เอกสารประกอบการสอน
ภาษีเงินไดบคุคลธรรมดากบัการบญัชี
รหสัวิชา2201-2005
นางรุงนภาจำนงกิจ
ครแูผนกวิชาการบญัชี
วทิยาลยัอาชวีศกึษารอยเอ็ดสงักดัสำนกังานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เอกสารประกอบการสอน
ภาษีเงินไดบคุคลธรรมดากบัการบญัชี
รหสัวิชา2201-2005
นางรุงนภาจำนงกิจ
ครแูผนกวิชาการบญัชี
วทิยาลยัอาชวีศกึษารอยเอ็ดสงักดัสำนกังานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ก
คานา
เอกสารประกอบการสอนวิชาภาษีเงินไดบ้ ุคคลกับการบญั ชี รหัสวชิ า 2201 – 2005 จานวน
3 หนว่ ยกิต 3 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ หลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี (ปวช.) พุทธศกั ราช 2556 ประเภท
วชิ า พาณิชยกรรม สาขาวิชา พณชิ ยการ ของสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ
เนื้อหาแบง่ ออกเปน็ 9 หน่วย ประกอบดว้ ยหนว่ ยที่ 1 ความร้เู บ้ืองตน้ เกยี่ วกบั ภาษเี งินได้
บุคคลธรรมดา หน่วยท่ี 2 เงินได้พึงประเมนิ หนว่ ยที่ 3 เงินได้สทุ ธิ หนว่ ยที่ 4 การคานวณภาษีเงนิ
ไดบ้ คุ คลธรรมดา หน่วยที่ 5 การย่นื แบบแสดงรายการภาษีเงินไดบ้ คุ คลธรรมดา หนว่ ยที่ 6 การย่ืน
แบบผ่านอนิ เตอร์เนต็ หนว่ ยท่ี 7 ภาษีเงินได้บคุ คลธรรมดาหกั ณ ที่จ่าย หนว่ ยท่ี 8 การบนั ทกึ บญั ชี
ตามประมวลรัษฎากร และหน่วยที่ 9 ภาษีมลู คา่ เพิม่
เอกสารประกอบการสอนฉบบั นี้ ไดล้ าดบั เนื้อหา ขนั้ ตอนการเรยี นร้อู ย่างชดั เจน ซึง่ ผสู้ อน
สามารถนาไปใช้ในการเรยี นสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ผ้เู รียนสามารถนาไปเรยี นรูด้ ว้ ยตนเองได้ ผเู้ ขียนได้
เรยี บเรียงจากประสบการณ์ตรงในการเป็นผู้มหี น้าทเ่ี สยี ภาษี และในการสอนมาอย่างตอ่ เนอ่ื งหลายปี
รวมท้ังจากหนังสือหลายๆเลม่ ทีไ่ ด้ศกึ ษาคน้ ควา้ ในโอกาสนี้ขอขอบพระคณุ เจา้ ของหนงั สอื ใน
บรรณานกุ รมทกุ ท่านเปน็ อยา่ งยงิ่ และขอขอบพระคุณ นางประดบั พลเวยี ง นักวิชาการสรรพากร
ชานาญการพิเศษ และ นางชราวรรณ พลเย่ียม นักวิชาการสรรพากร ชานาญการพิเศษ สานกั งาน
สรรพากรพ้ืนที่ร้อยเอ็ด ครยู ุพา ภมู นิ รินทโชติ ครชู านาญการพิเศษ วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาร้อยเอ็ด
ครูสาลี บญุ วเิ ศษ ครชู านาญการพเิ ศษ วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาร้อยเอ็ด และครสู พุ รรณี จันทะเกิด
ครูชานาญการพิเศษ วทิ ยาลยั การอาชีพร้อยเอด็ ท่ใี ห้คาแนะนาในการจัดทาเอกสารประกอบการสอน
ฉบบั นี้เปน็ อย่างดยี ิง่ หากมีข้อผดิ พลาดประการใดผูเ้ ขียนยินดนี อ้ มรับคาแนะนาจากทุกท่าน เพื่อนามา
ปรบั ปรงุ และพัฒนาให้ดีย่งิ ขนึ้ เพ่ือใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ แก่ผเู้ รยี นต่อไป
รุง่ นภา จานงกจิ
ผูเ้ รยี บเรียง
สารบญั ข
เรอ่ื ง หนา้
คานา ก
สารบัญ ข
หลักสตู รรายวชิ า ค
คาชแี้ จงการใช้เอกสารประกอบการสอน ง
โครงการสอน ฉ
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 2 31
หนว่ ยที่ 2 เงินไดพ้ ึงประเมนิ 33
34
ความหมายของเงินได้พึงประเมนิ 34
ลกั ษณะของเงินได้พงึ ประเมนิ ในทางภาษี 34
ประเภทและท่มี าของเงนิ ไดพ้ ึงประเมิน 38
วัตถุประสงค์ของการแบ่งประเภทเงนิ ไดพ้ งึ ประเมิน 39
เงนิ ได้ท่ไี ดร้ บั การยกเวน้ ภาษี 48
การคานวณเงินไดพ้ ึงประเมิน 52
สรุปสาระสาคัญ 54
แบบฝกึ หดั ท่ี 2.1 56
แบบฝกึ หดั ที่ 2.2 57
แบบฝึกหดั ที่ 2.3 58
แบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยท่ี 2
บรรณานกุ รม
ค
หลักสตู รรายวชิ า
ชอ่ื รายวิชา ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดากับการบญั ชี รหสั วิชา 2201-2005
วิชาบังคับก่อน : การบญั ชเี บ้ืองต้น 1 (2200-1003) สาขางาน การบญั ชี
ประเภทวชิ า พาณิชยกรรม สาขาวชิ า พณิชยการ
หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พทุ ธศักราช 2556
จดุ ประสงค์รายวิชา
1. มีความเข้าใจหลักการบันทึกบัญชี วิธีการคานวณและขน้ั ตอนการยื่นแบบแสดงรายการเสีย
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
2. มที ักษะปฏบิ ตั งิ านบญั ชีเก่ยี วกบั ภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดาตามท่ีกฎหมายกาหนด
3. มีกจิ นสิ ยั มีระเบยี บ ละเอียดรอบคอบ ซ่อื สัตย์ มวี ินัยตรงต่อเวลา และมีเจตคติท่ดี ีต่อ
วิชาชพี บญั ชี
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความร้เู กีย่ วกับหลักการภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
2. บันทกึ บัญชแี ละคานวณรายการภาษเี งินได้บุคคลธรรมดาตามประมวลรัษฎากร
คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏบิ ัตเิ ก่ียวกับผมู้ ีหนา้ ทเ่ี สยี ภาษีเงนิ ไดบ้ คุ ลธรรมดา เงนิ ได้พงึ ประเมนิ เงนิ ไดพ้ งึ
ประเมนิ ทไี่ ดร้ ับการยกเวน้ การหกั คา่ ใช้จ่ายค่าลดหย่อนเงินบรจิ าค การคานวณภาษี วิธีการกรอก
แบบและกาหนดเวลาในการย่นื แบบแสดงรายการภาษเี งินได้บุคคลธรรมดา ภาษหี กั ณ ท่ีจา่ ย
ภาษีมูลค่าเพม่ิ และการบนั ทึกบัญชีตามประมวลรษั ฎากร
ง
คาชีแ้ จงการใชเ้ อกสารประกอบการสอน
วชิ า ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดากับการบัญชี รหสั 2201-2005
เอกสารประกอบการสอยวชิ าภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดากับการบญั ชี รหัสวชิ า 2201-2005
เลม่ น้ี ไดเ้ รียบเรียงข้ึน ตามแนวทางของสานกั งานมาตรฐานการอาชีวศกึ ษาและวิชาชีพ สานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยศกึ ษาจากจดุ ประสงคร์ ายวชิ า มาตรฐาน
รายวชิ า และคาอธิบายรายวิชา ตามหลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชพี พุทธศกั ราช 2556 ประเภทวิชา
พาณิชยกรรม สาขาพณิชยการ สาขางานการบญั ชี ผเู้ รียบเรียงได้แบง่ เน้อื หาเอกสารประกอบการสอน
ออกเป็น 9 หนว่ ยการเรียน ดังนี้
หน่วยที่ 1 ความรู้เบื้องตน้ เกย่ี วกบั ภาษีเงินไดบ้ คุ คลธรรมดา
หนว่ ยท่ี 2 เงินไดพ้ งึ ประเมนิ
หน่วยท่ี 3 เงินได้สทุ ธิ
หนว่ ยท่ี 4 การคานวณภาษเี งนิ ได้บคุ คลธรรมดา
หน่วยท่ี 5 การยนื่ แบบแสดงรายการภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา
หนว่ ยท่ี 6 การย่ืนแบบผ่านอินเตอร์เนต็
หนว่ ยที่ 7 ภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดาหกั ณ ทจ่ี ่าย
หน่วยท่ี 8 การบันทึกบัญชตี ามประมวลรษั ฎากร
หนว่ ยที่ 9 ภาษีมลู ค่าเพ่มิ
โดยนากระบวนการเรยี นรทู้ หี่ ลากหลายวธิ ี การวัดผลประเมนิ ผลทีห่ ลากหลายมาใช้ในการจดั
กจิ กรรมการเรยี นการสอน เพ่อื ให้นักเรียนมคี วามร้คู วามเข้า สามารถนาไปใช้ได้จริง โดยนาตวั อยา่ ง
จริงของบคุ คลธรรมดาท่มี ีตวั ตนจริงและเปน็ ผูม้ ีหนา้ ทีเ่ สียภาษีจรงิ และย่นื แบบแสดงรายการเสยี ภาษี
จริง มาเปน็ กรณีศกึ ษา เพอ่ื ให้นักเรยี นสามารถทดลองยน่ื แบบแสดงรายการเสียภาษดี ้วยตัวเองได้
ถกู ตอ้ งตามประมวลรัษฎากร ในฐานะประชาชนคนไทยทม่ี หี น้าทเ่ี สียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เมื่อมี
เงินไดเ้ กดิ ข้นึ ระหว่างปีภาษี
พร้อมทัง้ จดั กจิ กรรมใหน้ กั เรียนตระหนกั ถงึ หนา้ ที่ท่พี ึงปฏิบตั ิของคนไทย ตามแนวทางคา่ นิยม
หลัก 12 ประการ ตามนโยบายของคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ( คสช.) เพ่ือให้ผู้เรยี นสามารถดาเนิน
ชวี ติ อย่างพอประมาณ มีเหตุผล มภี ูมิคมุ้ กันในตัวทดี่ ี มีความรู้ค่คู ุณธรรม และปรบั ตวั เพอ่ื อยใู่ นสงั คม
ได้อยา่ งมคี วามสขุ ดังนนั้ เพ่ือให้การเรียนการสอนในรายวชิ าภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดากบั การบัญชี
บรรลุตามวตั ถุประสงคข์ องหลกั สูตร จงึ มีขอ้ แนะนาวธิ กี ารใชเ้ อกสารประกอบการสอนดังนี้
จ
ก่อนที่นักเรียนจะศึกษาเน้ือหาและทากิจกรรมตามกระบวนการเรยี นการสอนในแตล่ ะหนว่ ย
การเรียน แจง้ ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี นของแตล่ ะหนว่ ยการเรียนก่อน เพ่อื วัดความรู้
พ้ืนฐานของตนเอง
1. ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเน้ือหาและทากิจกรรมการเรยี นการสอนในแต่ละหนว่ ยการเรยี น ให้
ครบทกุ กจิ กรรม ซ่ึงประกอบด้วย สาระสาคัญ หัวข้อเรือ่ ง จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
เนอ้ื หา สรุปสาระสาคัญ กิจกรรมตามหลักค่านิยมไทย 12 ประการ คาศัพท์ประจา
หนว่ ย แบบฝึกหัด และกิจกรรมเสรมิ ความรู้
2. หลังจากนักเรียนศึกษาเนือ้ หาและทากิจกรรมการเรยี นการสอนในแต่ละหนว่ ยการเรยี น
ครบทกุ กิจกรรม แล้ว ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียนดว้ ยตวั เอง เพ่ือประเมินผล
ความรคู้ วามเข้าใจของตนเอง
3. การวดั ผลในแต่ละหนว่ ยการเรียน ควรมผี ลจากการวดั จากแบบทดสอบหลังเรยี นมากกว่า
ร้อยละ 50 จงึ จะถอื ว่าผา่ นการวัดผลในแต่ละหนว่ ยการเรียน หากนกั เรียนมผี ลไม่ถงึ ตาม
เกณฑ์ควรทาการจัดสอนซ่อมเสริมในหนว่ ยน้นั ๆสาหรับนกั เรยี นที่ไมผ่ า่ นเกณฑ์ก่อนท่จี ะ
ผ่านไปในหนว่ ยการเรียนตอ่ ไป
4. การประเมนิ ผลในรายวิชาภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีรายละเอยี ด ดังนี้
5.1 เมื่อวัดผลครบท้งั 9 หน่วยการเรียน นักเรียนจะไดค้ ะแนน 100 คะแนน จาก
5.1.1 คะแนนประเมินผลการเรยี นรู้ 80 คะแนน
5.1.2 คะแนนคุณธรรม จรยิ ธรรม 20 คะแนน
5.2 การประเมนิ ผล
คะแนนระหวา่ ง 0-49 คะแนน ได้ผลการเรียนระดบั เกรด 0
คะแนนระหวา่ ง 50-54 คะแนน ไดผ้ ลการเรยี นระดับเกรด 1
คะแนนระหว่าง 55-59 คะแนน ไดผ้ ลการเรียนระดบั เกรด 1.5
คะแนนระหว่าง 60-64 คะแนน ได้ผลการเรียนระดับเกรด 2
คะแนนระหวา่ ง 65-69 คะแนน ไดผ้ ลการเรียนระดับเกรด 2.5
คะแนนระหว่าง 70-74 คะแนน ได้ผลการเรียนระดบั เกรด 3
คะแนนระหวา่ ง 75-79 คะแนน ได้ผลการเรยี นระดับเกรด 3.5
คะแนนระหวา่ ง 80-100 คะแนน ได้ผลการเรียนระดบั เกรด 4
....................................................................................................................
