ถา้ เอย่ ชื่อ "สุนทรภู่" เช่ือว่าน้อยคนนัก
ท่ีจะไม่รู้จักกวีชาวไทยท่ีมีช่ือเสียงก้องโลก
โดยเฉพาะกลอนนิทานเร่ือง "พระอภัยมณี"
จนได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็น
บุคคลสําคัญของโลก ด้านงานวรรณกรรม
หรือ "มหากวีแห่งรัตนโกสินทร์ " หรือ
"เชกสเปียร์แห่งประเทศไทย" และคงเป็นที่
ทราบกันดีอยู่แลว้ ว่า "วันท่ี 26 มิถุนายน" ของ
ทุกปี คือ " วันสุนทรภู่" ซ่ึงมักจะมีการ
จัดนิทรรศการ ประกวดแต่งคํากลอน เพ่ือ
แสดงถึงการรําลึกถึง เพราะฉะน้ัน วันน้ี
กระปุกดอทคอมจึงไม่พลาด ขอพาไปเปิด
ประวัติ "วนั สนุ ทรภ"ู่ ให้มากขนึ้ ค่ะ...
สนุ ทรภู่ กวีสําคัญสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เกิด
วันจนั ทร์ เดอื น 8 ข้นึ 1 คํา่ ปมี ะเมีย จลุ ศักราช 1148
เวลา 2 โมงเช้า หรือตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.
2329 เวลา 08.00 น. น่ันเอง ซงึ่ ตรงกับสมัยรัชกาลที่
1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณด้านเหนือของ
พระราชวังหลัง (บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อย
ปัจจบุ นั )
บิดาของท่านเป็นชาวกร่ํา อําเภอแกลง
จังหวัดระยอง ช่ือพ่อพลับ ส่วนมารดาเป็น
ชาวเมืองฉะเชิงเทรา ชื่อแม่ช้อย สันนิษฐานว่า
มารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง เชื่อว่า
หลังจากสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็หย่า
รา้ งกัน บิดาออกไปบวชอยทู่ ่วี ัดป่ากรํ่า ตาํ บลบ้าน
กรํ่า อําเภอแกลง อันเป็นภูมิลําเนาเดิม ส่วน
มารดาไดเ้ ขา้ ไปอยใู่ นพระราชวังหลงั ถวายตวั เป็น
นางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้า
ฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ดังนั้น สุนทรภู่จึงได้
อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดา และได้ถวายตัว
เป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง ซึ่งสุนทรภู่ยังมี
นอ้ งสาวต่างบดิ าอกี สองคน ชอ่ื ฉิมและนม่ิ
"สุนทรภู่" ได้รับการศึกษาในพระราชวังหลังและที่
วัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) ต่อมาได้เข้ารับราชการเป็น
เสมยี นนายระวางกรมพระคลงั สวน ในกรมพระคลังสวน แต่
ไมช่ อบทาํ งานอนื่ นอกจากแตง่ บทกลอน ซ่งึ สามารถแตง่ ไดด้ ี
ตงั้ แตย่ ังรนุ่ หนุม่ เพราะต้ังแต่เยาว์วัยสุนทรภู่มีนิสัยรักแต่ง
กลอนยงิ่ กว่างานอ่นื ครั้งรนุ่ หนุ่มก็ไปเปน็ ครสู อนหนงั สอื อยู่
ท่วี ดั ศรสี ดุ าราม ในคลองบางกอกนอ้ ย ไดแ้ ตง่ กลอนสภุ าษติ
