รายงานการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียนหอม ผู้จัดทำ เด็กหญิงกีรติ วงค์กาฬสินธุ์ ม.3/1 เลขที่ 12 เด็กหญิงประภาวรรณ ช่างประดิษฐ ม.3/1 เลขที่ 16 เด็กหญิงพิทยาภรณ์ ดีสวัสดิ์ ม.3/1 เลขที่ 19 ครูที่ปรึกษา นางสาวพรชนก แสนพยุห์ โรงเรียนวัดทรงธรรม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรายวิชา I20202 การสื่อสารและการนำเสนอ : IS2 (Communication and Presentation) ปีการศึกษา 2566
การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียนหอม ผู้จัดทำ เด็กหญิงกีรติ วงค์กาฬสินธุ์ ม.3/1 เลขที่ 12 เด็กหญิงประภาวรรณ ช่างประดิษฐ ม.3/1 เลขที่ 16 เด็กหญิงพิทยาภรณ์ ดีสวัสดิ์ ม.3/1 เลขที่ 19 ครูที่ปรึกษา นางสาวพรชนก แสนพยุห์ รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา รหัส I20202 รายวิชาการสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) โรงเรียนวัดทรงธรรม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566
ก ชื่อเรื่อง : การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียนหอม ผู้จัดทำ : เด็กหญิงกีรติ วงค์กาฬสินธุ์ ม.3/1 เลขที่ 12 เด็กหญิงประภาวรรณ ช่างประดิษฐ ม.3/1 เลขที่ 16 เด็กหญิงพิทยาภรณ์ ดีสวัสดิ์ ม.3/1 เลขที่ 19 ที่ปรึกษา : คุณครูพรชนก แสนพยุห์ โรงเรียน : วัดทรงธรรม รายวิชา : I20202 การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) ปีการศึกษา : 2566 บทคัดย่อ การศึกษาประสิทธิภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการทำเทียนหอมที่ ช่วยบำบัดความเครียดและเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการบำบัดความเครียดระหว่างกลิ่น after the rain กับกลิ่น chamomile กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาประสิทธิภาพ เป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเครียดในวัยเรียน และวัยทำงานจำนวน 11คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่แบบสอบถาม (question naire) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ 1 . ค่าร้อยละ (Percentage) (%)วิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามตอนที่ 1 2. ค่าเฉลี่ย (Mean) เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์̅และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่า ผลการศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัด ความเครียดของเทียนหอม จำนวน 11 คน สามารถสรุปผลได้ดังนี้ 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามมี นักเรียนเพศชาย อายุ13-23 ปี ค่าเฉลี่ย คือ ร้อยละ 27.3 นักเรียนเพศหญิง อายุ13-23 ปี ค่าเฉลี่ย คือ ร้อยละ 45.5 อาชีพอื่น ๆ อายุ33-43 ปี ค่าเฉลี่ย คือ ร้อยละ 18.2 และ อาชีพอื่น ๆ อายุ43 ปีขี้นไป ค่าเฉลี่ย คือ ร้อยละ 9
ข 2. ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียนหอม จำนวน 11คน ซึ่งแบ่งเป็น กลิ่น after the rain 4 รายการ และ กลิ่น chamomile 4 รายการ ระดับ ความหอม ของกลิ่น ระยะเวลาที่ช่วยในการผ่อนคลาย ความสะดวกในการใช้งาน บรรจุภัณฑ์(x = 4.18) และมีปรากฏผลดังนี้ กลุ่มตัวอย่างที่ทดสอบกลิ่น after the rain มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก 4รายการ คือ ระดับความหอมของกลิ่นมีค่าเฉลี่ยรวม คือ 3.82 ระยะเวลาที่ช่วยในการผ่อนคลายมีค่าเฉลี่ยรวม คือ 4.27 ความสะดวกในการใช้งานมีค่าเฉลี่ยรวม คือ 4.36 บรรจุภัณฑ์มีค่าเฉลี่ยรวม คือ 4.27 กลุ่มตัวอย่างที่ทดสอบกลิ่น chamomile มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก 4 รายการ คือ ระดับความหอมของกลิ่นมีค่าเฉลี่ยรวม คือ 3.82 ระยะเวลาที่ช่วยในการผ่อนคลายมีค่าเฉลี่ยรวม คือ 4.00 ความสะดวกในการใช้งานมีค่าเฉลี่ยรวม คือ 4.36 บรรจุภัณฑ์มีค่าเฉลี่ยรวม คือ 4.27
ค กิตติกรรมประกาศ การค้นคว้าอิสระฉบับนี้สำเร็จสมบูรณ์ได้โดยความกรุณาเป็นอย่างยิ่งจากคุณครูพรชนกแสนพยุห์ ผู้ควบคุมการศึกษาค้นคว้าอิสระเรื่องการศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียนหอม ขอขอบพระคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอบพระคุณ คุณครูพรชนก อารมณ์สุขโข ที่ได้กรุณาแนะนำ แนวคิดต่างๆและข้อเสนอแนะหลายประการและขอขอบคุณกลุ่มตัวอย่างจำนวน 11 คน ที่ให้ความร่วมมือ ในการตอบแบบสอบถามทำให้งานในการศึกษาค้นคว้าฉบับนี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผู้ศึกษาค้นคว้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลที่มีภาวะเครียด และการนอนไม่หลับ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบุคคลเหล่านี้ให้รู้สึกรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ถ้าหาก โครงงานฉบับนี้มีข้อบกพร่องประการใด ผู้ศึกษาก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย กีรติ วงค์กาฬสินธุ์ ประภาวรรณ ช่างประดิษฐ พิทยาภรณ์ ดีสวัสดิ์ ผู้ศึกษา
ง สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญ ง สารบัญตาราง ฉ สารบัญภาพ ช บทที่ 1 บทนำ 1 1. ความเป็นมาและความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า 1 2. วัตถุประสงค์ 2 3. สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า 2 4. ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า 3 5. นิยามศัพท์เฉพาะ 3 6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาค้นคว้า 4 1. ความเครียด 5 1.1 ความหมายของความเครียด 5 1.2 ประเภทของความเครียด 6 1.3 ผลกระทบของความเครียด 6 1.4 ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด 6 2. ประสิทธิภาพ 7 2.1 ความหมายของประสิทธิภาพ 7 2.2 ทฤษฎีของประสิทธิภาพ 8 3. เทียนหอม 9 3.1 ความหมายของเทียนหอม 9 3.2 ข้อดีของเทียนหอม 10 3.3 ข้อเสียของเทียนหอม 10