ฉ
โครงการสอน
วชิ า ภาษเี งนิ ได้บุคคลธรรมดากบั การบญั ชี จานวน 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์
รหสั วิชา 2201-2005 จานวนรวม 54 ชวั่ โมง
หน่วยท่ี ชอื่ หน่วย จานวน สปั ดาห์ที่
ชวั่ โมง
1 ความรู้เบื้องต้นเก่ยี วภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา 1
2 เงนิ ไดพ้ งึ ประเมิน 3 2-3
3 เงนิ ไดส้ ทุ ธิ 6 4-6
4 การคานวณภาษเี งนิ ได้บคุ คลธรรมดา 9 7-9
5 การย่ืนแบบแสดงรายการภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา 9 10-11
6 การย่นื แบบผ่านอนิ เตอรเ์ นต็ 6 12-13
7 ภาษเี งินไดบ้ ุคคลธรรมดาหกั ณ ที่จ่าย 6 14-15
8 การบันทึกบัญชตี ามประมวลรษั ฎากร 6 16-17
9 ภาษมี ูลค่าเพมิ่ 6 18
3
รวม
54
31
แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยที่ 2
คาชแ้ี จง ใหท้ าเครอ่ื งหมาย X หนา้ คาตอบที่ถูกต้องเพียงคาตอบเดยี ว
1. ความหมายของเงนิ ไดพ้ งึ ประเมินตรงกบั ข้อใด
ก. เงินเดือนของประชาชนในประเทศ
ข. รายได้ทีป่ ระชาชนหาได้ในประเทศ
ค. เงินไดท้ เี่ ขา้ ลกั ษณะตอ้ งเสยี ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา
ง. เงนิ ได้ทเ่ี ขา้ ลักษณะต้องนาสง่ ให้รฐั บาลเป็นประจาทกุ ปี
2.ข้อใดตอ่ ไปน้ีไมใ่ ชล่ กั ษณะของเงินได้พึงประเมนิ
ก. เงินสดหรอื เงนิ ฝากธนาคาร
ข. เงนิ ไดท้ กุ ประเภทท่ีบุคคลได้รบั
ค. เงินค่าภาษีอากรที่ผู้อืน่ ออกแทนให้
ง. ทรัพยส์ ินทไ่ี ดร้ ับที่สามารถตรี าคาได้
3. วตั ถุประสงคข์ องการแบง่ ประเภทของเงินได้พงึ ประเมินคือข้อใด
ก. เพ่อื กาหนดวธิ หี กั คา่ ใช้จ่าย
ข. เพ่อื แบง่ ประเภทของบคุ คลธรรมดา
ค. เพื่อกาหนดอัตราภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา
ง. เพือ่ ง่ายแก่การคานวณภาษเี งนิ ได้บคุ คลธรรมดา
4. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้เี ป็นเงนิ ไดท้ ่ีได้รับการยกเวน้ ไม่ต้องเสยี ภาษี
ก. ดอกเบยี้ เงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์
ข. ดอกเบีย้ เงนิ ฝากธนาคารประเภทเงนิ ฝากประจาํ
ค. ดอกเบี้ยสลากออมทรัพยข์ องรฐั บาลประเภทเผื่อเรียก
ง. ดอกเบยี้ เงินฝากธนาคารออมทรัพยจ์ ากสหกรณก์ ารเกษตร
5. ผูม้ ีเงนิ ได้ตามข้อใดมีเงินไดพ้ งึ ประเมนิ ประเภทที่ 1
ก. นายแพทย์สญั ญาทางานท่ีโรงพยาบาลได้รับเงินเดือนๆละ 80,000 บาท
ข. นายอนุรักษเ์ ปน็ ทนายความมีรายไดจ้ ากการว่าความปลี ะ 350,000 บาท
ค. นางรา่ รวยมีเงินได้จากการดอกเบ้ยี เงนิ ฝากประจาปลี ะกว่า 1,350,000 บาท
ง. นายวิศวะมรี ายได้จากการออกแบบแปลนบา้ นให้กบั หมูบ้านจดั สรรปลี ะ 550,000 บาท
32
6. นายแพทย์สัญญาทางานที่โรงพยาบาลไดร้ ับเงนิ เดอื นๆละ 80,000 แสดงว่านายแพทย์สัญญามี
เงินไดพ้ ึงประเมนิ ตามมาตรา 40 ประเภทใด
ก. เงินไดพ้ ึงประเมินประเภทที่ 1
ข. เงินไดพ้ ึงประเมินประเภทที่ 2
ค. เงินได้พงึ ประเมนิ ประเภทท่ี 3
ง. เงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ ประเภทที่ 4
7. ผู้มเี งนิ ไดต้ ามขอ้ ใดมีเงนิ ไดพ้ ึงประเมินประเภทท่ี 4
ก. นายแพทย์สัญญาทางานทโ่ี รงพยาบาลไดร้ ับเงนิ เดือนๆละ 80,000 บาท
ข. นายอนุรักษเ์ ปน็ ทนายความมีรายได้จากการว่าความปลี ะ 350,000 บาท
ค. นางร่ารวยมีเงนิ ได้จากการดอกเบ้ียเงินฝากประจาปีละ 1,350,000 บาท
ง. นายวิศวะมีรายได้จากการออกแบบแปลนบา้ นให้กับหมบู ้านจัดสรรปีละ 550,000 บาท
8. นางร่ารวยมีเงนิ ได้ฝากประจากบั ธนาคารพาณชิ ยจ์ านวน 10,550,000 บาท ฝากมาแลว้ 3 ปี
อัตราดอกเบี้ยรอ้ ยละ 2.50 ต่อปที กุ ๆสิน้ ปนี างรา่ รวยจะถอนดอกเบย้ี มาทัง้ หมดเพอ่ื ไว้ใช้จา่ ยใน
ชวี ติ ประจาวนั ดังนนั้ เงินได้พึงประเมินปีท่ีผ่านมาของนางรา่ รวยตรงกับข้อใด
ก. 31,650,000 บาท
ข. 10,550,000 บาท
ค. 791,000 บาท
ง. 263,750 บาท
9. ข้อใดกล่าวถึงที่มาของเงนิ ไดพ้ งึ ประเมินแต่ละประเภทได้ถกู ต้อง
ก. นายอนรุ ักษ์เปน็ ทนายได้รบั เงินคา่ วา่ ความแสดงว่ามเี งนิ ได้พึงประเมนิ ประเภทที่ 8
ข. นายสัญญาไดร้ บั เงนิ เดอื นจากโรงงานแสดงว่ามเี งนิ ได้พงึ ประเมนิ ประเภทท่ี 6
ค. นายวิศวะมีรายไดจ้ ากการเขียนแบบอาคารแสดงว่ามีเงนิ ได้พงึ ประเมินประเภทที่ 5
ง. นางรา่ รวยได้รบั ดอกเบ้ียจากเงินฝากประจาแสดงวา่ มีเงินไดพ้ งึ ประเมินประเภทท่ี 4
10. นายวศิ วะมรี ายได้จากการเขยี นแบบอาคารใหก้ บั หมู่บา้ นจัดสรรในราคา หลังละ 200,000
บาท ในปที ผ่ี า่ นมานายวศิ วะมีรายได้จากการออกแบบแปลนบา้ นจานวน 5 หลัง แสดงว่า
นายวิศวะมีรายไดพ้ ึงประเมินเทา่ ใด
ก. 2,400,000 บาท
ข. 1,000,000 บาท
ค. 200,000 บาท
ง. 100,000 บาท
33
หนว่ ยท่ี 2
เงินได้พึงประเมนิ
สาระสาคญั
เนือ่ งจากบคุ คลธรรมดาทีม่ เี งนิ ได้จากการประกอบอาชพี ท่แี ตกต่างกัน และมคี วามยากง่าย
หรอื ต้นทุนในการไดม้ าซึ่งเงนิ ได้เหลา่ น้ันแตกตา่ งกันด้วย ดังนนั้ เพอ่ื ความเปน็ ธรรมในการนาํ รายได้
เหลา่ น้นั ไปคํานวณเพอ่ื เสียภาษี กฎหมายจงึ ได้แบ่งลักษณะเงินได้ ออกเปน็ กลมุ่ ๆ ตามความเหมาะสม
เพื่อกําหนด วธิ คี ํานวณภาษีให้เกิดความเป็นธรรมมากท่สี ุด
ตามประมวลรษั ฎากร มาตรา 40 ไดจ้ ําแนกประเภทของเงนิ ได้พงึ ประเมนิ ตามลักษณะการ
ได้มาของเงินไดอ้ อกเปน็ 8 ประเภท ประกอบได้ เงินได้ประเภทที่ 1 คอื เงนิ ไดจ้ ากการจ้างแรงงาน
เงนิ ไดป้ ระเภทท่ี 2 คอื เงนิ ไดเ้ น่อื งจากหน้าทหี่ รอื ตําแหน่งงานท่ที าํ เงนิ ได้ประเภทที่ 3 คอื เงินไดค้ า่
แห่งกดู๊ วลิ ล์ ค่าแหง่ ลขิ สทิ ธ์ิหรอื สิทธอิ ยา่ งอ่ืน เงินได้ประเภทท่ี 4 คอื ดอกเบี้ย เงินป๎นผล เงนิ ส่วน
แบง่ กาํ ไรตา่ งๆ เงินไดป้ ระเภทท่ี 5 คอื เงนิ ไดจ้ ากการใหเ้ ช่าทรพั ย์สนิ ตา่ งๆ เงินไดป้ ระเภทที่ 6 คือ
เงินได้จากวิชาชีพอสิ ระ เงินได้ประเภทท่ี 7 คอื เงนิ ได้จากการรับเหมา และเงนิ ไดป้ ระเภทท่ี 8 คอื
เงนิ ไดอ้ ่นื ๆทไ่ี มไ่ ด้ระบไุ ว้ใน เงินได้ประเภท 1-7
สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของเงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ
2. ลกั ษณะของเงินไดพ้ ึงประเมิน
3. ประเภทและทมี่ าของเงินไดพ้ ึงประเมิน
4. วตั ถุประสงค์ของการแบง่ ประเภทเงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ
5. เงินได้ทไ่ี ด้รบั ยกเวน้ ภาษี
6. การคํานวณเงนิ ได้พึงประเมิน
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกความหมายของเงนิ ได้พงึ ประเมินได้
2. บอกลกั ษณะของเงนิ ไดพ้ งึ ประเมินได้
3. บอกที่มาของเงนิ ไดพ้ งึ ประเมินแต่ละประเภทได้
4. บอกวัตถุประสงค์ของการแบ่งประเภทเงนิ ได้พงึ ประเมินได้
5. แยกเงินไดท้ ่ตี ้องเสียภาษีและเงินไดท้ ี่ได้รับการยกเว้นได้
6. คํานวณเงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ แตล่ ะประเภทได้
34
1. ความหมายของเงนิ ไดพ้ ึงประเมิน
เงนิ ไดพ้ งึ ประเมินหมายถงึ เงนิ ได้อันเข้าลกั ษณะพึงเสียภาษเี งนิ ไดต้ ามประมวลรัษฎากร โดย
จะต้องเปน็ เงนิ ได้ทเ่ี กิดข้นึ เนื่องจากหนา้ ท่ี งานทที่ ํา หรอื เน่อื งจากทรพั ยส์ ิน หรอื เน่ืองจากกจิ การท่ีทํา
หรือประโยชน์อย่างอ่ืนท่ไี ดร้ ับซง่ึ อาจคํานวณเปน็ ตัวเงนิ ได้ (มาตรา 39 ประมวลรัษฎากร)
2. ลกั ษณะของเงนิ ได้พึงประเมนิ ในทางภาษี
1. เงนิ สด เหรียญกษาปณ์ หรือตราสารท่มี คี า่ ใช้แทนเงิน เช่น ธนาณตั ิ เช็ค ตั๋วเงนิ เป็นต้น
2. ทรัพยส์ ินซ่งึ อาจคดิ คํานวณไดเ้ ปน็ เงนิ เชน่ ค่าเชา่ นาท่ไี ดร้ บั เปน็ ขา้ วเปลอื ก รางวัลจากการ
ประกวดแข่งขันหรอื ชงิ โชคท่ีได้รบั เป็นบ้าน รถยนต์ ทองคาํ หรือสินคา้ เป็นตน้
3. ประโยชน์ซง่ึ อาจคดิ คาํ นวณได้เป็นเงนิ เช่น การได้อยู่บ้านของนายจา้ งโดยไม่เสยี คา่ เช่า
ประโยชนจ์ ากการที่นายจ้างเลย้ี งอาหาร ประโยชน์จากการได้ทอ่ งเท่ยี วหรือประโยชน์จากการ
รบั ประทานอาหารโดยไมต่ อ้ งเสียคา่ บรกิ ารตามบัตรรางวลั เป็นต้น
4. เครดิตภาษตี ามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ไดแ้ ก่ จาํ นวนเงนิ ภาษีเงนิ ได้ท่ี
กฎหมายใหถ้ อื ว่า ผมู้ เี งินได้ไดร้ บั เครดิตหรอื ได้ชาํ ระภาษเี งนิ ไดไ้ ว้แล้วในอัตราภาษเี งินได้นิตบิ คุ คลที่
บริษัทหรือห้างหนุ้ ส่วนนิติบุคคลนัน้ ต้องเสีย หารด้วยผลตา่ งของหนึ่งรอ้ ยลบด้วยอตั ราภาษเี งินได้นิติ
บุคคลดังกลา่ วของเงินได้ เนื่องจากผ้มู เี งินไดซ้ งึ่ เปน็ ผู้อยู่ในประเทศไทย หรือเปน็ ผมู้ ีภมู ิลําเนาใน
ประเทศไทย และได้รับเงนิ ไดท้ ่ีเปน็ เงนิ ป๎นผลหรือเงินส่วนแบง่ ของกาํ ไร (เงนิ ได้ตามมาตรา 40(4)(ข)
แห่งประมวลรัษฎากร) จากบรษิ ัทหรอื ห้างหนุ้ สว่ นนิตบิ ุคคลท่ตี ง้ั ขนึ้ ตามกฎหมายไทย ทง้ั น้ี ผ้มู ีเงินได้
ตอ้ งนาํ เครดิตภาษที ่ีคํานวณไดด้ ังกลา่ ว มารวมคาํ นวณเป็นเงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ ในปภี าษีทไ่ี ดร้ บั เงินได้พงึ
ประเมนิ ดว้ ย และเมอ่ื คาํ นวณภาษไี ดเ้ ปน็ จํานวนเทา่ ใด ใหน้ ําเครดติ ภาษีท่ไี ดร้ บั มาหกั ออก ถ้ายงั ขาด
ให้ชาํ ระเพิ่มสาํ หรบั จํานวนทีข่ าด แต่ถ้าเกินใหม้ ีสิทธขิ อคนื ตามจํานวนทีเ่ หลอื น้นั
5. คา่ ภาษอี ากรทผี่ ูจ้ ่ายเงนิ หรือผ้อู ่นื ออกแทนให้ ท้งั น้ี ไม่ว่าคา่ ภาษีอากรที่ออกแทนให้
ดังกล่าวจะเป็นคา่ ภาษอี ากรประเภทใดก็ตาม ค่าภาษีอากรทผี่ ู้จ่ายเงนิ หรือผอู้ ่ืนออกแทนให้สําหรับ
เงินได้ประเภทใด ไม่ว่าทอดใด หรอื ในปีภาษใี ดก็ตาม ให้ถือเปน็ เงนิ ไดป้ ระเภทและของปภี าษีเดยี วกัน
กับเงนิ ได้ท่อี อกแทนให้น้ัน (มาตรา 40 วรรคทา้ ย แห่งประมวลรษั ฎากร)
3. ประเภทและที่มาของเงนิ ไดพ้ งึ ประเมิน
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 ได้จาํ แนกประเภทของเงินไดพ้ งึ ประเมนิ ตามลกั ษณะการ
ไดม้ าของเงินได้ออกเปน็ 8 ประเภท ดังนี้
1. เงนิ ได้ประเภทท่ี 1 ตามมาตรา 40(1) ไดแ้ ก่ เงนิ ไดเ้ นอ่ื งจากการจ้างแรงงาน ไมว่ ่าจะเป็น
(ก) เงนิ เดือน ค่าจา้ ง เบย้ี เล้ียง โบนัส เบย้ี หวดั บําเหน็จ บํานาญ
(ข) เงินค่าเช่าบา้ นทีไ่ ด้รับจากนายจา้ ง
35
(ค) เงนิ ทค่ี าํ นวณไดจ้ ากมลู คา่ ของการไดอ้ ยู่บา้ น ซงึ่ นายจ้างใหอ้ ยโู่ ดยไมเ่ สยี คา่ เชา่
