The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เนื้อหานาฏศิลป์ตะวันออก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาตาชา เอียดเสน, 2024-06-27 08:18:08

นาฏศิลป์ตะวันออก

เนื้อหานาฏศิลป์ตะวันออก

ด.ญ ภิภิญภิภิญาพัพัชพัพัญ์ญ์ญ์ญ์เพชรอาวุวุธ วุ ธ วุ ม.2/1 เลขที่ที่3ที่ที่ 3 นาฏศิลป์ตะวัน ออก จัจัด จั ด จั ทำทำทำทำโดย


ภารตนาฏยัม เป็นนาฏศิลป์ของอินเดียตอนใต้ เป็นการแสดงที่ใช้ผู้หญิงแสดงและนิยมแสดงเดี่ยว มีลีลาการใช้จังหวะเท้าที่รวดเร็ว มีความหมายในท่า รำ ใช้ศิลปะการร่ายรำ ตามตำ รานาฏยศาสตร์ของ พระภรตฤๅษี เป็นการฟ้อฟ้นรำ เพื่อบูชาเทพเจ้าการ แต่งกาย ผู้หญิงจะสวมเสื้อรัดรูป คอกว้าง แขนสั้น ตัวสั้น ถึงใต้อก ห่มสาหรี เกล้ามวยต่ำ หรือสูง ประดับดอกไม้ เจิมจุดแดงกลางหน้าน้ผาก 1.) ภารตนาฏยัม 2.) กถัก ๒. กถัก เป็นนาฏศิลป์ของอินเดียตอนเหนือ นิยม แสดงเดี่ยว ผู้แสดงอาจเป็นหญิงหรือชายก็ได้ เป็นการ ผสมระหว่างวัฒนธรรมฮินดูและมุสลิม ลักษณะเด่นคือ การหมุนตัว มีลีลาท่ารำ รวดเร็ว มีบทร้องเกี่ยวกับ เทพเจ้าของฮินดูและเรื่องราวจากวรรณคดี การแต่ง กาย ผู้หญิงสวมเสื้อคอกว้าง แขนสั้น เอวลอย ห่มสาหรี เกล้ามวยผม ใช้สาหรีคลุมผม ผู้ชายแต่งกายคล้ายกัน ใช้ผ้าโพกศีรษะ นาฏศิลป์อินเดีย


3.) กถกฬิหรือกถักกฬิ กถกฬิหรือกถักกฬิ เป็นนาฏศิลป์พื้นเมืองของอินเดียตอนใต้ ส่วน ใหญ่จะเล่นเป็นเรื่องแบบละครซึ่งส่วนมากเป็นมหากาพย์ เช่น มหา ภารตะรามายณะและเรื่องจากนิยายปุรปุาณะ ใช้ผู้ชายแสดงล้วน ใช้ ภาษาซับซ้อนมีการแต่งหน้าน้ที่ประณีตใช้สีธรรมชาติเขียนลงบน ใบหน้าน้การแต่งกาย จะนุ่งนุ่กระโปรงยาว คาดริ้วตามขวางที่ใช้ กระโปรง ใส่สุ่มด้านใน สวมเสื้อแขนยาว เครื่องประดับศีรษะเป็น มงกุฎใหญ่ มีรัศมีวงกลมใหญ่อยู่ด้านหลัง


