2) สายทองคู่บิดเกลียวแบบมีฉนวนหุ้ม (Shiolded Twisted Pair : STP) เป็นสายเส้นคู่ตีเกลียวเครือข่ายคอมผิวเตอร์เบื้องต้นมีอยู่ 2 คู่ มีเส้นลวดถัก (Shield) ป้องกันสัญญาณรบกวน
2. สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) เป็นสายทองแดงอีก ประเภทหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก มีลวดทองแดงเส้นเดียวเป็นแกนกลางเส้น ผ่านศูนย์กลางของทองแดงยิ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งสามารถส่งข้อมูลได้มาก
“ การส่งสัญญาณแบบนี้ เป็นการส่งสัญญาณโดยที่ไม่ต้อง อาศัยสายสัญญาณ จึงเรียกว่าเป็นสัญญาณแบบไร้สาย ได้แก่สัญญาณ วิทยุ แสงอินฟาเรต ไมโครเวฟ และดาวเทียม มีรายละเอียดดังนี้ ” 1. สัญญาณวิทยุ (Broadcast Radio) เป็นการรับ - ส่ง สัญญาณด้วยคลื่นวิทยุ มีการส่งสัญญาณแบบไร้ทิศทางไม่แน่นอนจะ กระจาย 5ออกไปทั่วทุกทิศ มีความกว้างในการส่งสัญญาณที่ความถี่ 300 MHZ - 1 GHz ช่องทางการสื่อสารแบบไร้สาย
2. แสงอินฟราเรด (Infrared) เป็นการรับ - ส่งสัญญาณใน ระยะใกล้ที่ต้องมีตัวรับสัญญาณที่ดิดตั้งบนที่สูง หรือบน เพดานเพื่อช่วยกระจายสัญญาณไปยังคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในรัตมีพื้นที่รับ สัญญาณได้ ความเร็วในการรับ - ส่งประมาณ 4 Mbps ท าให้รับ – ส่ง สัญญาณได้ 3. ระบบไมโครเวฟ (Microwave System) เป็นการส่งข้อมูล ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือดลื่นไมโครเวฟ ส่งข้อมูลโดยต้องใช้จานส่ง สัญญาณและจานรับสัญญาณในลักษณะ Line of Sight นั่นคือ ต้องมี ทิศทางเป็นเส้นตรงแบบจุดต่อจุด กรณีที่มีปัญหาเรื่องของการส่งสัญญาณ จากสิ่งกีดขวาง
4. Satellite Link การรับ - ส่งข้อมูลโดยใช้สัญญาณดาวเทียม ต้องมีสถานีรับส่ง ที่มีเสารับ - ส่งสัญญาณคล้ายกับการส่งข้อมูโดยใช้คลื่น ไมโครเวฟแต่มีความแตกต่างอยู่บ้าง คือ การรับ - ดาวเทียม จะเป็นการส่ง แบบแพร่กระจายข้อมูล ให้กับหลายสถานีได้พร้อมกัน ด้วยคลื่นสัญญาณ ความถี่สูง
“ อุปกรณ์ในการจัดท าระบบเครือข่าย ประกอบด้วย ” 1. การ์ดเครือข่าย (Network Interiace Card) หรือการ์ด แลน หรืออีเทอร์เน็ตการ์ดท าหน้าที่ในการเชื่อมคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่ นั้นเข้ากับระบบเครือข่ายได้ อุปกรณ์ในเครือข่าย
2. ฮับ (Hub) คืออุปกรณ์ที่รวมสัญญาณที่มาจากอุปกรณ์รับส่ง หลายสถานีเข้าด้วยกัน ฮับเปรียบเสมือนเป็นบัสที่รวมอยู่ที่จุดเดียวกัน ฮับ ที่ใช้งานอยู่ภายใต้มาตรฐานการรับส่งแบบอีเทอร์เน็ต หรือ IEEE 802.3 ข้อมูลที่รับส่งผ่านฮับจากเครื่องหนึ่งจะกระจายไปยังทุกสถานี ที่ติดต่ออยู่บนฮับนั้น
3. สวิตช์ (Switch) คืออุปกรณ์รวมสัญญาณที่มาจากอุปกรณ์ รับส่งหลายสถานีเช่นเดียวกับฮับ แต่มีข้อแตกต่างจากฮับ คือ การรับส่ง ข้อมูลจากสถานีหรืออุปกรณ์ตัวหนึ่ง จะไม่กระจายไปยังทุกสถานีเหมือน ฮับ