(ง) เงนิ ทีน่ ายจ้างจ่ายชําระหนีใ้ ด ๆ ซึง่ ลูกจา้ งมหี นา้ ทตี่ อ้ งชําระ
(จ) เงนิ ทรัพยส์ นิ หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาท่ไี ด้เนอ่ื งจากการจ้างแรงงาน เช่น มูลค่าของการไดร้ บั
ประทานอาหาร เป็นตน้
ตัวอยา่ งท่ี 2.1 นายสมพร รับราชการทอ่ี ําเภอแหง่ หนง่ึ ไดร้ ับเงนิ เดอื นๆละ 35,000 บาท
ดงั นั้น นายสมพรมีเงินไดพ้ งึ ประเมินประเภทท่ี 1 คอื เงนิ เดือน
ตัวอยา่ งท่ี 2.2 นายสมพงษ์ เปน็ พนกั งานบริษทั แห่งหน่ึง ได้รบั เงินคา่ จา้ งเดือนละ
18,000 บาท
ดังน้ัน นายสมพงษ์ มเี งินไดพ้ ึงประเมนิ ประเภทท่ี 1 คือ ค่าจ้าง
2. เงินได้ประเภทที่ 2 ตามมาตรา 40(2) ได้แก่ เงินไดเ้ น่ืองจากหน้าท่ีหรอื ตําแหน่งงานทท่ี าํ หรอื
จากการรับทาํ งานให้ ไมว่ ่าจะเปน็
(ก)คา่ ธรรมเนยี ม หรอื ค่าคอมมิชช่นั คา่ นายหนา้ คา่ ส่วนลด
(ข)เงินอุดหนนุ ในงานทที่ ํา เบย้ี ประชุม บําเหนจ็ โบนสั
(ค)เงินค่าเชา่ บ้านที่ได้รับเนือ่ งจากหน้าที่หรอื ตําแหนง่ งานทีท่ ํา หรือจากการรับทํางานให้
(ง) เงินท่ีคํานวณได้จากมลู ค่าของการไดอ้ ยบู่ า้ น ท่ีผูจ้ ่ายเงินได้ใหอ้ ยโู่ ดยไม่เสียค่าเช่า
(จ)เงินท่ีผ้จู ่ายเงินได้จ่ายชําระหน้ใี ด ๆ ซงึ่ ผมู้ เี งินไดม้ หี นา้ ท่ีตอ้ งชาํ ระ
(ช) เงิน ทรพั ย์สนิ หรอื ประโยชน์ใด ๆ บรรดาท่ไี ด้เน่อื งจากหน้าทห่ี รอื ตาํ แหนง่ งานท่ที าํ หรอื จากการ
รบั ทาํ งานให้นน้ั ไมว่ ่าหนา้ ทหี่ รอื ตาํ แหน่งงาน หรอื งานทรี่ บั ทาํ ให้นนั้ จะเปน็ การประจาํ หรือชั่วคราว
ตัวอย่างที่ 2.3 นายสมพงษ์ เป็นพนกั งานบริษทั แห่งน่งึ ไดร้ ับค่าจ้างเดอื นละ 18,000
บาท และไดร้ ับค่าธรรมเนยี ม(ค่าคอมมิชชนั่ )จากยอดขาย เดือนละ 4,000 บาท
ดงั น้นั นายสมพงษ์ มีเงนิ ได้พงึ ประเมนิ ประเภทท่ี 1 คอื ค่าจ้าง และเงนิ ได้พึงประเมนิ
ประเภทที่ 2 คือ ค่าธรรมเนยี มหรอื ค่าคอมมชิ ช่นั
ตัวอย่างท่ี 2.4 นายสมพร รับราชการท่อี ําเภอแหง่ หนึง่ ไดร้ ับเงนิ เดือนๆละ 35,000 บาท
และได้รับเงนิ ประจาํ ตําแหน่งเดือนละ 3,500 บาท
ดังนนั้ นายสมพรมเี งินไดพ้ งึ ประเมินประเภทท่ี 1 คือ เงนิ เดือน และเงนิ ได้พึงประเมนิ
ประเภทที่ 2 คือ เงนิ ประจําตาํ แหนง่
3. เงินไดป้ ระเภทท่ี 3 ตามมาตรา 40 (3) ไดแ้ ก่ คา่ แห่งกดู๊ วิลล์ หรอื คา่ ความนยิ ม คา่ แหง่ ลิขสิทธิ์
หรือสทิ ธิอยา่ งอ่ืน เงินปี หรอื เงนิ ได้ที่มีลักษณะ เป็นเงนิ รายปอี นั ไดม้ าจากพนิ ยั กรรม นติ ิกรรมอยา่ งอ่ืน
หรอื คําพิพากษาของศาล
36
ตัวอย่างที่ 2.5 นางสมสี เป็นนกั ประพันธ์เพลง ได้แต่งเพลงส่งใหค้ า่ ยเพลงช่อื ดงั แห่งหนง่ึ
นางสมสีจะได้รับคา่ ลิขสทิ ธิ์เพลงๆละ 500,000 บาท
ดงั น้ัน นางสมสี มีเงนิ ได้พึงประเมนิ ประเภทท่ี 3 คอื ค่าลขิ สิทธ์ิ
ตัวอย่างท่ี 2.6 นางสาวสมสวย เปน็ คนสวยมากมีตาํ แหน่งเป็นนางงามหลายเวที ได้รับ
ตดิ ตอ่ ให้เป็นพนักงานประชาสมั พันธ์ให้กับศนู ย์ความงามทม่ี ีชื่อเสียงแหง่ หนึ่ง ซึ่งนางสาวสมสวย จะ
ไดร้ ับค่าจา้ งเปน็ งานๆละ 40,000 บาท และศนู ย์ความงามแหง่ นี้ตกลงจา่ ยค่าความนยิ มให้กับ
นางสาวสมสวย เป็นรายเดือนๆละ 100,000 บาท เปน็ เวลา 3 ปี
ดงั นั้น นางสาวสมสวย มเี งนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ ประเภทที่ 1 คอื คา่ จ้างงานเป็นรายครง้ั และมี
เงินได้พงึ ประเมนิ ประเภทที่ 3 คือ ค่าความนิยมทีไ่ ด้รบั เปน็ รายเดอื น
4. เงินได้ประเภทท่ี 4 ตามมาตรา 40(4) ไดแ้ ก่ ดอกเบ้ยี เงนิ ปนั ผล เงินสว่ นแบ่งกาไร เงินลดทุน
เงินเพิม่ ทนุ ผลประโยชนท์ ีไ่ ด้จากการโอนหนุ้ ฯลฯ เปน็ ตน้
(ก) ดอกเบย้ี พันธบัตร ดอกเบีย้ เงนิ ฝาก ดอกเบ้ียหุ้นกู้ ดอกเบีย้ ตว๋ั เงิน ดอกเบี้ยเงินก้ยู ืม ไม่ว่าจะมี
หลักประกนั หรอื ไม่ ดอกเบยี้ เงินก้ยู มื ทอี่ ยใู่ นบังคบั ตอ้ งถูกหักภาษไี ว้ ณ ทจ่ี ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษี
เงนิ ได้ปโิ ตรเลียมเฉพาะสว่ นทเ่ี หลอื จากถกู หักภาษีไว้ ณ ทจ่ี ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรอื ผลต่าง
ระหวา่ งราคาไถถ่ อน กบั ราคาจําหนา่ ยต๋ัวเงินหรือตราสารแสดงสทิ ธใิ นหนี้ทบ่ี ริษัท หรือหา้ งห้นุ ส่วนนิติ
บุคคล หรอื นิติบุคคลอื่น เปน็ ผ้อู อกและจาํ หนา่ ยครง้ั แรกในราคาต่ํากว่าราคาไถ่ถอน รวมท้งั เงินได้ทม่ี ี
ลกั ษณะทํานองเดยี วกนั กบั ดอกเบ้ยี ผลประโยชน์หรอื ค่าตอบแทนอน่ื ๆ ทีไ่ ดจ้ ากการให้กู้ยมื หรอื จาก
สทิ ธิเรยี กรอ้ งในหน้ที กุ ชนดิ ไม่วา่ จะมีหลักประกันหรอื ไม่ก็ตาม
(ข) เงินปน๎ ผล เงินส่วนแบ่งของกาํ ไร หรือประโยชนอ์ น่ื ใดทไ่ี ด้จากบรษิ ทั หรือหา้ งหุ้นส่วนนติ บิ ุคคล
กองทนุ รวม หรือสถาบนั การเงนิ ทมี่ กี ฎหมายไทยให้จดั ตัง้ ขนึ้ โดยเฉพาะสาํ หรับให้กูย้ มื เงิน ฯลฯ
(ค) เงนิ โบนสั ที่จ่ายแกผ่ ู้ถือห้นุ หรอื ผู้เป็นหุ้นสว่ นในบริษทั หรือหา้ งหุ้นสว่ นนิติบคุ คล
(ง) เงินลดทุนของบรษิ ทั หรือหา้ งหนุ้ ส่วนนิตบิ ุคคลเฉพาะส่วนที่จ่ายไม่เกินกวา่ กําไรและเงินทีก่ นั ไว้
รวมกัน
(จ) เงินเพมิ่ ทนุ ของบรษิ ัทหรอื หา้ งหนุ้ ส่วนนิติบุคคลซ่งึ ตง้ั จากกาํ ไรที่ได้มาหรือรับช่วงกนั ไวร้ วมกนั
(ฉ) ผลประโยชนท์ ี่ไดจ้ ากการท่ีบริษทั หรือหา้ งหุ้นสว่ นนติ ิบุคคลควบเข้ากันหรอื รบั ช่วงกันหรือ เลกิ กัน
ซง่ึ ตรี าคาเปน็ เงินได้เกนิ กว่าเงินทนุ
(ช) ผลประโยชน์ทไี่ ด้จากการโอนการเป็นหุน้ สว่ นหรือโอนหนุ้ หนุ้ กู้ พนั ธบตั ร หรือตวั๋ เงนิ หรือตราสาร
แสดงสทิ ธิในหนี้ ท่บี ริษัทหรอื หา้ งหนุ้ ส่วนนิติบคุ คล หรือนติ บิ ุคคลอ่นื เปน็ ผู้ออก ท้ังน้เี ฉพาะซง่ึ ตีราคา
เป็นเงินไดเ้ กนิ กวา่ ทีล่ งทนุ เงินไดป้ ระเภทที่ 4 ในหลาย ๆ กรณี กฎหมายให้สทิ ธิทจ่ี ะเลอื กเสยี ภาษีโดย
วิธีหกั ภาษี ณ ท่ีจา่ ย แทนการนําไปรวมคาํ นวณกบั เงินได้อน่ื ตามหลักทัว่ ไป ซึง่ จะทําให้ผู้มเี งนิ ได้ทีต่ ้อง
เสียภาษตี ามบัญชอี ัตราภาษี ในอตั ราที่สูงกว่าอัตราภาษี หัก ณ ท่ีจ่าย สามารถประหยัดภาษไี ด้
37
ตัวอยา่ งที่ 2.7 นายสมทรพั ย์ ซอ้ื หุ้นกันบริษัทหลักทรพั ยแ์ ห่งหนึ่ง ได้รับเงนิ ป๎นผลหุ้นละ
150,000 บาท ซึ่งเขามีห้นุ กับบริษัทนี้ 5 ห้นุ
ดังนัน้ นายสมทรัพย์ มีเงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ ประเภทท่ี 4 คอื เงินปน๎ ผล
ตวั อย่างที่ 2.8 นางสมทรง ฝากเงนิ ไวก้ บั ธนาคารพาณชิ ยแ์ หง่ หนึง่ จาํ นวน 5ลา้ นบาท
ประเภทเงินฝากประจํา วันที่ 31 ธนั วาคม ของทุกปีเขา้ จะนําสมุดไปเพื่อให้ธนาคารบนั ทึกรับดอกเบี้ย
เงินฝากให้ จํานวน 175,000
ดังน้ัน นางสมทรง มีเงนิ ไดพ้ งึ ประเมินประเภทท่ี 4 คือ ดอกเบยี้ เงนิ ฝากธนาคาร
5. เงนิ ได้ประเภทที่ 5 ตามมาตรา 40(5) เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สนิ เงินหรอื ประโยชนอ์ ย่างอ่ืน
ทไ่ี ดเ้ นือ่ งจาก การให้เช่าทรพั ย์สิน การผิดสัญญาเช่าซือ้ ทรัพย์สนิ การผดิ สัญญาซ้ือขายเงนิ ผ่อนซงึ่
ผขู้ ายไดร้ ับคนื ทรพั ย์สินท่ีซ้ือขายนัน้ โดยไม่ตอ้ งคนื เงินหรอื ประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับไว้แล้ว
ตวั อยา่ งท่ี 2.9 นายสมรักษ์ มบี า้ นให้เช่า 5 หลงั ๆละ 5,000 ต่อเดือน และหอ้ งเช่าจํานวน
20 ห้อง ให้เช่าห้องละ 2,000 บาท ตอ่ เดือน
ดังนน้ั นายสมรกั ษ์ มีเงนิ ได้พงึ ประเมนิ ประเภทที่ 5 คอื คา่ เชา่ บ้านพักและค่าเช่าห้องพัก
ตวั อย่างท่ี 2.10 นายสมรวย มีบ้านแผงเช่าในตลาดให้เช่าวนั ละ 300บาท
ดงั นั้น นายสมรวย มีเงินไดพ้ ึงประเมนิ ประเภทท่ี 5 คอื คา่ เชา่ อน่ื ๆ
6. เงนิ ไดป้ ระเภทที่ 6 ตามมาตรา 40(6) ไดแ้ ก่ เงินได้จากวชิ าชพี อสิ ระ คอื วิชากฎหมาย การ
ประกอบโรคศลิ ป วศิ วกรรม สถาป๎ตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวชิ าชีพอืน่ ซ่ึงจะไดม้ ีพระ
ราชกฤษฎกี ากาํ หนดชนิดไว้
ตวั อย่างที่ 2.11 นางสาวสมดี เปน็ ผู้สอบบญั ชีรับอนญุ าต ไดร้ ับเงินไดจ้ ากการทําบญั ชแี ละ
รับรองงบการเงนิ ให้กบั บริษัทต่างๆ ปีละ 1,800,000 บาท
ดังนั้น นางสาวสมดี มีเงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ ประเภทที่ 6 คือ เงนิ ได้จากการทําบัญชีและจาก
การรับรองงบการเงนิ ให้กับบริษทั ต่าง ๆ (เงนิ ไดจ้ ากการประวชิ าชีพการบัญช)ี
ตวั อย่างที่ 2.12 นายสมดุล เปน็ ทนายความ ได้รบั ค่าวา่ ความใหก้ ับลูกความ ปลี ะ
2,000,000 บาท
ดงั นัน้ นายสมดุล มีเงนิ ได้พึงประเมินประเภทท่ี 6 คือ ค่าว่าความ(เงินไดจ้ ากวิชาชีพนกั
กฎหมาย)
7. เงนิ ไดป้ ระเภทท่ี 7 ตามมาตรา 40(7) ได้แก่ เงินไดจ้ ากการรับเหมา ทผ่ี รู้ ับเหมาตอ้ งลงทนุ ดว้ ย
การจัดหาสมั ภาระ ในสว่ นสําคัญนอกจากเคร่ืองมอื
38
ตวั อยา่ งท่ี 2.13 นายสมประสงค์ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างบ้าน ไดร้ บั เงนิ คา่ รบั เหมากอ่ สรา้ ง
บา้ นหลงั ละ 600,000 บาท
ดงั นั้น นายสมประสงค์ มีเงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ ประเภทที่ 6 คือ เงนิ ไดจ้ ากการเหมางาน
กอ่ สรา้ งบา้ น
ตวั อย่างท่ี 2.14 นายสมประทวน ให้บรกิ ารรบั เหมาถมท่ี โดยคิดค่าเหมาเปน็ ลูกบาศก์
เมตรละ 1,000 บาท
ดังนัน้ นายสมประทวน มเี งนิ ได้พึงประเมนิ ประเภทท่ี 6 คือ รายไดจ้ ากการรบั เหมาถมท่ี
8. เงนิ ได้ประเภทท่ี 8 ตามมาตรา 40(8) ไดแ้ ก่ เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การ
อุตสาหกรรม การขนสง่ การขายอสงั หารมิ ทรพั ย์ หรอื การอน่ื นอกจากทีร่ ะบไุ วใ้ นประเภทที่ 1 ถึง
ประเภทที่ 7 ได้แก่ ตัดเยบ็ เส้ือผ้า คา้ ขาย ทําประมง ช่างเสรมิ สวย เลีย้ งสัตว์ รา้ นซกั รดี เปน็ ตน้
ตวั อย่างที่ 2.15 นายสมถวลิ เปิดร้านขายของเบ็ดเตล็ด(ร้านขายของชาํ ) มรี ายได้ทง้ั ปี
600,000 บาท
ดังนนั้ นายสมถวลิ มเี งินได้พงึ ประเมนิ ประเภทท่ี 8 คอื เงินได้จากการคา้ ขาย
ตวั อยา่ งท่ี 2.16 นางสมรัชนี เปดิ ร้านเสรมิ สวย ได้รับรายได้คา่ บริการตดั ผม ตกแตง่ ทรงผล
บํารุงผม วันละ 2,000 บาท
ดงั น้นั นางสมรัชนี มเี งนิ ได้พึงประเมินประเภทที่ 8 คอื รายไดจ้ ากการดัด ตัด แต่งผม
4. วัตถุประสงคข์ องการแบง่ ประเภทเงินไดพ้ งึ ประเมนิ
