วนั อาสาฬหบูชา
ขึ้น 15 ค่า เดอื น 8
ทุกวันขึ้น 15 ค่า เดือน 8 ของทุกปี จะตรงกับวัน
สาคัญทางพุทธศาสนา คือ "วันอาสาฬหบูชา" ท้ังนี้ คาว่า
"อาสาฬหบูชา" สามารถอ่านได้ 2 แบบ คือ อา-สาน-หะ-บู-ชา
หรือ อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา ซ่ึงจะประกอบด้วยคา 2 คา คือ
อาสาฬห ท่ีแปลว่า เดือน 8 ทางจนั ทรคติ กับคาว่า บูชา ที่แปลว่า
การบูชา เม่ือนามารวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน 8 หรือการ
บูชาเพ่ือระลกึ ถึงเหตุการณ์สาคญั ในเดือน 8
วนั อาสาฬหบูชา คือวนั ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศ
พระพุทธศาสนาเป็ นคร้ังแรก หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน โดย
แสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ท้ัง 5 ได้แก่ พระโกณ
ฑัญญะ พระวปั ปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ
ท่ีป่ าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จน
พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็ นพระภิกษุ
รูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบ
องค์สามบริบูรณ์คร้ังแรกในโลก คือ มีท้ังพระพุทธ พระธรรม
และพระสงฆ์ ซึ่งเหตุการณ์นีเ้ กิดขนึ้ ก่อนพุทธศักราช 45 ปี
ท้ังนี้ พระธรรมท่ีพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ปัญจ
วัคคีย์ท้ัง 5 เรียกว่า "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร"แปลว่า พระ
สูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม ซ่ึงหลังจากปฐมเทศนา หรือ
เทศนากัณฑ์แรกท่ีพระองค์ทรงแสดงจบลง พระอัญญาโกณ
ฑัญญะก็ได้ดวงตาเห็นธรรม สาเร็จเป็ นพระโสดาบัน จึงขอ
อุปสมบทเป็ นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า
ก็ ไ ด้ ป ร ะ ท า น อุ ป ส ม บ ท ใ ห้ ด้ ว ย วิ ธี ท่ี เ รี ย ก ว่ า
"เอหิภิกขุอุปสัมปทา" พระโกณฑัญญะจึงได้เป็ น พระอริย
สงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา ต่อมา พระวปั ปะ พระภัททิ
ยะ พระมหานามะ และพระอสั สชิ ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม และ
ได้อุปสมบทตามลาดบั
สาหรับใจความสาคัญของการปฐมเทศนา มี
หลกั ธรรมสาคญั 2 ประการ คือ
1. มชั ฌมิ าปฏปิ ทา หรือทางสายกลาง เป็นขอ้
ปฏิบัติท่ีเป็ นกลาง ๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึง
จุดหมายได้ มิใช่การดาเนินชีวิตท่ีเอียงสุด 2 อย่าง หรืออย่าง
หน่ึงอยา่ งใด คือ
การหมกมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส
กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่าเป็ นการหลงเพลิดเพลิน หมกมุ่น
ในกามสุข หรือกามสุขลั ลิกานุโยค
การสร้างความลาบากแก่ตน ดาเนินชีวิตอย่างเล่ือน
ลอย เช่น บาเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพ่ึงอานาจส่ิ ง
ศกั ด์ิสิทธ์ิ เป็นตน้ ซ่ึงการดาเนินชีวิตแบบท่ีก่อความทุกขใ์ หต้ น
เหน่ือยแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อตั ตกิลม
ถานุโยค
ดงั น้นั เพ่ือละเวน้ ห่างจากการปฏิบตั ิทางสุดเหล่าน้ี
ตอ้ งใชท้ างสายกลาง ซ่ึงเป็นการดาเนินชีวิตดว้ ยปัญญา โดย
มีหลกั ปฏิบตั ิเป็นองคป์ ระกอบ 8 ประการ เรียกว่า อริยอฏั ฐงั
คิกมคั ค์ หรือ มรรคมีองค์ 8 ไดแ้ ก่
1. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เขา้ ใจถูกตอ้ ง เห็น
ตามท่ีเป็ นจริ ง
2. สัมมาสังกปั ปะ ดาริชอบ คือ คิดสุจริตต้งั ใจทา
ส่ิงที่ดีงาม
3. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวคาสุจริ ต
4. สมั มากมั มนั ตะ กระทาชอบ คือ ทาการท่ีสุจริต
5. สมั มาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพ
หรืออาชีพที่สุจริต
6. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละช่ัว
บาเพญ็ ดี
7. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ทาการดว้ ยจิตสานึก
เสมอ ไม่เผลอพลาด
8. สัมมาสมาธิ ต้งั จิตมนั่ ชอบ คือ คุมจิตให้แน่ว
แน่มน่ั คงไม่ฟ้งุ ซ่าน
2. อริยสัจ 4 แปลว่า ความจริงอนั ประเสริฐ
ของอริยะ ซ่ึงคือ บุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ไดแ้ ก่
1. ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาท้ังหลายท่ีเกิดข้ึนกับมนุษย์
บุคคลต้องกาหนดรู้ให้เท่าทันตามความเป็ นจริ งว่ามันคือ
อะไร ตอ้ งยอมรับรู้ กล้าสู้หน้าปัญหา กลา้ เผชิญความจริง
ตอ้ งเขา้ ใจในสภาวะโลกว่าทุกส่ิงไม่เท่ียง มีการเปล่ียนแปลง
ไปเป็นอยา่ งอื่น ไม่ยดึ ติด
2. สมุทยั ไดแ้ ก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์ หรือสาเหตุของ
ปัญหา ตวั การสาคญั ของทุกข์ คือ ตณั หาหรือเส้นเชือกแห่ง
ความอยากซ่ึงสัมพนั ธก์ บั ปัจจยั อื่น ๆ
3. นิโรธ ไดแ้ ก่ ความดบั ทุกข์ เร่ิมดว้ ยชีวิตท่ีอิสระ
อยอู่ ยา่ งรู้เท่าทนั โลกและชีวิต ดาเนินชีวติ ดว้ ยการใชป้ ัญญา
4. มรรค ไดแ้ ก่ กระบวนวิธีแห่งการแกป้ ัญหา อนั
ไดแ้ ก่ มรรคมีองค์ 8 ประการดงั กลา่ วขา้ งตน้
โดยสรุปแล้ว วันอาสาฬหบูชา มีเหตุการณ์สาคัญ
เกิดข้ึน 4 ประการ ดงั ต่อไปน้ี
1. เป็นวนั ท่ีพระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมเทศนา
เป็ นคร้ังแรก แก่ปัญจวคั คียท์ ้ัง 5 รูป ท่ีป่ าอิสิปตนมฤคทายวนั
ใกลเ้ มืองพาราณสี
2. เป็ นวนั ท่ีพระบรมศาสดาทรงไดพ้ ระสาวกองคแ์ รก
คือ ท่านโกญฑญั ญะไดบ้ รรลุธรรมเป็นพระโสดาบนั องคแ์ รก
3. เป็ นวันท่ี มี พระสงฆ์เกิดข้ึ นเป็ นรู ปแรก คื อ
พระอญั ญาโกญฑญั ญะ ภายหลงั จากที่ไดบ้ รรลุธรรมเป็ นพระ
โสดาบนั แลว้ ก็ไดท้ ูลขออุปสมบท พระพุทธองคท์ รงประทาน
การอปุ สมบท ยกข้ึนเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพทุ ธศาสนา
4. เป็ นวนั เกิดข้ึนของพระรัตนตรัย คือ พระพทุ ธ พระ
ธรรม พระสงฆ์ ครบเป็ นคร้ังแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี
พระสงฆ์เกิดข้ึนเป็ นพยานในการตรัสรู้ธรรม ความเป็ นพระ
สัมมาสัมพุทธเจา้ ของพระพุทธองคก์ ค็ รบถว้ นบริบูรณ์ คือ มิใช่
เพยี งแค่ตรัสรู้ธรรมเพียงพระองคเ์ ดียวอยา่ งพระปัจเจกพทุ ธเจา้
การจดั กจิ กรรมทางวฒั นธรรม
ในวนั อาสาฬหบูชา
การถือปฏิบัติวนั อาสาฬหบูชาในประเทศไทย
พิธีวนั อาสาฬหบูชาเริ่มกาหนดเป็ นวนั สาคัญทาง
พุทธศาสนาข้ึนเป็ นคร้ังแรกในประเทศไทย เมื่อพุทธศกั ราช
2501 โดยพระธรรม โกศาจารย์ (ชอบ อนุจารี ) คร้ังดารง
ตาแหน่งสงั ฆมนตรีช่วยวา่ การองคก์ ารศึกษาไดเ้ สนอคณะสังฆ
มนตรี ให้เพิ่มวนั ศาสนพิธีทาพุทธบูชาข้ึน อีกวันหน่ึง วัน
ธรรมจักร หรื อวันอาสาฬหบูชา ด้วยเป็ นวันคล้าย วันที่
พระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงธรรมจกั กปั ปวตั นสูตร คณะสังฆมนตรี
ลงมติรับหลกั การใหเ้ พ่ิมวนั อาสาฬหบูชาและให้ถือเป็ นหลกั
ปฏิบัติในเวลาต่อมาโดยออกเป็ นประกาศคณะสงฆ์ เร่ื อง
กาหนดวนั สาคญั ทางศาสนา เม่ือวนั ที่ 14 กรกฎาคม 2501
และในวนั เดียวกนั น้นั ไดม้ ี ประกาศสานกั สังฆนายก กาหนด
ระเบียบปฏิบตั ิในพิธีอาสาฬหบูชา ข้ึนไวใ้ ห้วดั ทุกวดั ถือปฏิบตั ิทวั่ กนั
กล่าวคือก่อนถึงวันอาสาฬหบูชา ๑ สัปดาห์ ให้เจ้าอาวาสแจ้งแก่
พระภิกษุ สามเณร ตลอดจนศิษยว์ ดั คนวดั ช่วยกนั ปัดกวาด ปูลาด
อาสนะ จดั ต้งั เครื่องสักการะให้ประดบั ธงธรรมจกั รรอบพระอุโบสถ
ตลอดวนั ท้งั เวลาเชา้ และเวลาบ่าย ใหม้ ีการฟังธรรม ตามปกติ เวลาค่า
ให้ภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา มาประชุมพร้อมกนั ที่หน้าพระ
อุโบสถ หรือพระเจดีย์ จุดธูปเทียนแลว้ ถือรวมกบั ดอกไม้ ยนื ประนมมือ
สารวมจิต โดยพระสงฆ์ผูเ้ ป็ นประธานนากล่าวคาบูชา จบแล้วทา
ประทกั ษิณ คร้ันแลว้ ใหภ้ ิกษุสามเณรเขา้ ไปบูชาพระรัตนตรัย ทาวตั รค่า