นาฏศิลป์ญี่ปุ่น ปุ่ 1.)ละครโนะ ละครโนะ เป็นละครที่เก่าแก่ที่สุด แต่เดิมจัดแสดงตาม วิหาร มีกฎข้อบังคับเคร่งครัดมาก แสดงเรื่องเกี่ยวกับ เทพเจ้า การแต่งกายงดงาม ผู้แสดงจะสวมหน้าน้กาก ซึ่ง ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่าทางการเคลื่อนไหวล้วนมีความ หมายทั้งสิ้นแต่เดิมแสดงใต้ร่มไม้ ต่อมาทำ เวทีอย่างง่ายๆ เป็นเวทีสี่เหลี่ยมคนดูดูได้รอบ จัดฉากง่ายๆ เขียนรูป ต้นสนและไม้ไผ่ไว้ห่างๆ และมีสนสามกิ่งยื่นออกมาเพื่อ รักษาสภาพเดิมที่เคยแสดงใต้ร่มไม้ ถือว่าเป็นการแสดง ชั้นสูง 2.)ละครคาบูกิ. ละครคาบูกิ เป็นละครที่ได้รับความนิยมมาก ผสมผสานระหว่างละครโนะและ ละครหุ่นบุนรากุ การแสดงมีทั้งการร้องและกา รพากษ์ ท่าทางการแสดงมีแบบแผนที่เคร่งครัด เรื่องที่แสดงเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ ศาสนาและ เทพนิยาย ใช้ผู้ชายแสดงล้วนแต่งกายด้วยสีสัน ฉูดฉาด มีการเขียนหน้าน้คล้ายงิ้ว การแต่งหน้าน้มี แบบแผนตายตัว กำ หนดว่าสีใดเป็นของตัวละครใด เช่นผู้ร้ายหน้าน้สีน้ำ เงิน พระเอกหน้าน้สีขาว


ละครหุ่นบุนรากุ เป็นการแสดงที่ นิยมและแพร่หลายที่สุด เป็นหุ่นที่ สร้างขึ้นอย่างประณีตงดงาม ขนาด เกือบเท่าคนจริง เคลื่อนไหวได้แทบ ทุกส่วน เรื่องที่แสดงมักแสดงเรื่อง เดียวกับละครโนะ 3.)ละครหุ่นบุนรากุ


การพัฒนาของงิ้วคุนฉวีเป็นตัวแทนที่สะท้อนถึง การพัฒนาของงิ้วจีน งิ้วคุนฉวีได้ส่งผลกระทบ โดยตรงต่อการเกิดและพัฒนาของงิ้วชนิดต่าง ๆ ของจีน เช่นงิ้วปักกิ่ง งิ้วชวนหรืองิ้วเสฉวน งิ้ว เซียงหรืองิ้วหูหนาน งิ้วเย่ว์จวี้หรืองิ้วเซ่าซิงและ งิ้วหวงเหมยซี่ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ ผู้คนทั้งหลาย จึงมักจะเรียกงิ้วคุนจวี้ว่าเป็น “บรรพบุรุษของงิ้ว ทั้งหลาย” นาฏศิลป์จีน งิ้วเหอเป่ยป่เป็นงิ้วโบราณที่ผสมผสาน ดนตรี, การแสดงร้อง เต้น การแสดง ผาดโผนและอื่น ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งรูปแบบ การแต่งหน้าน้ของนักแสดงจะสะท้อนให้เห็น ถึงตัวตน สถานะ บุคลิกภาพ และบทบาท ต่างๆของตัวละคร 1.)งิ้วเหอเป่ย ป่ 2.)งิ้วคุณฉวี


3.)งิ้วปักกิ่ง งิ้วปักกิ่งเป็นศิลปะการแสดงสมบูรณ์แณ์บบที่รวม ศิลปะการขับร้อง การพูด การแสดงลีลา การแสดง ศิลปะการต่อสู้ และระบำ ฟ้อฟ้น เข้าไว้ด้วยกันตัว ละครของงิ้วปักกิ่งที่สำ คัญแบ่งเป็น "เซิง" (เพศ ชาย) "ตั้น"(เพศหญิง) "จิ้ง "(เพศชาย)และ"โฉว" มีทั้งเพศชายและเพศหญิงนอกจากนั้นยังมีตัว ละครประกอบอีกจำ นวนหนึ่ง รูปแบบการแต่งหน้าน้เป็นศิลปะที่มีเอกลักษณ์ที่ณ์ ที่สุด ของงิ้วปักกิ่ง ความซื่อสัตย์กับความคดโกง ความงาม กับความขี้เหร่ ความดีกับความชั่วและความสูงศักดิ์ กับความต่ำ ต้อย เป็นต้น ต่างก็แสดงให้เห็นได้โดย ผ่านลวดลายในการแต่งหน้าน้