มาตรา 40 แหง่ ประมวลรษั ฎากร ไดแ้ บ่งประเภทเงนิ ได้พงึ ประเมนิ ออกเป็น 8 ประเภทดังท่ีกล่าวมา
ขา้ งตน้ โดยมีวัตถุประสงคเ์ พื่อ
1. เพื่อคํานวณค่าใช้จ่ายว่าจะหักอย่างไร และหักจํานวนเท่าใด เนื่องจากตน้ ทุนในการ
ไดม้ าซึ่งเงินไดแ้ ต่ละประเภทแตกตา่ งกัน
2. เพ่ือกาํ หนดวธิ ีการคาํ นวณภาษี
3. เพือ่ กําหนดหน้าที่ในการเสยี ภาษีครึ่งปี มาตรา 56 ทวิ กาํ หนดใหผ้ มู้ เี งินไดพ้ งึ ประเมนิ
ประเภทท่ี 5 ถึง 8 ต้องเสยี ภาษีเงินไดค้ รง่ึ ปี แตไ่ ม่รวมถึงเงินกนิ เปล่า เงินชว่ ยค่ากอ่ สรา้ ง เงินค่า
ซอ่ มแซม ค่าแหง่ อาคารหรอื โรงเรอื นทไี่ ดร้ ับกรรมสทิ ธ์ิ
4. เพอ่ื กาํ หนดแบบแสดงรายการภาษี
5. เพ่อื กําหนดอตั ราการหกั ภาษี ณ ท่จี ่าย
39
5. เงินได้ท่ไี ดร้ บั การยกเว้นภาษี
เงนิ ได้ทไี่ ด้รับยกเว้นภาษี มอี ย่หู ลายกรณีทีส่ ําคญั ๆ ได้แก่ การยกเว้นตามมาตรา 42 แหง่ ประมวล
รษั ฎากร การยกเวน้ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 การยกเว้นตามพระราชกฤษฎกี า ฉบบั ต่างๆ เป็น
ตน้ เงนิ ได้ท่ไี ด้รบั ยกเว้นภาษีมดี งั น้ี
1. ค่าเบ้ยี เล้ียง หรือ คา่ พาหนะ ซง่ึ ลกู จา้ งหรือผู้รับหน้าทหี่ รือตําแหนง่ งาน หรือผู้รับทํางาน
ให้ไดจ้ ่ายไปโดยสุจรติ ตามความจําเปน็ เฉพาะในการทีต่ ้องปฏิบตั กิ ารตามหนา้ ทข่ี องตน และได้จา่ ยไป
ทั้งหมด ในการนัน้
2. ค่าพาหนะและเบ้ียเลยี้ งเดินทางตามอตั ราทรี่ ัฐบาลกําหนดโดยพระราชกฤษฎีกาว่าดว้ ย
อัตรา คา่ พาหนะและเบย้ี เลีย้ งเดินทาง
3. เงนิ คา่ เดินทางซึ่งนายจา้ งจา่ ยใหแ้ กล่ ูกจ้าง เฉพาะส่วนทล่ี กู จ้างไดจ้ า่ ยท้งั หมดโดย
จําเป็น เพอื่ การเดินทางจากต่างถ่ินในการเข้ารบั งานเป็นครงั้ แรก หรอื ในการกลบั ถ่ินเดิมเมือ่ การจ้าง
สน้ิ สุดลงแล้ว แต่ขอ้ ยกเวน้ นมี้ ใิ หร้ วมถงึ เงินคา่ เดนิ ทางทีล่ ูกจ้างไดร้ บั ในการยา้ ยกลบั ถ่ินเดิม และในการ
เข้ารบั งานของนายจ้างเดิมภายใน 365 วนั นบั แต่วนั ทีก่ ารจา้ งคร้งั กอ่ นได้ส้ินสดุ ลง
4. ในกรณที ี่นายจ้างและลูกจา้ งได้ทาสัญญากันโดยสุจรติ กอ่ นใช้พระราชบญั ญตั ภิ าษเี งนิ
ได้ พุทธศักราช 2475 มขี ้อกาํ หนดว่า นายจา้ งจะชาระเงินบําเหน็จ เงนิ ค่าธรรมเนยี ม เงินคา่
นายหน้า หรอื เงินโบนสั ใหแ้ กล่ ูกจ้างเป็นจานวนเดียวเมือ่ การงานทจี่ า้ งไดส้ ิน้ สุดแล้ว แม้เงินเตม็
จาํ นวนน้นั จะได้ชําระภายหลังท่ีใช้ บทบัญญตั ิในส่วนนีก้ ด็ ี เงินบาํ เหนจ็ เงินค่าธรรมเนียม เงนิ ค่า
นายหน้า หรอื เงินโบนัส ส่วนท่เี ป็นคา่ จ้างแรงงาน อนั ไดท้ ําในเวลาก่อนใช้พระราชบัญญตั ภิ าษเี งนิ ได้
พุทธศักราช 2475 นน้ั ไมต่ ้องรวมคาํ นวณเพอ่ื เสยี ภาษีเงินได้
5. เงนิ เพ่มิ พิเศษประจาตาแหนง่ และเงนิ คา่ เช่าบ้าน หรือบา้ นทใ่ี หอ้ ยโู่ ดยไมต่ ้อง
เสียค่าเชา่ สาํ หรับข้าราชการสถานทตู หรอื สถานกงสลุ ไทยในต่างประเทศ
6. เงนิ ไดจ้ ากการขาย หรือส่วนลดจากการซือ้ อากรแสตมป์ หรอื แสตมป์ไปรษณียากร ของ
รัฐบาล
7. เบี้ยประชมุ กรรมาธกิ ารหรอื กรรมการ หรือค่าสอน คา่ สอบที่ทางราชการหรอื สถานศึกษา
ของทางราชการจา่ ยให้
8. ดอกเบยี้ ดอกเบีย้ ที่ได้รบั ยกเว้นภาษี ได้แก่ ดอกเบยี้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(ก) ดอกเบ้ยี สลากออมสนิ หรอื ดอกเบ้ยี เงินฝากออมสินของรัฐบาลเฉพาะประเภท ฝากเผือ่ เรยี ก
(ข) ดอกเบี้ยเงนิ ฝากประเภทออมทรพั ยท์ ี่ไดร้ บั จากสหกรณ์
(ค) ดอกเบ้ียเงนิ ฝากธนาคารในราชอาณาจักรท่ีตอ้ งจา่ ยคืนเม่ือทวงถามประเภท ออมทรัพยเ์ ฉพาะ
กรณีทผ่ี ู้มีเงินไดไ้ ด้รับดอกเบยี้ ดังกล่าวในจาํ นวนรวมกันทัง้ สิน้ ไมเ่ กนิ 10,000 บาท ตลอดปีภาษีน้นั
ท้งั น้ี ตามหลักเกณฑ์วธิ กี ารและเงื่อนไขทีอ่ ธิบดี ประกาศ(มาตรา 42(8))
40
(ง) ดอกเบี้ยเงนิ ฝากท่เี กิดจากการฝากเงนิ กับธนาคารในประเทศไทยและจากสหกรณอ์ อม
ทรัพยต์ ามกฎหมายวา่ ด้วยสหกรณใ์ นประเทศ เป็นรายเดอื นตดิ ตอ่ กนั มรี ะยะเวลาไม่น้อยกวา่ 24 เดือน
นับแต่วันท่ีฝาก โดยมียอดเงินฝากแตล่ ะคราวเทา่ กันแต่ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือนและรวมท้งั
หมดแลว้ ตอ้ งไมเ่ กิน 600,000 บาท
9. การขายสงั หารมิ ทรัพย์อันเปน็ มรดก หรือสังหาริมทรัพย์ ท่ไี ด้มาโดยมิไดม้ ุ่งในทางการค้า
หรอื หากําไร แต่ไมร่ วมถงึ เรอื กําป่๎น เรอื ท่มี ีระวางตง้ั แต่ 6 ตันข้นึ ไป เรือกลไฟหรือเรือยนต์ที่มรี ะวาง
ตง้ั แต่ 5 ตันขนึ้ ไปหรอื แพ
10. เงนิ ได้ทีไ่ ด้รับจากการอปุ การะโดยหนา้ ท่ธี รรมจรรยา เงินได้ที่รบั จากการรบั มรดก หรอื
จากการให้โดยเสนห่ าเนื่องในพิธี หรือตามโอกาสแหง่ ขนบธรรมเนยี มประเพณี
11. รางวลั เพ่ือการศึกษาหรือคน้ คว้าในวิทยาการ รางวัลสลากกนิ แบ่งหรอื สลากออมสิน
ของรฐั บาล รางวลั ท่ีทางราชการจา่ ยใหใ้ นการประกวดหรือแข่งขนั ซ่งึ ผู้รบั มิไดม้ อี าชีพในการประกวด
หรอื แข่งขนั หรอื สินบนรางวัลท่ที างราชการจา่ ยให้เพอื่ ประโยชน์ในการปราบปรามการกระทาํ ความผิด
12. บานาญพเิ ศษ บาเหน็จพเิ ศษ บาํ นาญตกทอด หรือบาํ เหนจ็ ตกทอด
13. ค่าสนิ ไหมทดแทนเพ่ือละเมิด เงนิ ทีไ่ ดจ้ ากการประกนั ภยั หรือการฌาปนกจิ สงเคราะห์
14. เงินไดท้ ไ่ี ด้รบั จากสว่ นแบง่ ของกาไรจากห้างหุ้นสว่ นสามญั หรอื คณะบคุ คลทมี่ ิใชน่ ติ ิ
บุคคล ทไี่ ด้รับจาก (ก) การให้เชา่ อสังหารมิ ทรัพยท์ เ่ี ปน็ กรรมสทิ ธ์ริ วมอันได้มาโดยทางมรดก หรือ
ไดร้ ับจากการใหโ้ ดยเสน่หา ซ่งึ ตอ้ งเสียภาษีเงินได้ตามส่วน 2 หมวด 3 ลกั ษณะ 2 แห่งประมวล
รษั ฎากร (ข) ดอกเบย้ี เงนิ ฝากตามมาตรา 40 (4) (ก) แห่งประมวลรษั ฎากร และถูกหกั ภาษีเงนิ ได้ ณ ท่ี
จา่ ย ตามมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ทงั้ น้ี เฉพาะกรณที ี่ผู้มีเงนิ ได้ ดังกล่าวไมข่ อรบั เงนิ ภาษีที่
ถูกหกั ไวน้ ้ันคืนหรอื ไมข่ อเครดิตเงนิ ภาษีทถ่ี ูกหกั ไวน้ ัน้ ไม่ว่าทง้ั หมดหรอื บางสว่ น (ดูกฎกระทรวง ฉบับที่
309 (พ.ศ. 2558) ใช้บงั คบั สําหรบั เงินได้พึงประเมนิ ประจําปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป)
15. เงินไดข้ องชาวนาทีไ่ ดจ้ ากการขายขา้ ว อนั เกดิ จากกสิกรรมทต่ี นและหรือครอบครัว ได้
ทาํ เอง
16. เงินได้ทไ่ี ด้รับจากกองมรดกซึง่ ไดเ้ สียภาษีเงนิ ได้ไว้ในนามของกองมรดกแลว้
17. รางวลั สลากบารงุ กาชาดไทย เงินไดจ้ ากการขายหรอื สว่ นลดจากการซือ้ สลากบาํ รงุ
กาชาดไทย
18. ดอกเบีย้ ทีไ่ ดร้ ับจากการคืนเงนิ ภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร
19. เงินไดท้ ี่เปน็ เงินปันผลหรือเงนิ เฉลี่ยคนื ทสี่ หกรณจ์ ่ายใหแ้ ก่สมาชิก
20. เงินปันผลท่ไี ด้จากบรษิ ัทหรือหา้ งหนุ้ ส่วนนติ ิบุคคลทปี่ ระกอบการขนสง่ ทางทะเลและ
ถอื กรรมสทิ ธ์เรอื ไทย หรอื ท่ปี ระกอบกจิ การอเู่ รือทไ่ี ดร้ บั สิทธปิ ระโยชนต์ าม พ.ร.บ. สง่ เสริมการ
พาณชิ ยนาวี พ.ศ.2521 ซึ่งจะได้รับยกเวน้ ภาษีเงนิ ได้ก็ต่อเมือ่ ไดต้ ราเป็นพระราชกฤษฎกี าตามประมวล
รัษฎากรแล้ว
41
21. เงนิ ได้จากการขายหนว่ ยลงทนุ ในกองทนุ รวม
22. เงินไดข้ องกองทนุ รวม
23. เงนิ ประโยชนท์ ดแทนทผี่ ู้ประกนั ตน ได้รับจากกองทนุ ประกนั สังคมตามกฎหมายวา่ ดว้ ย
การประกันสังคม
24. เงินไดจ้ ากกิจการโรงเรียนราษฎร์ (โรงเรียนเอกชน) แต่ไมร่ วมถงึ เงินไดจ้ ากการขายของ
การรบั จา้ งทําของหรอื การให้บรกิ ารอ่นื ใดท่ีโรงเรียนราษฎร์ ซงึ่ เป็นโรงเรยี นอาชีวศึกษาได้รบั จากผู้ซงึ่
มใิ ชน่ ักเรยี น
25. เงินได้จากการจาหนา่ ยหรอื ส่วนลดจากการจาหน่ายสลากกินแบง่ ของรฐั บาล
26. เงินได้สว่ นทเี่ ปน็ ค่าจา้ งการทางานในระหว่างเวลาปิดภาคการศึกษาของคนต่างดา้ ว
ซึ่งเป็นนักเรยี น นักศกึ ษา หรือนสิ ิตท่ีเขา้ มาศกึ ษา ณ สถานศกึ ษาในประเทศไทย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตาม
หลักถอ้ ยทถี อ้ ยปฏบิ ตั ติ ่อกนั
27. เงนิ ไดส้ ่วนท่เี ปน็ ค่ารกั ษาพยาบาลทนี่ ายจ้างจา่ ยให้ หรอื จ่ายแทนลกู จ้างเปน็ คา่
รกั ษาพยาบาล สําหรับ
(ก) ลกู จ้าง สามี ภรยิ า บพุ การหี รือผู้สืบสนั ดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเล้ียงดูของลกู จ้าง ท้งั นี้ เฉพาะ
สาํ หรับการรักษาพยาบาลทกี่ ระทําในประเทศไทย
(ข) ลกู จา้ งในกรณที ่ีจําเปน็ ตอ้ งไดร้ บั การรักษาพยาบาลในต่างประเทศในขณะท่ีปฏิบตั ิการตามหน้าท่ี
ในต่างประเทศเป็นครั้งคราว
ท้งั นี้ เงนิ จํานวนดงั กล่าวไดจ้ า่ ยไปทงั้ หมดในการนนั้
28. เงนิ ได้ทที่ างราชการจ่ายให้เปน็ เงนิ คา่ เช่าบ้าน หรอื เงนิ ท่ีคํานวณไดจ้ ากมูลค่าของการได้
อยู่บ้านท่ีให้อยโู่ ดยไมเ่ สยี ค่าเชา่ เงนิ ชว่ ยการศกึ ษาบุตร เงนิ ชว่ ยเหลือบุตร เงินค่าเบย้ี กันดาร เงินยงั ชพี
หรอื เงินค่าอาหารทาํ การนอกเวลา
29. เงินคา่ เช่าบ้านที่ไดร้ ับจากรฐั วสิ าหกิจ ซ่ึงมิใชบ่ ริษทั หรือห้างหุ้นสว่ นนติ ิบุคคลเท่าท่ีผมู้ ี
เงนิ ได้ได้จ่ายไปโดยสุจรติ ตามความเป็นจริง หรอื เงนิ ทคี่ าํ นวณได้จากมลู ค่าของการได้อย่บู า้ นท่ี
รัฐวิสาหกิจดังกล่าวใหอ้ ยโู่ ดยไม่ต้องเสยี คา่ เช่าและรัฐวสิ าหกิจผู้จา่ ยเงินมิได้ออกค่าภาษีเงินได้สําหรับ
เงนิ ไดจ้ าํ นวนดังกล่าวให้
30. เงนิ ช่วยการศกึ ษาบตุ ร เงินชว่ ยเหลือบุตร เงนิ คา่ เบ้ียกันดารหรอื เงนิ ยงั ชีพที่ได้รับจาก
รฐั วิสาหกิจ ซงึ่ มิใช่บริษัทหรอื หา้ งหุน้ ส่วนนติ ิบุคคลในอัตราเดยี วกบั ทที่ างราชการใหแ้ ก่ขา้ ราชการและ
รฐั วิสาหกิจผ้จู า่ ยเงินมิได้ออกค่าภาษเี งินได้จํานวนดงั กลา่ วให้
31. รางวลั ที่ทางราชการจ่ายให้เพ่ือประโยชนใ์ นการปอ้ งกันมิให้มีการกระทาํ ความผิด
เกยี่ วกบั ภาษอี ากร
42
32. ดอกเบ้ียเงินสะสมทไ่ี ด้รับจากรฐั วิสาหกิจ ซึ่งมิใช่บรษิ ัทหรอื ห้างห้นุ ส่วนนิตบิ คุ คลใน
อตั ราเดียวกบั ที่ทางราชการจา่ ยให้แกข่ า้ ราชการและรัฐวสิ าหกจิ ผู้จา่ ยเงินมไิ ดอ้ อกค่าภาษเี งินได้จํานวน
ดังกลา่ วให้
33. เงินไดท้ ่เี จา้ หน้าทขี่ องรัฐบาลต่างประเทศ ซงึ่ ปฏบิ ตั หิ นา้ ทใี่ นประเทศไทยได้รับจาก
รฐั บาลของตน ทั้งนี้ โดยใหเ้ ป็นไปตามหลกั ถอ้ ยทีถอ้ ยปฏบิ ัติตอ่ กัน
34. เงินได้สว่ นท่เี ปน็ เงนิ เดอื นและเงินใดๆ บรรดาท่ไี ดเ้ นื่องจากหนา้ ทห่ี รอื ตําแหน่งงานที่ทํา