จ สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า บทที่ 3 วิธีดำเนินงานศึกษาค้นคว้า 12 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 12 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 12 3. วิธีการสร้างเครื่องมือเพื่อใช้ในการศึกษา 12 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 12 5. การกระจัดกระทำข้อมูล 13 6. การวิเคราะห์ข้อมูล 14 7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ 14 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 16 4.1 ขั้นตอนนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 16 บทที่ 5 อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 18 1 สรุปผลการศึกษาค้นคว้า 18 2 อภิปรายผลการศึกษาค้นคว้า 19 3 ข้อเสนอแนะ 19 บรรณานุกรม 20 ภาคผนวก 22 แบบสอบถามความพึงพอใจในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ เทียนหอมกลิ่น after the rain และ กลิ่น chamomile 23 ผลวิเคราะห์ข้อมูลแบบสอบถามของการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ เทียนหอมกลิ่น after the rain และ กลิ่น chamomile 24 วิธีการดำเนินงาน 25 ประวัติผู้ศึกษา 27
ฉ สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 ตารางแสดงผลวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามอาชีพ 16 ตารางที่ 2 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลของเทียนหอมกลิ่น after the rain 17 ตารางที่ 3 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลของเทียนหอมกลิ่น chamomile 17
ช สารบัญภาพ หน้า ภาพที่ 1 ความเครียด 7 ภาพที่ 2 เทียนหอม 10 ภาพที่ 3 ประสิทธิภาพ 10 ภาพที่ 4 แสดงแบบสอบถามความพึงพอใจในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ 23 ของเทียนหอมกลิ่น after the rain และ กลิ่น chamomile ภาพที่ 5 ผลวิเคราะห์ข้อมูลแบบสอบถามของการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ 24 ของเทียนหอม กลิ่น after the rain และ กลิ่น chamomile ภาพที่ 6 ละลายไขถั่วเหลือง 25 ภาพที่ 7 หยดน้ำมันหอมละเหย 25 ภาพที่ 7 เทไขถั่วเหลืองลงภาชนะ 26 ภาพที่ 8 ไขถั่วเหลืองแข็งตัวเป็นอันเสร็จเรียบร้อย 26 ภาพที่ 9 ประวัติผู้จัดทำ 27
บทที่ 1 บทนำ 1. ความเป็นมาและความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาผู้ป่วยที่เกี่ยวกับความเครียดและการนอนหลับเป็น จำนวนมากซึ่งความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย ส่วนมากจะมาจาก 2 ปัจจัยใหญ่ๆ คือ ปัจจัยภายนอก เช่น เรื่องงาน การหย่าร้าง ส่วนปัจจัยภายใน เช่น บางคนมีนิสัยที่ชอบคิดมากวิตก กังวลในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือสารเคมีในสมองไม่สมดุลจึงทำให้เกิดอารมณ์เครียดและเศร้าง่าย ความเครียดนับว่าเป็นปัญหาที่กระทบต่อสังคมไทยเป็นอย่างมาก ความเครียดสามารถก่อให้เกิดโรค ได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคปวดศีรษะไมเกรน โรคหลอดเลือด สมอง โรคเครียดลงกระเพาะและอื่น ๆ อีกมากมาย จากสถิติกรมสุขภาพจิตปี 2565 พบว่า จาก ผู้ตอบแบบประเมิน 2.5 ล้านคน พบว่ามีความเครียดสูง 216,098 คน หรือ 8.38% กระทรวง สาธารณสุขได้เปิดเผยว่าปัจจุบันคนไทยมีปัญหานอนไม่หลับมากถึง 30-40% ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 19 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นสถิติของปัญหาที่นับวันจะเริ่มพุ่งสูงขึ้น การนอนหลับไม่ เพียงพออาจทำให้เกิดอารมณ์ด้านลบ พลังงานต่ำ ไม่มีสมาธิ และไม่สามารถทำงาน หรือใช้ ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ความเครียดและการนอนไม่หลับอาจส่งผลร้ายแรงกับการใช้ชีวิตประจำวัน ของทุกคน และความเครียดการนอนไม่หลับอย่างต่อเนื่องสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการทำงาน และ ต่อภาวะสุขภาพหลายประการ (พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์, 2565) โครงงานการศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียนหอมจุดประสงค์เพื่อช่วย บำบัดผู้ที่มีปัญหาความเครียดและการนอนไม่หลับเนื่องจากหลายสาเหตุซึ่งกลิ่นของเทียนหอมของเรา ช่วยจะผ่อนคลายอารมณ์ลดปัญหาความเครียดสะสมและจะไม่ส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อร่างกายของผู้ใช้ เพราะเทียนหอมบางยี่ห้อมีการปนเปื้อนของสารเคมีงานวิจัยชิ้นใหม่ของนักวิจัยทางเคมีประจำ มหาวิทยาลัยเซาเธิร์นแคโรไลนา รัฐเซาธ์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ซึ่งนำโดย รูฮัลเลาะห์มาสซูดี ศาสตราจารย์วิชาเคมีของมหาวิทยาลัย 2561 ชี้ให้เห็นว่า เทียนและเทียนหอมที่ทำขึ้นจากพาราฟิน หรือขี้ผึ้งที่เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมนั้น มีสารที่สามารถก่ออันตรายให้เกิดกับ มนุษย์ได้ โดยอาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ หีดหอบ เรื่อยไปจนถึงก่อให้เกิดมะเร็งได้ทีมวิจัยสรุปผลว่า เทียน ซึ่งผลิตจากพาราฟินไม่ว่าจะมีกลิ่นหอมผสมอยู่ด้วยหรือไม่ เมื่อเผาไหม้จะปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษ คือ โทลูอีนและเบนซิลออกมาซึ่งเทียนหอมของคณะผู้จัดทำมีส่วนผสมหลักๆมาจาก Soy Wax หรือ ไขถั่ว เหลือง