นาฏศิลป์อินโดนีเซีย การแสดงเชิดหุ่นเงา หรือวายัง เป็นนาฏศิลป์ประจำ ชาติที่เก่าแก่ที่สุด แต่เดิมหุ่นเชิด ทำ ด้วยหนังสัตว์ เรียกว่า วายัง กุลิต เรื่องที่ใช้แสดงในวายังคือ รามายณะ และมหาภารตะ โดยทำ เป็นบทละครเฉพาะของวายัง มีการแทรกเรื่องปรัชญา ข้อคิดขบขันในชีวิตประจำ วัน นำ มาเชื่อมโยงร่วมสมัยใหม่ 1.)การแสดงเชิดหุ่นเงา หรือวายัง นาฏศิลป์สุมาตรา ลักษณะการแสดงจะแสดง เป็นเรื่องราวของนิทานพื้นบ้านและเรื่องราวใน ราชสำ นัก จะไม่แสดงเรื่องรามายณะและมหา ภารตะ การแต่งกาย ผ้านุ่งนุ่ที่ใช้มักเป็นลายหยกทอง และหยกเงิน ใส่เสื้อกำ มะหยี่แขนยาว ตัวยาว ผมเกล้ามวยผมต่ำ ใช่ปิ่นหรือเครื่องประดับ ศีรษะสีทอง นาฏศิลป์สุมาตรา


3.)นาฏศิลป์ชวา นาฏศิลป์ชวา เป็นการแสดงที่มีพื้นฐานมาจากการรำ ในราชสำ นักมีลีลาร่ายรำ ที่ นุ่มนุ่นวล ประณีต จังหวะที่ใช้ในการร่ายรำ จะช้า มีผ้าสไบเป็นส่วนประกอบสำ คัญ ในการร่ายรำ เวลาแสดงตาจะตกตลอดเวลา ไม่ใช้สายตาไปยังคนดู วงดนตรีประกอบการ แสดง เป็นวงดนตรีประจำ ราชสำ นักสมัยโบราณ ปัจจุบันใช้วงดนตรีสำ หรับ ฟ้อฟ้นรำ เรียกว่า ภารมวลัน การแต่งกาย นุ่งนุ่ผ้าถุงรัดรูป แบบยอดการัต โดยทิ้งชายยาวไว้ด้านข้าง หรือ แบบสราการัตนุ่งนุ่ผ้าถุงจีบหน้าน้บาง ด้านหน้าน้ชายผ้าครอบข้อเท้า สวมเสื้อแขน สั้นหรือแขนกุด สวมกระบังหน้าน้ทองประดับเลื่อม ประดับมวยผมด้วยปิ่น


นาฏศิลป์เขมร 1.)ระบำ อัปสรา ระบำ อัปสราเกิดจากภาพจำ หลักของนางอัปสรทั้ง หลายที่ปรากฏบนปราสาทหินในประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะภาพจำ หลักนางอัปสรที่นครวัด โดยภาพ จำ หลักรอบๆปราสาทนครวัดเป็นรูปนางอัปสรร่าย รำ ในท่าทางที่ต่างๆกันไป ย่อมแสดงให้เห็นถึง ศิลปการร่ายรำ ของเขมรนั้นมีมายาวนาน เคียงคู่อยู่ กับตัวปราสาทที่สง่างาม 2.)ละโคนโขล ละโคนโขล เป็นนาฏกรรมสวมหน้าน้กากอย่าง หนึ่งในประเทศกัมพูชา มีลักษณะใกล้เคียงกับ การแสดงโขนของประเทศไทย เนื่องจากได้รับ การถ่ายทอดไป ปัจจุบันมีละโคนโขลในกัมพูชา สองรูปแบบได้แก่ ละโคนโขลวัดสวายอัณแดต และละโคนโขลคณะระบำ หลวงกัมพูชา[1][2] แต่เดิมจะใช้ผู้หญิงในการแสดง ต่างจากโขน ของไทยที่จะใช้ผู้ชายแสดง