หรือจากการรบั ทํางานให้ทคี่ นต่างดา้ วซึง่ เปน็ ผูแ้ ทนของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ
ปฏบิ ัตหิ น้าทใี่ นประเทศไทยไดร้ บั จากคณะกรรมการกาชาดระหวา่ งประเทศ
35. ดอกเบ้ยี เงินฝากสหกรณเ์ ฉพาะเงนิ ฝากท่ตี ้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรพั ย์ ซงึ่
ใช้สมุดคฝู่ ากในการฝากถอน
36. เงนิ ได้ที่ทางราชการจา่ ยใหเ้ พื่อประโยชนใ์ นการรักษาความมน่ั คงภายในราชอาณาจักร
และกระทรวงการคลงั ไดอ้ นญุ าตให้เบกิ จ่ายได้
37. เงนิ ได้สว่ นที่เป็นเงนิ เดือนหรือค่าจ้างและเงินใดๆ บรรดาท่ไี ด้เนื่องจากหนา้ ทหี่ รือ
ตําแหน่งงานทีท่ ําหรือจากการรับทํางานให้ท่ีคนต่างด้าวซ่ึงไม่มีถ่ินทอ่ี ยู่ในประเทศไทยได้รับจาก
(ก) คณะกรรมการระหวา่ งรฐั บาลเก่ยี วกบั การโยกยา้ ยถ่ินฐานในการปฏิบตั ิงาน ในประเทศไทย
(ข) รฐั บาลแหง่ ประเทศของตนในการปฏิบตั ิงานเกย่ี วกบั การช่วยเหลือผอู้ พยพจาก อนิ โดจนี ใน
ประเทศไทย
38. เงนิ ไดจ้ ากการขายอสงั หาริมทรัพย์อนั เปน็ มรดกหรอื อสังหาริมทรพั ยท์ ไี่ ด้รับจากการ ให้
โดยเสน่หาที่ตั้งอยู่นอกเขตกรงุ เทพมหานคร เทศบาล สุขาภิบาล หรอื เมอื งพัทยาหรอื การปกครอง
ทอ้ งถิ่นอน่ื ท่มี ีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ ทงั้ น้ี เฉพาะเงินได้จากการขายในส่วนทีไ่ ม่เกนิ 200,000
บาท ตลอดปีภาษีน้ัน
39. เงนิ ไดจ้ ากการโอนกรรมสิทธ์ิหรือสทิ ธิครอบครองในอสงั หารมิ ทรัพย์ใหแ้ ก่บุตรโดยชอบ
ด้วยกฎหมายของตนโดยไมม่ คี ่าตอบแทน บุตรชอบดว้ ยกฎหมายดงั กล่าวไม่รวมถงึ บตุ รบุญธรรมดว้ ย
40. เงนิ ไดจ้ ากการขายสนิ ค้ายาสูบท่โี รงงานยาสบู กระทรวงการคลังไดเ้ สยี ภาษีเงินได้แทน
ผู้ขายสินค้าดงั กล่าวทกุ ทอดตามมาตรา 48 ทวิ แหง่ ประมวลรษั ฎากร
41. ดอกเบ้ียพนั ธบัตรหรือดอกเบี้ยหนุ้ กู้ หรอื ผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกบั ราคาจาหนา่ ย
พนั ธบัตร หรือหนุ้ กทู้ ี่ออกจาหน่ายครั้งแรกในราคาตา่ กวา่ ราคาไถถ่ อน หรือผลประโยชนท์ ี่ไดจ้ าก
การโอนพนั ธบตั รหรอื หุ้นกู้ ท้ังน้ี เฉพาะพนั ธบตั รหรือหนุ้ กขู้ องรฐั บาล องค์การของรฐั บาล หรือ
สถาบนั การเงนิ ท่ีมกี ฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึน้ สําหรับให้กู้ยมื เงนิ เพ่ือส่งเสรมิ
เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรอื อตุ สาหกรรม และผมู้ เี งินได้นนั้ มไิ ด้เปน็ ผู้อยใู่ นประเทศไทย
42. ดอกเบยี้ เงินฝากประเภทออมทรัพย์ของธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
43
43. เงนิ ได้จากการขายหลกั ทรัพย์ในตลาดหลกั ทรัพย์แหง่ ประเทศไทย แตไ่ ม่รวมถงึ เงินได้
จากการขายหลักทรัพย์ท่เี ปน็ หุ้นกูห้ รือพนั ธบัตร
44. เงินไดจ้ ากการขายโลหะดบี กุ ตัง้ แต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2531 สาํ หรับโลหะดีบุกทีซ่ ื้อ
มาระหวา่ งวันท่ีกฎกระทรวงนใ้ี ช้บังคบั ถงึ วนั ท่ี 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2530 ทัง้ น้ี เฉพาะทไี่ มน่ ํารายจ่ายใน
ส่วนทีเ่ กยี่ วกบั กจิ การซอื้ และขายโลหะดีบุกดังกล่าวไปรวมคํานวณเปน็ รายจ่ายในการคาํ นวณเงินได้
สุทธิ
45. เงนิ ปนั ผลหรือเงินส่วนแบง่ ของกาไร แลว้ แต่กรณีจากห้างหุ้นสว่ นสามัญหรอื คณะบคุ คล
ท่ีมใิ ช่นิติบุคคลหรือจากบริษัทหรอื หา้ งหุ้นสว่ นนิติบุคคลทตี่ ้งั ขนึ้ ตามกฎหมายไทย ทั้งนเ้ี ฉพาะสว่ นท่ี
เป็นการคํานวณจากเงนิ ไดจ้ ากการขายโลหะดบี ุกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2531 สําหรบั โลหะดีบกุ
ที่ซอ้ื ระหว่างวนั ที่ กฎกระทรวงนใี้ ชบ้ งั คับถงึ วันที่ 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2530 และรายจ่ายในสว่ นท่ี
เก่ยี วกับกิจการซอ้ื และขายโลหะดบี กุ ดังกล่าว
46. เงนิ ไดจ้ ากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสทิ ธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ โดยไมม่ ี
คา่ ตอบแทนให้แกม่ ลู นิธิชยั พฒั นา
47. เงนิ ได้จากการโอนกรรมสทิ ธิ์หรอื สทิ ธิครอบครองในอสังหารมิ ทรัพย์ โดยไมม่ ี
ค่าตอบแทนให้แกม่ ลู นิธิสง่ เสรมิ ศลิ ปาชพี ในสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ ิกิต์ิพระบรมราชินนี าถ
48. เงนิ ค่าทดแทนตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการเวนคนื อสงั หารมิ ทรัพย์ ท้งั นี้ เฉพาะทดี่ ินทต่ี ้อง
เวนคนื และอสังหารมิ ทรพั ยอ์ ่ืนบนที่ดนิ ทตี่ อ้ งเวนคืน
49. เงินได้พึงประเมินดังต่อไปน้ี
(ก) ผลตา่ งระหวา่ งราคาไถ่ถอนกับราคาซื้อตวั๋ เงนิ หรอื ตราสารแสดงสิทธิในหน้ใี ดๆ ทบ่ี ริษทั หรอื ห้าง
หุ้นสว่ นนติ บิ ุคคลหรือนติ บิ ุคคลอืน่ เปน็ ผู้ออกและมกี ารจาํ หนา่ ยครง้ั แรกในราคาต่าํ กวา่ ราคา ไถถ่ อน
แตไ่ ม่รวมถงึ กรณที ีผ่ มู้ เี งินไดซ้ ่ึงเปน็ ผู้มหี น้าท่เี สียภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดาเปน็ ผทู้ รงคนแรก
(ข) ผลประโยชน์ทไ่ี ด้จากการโอนตว๋ั เงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหน้ีใดๆ ทีบ่ รษิ ัทหรือหา้ งห้นุ ส่วนนิติ
บุคคลหรือนติ ิบคุ คลอ่ืนเป็นผู้ออก ทั้งน้ี เฉพาะต๋ัวเงินหรือตราสารแสดงสทิ ธใิ นหนที้ ไ่ี มม่ ี ดอกเบีย้
(ค) ดอกเบี้ยทไี่ ด้จากตั๋วเงินหรอื ตราสารแสดงสิทธิในหน้ใี ดๆ ทบ่ี รษิ ทั หรือหา้ งหุ้นส่วนนติ บิ ุคคลหรอื นิติ
บุคคลอ่นื เปน็ ผูอ้ อก เฉพาะสว่ นทีเ่ กิดขึน้ กอ่ นการเปน็ ผทู้ รงตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนขี้ องผูม้ ี
เงินได้ ท้งั นี้ ต้องมกี ารหกั ภาษเี งินได้ ณ ทจ่ี า่ ย ตามมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากร จากดอกเบย้ี
ดังกล่าว ท้ังจํานวนไวแ้ ล้ว
50. เงินไดท้ ผี่ เู้ ชีย่ วชาญของประชาคมยุโรปท่ีเป็นคนต่างดา้ วและไม่มีถ่ินที่อยู่ในประเทศไทย
ไดร้ บั เน่อื งจากการเขา้ มาทํางานในประเทศไทย ภายใต้โครงการความชว่ ยเหลือที่ประเทศไทยได้รบั
จากประชาคม ยโุ รป
44
51. เงินไดจ้ ากการขายหนว่ ยลงทุนในกองทุนรวมทีจ่ ดั ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย
หลกั ทรพั ย์ และตลาดหลักทรพั ย์ แตไ่ ม่รวมถงึ เงินหรอื ผลประโยชน์ใด ๆ ทีไ่ ด้รับเนือ่ งจากการขาย
หน่วยลงทนุ คนื ให้แกก่ องทุนรวมเพ่อื การเล้ยี งชีพ หรอื กองทนุ รวมหนุ้ ระยะยาวตามกฎหมายว่าดว้ ย
หลกั ทรพั ยแ์ ละตลาดหลักทรพั ย์
52. เงินได้ทคี่ ณะกรรมการอานวยการปรบั ปรงุ พระทนี่ ่งั จกั รีมหาปราสาทได้รบั เพอ่ื
ประโยชนใ์ นการสรา้ งพระทน่ี งั่ องค์ใหมแ่ ละปรบั ปรงุ พระทีน่ ง่ั จกั รมี หาปราสาท
53. เงินไดท้ ีค่ านวณได้จากมูลค่าของเคร่ืองแบบซ่งึ ลกู จ้างได้รับจากนายจา้ งในจํานวนคนละ
ไม่เกนิ สองชุดตอ่ ปีและเส้อื นอกในจํานวนคนละไม่เกินหนง่ึ ตัวต่อปี
54. เงินไดเ้ ท่าทีล่ กู จา้ งจ่ายเป็นเงินสะสมเขา้ กองทนุ สารองเลี้ยงชพี ตามกฎหมายวา่ ดว้ ย
กองทุนสาํ รองเลย้ี งชีพในอัตราไม่เกนิ ร้อยละ 15 ของคา่ จ้างเฉพาะสว่ นทเ่ี กิน 10,000 บาท แตไ่ มเ่ กิน
490,000 บาท สาํ หรบั ปีภาษีนัน้ ท้ังน้ี สําหรบั เงินไดพ้ ึงประเมนิ ท่ไี ด้รบั ตง้ั แต่วนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ.
2551 เปน็ ต้นไป
55. เงินหรือผลประโยชนใ์ ด ๆ ท่ีได้รบั จากกองทุนสารองเลีย้ งชพี ตามกฎหมายวา่ ด้วย
กองทุนสารองเลยี้ งชพี ดังต่อไปนี้
(ก). เงนิ หรือผลประโยชนใ์ ด ๆ ท่ีได้รับจากกองทนุ สาํ รองเลีย้ งชพี เนือ่ งจากลกู จา้ งออกจากงานเพราะ
ตาย ทุพพลภาพ หรอื ออกจากงานเม่อื มอี ายไุ ม่ตา่ํ กวา่ ห้าสบิ ห้าปบี รบิ ูรณ์
(ข). เงนิ หรอื ผลประโยชน์ใด ๆ ทม่ี ีสทิ ธิได้รบั จากกองทุนสํารองเล้ียงชีพเน่ืองจากลกู จ้างออกจากงาน
ก่อนอายุครบหา้ สิบห้าปีบริบรู ณ์ แต่เมอ่ื ออกจากงานแลว้ ไดค้ งเงนิ หรอื ผลประโยชน์น้ันไว้ทั้งจาํ นวนใน
กองทุนสาํ รองเลีย้ งชพี และต่อมาได้รบั เงนิ หรือผลประโยชน์หลงั จากลกู จ้างผู้น้นั ตาย ทุพพลภาพ หรือ
อายุครบหา้ สิบห้าปีบริบูรณ์
ประกาศนใ้ี ห้ใช้บังคับสาํ หรบั เงินไดพ้ ึงประเมินทไี่ ด้รบั ตง้ั แตว่ นั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เปน็ ตน้ ไป
และใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอ่ื นไขทอ่ี ธบิ ดีกําหนด (ดปู ระกาศอธบิ ดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกบั ภาษีเงนิ ได้ (ฉบบั ที่ 223) )
56. เงินปนั ผลหรอื เงนิ สว่ นแบ่งของกาไรจากบริษทั หรอื หา้ งห้นุ ส่วนนติ บิ ุคคลทีไ่ ดจ้ าก
กิจการโรงเรียนเอกชนทีต่ ัง้ ขึน้ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรอื กจิ การสถาบันอดุ มศึกษาเอกชน
ทีต่ ้งั ข้ึน ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถาบันอดุ มศกึ ษาเอกชน ทั้งนี้ บรษิ ทั หรือห้างหุน้ สว่ นนิตบิ คุ คลดังกล่าว
จะตอ้ งมิไดป้ ระกอบกิจการอน่ื นอกจากกจิ การโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรอื
กจิ การสถาบนั อุดมศกึ ษาเอกชนตามกฎหมายวา่ ด้วยสถาบันอดุ มศึกษาเอกชน
57. ดอกเบี้ยเงนิ ฝากธนาคารในราชอาณาจกั รทตี่ ้องจ่ายคืนเมอื่ ทวงถามประเภทออมทรพั ย์
เฉพาะกรณที ผี่ ้มู เี งินไดไ้ ด้รบั ดอกเบ้ียดงั กล่าวในจํานวนรวมกนั ทงั้ สิน้ ไมเ่ กนิ 20,000 บาทตลอดปีภาษี
น้ัน
45
58. เงินไดส้ ว่ นที่เป็นเงินเดอื นหรือค่าจา้ งทคี่ นประจาเรอื ได้รับเนือ่ งจากการปฏบิ ตั งิ าน
บนเรอื ไทยตามกฎหมายว่าด้วยการสง่ เสริมการพาณชิ ยนาวีที่ใช้ในการขนสง่ สินค้าระหว่างประเทศ
59. เงินได้ที่คณะกรรมการบริหาร "ทุนการกศุ ลสมเด็จพระเทพฯ" ไดร้ ับเพื่อประโยชน์ ของ
การกศุ ลสมเด็จพระเทพฯ
60. เงินได้จากการขายอสังหารมิ ทรัพย์ ดังต่อไปนี้
(ก) บ้าน โรงเรยี น หรอื สิง่ ปลูกสรา้ งอน่ื ซึ่งโดยปกติใช้ประโยชน์เพอื่ เป็นที่อยูอ่ าศัย
(ข) อสังหารมิ ทรพั ยต์ าม (ก) พรอ้ มท่ีดิน
(ค) ห้องชดุ สาํ หรบั การอยู่อาศยั ในอาคารชดุ ตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
ทง้ั นี้ เฉพาะกรณที ผ่ี มู้ ีเงนิ ได้ไดอ้ สังหาริมทรพั ย์ตาม (ก) (ข) หรอื (ค) โดยจดทะเบยี นการได้มาใน พ.ศ.
2540 และขายอสงั หาริมทรพั ยน์ ั้นภายหลงั จากการจดทะเบยี นไมน่ อ้ ยกวา่ 1 ปี แต่ไมเ่ กนิ วนั ที่ 31
ธันวาคม พ.ศ. 2550
61. ผลประโยชนท์ ไ่ี ดจ้ ากการควบเข้ากันของธนาคารตามกฎหมายวา่ ด้วยการธนาคาร
พาณิชย์ และหรือบรษิ ทั เงนิ ทนุ บริษัทหลักทรพั ย์ หรือบรษิ ทั เครดติ ฟองซิเอร์ ตามกฎหมายวา่ ด้วยการ
ประกอบธุรกจิ เงินทุน ธุรกิจหลกั ทรัพย์ และธุรกจิ เครดิตฟองซิเอร์ ซ่งึ ตรี าคาเปน็ เงินไดเ้ กินกวา่ เงนิ ทนุ
62. เงนิ ได้เทา่ ท่ีสมาชิกกองทนุ บาเหน็จบานาญขา้ ราชการจ่ายเปน็ เงินสะสมเข้ากองทนุ
บาํ เหนจ็ บาํ นาญขา้ ราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทนุ บําเหนจ็ บํานาญขา้ ราชการ เฉพาะสว่ นทไ่ี มเ่ กิน
500,000 บาท สําหรับปภี าษีน้ัน ท้งั น้ี สาํ หรับเงินไดพ้ งึ ประเมนิ ท่ไี ด้รับตั้งแต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ.
2551 เป็นตน้ ไป
63. เงินหรอื ผลประโยชน์ใด ๆ ทไ่ี ดร้ ับจากกองทุนบาเหน็จบานาญขา้ ราชการตาม
กฎหมายวา่ ดว้ ยกองทนุ บาเหนจ็ บานาญข้าราชการดังต่อไปนี้
(ก) เงนิ หรอื ผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รบั เน่ืองจากสมาชิกกองทนุ บาํ เหน็จบาํ นาญข้าราชการออกจาก
ราชการเพราะตาย เหตุทพุ พลภาพ เหตทุ ดแทน หรอื เหตุสูงอายุ
(ข) เงนิ หรอื ผลประโยชนใ์ ด ๆ ท่มี ีสิทธไิ ด้รับจากกองทนุ บาํ เหนจ็ บํานาญขา้ ราชการ เนอื่ งจากสมาชิก
กองทุนบําเหน็จบาํ นาญขา้ ราชการออกจากราชการในกรณอี ื่นนอกจาก (ก) แตเ่ ม่อื ออกจากราชการ
แล้วได้คงเงินหรอื ผลประโยชนน์ ั้นไวท้ ้งั จาํ นวนในกองทนุ บาํ เหนจ็ บํานาญข้าราชการ และต่อมาไดร้ ับ
เงินหรือผลประโยชนห์ ลังจากสมาชิกผู้นัน้ ตาย ทุพพลภาพ หรืออายุครบหกสิบปีบริบูรณ์
ประกาศนีใ้ ห้ใช้บงั คบั สาํ หรับเงินได้พงึ ประเมินที่ได้รับตง้ั แต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป
ตามหลักเกณฑ์ เง่ือนไข และวิธกี ารทอ่ี ธิบดีกาํ หนด (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกีย่ วกบั ภาษเี งนิ ได้
(ฉบบั ที่ 189))
64. เงินได้ทค่ี ณะกรรมการกองทุนลานกฬี าต้านยาเสพติด สํานักนายกรฐั มนตรไี ดร้ บั เพือ่
ประโยชนข์ องกองทุนลานกีฬาตา้ นยาเสพตดิ ดงั กลา่ ว
65. ดอกเบ้ียพนั ธบตั รออมสนิ รนุ่ พันธบัตรเงนิ ฝากช่วยชาติ
46
66. เงินไดท้ ่ีเปน็ เงินเดอื นหรือค่าตอบแทนทเ่ี จ้าหน้าทีข่ องศนู ย์วจิ ัยวนเกษตรนานาชาติ ซ่งึ
เป็นคนต่างดา้ วและไมม่ ีถ่ินทอี่ ย่ใู นประเทศไทย ได้รับจากศูนยว์ ิจยั วนเกษตรนานาชาติ เนื่องจากการ
เข้ามาทํางาน ในประเทศไทย ภายใตข้ ้อตกลงระหวา่ งรัฐบาลไทยและศนู ยว์ ิจยั วนเกษตรนานาชาติ
67. รางวัลบตั รออมทรพั ย์ของธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร
68. เงนิ ได้จากการโอนกรรมสิทธหิ์ รือสทิ ธิครอบครองในท่ดี ินโดยไม่มคี ่าตอบแทนให้แก่ วดั
วัดบาทหลวงโรมนั คาทอลิก หรือมสั ยดิ ท่จี ัดตง้ั ข้ึนตามกฎหมายว่าดว้ ยการนน้ั ทงั้ น้ีเฉพาะการโอน
ทด่ี ินสว่ นทีท่ าํ ให้วดั วัดบาทหลวงโรมนั คาทอลิก หรอื มัสยิดมีท่ีดินไมเ่ กินหา้ สิบไร่
69. ผลประโยชน์ทีไ่ ด้จากการที่ผูป้ ระกอบกิจการซง่ึ เป็นบรษิ ทั มหาชนจาํ กัด หรือบริษัทจํากัด
ควบเข้ากนั หรือโอนกจิ การทัง้ หมดใหแ้ ก่กันตามหลักเกณฑ์ วิธกี ารและเงอ่ื นไขท่อี ธบิ ดกี รมสรรพากร
ประกาศกําหนด ซึ่งตรี าคาเป็นเงนิ ได้เกนิ กวา่ เงินทุน
70. คา่ ชดเชยทีล่ กู จา้ งไดร้ ับตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการค้มุ ครองแรงงานและคา่ ชดเชยที่
พนักงานได้รับตามกฎหมายวา่ ดว้ ยพนกั งานรฐั วสิ าหกิจสัมพนั ธ์ แต่ไมร่ วมถงึ คา่ ชดเชยที่ลูกจ้างหรอื
พนกั งานได้รับเพราะเหตเุ กษียณอายหุ รอื สิ้นสดุ สัญญาจ้าง ทัง้ น้ี เฉพาะคา่ ชดเชยสว่ นทไ่ี ม่เกนิ คา่ จ้าง
หรือเงนิ เดอื นคา่ จ้างของการทํางานสามร้อยวนั สุดท้าย แต่ไมเ่ กนิ 300,000 บาท
71. เงนิ ไดเ้ ท่าทไ่ี ด้จา่ ยเปน็ ดอกเบีย้ เงนิ กยู้ มื สําหรับการกยู้ ืมเงนิ เพอ่ื ซอื้ เชา่ ซ้ือ หรอื สร้าง
อาคารที่อย่อู าศัยโดยจํานองอาคารท่ซี ้ือหรือสร้างเป็นประกนั การก้ยู มื นนั้ ตามจํานวน ที่จา่ ยจรงิ แต่ไม่
เกิน 100,000 บาท ตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารทีอ่ ธบิ ดกี าํ หนด ทง้ั น้ีเฉพาะดอกเบย้ี เงนิ กูย้ ืมท่ีได้จา่ ย
ตงั้ แต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 เป็นตน้ ไป ซึง่ จา่ ยให้แก่
(ก) กองทุนรวมอสงั หารมิ ทรัพย์เพือ่ แก้ไขปญ๎ หาในระบบสถาบนั การเงินทจี่ ดั ตั้งขน้ึ ตามกฎหมายวา่ ด้วย
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ข) กองทุนรวมเพือ่ แก้ไขป๎ญหาในระบบสถาบนั การเงินทจี่ ัดตงั้ ขึ้นตามกฎหมาย วา่ ด้วยหลกั ทรพั ย์และ
ตลาดหลักทรัพย์
(ค) นิตบิ ุคคลเฉพาะกจิ ซึง่ จัดต้งั ขนึ้ เพอื่ ดําเนนิ การแปลงสนิ ทรัพยเ์ ป็นหลักทรพั ย์ ตามกฎหมายว่าดว้ ย
นติ ิบุคคลเฉพาะกิจ เพอื่ แปลงสนิ ทรพั ยเ์ ปน็ หลักทรัพย์ ท้ังน้ี เฉพาะกรณที น่ี ติ บิ คุ คลเฉพาะกจิ ดังกล่าว
เข้ารบั ช่วงสทิ ธเิ ป็นเจ้าหน้ีเงินกูแ้ ทนกองทุนรวมตาม (1) หรือ (2) ธนาคารหรือสถาบันการเงินอน่ื
บริษัทประกนั ชีวติ สหกรณห์ รอื นายจ้าง
72. เงนิ ไดเ้ ทา่ ทไ่ี ดจ้ า่ ยเป็นดอกเบ้ียเงินกยู้ มื ให้แกธ่ นาคารหรือสถาบนั การเงินอนื่ บรษิ ัท
ประกันชีวิต สหกรณ์ หรือนายจา้ งสําหรับการกู้ยืมเงนิ เพ่ือซื้อเช่าซอ้ื หรือสร้างอาคารทีอ่ ย่อู าศยั โดย
จาํ นองอาคาร ท่ีซอ้ื หรอื สร้างเปน็ ประกนั การกูย้ มื นน้ั ซง่ึ รวมถงึ อาคารพรอ้ มทีด่ ินด้วย เฉพาะสว่ นทีเ่ กนิ
10,000 บาท แต่ไมเ่ กิน 90,000 บาท และเฉพาะดอกเบีย้ เงนิ ก้ยู ืมทไี่ ดจ้ า่ ยต้ังแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.
2550 เปน็ ต้นไป ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการท่ีอธิบดกี ําหนด อาคารตามวรรคหน่งึ ใหห้ มายความ
รวมถึงอาคารพร้อมท่ีดนิ ดว้ ย
47
73. เงินได้เทา่ ท่ผี ้อู านวยการ ผบู้ รหิ าร ครหู รือบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรยี นเอกชน
จ่ายเปน็ เงินสมทบเขา้ กองทนุ สงเคราะห์ ตามกฎหมายวา่ ด้วยโรงเรยี นเอกชนเฉพาะส่วนท่ไี ม่เกิน
500,000 บาท สาํ หรบั ปีภาษีน้นั ทง้ั นี้ สาํ หรับเงินได้พงึ ประเมนิ ทีไ่ ด้รบั ต้ังแตว่ นั ที่ 1 มกราคม พ.ศ.
2551 เป็นตน้ ไป
74. เงินได้เทา่ ท่ไี ด้จา่ ยเป็น ค่าซอ้ื หน่วยลงทนุ ในกองทุนรวม เพอ่ื การเลยี้ งชีพ ตาม
กฎหมาย วา่ ดว้ ยหลักทรพั ย์ และตลาดหลักทรัพย์ ให้ยกเวน้ เท่าท่ีไดจ้ า่ ยเป็น คา่ ซื้อหนว่ ยลงทุน ใน
อตั ราไม่เกนิ ร้อยละ 15 ของเงนิ ไดพ้ งึ ประเมิน แตไ่ มเ่ กิน 500,000 บาท สาํ หรับปภี าษีนัน้
โดยผ้มู เี งินได้ ต้องถอื หนว่ ยลงทนุ ดงั กลา่ ว มาแล้วไมน่ อ้ ยกวา่ 5 ปี นบั ต้งั แต่ วนั ซอื้ หน่วยลงทุน ครงั้
แรก และไถ่ถอนหนว่ ยลงทนุ นนั้ เมอื่ ผู้มเี งินได้ มอี ายไุ ม่ตํ่ากว่า 55 ปีบรบิ ูรณ์ ทัง้ น้ี ตามหลกั เกณฑ์
วิธกี าร และเงอ่ื นไข ท่อี ธบิ ดกี าํ หนด ในกรณี ที่ผมู้ ีเงนิ ได้ จา่ ยเงินสะสม เขา้ กองทุน สํารองเล้ยี งชีพ
ตามกฎหมาย วา่ ด้วยกองทุน สาํ รองเลย้ี งชีพ หรอื จา่ ยเงิน สะสมเข้ากองทนุ บําเหนจ็ บํานาญ
ข้าราชการ ตามกฎหมาย ว่าด้วยกองทุนบาํ เหนจ็ บํานาญขา้ ราชการ หรอื กองทนุ สงเคราะห์ ตาม
กฎหมายว่าด้วย โรงเรียนเอกชนด้วย เงนิ ไดท้ ่ีไดร้ บั ยกเวน้ ตามวรรคหนงึ่ เมอ่ื รวมกับเงนิ สะสม ทจี่ ่าย
เขา้ กองทนุ สาํ รองเลย้ี งชีพ หรอื กองทนุ บําเหนจ็ บํานาญขา้ ราชการ หรือกองทุนสงเคราะห์
ต้องไมเ่ กนิ 500,000 บาท ในกรณี ที่ผู้มีเงนิ ได้ ถือหนว่ ยลงทุน ไม่ครบ 5 ปี นบั ตั้งแต่ วันซ้ือหนว่ ย
ลงทนุ ครั้งแรก หรือ ไถ่ถอนหน่วยลงทนุ ก่อน ที่ผู้มีเงนิ ไดม้ อี ายคุ รบ 55 ปีบรบิ ูรณ์ ใหผ้ ู้มีเงินได้นนั้
หมดสิทธิไดร้ บั ยกเวน้ ตามวรรคหนงึ่ และต้องเสียภาษีเงนิ ได้สําหรบั เงนิ ได้ ทไี่ ดร้ บั ยกเว้นภาษี ตาม
วรรคหนึง่ มาแล้วด้วย (ดูประกาศ อธบิ ดีกรมสรรพากร เก่ียวกบั ภาษเี งินได้ (ฉบบั ท่ี 171)) ในปภี าษี
2551 หากผมู้ ีเงินได้ มกี ารซ้อื หน่วยลงทุน ระหวา่ งวันท่ี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ถงึ วนั ท่ี 31 ธนั วาคม
พ.ศ. 2551 ให้เงินได้ ตามวรรคหนึง่ เทา่ กับส่วนท่ีไมเ่ กนิ 700,000 บาท แต่ไม่เกนิ ร้อยละ 15 ของเงิน
ได้พงึ ประเมนิ และในกรณี ที่ผมู้ ีเงินได้ดังกลา่ ว ได้จา่ ยเงนิ สะสม ตามวรรคสองดว้ ย เม่อื รวมเงนิ ได้
กับเงนิ สะสมแล้ว ต้องไม่เกนิ 700,000 บาท ท้ังน้ี เงินได้ทีไ่ ด้รบั ยกเวน้ ดังกลา่ ว ให้เปน็ ไปตาม
หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่อื นไข ท่ีอธิบดกี ําหนด และให้นําความ ในวรรคสามมาใช้บังคบั ดว้ ย
(ดปู ระกาศอธิบดกี รมสรรพากร เกีย่ วกบั ภาษีเงนิ ได้ (ฉบับที่ 173))
75. เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ทผี่ ถู้ ือหนว่ ยลงทนุ ในกองทนุ รวมเพอ่ื การเลีย้ งชพี ตาม
กฎหมาย วา่ ดว้ ยหลกั ทรัพย์ และตลาดหลกั ทรพั ย์ ได้รับจาก กองทนุ รวม ดงั กล่าว เพราะเหตุสูงอายุ
ทพุ พลภาพ หรือตาย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ ที่อธิบดกี าํ หนด (ดปู ระกาศ อธบิ ดี
กรมสรรพากร เก่ียวกับภาษีเงินได้ (ฉบบั ท่ี 91))
76. เงินหรือผลประโยชนใ์ ดๆ ท่ีครูใหญ่ หรือครูโรงเรยี นเอกชน ไดร้ ับจากกองทุน
สงเคราะห์ ตามกฎหมายว่าดว้ ย โรงเรยี นเอกชน เมือ่ ครูใหญ่ หรอื ครูโรงเรยี นเอกชน ออกจากงาน
เพราะเหตุสูงอายุ ทพุ พลภาพ หรอื ตาย ทงั้ น้ี ตามหลักเกณฑ์ เง่อื นไข และวิธีการ ทอี่ ธบิ ดีกําหนด
(ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกย่ี วกับภาษเี งนิ ได้ (ฉบบั ท่ี 99))
48
77. ยกเวน้ เงนิ ปนั ผลท่ไี ดจ้ ากการถอื หนุ้ ในบรษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นนติ บิ ุคคล ซง่ึ จัดตัง้ ขึน้ โดย
มีวัตถุประสงคเ์ พื่อประกอบกจิ การธุรกิจเงนิ ร่วมลงทนุ และไดร้ ับยกเวน้ ภาษเี งินไดม้ าตรา 5 อัฏฐารส
แห่งพระราชกฤษฎกี าออกตามความในประมวลรัษฎากร วา่ ดว้ ยการยกเว้นรษั ฎากร (ฉบับท่ี 10) พ.ศ.
2500 ซ่ึงแกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชกฤษฎกี าออกตามความในประมวลรษั ฎากร วา่ ดว้ ยการยกเว้น
รัษฎากร
ตัวอย่างที่ 2.17 นายสมสมยั มอี าชีพทํานา ในปที ผี่ ่านมาเขาทํานาจํานวน 10 ไร่ ไดผ้ ลผลติ
12 ตัน นาํ ไปขายได้เงิน 120,000 บาท
ดังนน้ั เงนิ ไดด้ งั กล่าวได้รับการยกเวน้ ภาษี
ตวั อยา่ งที่ 2.18 นางสมสงวน เป็นพนักงานบรษิ ทั แห่งหนงึ่ ได้รบั เงนิ ค่าคลอดบุตร ตาม
กฎหมายจากกองทนุ ประกันสังคม จํานวน 35,000 บาท
ดังนนั้ เงินได้ดังกลา่ วไดร้ ับการยกเว้นภาษี
ตวั อยา่ งที่ 2.19 นายสมสงา่ เป็นนายแพทย์ท่โี รงพยาบาลแห่งหนงึ่ ในกรงุ เทพ ไดร้ บั คําสงั่ ให้
ปฏิบตั ิงานนอกพนื้ ทท่ี ี่จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รบั ค่าเบย้ี เล้ียง ค่าพาหนะ และคา่ ท่ีพัก จาํ นวน
10,000 บาท
ดังนนั้ เงินไดด้ งั กลา่ วไดร้ ับการยกเวน้ ภาษี
6. การคานวณเงินไดพ้ งึ ประเมิน
ในการคํานวณเงินได้พึงประเมิน เพ่อื ใหไ้ ดต้ ัวเลขเงนิ ได้ทถี่ กู ต้องและเปน็ จรงิ ของเงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ
ทุกประเภทภายในปีภาษีนัน้ ๆ เพอ่ื รอนําไป หกั ค่าใช้จา่ ยของเงนิ ไดแ้ ต่ละประเภท และหักค่าลดหยอ่ น
แล้วนาํ ไปคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเปน็ ลําดับต่อไป ซง่ึ การจดั เก็บภาษีเงินไดบ้ คุ คลธรรมดา มี
หลกั เกี่ยวกบั เงนิ ได้พงึ ประเมนิ ดงั น้ี
1. หลักการรบั รรู้ ายไดต้ ามเกณฑเ์ งินสด หมายถงึ เงินไดท้ ไี่ ด้รบั จะเกิดขนึ้ เมอ่ื มีการเงนิ สดหรือ
สนิ ทรพั ยอ์ ื่นท่ตี รี าคาได้ในปีภาษนี นั้ ๆ
2. เงินได้ที่ไดร้ ับในปีภาษใี ดใหถ้ อื วา่ เป็นเงินไดใ้ นปภี าษนี ้นั คอื เงนิ ได้ทีไ่ ด้รบั ระหว่างวันที่ 1
มกราคม – 31 ธนั วาคมของปนี น้ั ให้ถือเปน็ เงนิ ได้พึงประเมนิ ของปีนัน้ เชน่ เงนิ ได้ที่เกิดขึ้น
ระหวา่ งวนั ที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2560 ให้ถอื ว่าเป็นเงนิ ได้พึงประเมนิ ของปี 2560
แล้วยน่ื แบบแสดงรายการเสยี ภาษีภายในวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2561
3. เงินได้ของบคุ คลใด ให้ถอื เปน็ เงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ ของบคุ คลน้นั
49
ดังน้ันการคาํ นวณเงินไดพ้ ึงประเมนิ จึงนาํ เงนิ ได้ที่เกิดขนึ้ ระหวา่ ง วันท่ี 1 มกราคม – 31 ธนั วาคม
ของปีที่ล่วงมา เพื่อนําไปยื่นแสดงรายการเสียภาษีภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป
วธิ ีการคานวณเงนิ ได้พึงประเมนิ
เงนิ ได้ วธิ ีการคานวณ
1.ถ้าเป็นเงินไดท้ ีไ่ ด้รบั เปน็ เงินได้พงึ ประเมิน = เงนิ ได้แต่ละประเภท x 1
รายปี เช่น นายสมปองได้รับคา่ เช่าทเี่ ปน็ รายปีๆละ 200,000บาท
2.ถ้าเป็นเงินได้ทไ่ี ดร้ ับเปน็ ดงั นั้น เงินไดพ้ ึงประเมิน= 200,000 x 1 =200,000
รายเดอื น เงินได้พงึ ประเมิน = เงนิ ได้แตล่ ะประเภท x 12
3.ถา้ เปน็ เงินได้ทไ่ี ดร้ บั เปน็ เชน่ นายสมปองไดร้ ับคา่ เช่าบ้านเป็นรายเดือนๆละ 20,000บาท
รายวัน ดังนั้น เงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ = 20,000 x 12 =240,000
เงินไดพ้ งึ ประเมนิ = เงนิ ได้แต่ละประเภท x จาํ นวนวนั
4. เงนิ ไดจ้ ากดอกเบ้ีย เชน่ นายสมปองไดร้ บั คา่ เชา่ รถยนต์ เป็นรายวันๆละ 1,000 บาท (ปที ่ี
ลว่ งมา รถยนตม์ คี นเช่าจํานวน 250 วัน)
5. เงนิ ได้ท่ไี ดร้ บั เป็นราย ดังนั้น เงนิ ไดพ้ งึ ประเมิน= 1,000 x 250 =250,000
หนว่ ยหรอื รายช้นิ เงินไดพ้ งึ ประเมนิ = เงนิ ตน้ x อตั ราดอกเบีย้
เช่น นายสมโชคฝากเงนิ ไวก้ บั ธนาคารจํานวน 1 ลา้ นบาทอตั ราดอกเบีย้
เครดติ ภาษี รอ้ ยละ 3.5 ตอ่ ปี
ดงั นน้ั เงินไดพ้ งึ ประเมิน = 1,000,000x 3.5/100 = 35,000
เงินไดพ้ งึ ประเมนิ = เงินต้น x อัตราดอกเบย้ี
เชน่ นายสมโชคฝากเงนิ ไวก้ ับธนาคารจํานวน 1 ลา้ นบาทอัตราดอกเบ้ีย
ร้อยละ 3.5 ต่อไป
ดังนั้น เงนิ ได้พงึ ประเมนิ = 1,000,000x 3.5/100 = 35,000
เงนิ ปน๎ ผลหรือเงินส่วนแบ่งกาํ ไรx อัตราภาษีเงนิ ได้นติ ิบุคคล
100 – อตั ราภาษีเงินได้นิติบคุ คล
เชน่ นายป๎นผลไดร้ ับเงินป๎นผลจากบรษิ ทั รอ้ ยเอ็ดจํากัด 600,000 บาท
โดยบรษิ ทั เสยี ภาษเี งนิ ได้นิติบคุ คลร้อยละ 20
ดังนั้น เงนิ ได้พึงประเมนิ = 600,000 x 20 = 150,000
100- 20
50
ตวั อย่างที่ 2.20 นายสมพร รับราชการทอี่ ําเภอแหง่ หนง่ึ ได้รับเงนิ เดือนๆละ 35,000 บาท
ดังนน้ั เงินได้พงึ ประเมิน 40(1) = 35,000x12
= 420,000
ตวั อยา่ งที่ 2.21 นายสมพาน เปน็ ขา้ ราชการบาํ นาญ เกษียณอายุราชการเม่อื 5 ปที ่ีแลว้
ได้รับเงินบาํ นาญเดอื นละ 12,500 บาท
ดังนัน้ เงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ 40(1) = 12,500x12
= 150,000
ตัวอย่างที่ 2.22 นายสมพงษ์ เปน็ พนักงานบริษทั ได้รบั เงินค่าจ้างเดอื นละ 18,000 บาท
ดังนน้ั เงินไดพ้ งึ ประเมนิ 40(1) = 18,000x12
= 216,000
ตัวอยา่ งที่ 2.23 นายสมพงษ์ เป็นพนกั งานบรษิ ัทแหง่ นึ่ง ได้รับคา่ จ้างเดอื นละ 18,000
บาท และไดร้ บั ค่าธรรมเนยี ม(คา่ คอมมิชช่ัน)จากยอดขาย เดือนละ 4,000 บาท
ดังน้ัน เงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ 40(1) = 18,000x12=216,000
เงินได้พงึ ประเมิน 40(2) = 4,000x12= 48,000
= 264,000
ตัวอยา่ งที่ 2.24 นายสมพร รับราชการทอี่ าํ เภอแห่งหน่ึง ได้รับเงินเดือนๆละ 35,000 บาท
และได้รับเงนิ ประจาํ ตาํ แหนง่ เดอื นละ 3,500 บาท
ดงั น้ัน เงินไดพ้ งึ ประเมิน 40(1) = 35,000x12=420,000
เงินไดพ้ งึ ประเมิน 40(2) = 3,500x12= 42,000
= 462,000
ตวั อย่างที่ 2.25 นายสมพบ เป็นพนกั งานบริษัทแห่งหนึง่ ได้รบั เงนิ เดอื นละ 18,000
บาท และไดร้ ับเงินโบนสั จาํ นวน 3 เทา่ ของเงินเดือน
ดงั นน้ั เงินไดพ้ งึ ประเมนิ 40(1) = 18,000x12=216,000
เงินได้พงึ ประเมนิ 40(2) = 18,000x3= 54,000
= 270,000
ตัวอย่างที่ 2.26 นางสมสี เป็นนักประพนั ธ์เพลง ไดแ้ ต่งเพลงส่งใหค้ า่ ยเพลงชอื่ ดงั แห่งหน่งึ
เขา้ จะได้รับคา่ ลิขสิทธ์เิ พลงๆละ 500,000 บาท ปที ผ่ี า่ นมาได้รบั คา่ ลิขสทิ ธ์ิ 1 เพลง
ดังนั้น เงนิ ไดพ้ งึ ประเมิน 40(3) = 500,000x1
= 500,000
51
ตวั อย่างท่ี 2.35 นายสมศกั ดิ์ เปน็ ทายาทของผู้ตายรายหนึง่ กอ่ นตายผู้ตายไดเ้ ขยี น
พนิ ยั กรรมระบุ ใหน้ ายสมศักดไ์ิ ดร้ ับสว่ นแบ่งจากรายได้ของทรัพยส์ ินของตระกูลปีละ 2,000,000 บาท
ดังน้ัน เงนิ ได้พงึ ประเมิน 40(3) = 2,000,000x1
= 2,000,000
ตวั อย่างที่ 2.36 นางสมรชั นี เปิดรา้ นเสริมสวย ไดร้ บั รายไดค้ ่าบริการตดั ผม ตกแต่งทรงผม
บํารุงผม วันละ 2,000 บาท
ดงั นนั้ เงินได้พงึ ประเมิน 40(8) = 2,000x365
= 730,000
ตัวอยา่ งท่ี 2.37 นางสมเดอื น ไดร้ บั เงนิ ปน๎ ผลจากบรษิ ทั โชคอนนั ต์จาํ กัด จํานวน 400,000 บาท
โดยบรษิ ทั เสียภาษีเงนิ ได้นิตบิ คุ คลรอ้ ยละ 15
ดังน้ัน เงินได้พึงประเมิน = 400,000 x 15 = 70,588.23
100- 15
52
สรปุ สาระสาคัญ
เงนิ ได้ท่เี ขา้ ขา่ ยจะตอ้ งเสยี ภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดาเรียกว่า เงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40
ประมวลรัษฎากรจําแนกเงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ ออกเปน็ 8 ปะเภทดงั น้ี
1. เงนิ ไดป้ ระเภทท่ี 1 เงินได้พงึ ประเมินมาตรา 40 (1) เงินได้เน่ืองจาการจ้างแรงงานไม่วา่
จะเป็นเงนิ เดือน ค่าจ้าง เบย้ี เลยี้ ง โบนัส เบีย้ หวดั บาํ เหน็จบํานาญ
2. เงนิ ได้ประเภทที่ 2 เงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ มาตรา 40 (2) เงินได้เนื่องจากหน้าท่ีหรือตาํ แหนง่
งานท่ที าํ หรอื จากการรบั ทํางานให้ไม่ว่าจะเปน็ ค่าธรรมเนยี ม คา่ นายหนา้ ค่าสว่ นลด
เงินอุดหนนุ ในงานทท่ี ํา เบยี้ ประชมุ บาํ เหน็จ โบนัส เงนิ คา่ เชา่ บา้ น เงนิ ทค่ี าํ นวณ
3. เงินได้ประเภทที่ 3 เงนิ ไดพ้ ึงประเมินมาตรา 40 (3) ค่าแหง่ กู๊ดวลิ ล์ ค่าแหง่ ลิขสทิ ธิห์ รอื
สิทธิอย่างอนื่ เงินปี หรอื เงินไดม้ ีลกั ษณะเปน็ เงนิ รายปอี ันไดม้ าจากพนิ ยั กรรม นติ กิ รรม
อยา่ งอื่น หรอื คาํ พพิ ากษาของศาล
4. เงนิ ได้ประเภทท่ี 4 เงินได้พึงประเมินมาตรา 40 (4)
(ก) พันธบตั ร ดอกเบ้ียเงินฝาก ดอกเบยี้ ห้นุ กู้ ดอกเบ้ียตวั๋ เงนิ ดอกเบย้ี เงินก้ยู ืม
(ข) เงินปน๎ ผล เงนิ สว่ นแบ่งของกาํ ไร
(ค) เงนิ โบนัสท่ีจ่ายแกผ่ ู้ถอื หนุ้
(ง) เงินลดทนุ หรอื เงนิ เพ่มิ ทุนของบรษิ ทั หรือหา้ งหุ้นส่วนนิตบิ คุ คล
(จ) ผลประโยชน์ท่ไี ดจ้ ากการท่บี ริษัทหรอื หา้ งหุ้นสว่ นนิติบุคคลควบเข้ากัน หรอื
รบั ช่วงกนั หรือเลกิ กนั ซง่ึ ตีราคาเป็นเงินไดเ้ กินกวา่ เงนิ ทุน
(ช) ผลประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั จากการโอนเป็นหนุ้ สว่ นหรอื โอนห้นุ หนุ้ กู้ พันธบัตร
หรือต๋ัวเงนิ หรือตราสารแสดงสิทธิ
5. เงินได้ประเภทท่ี 5 เงินไดพ้ ึงประเมนิ มาตรา 40 (5) ไดแ้ ก่เงินได้จากการให้เช่าสินทรพั ย์
ทกุ ประเภท
6. เงนิ ได้ประเภทที่ 6 เงินไดพ้ ึงประเมนิ มาตรา 40 (6) เงนิ ได้จากวิชาชพี อิสระ
7. เงนิ ไดป้ ระเภทที่ 7 เงินไดพ้ ึงประเมินมาตรา 40 (7) เงนิ ไดจ้ ากการรับเหมา
8. เงนิ ได้ประเภทท่ี 8 เงนิ ได้พงึ ประเมนิ มาตรา 40 (8) เงนิ ได้จากการการธุรกิจ การ
พาณชิ ย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอืน่
53
คณุ ธรรม 12 ประการ
1. ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. ซ่อื สตั ย์ เสยี สละ อดทน มอี ุดมการณ์ในส่งิ ทด่ี ีงามเพือ่ ส่วนรวม
3. กตัญํตู อ่ พอ่ แม่ ผปู้ กครอง ครูบาอาจารย์
4. ใฝห่ าความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเล่าเรียนทงั้ ทางตรง และทางออ้ ม
5. รักษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอันงดงาม
6. มศี ีลธรรม รกั ษาความสัตย์ หวงั ดตี ่อผอู้ ื่น เผอ่ื แผแ่ ละแบ่งป๎น
7. เขา้ ใจเรยี นรูก้ ารเปน็ ประชาธิปไตย อันมพี ระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ ทถ่ี กู ต้อง
8. มีระเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยรจู้ กั การเคารพผใู้ หญ่
9. มสี ตริ ู้ตัว รู้คิด รทู้ ํา รปู้ ฏิบตั ติ ามพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัว
10. รู้จกั ดาํ รงตนอยโู่ ดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
11. มีความเข้มแข็งทง้ั ร่ายกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออํานาจฝ่ายตํา่ หรอื กเิ ลสมีความ
ละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา
12. คํานงึ ถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
Assessable Income คาศัพท์ทีค่ วรรู้
Income under Section 40 (1)-(8)
Has no income เงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ
tax-exempt เงนิ ได้ มาตรา 40 ( 1 )-( 8 )
assess the tax of ไมม่ ีเงินได้
ยกเวน้ ภาษี
ประเมินภาษี
54
แบบฝึกหัดท่ี 2.1
บคุ คลตอ่ ไปนี้มเี งินได้พึงประเมนิ ประเภทใดและมีเงนิ ไดป้ ระเภทเดยี วกนั กบั บคุ คลท่มี อี าชีพอะไร
1. พยาบาล
บุคคลดงั ภาพขา้ งบนมีเงนิ ได้พึงประเมนิ ประเภทที่......และมเี งนิ ไดป้ ระเภทเดยี วกนั กับ....................
