ววรรร คท อองง
ใในนว ร รณ ค ดีี
จัดทำโดย นางสาวพรรณิภา ปวงจันทร์
รหัสนักศึกษา ๖๓๑๘๑๐๑๐๒๐๕
สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
โคลงสองสุภาพ
ฉันทลักษณ์
โ ค ล ง ส อ ง สุ ภ า พ บ ท ห นึ่ ง จ ะ มี ๓ ว ร ร ค ว ร ร ค ห นึ่ ง แ ล ะ ว ร ร ค
ส อ ง จ ะ มี จํ า น ว น คำ ว ร ร ค ล ะ ๕ คำ ใ น ว ร ร ค ส า ม จ ะ มี จำ น ว น คำ
๔ คำ ซึ่ ง ร ว ม ทั้ ง ห ม ด ๓ ว ร ร ค จ ะ มี จำ น ว น คำ ร ว ม ทั้ ง สิ้ น ๑ ๔ คำ
แ ล ะ ใ น ว ร ร ค สุ ด ท้ า ย ส า ม า ร ถ ที่ จ ะ ใ ส่ คำ ส ร้ อ ย ไ ด้ เ พิ่ ม ขึ้ น อี ก ๒ คำ
โ ค ล ง สี่ มี ฉ บั บ ไ ว้
ห นึ่ ง เ รี ย ก โ ค ล ง ส อ ง ใ ห้ ป ร า ช รู้ ดู นิ พ น ธ์ ฯ
( จิ น ด า ม ณี )
โคลงสามสุภาพ
ฉันทลักษณ์
โคลงสามสุภาพ มีลักษณะเหมือนโคลงสองสุภาพคลิก แตกต่างก็
เพียงว่า มีการเพิ่มบาทลงหน้าโคลงสองสุภาพอีก ๑ บาทเท่านั้นเอง
โคลงสามสุภาพ มีกำหนดพื้นฐานคือ บาทคณะ คำเอก คำโท คำ
สัมผัส คำสร้อย
ภูบาลอื้นอำนวย
อวยพระพรเลิศล้น
จงอยุธย์อย่าพ้น แห่งเงื้อมมือเทอญ พ่อนา ฯ
(ลิลิตตะเลงพ่าย)
โคลงสี่สุภาพ
ฉันทลักษณ์
๑.บทหนึ่งมี 4 บาท (หนึ่งบรรทัดคือหนึ่งบาท) แต่ละบาทแยกเป็น ๒ วรรค เรียก
วรรคหน้ากับวรรคหลัง แบ่งเป็นวรรคหน้า ๕ คำ วรรคหลัง ๒ คำ เฉพาะบาทที่ ๔ หรือบาท
สุดท้ายกำหนดให้วรรคหลังมี ๔ คำ
๒.คำสร้อย เฉพาะบาท ๑ กับบาท ๓ อนุญาตให้มีคำเพิ่มต่อท้ายวรรคหลังได้ อีกบาทละ ๒
คำ เรียก คำสร้อย หรือสร้อยคำ นิยมให้ลงท้ายด้วยคำดังนี้ เฮย แฮ ฮา รา ฤา นา นอ พ่อ
แม่ พี่ เอย ฯลฯ
๓.เอก – โท คือ คำกำหนดบังคับเสียง อันเป็นลักษณะพิเศษของโคลง
เสี ยงลือเสี ยงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสี ยงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤๅพี่
สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ
(ลิลิตพระลอ)
โคลงสี่สุภาพ
ให้ปลายบาทเอกนั้น มาฟัด
ห้าที่บทสองวัจน์ ชอบพร้อง
ในที่ เบญจนา
บทสามดุจเดียวทัด ที่ห้าบทหลัง ฯ
ปลายแห่งบทสองต้อง
(จินดามณี)
กลอนสี่
ฉันทลักษณ์
เป็นคำประพันธ์ประเภทกลอน ใน ๑ บท มี ๒ บาท ๑ บาท มี ๒ วรรค วรรคละ ๔ คำ
กลอน ๔ ตามหลักฐานทางวรรณคดีไทย กลอน ๔ ที่เก่าที่สุดพบในมหาชาติคำหลวง
กัณฑ์มหาพน (สมัยอยุธยา) แต่ต่อมาไม่ปรากฏในวรรณคดีไทยมากนัก มักแทรกอยู่
ตามกลอนบทละครต่าง ๆ
จักกรีดจักกราย จักย้ายจักย่อง
ไม่เมินไม่มอง ไม่หมองไม่หมา
งามเนื้ องามนิ่ม งามยิ้มงามย่าง
ดูคิ้วดูคาง ดูปรางดูปรุง
กลบทจาตุรงคนายก, ศิริวิบุลกิตติ, หลวงปีชา (เซ่ง)
กลอนแปด (กลอนสุภาพ)
ฉันทลักษณ์
บทหนึ่งมี ๒ คำกลอน
คำกลอนหนึ่งมี ๔ วรรค
แต่ละวรรคมี ๘ คำ (๗ - ๙ คำ)
เหวยเหวยอีจันทรา ขึ้นหน้าเถียงผัว
อุบาทว์ชาติชั่ ว ไสหัวมึงไป
พระองค์เจ้าหลงใหล
นางจันทาเถียงเล่า พระไม่ปรานี
ไล่ตีเมียไย พระไล่โบยตี
เหมือนที่ขับไป
เมียผิดสิ่งใด บทละครครั้งกรุงเก่า เรื่อง สังข์ทอง
หรือเป็นกาลี
กาพย์ยานี ๑๑
ฉันทลักษณ์
พยางค์สุดท้ายของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับพยางค์ที่ ๓ ของวรรคที่ ๒
พยางค์สุดท้ายของวรรคที่ ๒ สัมผัสกับพยางค์สุดท้ายของวรรคที่ ๓