2 ที่ผลิตจากน้ำมันของถั่วเหลืองธรรมชาติ (Soy Oil) เป็นที่นิยมในการนำมาทำเทียนหอม เพราะเป็น มิตรต่อคนและสิ่งแวดล้อม ควันของไขชนิดนี้จะเป็นสีขาว และสร้างควันน้อยมาก จึงไม่ส่งผลเสียเมื่อ สูดดม โดยไขชนิดนี้จะมีกลิ่นเฉพาะตัว อาจเป็นกลิ่นนมอ่อน ๆ หรือกลิ่นของถั่วที่ชัดเจน อีกทั้งในตัว ของไขถั่วเหลืองยังมีคุณสมบัติที่ให้กลิ่นดีกว่าไขชนิดอื่นสามารถนำมาทำเทียนหอมได้เลยโดยไม่ต้อง ปรุงกลิ่นเพิ่มเติม(ชลดา คร่ำมา, 2564) กลิ่นของเทียนหอมจะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นสมองให้ผ่อน คลาย เมื่อร่างกายสูดดมกลิ่นอโรมาสมองจะหลั่งสารเคมีที่ช่วยปรับสมดุลให้กับระบบประสาทในส่วน ที่มีผลต่ออารมณ์และจิตใจ จึงช่วยลดความเครียด เพิ่มความผ่อนคลาย และปรับสมดุลทางอารมณ์ ได้(AP Thailand, 2566) จากปัญหาข้างต้นทางคณะผู้จัดทำจึงลงความเห็นว่าเราจะทดลองสร้างผลิตภัณฑ์เทียนหอม ที่สามารถช่วยบำบัดความเครียด เพื่อช่วยลดปัญหาความเครียดสะสมและปัญหาการนอนไม่หลับ จากผลิตภัณฑ์จึงช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ใช้มีความผ่อนคลายและสามารถบำบัดด้วยกลิ่นของเทียนหอมใน ภาวะที่เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เครียด หากได้สูดกลิ่นหอมที่ชอบอาจจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายได้ 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อศึกษากระบวนการทำเทียนหอม 2.2 เพื่อผลิตเทียนหอมที่ช่วยบำบัดความเครียด 3. สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า 3.1 เทียนหอมที่สามารถบำบัดความเครียดได้ 4. ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า 4.1 สถานที่ บ้านของเด็กหญิงกีรติ วงค์กาฬสินธุ์ และ บ้านของเด็กหญิงประภาวรรณ ช่างประดิษฐ 4.2 ระยะเวลา วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2566 - 15 สิงหาคม พ.ศ.2566 4.3 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 11 คน 4.4 ตัวแปรต้น ความเครียด 4.5 ตัวแปรตาม เทียนหอมช่วยบำบัด 4.6 ตัวแปรควบคุม ปริมาณของไขถั่วเหลืองและกลิ่น
3 5. นิยามศัพท์เฉพาะ 5.1 เทียนหอมบาบัดความเครียด คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอม ที่สามารถมีส่วนช่วยบาบัดอารมณ์ และทาให้ร่างกายผ่อนคลายจากความเครียดได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังมีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี ภายในห้องอีกด้วย 5.2 โรคหัวใจ (Heart Disease) คือโรคที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ แบ่งย่อยได้เป็น หลายกลุ่มโรค เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ เป็นต้น ปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือดมี อัตราการเสียชีวิตสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 5.3 ความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นภาวะที่ตรวจพบว่ามีความดันโลหิตอยู่ในระดับสูง ผิดปกติ คือมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งอาจไม่แสดงอาการแต่จะเป็นสาเหตุทำ ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น หากไม่ได้รับการรักาอย่าง ถูกต้องและเหมาะสม อาจจะทำให้ผู้ป่วยทุพพลภาพหรือเสียชีวิตได้ 6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 6.1เทียนหอมที่มีประสิทธิภาพในการบำบัดความเครียด และสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ 6.2 ได้เรียนรู้และเข้าใจถึงวิธีการทำเทียนหอม
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาค้นคว้า ในการศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียนหอม ผู้ศึกษาได้ค้นคว้า เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวโดยลำดับเนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญดังต่อไปนี้ 1. ความเครียด 1.1 ความหมายของความเครียด 1.2 ประเภทของความเครียด 1.3 ผลกระทบของความเครียด 1.4 ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด 2. ประสิทธิภาพ 2.1 ความหมายของประสิทธิภาพ 2.2 ทฤษฎีของประสิทธิภาพ 3. เทียนหอม 3.1 ความหมายของเทียนหอม 3.2 ข้อดีของเทียนหอม 3.3 ข้อเสียของเทียนหอม
5 1. ความเครียด 1.1 ความหมายของความเครียด มนันยา ทาศิริ (2557:8) กว่าว่า สรุปได้ว่าความเครียดหมายถึงสภาวะบุคคลรู้สึกอึดอัด คับข้องใจจากสภาวะความกดดันที่เกิดขึ้นจากที่สภาพการณ์รอบตัวที่ไม่เป็นไปตามที่ตน ต้องการหรือตามความคาดหวังอาทิ สภาพแวดล้อมของสังคม ครอบครัว การทำงาน การเมือง รวมถึงการดำเนินชีวิตของตนเอง เช่น ความรัก อาชีพ หรือบทบาทในสังคม จนก่อให้เกิด ปฏิกิริยาในการต่อต้านที่แสดงออกทั้งด้านร่างกายและจิตใจและภาวะความเครียดจะยังคง อยู่หากไม่ได้รับการตอบสนองหรือกำจัดให้หมดไป หงษ์ศิริ ภิยโยดิลกชัย อรุณวรรณ กัมภูสิริพงษ์มยุรี สวัสดิ์เมือง และคณะ (2558:7) กล่าวว่า ความเครียด หมายถึง การที่บุคคลต้องเผชิญอยู่ในภาวะที่รู้สึกกดดัน ไม่สบายใจ ไม่แนใจ ว่าวุ่นใจ วิตกกังวล ถูกบีบคั้น ทำให้เกิดการตอบสนองของร่างกาย จิตใจ ความคิด ถ้าบุคคลสามารถปรับตัวและมีความพึงพอใจก็จะทำให้เกิดพลังในการจัดการสิ่งต่าง ๆ แต่ หากไม่มีความพึงพอใจและไม่สามารถปรับตัวได้ ก็จะทำให้เกิดความเครียด ส่งผลให้เสีย ความสมดุลในการดำเนินชีวิตในสังคม ขาดประสิทธิภาพในการทำงาน อนุรัตน์ อนันทนาธร (2559:8) กล่าวว่า ความเครียดหมายถึงสภาวะบุคคลรู้สึกอึดอัด คับข้องใจจากสภาวะความกดดันที่เกิดขึ้นจากที่สภาพการณ์รอบตัวที่ไม่เป็นไปตามที่ตน ต้องการหรือตามความคาดหวังอาทิ สภาพแวดล้อมของสังคม ครอบครัว การทำงานการเมือง รวมถึงการดำเนินชีวิตของตนเอง เช่นความ รัก อาชีพ หรือบทบาทในสังคม จนก่อให้เกิด ปฏิกิริยาในการต่อต้านที่แสดงออกทั้งด้านร่างกายและจิตใจและภาวะความเครียดจะยังคง อยู่หากไม่ได้รับการตอบสนองหรือกำจัดให้หมดไป ธรรญชนก ชัยภูมิ (2564:10) กล่าวว่า ความเครียดนั้นเป็นสภาวะที่ไม่สมดุลของทาง ร่างกายและจิตใจที่จะส่งผลก่อให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวลหรือความกดดันโดยสิ่งที่สิ่งเร้า รอบตัวจะเป็นตัวทำให้เกิดปฏิกิริยาการตอบสนองว่าความเครียดนั้นเป็นทางด้านดีหรือเสีย ถ้าเป็นทางด้านที่ดีนั้นจะเปรียบเสมือนแรงผลักดันให้ตัวบุคคลมีความรู้สึกอยากจะก้าวไปต่อ หรือท้าทายตนเองในการทำงาน แต่ถ้าเป็นทางด้านเสียจะเป็นผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ ทั้งนี้สามารถส่งผลต่อสุขภาพได้ คริสต์มาส ลิ่มรัตนะกุล (2566:8) กล่าวว่า สรุปความหมายของความเครียด หมายถึง สภาวะร่างกายและจิตใจที่ถูกกระตุ้น ถูกกดดัน บีบคั้น วิตกกังวล คุกคามจิตใจ ไม่สบายใจ จากสภาพแวดล้อมหรือเหตุการณ์ปัญหาที่เผชิญ ทำให้เกิดความเครียดและการแสดงออก ได้แก่ นอนไม่หลับ วิตกกังวล ปวดหัวหรือซึมเศร้า เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อทั้งทางกายและ จิตใจ
