดล
ขั้นตอนการหาปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการออมเงินของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์

โรคระบาด เป็นการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าความสัมพันธ์ของปัจจัย
เชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการออมเงินของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด โดยใช้สมการการ
วิเคราะห์ถดถอย การวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบเส้นทางสัมพันธ์ ซึ่งเป็นเทคนิคการวิเคราะห์ตัวแปร
หลายตัว (สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์, 2546) โดยใช้โปรแกรมสาเร็จภาพวิเคราะห์ทางสถิติทาง
สังคมศาสตร์ โปรแกรม AMOS ผ่านการตั้งสมมุติฐานการวิจัยผ่านการวิเคราะห์เส้นทาง ซึ่งสามารถ
อภปิ รายผลการวจิ ัยไดด้ ังน้ี

100

ภาพ 4.12 การกาหนดแบบจาลองปจั จัยเชงิ สาเหตุ
จากภาพท่ี 4.12 ไดท้ าการกาหนดโมเดลปจั จยั เชงิ สาเหตุทสี่ ่งผลต่อการออมเงินของคนกลุ่ม
Gen Y ในสถานการณโ์ รคระบาดที่ผ่านการทดสอบคา่ สัมประสทิ ธส์ หสมั พนั ธ์แบบเพยี ร์สันในทุกปัจจัย
ยอ่ ยเรยี บรอ้ ยแล้ว จึงทาการประมวลผลผ่านโปรแกรมสาเรจ็ ภาพวิเคราะห์ทางสถิติ โปรแกรม AMOS
เพ่ือทดสอบผลและความสอดคล้องของแบบจาลอง ดงั ภาพที่ 4.13

101

หมายเหตุ *** คือ มีนยั ยะสาคัญทางสถติ ทิ ่ีระดับ 0.001
** คอื มีนัยยะสาคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดับ 0.01
* คอื มนี ัยยะสาคัญทางสถติ ิท่ีระดบั 0.05

ภาพ 4.14 การทดสอบความสอบคล้องของโมเดล

เม่อื ทาการกาหนดแบบจาลองจึงนาโมเดลนี้ไปทดสอบความสอดคล้องก่อนประมวลดังแสดง
ในภาพที่ 4.14 ซึ่งผลพบว่ามีตัวแปรบางตัวที่ไม่มีนัยยะสาคัญทางสถิติ จึงทาการตรวจสอบความ
สอดคล้องของโมเดล ดงั แสดงผลในตาราง 4.25

ตารางที่ 4.25 ผลการตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดล

คา่ สถติ ิิ สัญลกั ษณ์ เกณฑท์ ่ีเป็น ผลการ การแปลความหมาย
ท่ียอมรับ ตรวจสอบ

Chi-square Probability Level CMIN-p ρ> .05 0.11 ผ่านเกณฑ์พจิ ารณา

102

Chi-square Relative CMIN/df <3 3.271 ไมผ่ า่ นเกณฑ์พจิ ารณา
> 0.90 0.913 ผ่านเกณฑ์พิจารณา
Comparative Fit Index CFI < 0.05 0.013 ผา่ นเกณฑ์พิจารณา
> 0.90 0.911 ผ่านเกณฑ์พิจารณา
Root mean square residual RMR < 0.08 0.034 ผ่านเกณฑ์พิจารณา

Goodness of Fit Index GFI

Root Mean Square Error of RMSEA

Approximation

ท่มี า : จากการทบทวนวรรณกรรม

จากตาราง 4.25 ในการตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลในแบบจาลองการประมวลผล
นั้นพบว่า แบบจาลองนี้ไม่ผ่านเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับ เพราะค่า Chi-square Relative ซึ่งมีค่าเท่ากับ
3.271 แปลความได้ว่าไม่ผ่านเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับ ดังนั้นโมเดลนี้จึงยังคงไม่มีความสมบรูณ์พอที่จะ
นามาพิจารณาได้ จากการตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลในแบบจาลองการวิเคราะหเ์ ส้นทางนี้
จึงนิรนัยได้ว่าแบบจาลองนี้ยังไม่มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ จึงต้องทาการปรับโมเดล
เพื่อให้มีความถูกต้องและผ่านเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับจึงจะสามารถนามาวิเคราะห์ ประมวลผลในลาดับ
ตอ่ ไปได้

การปรบั แตง่ โมเดลเพอ่ื หาปจั จัยเชิงสาเหตุ
เมื่อพิจารณาจากตารางที่ 4.25 ผ้วู จิ ยั มคี วามจาเปน็ ตอ้ งปรับแต่งโมเดล เนอ่ื งจากโมเดลน้ีไม่

มีความสอดคล้องของโมเดลในแบบจาลองการประมวลผล โดยจะต้องเมื่อพิจารณาตามเส้นทางจะ
เหน็ ได้วา่ มีเสน้ ทางทีไ่ มเ่ กิดนยั ยะสาคัญทางสถติ ิในบางเสน้ ทาง ดังภาพท่ี 4.15

103

ภาพท่ี 4.15 การปรบั แบบจาลองการวเิ คราะหเ์ สน้ ทางความสมั พันธข์ องตัวแปรทีศ่ กึ ษา
จากความไม่สอดคล้องของโมเดลจึงทาให้ผู้วิจัยต้องทาการปรับปรุงโมเดล โดยทาการ

พิจารณาตัด เส้นทางที่ไม่มีนัยยะสาคัญทางสถิติผู้วิจัยจึงทาการตัดตัวแปรเส้นทางที่ไม่มีนัยยะสาคัญ
ออกจากโมเดล พรอ้ มท้งั พิจารณาตวั แปรท่โี ปรแกรมทางสถติ ริ ะบุ วา่ ตัวแปรใดมีผลตอ่ โมเดลมากท่ีสุด
(กลั ยา วานิชยบ์ ัญชา, 2556: 136) ซึ่งสามารถแสดงภาพโมเดลไดใ้ นภาพที่ 4.16

104

ภาพที่ 4.16 การปรับแตง่ โมเดลจากการตดั ตวั แปรทีไ่ ม่มนี ัยยะสาคญั
การปรับแต่งโมเดลจากการตัดตัวแปรและพิจารณาเสน้ ทางความสัมพันธ์ที่ไม่มีนัยยะสาคญั
ทางสถติ ทิ าให้เหลือเสน้ ทางความสัมพนั ธ์ที่มีนัยยะสาคัญทางสถิติ ดงั แสดงในภาพท่ี 4.16 เม่ือทาการ
กาหนดแบบจาลองที่ปรับแต่งแล้วจึงนาแบบจาลองนี้ไปทดสอบความสอดคล้องก่อนประมวลผล ซึ่ง
ผลการตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดล ดงั แสดงผลในตาราง 4.26

105

ตาราง 4.26 การตรวจสอบความถูกตอ้ งของโมเดล

คา่ สถติ ทิ ใี่ ช้ประเมิน เกณฑ์ผา่ น ผลการ อา้ งอิงเกณฑผ์ า่ น
ตรวจสอบ มาตรฐาน
มาตรฐาน 0.186
1.293 Byrne (2005)
Chi-square Probability ρ> .05 0.987 Hair et al. (2010)
0.996 Hair et al. (2010)
Chi-square Relative <3 0.010
Byrne (2005)
Goodness of Fit Index : GFI > 0.90 0.027 Hair et al. (2010)

Comparative Fit Index : CFI > 0.90 Hair et al. (2010)

Root mean square residual: < 0.05

RMR

Root Mean Square Error of < 0.08

Approximation

ทม่ี า: จากการสารวจและคานวณ

จากตารางที่ 4.26 อธิบายได้ว่าผลการตรวจสอบจะเห็นได้ว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แสดงว่า
โมเดลมีความถูกต้องของโมเดล จากนั้น ผู้วิจัยจึงทาการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสอง
การออมเงินของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดผ่านการวิเคราะห์ซึ่งสามารถหาแสดงค่า
นา้ หนกั องคป์ ระกอบจากการวเิ คราะห์เสน้ ทางความสัมพันธ์เชิงสาเหตรุ ะหว่างตัวแปร โดยท่ีได้ทาการ
ตดั Factor loading ทตี่ า่ กว่า 0.70 ออกจากโมเดล (Schumacher, R. E., & Lomax, R. G. ,2010).
ซ่งึ ผลการวิจยั แสดงได้ ดงั ภาพท่ี 4.17

106

หมายเหตุ *** คือ มนี ัยยะสาคัญทางสถติ ทิ ี่ระดับ 0.001
** คอื มีนยั ยะสาคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดบั 0.01
* คอื มีนัยยะสาคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ 0.05

ภาพ 4.17 องค์ประกอบเชงิ ยืนยันการออมเงินคนกลมุ่ Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด

ภาพท่ี 4.17 แสดงปัจจยั เชงิ สาเหตุการออมเงินคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด ที่
ทาการวิเคราะห์ระหว่างตัวแปรโดยการหาค่าสัมประสิทธิ์เส้นทางและสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่ผ่าน
การตกแต่งแล้ว พบว่า สัมประสิทธิ์เส้นทางที่มีนัยสาคัญทางสถิติ มี 6 เส้นทาง ดังนั้น จึงสามารถนา
ค่าสมั ประสิทธเ์ิ ส้นทางของแต่ละสมการโครงสร้างมาเขียนเส้นทางของรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ
ที่ผา่ นการตกแต่งแบบความสัมพันธ์ให้เป็นแบบจาลองท่ีประหยัด (Parsimonious Model) เพ่ือให้ได้
รูปแบบทีม่ ีความสัมพันธท์ ด่ี ีท่สี ุดซง่ึ สามารถแสดงผลได้ 6 เสน้ ทาง ดงั น้ี

1) เส้นทางโมเดลหลักการออมเงินคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดไปโมเดล
ปจั จัยรองปจั จัยดา้ นเศรษฐกิจ มีค่าน้าหนักองค์ประกอบเทา่ กบั 0.890

2) เส้นทางโมเดลหลักการออมเงินคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดไปโมเดล
ปจั จัยรองปัจจยั ส่วนบุคคล มีคา่ น้าหนักองคป์ ระกอบเทา่ กบั 0.98

107

3) เส้นทางโมเดลหลักการออมเงินคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดไปโมเดล
ปจั จยั รองอุปสงคต์ ่อการถือเงิน มีคา่ น้าหนักองคป์ ระกอบเทา่ กบั 0.93

4) เส้นทางโมเดลรองปัจจัยด้านเศรษฐกิจไปปัจจัยย่อยนโยบายลดภาระค่าใช้จ่าย
ประชาชน มคี า่ นา้ หนักองค์ประกอบเท่ากบั 0.74