4. บริดจ์ (Bridge) เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับเครือข่ายหลาย ๆ กลุ่มที่เชื่อมต่อกัน เนื่องจากสามารถแบ่งเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันหลาย ๆ เซกเมนต์แยกออกจากกันได้
5. รีพีตเตอร์ (Repeater) อุปกรณ์ทวนสัญญาณ เพื่อให้ สามารถส่งเป็นข้อมูลถึงกันได้ระยะไกลขึ้น คือ รีพีดเตอร์จะปรับปรุง สัญญาณที่อ่อนตัวให้กลับมาเป็นรูปแบบเดิม
6. โมเด็ม (Modem) เป็นอุปกรณ์ที่ท าหน้าที่แปลงสัญญาณ คอมพิวเตอร์ให้สามารถเชื่อมตอมพิวเตอร์ที่อยู่ระยะไกลเข้าหากันได้ ด้วยการผ่านสายโทรศัพท์ โดยโมเต็มจะท าหน้าที่แปลงสัญญาณ
7. เราเตอร์ (Router) ในการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จะต้องมีการเชื่อมโยงหลายเครือข่ายหรืออุปกรณ์หลายอย่างเข้าด้วยกัน
ตัวอย่างอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้อง Cable Tester คีมเข้าหัวเชื่อมต่อแบบ RJ - 45
ตัวอย่างอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้อง หัว RJ - 45 Wall Rack
อุปกรณ์ใช้ในงานระบบเครือข่ายจะมี 3 ชนิด คือ สายคู่ปิด เกลียว (Tristed Paircable) สายโคแอกเชียล (coaxial cable) และ สายใยแก้วน าแสง (fiber Optic) โดยแต่ละชนิดก็จะมีลักษณะของสาย แตกต่างกันไป นอกจากนี้ ยังมีช่องทางการสื่อสารแบบไร้สาย ซึ่งเป็น การส่งสัญญาณโดยที่ไม่ต้องอาศัยสายสัญญาณ จึงเรียกว่าสัญญาณแบบ ไร้สาย เช่น สัญญาณวิทยุ แสงอินฟาเรดไมโครเวฟ และดาวเทียม ส่วนอุปกรณ์ในการจัดท าระบบเครือข่ายยังประกอบด้วย การ์ดเครือข่าย ฮับ สวิตซ์ ปริดจ์ รีพีตเตอร์ และโมเด็ม สรุป
แบบทดสอบหลังเรียน บทที่ 5
การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบ เวิร์กกรุ๊ป Windows 7 บทที่6
ในเบื้องตันของการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบเวิรักกรุ๊ป จ าเป็นต้องมีสายแลนซึ่งสามารถหาซื้อส าเร็จรูปได้ตามห้งร้านไอที ทั่วไป โดยจะต้องคัดเลือกสายให้ถูกต้องว่าจะใช้สายแบบต่อตรง (Straight Through) หรือแบบสายไขว้ (Crossover) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความต้องการ แต่กรณีต้องการเชื่อมโยงตอมพิวเตอร์ เพียง2 เครื่อง หากใช้สายแบบไขว้ก็ไม่จ าเป็นต้องใช้อุปกรณ์ฮับ หรือสวิตซ์ วิธีการและขั้นตอนการเข้าหัวสาย RJ-45
“ วิธีการเข้าหัวสาย RJ - 45 มี 2 แบบ คือ ” 1. การเข้าแบบสายตรง เป็นการเชื่อมต่อแบบต่งอุปกรณ์ เช่น การใช้สายต่อกันระหว่าง คอมพิวเตอร์ กับ Switch หรือ HUB
2. การเข้าแบบไขว้ หรือ Cross เป็นการเข้าสายแบบ เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ชนิดเดียวกันเช่น HUB to HUB, Switch to Switch หรือดอมพิวเตอร์กับตอมพิวเตอร์ เราสามารถที่จะใช้ระหว่าง คอมพิวเตอร์กับ Notebook ได้ อุปกรณ์ 1) สายแลน (Cat5e) 2) คีมเข้าหัว RJ 45 3) หัวสายแลน RJ 45 4) อุปกรณ์วัดสัญญาณ 1 2 3 4
