The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังกลุ่มจังหวัด
ภาคใต้ชายแดน_เม.ย.66

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by joob20teeii, 2023-06-14 03:52:22

รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน_เม.ย.66

รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังกลุ่มจังหวัด
ภาคใต้ชายแดน_เม.ย.66

ส ำนักงำนคลังจังหวัดปัตตำนี ศำลำกลำงจังหวัดปัตตำนีถนนเดชำ ต.สะบำรัง อ.เมือง จ.ปัตตำนี รหัสไปรษณีย์ 94000 Tel. 0-7333-3006, 0-7334-9592 Facebook : ส ำนักงำนคลังจังหวัดปัตตำนี E-mail : [email protected] รำยงำนภำวะเศรษฐกิจกำรคลังกลุ่มจังหวัดภำคใต้ชำยแดน (ยะลำ ปัตตำนี นรำธิวำส)


โครงสร้างเศรษฐกิจจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) 1.ภาคบริการ 59.01% 2.ภาคอุตสาหกรรม 32.28% 3.ภาคเกษตร 8.71% โครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ณ ราคาประจ าปี 2564 มูลค่าผลิตภัณฑ์ 16,166,598 ล้านบาท สัดส่วน GPP ประเทศ จ าแนกตามภาคเศรษฐกิจ (%) 1. ภาคบริการ 2. ภาคอุตสาหกรรม 3.เกษตรกรรม 1.ภาคบริการ 2.ภาคเกษตร 3.ภาคอุตสาหกรรม สัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมของภาคใต้ GRP จ าแนกตามภาคเศรษฐกิจ (%) ณ ราคาประจ าปี 2564 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของภาคใต้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของภาคใต้ (GRP) ณ ราคาประจ าปี 2564 มูลค่าผลิตภัณฑ์ 1,277,807ล้านบาท ผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคต่อหัว 131,807 บาท/คน ที่มา : ประมวลข้อมูลโดยใช้ฐานข้อมูล GPP ของส านักบัญชีประชาชาติ สศช. ปี 2564 ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ รายได้เฉลี่ยต่อหัว 231,986 บาท/คน สัดส่วน GPP ภาคใต้ จ าแนกตามภาคเศรษฐกิจ (%) ภาคเกษตร 29% ภาคอุตสาหกรรม 17% ภาคบริการ 54% โครงสร้างการผลิตเศรษฐกิจภาคใต้ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ


โครงสร้างเศรษฐกิจจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดภาคใต้ชายแดน ณ ราคาประจ าปี 2564 มูลค่าผลิตภัณฑ์ 146,275 ล้านบาท สัดส่วน GPP จังหวัดภาคใต้ชายแดน จ าแนกตามภาคเศรษฐกิจ (%) 1. ภาคบริการ 3. ภาคอุตสาหกรรม 2.เกษตรกรรม 1.สาขาเกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง มีมูลค่า 41,335 ล้านบาท 2.สาขาการศึกษา มีมูลค่า 21,652 ล้านบาท 3 .ส า ข า ก า ร บ ริ ห า ร ร า ช ก า ร ก า ร ป้ อ ง กั น ป ร ะ เ ท ศ และการประกันสังคมภาคบังคับมีมูลค่า 17,766 ล้านบาท 4.สาขาการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์ มีมูลค่า 16,061 ล้านบาท 5.สาขาการผลิต มีมูลค่า 11,120 ล้านบาท จังหวัดที่มี GPP เฉลี่ยรายได้เฉลี่ย ต่อหัวสูงสุด 1.ยะลา 2.ปัตตานี 3.นราธิวาส ที่มา : ประมวลข้อมูลโดยใช้ฐานข้อมูล GPP ของส านักบัญชีประชาชาติ สศช. ปี 2564 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดภาคใต้ชายแดน รายได้เฉลี่ยต่อหัว 78,709 บาท/คน ภาคเกษตร 28% ภาคบริการ 62% ภาคอุตสาหกรรม 10% โครงสร้างการผลิตเศรษฐกิจจังหวัด ภาคใต้ชายแดน ณ ราคาประจ าปี 2564 มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดภาคใต้ชายแดน ณ ราคาประจ าปี 2564 โดยสาขามูลค่าผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงสุด 5 ล าดับแรก 1.เกษตรกรรม การป่ าไม้ และการประมง 28.26 % 2. การศึกษา 14.80 % 3.การบริหารราชการ การป้องกัน ประเทศ และการประกันสังคมภาค บังคับ 12.15 % 4.การขายส่งและ การขายปลีก การซ่อมยาน ยนต์และ จักรยานยนต์ 10.98 % 5.การผลิต 7.60 % สาขามูลค่าผลิตภณัฑท์ ี่มีมูลค่าสูงสุด 5 ล าดับแรก 1.เกษตรกรรม การป่ าไม้ และการประมง 2. การศึกษา 3.การบริหารราชการ การป้องกันประเทศ และการประกันสังคมภาคบังคับ 4.การขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์


การสะสมทุนของจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) ด่านพรหมแดน ไทย - มาเลเซีย ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดภาคใต้ชายแดนที่ส าคัญ การเกษตร ประมงทะเล การบริการและ การค้าส่ง ค้าปลีก การค้าชายแดน การใช้จ่ายภาครัฐ ยางพารา ปาล์ม ส้มโชกุน ทุเรียน มะพร้าว กุ้งแวนาไม สัตว์น้ าขึ้นท่า ด่านศุลกากรเบตง ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก ด่านศุลกากรตากใบ ด่านศุลกากรบูเก๊ะตา 1. ภาคบริการ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 62 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดภาคใต้ชายแดน ประกอบด้วยสาขาการก่อสร้าง สาขาการขายส่งและการขายปลีก สาขาการขนส่ง สาขาที่พักแรม และบริการด้านอาหาร 2. ภาคการเกษตร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 28 คือ สาขาเกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง 3. ภาคอุตสาหกรรม คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 ประกอบด้วยสาขาการท าเหมืองแร่และเหมืองหิน สาขาการผลิต สาขาไฟฟ้า ก๊าซ ไอน า และระบบปรับอากาศ และสาขาการจัดหาน า การจัดการ และการบ าบัดน าเสีย ของเสีย และสิ่งปฏิกูล 1. ด่านศุลกากรเบตง 2. ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก 3. ด่านศุลกากรตากใบ 4. ด่านพรหมแดนบูเก๊ะตา ท่าอากาศยาน 1. ท่าอากาศยานนราธิวาส 2. ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ตลาดกลางการเกษตรเพื่อ การส่งออกจังหวัดภาคใต้ชายแดน ท่าเทียบเรือจังหวัดปัตตานี 1 2 3 4 แหล่งโบราณสถานและสถานที่ ท่องเที่ยว 5 1. วัดช้างไห้ (หลวงปู่ทวด) 2. ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว 3. มัสยิดกลางปัตตานี 4. มัสยิดกรือเซะ 5. มัสยิดวาดีลฮูเซ็น (อายุ 300 ปี) 6. อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว 7. เขื่อนบางลาง ป่าฮาลา- บาลา 8. สกายวอล์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง 9. บ่อน้ าร้อนเบตง 10. อุโมงค์ปิยะมิตร สถานศึกษาที่มีมาตรฐานและ ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ 6 1. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 2. มหาวิทยาลัยฟาฏอนี 3. มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ 4. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โรงแรมระดับมาตรฐาน ศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้า 7 1. โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี 2. โรงแรมตันหยงนราธิวาส 3. โรงแรมอิมพีเรียลนราธิวาส 4. โรงแรมยะลารามา 5. โรงแรมปาร์ควิว 6. โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ 7. โรงแรมการ์เด้น วิว เบตง 8. บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ 9. ศูนย์การค้าโคลีเซี่ยมยะลา โครงสร้างเศรษฐกิจ


รายงานเศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน(ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) “เศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) เดือนเมษายน 2566 ขยายตัวร้อยละ 1.53 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เป็นผลสืบเนื่องมาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจจังหวัดนราธิวาส และ ยะลา ขณะที่จังหวัด ปัตตานีหดตัว การขยายตัวจากผลผลิตภาคบริการ และภาคการเกษตรกรรม โดยด้านอุปทานขยายตัว จากภาคบริการ และภาคเกษตรกรรม ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมหดตัว ด้านอุปสงค์หดตัว จากการค้าชายแดน การใช้จ่ายภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน และการบริโภคภาคเอกชน ด้านเสถียรภาพ อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ส าหรับการจ้างงานขยายตัว จากการจ้างงานเพิ่มขึ้นในสถานประกอบการโรงแรมที่และพัก ธุรกิจร้านอาหาร และสถานบริการ จากการฟื้นตัวของ การท่องเที่ยว” ด้านอุปทาน (การผลิต) ด้านอุปสงค์(การใช้จ่าย) ภาคบริการ ขยายตัว +26.41 จากจ านวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปริมาณการใช้ ไฟฟ้าของโรงแรมและที่พักเพิ่มขึ้น ภาคเกษตรกรรม ขยายตัว 10.35 จากปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรยางพารา ของจังหวัดนราธิวาสเพิ่มขึ้น รายได้เกษตรกร หดตัว-13.29 จา กป ริมาณแล ะ ราค าผลผลิตสิน ค้าเ กษต ร ยางพาราของจังหวัดปัตตานีและยะลาลดลง ภาคอุตสหกรรม หดตัว -6.73 จากปริมาณผลผลิตอุตสาหกรรมลดลงของจังหวัดยะลา และปัตตานี การค้าชายแดน หดตัว -25.69 จากมูลค่าการส่งออกน าเข้าผ่านด่านศุลกากร ลดลงของจังหวัดยะลาและนราธิวาส การใช้จ่ายภาครัฐ หดตัว -14.98 จากการเบิกจ่ายรายจ่ายประจ าและรายจ่ายลงทุนลดลง การลงทุนภาคเอกชน หดตัว -9.37 จากการลดลงของพื้นที่ให้อนุญาตก่อสร้าง รถยนต์จดทะเบียนเพื่อการพาณิชย์ และทุนจดทะเบียน นิติบุคคลจดทะเบียนใหม่ การบริโภคภาคเอกชน หดตัว -6.73 จากการลดลงจ านวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้ ................................................................. กลุ่มงานนโยบายและเศรษฐกิจจังหวัด ส านักงานคลังจังหวัดปัตตานี ศาลากลางจังหวัดปัตตานี ชั้น 1 อาคาร 1 ถ.เดชา ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี โทร.0-7334-9592, 0-7333-3006 E-mail : [email protected] ด้านการเงิน ด้านการคลัง เงินฝากรวม หดตัว -2.65 สนิเช่ือรวม หดตัว -3.53 ขาดดุล -2,145.59 ล้านบาท รายได้น าส่งคลัง 137.51 ล้านบาท รายจ่ายรวม 2,283.10 ล้านบาท เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้ อ เพ่มิข้ึ น +1.13 การจ้างงาน เพ่มิข้ึ น +3.03 ประจ าเดือน เมษายน 2566


1 รายงานเศรษฐกิจโดยรวมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) ประจำเดือนเมษายน 2566 “เศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) เดือนเมษายน 2566 ขยายตัวร้อยละ 1.53 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เป็นผลสืบเนื่องมาจากการ ขยาย ตัวของเศรษฐกิจจังหวัดนราธิวาส และยะลา ขณะที่จังหวัดปัตตานีหดตัว การขยายตัวจากผลผลิตภาคบริการ และภาคการเกษตรกรรม โดยด้านอุปทานขยายตัว จากภาคบริการ และภาคเกษตรกรรม ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมหดตัว ด้านอุปสงค์หดตัว จากการค้าชายแดน การใช้จ่ายภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน และ การบริโภคภาคเอกชน ด้านเสถียรภาพ อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง สำหรับการจ้างงานขยายตัว จากการจ้างงานเพิ่มขึ้นในสถานประกอบการโรงแรมที่และพัก ธุรกิจร้านอาหาร และสถานบริการ จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว” ด้านอุปทานขยายตัว ร้อยละ 17.80 จากภาคบริการขยายตัว ร้อยละ 26.41 ตามการฟื้นตัวของ ภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานีพิจารณาจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ผ่านด่านพรมแดน ปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้าในโรงแรม และรายได้ของกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลต่อเนื่อง จากการเปิดด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจากหน่วยงานในพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้ามาเฉลิมฉลอง เทศกาลฮารีรายอ (อีดิ้ลฟิตรี) ในพื้นที่ผ่านด่านพรมแดน และจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น จากอานิสงส์ วันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ และวันที่ 22 เมษายน 2566 เป็นวันฮารีรายออีฎิ้ลฟิตริ ปีฮิจเราะห์ ศักราช 1444 (ตามปฏิทินอิสลาม) หรือวันเฉลิมฉลองของพี่น้องชาวมุสลิม หลังจากที่ถือศีลอดมาตลอด 1 เดือนเต็ม ในเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา ซึ่งพี่น้องมุสลิมที่ทำงานอยู่ต่างพื้นที่พากันเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง เพื่อเข้าร่วม ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยพร้อมเพรียงกัน ได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อน ญาติพี่น้องเพื่อขออภัยซึ่งกันและกัน ประกอบกับภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และกิจการเกี่ยวเนื่อง มีรายได้เพิ่มขึ้น มีเม็ดเงินกระจายสู่ระบบเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดน ภาคใต้เพิ่มขึ้น และภาคเกษตรกรรม ขยายตัวร้อยละ 10.35 สะท้อนจากการปริมาณผลผลิตยางพาราของ จังหวัดนราธิวาสเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีปริมาณฝนตกน้อยกว่าปีก่อน ทำให้จำนวนวันกรีดยางมากขึ้น และส่งผลต่อ ผลผลิตยางพาราเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณผลผลิตยางพาราของจังหวัดปัตตานีและยะลาลดลง เนื่องจากเป็นช่วงฤดูยาง ผลัดใบซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนของแต่ละพื้นที่ เกษตรกรชาวสวนยางจึงหยุดกรีดยางในช่วงนี้ ส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ ตลาดลดลง ประกอบกับราคายางพาราปรับตัวลดลง จากความต้องการของประเทศคู่ค้าที่ลดลงซึ่งได้รับปัจจัยกดดัน