และกลอนนทิ านขึน้ ไว้ เม่ืออายุราว 20 ปี
ต่อมาสุนทรภู่ลอบรักกับนางข้าหลวงในวังหลังคน
หน่ึง ช่ือแม่จัน ซึ่งเป็นบุตรหลานผู้มีตระกูล จึงถูกกรม
พระราชวงั หลงั กรว้ิ จนถงึ ใหโ้ บยและจาํ คกุ คนทง้ั สอง แตเ่ ม่ือ
กรมพระราชวังหลังเสด็จทิวงคตในปี พ.ศ. 2349 จึงมีการ
อภัยโทษแก่ผู้ถูกลงโทษท้ังหมดถวายเป็นพระราชกุศล
หลังจากสุนทรภู่ออกจากคุก เขากับแม่จันก็เดินทางไปหา
บิดาทอ่ี ําเภอแกลง จังหวัดระยอง และมีบุตรด้วยกัน 1 คน
ช่ือ "พ่อพัด" ได้อยู่ในความอุปการะของเจ้าครอกทองอยู่
ส่วนสุนทรภู่กับแม่จันก็มีเร่ืองระหองระแหงกันเสมอ จน
ภายหลงั กเ็ ลกิ รากนั ไป
หลังจากนน้ั สุนทรภู่ กเ็ ดนิ ทางเขา้ พระราชวังหลงั
และมีโอกาสได้ติดตามพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ในฐานะ
มหาดเล็ก ตามเสด็จไปในงานพิธีมาฆบูชา ที่อําเภอพระ
พุทธบาท จังหวัดสระบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2350 และเขาก็ได้
แต่ง "นิราศพระบาท" พรรณนาเหตุการณ์ในการเดินทาง
คราวน้ดี ว้ ย และหลงั จาก "นริ าศพระบาท" ก็ไม่ปรากฏผล
งานใด ๆ ของสุนทรภู่อกี เลย
จนกระทั่งเข้ารับราชการในปี พ.ศ. 2359 ในรัช
สมยั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลท่ี 2
สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์ และเป็นท่ี
โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
จนแต่งต้ังให้เป็นกวีที่ปรึกษาและคอยรับใช้ใกล้ชิด
เน่ืองจากเม่ือครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
นภาลัยทรงแต่งกลอนบทละครในเรื่อง "รามเกียรต์ิ"
ติดขดั ไม่มีผใู้ ดต่อกลอนไดต้ ้องพระราชหฤทัย จึงโปรดให้
สุนทรภู่ทดลองแต่ง ปรากฏว่าแต่งได้ดีเป็นที่พอพระราช
หฤทยั จึงทรงพระกรณุ าฯ เลอ่ื นให้เปน็ "ขนุ สนุ ทรโวหาร"
ต่อมาในราว พ.ศ. 2364 สุนทรภู่ต้องติดคุกเพราะเมา
สุราอาละวาดและทําร้ายท่านผู้ใหญ่ แต่ติดอยู่ไม่นานก็พ้นโทษ
เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงติดขัดบท
พระราชนิพนธเ์ ร่ือง "สงั ข์ทอง" ไม่มีใครแตง่ ไดต้ อ้ งพระราชหฤทยั
ทรงให้สนุ ทรภู่ทดลองแตง่ ก็เป็นท่พี อพระราชหฤทัย ภายหลังพ้น
โทษ สุนทรภู่ได้เป็นพระอาจารย์ถวายอักษรสมเด็จพระเจ้าบรม
วงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ อาภรณ์ พระราชโอรสในรชั กาลท่ี 2 และเชอ่ื กันวา่
สุนทรภแู่ ตง่ เรอ่ื ง "สวสั ดริ กั ษา" ในระหวา่ งเวลานี้ ซึง่ ในระหว่างรับ
ราชการอยู่นี้ สุนทรภู่แต่งงานใหม่กับแม่นิ่ม มีบุตรด้วยกัน
1 คน ชอ่ื "พอ่ ตาบ“
“สุนทรภ"ู่ รับราชการอยู่เพยี ง 8 ปี เม่ือถึงปี พ.ศ. 2367
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคต หลังจาก
นนั้ สนุ ทรภกู่ อ็ อกบวชทวี่ ดั ราชบรู ณะ (วัดเลียบ) อย่เู ปน็ เวลา 18 ปี
ระหวา่ งนน้ั ไดย้ า้ ยไปอยวู่ ดั ต่าง ๆ หลายแห่ง ได้แก่ วัดเลียบ, วัด
แจ้ง, วัดโพธ์ิ, วัดมหาธาตุ และวัดเทพธิดาราม ซึ่งผลจากการท่ี
ภิกษุภู่เดินทางธุดงค์ไปที่ต่าง ๆ ท่ัวประเทศ ปรากฏผลงานเป็น
นิราศเร่ืองต่าง ๆ มากมาย งานเขียนชิ้นสุดท้ายที่ภิกษุภู่แต่งไว้
ก่อนลาสิกขา คือ "รําพันพิลาป" โดยแต่งขณะจําพรรษาอยู่ที่วัด
เทพธิดาราม พ.ศ. 2385
ทั้งนี้ ระหว่างท่ีออกเดินทางธุดงค์ ภิกษุภู่ได้รับการ
อุปการะจากพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ จนพระองค์ประชวร
สิ้นพระชนม์ สุนทรภู่จึงลาสิกขา รวมอายุพรรษาท่ีบวชได้
ประมาณ 10 พรรษา สุนทรภู่ออกมาตกระกําลําบากอยู่พัก
หนึ่งจึงกลับเข้าไปบวชอีกคร้ัง แต่อยู่ได้เพียง 2 พรรษาก็ลา
สิกขา และถวายตัวอยู่กับเจ้าฟ้าน้อย หรือสมเด็จเจ้าฟ้า
จุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ พระราชวังเดิม รวมท้ังได้รับ
อุปการะจากกรมหม่ืนอปั สรสุดาเทพอีกดว้ ย
ในสมยั รชั กาลท่ี 4 เมือ่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้
เ จ้า อ ยู่ หั ว ไ ด้ค ร อ ง ร า ช ย์ ท ร งส ถ า ป นา เ จ้า ฟ้า ก ร ม
ขุนอิศเรศรังสรรค์ เป็นพระบาทสมเด็จพระป่ินกล้าเจ้าอยู่หัว
ประทับอยู่วังหน้า (พระบวรราชวัง) สุนทรภู่จึงได้รับ
พระราชทานบรรดาศักด์ิเป็น "พระสุนทรโวหาร" ตําแหน่ง
เจ้ากรมพระอาลกั ษณ์ฝา่ ยบวรราชวัง ในปี พ.ศ. 2394 และรับ
ราชการต่อมาได้ 4 ปี ก็ถึงแก่มรณกรรมใน พ.ศ. 2398 รวม
อายุได้ 70 ปี ในเขตพระราชวังเดิม ใกล้หอน่ังของพระยามน
เฑยี รบาล (บวั ) ทเ่ี รยี กชื่อกนั ว่า "ห้องสุนทรภู่"
สาํ หรบั ทายาทของสนุ ทรภนู่ น้ั เช่ือกันวา่ สนุ ทรภู่
มบี ุตรชาย 3 คน คอื "พ่อพดั " เกดิ จากภรรยาคนแรกคือ
แมจ่ ัน, "พอ่ ตาบ" เกดิ จากภรรยาคนทีส่ องคือแมน่ ิม่ และ
"พอ่ นลิ " เกิดจากภรรยาที่ชื่อแม่ม่วง นอกจากนี้ ปรากฏ
ช่ือบุตรบุญธรรมอีก 2 คน ชื่อ "พ่อกล่ัน" และ "พ่อ
ชุบ" อยา่ งไรก็ตาม ในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ
เกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลท่ี 6) ทรงตราพระราชบัญญัติ
นามสกุลขนึ้ และตระกลู ของสนุ ทรภูไ่ ด้ใชน้ ามสกลุ ตอ่ มา
วา่ "ภ่เู รือหงส์"
หนังสือบทกลอนของสุนทรภู่มีอยู่มาก เท่าท่ี
ปรากฏเร่อื งทย่ี งั มฉี บบั อยู่ในปัจจุบนั นีค้ อื ...
ประเภทนิราศ
- นิราศเมอื งแกลง (พ.ศ. 2349) - แต่งเมื่อหลัง
พน้ โทษจากคุก และเดนิ ทางไปหาพอ่ ทเี่ มอื งแกลง
- นิราศพระบาท (พ.ศ. 2350) - แต่งหลังกลับ
จากเมอื งแกลง และต้องตามเสด็จพระองคเ์ จ้าปฐมวงศ์
ไปนมัสการรอยพระพุทธบาทท่ีจังหวัดสระบุรี ในวัน
มาฆบชู า
- นิราศภูเขาทอง (ประมาณ พ.ศ. 2371) -
แตง่ โดยสมมุตวิ า่ เณรหนูพัด เป็ นผู้แต่งไปนมสั การพระ
เจดยี ภ์ เู ขาทอง ทจ่ี งั หวดั อยุธยา
- นิราศสุพรรณ (ประมาณ พ.ศ. 2374) - แต่ง
เมื่อครั้งยังบวชอยู่ และไปค้นหายาอายุวัฒนะทจ่ี ังหวัด
สุพรรณบรุ ี เป็ นผลงานเรือ่ งเดยี วของสุนทรภทู่ แ่ี ต่งเป็ น
โคลง
- นิราศวัดเจ้าฟ้า (ประมาณ พ.ศ. 2375) - แต่ง
เมื่อครั้งยังบวชอยู่ และไปค้นหายาอายุวัฒนะตามลาย
แทงที่วัดเจ้าฟ้าอากาศ (ไม่ปรากฏว่าท่ีจริงคือวัดใด)
ทจี่ ังหวัดอยุธยา
- นิราศอิเหนา (ไม่ปรากฏ, คาดว่าเป็ นสมัย
รัชกาลท่ี 3) แต่งเป็ นเนื้อเร่ืองอิเหนาราพันถงึ นางบุษบา
- ราพันพิลาป (พ.ศ. 2385) - แต่งเม่ือครั้งจา
พรรษาอยู่ทวี่ ัดเทพธิดาราม แล้วเกิดฝันร้ายว่าชะตาขาด
จึงบันทกึ ความฝันพร้อมราพันความอาภัพของตัวไว้เป็ น
"ราพันพลิ าป" จากนั้นจงึ ลาสกิ ขา
- นิราศพระประธม (พ.ศ. 2385) - เชื่อว่าแต่ง
เ มื่ อ ห ลั ง จ า ก ล า สิ ก ข า แ ล ะ เ ข้ า รั บ ร า ช ก า ร ใ น
พระบาทสมเด็จพระป่ิ นเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปนมัสการ
พระประธมเจดยี ์ (หรอื พระปฐมเจดยี )์ ทเี่ มอื งนครชัยศรี
- นิราศเมอื งเพชร (พ.ศ. 2388) - แต่งเมอ่ื เข้ารับ
ราชการในพระบาทสมเด็จพระป่ิ นเกล้าเจ้าอยู่หัว เชื่อว่า
ไปธุระราชการอย่างใดอย่างหนึ่ง นิราศเรื่องนี้มีฉบับ
ค้นพบเนื้อหาเพิ่มเติม ซึ่ง อ.ล้อม เพ็งแก้ว เชื่อว่า
บรรพบุรุษฝ่ ายมารดาของสุนทรภเู่ ป็ นชาวเมอื งเพชร
ประเภทนทิ าน
เรื่องโคบุตร, เรื่องพระอภัยมณี, เรื่องพระไชย
สรุ ิยา, เรอื่ งลกั ษณวงศ์, เรือ่ งสิงหไกรภพ
ประเภทสภุ าษติ
- สวสั ดิรักษา คาดวา่ ประพนั ธ์ในสมัยรชั กาลท่ี 2 ขณะ
เป็นพระอาจารย์ถวายอกั ษรแด่เจา้ ฟา้ อาภรณ์
- สุภาษิตสอนหญิง เป็นหน่ึงในผลงานซึ่งยังเป็นที่
เคลอื บแคลงว่า สนุ ทรภู่เปน็ ผปู้ ระพันธจ์ ริงหรือไม่
- เพลงยาวถวายโอวาท คาดวา่ ประพันธใ์ นสมัยรัชกาล
ท่ี 3 ขณะเปน็ พระอาจารยถ์ วายอักษรแดเ่ จา้ ฟา้ กลางและเจา้ ฟ้า
ปิ๋ว
ประเภทบทละคร
- เรื่องอภัยณุรา ซ่ึงเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4