ข้อก าหนดเบื้องต้น 1. จัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมใช้งาน โดยเตรียมไว้ อย่างน้อย 2 เครื่อง และได้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ windows 7 2. เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรก ให้ตั้งชื่อว่า คอมพิวเตอร์1 โดยมีบัญชีผู้ใช้มีสิทธิ์เทียบเท่า Administrator 3. เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องที่ 2 ให้ตั้งชื่อว่า คอมพิวเตอร์ 2 โดยมีบัญชีรายชื่อผู้ใช้มีสิทธิ์เทียบเท่า Administrator 4. Switching hub จ านวน 1 เครื่อง พร้อมสาย lan เท่ากับ จ านวนเครื่อง 5. เครื่องพิมพ์ อย่างน้อยจ านวน 1 เครื่อง 6. เพื่อให้การบริหารเครือข่ายเวิร์กกรุ๊ปเป็นระบบ และ น าไปสู่การบริหารจัดการเครือข่ายได้ง่ายขึ้น ขั้นตอนการติดตั้งเครือข่ายแบบเวิร์ก กรุ๊ปด้วย windows 7
1.ให้ไปที่ Start > คลิกขวาที่ Computer > เลือก Properties การสร้างเวิร์กกรุ๊ปให้กับเครื่องแรก Computerm1
2.คลิกที่ Change Settings ทางด้านขวามือ 3.จะมีหน้าต่างใหม่ปรากฎขึ้นมาให้เลือกคลิกที่ปุ่ม Change...
4.จากนั้นให้ใส่ชือ Computer Name และ ชื่อ Workgroup จะใส่ว่าอะไรก็ได้ *ชื่อ Workgroup จะต้องเหมือนกันทุกเครื่องในวง เเลนไม่เช่นนั้นจะเชื่อต่อกันไม่ได้
5.เมื่อใส่ชื่อ Computer Name และ ชื่อ Workgroup เสร็จ เรียบร้อยให้กด OK แล้วรอสักครู่ จากนั้นจะมี Pop Up ขึ้นมาตาม รูป ให้กด OK
6.ขั้นตอนสุดท้ายจะมีข้อความเตือนก่อนท าการรีสตาร์ท เครื่องให้ตอบ OK แล้วรีสตาร์ทเครื่องขึ้นมาใหม่
การก าหนด IP address ของเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบ เครือข่าย การก าหนด IP address เครื่องลูกข่ายนั้นสามารถก าหนดได้ 2 วิธีคือ 1. ก าหนดให้เป็น IP address จริง 2. การก าหนดให้ใช้ IP ส ารอง การก าหนดให้เป็น IP address จริงนั้น มีข้อสังเกตที่ควร พิจารณาการใช้งาน ดังนี้ 1. สะดวกในการใช้งานเนื่องจาก IP address จริงสามารถ ติดต่อระบบอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง 2. เป็นอันตรายต่อการบุกรุกเนื่องจากเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยตรง 3. IP address จริงในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการจากจ่าย การก าหนด ไอพีแอดเดรส IP address
IP address ส ารอง IP address ส ารอง หรืออาจจะเรียกว่า Ip ปลอม มาจาก ค าว่า Private IP address อาจจะเรียกว่า IP ส่วนตัว เนื่องจาก IP address จริงไม่พอแจกจ่าย ศูนย์บริการ อินเทอร์เน็ตจึงมีวิธีหลีกเลี่ยงโดยการให้ผู้เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต ใช้หมายเลขไอพีส ารองแทนหมายเลขจริง หมายเลขไอพีส ารองนี้ไม่มี ใครเป็นเจ้าของ ทุกคนสามารถน าไปใช้ภายในองค์กรตัวเองเหมือนกับ ว่าเป็นหมายเลขทะเบียนป้ายแดงของรถใหม่ที่ยังไม่มีป้ายทะเบียนจริง ซึ่งใช้งานได้ภายใต้ขอบเขตจ ากัด