5) เส้นทางโมเดลรองปัจจัยดา้ นเศรษฐกจิ ไปปัจจัยย่อยนโยบายหรือผลติ ภัณฑส์ ่งเสรมิ
การออมจากภาคเอกชน มีคา่ น้าหนักองค์ประกอบเท่ากบั 0.77

6) เส้นทางโมเดลรองปัจจยั สว่ นบุคคลไปภาระหนี้สิน มีค่าน้าหนกั องค์ประกอบเท่ากับ
0.73

7) เส้นทางโมเดลรองปัจจัยส่วนบุคคลไปจานวนผู้พึ่งพิงรายได้ในครอบครัว มีค่า
น้าหนกั องคป์ ระกอบเท่ากับ 0.77

8) เสน้ ทางโมเดลรองปัจจยั สว่ นบุคคลไปรายได้ มีค่าน้าหนักองค์ประกอบเทา่ กับ 0.73
9) เส้นทางโมเดลรองอปุ สงค์ต่อการถือเงินไปเพ่ือใช้สอยในชีวิตประจาวัน มีค่าน้าหนัก
องคป์ ระกอบเท่ากบั 0.73
10) เส้นทางโมเดลรองอุปสงค์ต่อการถือเงินไปเพื่อใช้สะสมทรัพย์ มีค่าน้าหนัก
องคป์ ระกอบเทา่ กับ 0.73
11) เส้นทางโมเดลรองอุปสงค์ต่อการถือเงินไปเพื่อใช้ยามฉุกเฉิน มีค่าน้าหนัก
องค์ประกอบเทา่ กับ 0.70

จากภาพที่ 1 สามารถนาวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับที่สองการออมเงินของคน
กลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดโดยสังเกตจากค่าน้าหนักองค์ประกอบของ รูปแบบ
ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ จากนั้นจึงนาค่าน้าหนักองค์ประกอบมาพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์ของการ
พยากรณ์ (R2) ซึ่งเป็นการระบุระดับความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบเชิงยืนยันว่า และสามารถนา
ผลการวิจัยดังกล่าวมาอภิปรายถึงผลการวิจัยปัจจัยเชิงสาเหตุต่อสองการออมของคนกลุ่ม Gen Y ใน
สถานการณ์โรคระบาด โดยสามารถแสดงค่าน้าหนักองค์ประกอบและสัมประสิทธิ์ของการพยากรณ์
ไดด้ ังแสดงในตาราง 4.27

108

ตารางที่ 4.27 คา่ น้าหนักองค์ประกอบและคา่ สัมประสิทธ์ิของการพยากรณ์

องคป์ ระกอบ/ตัวแปร ค่าน้าหนกั สัมประสิทธิข์ องการ

องค์ประกอบ พยากรณ์ (R2)

ปัจจยั ด้านเศรษฐกิจ 0.89 0.79

นโยบายลดภาระคา่ ใชจ้ า่ ยประชาชน 0.74 0.54

นโยบาย/ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมจาก 0.77 0.59

ภาคเอกชน

ปัจจยั ส่วนบุคคล 0.98 0.96

ภาระหนี้สนิ 0.73 0.53

จานวนผู้พ่งึ พงิ รายได้ในครอบครวั 0.77 0.59

รายได้ 0.73 0.53

อปุ สงคต์ ่อการถือเงนิ 0.93 0.86

เพอื่ ใช้สอยในชวี ติ ประจาวนั 0.73 0.53

เพ่ือใช้สอยเพื่อสะสมทรัพย์ 0.73 0.53

เพ่ือใชเ้ พอ่ื ใช้ยามฉกุ เฉนิ 0.70 0.49

ทม่ี า: จากการสารวจและคานวณ

ตารางที่ 4.27 จะเห็นได้ว่าผลการพิจารณาค่าสมั ประสิทธ์ิของการพยากรณ์ทุกๆ ค่าที่แสดง
มีค่าเกิน 0.30 ทั้งสิ้น ซึ่งหมายความว่าทุกๆตัวแปรที่แสดง มีผลการของความสัมพันธ์ที่อยู่ในระดับ
ยอมรับได้ โดยเมื่อพิจารณาผลร่วมกับภาพที่ 1 สามารถอภิปรายผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิง
ยืนยันปัจจยั เชิงสาเหตกุ ารออมเงนิ ของคนกลุม่ Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด ดงั น้ี

1) ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจมีค่าสัมประสิทธิ์ของการพยากรณ์เท่ากับ
0.79 โดยมีค่าน้าหนักองค์ประกอบ เท่ากับ 0.89 โดยปัจจัยย่อยท่ีมีค่าสัมประสิทธิ์ของการพยากรณ์
มากที่สุด คือ นโยบายหรือผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมจากภาคเอกชน โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ของการ
พยากรณ์เท่ากับ 0.59 มีค่าน้าหนักองค์ประกอบ เท่ากับ 0.77 ขณะท่ีนโยบายลดภาระค่าใช้จ่าย
ประชาชนมคี ่าสัมประสทิ ธิ์ของการพยากรณ์เทา่ กับ 0.54 มีค่านา้ หนักองค์ประกอบ เท่ากับ 0.74

ผลการวิจัยสามารถวิจารณ์ผลได้ว่า เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่ได้จากสวนดุสิตโพลที่ระบุว่า
เมื่อพิจารณามิติทางเศรษฐกิจจะพบว่าพฤติกรรมทางด้านการใช้จ่าย การออมและการลงทุนมีการ
เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก โดยเมื่อพบว่าในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 การใช้จ่ายของคนไทย
ในยุคโควิด-19 มีการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและประชาชนให้ความสาคัญกับการออมมากยิ่งขึ้น (สวนดุสิต
โพล, 2564) เป็นสิ่งที่สอดสัมพันธ์กับผลวิจัยที่องค์ประกอบเชิงยืนยันที่พบว่า สถานการณ์ฉุกเฉิน

109

อย่างเช่นโรคระบาดเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ประชากรกลุ่ม Gen Y เกิดการออมมากขึ้นในสถานการณ์โรค
ระบาด โดยปัจจัยที่จะช่วยเป็นสิ่งกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการออมที่สุดจากผลการวิจัย คือ นโยบาย
หรือผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมจากภาคเอกชน โดยสามารถนิรนัยได้วา่ สถานการณ์โรคระบาดที่ทาให้
ประชาชนมกี ารใช้จ่ายท่ีเพิม่ ขนึ้ ทาให้ประชาชนให้ความสาคัญกับการออมมากข้ึนเพราะความอ่อนไหว
ของสถานการณ์ที่จะทาให้ภาวะเศรษฐกิจผันผวนได้ตลอดเวลา ดังนั้นการฝากเงินของประชาชน
จะต้องเปน็ การฝากทรัพย์จากแหล่งทมี่ ีความมั่นคงและให้ผลตอบแทนท่ีน่าพอใจ ประชาชนจึงมีความ
จาเป็นต้องพิจารณานโยบายหรือผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมการออมจากภาคเอกชนที่ตนรู้สึกพึงพอใจมาก
ที่สุด เช่นเดียวกับผลการวิจยั องค์ประกอบเชิงยืนยันปัจจัยนโยบายลดภาระค่าใชจ้ ่ายประชาชนที่เปน็
องคป์ ระกอบเชิงยืนยันว่าหากรฐั มีมาตรการใดๆที่ช่วยเจือจุนค่าใช้จ่ายต่างๆของประชาชนก็จะเป็นส่ิง
กระตุ้นให้เกิดการออมมากขึ้นในที่สุดซึ่งสอดคล้องกับงานวจิ ยั ของรักพงษ์ แสนศรี ที่ระบุว่ามาตรการ
ของรัฐท่ีออกมาเพ่ือการฟนฟูเศรษฐกิจในชวงระบาดของเช้ือไวรัสโควิด 2019 ผานการใชนโยบายการ
คลังของรัฐบาลผ่านโครงการคนละครึ่ง ทาให้กลุ่มตัวอย่างมีรายจ่ายลดลงและนารายจ่ายส่วนที่
คงเหลือจากการใชใ้ นชีวติ ประจาวันผ่านนโยบายคนละครงึ่ มาเพื่อเกบ็ ออมในรูปแบบต่างๆมากขนึ้ (รัก
พงษ์ แสนศรี, 2564) และสอดคล้องกับงานวิจัยของ Hongyun Si ที่ระบุว่านโยบายหรือผลิตภัณฑ์
ส่งเสริมการออมจากภาคเอกชนทีน่ ่าสนใจและให้สิทธิประโยชนส์ ูงสุดแก่ผู้ซ้ือจะเป็นสิ่งเร้าให้เกิดการ
ออมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมีความสอดคล้องกับงานวิจัยของ Hongyun Si ที่วิจัยและให้ข้อมูลในประเด็น
เดียวกัน (Hongyun Si, 2021) เมื่อพิจารณาผลวิจัยที่องค์ประกอบเชิงยืนยันปัจจัยนโยบายลดภาระ
ค่าใช้จ่ายประชาชนที่เป็นองค์ประกอบเชิงยืนยันที่มีค่าสัมประสิทธิ์ของการพยากรณ์เท่ากับ 0.54
สามารถนิรนัยว่านโยบายการคลังของรัฐจะเป็นสิ่งเร้าให้ประชาชนเกิดการออมมากขึ้นเพราะจะช่วย
ให้ประชาชนมีคา่ ใช้จา่ ยในการบรโิ ภคทล่ี ดลงก็จะส่งผลใหป้ ระชาชนสามารถมีเงนิ เก็บได้เยอะมากขึน้

2) ปัจจัยส่วนบคุ คล ปจั จยั ส่วนบุคคลมคี ่าสัมประสทิ ธ์ขิ องการพยากรณเ์ ทา่ กับ 0.96 และ
มีค่าองค์ประกอบยืนยนั เท่ากบั 0.98 โดยทม่ี ีปัจจยั รองมีค่าสมั ประสิทธิข์ องการพยากรณ์เรียงจากมาก
สุดไปต่าสุด คือ ภาระหนี้สินเท่ากับ 0.53 จานวนผู้พึ่งพิงรายได้ในครอบครัวเท่ากับ 0.59 และรายได้
เท่ากบั 0.53 เม่อื พิจารณาจะพบว่าตวั แปรจานวนผพู้ ึ่งพิงรายได้ในครอบครวั มีค่าน้าหนักปัจจัยและค่า
สมั ประสิทธขิ์ องการพยากรณ์สูงทส่ี ุดในองคป์ ระกอบในลาดบั ท่ี 1 ซึ่งนิรนัยได้ว่าการที่มีผู้พ่ึงพิงรายได้
ของประชากรกลุ่มนี้มากเกินไปจะส่งผลกระทบอย่างสูงกับการพิจารณาออมเงินของกลุ่มประชากร
Gen Y และ Gen Z