เพื่อถวายพระองค์เจ้าดวงประภา พระธิดาใน
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว
ประเภทบทเสภา
- เร่ืองขุนช้างขนุ แผน (ตอนกําเนิดพลายงาม)
- เรือ่ งพระราชพงศาวดาร
ประเภทบทเหก่ ลอ่ ม
แตง่ ขนึ้ สาํ หรบั ใชข้ บั กลอ่ มหมอ่ มเจา้ ในพระองค์
เจ้าลักขณานคุ ณุ กับพระเจา้ ลูกยาเธอในพระบาทสมเดจ็
พระป่ินเกล้าเจ้าอยู่หัว เท่าท่ีพบมี 4 เร่ือง คือ เห่จับ
ระบาํ , เหเ่ รอ่ื งพระอภัยมณี, เหเ่ ร่อื งโคบุตร และเห่เร่ือง
กากี
ตัวอยา่ งวรรคทองที่มีชื่อเสยี งของสนุ ทรภู่
ด้วยความที่สุนทรภู่เป็นศิลปินเอกที่มี
ผลงานทางวรรณกรรม วรรณคดีมากมาย ทําให้ผล
งานหลาย ๆ เร่อื งของสุนทรภู่ ถกู นําไปเป็นบทเรียน
ใหเ้ ดก็ ไทยได้ศกึ ษา จงึ ทาํ ให้มีหลาย ๆ บทประพันธ์
ที่ค้นุ หู หรือ "วรรคทอง" ยกตวั อยา่ งเช่น
บางตอนจาก นิราศอเิ หนา
จะหกั อืน่ ขนื หกั ก็จกั ได้
หกั อาลัยนไี้ มห่ ลดุ สดุ จะหกั
สารพดั ตดั ขาดประหลาดนกั
แต่ตัดรกั นไ้ี มข่ าดประหลาดใจ
บางตอนจาก พระอภยั มณี
บดั เดยี๋ วดงั หงงั่ เหงง่ วงั เวงแวว่
สะดงุ้ แลว้ เหลียวแลชะแงห้ า
เห็นโยคขี รี่ งุ้ พงุ่ ออกมา
ประคองพาขน้ึ ไปจนบนบรรพต
แล้วสอนวา่ อยา่ ไวใ้ จมนษุ ย์
มนั แสนสดุ ลึกล้ําเหลือกําหนด
ถงึ เถาวลั ยพ์ นั เกี่ยวทเ่ี ลี้ยวลด
กไ็ มค่ ดเหมอื นหนง่ึ ในนาํ้ ใจคน
(พระฤาษสี อนสดุ สาคร)
บางตอนจาก เพลงยาวถวายโอวาท
อันความคิดวทิ ยาเหมอื นอาวธุ
ประเสรฐิ สดุ ซอ่ นใสเ่ สยี ในฝกั
สงวนคมสมนกึ ใครฮกึ ฮกั
จงึ ค่อยชกั เชอื ดฟนั ใหบ้ รรลยั
บางตอนจาก สภุ าษิตสอนหญงิ
มีสลึงพงึ บรรจบใหค้ รบบาท
อยา่ ใหข้ าดสง่ิ ของตอ้ งประสงค์
จงมักน้อยกินนอ้ ยคอ่ ยบรรจง
อยา่ จ่ายลงใหม้ ากจะยากนาน
บางตอนจาก ขุนชา้ งขนุ แผน ตอนกาํ เนดิ พลายงาม
แมร่ ักลกู ลูกก็รู้ อยู่วา่ รกั
ใครอ่ืนสกั หมน่ื แสน ไมแ่ มน้ เหมอื น
จะกนิ นอนวอนวา่ เมตตาเตอื น
จะจากเรอื น ร้างแม่ ก็แตก่ าย
บางตอนจาก นิราศภูเขาทอง
ถึงบางพดู พดู ดเี ปน็ ศรศี กั ดิ์
มคี นรกั รสถอ้ ยอรอ่ ยจิต
แมพ้ ดู ชวั่ ตวั ตายทาํ ลายมติ ร
จะชอบผดิ ในมนษุ ยเ์ พราะพดู จาฯ
บางตอนจาก นริ าศพระบาท
เจา้ ของตาลรกั หวานขนึ้ ปนี ตน้
เพราะดนั้ ดน้ อยากลม้ิ ชมิ รสหวาน
คร้นั ไดร้ สสดสาวจากจาวตาล
ยอ่ มซาบซา่ นหวานซง้ึ ตรงึ ถงึ ทรวง
ไหนจะยอมให้เจา้ หลน่ ลงเจ็บอก
เพราะอยากวกขนึ้ ลนิ้ ชมิ ของหวง
อนั รสตาลหวานละมา้ ยคลา้ ยพมุ่ พวง
พเี่ จบ็ ทรวงชาํ้ อกเหมอื นตกตาล...
องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และ
วัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ซึ่งเป็นผู้ที่มี
หน้าที่ส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานด้านวัฒนธรรมของ
ประเทศสมาชิกต่าง ๆ ท่ัวโลก ด้วยการประกาศ
ยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตบิ คุ คลผมู้ ผี ลงานดเี ดน่ ทางวฒั นธรรม
ระดบั โลก ในวาระครบรอบ 100 ปขี นึ้ ไป เป็นประจําทุก
ปี โดยมีวัตถุประสงค์คือ เพ่ือเผยแพร่เกียรติคุณและ
ผลงานของผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมระดับ
โลกให้ปรากฏแก่มวลสมาชิกทั่วโลก และเพ่ือเชิญชวน
ให้ประเทศสมาชิกมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเฉลิม
ฉลองรว่ มกบั ประเทศทีม่ ีผไู้ ด้รบั การยกยอ่ งเชดิ ชูเกียรติ
ในการนี้ รัฐบาลไทยโดยคณะกรรมการแห่งชาติว่า
ด้วย กา รศึกษ า วิท ยา ศา สตร์ แล ะวัฒนธร รมแห่ง
สหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นผู้สืบค้น
บรรพบรุ ษุ ไทยผมู้ ผี ลงานดเี ด่นทางวฒั นธรรม เพอื่ ให้ยูเนสโก
ประกาศยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ และไดป้ ระกาศยกย่อง "สุนทรภู่"
ให้เปน็ บคุ คลผมู้ ผี ลงานดเี ดน่ ทางวัฒนธรรมระดบั โลก โดยใน
วาระครบรอบ 2 00 ปีเกิด เม่ือวันท่ี 26 มิถุนาย น
พ.ศ. 2529
ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 นายเสวตร เป่ียมพงศ์สานต์
อดีตรองนายกรฐั มนตรี ไดด้ าํ เนนิ การจดั ตง้ั สถาบนั สนุ ทรภขู่ น้ึ
เพอ่ื สนบั สนนุ การจดั กจิ กรรมเกย่ี วกบั ชวี ติ และงานของสนุ ทรภู่
ให้แพร่หลายในหมู่เยาวชนและประชาชนชาวไทยมากย่ิงข้ึน
ดังนั้น ทางรัฐบาลจึงได้กําหนดให้ วันที่ 26 มถิ ุนายน ของทกุ
ปี เปน็ "วันสุนทรภู่" ซ่ึงนับแต่นั้น เมื่อถึงวันสุนทรภู่ จะมีการ
จัดงานรําลึกถึงสุนทรภู่ตามสถานท่ีต่าง ๆ เช่น ที่พิพิธภัณฑ์
สุนทรภู่ "วัดเทพธิดาราม" และท่ีจังหวัดระยอง มีการจัด
กิจกรรมเชดิ ชเู กยี รตคิ ณุ และสง่ เสรมิ ศลิ ปะการประพนั ธบ์ ทกวี
จากองคก์ รตา่ ง ๆ โดยทัว่ ไป
ทั้งนี้ ผลงานของสุนทรภู่ยังเป็นที่นิยมใน
สังคมไทยอยา่ งตอ่ เนอื่ งตลอดมาไมข่ าดสาย และมีการ
นําไปดัดแปลงเป็นสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือการ์ตูน
ภาพยนตร์ เพลง รวมถึงละคร มกี ารกอ่ สรา้ งอนสุ าวรยี ์
สุนทรภู่ ไว้ที่ตําบลบ้านกร่ํา อําเภอแกลง จังหวัด
ระยอง ซ่ึงเป็นบ้านเกิดของบิดาของสุนทรภู่ และเป็น
กําเนิดผลงานนิราศเรื่องแรกของท่านคือ นิราศเมือง
แกลง
กิจกรรมท่ีควรปฏบิ ตั ิ ในวนั สุนทรภู่
1. มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติชีวิต
และผลงาน
2. มีการแสดงผลงานประเภทนทิ านของสุนทร
ภู่
3. มีการประกวด แข่งขัน ประชันสักวา ตอบ
คาํ ถามเกี่ยวกับประวัติชีวิต และผลงานของสนุ ทรภู่