แลว้ สวดธรรมจกั รกปั ปวตั นสูตร จบแลว้ ใหอ้ ุบาสก อุบาสิกา ทาวตั รค่า
ต่อจากน้นั ให้พระสังฆเถระแสดงพระธรรมเทศนาธรรมจกั รกปั ปวตั น
สูตร แลว้ ให้พระภิกษุสามเณรสวดธรรมจักรกัปปวตั นสูตร ทานอง
สรภญั ญะ เพือ่ เจริญศรัทธาปสาทะของพทุ ธศาสนิกชน จบแลว้ ใหเ้ ป็น
โอกาสของพุทธศาสนิกชนเจริญภาวนามยั กุศล มีสวดมนต์ สนทนา
ธรรม บาเพญ็ สมถะและวิปัสสนา เป็ นตน้ ตามควรแก่อธั ยาศยั ให้ใช้
เวลาทาพิธีอาสาฬหบูชาไม่เกิน เวลา 24.00 น. และได้มีการทา พิธี
อาสาฬหบูชาอย่างกวา้ งขวาง นับแต่น้ันมาทางราชการไดม้ ีประกาศ
ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีให้มีการชักธงชาติ ถวายเป็นพทุ ธบูชาใน
วนั น้ีดว้ ย
กจิ กรรมเกยี่ วกบั ครอบครัว
1.ทาความสะอาดบา้ น ประดบั ธงชาติและธง
ธรรมจกั ร และจดั แต่งท่ีบุชาประจาบา้ น
2.ศึกษาเอกสาร หรื อสนทนา เกี่ ยวกับ
ความสาคญั ของวนั อาสาฬหบูชา รวมท้งั หลกั ธรรม คือ
ทางสายกลาง และแนวทางปฏิบตั ิในครอบครัว
3.ต้งั ใจและอธิษฐานจิตท่ีจะนอ้ มนาหลกั ธรรม
มาใชใ้ นการดาเนินชีวิต โดยใชห้ ลกั ธรรมทางสายกลาง
และส่งเสริมใหเ้ กิดการลด ละ เลิก อบายมขุ
4.นาครอบครัวไปบาเพญ็ กศุ ล ทาบุญตกั บาตร
ถวายภตั ตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ สามเณรในช่วงเช้า
หรื อเพล บริ จาคทาน ให้ทาน หรื อบริ จาคทรัพย์
ช่วยเหลือเก้ือกูลผูย้ ากไร้ /ผูด้ อ้ ยโอกาส หรือจะบริจาค
โลหิตกไ็ ด้
5.ปฏิบตั ิธรรมท่ีวดั รักษาศีล ไหวพ้ ระ สวด
มนต์ ฟังธรรม เวียนเทียน เจริญภาวนา บาเพญ็ ภาวนา
ด้วยการไหว้พระ สวดมนต์ หรื อปฏิบัติสมาธิ /
วิปัสสนา รักษาศีล สารวมระวงั กาย วาจา และใจ
โดยอาจจะรักษาศีล 5 หรือศีล 8 เป็นกรณีพิเศษ
6.พาครอบครัวไปทาบุญ บาเพ็ญกุศล เวียน
เทียน หรือไปร่วมปฏิบตั ิธรรมท่ีวดั
7.กิจกรรมอ่ืนที่เหมาะสม
กจิ กรรมเกย่ี วกบั สถานศึกษา
1.ทาความสะอาดบริเวณโรงเรียน ประดบั ธง
ชาติและธงธรรมจกั ร และจดั แต่งโต๊ะหมู่บูชา
2. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ศึกษาถึงความสาคญั
ของวนั อาสาฬหบูชา รวมท้ังหลกั ธรรม คือ ทางสาย
กลางและแนวทางปฏิบตั ิในสถานศึกษา
3. ครู ให้นักเรี ยนจัดทาป้ายนิเทศ หรื อจัด
นิทรรศการ ประกวดเรียงความ ทาสมุดภาพ ตอบปัญหา
ธรรม บรรยายธรรม อภิปรายธรรม
4. ประกาศเกียรติคุณของนกั เรียนที่ประพฤติตวั
เป็นแบบอยา่ งท่ีดี
5. ครูพานกั เรียนไปร่วมกิจกรรมกบั ชุมชนที่วดั
บาเพ็ญกุศล ทาบุญตกั บาตร บริจาคทาน รักษาศีล ฟัง
ธรรม สนทนาธรรม เวียนเทียน เจริญภาวนา
6. กิจกรรมอ่ืนท่ีเหมาะสม
Chaisri Nites