2 จากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก และประเทศคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะสหรัฐและยุโรป ซึ่งดัชนีภาคการผลิต ของทั้งสหรัฐและยูโรโซนเข้าสู่ภาวะหดตัว ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมหดตัว ร้อยละ -6.73 ตามการลดลงของปริมาณ ผลผลิตอุตสาหกรรมของจังหวัดยะลาและปัตตานี สะท้อนได้จากปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์จากยางพาราผ่านด่าน ศุลกากรเบตง และการผลิตอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็ง และอาหารทะเลกระป๋องหดตัว ตามความต้องการสินค้า อุตสาหกรรมของประเทศคู่ค้าสำคัญที่ชะลอลง จากผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ ยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับสต็อกสินค้าของประเทศคู่ค้ายังมีอยู่ ทำให้ชะลอการสั่งซื้อสินค้า ด้านอุปสงค์หดตัวร้อยละ -13.51 จากการค้าชายแดนหดตัว ร้อยละ -25.69 ตามการลดลงของ มูลค่าการส่งออกและนำเข้าสินค้า ของจังหวัดยะลาและนราธิวาส โดยสินค้าที่มีมูลค่าการนำเข้าลดลง เช่น แก๊สแอมโมเนียเหลว เมลามีนใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมไม้อัด ใบมีดล่าง/ใบมีดพ่วง ไม้แปรรูป แป้งสาลี และเครื่องใช้ ครัวเรือน สินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกลดลง เช่น ผลิตภัณฑ์จากยางพารา ผลไม้สด กุญแจเฟอร์นิเจอร์ และ ปลาสดแช่เย็น การใช้จ่ายภาครัฐหดตัว ร้อยละ -14.98 พิจารณาจากการเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนและการเบิกจ่าย รายจ่ายประจำหดตัวของจังหวัดปัตตานี นราธิวาส และยะลา เป็นผลจากผลจากรายการรายจ่ายลงทุนลดลง ได้แก่ โครงข่ายทางหลวงได้รับการบำรุงรักษาของแขวงทางหลวงปัตตานีแขวงทางหลวงนราธิวาส แขวงทางหลวงชนบท นราธิวาส และศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า และการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำลดลง ได้แก่ โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมการปกครอง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ รายจ่ายค่าตอบแทนและเงินอุดหนุนทั่วไป ซึ่งจะเบิกจ่ายตามระยะเวลาแผนงานโครงการและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ของจังหวัดยะลา การลงทุนภาคเอกชนหดตัว ร้อยละ -9.37 พิจารณาจากการลดลงของพื้นที่ให้อนุญาตก่อสร้าง ในเขตเทศบาล จำนวนรถยนต์บรรทุกเพื่อการพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ และจำนวนทุนจดทะเบียนธุรกิจนิติบุคคลใหม่ ของจังหวัดปัตตานีและยะลา ตามกำลังซื้อเกษตรกรที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนการผลิต อาทิ ค่าไฟฟ้า ค่าแรงงาน และต้นทุนทางการเงินที่ยังสูงขึ้นจากต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่เพิ่มสูงขึ้น ตามทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการลงทุน และการบริโภคภาคเอกชนหดตัว ร้อยละ -6.73 พิจารณาจากการลดลงจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ ของจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ตามกำลังซื้อที่เปราะบาง ความเข้มงวดในการ พิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน การชะลอการตัดสินใจซื้อของภาคธุรกิจ และภาคประชาชนในช่วงก่อน การเลือกตั้ง และกำลังซื้อเกษตรกรที่ลดลง ประกอบกับค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยกดดันการบริโภค ในภาพรวม อย่างไรก็ตาม มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพแก่ประชาชนของรัฐ อาทิ โครงการลงทะเบียน เพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 ซึ่งผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จสามารถใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐได้ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2566 ช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชนก่อให้เกิดการใช้จ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคบริโภค ในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในพื้นที่ ถือเป็นเศรษฐกิจฐานรากที่สำคัญ ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้


3 รายได้เกษตรกร หดตัวร้อยละ -13.29 จากปริมาณและราคาผลผลิตภาคเกษตรกรรมลดลง ของจังหวัด ปัตตานีและยะลา เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และเป็นช่วงฤดูยางผลัดใบ เกษตรกรชาวสวนยางต้องหยุดกรีด ยางในช่วงนี้ ส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง และราคายางพาราปรับตัวลดลงจากความต้องการของประเทศคู่ค้า ที่ลดลงซึ่งได้รับปัจจัยกดดันจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก ประเทศคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะสหรัฐและยุโรป ซึ่งดัชนีภาคการผลิตของทั้งสหรัฐและยูโรโซนเข้าสู่ภาวะหดตัว ประกอบกับราคาวัตถุดิบและต้นทุนอื่น ๆ อาทิ ต้นทุนค่าไฟฟ้า ต้นทุนดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายฯ และราคาปุ๋ยเคมียังอยู่ในระดับสูง เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้สุทธิของเกษตรกรหดตัว ด้านเสถียรภาพ อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 1.13 โดยมีปัจจัยสำคัญจากการเพิ่มขึ้น ของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น ตามการสูงขึ้นของกลุ่มข้าว แป้ง ผลิตภัณฑ์จากแป้ง กลุ่ม เนื้อสัตว์ เป็ดไก่ สัตว์น้ำ กลุ่มไข่และผลิตภัณฑ์นม กลุ่มผักสด กลุ่มผลไม้สด กลุ่มเครื่องประกอบอาหาร กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์จากการสูงขึ้นของราคากาแฟผงสำเร็จรูป น้ำอัดลม และกาแฟ/ชา (ร้อน/เย็น) กลุ่มอาหารบริโภคในบ้าน และกลุ่มอาหารบริโภคนอกบ้าน และหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น ตามการสูงขึ้นของหมวดเคหสถาน จากการสูงขึ้นของราคาค่ากระแสไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม และค่าเช่าบ้าน ในขณะที่หมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสารลดลง จากการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ สำหรับการจ้างงานขยายตัว ร้อยละ 3.03 ตามจำนวนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ม.33 เพิ่มขึ้น ตามความต้องการแรงงานในพื้นที่ โดยเฉพาะแรงงานภาคบริการ ภาคการผลิต การก่อสร้าง และการขายส่งขายปลีก จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและภาคบริการ ด้านการเงิน ปริมาณเงินฝากรวม หดตัวร้อยละ -2.65 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ตามปริมาณเงินฝากของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ลดลงของจังหวัดนราธิวาส ยะลา และ ปัตตานี และปริมาณสินเชื่อรวม หดตัวร้อยละ -3.53 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากการปล่อยสินเชื่อ ของธนาคารพาณิชย์ลดลง ตามทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อย่างต่อเนื่อง และจากการประชุมครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปีจากร้อยละ 1.75 เป็นร้อยละ 2.00 ต่อปี ส่งผลให้ต้นทุนดอกเบี้ย เงินกู้ยืมเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการลงทุน ด้านการคลัง สำหรับผลการจัดเก็บรายได้นำส่งคลังในเดือนเมษายน 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 137.51 ล้านบาท จากการจัดเก็บรายได้อื่นเพิ่มขึ้นจากหน่วยราชการอื่น ๆ รายการค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด ค่าปรับอื่น และเงินเหลือจ่ายปีเก่าส่งคืนของจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส รายจ่ายเงินงบประมาณ รวมทั้งสิ้น 2,283.10 ล้านบาท จากการเบิกจ่ายรายจ่ายงบประจำและรายจ่ายลงทุน ลด ลง สำหรับดุลเงินงบประมาณขาดดุล รวมทั้งสิ้น -2,145.59 ล้านบาท