3.)ระบำ พื้นบ้านในกัมพูชา ระบำ พื้นบ้านในกัมพูชา เป็นนาฏศิลป์ที่ใช้แสดงใน กลุ่มประชาชนทั่วไป และชนเผ่าต่างๆของกัมพูชา เช่น ชาวจาม เขมรบน และการแสดงของชาวนาและ กรรมกร ส่วนใหญ่ใช้วงมโหรีบรรเลงประกอบ บาง ส่วนเกี่ยวข้องกับความรักและนิทานพื้นบ้าน เช่น ระบำ เกนียกไพลิน เป็นการแสดงของชาวกุลาในเมือง ไพลิน


นาฏศิลป์พม่า การแสดงชุดนี้ประกอบอยู่ในการแสดงละครเรื่อง "ราชาธิราช" ตอนกระทำ สัตย์ ลีลาท่ารำ ที่ใช้รำ ในระบำ พม่า – มอญจะเป็นเอกลักษณ์ขณ์องชนชาติมอญและ ชนชาติพม่า นับว่าเป็นการแสดงชุดหนึ่งซึ่งผู้ชมจะได้มี โอกาสเห็นลีลาท่าทางของนักฟ้อฟ้นแบบพม่า และมอญว่า ละม้ายคล้ายคลึงกัน ตลอดจนเครื่องแต่งกายก็บ่งบอกถึง เอกลักษณ์ขณ์องแต่ละชนชาติ นอกจากจะแสดงประกอบใน ละครเรื่องราชาธิราชแล้ว ยังนำ มาแสดงเป็นชุดเอกเทศ ได้อีกด้วยในส่วนที่เป็นแบบพม่าจะใช้ดนตรีบรรเลงเพียง อย่างเดียวจังหวะจะสนุกนุสนานค่อนข้างเร็ว แต่เมื่อถึงท่อน เพลงของมอญก็จะมีเนื้อร้องเข้ามาร่วมกับการบรรเลงด้วย จังหวะจะค่อนข้างช้านุ่มนุ่นวล ฟังแล้วก็ได้อารมณ์ใณ์นการชม ไปอีกแบบ 1.)ระบำ พม่า-มอญ


2.)การระบำ หน้า น้ กาก ในช่วงสามอาณาจักร การระบำ หน้าน้กากเป็นพิธีกรรมง่าย ๆ ที่ใช้ในการสื่อสารกับพระเจ้า โดยเชื่อกันว่าหน้าน้กากจะ สะท้อนภาพของเทพเจ้า ในขณะที่ผู้สวมหน้าน้กากจะช่วย ถ่ายทอดความคิดของผู้คนไปยังเทพเจ้าได้ และในทาง กลับกัน การระบำ หน้าน้กากก็เป็นรูปแบบการสื่อสารที่ สนุกนุสนานระหว่างทวยเทพและมนุษนุย์ด้วยเช่นกัน


3.)ละครนิพัทขิ่น ละครนิพัทขิ่นกลับเฟื่องฟูขึ้นเป็นละครที่ผูกเป็นเรื่อง มี ท่าทางและบทเจรจาประกอบ ภายหลังได้เพิ่มบทตลกลง ไปด้วย การแต่งกายใช้ใส่เสื้อแขนยาว นุ่งนุ่โสร่งหรือ กางเกงคลุมเข่า ระดับด้วยเลื่อม ดิ้นคล้ายของไทย ส่วน หญิงใส่เสื้อรัดอก สวมเสื้อแขนยาวไม่มีกระดุม เปิดให้ เห็นเสื้อตัวใน ชายเสื้อโค้งงอน นุ่งนุ่ผ้าถุงกรอมเท้าเกล้า มวยสูงโดยชายผมยาวมาด้านขวา ถ้าเป็นตัวเองจะสวม เครื่องประดับศีรษะ


Click to View FlipBook Version