หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชน้ั มธั ยมศึกษาSปlideที PPT่ี 6๑1-NEW
กล่มุ สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
๒หน่วยการเรียนรทู้ ี่
รฐั ธรรมนูญกับการเมืองการปกครองของไทย
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
• หลกั การ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสาคัญของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบนั
• การแบง่ อานาจและการถว่ งดลุ อานาจอธิปไตยทง้ั ๓ ฝา่ ย คอื นติ บิ ญั ญัติ บรหิ าร ตลุ าการ ตามทร่ี ะบุไวใ้ นรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย
• การปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบบั ปจั จบุ ัน เกย่ี วกับสิทธิ เสรภี าพ และหน้าท่ี
รัฐธรรมนูญกับการเมืองการปกครองของไทย
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย
ประเทศไทยเปลีย่ นแปลงการปกครอง นบั จาก พ.ศ. ๒๔๗๕ ประเทศไทย
จากระบอบสมบูรณาญาสทิ ธริ าชยม์ าสู่ มีการประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู หลายฉบับ
ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์
ทรงเป็นประมุข เมือ่ พ.ศ. ๒๔๗๕ โดยได้ โดยฉบับลา่ สดุ เป็นฉบบั ท่ี ๒๐
ประกาศใช้รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย
ที่มาของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย
เกดิ ความขดั แยง้ ทางการเมอื ง คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ (คสช.) กรธ. ทาการรา่ งรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลอื กตงั้
ทมี่ ีแนวโน้มรนุ แรงและบานปลาย เขา้ ควบคมุ อานาจการปกครอง แห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. ๒๕๕๙ จัดการลงประชามติ
วนั ท่ี ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
มสี าเหตุสาคญั มาจากการมีความคิดเหน็ นายมชี ัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน วนั ที่ ๗ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
ทางการเมอื งที่แตกตา่ งกนั ของคนในชาติ มีเป้าหมายสาคญั เพอ่ื ยตุ คิ วามขดั แย้ง ได้ทาการร่างรฐั ธรรมนูญใหแ้ ลว้ เสร็จ
สรา้ งความสามัคคี และคืนความสุขให้แก่ ผลการออกเสยี งประชามติ
ภายใน ๑๘๐ วัน โดยมเี นื้อหา รัฐธรรมนญู ผา่ นความเห็นชอบ
ประชาชนชาวไทย ๑๖ หมวด ๒๗๙ มาตรา ดว้ ยคะแนนเสียง ๑๖,๘๒๐,๔๐๒
และมีผไู้ ม่เหน็ ชอบ ๑๐,๙๒๖,๖๔๘
ความสาคัญของรัฐธรรมนญู
ยนื ยันความเป็น รบั รองความเปน็
เอกราช เอกรัฐ
ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ
ซึ่งทรงใช้อานาจอธิปไตยผ่านทางรัฐสภา คณะรฐั มนตรี ศาล
คมุ้ ครองประชาชนชาวไทย คุ้มครองศกั ดิศ์ รีความเป็นมนษุ ย์
ไม่วา่ จะมเี หล่ากาเนดิ ใด เพศใด สทิ ธิและเสรีภาพของประชาชนชาวไทย
หรือนับถอื ศาสนาใดอยา่ งเสมอกนั
รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย
อานาจอธิปไตยแบ่งเป็น ๓ ด้าน
• การใช้ อานาจนติ ิบัญญัติ ผ่านทางรัฐสภา
• การใช้ อานาจบรหิ าร ผ่านทางคณะรัฐมนตรี
• การใช้ อานาจตุลาการ ผา่ นทางศาล
เปา้ หมายหลกั ของการแบง่ แยกการใชอ้ านาจอธิปไตย
คุม้ ครองสิทธเิ สรภี าพและประโยชนข์ องประชาชน จากดั ขอบเขตอานาจของแตล่ ะฝ่าย ควบคุมและตรวจสอบการใช้อานาจ
อยา่ งมีประสิทธิภาพ
แผนผงั การแสดงความสัมพันธก์ ารแบง่ แยกการใช้อานาจการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
ฝา่ ยนิติบัญญัติ พระมหากษตั รยิ ์ ฝ่ายตุลาการ
ฝ่ายบริหาร
รฐั สภา คณะรัฐมนตรี ศาล
สภาผู้แทนราษฎร วฒุ ิสภา นายกรัฐมนตรี รฐั มนตรี ศาลรฐั ธรรมนูญ
ศาลยตุ ิธรรม
ออกกฎหมาย บงั คบั ใช้กฎหมาย ศาลปกครอง
เสนอร่างกฎหมาย ศาลทหาร
ตรวจสอบการออกกฎหมาย
และการบังคบั ใช้กฎหมาย
แนวทางการปฏิบัติตนตามบทบญั ญตั ใิ นรฐั ธรรมนูญ
เกย่ี วกับสทิ ธิ เสรภี าพ และหนา้ ท่ี
รว่ มมือกับหนว่ ยงานของภาครฐั และเอกชน ส่งเสรมิ และสนับสนนุ การดาเนนิ งาน
เพ่อื คุม้ ครองสทิ ธิมนุษยชน ขององคก์ รอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ร้จู ักใช้สทิ ธิของตนเองและแนะนาใหผ้ ู้อ่ืน เผยแพร่ความรเู้ กย่ี วกบั สิทธิมนษุ ยชน
รจู้ กั ใชแ้ ละรกั ษาสิทธขิ องตนเอง และปลกู ฝังแนวความคดิ เรอื่ งสิทธิมนุษยชน
ให้แกช่ มุ ชนหรอื สังคมตามสถานภาพและ
เคารพสทิ ธิของกันและกนั
โดยไมล่ ะเมดิ สิทธิเสรภี าพของผอู้ ่นื บทบาทที่ตนพึงกระทาได้
ปฏบิ ตั ติ ามบทบาทหนา้ ท่ีทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง เช่น
ให้ความร่วมมือในการธารงรักษาไว้ซึ่งสถาบนั ชาติ
ศาสนา พระมหากษตั ริย์ และการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