4 จงัหวัด เศรษฐกจิโดยรวม (HeP) 2 44.34 3 -9.96 6 0.39 2 1.53 ดชันีผลผลติภาคภาคเกษตร (API) 2 137.74 3 -34.31 4 -17.25 6 10.35 ดชันีผลผลติภาคอตุสาหกรรม (IPI) 2 4.70 3 -7.32 4 -15.58 7 -6.73 ดชันีผลผลติภาคบริการ (SI) 2 80.99 2 4.75 6 12.52 1 26.41 ดชันีการบริโภคภาคเอกชน (CP Index) 7 -7.51 7 -5.72 4 -6.69 7 -6.73 ดชันีการลงทุนภาคเอกชน (IP Index) 6 2.08 3 -15.86 4 -10.08 3 -9.37 ดชันีการใช้จา่ยภาครัฐ (G Index) 7 -13.29 7 -19.76 7 -12.60 7 -14.98 ดชันีมูลคา่การสง่ออกน าเข้า (XM Index) 4 -10.00 4 -38.56 4 -25.69 ดชันีรายไดเ้กษตรกร (Farm Income Index) 2 72.77 3 -48.73 4 -32.07 3 -13.29 อตัราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) 7 -0.28 2 0.38 2 2.65 2 1.13 การจา้งงาน (Employment) (จ านวน) 1 364,611 1 349,229 5 261,024 1 974,864 การจา้งงาน (Employment) (Heowth) 1 4.69 1 2.61 2 1.34 1 3.03 เงินฝากรวม 7 - 3.35 7 -2.60 7 -1.78 7 -2.65 สนิเชื่อรวม 7 - 0.89 7 -6.73 7 -2.40 7 -3.53 รายไดน้ าสง่คลงั (ลา้นบาท) 1 26.09 1 89.54 1 21.88 137.51 รายจา่ยเงินงบประมาณรวม (ลา้นบาท) 1 820.30 1 696.10 1 766.70 2,283.10 ดลุเงินงบประมาณ (ลา้นบาท) 7 -794.21 7 -606.56 7 -744.82 7 -2,145.59 5 5 ตารางสถานการณ์เศรษฐกิจกลุ่มจังหวดัภาคใต้ชายแดน (ยะลา ปัตตานีนราธิวาส) ไมม่ดีา่น ขยายตวัหดตวั ประจ าเดือนเมษายน 2566 นราธวิาส ปตัตานียะลา กลมุ่จงัหวัด


Click to View FlipBook Version