Ping คือ ค าสั่งส าหรับการทดสอบระบบเน็ตเวิร์ค สามารถ ทดสอบได้ทั้งในระบบเครือข่ายในองค์กรหรืออินทราเน็ต ท าให้ สามารถทราบได้ว่า เข้าถึงคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นนั้นได้หรือไม่ หรือ เว็บไซต์นั้นเปิดอยู่หรือไม่ ซึ่งสามารถใช้ค าสั่ง ping ผ่านทางดอท commandได้ การทดสอบการเชื่อมต่อ
1. ไปที่ Start Menu พิมพ์ run ในช่องค้นหา แล้ว Enter เรียกโปรแกรม Run ขึ้นมา 2. พิมพ์ cmd ลงในช่อง Open: แล้วกด OK
3. จะได้หน้าต่างสีด า 4. จะท าการทดสอบการเชื่อมต่อ เช่น ทดสอบการเชื่อมต่อ กับเว็บไซต์ ให้พิมพ์ค าว่า ping เว้นวรรคแล้วตามด้วยชื่อเว็บไซต์ ที่จะท าการทดสอบ เช่น จะทดสอบการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ google.com ให้พิมพ์ ping google.com แล้วกด Enter
5. ผลลัพธ์ที่ได้จากค าสั่ง Ping ผลลัพธ์ที่ขึ้นต้นด้วยค าว่า "Reply from" หมายความว่า คุณสามารถติดต่อกับเป้าหมายปลายทางได้ 4. จะท าการทดสอบการเชื่อมต่อ เช่น ทดสอบการเชื่อมต่อ กับเว็บไซต์ ให้พิมพ์ค าว่า ping เว้นวรรคแล้วตามด้วยชื่อเว็บไซต์ ที่จะท าการทดสอบ เช่น จะทดสอบการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ google.com ให้พิมพ์ ping google.com แล้วกด Enter
5. ผลลัพธ์ที่ได้จากค าสั่ง Ping ผลลัพธ์ที่ขึ้นต้นด้วยค าว่า "Reply from" หมายความว่า คุณสามารถติดต่อกับเป้าหมายปลายทางได้
6. ผลลัพธ์ที่ขึ้นต้นค าว่า request timed out หมายความ ว่า จะไม่สามารถติดต่อกับเป้าหมายปลายทาง ซึ่งอาจจะมีปัญหาทาง ปลายทางหรือต้นทางเอง ซึ่งปัญหาอาจจะเกิดจากอุปกรณ์หรือเกิด ความหนาแน่นของการสื่อสารในระบบเครือข่าย เพราะอาจจะมีคนใช้ งานในขณะนั้นมาก
การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบเวิร์กรุ๊ป Windows7 ซึ่งมีวิธีการ ในการเชื่อมต่อ โดยจะต้องคัดเลือกสายกต้องว่าจะใช้สายแบบต่อตรง (Straight through) หรือแบบสายไขว้ (Crossover) ทั้งนี้ขึ้นความ ต้องการ แต่กรณีต้องการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เที่ยง 2 เครื่อง หากใช้ สายแบบไขว้ก็ไม่จ าเป็นใช้อุปกรณ์ฮับหรือสวิตซ์ นอกจากนี้ ยังมี รายละเอียดเกี่ยวกับข้อก าหนดเบื้องต้นในการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบ เวิร์กกรุ๊ป Windons 7 สรุป
แบบทดสอบหลังเรียน บทที่ 6
การแชร์ไฟล์และเครื่องพิมพ์ บนเครือข่าย บทที่ 7
การแชร์ทรัพยากรในเครือข่ายคอมพิวเตอร์หมายถึง การใช้ ทรัพยากรร่วมกันไม่ว่าจะเป็นด้าน Hardware คือเครื่องพิมพ์ ด้าน Software คือ โปรแกรมต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบเครือข่ายและข้อมูลข่าวสาร ที่จ าเป็นต้องใช้ วิธีการแชร์ไฟล์ใน Windows 7 1. อันดับแรกเราต้องท าการเปิดการแชร์ของ network ที่เราใช้ อยู่เสียก่อนให้เข้าไปที่ control panel -> Network and Internet -> Network and Sharing Center เมื่อกดเข้ามาแล้วจะพบกับหน้าต่างดัง ภาพ การแชร์ไฟล์(Share File)
2. คลิ๊กเลือกไปที่ Change advanced sharing setting เพื่อเข้า สู่เมนูของการปรับแต่งค่าของ Network ซึ่งจุดนี้ส าคัญเราต้องปรับค่าให้ ตรงกับ Network ที่เราใช้อยู่ โดยทั่วไปจะมี Home , Work network และ Public ซึ่งถ้าเราใช้ Network ตัวไหนอยู่ก็ให้ท าการปรับค่าที่ Network นั้นซึ่งในตัวอย่างเป็น Network แบบ Public เมื่อกดเข้าไปเรา หาเมนูดังภาพด้านล่าง
3.ท าการเปิด Network discovery , File and printer sharing และ Public folder sharing โดยติ๊กเลือกที่ Turn on ดังภาพด้านบน จากนั้นเลื่อนลงมาด้านล่างสุดหาค าว่า Password protected sharing ท า การ Turn of ค่านี้ดังภาพด้านล่าง
4. เมื่อท าการตั้งค่าเสร็จเรียบร้อยให้กด Save Change แล้วปิด หน้าต่างออกมาได้เลย จากนั้นมาเข้าสู่กระบวนการแชร์ไฟล์ โฟลด์เดอร์ หรือไดร์ฟโดยท าน าเมาส์ไปชี้ที่ไฟล์ โฟลด์เดอร์ หรือไดร์ฟที่ต้องการจะแชร์ คลิ๊กขวาเลือก properties เพื่อเรียกหน้าต่างส าหรับปรับแต่งค่าขึ้นมา จากนั้นเลือกไปที่หัวข้อ Sharing จากนั้นเลือกไปที่ Share คลิ๊กหนึ่งครั้ง
5. เมื่อคลิ๊กที่ค าสั่ง Share แล้วจะปรากฏหน้าต่างส าหรับก าหนด สิทธิ์ ตรงจุดนี้ไม่ต้องใส่ใจเลือกคลิ๊กไปที่ Share ที่อยู่ด้านล่างได้เลยดังภาพ
6. เมื่อเสร็จสิ้นการแชร์แล้ว เราจ าเป็นจะต้องก าหนดสิทธิ์การ เข้าถึงไฟล์ โฟลด์เดอร์ หรือไดร์ฟที่เราได้ท าการแชร์เมื่อครู่นี้โดยเลือกไปที่ หัวข้อ Security เพื่อท าการก าหนดสิทธิ์โดยเมื่อคลิ๊กเข้าไปก็จะพบกับ หน้าต่างดังภาพด้านล่าง
7. เลือกไปที่ Edit เพื่อเข้าสู่เมนูการเพิ่มสิทธิ์ จากนั้นเลือกไปที่ add 8. พิมพ์ค าว่า everyone ลงในช่อง Enter the object names to select จากนั้นกด Check Name หากพิมพ์ถูกต้องก็จะปรากฏค าว่า Everyone ขึ้นมาดังภาพด้านล่างจากนั้นกด OK
9. เมื่อท าการเพิ่มชื่อแล้วให้กลับมาดูที่ช่องของการก าหนดสิทธิ์ ในส่วนของ Group or user names ถ้ามี Everyone ปรากฎอยู่ก็เป็นอัน เสร็จให้กด OK ออกมาได้เลยเท่านี้เครื่องเราก็จะสามารถท าการแชร์ไฟล์ได้ ตามปกติแล้ว
9. เมื่อท าการเพิ่มชื่อแล้วให้กลับมาดูที่ช่องของการก าหนดสิทธิ์ ในส่วนของ Group or user names ถ้ามี Everyone ปรากฎอยู่ก็เป็นอัน เสร็จให้กด OK ออกมาได้เลยเท่านี้เครื่องเราก็จะสามารถท าการแชร์ไฟล์ได้ ตามปกติแล้ว
ต่อมาเครื่องโฮสต์คอมพิวเตอร์ (COMPUTER1) ได้มีการเชื่อมต่อ เครื่อง Printer เลเซอร์เข้ากับตัวเครื่อง และต้องการแชร์เครื่องพิมพ์ ดังกล่าว หมายถึง นอกจากเครื่อง COMPUTER1 จะสั่งพิมพ์งานบน Printer ที่เชื่อมต่อโดยตรงแล้ว เครื่องอื่น ๆ COMPUTER2 ยังสามารถสั่ง พิมพ์งานระแบบระยะไกล(Remote Printer) ได้เช่นกัน ด้วยการส่งผ่าน ระบบเครือข่ายซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน ดังนี้ การแชร์เครื่องพิมพ์ (Printer) ใน ระบบเครือข่าย LAN
1. คลิกปุ่ม Start >> เลือกเมนู Devices and Printers
2. เลือกเมนู Add a Printer
3. ในที่นี้ให้เลือก Add a Network , wireless or Bluetooth printer แล้ว คลิกเมาส์เลือก ปุ่ม Next