2. วศิ วกร
บคุ คลดงั ภาพข้างบนมีเงินไดพ้ ึงประเมนิ ประเภทที่......และมีเงนิ ได้ประเภทเดียวกนั กับ....................
3. นักแต่งเพลง
บคุ คลดงั ภาพข้างบนมเี งินได้พงึ ประเมินประเภทท.่ี .....และมีเงนิ ไดป้ ระเภทเดยี วกนั กับ....................
4. นายป๊อกขายก๋วยเต๋ียว
บุคคลดังภาพข้างบนมีเงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ ประเภทท่ี......และมเี งนิ ได้ประเภทเดียวกนั กับ....................
5. รบั เงินโบนัส
บุคคลดังภาพข้างบนมเี งินไดพ้ งึ ประเมนิ ประเภทที.่ .....และมเี งนิ ได้ประเภทเดียวกันกับ....................
55
6. ร้านรถเชา่
บุคคลดังภาพขา้ งบนมเี งนิ ได้พงึ ประเมินประเภทที่......และมีเงนิ ได้ประเภทเดียวกนั กับ....................
7. ชา่ งเสรมิ สวย
บุคคลดงั ภาพขา้ งบนมเี งนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ ประเภทท่ี......และมเี งินได้ประเภทเดียวกนั กับ....................
8. ตํารวจ
บุคคลดงั ภาพข้างบนมีเงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ ประเภทที่......และมีเงนิ ได้ประเภทเดียวกันกบั ....................
9. คุณครู
บุคคลดังภาพขา้ งบนมีเงนิ ได้พงึ ประเมนิ ประเภทที่......และมเี งินไดป้ ระเภทเดียวกนั กับ....................
10. นักเขียนการต์ ูน
บคุ คลดงั ภาพข้างบนมเี งนิ ไดพ้ ึงประเมินประเภทท่ี......และมีเงนิ ได้ประเภทเดยี วกนั กับ....................
56
แบบฝึกหักท่ี 2.2
1. ให้อธบิ ายเนอ้ื หาในเรือ่ งต่อไปนม้ี าโดยสังเขป
1.1 ความหมายของเงนิ ได้พึงประเมนิ ตามมาตรา 40 ประมวลรษั ฎากร
1.2 เงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ มีก่ีประเภทอะไรบ้าง
1.3 เงินไดท้ ไ่ี ด้รบั การยกเวน้ ภาษีเงนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดามอี ะไรบา้ งยกตัวอย่าง 5 รายการ
1.4 เพราะเหตุใด มาตรา 40 ประมวลรษั ฎากรจงึ จาํ แนกเงนิ ได้พึงประเมนิ ออกเปน็ ประเภทๆ
1.5 การคํานวณเงนิ ได้พึงประเมิน คํานวณเงนิ ไดท้ ีเ่ กดิ ขึน้ ในช่วงใด
2. ใหเ้ ติมเคร่อื งหมาย / หน้าขอ้ ท่ีกล่าวถูกต้อง และเตมิ เคร่ืองหมาย x หน้าขอ้ ท่ีกลา่ วผิด
.............2.1) นายแพทยก์ นกทํางานท่โี รงพยาบาลเอกชนแหง่ หนง่ึ ได้รับเงินเดอื นๆละ 60,000 บาท
ดงั นนั้ นายแพทย์กนกมีเงนิ ได้พงึ ประเมนิ ประเภทท่ี 1
.............2.2) นางสาวกญั ญาเปิดรา้ นให้เช่ารถจกั รยานยนต์มีรายไดว้ นั ละ 3,000 บาท ดงั น้นั นางสาว
กญั ญามเี งนิ ได้พึงประเมินประเภทที่ 4
.............2.3) นายพรเทพ เป็นทนายความอิสระ มรี ายไดจ้ ากการว่าความใหก้ ับลูกความในปที ี่ผ่านมา
จาํ นวน 10 รายๆละ 50,000 บาท ดังน้นั นายพรเทพ มเี งนิ ได้พึงประเมนิ ประเภทที่ 6
.............2.4) นางปทมุ พร เปิดร้านเสรมิ สวยมรี ายได้โดยเฉลยี่ วนั ละ 2,000 บาท ดงั น้ันนางปทุมพรมี
เงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ ประเภทท่ี 5
.............2.5) นายนทที ําประมงทางทะเลมีเงนิ ได้จากการออกเรอื ลากอวนนําปลามาขายมีรายไดป้ ีละ
200,000 บาท ดังนน้ั นายนที มเี งินได้พงึ ประเมนิ ประเภทที่ 8
3. ให้คานวณเงินไดพ้ ึงประเมนิ ของบคุ คลต่อไปน้ี
3.1 นายแพทย์กนกทาํ งานท่โี รงพยาบาลเอกชนแหง่ หนงึ่ ไดร้ บั เงนิ เดือนๆละ 60,000 บาท
3.2 นางสาวกญั ญาเปิดรา้ นให้เชา่ รถจักรยานยนต์มรี ายได้วนั ละ 3,000 บาท (ในปีทผ่ี ่านมา
เปดิ ร้าน 315 วนั และมีรายได้ทุกวัน)
3.3 นายพรเทพ เป็นทนายความอิสระ มรี ายได้จากการวา่ ความใหก้ บั ลกู ความในปีท่ผี ่านมา
เขาได้รับเงนิ ค่าว่าความจากลูกความจํานวน 10 รายๆละ 50,000 บาท
3.4 นางปทุมพร เปิดรา้ นเสรมิ สวยมีรายไดโ้ ดยเฉลีย่ วนั ละ 2,000 บาท(ในปีท่ีผ่านมาเขาเปดิ
ทาํ การ 365 วนั และมรี ายไดท้ กุ วนั )
3.5 นายนทที ําประมงทางทะเลมีเงนิ ไดจ้ ากการออกเรือลากอวนนําปลามาขายมรี ายได้ปลี ะ
200,000 บาท
57
แบบฝกึ หดั ท่ี 2.3
ใหน้ ักเรียนแยกเงนิ ได้ตอ่ ไปลงในตารางว่าเงนิ ได้ตามข้อใดเป็นเงนิ ได้ทต่ี ้องเสียภาษี และเงินได้ตาม
ขอ้ ใดเป็นเงินไดท้ ี่ไดร้ ับการยกเว้นภาษี
1. เบยี้ เลี้ยงเดนิ ทางไปทํางานนอกพ้ืนท่ี
2. เงินเดอื น
3. ค่ารักษาคนไขข้ องคณุ หมอ
4. เงนิ ค่าคลอดบุตรรับจากสาํ นกั งานประกันสงั คม
5. ดอกเบีย้ เงนิ ฝากออมทรพั ยจ์ ากสหกรณ์
6. ดอกเบี้ยเงินฝากประจาํ จากธนาคาร
7. รายได้จากการให้เช่าที่นา
8. โบนัสทีไ่ ดร้ ับเมือ่ ส้ินปี
9. คา่ ความนิยมทไ่ี ด้รับเป็นรายปี
10. เงนิ ขายข้าวของชาวนา
11. เงนิ ขายบ้านท่ีเป็นทอ่ี ยอู่ าศยั
12. เงินค่ารบั เหมากอ่ สรา้ ง
13. เงินคา่ รบั จ้างวาดภาพเหมือน
14. เงินจากการค้าขาย
15. เงินบาํ เหน็จบํานาญพเิ ศษ
เงินได้ทต่ี ้องเสียภาษี เงินได้ท่ไี ดร้ ับการยกเว้นไมต่ อ้ งเสียภาษี
58
แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยท่ี 2
คาช้ีแจง ให้ทาเครอ่ื งหมาย X หน้าคาตอบทีถ่ ูกตอ้ งเพียงคาตอบเดียว
1. ขอ้ ใดตอ่ ไปนเี้ ป็นเงนิ ได้ท่ีไดร้ ับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี
ก. ดอกเบี้ยสลากออมทรพั ย์ของรัฐบาลประเภทเผ่ือเรยี ก
ข. ดอกเบ้ยี เงินฝากธนาคารออมทรัพยจ์ ากสหกรณก์ ารเกษตร
ค. ดอกเบีย้ เงนิ ฝากธนาคารประเภทออมทรพั ย์
ง. ดอกเบย้ี เงนิ ฝากธนาคารประเภทเงนิ ฝากประจํา
2. ความหมายของเงนิ ได้พงึ ประเมนิ ตรงกับขอ้ ใด
ก. เงินไดท้ เ่ี ขา้ ลักษณะต้องเสียภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา
ข. เงนิ ไดท้ ่เี ข้าลกั ษณะตอ้ งนาสง่ ใหร้ ัฐบาลเป็นประจาทกุ ปี
ค. เงนิ เดอื นของประชาชนในประเทศ
ง. รายไดท้ ี่ประชาชนหาได้ในประเทศ
3.ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีไมใ่ ชล่ กั ษณะของเงินไดพ้ ึงประเมนิ
ก. เงนิ สดหรอื เงนิ ฝากธนาคาร
ข. เงนิ ได้ทกุ ประเภทที่บุคคลได้รับ
ค. เงินค่าภาษีอากรที่ผู้อ่นื ออกแทนให้
ง. ทรัพย์สนิ ท่ีได้รับท่ีสามารถตรี าคาได้
4. วัตถปุ ระสงคข์ องการแบ่งประเภทของเงินได้พงึ ประเมนิ คอื ข้อใด
ก. เพือ่ งา่ ยแกก่ ารคานวณภาษเี งินได้บุคคลธรรมดา
ข. เพ่อื กาหนดอตั ราภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดา
ค. เพื่อแบ่งประเภทของบุคคลธรรมดา
ง. เพ่อื กาหนดวธิ ีหกั ค่าใช้จ่าย
5. นายแพทย์สัญญาทางานท่ีโรงพยาบาลไดร้ บั เงินเดอื นๆละ 80,000 แสดงวา่ นายแพทยส์ ัญญามี
เงนิ ได้พึงประเมนิ ตามมาตรา 40 ประเภทใด
ก. เงินได้พงึ ประเมินประเภทที่ 4
ข. เงนิ ได้พงึ ประเมนิ ประเภทท่ี 3
ค. เงนิ ได้พงึ ประเมินประเภทท่ี 2
ง. เงนิ ไดพ้ งึ ประเมินประเภทท่ี 1
59
6. ผู้มีเงินได้ตามขอ้ ใดมเี งินได้พึงประเมนิ ประเภทท่ี 4
ก. นายวิศวะมรี ายได้จากการออกแบบแปลนบ้านให้กบั หมบู า้ นจัดสรรปีละ 550,000 บาท
ข. นางร่ารวยมเี งนิ ได้จากการดอกเบีย้ เงินฝากประจาปีละ 1,350,000 บาท
ค. นายอนุรักษ์เป็นทนายความมีรายได้จากการว่าความปลี ะ 350,000 บาท
ง. นายแพทย์สัญญาทางานทโี่ รงพยาบาลไดร้ ับเงนิ เดอื นๆละ 80,000 บาท
7. ผู้มเี งนิ ไดต้ ามขอ้ ใดมีเงินไดพ้ งึ ประเมินประเภทที่ 1
ก. นายแพทย์สัญญาทางานทโี่ รงพยาบาลไดร้ บั เงินเดอื นๆละ 80,000 บาท
ข. นายอนุรักษเ์ ป็นทนายความมรี ายไดจ้ ากการวา่ ความปีละ 350,000 บาท
ค. นางร่ารวยมีเงนิ ไดจ้ ากการดอกเบ้ยี เงินฝากประจาปีละกวา่ 1,350,000 บาท
ง. นายวศิ วะมรี ายได้จากการออกแบบแปลนบ้านใหก้ บั หมบู า้ นจดั สรรปีละ 550,000 บาท
8. ข้อใดกล่าวถงึ ทม่ี าของเงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ แต่ละประเภทได้ถกู ต้อง
ก. นางรา่ รวยได้รับดอกเบยี้ จากเงนิ ฝากประจาแสดงวา่ มีเงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ ประเภทท่ี 4
ข. นายวศิ วะมรี ายได้จากการเขยี นแบบอาคารแสดงวา่ มเี งินไดพ้ งึ ประเมนิ ประเภทที่ 5
ค. นายสญั ญาได้รับเงินเดือนจากโรงงานแสดงวา่ มเี งินได้พงึ ประเมนิ ประเภทที่ 6
ง. นายอนุรักษ์เป็นทนายได้รบั เงนิ ค่าวา่ ความแสดงวา่ มเี งนิ ได้พึงประเมนิ ประเภทที่ 8
9. นายวศิ วะมีรายได้จากการเขยี นแบบอาคารใหก้ ับหมู่บา้ นจัดสรรในราคา หลงั ละ 200,000 บาท
ในปีท่ผี ่านมานายวศิ วะมรี ายได้จากการออกแบบแปลนบ้านจานวน 5 หลัง แสดงว่า นายวิศวะมี
รายได้พึงประเมนิ เทา่ ใด
ก. 100,000 บาท
ข. 200,000 บาท
ค. 1,000,000 บาท
ง. 2,400,000 บาท
10. นางร่ารวยมีเงนิ ได้ฝากประจากับธนาคารพาณิชยจ์ านวน 10,550,000 บาท ฝากมาแล้ว 3 ปี
อตั ราดอกเบีย้ ร้อยละ 2.50 ต่อปที ุกๆสนิ้ ปนี างร่ารวยจะถอนดอกเบ้ยี มาทั้งหมดเพอ่ื ไว้ใชจ้ า่ ยใน
ชีวติ ประจาวัน ดงั นั้นเงินไดพ้ ึงประเมินปที ่ีผา่ นมาของนางรา่ รวยตรงกับข้อใด
ก. 263,750 บาท
ข. 791,000 บาท
ค. 31,650,000 บาท
ง. 10,550,000 บาท
บรรณานุกรม
. การปรับปรุงโครงสร้างภาษเี งินได้บคุ คลธรรมดา ปี ภาษี 2560 .(ออนไลน)์
แหล่งทีม่ า:www.rd.go.th.(วนั ท่สี ืบคน้ 4 เมษายน 2560)
. ภาษเี งนิ ได้บุคคลธรรมดา.(ออนไลน)์ แหล่งท่มี า:www.rd.go.th.
(วนั ท่สี ืบคน้ 16 พฤษภาคม 2560)
. มาตรการภาษีเพื่อกระต้นุ เศรษฐกจิ ในช่วงปลายปี 2560 .(ออนไลน์)
แหล่งทีม่ า:www.rd.go.th.(วนั ท่สี ืบคน้ 15 พฤศจกิ ายน 2560)
กิตติยา อาภากลุ อนุ และคณะ. 2560. ประมวลรัษฎากร ฉบบั สมบูรณ์. กรุงเทพมหานคร:
สานกั พฒั นาการบริหารธรรมนิติ จากดั .
คณะวชิ าการ The Justice Group. 2560. กฎหมายภาษีอากร และประมวล
รัษฎากร(ฉบับแก้ไขเพมิ่ เตมิ ใหม่ พ.ศ.2560). กรุงเทพมหานคร:พมิ พอ์ กั ษร.
มานิต นิธิประทปี และคณะ.2557.กฎหมายภาษอี ากร.นนทบุรี:มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั
ธรรมธิราช
สุเมธ ศิริคุณโชติ. 2560. ภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร 2560. กรุงเทพมหานคร:
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์