ผลการวิจัยในส่วนขององค์ประกอบยืนยันในส่วนของปัจจัยสว่ นบุคคลสามารถวิจารณ์ผลได้
ว่าปัจจัยส่วนบุคคลเป็นสิ่งที่สาคัญที่สุดที่คน Gen Y จะพิจารณาก่อนเกิดการออมซึ่งอาจจะกล่าวได้
รายจ่ายของภาคครัวเรือนหรือรายจ่ายในการอุปโภคบรโิ ภคของภาคประชาชนซึ่งต้องพิจารณาปัจจัย
ทส่ี าคัญทสี่ ดุ คอื รายได้ที่สามารถใช้จ่ายได้จรงิ จะเปน็ ส่งิ กาหนดระดบั การออมซ่ึงเป็นไปตามแนวคิด

110

การออม (วิไลลักษณ์ ไทยอุตส่าห์ และวลัยภรณ์ อัตตะนันทน์, 2553) โดยเมื่อพิจารณารายได้ท่ี
สามารถใช้จ่ายได้จริงกับผลการวิจัยจะพบว่าองค์ประกอบยืนยันในส่วนของปัจจัยส่วนบุคคลที่ปัจจัย
ภาระหนี้สินเป็นมีค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์สูงที่สุด ซ่ึงมีความคล้ายคลึงกับงานวิจัยของ Azza
Béjaoui Nidhal Mgadmi Wajdi Moussa และ Tarek Sadraoui ทร่ี ะบวุ า่ ในการลงทุนใน bitcoin
นนั้ กลุม่ ตวั อยา่ งจะพิจารณาถงึ หน้ีสินสว่ นบุคคลเป็นสาคัญก่อนจะพจิ ารณาการลงทุนหรือสะสมทรัพย์
ในเงินสกุลดิจิตอลต่างๆ (Azza Béjaoui Nidhal Mgadmi Wajdi Moussa และ Tarek Sadraoui,
2022) ซึ่งผลการวิจัยที่สัมพันธ์กับงานวิจัยที่ได้กล่าวมานั้นนิรนัยได้ว่าภาระหนี้สินเป็นตัวแปรสาคัญ
มากที่สดุ ในการพิจารณาเรื่องการออมเพราะภาระหนสี้ ินเปน็ ตวั กาหนดรายจ่ายของภาคครัวเรือนหรือ
รายจ่ายในการอุปโภคบริโภคของภาคประชาชนที่สาคัญ ตามความสัมพันธ์รายได้ที่ใช้จ่ายได้จริงกับ
การใช้จ่ายในการบรโิ ภครวมและการออมซึง่ เป็นไปตามสมการ Yd = C + S อาจกล่าวได้ว่าคน
Gen Y ตอ้ งคานงึ ถงึ การชาระหนใ้ี นปัจจุบันเป็นเรื่องทต่ี ้องทาก่อน ก่อนทีจ่ ะเกิดการจับจา่ ยใชส้ อยเพ่ือ
ครัวเรือนและปัจเจกชน แล้วค่อยนาเงินที่เหลือไปออมในรูปแบบต่างๆ ขณะที่ตัวแปรที่มีค่า
สัมประสิทธิ์การพยากรณ์รองลงมา คือ ตัวแปรจานวนผู้พึ่งพิงรายได้ในครอบครัวและรายได้ ซึ่ง
อธิบายได้ว่าจานวนผู้พึ่งรายได้ในครอบครัวและรายได้เป็นตัวแปรที่ทาให้คน GEN Y ต้องพิจารณา
ก่อนท่จี ะทาการออมหรือลงทนุ เพือ่ สะสมทรัพยใ์ ดๆ สอดคลอ้ งกับงานวิจยั ของ จิตระวี ทองเถา ที่ระบุ
ว่าปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการธนาคารพาณิชย์ในยุคการระบาดของไวรัส COVID-19 เพ่ือ
สะสมทรัพย์และดาเนินธุรกรรมทางการเงินทมี่ ีอิทธิพลมากท่สี ุด คือ ภาระหน้ีสิน รายได้ และภาระอัน
เน่อื งมากจานวนผู้ว่างงานในครอบครัว ตามลาดบั (จติ ระวี ทองเถา, 2564) จากผลการวิจัยท่ีสัมพันธ์
กับงานวิจัยที่ได้กล่าวมานั้นนิรนัยได้ว่าจานวนของสมาชิกการต้องพึ่งพิงรายได้ของคน Gen Y เป็น
ปัจจัยที่ทาให้รายจ่ายของภาคครัวเรือนหรือรายจ่ายในการอุปโภคบริโภคของปัจเจกชน เปลี่ยนไป
หากมีจานวนสมาชิกที่ต้องการพึ่งพิงรายได้หลายคน รายได้ที่แท้จรงิ ของคน Gen Y ก็จะลดน้อยถอย
ลงไปเรื่อยๆ และเมื่อรายได้ที่แท้จริงลดลงก็จะจากัดความสามารถการใช้จ่ายในการบริโภครวมลดลง
ซึง่ กจ็ ะส่งผลโดยตรงใหก้ ารออมท่จี ะเกดิ ขึน้ น้อยลงไปด้วย

3) อุปสงค์ต่อการถือเงิน อุปสงค์ต่อการถือเงินมีค่าสัมประสิทธิ์ของการพยากรณ์เท่ากับ
0.86 และมีค่าองค์ประกอบยืนยันเท่ากับ 0.96 ทั้งนี้มี โดยที่มีปัจจัยรองท่ีมีค่าสัมประสิทธิ์ของการ
พยากรณ์เรียงจากมากสุดไปตา่ สดุ คือ เพื่อใช้สอยในชวี ิตประจาวัน 0.53 เพื่อใช้สอยเพื่อสะสมทรัพย์
0.53 และเพอ่ื ใช้เพื่อใชย้ ามฉกุ เฉินเทา่ กบั 0.45 ทั้งน้ี องค์ประกอบเชิงยนื ยันของอุปสงคต์ อ่ การถือเงิน
เปน็ ปจั จัยเชงิ สาเหตุทัง้ สน้ิ สามารถนริ นยั ไดว้ ่าการมีกระแสเงินสดไว้กับตนเองมีสัมพนั ธท์ ่ีสอดรับในทุก
มิตขิ องการออม

ผลการวิจัยในส่วนขององค์ประกอบยืนยันในส่วนของอุปสงค์ต่อการถือเงินสามารถวิจารณ์
ผลได้ว่าเป็นด้านที่สาคัญสาหรับการออมของคน Gen Y โดยเมื่อพิจารณาจากโมเดลองค์ประกอบเชิง

111

ยืนยันการออมเงินคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดจะเห็นว่า ทุกๆ ปัจจัยเป็นองค์ประกอบ
เชงิ ยนื ต่อการออมของคน Gen Y ไม่วา่ จะเป็น อุปสงคต์ ่อการถือเงินเพ่ือใชส้ อยในชวี ิตประจา อุปสงค์
ต่อการถือเงินเพื่อสะสมทรัพย์ และอุปสงค์ต่อการถือเงินเพื่อใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ซึ่งสามารถการ
ตอ้ งการถือเงนิ เปน็ ส่ิงท่ีต้องพิจารณาในทุกๆ ดา้ นกอ่ นการออม ไมว่ ่าจะเป็นการถือเงินเพือ่ ใช้จ่าย การ
ถือเพื่อสะสมทรัพย์ และการถือเงินเพื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะขาดการพิจารณาในด้านใดด้านหนึ่งไป
เลยไม่ได้ก่อนที่จะเกดิ การออม เมื่อพิจาณาลงลึกในองค์ประกอบเชิงยืนยันจะพบว่าอุปสงค์ต่อการถอื
เงินที่เป็นปัจจัยที่มีค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์มากที่สุด คือ อุปสงค์ต่อการถือเงินเพื่อใช้สอยในชีวิต
ประจา รองลงมาคือ อุปสงค์ต่อการถือเงินเพื่อใช้สอยเพื่อสะสมทรัพย์ และอุปสงค์ต่อการถือเงินเพื่อ
ใช้สอยเพื่อสะสมทรัพย์ ตามลาดับ โดยที่การที่อุปสงค์ต่อการถือเงินเพื่อใช้สอยในชีวิตประจาวันมีค่า
สัมประสิทธิก์ ารพยากรณ์มากทสี่ ุดนริ นัยไดว้ ่า การมกี ระแสเงินสดท่ีเพียงพอสาหรับการใช้สอยในชีวิต
ประจาเพื่ออุปสงค์ประจาวันก่อนที่จะเกิดการออมนั้นเป็นไปตามตามความสัมพันธ์รายได้ที่ใช้จ่ายได้
จริงกับการใช้จ่ายในการบริโภครวมและการออม ซึ่งกล่าวได้ว่าการมีกระแสเงินสดเพื่อใช้ที่แท้จริง
จะต้องนาไปใช้สอยในชีวิตประจาวันให้เพียงพอเสียก่อนจึงจะเกิดการออมที่แท้จริงได้ จากการที่อุป
สงค์ต่อการถือเงินเพื่อใช้สอยในชีวิตประจาวันมีองค์ประกอบเชิงยืนยันมากที่สุดจึงเป็นตัวแปรตัดสิน
ความสามารถในการออมของคน Gen Y สอดคล้องกบั งานวจิ ัยของ Jagdish Sheth ทรี่ ะบุว่าการเกิด
Cashless Society ของหลายๆพื้นที่ของหลายๆประเทศเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินที่
ส่งผลโดยตรงต่อความตื่นตัวในการแปลงสินทรัพย์ภาพธรรมให้เป็นสินทรัพย์ดิจิตอลในรูปแบบ
ของคริปโตเคอเรนซี การลงทุนในตลาดหุ้น และการลงทุนในอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ทั้งน้ี
ส่ิงทีเ่ ป็นตวั กาหนดความสามารถในการลงทนุ หรือออมของกล่มุ ตัวอย่าง คอื ความเพยี งพอของเงินสด
เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคบริโภคในชีวิตประจาวัน ภาระหนี้สิน และความต้องการถือเงินเพื่อใช้ใน
เหตุการณ์ฉุกเฉิน ตามลาดับ โดยเปรียบเทียบผ่านค่าสัมประสิทธิ์เบตาในแต่ละตัวแปร (Jagdish
Sheth, 2020)

4.3 ผลการวจิ ัยและวิจารณ์การพยากรณ์แนวโน้มการออมเงนิ ของคนกลุม่ Gen Y
ในสถานการณโ์ รคระบาด
การวิจัยและวิจารณ์การพยากรณ์แนวโน้มการออมเงินของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์

โรคระบาดซึ่งเป็นวัตถุข้อที่ 2 ของงานวิจัย โดยทาการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสาเหตุต่อการออมของคน
กลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด ทาให้ได้ทราบปัจจัยเชิงสาเหตุที่เป็นปัจจัยสาคัญที่ก่อให้เกิด
การออมโดยพิจารณาจากการที่ปัจจัยมีค่าองค์ประกอบเชิงยืนยันมากกว่า 0.70 จากนั้นจึงได้ทาการ
นาปัจจัยดังกล่าวมาพยากรณ์แนวโน้มโดยการใช้โดยใช้สมการการวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบเส้นทาง
สัมพันธ์ โดยสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน คือการวิเคราะห์ความถดถอยพหุคูณ (Multiple

112

Regression Analysis) โดยตัดเลือกตัวแปรอิสระเข้าสมการถดถอยด้วยเทคนิค Enter โดยนาตัวแปร
อิสระที่คัดเลือกจากปัจจัยเชิงสาเหตุที่เป็นปัจจัยสาคัญที่ก่อให้เกิดการออมโดยพิจารณาจากการท่ี
ปัจจัยมีค่าองค์ประกอบเชงิ ยืนยันมากกวา่ 0.70 สามารถแสดงไดด้ งั ตารางท่ี 4.28

ตาราง 4.28 คา่ สมั ประสิทธ์สหสมั พันธ์แบบเพยี ร์สันของปจั จัยที่ส่งผลต่อการออมเงนิ

จานวนผู้ อุปสงค์ รายได้ อุปสงค์ ภาระ อปุ สงค์ ผลติ ภณั ฑ์ นโยบาย

พึ่งพงิ ใชส้ อย สะสม หนี้สิน สะสม เอกชน ลดภาระ

รายได้ ทรพั ย์ ทรัพย์ ประชาชน

จานวนผู้ 1

พึ่งพงิ

อปุ สงคใ์ ช้ 0.570** 1

สอย

รายได้ 0.499** 0.492** 1

อปุ สงค์ 0.488** 0.457** 0.586** 1

สะสมทรพั ย์ 1
ภาระหนี้สิน 0.526** 0.453** 0.532** 0.545**

อุปสงค์ 0.498** 0.462** 0.516** 0.455** 0.472** 1

ฉุกเฉนิ

ผลิตภณั ฑ์ 0.442** 0.476** 0.516** 0.458** 0.516** 0.555** 1

เอกชน

นโยบายลด 0.457** 0.481** 0.465** 0.432** 0.381** 0.472** 0.422** 1

ภาระ

ประชาชน

ปจั จัยย่อยทุกตัวมีความสมั พันธก์ นั อยา่ งมีนยั ส่าคญั ทางสถิตทิ ี่ระดับ .01 (P<.01)

ทงั้ นีผ้ วู้ ิจัยไดท้ าการตรวจสอบค่าความสมั พันธ์ระหว่างตัวแปร (Correlation) พบว่า ไม่มีตัว
แปรใดที่มีความสัมพันธ์เกิน 0.8 โดยตั้งค่านัยสาคัญทางสถติ ิท่ีระดับ 0.05 โดยมีค่าความสัมประสิทธิ์
สหสัมพันธ์อยู่ระหว่าง 0.381 – 0.586 จากนั้นจึงทาการทดสอบสมมติฐานเพื่อทดสอบตัวแปรท่ี
ส่งผลต่อการพยากรณ์การออมของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด ที่ระดับความเชื่อม่ัน
95% หรือมีระดับนัยสาคัญเท่ากับ 0.05 โดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression)
จึงนาข้อมูลตัวแปรที่สกัดจาก factor loading ที่มากกว่า 0.70 มาวิเคราะห์ความแปรปรวนแสดงใน
ตาราง 4.29

113

ตาราง 4.29 ความแปรปรวนในการพยากรณก์ ารออมของคนกล่มุ Gen Y ในสถานการณโ์ รคระบาด

แหลง่ ความแปรปรวน SS DF MS F P
สมการถดถอย 113.175 8 14.147 47.856 .000
ความคลาดเคลอื่ น 115.585 391 .296
* p< 0.05

จากการตรวจสอบความแปรปรวนในการพยากรณ์การออมของคนกลุ่ม Gen Y ใน
สถานการณ์โรคระบาดพบว่าค่า P-value มีค่าเท่ากับ 0.00 นั่นหมายถึงตัวแปรทุกต้วสามารถอธิบาย
ความผันแปรของการพยากรณ์การออมของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดได้อย่างมี
นัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 จากนน้ั จงึ ทาการประมวลผลเพ่ือหาค่าสัมประสิทธส์ิ หสัมพันธ์ถดถอย
พหุคูณของตัวแปรพยากรณ์ที่ใช้พยากรณ์การออมของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด
แสดงในตาราง 4.30

ตาราง 4.30 คา่ สัมประสิทธ์สิ หสมั พนั ธถ์ ดถอยพหคุ ณู แบบขน้ั ตอนของตวั แปรพยากรณ์

ตัวแปรพยากรณ์ b S.E.B B t p
0.005
อุปสงค์ต่อการถือเงินเพื่อใช้ใน 0.144 0.051 0.135 2.815
0.000
ชีวติ ประจาวนั 0.027
0.043
รายได้ 0.251 0.051 0.248 4.895 0.001
0.001
อุปสงค์ตอ่ การถอื เงินเพอื่ สะสมทรพั ย์ -0.114 0.051 -0.108 -2.220 0.016

จานวนผพู้ งึ่ พงิ รายได้ในครอบครวั 0.141 0.028 0.129 3.363 0.001

ภาระหนีส้ นิ 0.170 0.051 0.164 3.367

อุปสงคต์ อ่ การถือเงนิ เพ่อื ใช้ยามฉกุ เฉนิ 0.169 0.050 0.163 3.360

นโยบายหรือผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการ 0.126 0.052 0.117 2.422

ออมจากภาคเอกชน

นโยบายลดภาระค่าใชจ้ า่ ยประชาชน 0.174 0.050 0.156 3.467

ค่าคงท่ี 0.121

*p< 0.05

114

จากตาราง 4.30 แสดงค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ถดถอยพหุคูณของตัวแปรพยากรณ์ที่ใช้
พยากรณ์การออมของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด จากผลวิจัยนี้สามารถเขียนสมการ
พยากรณใ์ นภาพคะแนนดบิ ไดด้ ังน้ี

Y = 0.121 + 0.141 (จานวนผู้พึ่งพิงรายได้ในครอบครัว) + 0.144 (อุปสงค์ต่อการถือเงินเพื่อ
ใช้ในชีวิตประจาวัน) + 0.251 (รายได้) - 0.114 (อุปสงค์ต่อการถือเงินเพื่อสะสมทรัพย์) +
0.170 (ภาระหนี้สิน) + 0.169 (อุปสงค์ต่อการถือเงินเพื่อใช้ยามฉุกเฉิน) + 0.126 (นโยบาย/
ผลติ ภัณฑ์สง่ เสรมิ การออมจากภาคเอกชน) + 0.174 (นโยบายลดภาระค่าใชจ้ ่ายประชาชน)

จากสมการพยากรณ์แสดงใหเ้ ห็นว่า สัมประสทิ ธสิ์ หสมั พนั ธ์ถดถอยพหุคูณแบบ ข้ันตอนของ
ตัวแปรพยากรณ์ที่ใช้พยากรณ์การออมของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด สามารถ
อภปิ รายผลได้ ดังนี้

ตัวแปรจานวนผู้พึ่งพิงรายได้ในครอบครัว มีสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ถดถอย เท่ากับ
0.141 หมายความว่า หากจานวนผู้พึ่งพิงรายได้ในครอบครัวมีการเปลี่ยนแปลง 1 หน่วย จะส่งผลให้
การออมของคนกลมุ่ Gen Y ในสถานการณโ์ รคระบาดเกดิ การเปลยี่ นแปลง 0.141 หนว่ ย

ตัวแปรอุปสงค์ต่อการถือเงินเพื่อใช้ในชีวิตประจาวันมีสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ถดถอย
เท่ากับ 0.144 หมายความว่า หากอุปสงค์ต่อการถือเงินเพื่อใช้ในชีวิตประจาวันมีการเปลี่ยนแปลง 1
หน่วย จะส่งผลให้การออมของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดเกิดการเปลี่ยนแปลง 0.144
หนว่ ย

ตัวแปรรายได้เท่ากับ 0.251 หมายความว่า หากรายได้มีการเปลี่ยนแปลง 1 หน่วย จะ
ส่งผลให้การออมของคนกลุม่ Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดเกิดการเปลี่ยนแปลง 0.251 หน่วย

ตัวแปรอุปสงค์ต่อการถอื เงินเพื่อสะสมทรัพย์มีสมั ประสิทธิส์ หสัมพันธถ์ ดถอย เท่ากับ -
0.114 หมายความวา่ หากอปุ สงค์ต่อการถือเงินเพ่ือสะสมทรัพย์มีการเปล่ียนแปลง 1 หนว่ ย จะส่งผล
ให้การออมของคนกลมุ่ Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดเกิดการเปล่ียนแปลง 0.114 หน่วยในทิศทาง
ตรงกันขา้ ม

ตวั แปรภาระหนสี้ นิ มีสัมประสิทธส์ิ หสมั พันธ์ถดถอย เทา่ กับ 0.170 หมายความว่า หาก
ภาระหนี้สินมีการเปลี่ยนแปลง 1 หน่วย จะส่งผลให้การออมของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรค
ระบาดเกดิ การเปล่ียนแปลง 0.170 หนว่ ย

115

ตัวแปรอุปสงค์ต่อการถือเงินเพื่อใช้ยามฉุกเฉินมีสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ถดถอย เท่ากับ
0.169 หมายความว่า อุปสงค์ต่อการถือเงินเพ่ือใช้ยามฉุกเฉนิ มีการเปลีย่ นแปลง 1 หน่วย จะส่งผลให้
การออมของคนกลุม่ Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดเกิดการเปลยี่ นแปลง 0.169 หน่วย

ตวั แปรนโยบายหรอื ผลติ ภัณฑส์ ่งเสริมการออมจากภาคเอกชนมีสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
ถดถอย เท่ากับ 0.126 หมายความว่า หากนโยบายหรือผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออมจากภาคเอกชนมี
การเปลี่ยนแปลง 1 หน่วย จะส่งผลให้การออมของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดเกิดการ
เปลยี่ นแปลง 0.126 หน่วย

ตัวแปรนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนมีสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ถดถอย เท่ากับ
0.174 หมายความว่า หากนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนมีการเปลี่ยนแปลง 1 หน่วย จะส่งผล
ให้การออมของคนกลุม่ Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดเกิดการเปล่ียนแปลง 0.174 หนว่ ย

เมอ่ื พจิ ารณาผลการศึกษาค่าสัมประสทิ ธสิ์ หสัมพนั ธ์ถดถอยพหุคูณของตัวแปรพยากรณ์ที่ใช้
พยากรณ์การออมของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ในการวิจัยข้อที่
2 ของงานวิจัยน้ีจะสามารถวิจารณ์ผลการวิจัยได้ว่า จากสมการพยากรณ์แนวโน้มการออม พบว่า
รายได้มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุดซึ่งมีค่าเท่ากับ 0.251 ซึ่งถอดความได้ว่ารายได้หรือรายรับที่ได้รับใน
สถานการณโ์ รคระบาดจะเป็นสิ่งมีความสาคัญทส่ี ดุ ในการกาหนดระดับการออมของคน Gen Y เพราะ
รายรับจะเป็นตัวกาหนดการบริโภคที่แท้จริงและจะมีความสัมพันธ์กับการออมใ นที่สุดซึ่งเป็นไปตาม
สมการรายไดแ้ ละฟังกช์ ันของการออม (วไิ ลลกั ษณ์ ไทยอุตสา่ ห์ และวลัยภรณ์ อตั ตะนันทน์, 2553)
การที่ตัวแปรรายได้เป็นตัวแปรที่มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ถดถอยพหุคูณของตัวแปรพยากรณ์
คา่ สูงสุดแสดงความหมายไดว้ า่ หากเกิดสถานการณ์โรคระบาดในประเทศไทยคน Gen Y จะพิจารณา
รายได้ของตนเป็นสิ่งแรกก่อนที่จะตัดสินใจออมหรือสะสมทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งผลการวิจัยน้ี
สอดคล้องกับงานวิจัยของ Emigdio Larios-Gómez,. Laura Fischer,. Mónica Peñalosa และ
Mayra Ortega-Vivanco ที่ระบุว่าในสถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ที่ก่อให้เกิดอัตราการ
ว่างงานและความต้องการของผู้บริโภคที่ลดลงแต่กลุ่มตัวอย่างยังลงทุนในสินทรัพย์ดิจิตอลบน
แพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อเป็นเสมือนเงินออมสะสมมูลค่ามากขึ้นอย่างมีนัยยะสาคัญซึ่งปัจจัยที่เป็น
เงื่อนไขสาคัญต่อการออมคือรายได้คงเหลือและหนี้ครัวเรือน (Emigdio Larios-Gómez,. Laura
Fischer,. Mónica Peñalosa และ Mayra Ortega-Vivanco, 2021) ซึ่งความสอดคล้องของผลวิจัย
และการทบทวนวรรณกรรมดังกล่าวสะท้อนภาพความสาคัญของรายได้ท่ีแท้จรงิ ที่เป็นตัวกาหนดการ
พฤตกิ รรมผบู้ ริโภคซงึ่ จะส่งผลต่อพฤตกิ รรมทางดา้ นการเงินและการออมในทส่ี ุด

ขณะที่ผลการศึกษาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ถดถอยพหุคูณของตัวแปรพยากรณ์ที่ใช้
พยากรณ์การออมของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด ตัวแปรท่ีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุด
รองลงมาคือนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนและภาระหนี้สินที่มีค่าสัมประสิทธิ์เท่ากับ 0.174

116

และ 0.170 ตามลาดับเป็นตัวแปรที่มาความสาคัญสาหรับแนวโน้มการออมของคน Gen Y โดยเม่ือ
พิจารณาตามหลักการจะพบว่านโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนเป็นสิ่งที่เปน็ นโยบายการคลังที่มี
ผลอย่างยิง่ กับระดับการออมของประชาชน หากนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนเป็นภาพธรรมก็
จะช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนและเป็นเพิ่มสมรรถนะความสามารถที่จะก่อเกิดการออมในที่สุ ด
(วิไลลกั ษณ์ ไทยอตุ สา่ ห์ และวลยั ภรณ์ อตั ตะนันทน,์ 2553) จากผลวิจัยท่ีนโยบายลดภาระค่าใช้จ่าย
ประชาชนเป็นตัวแปรท่ีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุดลาดับสองจึงสะท้อนความสาคัญมากที่รัฐจะต้องจุลเจือ
ช่วยเหลอื แบง่ เบาภาระทางดา้ นจ่ายของประชาชน หากตอ้ งการให้เกดิ การออมในระบบเศรษฐกิจมาก
ขึ้น ซึ่งจากการที่นโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนมีความสาคัญที่ต่อการออมของคน Gen Y มี
ความสอดคล้องกับงานวิจัยของ (รกั พงษ์ แสนศรี, 2564) ท่ีระบวุ า่ นโยบายการฟนฟเู ศรษฐกิจในชวง
ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 2019 ผานการใชนโยบายการคลังของรัฐบาล นโยบายคนละครึ่งนั้นกลุ่ม
ตัวอย่างมีรายจ่ายลดลงจากการใช้เข้าร่วมนโยบายของรัฐและนารายจ่ายส่วนที่คงเหลือจากการใช้ใน
ชีวิตประจาวนั ผ่านนโยบายที่เข้ารว่ มมาเพ่ือเก็บออมในรูปแบบตา่ งๆมากข้นึ โดยการออมผ่านธนาคาร
และการออมผ่านสกุลเงินดิจิตอลเป็นรูปแบบการออมที่มีมากที่สุด 2 ลาดับแรก (รักพงษ์ แสนศรี,
2564) ขณะที่ตัวแปรภาระหนี้สินนั้นเป็นตัวแปรที่มีความสาคัญต่อแนวโน้มการออมของคน Gen Y
รองลงมาซึ่งสามารถสะท้อนภาพความสาคัญของการมีรายได้ที่แทจ้ ริงที่ต้องหักลบออกจากค่าใช้จ่าย
ในการบริโภคและภาระที่ต้องจา่ ยหน้ีสินในรปู แบบต่างๆ จนได้การออมที่แท้ตริงตามฟังก์ชันของการ
ออม ดังนน้ั ภาระหนีส้ นิ จงึ มีความสัมพนั ธ์กับรายไดแ้ ละการบริโภคอยา่ งหลีกเล่ยี งไม่ได้ซึ่งภาระหนี้สิน
จะส่งผลต่อแนวโน้มการออมในที่สุด โดยเมื่อนิรนัยจากผลวิจัยในส่วนนี้จะพบว่าในสถานการณ์
ยากลาบากอย่างโรคลาบาก การออมจะเพิ่มทวคี วามยากขึ้นหากมีภาระหน้ีสินมีมาก ความสาคัญของ
ภาระหนี้สินที่ส่งผลต่อแนวโน้มการออมนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของ Emigdio Larios-Gómez,.
Laura Fischer,. Mónica Peñalosa และ Mayra Ortega-Vivanco ท่ีระบวุ ่าสถานการณ์โรคระบาด
ก่อให้เกิดอัตราการว่างงานและความต้องการของผู้บริโภคที่ลดลงแต่กลุ่มตัวอย่างยังมีความต้องการ
ลงทนุ เพื่อเป็นเสมอื นเงินออมสะสมมูลค่ามากขึน้ โดยปัจจัยทีเ่ ป็นเงอ่ื นไขสาคัญต่อการออมคือรายได้
คงเหลือและหนี้ครัวเรือน (Emigdio Larios-Gómez,. Laura Fischer,. Mónica Peñalosa และ
Mayra Ortega-Vivanco, 2021) ซึ่งความคล้ายคลึงของผลวิจัยนี้แสดงภาพให้เห็นความสาคัญท่ี
จะต้องมีมาตรการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ถ้ารัฐจะรักษาระดับการ
ออมหรือกระตนุ้ ใหเ้ กิดการออมในภาวะการณโ์ รคระบาดท่ีอาจจะเกดิ ข้นึ ในอนาคต

4.4 ผลการวิจัยและวิจารณ์องค์ประกอบเชิงยืนยันในการลงทุนเงินของคนกลุ่ม Gen Y ใน
สถานการณโ์ รคระบาด

117

ในการวิจัยเพื่อผ่านองค์ประกอบเชิงยืนยันในการลงทุนจะต้องได้ทาการทดสอบปัจจัยรอง
เพื่อตรวจสอบตัวแปรแฝงในแต่ละปัจจัยรองว่ามีตัวแปรแฝงที่ไม่มีนัยยะสาคัญทางสถิติและมีค่า
factor loading ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะสามารถนามาวิเคราะห์ในองค์ประกอบเชิงยืนยันได้ โดยการ
ตรวจสอบสามารถแสดงผลไดด้ ังนี้

การตรวจโมเดลตวั แปรปัจจยั ด้านเศรษฐกจิ ทม่ี ีผลตอ่ การลงทนุ
จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องสารวจวิจัยปัจจัยเชิงสาเหตุในการลงทุนของ

คนกลุ่ม Gen Y ในด้านปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่มีผลต่อการลงทุนสามารถเขียนเป็นโมเดลในการ
วเิ คราะห์ได้ ดงั ภาพ 4.18

ภาพ 4.18 โมเดลการวเิ คราะห์องคป์ ระกอบเชงิ ยนื ยันด้านปจั จัยดา้ นเศรษฐกิจในการลงทุน
จากภาพที่ 4.18 ผู้วิจัยได้แบ่งการวิเคราะห์โดยพิจารณาความสัมพันธ์ของปัจจัยรองและ

ปัจจัยย่อย รวมทั้งความเหมาะสมของขนาดของโปรแกรมที่สามารถวิเคราะห์ได้ ดังนั้น จึงแยก
วิเคราะห์โมเดลเป็นโมเดลปจั จยั หลกั ปจั จัยดา้ นเศรษฐกิจ ประกอบ 8 ปัจจยั ยอ่ ย

118

จากนั้นจึงนาปัจจัยไปวิเคราะห์คา่ สัมประสิทธ์สหสัมพนั ธ์แบบเพยี ร์สันของโมเดลปัจจัยย่อย
เศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการลงทุนของคนกลุ่ม Gen Y ซึ่งสามารถแสดงค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบ
เพียรส์ ัน ดังนี้

119

ตาราง 4.31 คา่ สัมประสิทธ์สหสมั พันธแ์ บบเพียร์สนั ของปัจจยั เศรษฐกจิ ที่ส่งผลตอ่ การลงทุน

ความหลากหลาย อัตราดอกเบ้ีย ภาวะเงินเฟ้อ นโยบายส่งเสรมิ การ เสถยี รภาพรฐั บาล นโยบายลดภาระประชาชน ภาษี นโยบายสง่ เสรมิ การ

ของแพลตฟอร์ม ลงทนุ เอกชน ลงทนุ รฐั บาล

ความหลากหลายของ ลงทุน

1

แพลตฟอร์มลงทุน .447** 1

อตั ราดอกเบ้ีย

ภาวะเงินเฟอ้ .515** .432** 1

.423นโยบายสง่ เสริมการ** .462** .445** 1

ลงทนุ เอกชน .417** .428** .425** .477** 1
เสถียรภาพรัฐบาล

.438ลดภาระประชาชน** .410** .467** .423** .437** 1

ภาษี .481** .492** .447** .426** .411** .408** 1

.418นโยบายส่งเสรมิ การ** .491** .472** .455** .443** .455** .433** 1

ลงทุนรัฐบาล

ปัจจัยย่อยทุกตวั มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนยั สา่ คญั ทางสถิติที่ระดบั .01 (P<.01)

จากตาราง 4.31 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของโมเดลปัจจัย
ย่อยเศรษฐกจิ ท่ีส่งผลต่อการลงทนุ ของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด พบวา่ ปจั จัยย่อยท้ัง
8 ตัว มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยส่าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (p<.01) เมื่อพิจารณาความเหมาะสม
ของข้อมูล พบว่า มีค่า Bartlett’ s Test of Sphericity เท่ากับ 8459.481 อย่างมีนัยส่าคัญ และมี
ค่า Kaiser-Mayer-Olkin Measures of Sampling Adequacy (KMO) เทา่ กับ 0.87 แสดงว่ามีความ
เหมาะสมในระดบั ดีมาก ซึง่ เปน็ ไปตามข้อตกลงเบอื้ งต้น

จากนั้นจึงได้กาหนดโมเดลปัจจัยย่อยทางด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการลงทุนของคนกลุ่ม
Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดท่ีผ่านการทดสอบค่าสัมประสิทธส์ หสัมพันธแ์ บบเพยี รส์ นั ในทุกปัจจัย
ยอ่ ยเรยี บรอ้ ยแล้ว จึงทาการประมวลผลผ่านโปรแกรมสาเรจ็ ภาพวิเคราะห์ทางสถิติ โปรแกรม AMOS
เพอื่ ทดสอบผลและความสอดคลอ้ งของแบบจาลอง ดังภาพที่ 4.19

120

ภาพ 4.19 ทดสอบความสอดคลอ้ งของโมเดลปจั จยั ย่อยด้านเศรษฐกจิ ต่อการลงทนุ
เนื่องจากโมเดลนี้ไม่มีความสอดคล้องของโมเดลในแบบจาลองการประมวลผล โดยจะต้อง
เม่อื พิจารณาตามเส้นทางจะเหน็ ได้ว่า มเี ส้นทางที่ไม่เกิดนัยยะสาคัญทางสถิติในบางเส้นทางจึงต้องทา
การตัดเส้นท่ีไม่เกิดนัยยะสาคัญทางสถิติออกเพื่อความถูกต้องและสมบรูณ์ของการประมวลผลข้อมูล
ดังแสดงในภาพ 4.20

121

ภาพท่ี 4.20 การตัดปัจจยั ย่อยดา้ นเศรษฐกิจต่อการลงทนุ ไม่เกิดนยั ยะสาคัญทางสถิติออก
จากความไม่สอดคล้องของโมเดลจึงทาให้ผู้วิจัยต้องทาการปรับปรุงโมเดล โดยทาการ

พิจารณาตัด เส้นทางที่ไม่มีนัยยะสาคัญทางสถิติผู้วิจัยจึงทาการตัดตัวแปรเส้นทางที่ไม่มีนัยยะสาคัญ
ออกจากโมเดล โดยที่จะนาโมเดลปัจจัยย่อยด้านเศรษฐกิจต่อการลงทุนที่ตัดเส้นทางไม่เกิดนัยยะ
สาคัญทางสถิติออกนี้ไปทาการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันการลงทุนของคน Gen Y โดยโมเดล
ปจั จัยย่อยด้านเศรษฐกิจต่อการลงทุนท่สี มบรูณแ์ สดงได้ในภาพที่ 4.21

ภาพที่ 4.21 ปจั จัยย่อยด้านเศรษฐกจิ ต่อการออมทต่ี ดั เส้นทางไมเ่ กิดนยั ยะสาคัญทางสถิตอิ อก

122

การตรวจโมเดลตวั แปรปัจจยั ด้านปัจจยั สว่ นบคุ คลทมี่ ผี ลตอ่ การออม
จากการศึกษาเอกสารและงานวิจยั ทีเ่ กี่ยวข้องสารวจวจิ ัยปัจจัยเชิงสาเหตุในการออมเงินของ

คนกลุ่ม Gen Y ในด้านปัจจัยสว่ นบุคคลที่มีผลต่อการออมสามารถเขียนเปน็ โมเดลในการวิเคราะห์ได้
ดงั ภาพ 4.22

ภาพ 4.22 โมเดลการวเิ คราะห์องคป์ ระกอบเชงิ ยืนยันด้านปัจจยั ส่วนบคุ คลในการลงทุน
จากภาพที่ 4.22 ผู้วิจัยได้แบ่งการวิเคราะห์โดยพิจารณาความสัมพันธ์ของปัจจัยรองและ

ปัจจัยย่อย รวมทั้งความเหมาะสมของขนาดของโปรแกรมที่สามารถวิเคราะห์ได้ ดังนั้น จึงแยก
วเิ คราะห์โมเดลเป็นโมเดลปัจจัยหลักปจั จยั ส่วนบคุ คล ประกอบ 8 ปัจจัยย่อย

จากนั้นจึงนาปัจจยั ไปวิเคราะห์คา่ สัมประสิทธ์สหสัมพนั ธ์แบบเพียร์สันของโมเดลปัจจยั ส่วน
บุคคลที่ส่งผลต่อการลงทุนของคนกลุ่ม Gen Y ซึ่งสามารถแสดงค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์
สนั ดังนี้

123

ตาราง 4.32 ค่าสมั ประสิทธ์สหสัมพนั ธ์แบบเพียร์สนั ของปจั จยั ส่วนบคุ คลท่ีส่งผลต่อการลงทนุ

ภารพหน้สี ิน อายุ การศกึ ษา รายได้ ประสบการ์ณการทางาน จานวนผวู้ า่ งงานใน จานวนผพู้ งึ่ พิง ประสบการณก์ าร
ครอบครวั รายได้ในครอบครวั ลงทุน

ภารพหน้สี ิน 1 1

อายุ .476** 1

การศกึ ษา .469** .411** 1

รายได้ .485** .477** .413** 1 1
ประสบการ์ณการทางาน .481** .461** .442** .476**

จานวนผวู้ ่างงานใน .464** .419** .408** .401** .439** 1

ครอบครัว .437** .488** .472** .494** .450** .477** 1

จานวนผพู้ ่งึ พิง

รายได้ในครอบครัว .456** .488** .415** .490** .483** .485** .447**

ประสบการณ์การ

ลงทนุ

ปัจจัยย่อยทกุ ตัวมคี วามสมั พนั ธก์ ันอยา่ งมีนยั ส่าคัญทางสถิตทิ ่รี ะดับ .01 (P<.01)

จากตาราง 4.32 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของโมเดลปัจจัย
ส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการลงทุนของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด พบว่า ปัจจัยย่อยทั้ง 8
ตวั มีความสมั พนั ธ์กันอย่างมีนัยสา่ คัญทางสถติ ิทร่ี ะดบั .01 (p<.01) เมอ่ื พิจารณาความเหมาะสมของ
ข้อมูล พบว่า มีค่า Bartlett’ s Test of Sphericity เท่ากับ 8509.267 อย่างมีนัยส่าคัญ และมีค่า
Kaiser-Mayer-Olkin Measures of Sampling Adequacy (KMO) เท่ากับ 0.79 แสดงว่ามีความ
เหมาะสมในระดบั ดีมาก ซึง่ เป็นไปตามข้อตกลงเบื้องต้น

จากนั้นจึงได้กาหนดโมเดลปัจจัยย่อยทางด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการลงทุนของคนกลุ่ม
Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดที่ผ่านการทดสอบคา่ สัมประสทิ ธส์ หสมั พันธแ์ บบเพยี ร์สันในทุกปัจจัย
ย่อยเรยี บร้อยแล้ว จึงทาการประมวลผลผา่ นโปรแกรมสาเรจ็ ภาพวิเคราะหท์ างสถติ ิ โปรแกรม AMOS
เพ่ือทดสอบผลและความสอดคลอ้ งของแบบจาลอง ดงั ภาพท่ี 4.23

124

ภาพ 4.23 ทดสอบความสอดคล้องของโมเดลปจั จยั ส่วนบุคคลตอ่ การลงทนุ
เนื่องจากโมเดลนี้ไม่มีความสอดคล้องของโมเดลในแบบจาลองการประมวลผล โดยจะต้อง
เมื่อพจิ ารณาตามเสน้ ทางจะเหน็ ไดว้ ่า มีเสน้ ทางทไ่ี ม่เกดิ นยั ยะสาคัญทางสถติ ิในบางเส้นทางจึงต้องทา
การตัดเส้นที่ไม่เกิดนัยยะสาคัญทางสถิติออกเพื่อความถูกต้องและสมบรูณ์ของการประมวลผลข้อมลู
ดงั แสดงในภาพ 4.24

125

ภาพที่ 4.24 การตัดปัจจัยสว่ นบุคคลตอ่ การลงทุนไม่เกิดนัยยะสาคญั ทางสถติ ิออก
จากความไม่สอดคล้องของโมเดลจึงทาให้ผู้วิจัยต้องทาการปรับปรุงโมเดล โดยทาการ
พิจารณาตัด เส้นทางที่ไม่มีนัยยะสาคัญทางสถิติผู้วิจัยจึงทาการตัดตัวแปรเส้นทางที่ไม่มีนัยยะสาคัญ
ออกจากโมเดล โดยที่จะนาโมเดลปัจจัยย่อยด้านเศรษฐกิจต่อการลงทุนที่ตัดเส้นทางไม่เกิดนัยยะ
สาคัญทางสถิติออกนี้ไปทาการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันการลงทุนของคน Gen Y โดยโมเดล
ปจั จัยส่วนบคุ คลตอ่ การลงทนุ ท่ีสมบรณู แ์ สดงได้ในภาพท่ี 4.25

ภาพที่ 4.25 ปจั จยั ส่วนบคุ คลต่อการลงทนุ ทตี่ ัดเสน้ ทางไม่เกิดนยั ยะสาคญั ทางสถติ อิ อก

126

การตรวจโมเดลตัวแปรปจั จัยดา้ นอปุ สงค์ตอ่ การถอื เงินท่มี ผี ลตอ่ การลงทุน
จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องสารวจวิจัยปัจจัยเชิงสาเหตุในการลงทุนของ

คนกลุ่ม Gen Y ในด้านอุปสงค์ต่อการถือเงินที่มีผลต่อการลงทุนสามารถเขียนเป็นโมเดลในการ
วิเคราะห์ได้ ดังภาพ 4.26

ภาพ 4.26 โมเดลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยนื ยนั ด้านอปุ สงคต์ ่อการถือเงนิ ทม่ี ีผลตอ่ การลงทุน

จากภาพที่ 4.26 ผู้วิจัยได้แบ่งการวิเคราะห์โดยพิจารณาความสัมพันธ์ของปัจจัยรองและ
ปัจจัยย่อย รวมทั้งความเหมาะสมของขนาดของโปรแกรมที่สามารถวิเคราะห์ได้ ดังนั้น จึงแยก
วิเคราะห์โมเดลเป็นโมเดลปัจจยั หลักปจั จยั ส่วนบุคคล ประกอบ 3 ปัจจยั ย่อย

จากนั้นจึงนาปัจจัยไปวิเคราะห์ค่าสัมประสทิ ธ์สหสัมพันธแ์ บบเพียร์สันของโมเดลอุปสงค์ต่อ
การถือเงินที่มีผลต่อการลงทุนของคนกลุ่ม Gen Y ซึ่งสามารถแสดงค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบ
เพยี ร์สนั ดังนี้

ตาราง 4.33 คา่ สัมประสทิ ธ์สหสัมพนั ธ์แบบเพยี รส์ นั ของอปุ สงคต์ ่อการถอื เงนิ ที่มีผลต่อการลงทุน

เพอื่ ใช้จ่ายในชวี ิตประจาวัน เพอ่ื ใช้จ่ายในสถานการณฉ์ ุกเฉิน เพอื่ สะสมทรัพย์

เพื่อใชจ้ ่ายในชีวิตประจาวนั 1

เพอื่ ใชจ้ ่ายในสถานการณฉ์ กุ เฉิน .422** 1 1
เพือ่ สะสมทรพั ย์ .427** .431**

ปจั จัยย่อยทกุ ตัวมีความสัมพันธก์ นั อย่างมีนยั สา่ คญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั .01 (P<.01)

จากตาราง 4.33 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของโมเดลปัจจัย
ส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการลงทุนของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด พบว่า ปัจจัยย่อยทั้ง 3
ตวั มีความสัมพันธก์ ันอย่างมนี ัยสา่ คัญทางสถิติทร่ี ะดบั .01 (p<.01) เมอื่ พจิ ารณาความเหมาะสมของ

127

ข้อมูล พบว่า มีค่า Bartlett’ s Test of Sphericity เท่ากับ 7189.118 อย่างมีนัยส่าคัญ และมีค่า
Kaiser-Mayer-Olkin Measures of Sampling Adequacy (KMO) เท่ากับ 0.85 แสดงว่ามีความ
เหมาะสมในระดับดมี าก ซึง่ เปน็ ไปตามข้อตกลงเบือ้ งตน้

จากนั้นจึงได้กาหนดโมเดลปัจจัยย่อยอุปสงค์ต่อการถือเงินที่มีผลต่อการลงทุนของคนกลุ่ม
Gen Y ในสถานการณโ์ รคระบาดท่ผี ่านการทดสอบคา่ สมั ประสทิ ธ์สหสัมพนั ธ์แบบเพยี ร์สันในทุกปัจจัย
ยอ่ ยเรยี บร้อยแลว้ จงึ ทาการประมวลผลผ่านโปรแกรมสาเร็จภาพวิเคราะหท์ างสถิติ โปรแกรม AMOS
เพือ่ ทดสอบผลและความสอดคล้องของแบบจาลอง ดังภาพท่ี 4.27

ภาพ 4.27 ทดสอบความสอดคลอ้ งของโมเดลปัจจยั สว่ นบุคคลตอ่ การลงทุนเงนิ
เนื่องจากโมเดลน้ีทุกๆ ตัวแปรย่อยมีความสอดคล้องของโมเดลในแบบจาลองการ
ประมวลผล ทุกเส้นทางเกิดนัยยะสาคัญทางสถิติ จึงสามารถนาเดลนี้ไปใช้เพื่อหาองค์ประกอบเชิง
ยืนยนั ในการลงทนุ เงินของคนกลมุ่ Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดได้
การนาเสนอโมเดลโครงสรา้ งองคป์ ระกอบเชงิ ยืนยนั ในการลงทุนของคนกลุ่ม Gen Y ใน
สถานการณ์โรคระบาด
จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สารวจวิจัยปัจจัยเชิงสาเหตุในการ
ลงทนุ ของคนกลมุ่ Gen Y ในสถานการณโ์ รคระบาดและได้ทาการตรวจสอบการทดสอบปัจจัยรองเพื่อ
ตรวจสอบตัวแปรแฝงในแตล่ ะปจั จัยรองว่ามีตวั แปรแฝงท่ีไม่มีนยั ยะสาคัญทางสถิติ จนได้ตัวแปรหลัก
ทีส่ มบรณู แ์ ลว้ จงึ นามาออกแบบโมเดลการวจิ ัยเพ่ือหาองค์ประกอบของปัจจยั โดยโมเดลมีลกั ษณะเป็น

128
โมเดลโครงสร้างการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis) ดังภาพ
4.28

ภาพ 4.28 โมเดลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยนื ยนั ในการลงทุนของคนกลุ่ม Gen Y
ในสถานการณโ์ รคระบาด

จากภาพที่ 4.28 ผู้วิจัยได้แบ่งการวิเคราะห์โดยพิจารณาความสัมพันธ์ของปัจจัยรองและ
ปัจจัยย่อย รวมทั้งความเหมาะสมของขนาดของโปรแกรมที่สามารถวิเคราะห์ได้ ดังนั้น จึงแยก
วเิ คราะห์โมเดลยอ่ ยทง้ั 3 โมเดล ดังนี้

1) โมเดลหลักการลงทุนของ Gen Y ในสถานการณ์ระบาด โควิด-19 ประกอบด้วย 3
ปจั จยั รอง และ 11 ปจั จัยยอ่ ย

2) โมเดลปัจจัยรองปจั จัยดา้ นเศรษฐกิจ ประกอบ 4 ปจั จยั ย่อย
3) โมเดลปัจจัยรองปัจจัยส่วนบคุ คล ประกอบ 4 ปัจจัยย่อย

129

4) โมเดลปจั จัยรองอปุ สงคต์ อ่ การถือเงนิ ประกอบ 3 ปัจจยั ยอ่ ย

การวิเคราะหค์ ่าสัมประสิทธส์ หสัมพนั ธ์ของปจั จัยท่ีสง่ ผลต่อการลงทนุ ของคนกลุ่ม Gen Y ใน
สถานการณ์โรคระบาด กอ่ นการทดสอบความสอดคลอ้ ง

ก่อนการวิเคราะห์โมเดลเพื่อทดสอบความสอดคล้องโดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิง
ยนื ยัน (CFA) ผู้วจิ ัยไดห้ าค่าสัมประสิทธ์สหสัมพนั ธ์ (Correlation Coefficient) ของปัจจัยท่ีส่งผลต่อ
การลงทุนเงินของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดของตัวแปรแฝงทุกตัวในปัจจัยรองของ
ปจั จยั หลัก และคา่ สมั ประสิทธ์สหสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตัวแปรสงั เกตไดท้ ุกตวั ทั้งน้ตี ัวแปรแฝงทกุ ตวั จะต้อง
มีค่าความสัมพันธ์เป็นบวกและมีค่าไม่น้อยกว่า 0.30 (ภัทราพร เกษสังข์, 2551) จึงสามารถนาไป
วิเคราะห์องค์ประกอบได้ ผู้วิจัยนาเสนอผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของ
ตัวแปรปจั จยั ทสี่ ่งผลต่อการลงทุนเงินของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณโ์ รคระบาดจาแนกรายโมเดล
ดังแสดงในตาราง 4.34

ตาราง 4.34 คา่ สมั ประสทิ ธส์ หสัมพันธแ์ บบเพียร์สันของปจั จัยย่อยท่ีสง่ ผลตอ่ การการลงทนุ

เศรษฐกจิ 1 เศรษฐกจิ 2 เศรษฐกจิ 3 เศรษฐกจิ 4 สว่ นบุคคล1 สว่ นบคุ คล2 สว่ นบคุ คล3 สว่ นบุคคล4 อปุ สงค์เงิน1 อุปสงค์เงนิ 2 อุปสงค์เงนิ 3

เศรษฐกจิ 1 1

เศรษฐกจิ 2 0.586** 1

เศรษฐกจิ 3 0.532** .545** 1

เศรษฐกจิ 4 .514** .464** .514** 1

สว่ นบคุ คล1 .512** .454** .479** .425** 1

ส่วนบคุ คล2 .499** .427** .446** .420** .512** 1

สว่ นบุคคล3 .546** .460** .512** .435** .489** .492** 1

สว่ นบคุ คล4 .522** .383** .429** .408** .477** .410** .431** 1

อุปสงคเ์ งิน1 .438** .427** .456** .460** .517** .511** .444** .540** 1

อปุ สงคเ์ งิน2 .561** .506** .490** .446** .453** .428** .472** .520** .518** 1

อุปสงคเ์ งิน3 .499** .488** .526** .477** .398** .447** .474** .433** .456** .492** 1

ปัจจยั ยอ่ ยทุกตัวมีความสัมพนั ธ์กันอย่างมีนัยสา่ คัญทางสถติ ทิ ่รี ะดบั .01 (P<.01)

130

จากตาราง 4.34 ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันของโมเดลปัจจัย
ย่อยทส่ี ่งผลต่อการลงทนุ ของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณโ์ รคระบาด พบวา่ ปจั จยั ยอ่ ยทงั้ 11 ตัว มี
ความสมั พันธ์กันอย่างมนี ัยสา่ คัญทางสถติ ทิ รี่ ะดบั .01 (p<.01) เม่ือพจิ ารณาความเหมาะสมของข้อมูล
พบว่า มีค่า Bartlett’ s Test of Sphericity เท่ากับ 9106.58 อย่างมีนัยสาคัญ และมีค่า Kaiser-
Mayer-Olkin Measures of Sampling Adequacy (KMO) เท่ากับ 0.86 แสดงว่ามีความเหมาะสม
ในระดบั ดมี าก

การทดสอบความสอดคล้องของโมเดล
ขั้นตอนการหาปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการลงทุนเงินของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์

โรคระบาด เป็นการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าความสัมพันธ์ของปัจจัย
เชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการออมเงินของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด โดยใช้สมการการ
วิเคราะห์ถดถอย การวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบเส้นทางสัมพันธ์ ซึ่งเป็นเทคนิคการวิเคราะห์ตัวแปร
หลายตัว (สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์, 2546) โดยใช้โปรแกรมสาเร็จภาพวิเคราะห์ทางสถิติทาง
สังคมศาสตร์ โปรแกรม AMOS ผ่านการตั้งสมมุติฐานการวิจัยผ่านการวิเคราะห์เส้นทาง ซึ่งสามารถ
อภปิ รายผลการวิจยั ได้ดงั นี้

131

ภาพ 4.29 การกาหนดแบบจาลองปัจจยั เชงิ สาเหตุของการลงทนุ
จากภาพที่ 4.29 ได้ทาการกาหนดโมเดลปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการลงทุนของคนกลุ่ม
Gen Y ในสถานการณโ์ รคระบาดที่ผ่านการทดสอบคา่ สมั ประสทิ ธ์สหสัมพันธ์แบบเพียรส์ ันในทุกปัจจัย
ย่อยเรียบรอ้ ยแล้ว จงึ ทาการประมวลผลผ่านโปรแกรมสาเร็จภาพวิเคราะห์ทางสถิติ โปรแกรม AMOS
เพ่อื ทดสอบผลและความสอดคล้องของแบบจาลอง ดงั ภาพที่ 4.30

132

หมายเหตุ *** คือ มนี ัยยะสาคัญทางสถิตทิ ่รี ะดบั 0.001
** คอื มีนยั ยะสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
* คือ มนี ัยยะสาคญั ทางสถิติทรี่ ะดับ 0.05

ภาพ 4.30 การทดสอบความสอบคล้องของโมเดล

เม่ือทาการกาหนดแบบจาลองจึงนาโมเดลนี้ไปทดสอบความสอดคล้องก่อนประมวลดังแสดง

ในภาพที่ 4.30 ซึ่งผลพบว่ามีตัวแปรบางตัวที่ไม่มีนัยยะสาคัญทางสถิติ จึงทาการตรวจสอบความ

สอดคล้องของโมเดล ดังแสดงผลในตาราง 4.35

ตารางที่ 4.35 ผลการตรวจสอบความสอดคลอ้ งของโมเดล

คา่ สถิติิ สัญลกั ษณ์ เกณฑ์ทเี่ ป็น ผลการ การแปลความหมาย
ทีย่ อมรับ ตรวจสอบ

Chi-square Probability Level CMIN-p ρ> .05 0.01 ไมผ่ า่ นเกณฑ์พจิ ารณา

Chi-square Relative CMIN/df < 3 1.517 ผา่ นเกณฑ์พจิ ารณา

133

Comparative Fit Index CFI > 0.90 0.987 ผา่ นเกณฑ์พิจารณา

Root mean square residual RMR < 0.05 0.093 ไมผ่ า่ นเกณฑ์พจิ ารณา

Goodness of Fit Index GFI > 0.90 0.916 ผ่านเกณฑ์พจิ ารณา

Root Mean Square Error of RMSEA < 0.08 0.041 ผ่านเกณฑ์พจิ ารณา

Approximation

ที่มา : จากการทบทวนวรรณกรรม

จากตาราง 4.35 ในการตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลในแบบจาลองการประมวลผล
น้นั พบวา่ แบบจาลองน้ีไม่ผ่านเกณฑ์ที่เป็นทย่ี อมรับ เพราะคา่ Chi-square Probability Level ซึ่งมี
ค่าเท่ากับ 0.01 และคา่ Root mean square residual ซึ่งมคี า่ เทา่ กับ 0.093 แปลความได้ว่าไม่ผ่าน
เกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับ ดังนั้นโมเดลนี้จึงยังคงไม่มีความสมบรูณ์พอที่จะนามาพิจารณาได้ จากการ
ตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลในแบบจาลองการวิเคราะห์เสน้ ทางนี้จึงนิรนยั ได้ว่าแบบจาลองนี้
ยังไม่มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ จึงต้องทาการปรับโมเดลเพื่อให้มีความถูกต้องและผ่าน
เกณฑ์ที่เปน็ ทย่ี อมรบั จงึ จะสามารถนามาวิเคราะห์ประมวลผลในลาดบั ต่อไปได้

การปรับแต่งโมเดลเพือ่ หาปจั จัยเชงิ สาเหตุ
เม่ือพจิ ารณาจากตารางท่ี 4.35 ผูว้ ิจัยมีความจาเปน็ ตอ้ งปรับแต่งโมเดล เน่อื งจากโมเดลนี้ไม่

มีความสอดคล้องของโมเดลในแบบจาลองการประมวลผล โดยจะต้องเมื่อพิจารณาตามเส้นทางจะ
เหน็ ไดว้ ่า มีเส้นทางที่ไม่เกดิ นยั ยะสาคัญทางสถติ ใิ นบางเสน้ ทาง ดังภาพที่ 4.31

134

ภาพ 4.31 การปรบั แบบจาลองการวิเคราะหเ์ สน้ ทางความสัมพนั ธ์ของตัวแปรที่ศึกษา
จากความไม่สอดคล้องของโมเดลจึงทาให้ผู้วิจัยต้องทาการปรับปรุงโมเดล โดยทาการ

พิจารณาตัด เส้นทางที่ไม่มีนัยยะสาคัญทางสถิติผู้วิจัยจึงทาการตัดตัวแปรเส้นทางที่ไม่มีนัยยะสาคัญ
ออกจากโมเดล พรอ้ มท้งั พิจารณาตวั แปรท่โี ปรแกรมทางสถิตริ ะบุ วา่ ตัวแปรใดมีผลตอ่ โมเดลมากท่ีสุด
(กัลยา วานชิ ย์บญั ชา, 2556: 136) ซงึ่ สามารถแสดงภาพโมเดลไดใ้ นภาพที่ 4.32

135

ภาพ 4.32 การปรับแต่งโมเดลจากการตัดตวั แปรทีไ่ ม่มนี ัยยะสาคญั
การปรับแต่งโมเดลจากการตัดตัวแปรและพิจารณาเสน้ ทางความสัมพันธ์ที่ไม่มีนัยยะสาคญั
ทางสถติ ิทาใหเ้ หลือเสน้ ทางความสัมพันธ์ท่ีมนี ัยยะสาคัญทางสถิติ ดังแสดงในภาพท่ี 4.32 เมื่อทาการ
กาหนดแบบจาลองที่ปรับแต่งแล้วจึงนาแบบจาลองนี้ไปทดสอบความสอดคล้องก่อนประมวลผล ซึ่ง
ผลการตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดล ดงั แสดงผลในตาราง 4.36

136

ตารางที่ 4.36 ผลการตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดล

คา่ สถิติิ สญั ลกั ษณ์ เกณฑท์ ่ีเป็น ผลการ การแปลความหมาย
ท่ยี อมรบั ตรวจสอบ

Chi-square Probability Level CMIN-p ρ> .05 0.936 ผ่านเกณฑ์พจิ ารณา

Chi-square Relative CMIN/df < 3 0.446 ผา่ นเกณฑ์พิจารณา

Comparative Fit Index CFI > 0.90 0.997 ผ่านเกณฑ์พจิ ารณา

Root mean square residual RMR < 0.05 0.005 ผา่ นเกณฑ์พิจารณา

Goodness of Fit Index GFI > 0.90 0.997 ผ่านเกณฑ์พจิ ารณา

Root Mean Square Error of RMSEA < 0.08 0.001 ผ่านเกณฑ์พิจารณา

Approximation

ท่มี า: จากการสารวจและคานวณ

จากตารางที่ 2 อธิบายได้ว่าผลการตรวจสอบจะเห็นได้ว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แสดงว่า
โมเดลมีความถูกต้องของโมเดล จากนั้น ผู้วิจัยจึงทาการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสอง
การลงทุนของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดผ่านการวิเคราะห์ซึ่งสามารถหาแสดงค่า
น้าหนกั องคป์ ระกอบจากการวเิ คราะห์เส้นทางความสัมพันธเ์ ชิงสาเหตรุ ะหว่างตัวแปร โดยท่ีได้ทาการ
ตดั Factor loading ท่ตี ่ากวา่ 0.70 ออกจากโมเดล (Schumacher, R. E., & Lomax, R. G. ,2010).
ซ่ึงผลการวจิ ยั แสดงได้ ดงั ภาพที่ 4.33

137

หมายเหตุ *** คือ มนี ยั ยะสาคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั 0.001
** คือ มนี ัยยะสาคญั ทางสถิตทิ ร่ี ะดับ 0.01
* คอื มีนยั ยะสาคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ 0.05

ภาพ 4.33 ปจั จยั เชิงสาเหตุการลงทนุ คนกลมุ่ Gen Y ในสถานการณโ์ รคระบาด

ภาพที่ 4.33 แสดงปจั จัยเชงิ สาเหตุการลงทุนคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาด ทท่ี า
การวิเคราะห์ระหว่างตัวแปรโดยการหาค่าสัมประสิทธิ์เส้นทางและสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่ผ่านการ
ตกแต่งแล้ว พบว่า สัมประสิทธิ์เส้นทางที่มีนัยสาคัญทางสถิติ มี 6 เส้นทาง ดังนั้น จึงสามารถนาค่า
สัมประสิทธิ์เส้นทางของแต่ละสมการโครงสร้างมาเขียนเส้นทางของรูปแบบความสัมพนั ธ์เชิงสาเหตุที่
ผ่านการตกแต่งแบบความสัมพันธ์ให้เป็นแบบจาลองที่ประหยัด (Parsimonious Model) เพื่อให้ได้
รปู แบบที่มีความสัมพันธ์ทีด่ ีท่สี ดุ ซ่งึ สามารถแสดงผลได้ 6 เสน้ ทาง ดงั นี้

1) เส้นทางโมเดลหลักการลงทุนของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดไป
โมเดลปัจจัยรองปัจจัยดา้ นเศรษฐกิจ มคี า่ น้าหนักองค์ประกอบเทา่ กับ 0.96

2) เส้นทางโมเดลหลักการลงทุนของคนกลุ่ม Gen Y ในสถานการณ์โรคระบาดไป
โมเดลปัจจยั รองปัจจัยส่วนบคุ คล มีคา่ นา้ หนกั องคป์ ระกอบเทา่ กับ 0.90


Click to View FlipBook Version