6 สรุปได้ว่าความเครียด คือ สิ่งกระตุ้นรอบตัวเราทำให้เกิดการตอบสนองต่อความเครียด ความเครียดเป็นสภาวะที่ไม่สมดุลของร่างกายและจิตใจซึ่งส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลหรือ ความกดดัน จนเกิดปฏิกิริยาต่อต้านที่แสดงออกทั้งทางร่างกายและจิตใจ และภาวะ ความเครียดจะคงอยู่ต่อไปหากไม่ตอบสนองหรือกำจัดออกไป 1.2 ประเภทของความเครียด ประเภทของความเครียดแบ่งเป็น 2 แบบตามระยะเวลา คือ 1.2.1 ความเครียดระยะสั้นหรือฉับพลัน เช่น ทะเลาะกับเพื่อน คนใกล้ชิดเสียชีวิตสอบตก การหย่าร้อง 1.2.2 ความเครียดเรื้อรังและสะสม เมื่อเจอสถานการณ์ที่ทำให้เครียดอยู่ซ้ำ ๆ เช่น การเรียน หรือทำงานที่มีความกดดันสูง ปัญหาการเงิน (ดวงพร สุรพงษ์พิวัฒนะ, 2565) 1.3 ผลกระทบของความเครียด ความเครียดเป็นสิ่งปกติที่สามารถพบได้ทุกวัน หากความเครียดนั้นเกิดจากความกลัว หรืออันตราย ฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจะเตรียมให้ร่างกายพร้อมที่จะต่อสู้ อาการที่ปรากฏก็ เป็นเพียงทางกาย เช่น ความดันโลหิตสูง ใจสั่น แต่สำหรับชีวิตประจำวันจะมีสักกี่คนที่จะ ทราบว่าเราได้รับความเครียดโดยที่ เราไม่รู้ตัวหรือไม่มีทางหลีกเลี่ยง การที่มีความเครียด สะสมเรื้อรังทำให้เกิดอาการทางกาย และทางอารมณ์(น้ำค้าง แก้วก่า, 2566) 1.4 ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด ความเครียดสามารถแบ่งปัจจัยในการเกิดได้ทั้งหมด 2 ปัจจัยใหญ่ ๆ คือ 1.4.1 ปัจจัยภายใน เกิดจากความรู้สึกภายในร่างกายและจิตใจของตัวเองอย่างการมีโรค ประจำตัว เช่น โรคซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเวช ผู้ที่มีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจมา เป็นเวลานาน หรือบุคลิกภาพบางอย่างเช่น มีความวิตกกังวลมาก 1.4.2 ปัจจัยภายนอก เกิดจากสภาพแวดล้อมรอบตัว แบ่งออกได้ 4 เรื่องหลัก ๆ ดังนี้
7 1.4.2.1 การทำงาน เกิดความกดดันในการทำงานที่มาจากหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานการแข่งขัน ในการทำงานที่สูงทั้งในเรื่องเวลาที่เร่งรีบ การเข้ากันไม่ได้กับเพื่อนร่วมงาน รวมไป ถึงแนวทางในการปฏิบัติงานที่ไม่เหมาะกับตัวบุคคล 1.4.2.2 ความสัมพันธ์ ความเครียดจากความสัมพันธ์ในที่นี้เป็นความสัมพันธ์ทั้งคนรัก คู่ชีวิต และ ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ทอาจจะเป็นปัญหาเล็กๆแต่เรื้อรังกันมานานหรือ เป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่สามารถหาทางออกได้ รวมถึงความกดดันในเรื่องการเงินใน ครอบครัว ซึ่งท้ายที่สุดอาจนำไปสู่ความแตกแยกของความสัมพันธ์ได้ 1.4.2.3 ปัญหาสุขภาพ ความเครียดที่เกิดจากโรคประจำตัวที่รักษาไม่หายหรือรักษามานานแล้วไม่ ดีขึ้น ทำให้เกิดความวิตกกังวลและคิดมาก อาการต่างๆที่รบกวนชีวิตประจำวัน รวมถึงอาการที่นอนไม่หลับ หรือหลับ ๆ ตื่น ๆ ทำให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่เพียงพอ จนเกิดปัญหาต่อเนื่องได้ 1.4.2.4 การเปลี่ยนแปลงในชีวิต เกิดจากการเจอเหตุการณ์ในชีวิตที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันหรือไม่ทันได้ตั้งตัว เช่น โดนไล่ออกจากงาน คนในครอบครัวเจ็บป่วย คนในครอบครัวหรือคนรัก เสียชีวิต ส่งผลให้เกิดความเครียดมากขึ้นได้เช่นกัน (จาตุรงค์ ศิริเฑียรทอง, 2566) ความเครียด (อ้างอิงจาก https://www.nestle.co.th/th/nhw/news)
8 2. ประสิทธิภาพ 2.1 ความหมายของประสิทธิภาพ Niraphai Jansawat (2565) กล่าวว่า ประสิทธิภาพคือ กระบวนการ วิธีการหรือการ กระทำใด ๆ ที่นำไปสู่ผลสำเร็จ โดยใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อันได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติ แรงงาน เงินทุน และวิธีการดำเนินการหรือประกอบการ ที่มีคุณภาพสูงสุดในการดำเนินการ ได้อย่างเต็มศักยภาพ อย่างไรก็ตามการดำเนินการใด ๆ นั้นก็ขึ้นอยู่กับทรัพยากร ณ ขณะนั้น ด้วยว่ามีคุณภาพและปริมาณเพียงใด หากมีคุณภาพมากการจะใช้อย่างเต็มศักยภาพได้นั้น จะต้องใช้ในปริมาณน้อยจึงจะเรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพ ต่างกันกับทรัพยากรที่มีปริมาณมาก แต่คุณภาพต่ำที่จะต้องเลือกวิธีการดึงศักยภาพของทรัพยากรออกมาให้ได้มากที่สุดจึงจะ เรียกว่ามีประสิทธิภาพ 2.2 ทฤษฎีของประสิทธิภาพ รพี แก้วเจริญ และฑิตยา สุวรรณชฎ (2510) ได้ให้ความหมายคำว่า ประสิทธิภาพ หมายถึง ความคล่องแคล่วในการปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จ ซึ่งไม่ได้กล่าวถึงปัจจัยนำเข้าหรือ ความพึงพอใจ และณัฐกูล ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2544) มีแนวคิดว่าทีมงานหรือกลุ่มทำงานที่มีประสิทธิภาพ จะต้องมีความรู้สึกที่ดีต่อกันในหมู่สมาชิก และผู้ที่เป็นหัวหน้าต้องตระหนักว่าปัญหาส่วนใหญ่ เกิดจากสภาพแวดล้อม และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ดังนั้นทีมงานที่มีประสิทธิภาพต้องมี เงื่อนที่สำคัญ คือ 1) ความรับผิดชอบ และความผูกพัน โดยความผูกพันต่อองค์การเป็นความผูกพันใน 3 ลักษณะ คือ 1) ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะคงความเป็นสมาชิกในองค์การ 2) มีความตั้งใจ และความพร้อมที่จะใช้ความพยายามที่มีอยู่เพื่อองค์การ 3) มีความเชื่อและยอมรับในคุณค่าและเป้าหมายขององค์การ 2) ความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เนื่องจากบุคคล เกิดความรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญ มีคุณค่า และมีการแลกเปลี่ยนความคิดแบบริเริ่ม สร้างสรรค์กับความก้าวหน้าให้องค์การ 3) ความจำเป็นต้องพัฒนาทักษะ ความสามารถของสมาชิกให้สมาชิกมีความรู้ และความ ชำนาญงาน ตลอดจนเทคนิคการทำงานร่วมกับผู้อื่น
9 4) มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับทีมงาน รวมทั้งการมีที่ปรึกษาเป็นบุคคลที่สาม ซึ่งทำหน้าที่ เป็นผู้รวบรวมข้อมูล เพื่อพัฒนาการทำงาน ให้ข่าวสารย้อนกลับ แก้ไข ปัญหาความขัดแย้ง และการไกล่เกลี่ย ปีเตอร์สัน (Peterson, 1953 อ้างถึงใน ควรคิด ชโลธรรังสี, 2542) ได้กล่าวถึง ความหมายของคำว่า ประสิทธิภาพในการบริหารงานด้านธุรกิจในความหมายอย่างแคบว่า หมายถึง การลดต้นทุนในการผลิต และในความหมายอย่างกว้าง หมายถึง คุณภาพของการมี ประสิทธิผลและความสามารถในการผลิต การดำเนินงานทางด้านธุรกิจที่จะถือว่ามี ประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสามารถผลิตสินค้าหรือบริการ ปริมาณและคุณภาพที่ต้องการในที่ เหมาะสมและต้นทุนน้อยที่สุด ประสิทธิภาพทางด้านธุรกิจมีองค์ประกอบ 4 ประการ คือ ต้นทุน คุณภาพ ปริมาณ และวิธีการในการผลิต ขณะเดียวกัน มิลเลท (Millet, 1954) ได้ให้ ทรรศนะเกี่ยวกับประสิทธิภาพไว้ว่า ประสิทธิภาพ หมายถึง ผลการปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิด ความพึงพอใจแก่มวลมนุษย์และได้รับผลกำไรจากการปฏิบัติงานนั้นด้วย ส่วน ไซมอน (Simon, 1960 อ้างถึงใน ควรคิด ชโลธรรังสี, 2542) ได้ให้ทรรศนะเกี่ยวกับประสิทธิภาพไว้ คล้ายคลึงกับมิลเลท (Millet) กล่าวคือ ถ้าพิจารณาว่างานใดจะมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้นให้ดู จากความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำเข้า (Input) กับผลผลิต (Output) ที่ได้รับ สามารถเขียน เป็นสูตรได้ดังนี้ E = (O-I) + S E = Efficiency คือ ประสิทธิภาพของงาน O = Output คือ ผลผลิต I = Input คือ ปัจจัยนำเข้า S = Satisfaction คือ ความพึงพอใจของผู้รับบริการ จากแนวคิดต่างๆ สรุปว่า ประสิทธิภาพ หมายถึง การประเมินผลต่อระบบงานภายใน ของหน่วยงาน โครงการ นโยบายต่างๆ ว่ามีการปฏิบัติงาน และใช้ทรัพยากรเป็นไปตาม แนวทางที่กำหนดไว้หรือไม่ถ้าเป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ หรือเร็วกว่าที่กำหนด และใช้ ทรัพยากรน้อยกว่าที่กำหนด ก็ถือว่าการปฏิบัติงานในองค์การนั้นมีประสิทธิภาพ หากถ้าไม่ ตรงตามที่กำหนดไว้ และต้องปฏิบัติงานนานขึ้นหรือสูญเสียทรัพยากรมากขึ้น ก็ถือว่าองค์กร นั้นไร้ซึ่งประสิทธิภาพ
10 ประสิทธิภาพ (https://images.app.goo.gl/YXYTeYQUCMqvNJFC7) 3. เทียนหอม 3.1 ความหมายของเทียนหอม พรชัย เกิดเนียม นภัสวรรณ ชำนาญมนต์สุกจ พระเดชะ และ คณะ (2564:3) กล่าวว่า เทียนหอม คือ เทียนที่ถูกแต่งกลิ่นให้มีกลิ่นหอม เวลาจุดจะส่งผลให้กลิ่นลอยฟุ้งอยู่ทั่วบริเวณ ห้องนอกจาก นั้นจะให้แสงสว่างแล้วตัวกลิ่นยังมีความสามารถในกลิ่นสร้างความผ่อนคลาย ให้กับผู้สุดดมตามชนิดของกลิ่นที่ใช้ สามารถช่วยสร้างบรรยากาศให้กับห้องได้อย่างมีเสน่ห์ เทียนหอม (อ้างอิงจาก http://www.mellowshopping.com)
11 3.2 ข้อดีของเทียนหอม ในน้ำหอมระเหยประกอบด้วยโมเลกุลขนาดเล็กที่สามารถจับกับโปรตีนที่อยู่ในโพรงจมูก ซึ่งจะส่งสัญญาณไปกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนลิมบิก (Limbic) ที่ควบคุมอารมณ์ ความคิด และความจำ จึงเป็นเหตุผลที่กลิ่นหอมมีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนเรา โดยตรง และยังส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและการทำงานของหัวใจด้วย (POBPAD, 2565) 3.3 ข้อเสียของเทียนหอม การจุดเทียนหอมทำให้เกิดเขม่ามากกว่าเทียนไขทั่วไป เนื่องจากการใส่น้ำมันหอมระเหย ในเนื้อเทียนทำให้เกิดเขม่ามากเมื่อเผาไหม้ นอกจากนี้ การใส่น้ำมันหอมระเหยปริมาณมาก จะทำให้เนื้อเทียนอ่อนนุ่มและยิ่งเกิดเขม่ามากกว่าเทียนปกติที่ไม่มีกลิ่นหอม หากสูดดมใน ปริมาณมากอาจรบกวนการทำงานของระบบทางเดินหายใจ (POBPAD, 2565)
บทที่ 3 วิธีดำเนินงานศึกษาค้นคว้า เรื่องการศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียนหอมผู้ศึกษาได้ดำเนินการศึกษา ค้นคว้า โดยจัดลำดับขั้นตอน ดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. เครื่องมือและวิธีการสร้างเครื่องมือ 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล 4. การจัดกระทำข้อมูล 5. การวิเคราะห์ข้อมูล 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราห์ข้อมูล 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้ ได้แก่ บุคคลที่มีความเครียดจำนวน 11คน นักเรียน 9 คน อาชีพพนักงานบริษัท 2 คน อาชีพแม่บ้าน 1 คน 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงงาน คือ แบบสอบถาม ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล โดยใช้ผ่าน google form ในการสร้างแบบสอบถามออนไลน์และคำถามแบ่งออกเป็น 4 ข้อ ดังนี้ 1. ระดับความหอมของกลิ่น 2. ระยะเวลาที่ช่วยในการผ่อนคลาย 3. ความสะดวกในการใช้งาน 4. บรรจุภัณฑ์ 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ศึกษาได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการส่งแบบสอบถามให้กลุ่มตัวอย่างผ่านช่องทาง ออนไลน์ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินงาน ดั้งนี้ 1.ผู้ศึกษาสร้างแบบสอบถามผ่าน google form และส่งแบบสอบถามให้กับกลุ่มตัวอย่าง 2.ผู้ศึกษาดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้โปรแกรม google sheet ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
13 4. การจัดกระทำข้อมูล 1. ผู้ศึกษาได้รับผลการประเมินของแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 11 คน 2. ผู้ศึกษาได้ทำการตรวจสอบความถูกต้องของผลการประเมินจากกลุ่มตัวอย่าง 3. ผู้ศึกษาได้นำแบบสอบถามมาตรวจคะแนนโดยมีเกณฑ์ ดังนี้ พึงพอใจมากที่สุด น้ำหนักคะแนน 5 คะแนน พึงพอใจมาก น้ำหนักคะแนน 4 คะแนน พึงพอใจปานกลาง น้ำหนักคะแนน 3 คะแนน พึงพอใจน้อย น้ำหนักคะแนน 2 คะแนน พึงพอใจน้อยที่สุด น้ำหนักคะแนน 1 คะแนน ผู้ศึกษาได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการส่งแบบสอบถามให้กลุ่มตัวอย่างผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินงาน ดั้งนี้ 1.ผู้ศึกษาสร้างแบบสอบถามผ่าน google form และส่งแบบสอบถามให้กับกลุ่มตัวอย่าง 2.ผู้ศึกษาดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้โปรแกรม google sheet ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 5. วิธีการสร้างเครื่องมือ 1. ศึกษาค้นคว้าข้อมูล วารสาร บทความ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเทียนหอมและความเครียด รายละเอียดวัตถุประสงค์ของการศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม 2. ศึกษาการสร้างแบบสอบถามจาก Foogle work space เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้าง แบบสอบถาม 3. ศึกษาความหมาย ทฤษฎี หลักการ แนวคิด องค์ประกอบ เพื่อนำมาจัดทำนิยามศัพท์ เฉพาะและนำนิยามศัพท์เฉพาะมาเป็นแนวทางในการสร้างข้อคำถาม 4. พัฒนาแบบสอบถามแบบมาตรส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ คือ มากที่สุดมาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นในการใช้เทียนหอมบำบัด ความเครียดโดยจำแนกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1. ระดับความหอมของกลิ่น 2. ระยะเวลาที่ช่วยในการผ่อนคลาย 3. ความสะดวกในการใช้งาน 4. บรรจุภัณฑ์ 5. นำแบบสอบถามไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 11 คน และนำมาหาค่าสัมประสิทธิ์ความ เชื่อมั่นโดยวิธีครอนบาค (Cronbach)
14 6. นำไปจัดพิมพ์เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป 6. การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. วิเคราะห์ความพึงพอใจของ เทียนหอมบำบัดความเครียด โดยการหาค่าเฉลี่ยโดยใช้โปรแกรม Excel ในการคำนวณ และ นำเสนอในรูปแบบตารางในโปรแกรม Word 2. นำผลการวิเคราะห์ทางสถิติมาแปลผล ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับน้อยที่สุด 7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. ค่าร้อยละ (Percentage) ( % ) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามตอนที่ 1 2. ค่าเฉลี่ย (Mean) เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ̅โดยใช้สูตร ̅= ∑ เมื่อ ̅ คือ ค่าเฉลี่ย ∑ คือ ผลรวมทั้งหมดของข้อมูล n คือ จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 3. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) แทนด้วยสัญลักษณ์ S.D. ใช้สูตร S.D. =√ ∑ 2−(∑ ) 2 (−1) เมื่อ S.D. แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ∑ 2 แทน ผลรวมของกำลังสองของคะแนน (∑ ) 2 แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกำลังสอง
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การน ำเสนอผลกำรวิเครำะห์ข้อมูลกำรศึกษำเรื่อง กำรศึกษำประสิทธิภำพกำรบ ำบัด ควำมเครียดของเทียนหอม ผู้ศึกษำได้น ำเสนอกำรวิเครำะห์ข้อมูลตำมล ำดับ ดังนี้ 1. ขั้นตอนการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ขั้นตอนนำเสนอผลการวิเคราะห์ ตอนที่ 1 เป็นผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับการดำเนินงาน ตอนที่ 2 เป็นผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับประสิทธิภาพของเทียนหอมบำบัดความเครียด ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 เป็นผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับการดำเนินงาน ตารางที่ 1 ตารางแสดงผลวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามอาชีพ สถานภาพ จำนวน ร้อยละ นักเรียนโรงเรียนวัดทรงธรรม 8 72.73 พนักงานบริษัท 2 18.18 แม่บ้าน 1 9.09 รวม 11 100 จากตารางที่ 1 แสดงว่าในกลุ่มตัวอย่าง 11 คน นักเรียนโรงเรียนวัดทรงธรรม จำนวน 8 คน คิดเป็น ร้อยละ 72.73 พนักงานบริษัท จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 18.18 แม่บ้าน จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 9.09 คิดเป็นร้อยละ 6.70 ข้าราชการ 2 คน คิดเป็นร้อยละ 13.30 รับจ้าง 4 คน คิดเป็นร้อยละ 26.70 แม่ครัว 2 คน คิดเป็นร้อยละ 13.30
16 ตอนที่ 2 เป็นผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับประสิทธิภาพของเทียนหอมบำบัดความเครียด ตารางที่ 2 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลของเทียนหอมกลิ่น after the rain รายการประเมิน 5 4 3 2 1 n ̅ S.D. ระดับคุณภาพ 1. ระดับความหอมของกลิ่น 3 3 5 0 0 11 3.82 0.87 มาก 2. ระยะเวลาที่ช่วยในการผ่อนคลาย 4 6 1 0 0 11 4.27 0.65 มาก 3. ความสะดวกในการใช้งาน 6 4 0 1 0 11 4.36 0.92 มาก 4. บรรจุภัณฑ์ 5 4 2 0 0 11 4.27 0.79 มาก เฉลี่ย 4.18 0.24 มาก จากตารางที่ 2 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลของเทียนหอมกลิ่น after the rain พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจในภาพรวม มีค่าเฉลี่ย 4.18 อยู่ในระดับมาก โดยจำแนกความพึงพอใจ รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ความสะดวกในการใช้งาน มีค่าเฉลี่ย 4.36 มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก รองลงมา คือ ระยะเวลาที่ช่วยในการผ่อนคลายและบรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.27 มีคุณภาพอยู่ในระดับ มาก และมีความพึงพอใจน้อยที่สุด คือ ระดับความหอมของกลิ่น มีค่าเฉลี่ย 3.82 มีคุณภาพอยู่ใน ระดับมาก ตารางที่ 3 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลของเทียนหอมกลิ่น chamomile รายการประเมิน 5 4 3 2 1 n ̅ S.D. ระดับคุณภาพ 1. ระดับความหอมของกลิ่น 2 5 4 0 0 11 3.82 0.75 มาก 2. ระยะเวลาที่ช่วยในการผ่อนคลาย 4 3 4 0 0 11 4.00 0.89 มาก 3. ความสะดวกในการใช้งาน 6 4 0 1 0 11 4.36 0.92 มาก 4. บรรจุภัณฑ์ 5 4 2 0 0 11 4.27 0.79 มาก เฉลี่ย 4.11 0.24 มาก จากตารางที่ 3 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลของเทียนหอมกลิ่น chamomileพบว่า กลุ่ม ตัวอย่างมีความพึงพอใจในภาพรวม มีค่าเฉลี่ย 4.11 อยู่ในระดับมาก โดยจำแนกความพึงพอใจรายข้อ ที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ความสะดวกในการใช้งาน มีค่าเฉลี่ย 4.36 มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก รองลงมา
17 คือ บรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.27 มีคุณภาพอยู่ในระดับมากและมีความพึงพอใจน้อยที่สุด คือ ระดับ ความหอมของกลิ่น มีค่าเฉลี่ย 3.82 มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ จากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียนหอม คณะผู้จัดทำได้สรุปผลอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ได้ดังต่อไปนี้ สรุปผลการศึกษาค้นคว้า ผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า ความพึงพอใจของการการศึกษาประสิทธิภาพการบำบัด ความเครียดของเทียนหอม สรุปได้ดังนี้ 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง 11 คน จำแนกอาชีพ คือ นักเรียนโรงเรียนวัด ทรงธรรม จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 72.73 พนักงานบริษัท จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 18.18 แม่บ้าน จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 9.09 2. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของการศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียน หอมจากกลุ่มตัวอย่างมีคำถามจากแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 4 ข้อ 1)ระดับความหอม ของกลิ่น 2)ระยะเวลาที่ช่วยในการผ่อนคลาย 3)ความสะดวกในการใช้งาน 4)บรรจุภัณฑ์ ความพึง พอใจของการศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียนหอมจากกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับพึง พอใจมาก ̅= 4.15 และ S.D. = 0.24 มีผลปรากฎจำนวนคนที่ตอบแบบสอบถาม ดังนี้ ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของการศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียน หอม กลิ่น after the rain จากกลุ่มตัวอย่าง มีคำถามจากแบบสอบถามเพื่อสอบถามจากกลุ่ม ตัวอย่าง จำนวน 4 ข้อ 1) ระดับความหอมของกลิ่น 2) ระยะเวลาที่ช่วยในการผ่อนคลาย 3) ความสะดวกในการใช้ งาน 4) บรรจุภัณฑ์ ความพึงพอใจของเทียนหอมบำบัดความเครียดกลิ่น after the rain จากกลุ่ม ตัวอย่างอยู่ในระดับ พึงพอใจมาก ̅ = 4.18 และ S.D. = 0.24 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของการศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียน หอม กลิ่น chamomile จากกลุ่มตัวอย่าง มีคำถามจากแบบสอบถามเพื่อสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 4 ข้อ
19 1) ระดับความหอมของกลิ่น 2) ระยะเวลาที่ช่วยในการผ่อนคลาย 3) ความสะดวกในการใช้ งาน 4) บรรจุภัณฑ์ ความพึงพอใจของเทียนหอมบำบัดความเครียดกลิ่น after the rain จากกลุ่ม ตัวอย่างอยู่ในระดับ พึงพอใจมาก ̅= 4.11 และ S.D. = 0.25 อภิปรายผลการศึกษา จากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดความเครียดของเทียน หอม มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษากระบวนการทำเทียนหอม 2. เพื่อผลิตเทียนหอมที่ช่วยบำบัด ความเครียด การดำเนินงานการศึกษาค้นคว้า เริ่มตั้งแต่ วันที่ 15 มิถุนายน 2566จนถึงวันที่ 9 มกราคม 2567 สถานที่ดำเนินการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ โรงเรียนวัดทรงธรรม บ้านของเด็กหญิงกีรติ วงค์กาฬสินธุ์ และ บ้านของเด็กหญิง ประภาวรรณ ช่างประดิษฐ ตลอดโครงงาน สรุปผลได้ดังนี้ เนื่องจากเทียนหอม บำบัดความเครียดการทดลองครั้งแรก ปริมาณกลิ่นของเทียนหอมยังค่อนข้างที่จะอ่อน เราจึง ปรับเปลี่ยนปริมาณกลิ่นให้เพิ่มขึ้นและปรับปรุงพัฒนาไส้ของเทียนหอมให้ไม่เหม็นกลิ่นไหม้ โดย ภาพรวมค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยคือ 4.15 ข้อเสนอแนะ จากคณะผู้จัดทำ 1.ควรเพิ่มระดับความหอมของกลิ่นให้มากขึ้น 2.ควรเปลี่ยนขนาดบรรจุภัณฑ์ 3.ควรพัฒนาคุณภาพของไส้เทียน
20 บรรณานุกรม คริสต์มาส ลิ่มรัตนะกุล. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดในการปฎิบัติงานของบุคลากร สังกัดอง์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา. ความหมายของความเครียด. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 จาตุรงค์ ศิริเฑียรทอง. (2566). ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด. https://bit.ly/3RByZnD สืบค้น เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ดวงพร สุรพงษ์พิวัฒนะ. (2565). ประเภทของความเครียด. https://bit.ly/3tgfho3 สืบค้นเมื่อ วันที่ 9 ธันวาคม 2566 ธรรญชนก ชัยภูมิ. (2564). การศึกษาการจัดการความเครียดในการทำงานของบุคลากร ใน บริษัทส่งออกแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร. ความหมายของความเครียด. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 นักวิจัยทางเคมีประจำมหาวิทยาลัยเซาเธิร์นแคโรไลนา รัฐเซาธ์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ซึ่งนำโดย รู ฮัลเลาะห์มาสซูดี ศาสตราจารย์วิชาเคมีของมหาวิทยาลัย. เทียน-เทียนหอมอันตราย. ข้อเสียของ เทียนหอมที่มีพาราฟิน. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 น้ำค้าง แก้วก่า. (2566). ผลกระทบของความเครียด. https://bit.ly/46TyHg4 สืบค้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 พรชัย เกิดเนียม นภัสวรรณ ชำนาญมนต์ สุกจ พระเดชะ และ คณะ. (2564). เทียนหอมสมุนไพร ไล่ยุง. ความหมายของเทียนหอม. https://bit.ly/3v0gDDM สืบค้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2566 มนันยา ทาศิริ. (2557). กระบวนการจัดการความเครียดสำหรับพนักงานธนาคารกสิกรไทย สาขา ถนนท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่. ความหมายของความเครียด. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. (2565). คุณเป็นโรคความดันโลหิตสูงรึเปล่า. โรคความ ดันโลหิตสูงหมายถึง. bit.ly/3OpCfzH สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม2566 ทิรัศม์ชญา พิพัฒน์เพ็ญ และคณะ. (2557). ความหมายของประสิทธิภาพ https://www.songkhlacity.go.th/files/com_content/201410/20141002_odtydwpa.pd. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 วิกิพีเดีย. (2563). พาราฟิน. พาราฟินหมายถึง. bit.ly/4413JBt สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2566 หงษ์ศิริ ภิยโยดิลกชัย อรุณวรรณ กัมภูสิริพงษ์ มยุรี สวัสดิ์เมือง และ คณะ. (2558). ความเครียด และการแก้ปัญหาความเครียดของนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ มหาวิทยาลัย
21 เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ บพิตรพิมุข จักรวรรดิ. ความหมายของความเครียด. สืบค้นเมื่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 อนุรัตน์ อนันทนาธร. (2559). ภาวะความเครียดและพฤติกรรมการจัดการความเครียดของ ข้าราชการตำรวจตำรวจภูธร สังกัดตำรวจภูธร ภาค2. ความหมายของความเครียด. สืบค้นเมื่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 อัมพร เบญจพลพิทักษ์. (2565). โควิดทำคนไทยเครียดสูง. ภาวะความเครียดของคนไทย. สืบค้น เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566 Niraphai Jansawat. (2565). ความหมายของประสิทธิภาพ. https://bit.ly/3R9Xxm4 สืบค้น เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 POBPAD. (2565). ข้อดีและข้อเสียของเทียนหอม. https://bit.ly/3Nml81S สืบค้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2566 Vimut hospital. (2565). 5โรคหัวใจที่ควรรู้สาเหตุเกิดจากอะไร. bit.ly/3QwFuYQ สืบค้นเมื่อ วันที่ 28 กรกฎาคม 2566,
22 ภาคผนวก .
23 แสดงแบบสอบถามความความพึงพอใจในการเปรียบเทียประสิทธิภาพของเทียนหอม กลิ่น after the rain และ กลิ่น chamomile
24 ผลวิเคราะห์ข้อมูลแบบสอบถามของการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเทียนหอม กลิ่น after the rain และ กลิ่น chamomile
25 วิธีการดำเนินงาน 1. ละลายไขถั่วเหลือง โดยนำไขถั่วเหลืองมาใส่หม้อต้มทนความร้อน จากนั้นต้มไขถั่วเหลืองให้ละลาย คนไขถั่วเหลืองให้เป็นเนื้อเดียวกัน 2. หยดน้ำมันหอมระเหยลงไป 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคนให้เข้ากัน
26 3. ค่อยๆ เทไขถั่วเหลืองที่ต้มเรียบร้อยแล้วลงไปในภาชนะบรรจุเทียนที่เตรียมไว้ แล้วทิ้งไขถั่ว เหลืองไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง รอจนกว่าไขถั่วเหลืองจะแข็งตัว 4. เมื่อไขถั่วเหลืองแข็งตัวเรียบร้อยแล้ว เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
27 ประวัติผู้จัดทำ 1. ชื่อ-นามสกุล : เด็กหญิงกีรติ วงค์กาฬสินธ์ุ วัน/เดือน/ปี : 16/10/2551 ที่อยู่ปัจจุบัน : 299/300 หมู่ 12 ตำบลในคลองบางปลากดอำเภอพระสมุทรเจดีย์จังหวัด สมุทรปราการ 10290 ประวัติการศึกษา : ระดับชั้นอนุบาลถึงระดับชั้นประถมศึกษา เคยศึกษาอยู่ที่โรงเรียนราช ประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ปัจจุบันกำลังศึกษาในระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนวัดทรงธรรม
28 2. ชื่อ-นามสกุล : เด็กหญิงประภาวรรณ ช่างประดิษฐ วัน/เดือน/ปี : 22/04/2552 ที่อยู่ปัจจุบัน : 18 หมู่ 2 ตำบลบางกระสอบ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ประวัติการศึกษา : ระดับชั้นอนุบาลถึงระดับชั้นประถมศึกษา เคยศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเซนต์แมรี่ ปัจจุบันกำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนวัดทรงธรรม
29 3. ชื่อ-นามสกุล : เด็กหญิงพิทยาภรณ์ ดีสวัสดิ์ วัน/เดือน/ปี : 25/12/2551 ที่อยู่ปัจจุบัน : 33/95 หมู่ 1 ตำบลสำโรงกลาง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 10130 ประวัติการศึกษา : ระดับชั้นอนุบาลถึงระดับชั้นประถมศึกษา เคยศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนอำนวย วิทย์ปัจจุบันกำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่ โรงเรียนวัดทรงธรรม