พยางค์สุดท้ายของวรรคที่ ๓ อาจสัมผัสกับพยางค์ที่ ๑, ๒ หรือ ๓ ของ
วรรคที่ ๔ พยางค์สุดท้ายของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับพยางค์สุดท้ายของวรรคที่
๒ ของบทต่อไป
เรื่อยเรื่อยมารอนรอน ทิพากรจะตกต่ำ
สนธยาจะใกล้ค่ำ คำนึงหน้าเจ้าตราตรู
นกบินเฉียงไปทั้งหมู่
เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง เหมือนพี่อยู่ผู้เดียวดาย
ตัวเดียวมาพลัดคู่
กาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง)
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
ฉันทลักษณ์
บทหนึ่งมี ๗ วรรคขึ้นต้นด้วยวรรครับ ต่อด้วยวรรครอง และวรรคส่ง แล้วขึ้นต้น
ด้วยวรรคสดับ – รับ – รอง – ส่ง ตามลำดับ รวม ๗ วรรค เป็น ๑ บท แต่ละ
วรรคมี ๔ คำ ๑ บทมี ๗ วรรค รวม ๒๘ คำ
เข็ญใจไม้ขอน พระชวนนวลนอน
ภูธรสอนมนต์ เหมือนหมอนแม่นา
เย็นค่ำร่ำว่า ให้บ่นภาวนา
กันป่าไภยพาล
มีดารากร วันนั้นจันทร
เห็นสิ้ นดินฟ้า เป็นบริวาร
มาลีคลี่บาน ในป่าท่าธาร
ใบก้านอรชร
(กาพย์พระไชยสุริยา
: (สุนทรภู่)
กาพย์ฉบัง ๑๖
ฉันทลักษณ์
๑. บทหนึ่งมี ๓ วรรค อาจเรียกว่าวรรคสดับ วรรครับ วรรคส่ง ก็ได้ แบ่งเป็น
วรรคแรก (วรรคสดับ) มี ๖ คำ วรรคที่สอง (วรรครับ) มี ๔ คำ
วรรคที่สาม (วรรคส่ง) มี ๖ คำ รวมทั้งหมด 16 คำ จึงเรียกฉบัง ๑๖
สัมผัส
๒. สัมผัสนอก หรือสัมผัสระหว่างวรรค อันเป็นสัมผัสบังคับ มีดังนี้
คำสุดท้ายของวรรคหนึ่ง (วรรคสดับ) สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคสอง (วรรครับ)
สัมผัสระหว่างบท ของกาพย์ฉบัง คือ คำสุดท้ายของวรรคสาม (วรรคส่ง) เป็นคำส่งสัมผัส บังคับให้บท
ต่อไปต้องรับ สัมผัสที่คำสุดท้ายของวรรคหนึ่ง (วรรคสดับ
สัตว์จำพวกหนึ่งสมญา พหุบาทา
มีเท้าอเนกนับหลาย
เท้าเกินกว่าสี่โดยหมาย สองพวกภิปราย
สั ตว์น้ำสั ตว์บกบอกตรง
สัตวาภิธาน (สุนทรภู่)
ข้อสังเกต : คำสุดท้ายของบทห้ามใช้คำตายหรือคำที่มีรูปวรรณยุกต์ และนิยมใช้เสียง
วรรณยุกต์สามัญหรือจัตวา
วสันดิลกฉันท์ ๑๔
ฉันทลักษณ์
ฉันท์ บทหนึ่งมี ๒ บาท บาทหนึ่งมี ๒ วรรค วรรคต้นมี ๘ คำ วรรคท้ายมี ๖ คำรวม
ทั้งบาทมี ๑๔ คำ
สัมผัส มีสัมผัสในบทสองแห่ง คือ คำสุดท้ายของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำที่ ๓ ของ
วรรคที่ ๒ และ คำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ ๓
สัมผัสระหว่างบท คือ คำสุดท้ายของบท สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ ของบท
ต่อไป
คำครุ ลหุ บทหนึ่งมีคำครุทั้งหมด ๑๔ คำ คำลหุ ๑๔ คำ บังคับ ครุ และลหุ
แสงดาววะวาวระกะวะวับ ดุจะดับบเดนดวง
แขลับก็กลับพิภพรสรวง มิสรพรึบพะพราวเพรา
เคยเห็น ณ เพ็ญพระรศมี รชนีถนัดเนา
เหนือนั่นแน่ะจะสละเงา กลเงินอร่ามงาม
ชิต บุรทัต
บรรณานุกรม
บ้านกลอนน้อย. (๒๕๖๑). โคลงสองสุภาพ บ้านกลอนน้อยลิตเติลเกิร์ล.
บ้านกลอนน้อย. (๒๕๖๑). โคลงสามสุภาพ บ้านกลอนน้อยลิตเติลเกิร์ล.
โคลงสี่สุภาพเกาะเสม็ด. (๒๕๕๙). ธนาภา,หนึ่งฤทัย.
ทรูปลูกปัญญา. (๒๕๖๔). กาพย์ฉบัง๑๖.
บ้านกลอนไทย. (๒๕๕๗). วสันตดิลกฉันท์๑๔.
หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย