The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

IS(2) - รัญชิตา สิงห์สังข์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Koon Kru Jirawat, 2020-11-12 21:32:07

โครงงาน IS2 ม.5/1

IS(2) - รัญชิตา สิงห์สังข์

โครงงาน IS ( Independent Study )
เรอื่ ง นา้ํ สมุนไพรเพื่อสขุ ภาพ

จัดทาํ โดย
1. นางสาว ณฐั ธิดา พรมจารี ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 5 / 1 เลขท่ี 12
2. นางสาว พิมพอุษา ชมุ ชัย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 / 1 เลขท่ี 17
3. นางสาว รจนา บัวใหญ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 / 1 เลขที่ 18
4. นางสาว รญั ชติ า สิงหส ังข ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5 / 1 เลขท่ี 19
5. นางสาว รตั นากร ทองทับ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 5 / 1 เลขท่ี 20
6. นางสาว อารยา วงษาทุม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 / 1 เลขท่ี 31

เสนอ
คณุ ครู จิรวัฒน ดอกดวง

โครงงาน IS น้ีเปนสว นหนงึ่ ของการศกึ ษา
วิชา IS ( I 30202 )

ภาคเรยี นที่ 1 ปการศกึ ษา 2563
สํานกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 29

กิตตกิ รรมประกาศ
โครงงานน้ีสําเรจ็ ลลุ วงไปไดด วยดี ตองขอขอบพระคณุ คณุ ครู จิรวัฒน ดอกดวง ครผู สู อนท่ใี ห
ความรแู ละคาํ แนะนาํ ตรวจทานและแกไขขอบกพรอ งตางๆ ดว ยความเอาใจใสท กุ ข้ันตอนเพ่ือให
โครงงานนี้สมบูรณท ส่ี ดุ ขอขอบผจู ัดทําทุกคน ท่ไี ดใ หเงนิ ทนุ สําหรับสนับสนุนบางสว นในการทาํ โครงง
านน้ี ขอขอบคณุ เพื่อนๆ ทไ่ี ดใ หความชว ยเหลือในการทําโครงงาน และ ขอขอบคณุ เพื่อนๆทุกคนทชี่ 
วยกันคน ควาหาขอ มลู ในการทําโครงงาน ครง้ั นี้ ทายทีส่ ดุ ขอกราบขอบพระคณุ คณุ พอและคณุ แม ผเู
ปนที่รกั ผใู หกาํ ลงั ใจและใหโอกาสการศกึ ษาอันมีคา ยิ่ง

คณะผจู ัดทํา

บทคดั ยอ
ในปจจุบันคนไทยเรม่ิ หันมาดแู ลสขุ ภาพกันมาขึ้น ซง้ึ การดแู ลสุขภาพนั้นมีมาตั้งแตส มัยโบราณ
โดยใชส มุนไพรหรือผกั ผลไมห รอื ดอกไมทหี่ าไดไ มยากในวิถีชีวิตแบบ ไทย ๆ นํามาปรุงแตงใหเปน
เครอ่ื งดื่ม โดยยังคงคณุ คา ตวั ยาในการสงเสรมิ สขุ ภาพหรือรกั ษาโรคไวเชนเดิม นํ้าดม่ื สมุนไพร คอื สว
นหน่ึงของการอนรุ ักษภูมิปญ ญาไทย พรอ มกับพัฒนาศกั ยภาพของเกษตรกรเพื่อใหย ั่งยืนคสู ังคมไทย
และสภาพแวดลอ มไทยตอ ไป นา้ํ เพ่ือสขุ ภาพ ในปจจุบนั การบรโิ ภค นํ้าเพื่อสุขภาพมียอดเพ่ิมข้ึนท่ัวโ
ลก เพราะ ทุกคนตระหนัก แลว วาเครอ่ื งดม่ื ประเภทนี้ ไมเพียงชว ยดบั กระหายเทา นั้น แตยังมีสารอา
หารมากมายดวย ในประเทศไทยจาํ นวนคนท่ีดมื่ น้าํ เพ่ือสขุ ภาพเปนประจํามเี พิ่มขน้ึ อยางเห็นไดช ดั โด
ยเฉพาะกลุมคนท่มี ี ฐานะดี นํา้ เพื่อสุขภาพอุดมไปดวย วิตามิน ซแี ละเอ ซงึ่ มปี ระโยชน แกรา ยกายใ
นการปองกันโรค บางประเทศนัน้ ใหความสําคญั ของการ กินผกั ผลไม มากในทวีปเอเชยี เชน ฮอ งกง
รฐั บาล มกี าร รณรงค ใหประชาชนรบั ประทานผลไมสามสวนและผกั อีกสองสว นเปนประจาํ ทกุ วัน สิ่
งทเี่ ห็นไดว าประชาชนใหความสาํ คญั ตอ การดื่มนาํ้ ผกั ผลไมมากขึ้น เชน บาร หลายแหงหนั มาจาํ หนา ย
นํ้าผลไมดว ย แสดงวาคนหนุมสาวกาํ ลงั นยิ มและดมื่ นา้ํ เพื่อสขุ ภาพมากข้นึ ปจจุบันผูบรโิ ภคเรม่ิ มองห
านา้ํ เพ่ือสขุ ภาพไมเตมิ นํา้ ตาลมากขึ้น ทั้งนี้นํ้าสมุนไพร หาไดง า ยในบานของเรา ซง่ึ สมุนไพรสามารถ รั
บประทานไดทงั้ ใบและผล เราจึงอยากนําสมนุ ไพรมาทาํ เปนเครอื่ งด่ืม จากการศกึ ษาและคน ควาดวย
การทําโครงงานทดลองพบวา มีขอมลู ท่นี า สนใจ คอื สารทีส่ าํ คญั ทช่ี วยเสรมิ สรา งการทํางานของอวัยว
ะสาํ คญั ในการขจัดสารพิษมากมาย ซงึ่ สารทว่ี านี้ไดมาจากสมนุ ไพร โครงงาน น้าํ สมนุ ไพรสตู รขางครวั
มจี ุดมุง หมายในการทํางาน โดยนําสมนุ ไพรมาแปรรปู ทําเปนเครอื่ งดื่มสมนุ ไพร ท่มี ีประโยชนตอ สขุ ภา
พ และยังเปนการนํา สิง่ ทห่ี าไดงา ยภายในบา นมาใชใหเปนประโยชน นอกจากน้ียังเปนการสรางความ
สามัคคี เอือ้ เฟอเผื่อแผ แกคนในกลุมอีกดว ย

สารบัญ

เรอื่ ง หนา
บทที่ 1 บทนาํ
ท่ีมาและความสาํ คญั 1
วัตถุประสงค 1
สมมตฐิ าน 1
ขอบเขตโครงงาน 1
ประโยชนทค่ี าดวาจะไดร บั 1
บทท่ี 2 เอกสารท่ีเกี่ยวของกับการศกึ ษา
ความหมายของสมุนไพร 2
สรรพคณุ ของสมุนไพรชนิดตา งๆ 4
ประโยชนของสมุนไพร 7
บทท่ี 3 วิธีการดําเนินงาน
ข้ันตอนการดําเนนิ งาน 8
บทท่ี 4 ผลการศกึ ษาคน ควา
ผลการศกึ ษาและผลการทดลอง 9
บทท่ี 5 สรปุ อภิปรายผลและขอเสนอแนะ
สรปุ ผลการทดลอง 10
ขอเสนอแนะ 10
แหลงอา งอิง 11
ภาคผนวก 14

1

เรอ่ื ง น้าํ สมุนไพรเพื่อสขุ ภาพ

บทที่ 1 บทนํา
ทีม่ าและความสําคญั
การทาํ น้ําสมนุ ไพรเพ่ือสุขภาพในปจ จุบัน ในการทํานัน้ มีกระบวนการทาํ ทยี่ ากและลงทนุ มากใชส วนผ
สมเยอะ ถาซอ้ื ก็ราคาแพงมากพวกเราจึงคดิ วาถาผูค นในปจจุบันหันมาทํานํา้ สมนุ ไพรเพื่อสขุ ภาพทาน
กันเอง จะเปน การประหยัดคา ใชจ ายและยังเปนการใชผ ลไมในทอ งถ่นิ ใหเ กิดประโยชน ทํางา ย รับปร
ะทานแลวเกิดประโยชนแ กรา งกายเปนอยางมาก
วัตถุประสงคข องโครงงาน
1.เพื่อใชผ ลไมสมุนไพรในทองถิ่นใหเกิดประโยชน
2.เพื่อใหรคู ณุ คา ของสมนุ ไพรในทอ งถิน่ ของบานเรา
3.เพื่อศกึ ษาขั้นตอนในการทาํ นา้ํ นา้ํ สมนุ ไพร
4.เพื่อใหผคู นหันมาดืม่ นาํ้ สมนุ ไพรมากขึ้น
5.เพ่ือลดคา ใชจ ายในการดแู ลสขุ ภาพ
สมมตฐิ าน
นํ้าสมนุ ไพรเพ่ือสขุ ภาพทผ่ี ลิตขึน้ ได มกี ลนิ่ หอมของสมนุ ไพรทนี่ ํามาผลติ
นา้ํ สมุนไพรเพ่ือสขุ ภาพสามารถนํามาใชประโยชนไดจ รงิ
นา้ํ สมุนไพรเพื่อสขุ ภาพทีไ่ ดดื่มแลว มคี วามสดชน่ื
ขอบเขตการทดลอง
การทํานา้ํ ผลไมครง้ั นี้ใชใ ชส มุนไพรในทองถ่ิน 2 ชนดิ คอื 1.ใบเตย 2. อญั ชนั
ระยะเวลาในการทํา 1 เดอื น ต้งั แตว ันท่ี 18กรกฎาคม - 18กันยายน พ.ศ.2563
ประโยชนทค่ี าดวาจะไดร บั
1.ทําใหเรารคู ณุ คา ของสมนุ ไพรทองถ่ินมากขน้ึ
2.สามารถนํานา้ํ สมุนไพรเพื่อสขุ ภาพทผ่ี ลิตขึ้นมาใชเ พื่อใหเ กิดประโยชนไดจรงิ
3.สามารถใชป ระโยชนจากสมุนไพรในทอ งถิ่นไดอ ยางคมุ คา

2

บทท่ี 2 เอกสารทเ่ี ก่ยี วขอ งกับการศกึ ษาคน ควา
สมนุ ไพรหมายถึง

สมุนไพร หมายถงึ พืชทม่ี ีสรรพคณุ ในการรักษาโรค หรอื อาการเจ็บปวยตาง ๆ การใชส มนุ ไพรสําห
รบั รกั ษาโรค หรอื อาการเจ็บปวยตา งๆนจ้ี ะตอ งนาํ เอาสมนุ ไพรตง้ั แตส องชนิดข้ึนไปมาผสมรวม
กันซงึ่ จะเรียกวา "ยา" ในตาํ รบั ยา นอกจากพืชสมุนไพรแลว ยังอาจประกอบดว ยสตั วและแรธ าตอุ ีกดว
ย เราเรยี กพืช สตั ว หรอื แรธ าตทุ ี่เปนสวนประกอบของยานี้วา "เภสชั วัตถ"ุ พืชสมุนไพรบางชนิด เชน
เรว กระวาน กานพลู และจันทนเ ทศ เปนตน เปน พืชทม่ี กี ลนิ่ หอมและมรี สเผ็ดรอ น ใชเ ปน ยาสําหรบั
ขับลม แกทอ งอืด ทอ งเฟอ พืชเหลา นถี้ านาํ มาปรงุ อาหารเราจะเรยี กวา "เคร่ืองเทศ" ใน
พระราชบญั ญตั ิยาฉบับท่ี 3 ปพุทธศกั ราช 2522 ไดแ บงยาทีไ่ ดจากเภสัชวัตถุนไี้ วเปน 2 ประเภทคอื
1. "พืชสมนุ ไพร" หรอื ตวั ยาสมนุ ไพรนี้ แบงออกเปน 5 ประการ
1. รปู ไดแ ก ใบไม ดอกไม เปลอื กไม แกนไม กระพี้ไม รากไม เมลด็
2. สี มองแลว เหน็ วาเปนสีเขยี วใบไม สเี หลอื ง สแี ดง สีสม สีมวง สีน้าํ ตาล สดี ํา
3. กลน่ิ ใหรวู ามรกลนิ่ หอม เหมน็ หรอื กลน่ิ อยางไร
4. รส ใหรวู ามีรสอยางไร รสจืด รสฝาด รสขม รสเคม็ รสหวาน รสเปรยี้ ว รสเย็น
5. ชอื่ ตองรูวามีชอ่ื อะไรในพืชสมุนไพรนั้นๆ ใหรวู า ขิงเปนอยางไร ขา เปนอยางไร ใบขเี้ หลก็ เปน
อยางไร

2.สว นตางๆของพืชทีใ่ ชเ ปนพืชสมุนไพร
1. ราก รากของพืชมีมากมายหลายชนิดเอามาเปนยาสมนุ ไพรไดอ ยางดี เชน กระชายขมิ้นชนั ขิง ขา
เรว ขม้ินออย เปนตน รปู รา งและลกั ษณะของราก แบงออกเปน 2 ชนิด คอื

1.1 รากแกว ตน พืชมากมายหลายชนิดมรี ากแกวอยูนบั วาเปน รากทส่ี าํ คญั มากงอกออกจา
ลําตน สวนปลายรูปรา งยาวใหญ เปนรปู กรวยดานขา งของรากแกวจะแตกแยกออกเปนรากเล็กรากนอ
ยและ รากฝอยออกมาเปนจาํ นวนมากเพื่อทําการดดู ซมึ อาหารในดินไปบาํ รุงเลยี้ งสว นตางๆของตน พื
ชทมี่ ีรากแกวไดแก ตนขี้เหลก็ ตนคนู เปนตน

1.2 รากฝอย รากฝอยเปน สว นทงี่ อกมาจากลาํ ตน ของพืชทส่ี วนปลายงอกออกมาเปน
รากฝอยจํานวนมากลักษณะรากจะกลมยาวมีขนาดเทาๆกันตนพืชที่มีใบเล้ยี งเดี่ยวจะมีรากฝอย เชน
หญาคา ตะไคร เปนตน
2. ลาํ ตน นับวาเปนโครงสรางท่ีสาํ คญั ของตนพืชทงั้ หงายทมี่ อี ยูสามารถคํ้ายันเอาไวไดไ มใ หโคน ลม ลง
โดยปกติ
แลว ลําตน จะอยู บนดินแตบ างสว นจะอยูใตดินพอสมควร รปู รา งของลําตน นน้ั แบงออกไดเ ปน 3 สว น
ดวยกัน คอื ตา ขอ ปลอง บรเิ วณเหลา นจี้ ะมีกง่ิ กาน ใบดอกเกดิ ข้ึนอีกดวยซงึ่ จะทาํ ใหพ ืช มลี กั ษณะท่ี
แตกตางกันออกไปชนดิ ของลําตนพืช
แบง ตามลกั ษณะภายนอกของลาํ ตน ไดเ ปน

3
1. ประเภทไมยืนตน
2. ประเภทไมพ ุม
3. ประเภทหญา
4. ประเภทไมเลอ้ื ย
3. ใบ ใบเปนสวนประกอบทสี่ ําคญั ของตน พืชทวั่ ไป มีหนาทที่ ําการสงั เคราะหแสง ผลติ อาหารและ เป
นสว นทแ่ี ลกเปลย่ี นนํา้ และอากาศใหตนพืชใบเกิดจากการงอกของก่ิงและตาใบไมโดยทั่วไปจะมีสเี ขีย
ว (สีเขียวเกดิ จากสารท่มี ชี อื่ วา"คอลโรฟลล"อยูในใบของพืช)ใบของพืชหลายชนิดใชเ ปนยาสมนุ ไพร
ไดดมี าก รูปรา งและลกั ษณะของใบนัน้
ใบท่ีสมบูรณม สี วนประกอบรวม 3 สว นดว ยกนั คอื
1. ตวั ใบ
2. กา นใบ
3. หใู บ
ชนดิ ของใบ แบงออกไดเ ปน 2 ชนิด คอื
1. ชนิดใบเลยี้ งเดยี่ ว หมายถงึ กานใบอันหนึ่ง มีเพียงใบเดียว เชน กานพลู ขลู ยอ กระวาน
2. ชนิดใบประกอบ หมายถึงตงั้ แต 2 ใบขึ้นไปทเ่ี กิดขึ้นกานใบอันเดียว มมี ะขามแขก แคบาน ข้ีเหลก็
มะขาม เปนตน
4. ดอก สวนจองดอกเปนสวนที่สาํ คญั ของพืชเพื่อเปนการแพรพ ันธุของพืชเปนลกั ษณะเดน พิเศษของ
ตนไมแตละชนดิ สวนประกอบของดอกมีความแตกตา งกันตามชนิดของพันธุไมและลกั ษณะทแ่ี ตกตาง
กันน้ีเปน ขอมลู ในการจาํ แนกประเภทของ ตน ไมรปู รา งลักษณะของดอกดอกจะตอ งมสี วนประกอบ
ทส่ี ําคญั 5 สวนคอื
1. กานดอก
2. กลบี รอง
3. กลบี ดอก
4. เกสรตวั ผู
5. เกสรตวั เมีย
5. ผล ผลคอื สว นหน่งึ ของพืชท่ีเกิดจากการผสมเกสรตวั ผกู ับเกสรตวั เมยี ในดอกเดยี วกันหรอื คนละ
ดอกก็ได มลี กั ษณะรปู รา งทแ่ี ตกตา งกันออกไปตามประเภทและสายพันธุรปู รา งลกั ษณะของผลมี
หลายอยาง ตามชนดิ ของตนไมท ี่แตกตา งกัน แบงตามลกั ษณะของการเกิดไดร วม 3 แบบ

สมนุ ไพรไทยสรรพคณุ "เพื่อสขุ ภาพ"
สมุนไพรไทยสรรพคณุ ทีม่ อี ยูใกลต วั เปนทง้ั ยารักษาโรคก็ไดหรอื จะนําไปปรงุ อาหารก็มรี สดี เตค น

บางคนถึงรวู าสมุนไพรไทยมสี รรพคณุ ทีเ่ ปน ประโยชนเเตก ็รบั ประทานยากซะเหลอื เกินเน่ืองดวย

4
เพราะวาขม วันน้เี ราจึงนําตวั อยางของสมนุ ไพรไทยสรรพคณุ เเตล ะชนดิ มาบอกใหคณุ ไดร ูเพ่ือสขุ ภาพ
ทด่ี ขี องตวั คณุ

สมุนไพร หมายถงึ พืชทใี่ ช ทําเปน เครอ่ื งยา สมุนไพร กาํ เนิดมาจากธรรมชาติและมีความหมายตอ
ชวี ิตมนุษยโดยเฉพาะ ในทางสขุ ภาพ อันหมายถึงท้ังการสง เสรมิ สขุ ภาพและการรกั ษาโรค สมุนไพร
แตล ะชนดิ จะมีสรรพคณุ แตกตา งกันไป

พืชสมุนไพร เปนสงิ่ ที่อยูคคู นไทยมานบั พันป แตเม่ือการแพทยแผนปจ จุบันเรมิ่ เขา มามีบทบาทใน
บานเรา สรรพคณุ และคณุ คา ของสมุนไพรอันเปนสง่ิ ทเ่ี รยี กไดว าภูมิปญญาโบราณก็เรมิ่ ถูกบดบังไปเรอ่ื
ยๆ และอาจถกู ทอดทิง้ ไปในทส่ี ดุ ความจรงิ คนสว นใหญก็พอรๆู กันวา สมนุ ไพรไทยเปนสิง่ ทม่ี คี ณุ คา
ใชป ระโยชนไดจรงิ และใชไ ดอ ยางกวางขวาง แตเปนเพราะวาเราใชว ิธีรกั ษาโรคแผนใหมม านานมากจ
นวิชาแพทยแผนโบราณทมี่ ีสมุนไพรเปนยาหลกั ถูกลมื จนตอ แถบไมต ิ
สมุนไพรไทยสรรพคณุ เพ่ือสุขภาพที่ดีตอ รางกายและระบบภายในรา งกาย สมนุ ไพรไทย

- ตะไคร ควรเลอื กซอ้ื ตะไครท ฐ่ี านบรเิ วณลําตน อวบอวนและมสี ีมวงออน เวลาใชตอ งควรปอกเปลื
อกขางนอกออกจนกระทง่ั เห็นเนอื้ ขางในท่ีมีสชี มพู สรรพคณุ ของตะไครค อื ชว ยในสว นการยอยอาหาร
ขับปสสาวะ ขับเหงอ่ื และชวยบรรเทาอาการอาเจียน นอกจากน้ันยังชว ยลดความดัน และไลแ กส ตะ
ไครย ังใชเ ปนยาบรรเทาอาการเปนไข และลดอาการปวดทอง

- หอมแดง หอมแดงทีม่ ีผิวสมี วงอมแดง ใหกลน่ิ ทแ่ี รงกวาหอมแดงทม่ี ผี ิวสอี อกเหลอื งออ นซง่ึ จะมรี
สออกหวานกวาเล็กนอย สรรพคณุ ของหอมแดงชวยไลแ กส ขับปสสาวะ และชว ยรักษาอาการไข
- มะกรดู เปนพืชทม่ี กี ลน่ิ ที่หอมมากโดยเฉพาะใบของตน มะกรดู ซงึ่ ในการประกอบอาหารสามารถนํา
ใบมะกรดู ไปห่ันซอยใหเปนชน้ิ เลก็ ๆ หรอื ฉีกเพื่อเตมิ ลงไปในอาหารก็ได นอกจากนั้นยังสามารถนําไป
ผสมในการทาํ เครอื่ งแกงไดอีกดว ย สรรพคณุ ของมะกรดู คอื ชว ยไลแ กสและบรรเทาอาการวิงเวียนศรี
ษะ นํา้ มะกรูดยังใชเ ปนยารกั ษาโรคลกั ปดลักเปด

- ผักชี ใบ ลาํ ตน และรากมักใชก ันอยางแพรห ลายในการปรุงอาหารไทย ไมว าจะเปนอาหารประเภ
ทตม , ผดั , ยํา และอื่นๆ เพ่ือเพิ่มกลนิ่ ใหชวนนารบั ประทานมากย่ิงขึ้น
- ใบกะเพรา กะเพรามอี ยูสองชนิด คอื ชนิดทใี่ บมสี ีเขยี ว และชนิดทมี่ สี อี อกมวงปนแดง ซง่ึ ชนิดหลงั จ
ะใหกลิ่นทหี่ อมและรสชาตเิ ผ็ดกวาชนิดทใ่ี บสเี ขียว สรรพคณุ ของกะเพราคอื ชว ยไลแ กสและบรรเทาอ
าการปวดทอ ง ชว ยขับเหงอื่ และลดการวิงเวียนศรี ษะ อาการอาเจียน

- ใบโหระพา มสี เี ขียวเขม ใบมีลกั ษณะหนากวาใบกะเพรา มกี ลน่ิ หอมและรสชาตเิ ปน เอกลักษณ โ
หระพามีสรรพคณุ ในการชว ยยอยอาหารและลดการปวดทอ งเน่ืองจากอาหารไมย อย
- ใบแมงลกั ใบแมงลักจะมขี น และมกี ล่ินหอมนอ ยกวาใบโหระพา มสี รรพคณุ ชว ยไลแ กสในลาํ ไส แล
ะลดอาการไอ ทสี่ ําคญั ยังมสี ว นชว ยในการเพิ่มนาํ้ นมของมารดาทเี่ พิ่งคลอดบุตร นอกจากนนั้ ยังชว ยรั
กษาโรคผวิ หนังบางชนดิ ไดอ ีกดวย

5
- ใบสาระแหน นิยมใชใ สใ นอาหารประเภทยํา เนอื่ งจากมกี ลิน่ และรสชาตทิ หี่ อม ควรเลือกซอื้ โดยดจู
ากใบที่สดและสอี อกเขียวเขม สาระแนมสี รรพคณุ ชว ยลดอาการจุกเสยี ด อาการปวดทอง ขับเหงอ่ื แ
ละไลแ กส ในกระเพาะอาหาร ใบสาระแหนยังสามรถใชเคย้ี วเพื่อลดกลน่ิ ปาก และยังชว ยทําความสะ
อาดกระเพาะ, ลําไสเ พ่ือลดการหดเกรง็ ไดอ ีก
- พรกิ ไทยออน พริกไทยออ นมสี เี ขียว รสชาตดิ แี ตเ ผ็ดรอ น พรกิ ไทยออนมีสรรพคณุ ชว ยในการยอย
และลดอาการปวดหัว ลดอาการปวดไขขอ และยังใชเ ปนยารกั ษาโรคทอ งรวงไดอ ีกดว ย
- อบเชย อบเชยมสี นี าํ้ ตาลดํา และมรี สหวาน สว นมากมักจะจําหนายในรปู ผง, หรอื แทง มีสรรพคุ
ณชว ยขับเหงอ่ื และใหความสดชืน่ แกรา งกาย นอกจากนน้ั ยังชวยลดแกสในกระเพาะอาหาร
- กานพลู ดอกออนของกานพลจู ะถกู เก็บและนาํ ไปผง่ึ แดดกอนนํามาใช จากนน้ั จึงนาํ ไปคว่ั จนหอม
และนาํ ไปปรุงอาหารซง่ึ สามารถใชไ ดท ง้ั ดอกหรือนาํ ไปบดเปนผง สรรพคณุ ของกานพลชู ว ยรกั ษาระบ
บยอยอาหาร และไลแ กสในกระเพาะอาหาร
- ย่ีหรา เมลด็ ย่ีหรา มีลกั ษณะยาวเรยี ว สอี อกขาวอมเทา กอนปรงุ อาหารมักนาํ ไปคว่ั และบดเปนผง
เก็บในภาชนะมดิ ชดิ ย่ีหรา มสี รรพคณุ ชวยไลแกสในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการปวดทอ ง และยังช
วยรกั ษาอาการอาหารไมยอยอีกดว ย
- ลูกกระวาน ลกู กระวานมักนาํ ไปคว่ั จนหอม จากนั้นนาํ ไปบดใหเ ปนผง และนาํ ไปปรงุ อาหาร ลกู ก
ระวานมีสรรพคณุ ชว ยไลแ กสในกระเพาะอาหารและลดเสมหะ
- พริกไทยดาํ พรกิ ไทยดาํ เปนพรกิ ไทยออนทีย่ ังไมเ อาผิวออก และนาํ ไปตากแหง มสี รรพคณุ ชว ยให
เจริญอาหาร ไลแ กสในกระเพาะอาหารและชวยบรรเทาไข

- ใบกระวาน ใบกระวานนยิ มใชใ นการปรงุ อาหารของชาวตะวันตก สําหรบั อาหารไทยมกั นิยมนาํ
ไปปรุงในอาหารประเภทไกยางและแกงมสั ม่ัน เปน ตน

- กระเทยี ม กระเทียมของไทยมกั จะมกี ลบี ท่เี ลก็ เปลอื กทบี่ างแตใหกลน่ิ ทแี่ รง ควรเก็บกระเทยี มไว
ในท่ีทม่ี ีอากาศถายเท สรรพคณุ ของกระเทยี มชว ยลดความดัน ลดคลอเลสเตอรอล และลดนํา้ ตาลในเ
ลอื ด นอกจากนัน้ ยังชว ยเสริมภูมติ านทานของรา งกายอีกดว ย

- ขิง มกั จะใชใ นการทําอาหารสองรปู แบบ คอื ขิงออนมักจะนาํ ไปหั่นบางๆ และวางบนหนาปลานง่ึ
ขณะท่ขี ิงแกซง่ึ มีกล่นิ แรงและรสเผด็ รอ นมกั จะนําไปทาํ เปน นํา้ ซอ ส สรรพคณุ ของขิงชว ยไลแ กส ลดกา
รหดเกรง็ ของลําไสและบรรเทาอาการอาเจียน นอกจากน้ันยังชว ยลดอาการปวดหัว ปวดทอ ง

- ขม้นิ ชัน สมุนไพรไทย สรรพคณุ : สามารถชว ยลดไขมันในตับ สมานแผลในกระเพาะอาหารไดเ รว็
ข้ึน ชวยยอยอาหารไดด ีข้ึน และยังชว ยทําความสะอาดใหกับลําไส แถมยังสามารถเปลย่ี นไขมนั ให
กลายเปนกลามเน้ือ ตอ ตานอนุมลู อิสระอันเปน สาเหตุใหเ กิดความเหี่ยวยอน อีกทัง้ ยังปองกันการเกิด
มะเรง็ ในตับ ชว ยเสรมิ สรา งภูมคิ มุ กันใหกับผวิ หนัง ชว ยกาํ จัดเชื้อราท่ีถูกปนเปอนมากับอาหารทีร่ บั ปร
ะทานเขา ไปแลว ไปสะสมในรา งกาย สําหรบั สตรเี พ่ิงคลอดจะชว ยขับนาํ้ นมไดดี

- กระชาย สมุนไพรไทย สรรพคณุ : สามารถชว ยให เสนเอ็น ไต หูรูดกระเพาะปสสาวะ ระบบกลา

6
มเนอื้ หัวใจ แข็งแรง กระดูกไมเ ปราะไดง า ย อีกทงั ยังบาํ รงุ ตับ หัวใจ ทาํ ใหเ ลือดไปเลีย้ งหัวใจไหลเวีย
นไดด ียิ่งขึ้น อีกทงั้ ยังชว ยตอ มไรท อตาง ๆ ใหท าํ งานเปน ปกติ เชน ตอมใตส มอง ตอ มหมวกไต และตบั
ออ น ทําใหไมเ ปน โรคคอพอก ชว ยปรบั สมดลุ ของฮอรโ มนเพศหญงิ และเพศชาย เพศหญิงชว ยในเรอ่ื ง
มะเรง็ เตาหมและมะเรง็ ปากมดลูด สว นเพศชายชวยในเรื่อง ตอมลกู หมากโต ได และ
กระชาย ยังชวยในเรอ่ื งการบํารงุ สมอง ปรบั ความดนั โลหติ และชว ยใหเสนผมไมห งอกกอนวัยอัน
ควร รวมท้ังชว ยให เล็บมอื เล็บเทา แขง็ แรง สาํ หรบั สตรเี พ่ิงคลอดจะชว ยขบั นํ้าคาวปลาไดด ี

- วานหางจระเข สมนุ ไพรไทย สรรพคณุ : วานหางจระเขอุดมไปดว ยสารตานอนุมลู อิสระท่ี
ชวยชะลอวัยเปลือกของวานหางจระเขมีสรรพคณุ เปนยาระบายออนๆ ชว ยปอ งกันอาการทองผกู
ได ประโยชนข องวานหางจระเขชวยลดการเกิดแผลในลาํ ไส และกระเพาะอาหาร สามารถทานได
ทั้งในขณะทอ งวาง กอนหรอื หลงั อาหารก็ได เนื้อวุนของวานหางจระเขแกโรคกระเพาะ

- อัญชัน สมุนไพรไทย สรรพคณุ : น้าํ อัญชันมีสว นชว ยตอตานอนุมลู อิสระในรางกาย เครอื่ งดมื่
นาํ้ อัญชันชว ยเสรมิ สรา งภูมิตานทานใหรา งกายและเพ่ิมพลังงานใหรา งกาย มสี วนชว ยในการชะลอวัย
และรวิ้ รอยแหงวัย ดอกมีสว นชวยในการบาํ รงุ สมอง เพิ่มการไหลเวียนเลอื ด ดอกอัญชนั มฤี ทธ์ิในการ
ละลายลมิ่ เลอื ด ชว ยปองกันโรคเสนเลอื ดสมองตบี ชว ยรกั ษาอาการผมรว ง อุดตนั ชว ยลดความเส่ียง
ของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลอื ดหัวใจอุดตนั

- มะนาว สมุนไพรไทย สรรพคณุ .: ชว ยบรรเทาอาการปวดศรี ษะ ชว ยแกอาเจียน เปนลมวิงเวียน
ศรี ษะ เมาเหลาได ชว ยรกั ษาโรคความดันโลหิตสูงและตาํ่ รูหรอื ไมว ามะนาวก็เปนยาอายุวัฒนะและ
ชวยในการเจริญอาหารไดดว ย แกอาการวิงเวียนหลงั คลอดบุตร แกอาการลมเงยี บ ดว ยการเอาใบ
มะนาวมาตม กินกับยาหอม แกโรคตาแดง ใชเ ปนยาแกไขก็ไดเ หมอื กันดว ยการนําใบมาห่ันเปนฝอย ๆ
แลวนํามาชงในนา้ํ เดือด ดื่มเปนนํา้ ชาหรอื ใชอ มกลว้ั คอเพ่ือชว ยฆา เช้อื โรค ใชใ นการแกไขทบั ระดู ดว ย
การเอาใบมะนาวประมาณ 100 ใบมาตมกิน สามารถชว ยรกั ษาโรคลกั ปดลกั เปดหรอื เลอื ดออกตามไร
ฟนได เพราะในมะนาวมีวิตามนิ ซสี งู มาก มะนาวชว ยในการขบั เสมหะ ชวยแกไอหรอื อาการไอท่ีมเี ลือ
ดปนออกมา ซงึ่ จะชว ยบรรเทาอาการลงไดดีในระดับหนึง่ ชวยบรรเทาอาการตอ มทอนซลิ อักเสบ
ชว ยบรรเทาอาการเสียงแหบแหง ชวยลดอาการเหงอื กบวม

-ใบเตย สมุนไพรไทย สรรพคณุ : ชวยบํารงุ หัวใจใหช ุม ชน่ื และชว ยลดอัตราการเตน ของหัวใจ
การดม่ื นํ้าใบเตยจะชว ยดบั กระหายคลายรอนไดเ ปนอยางดี เพราะใบเตยมกี ลน่ิ หอมเย็นทานแลวจึง
รสู กึ สดชน่ื ผอ นคลาย
รสหวานเย็นของใบเตย ชว ยชูกําลงั ได การดมื่ นาํ้ ใบเตยชว ยแกอาการออนเพลยี ของรา งกายได ชว ยป
รบั สมดลุ ในรา งกาย
ผูทม่ี ีธาตุเจาเรอื นเปนธาตไุ ฟนั้นการรบั ประทานอาหารท่ีปรงุ จาก ใบเตยจะชวยทําใหรสู กึ เย็น สบาย
สดช่ืนได ชว ยรกั ษาโรคเบาหวาน ชวยปองกนั การแข็งตวั ของหลอดเลอื ด ชวยบรรเทาอาการอาการแ
ละดบั พิษไขไ ด ใบเตยชว ยดบั พิษรอ นภายในไดเ ปน อยางดี

7
ประโยชนของสมนุ ไพร
1. สามารถรกั ษาโรคบางชนิดได โดยไมต อ งใชย าแผนปจจุบัน ซง่ึ บางชนิดอาจมรี าคาแพง และตอ งเสี
ยคา ใชจายมาก อกี ทัง้ อาจหาซอ้ื ไดยากในทอ งถ่ินน้ัน
2. ใหผลการรกั ษาไดด ีใกลเ คยี งกับยาแผนปจจุบัน และใหค วามปลอดภัยแกผใู ชม ากกวาแผนปจจุบัน
3. สามารถหาไดง า ยในทอ งถน่ิ เพราะสว นใหญไดจากพืชซงึ่ มีอยูท่วั ไปทง้ั ในเมอื งและ ชนบท
4. มรี าคาถูก สามารถประหยัดคา ใชจ ายในการซอ้ื ยาแผนปจจุบันทต่ี องสงั่ ซอ้ื จากตา งประเทศเปนการ
ลดการขาดดลุ ทางการคา
5. ใชเปนยาบํารงุ รักษาใหรา งกายมสี ขุ ภาพแข็งแรง
6. ใชเปนอาหารและปลกู เปนพืชผกั สวนครวั ได เชน กะเพรา โหระพา ขิง ขา ตําลึง
7. ใชในการถนอมอาหารเชน ลูกจันทร ดอกจันทรแ ละกานพลู
8. ใชป รงุ แตง กลน่ิ สี รส ของอาหาร เชน ลกู จันทร ใชปรุงแตง กลน่ิ อาหารพวก ขนมปง เนย ไสก รอก
แฮม เบคอน
9. สามารถปลกู เปนไมประดบั อาคารสถานท่ตี าง ๆ ใหสวยงาม เชน คนู ชมุ เห็ดเทศ
10. ใชป รงุ เปนเครอ่ื งสาํ อางเพ่ือเสรมิ ความงาม เชน วานหางจระเข ปรนะคาํ ดคี วาย
11. ใชเปนยาฆา แมลงในสวนผกั , ผลไม เชน สะเดา ตะไคร หอม ยาสูบ
12. เปนพืชท่ีสามารถสงออกทาํ รายไดใหก ับประเทศ เชน กระวาน ขมิ้นชัน เรว
13. เปน การอนุรกั ษมรดกไทยใหประชาชนในแตล ะทอ งถิ่น รจู ักชว ยตนเองในการ นาํ พืชสมุนไพรในท
องถิน่ ของตนมาใชใ หเ กิดประโยชนตามแบบแผนโบราณ
14. ทาํ ใหคนเห็นคณุ คา และกลับมาดําเนินชวี ิตใกลช ิดธรรมชาตยิ ิ่งขึ้น
15. ทําใหเกิดความภูมิใจในวัฒนธรรม และคณุ คา ของความเปนไทย

8

บทท่ี 3 วิธีการดําเนินงาน

ข้ันตอนการดาํ เนินการ

วัสดุ อุปกรณ เครอื่ งมือทีใ่ ชใ นการศกึ ษา

การทํานา้ํ ใบเตยหอม

ใบเตยหอมสดๆ 200 กรมั

น้าํ ด่ืมสะอาด 7 ถวยตวง

น้าํ ตาลทรายแดง 1 ถว ยตวง

นา้ํ แข็งกอนทบุ 1 แกว

เกลอื ปน 1/2 ชอนชา

วิธีการทาํ เครอื่ งด่ืม น้าํ เตยหอม

เตรยี มสว นผสมขา งตน ใหครบตามจาํ นวน

นําใบเตยหอม ลางใหสะอาด จากนั้นหั่นใบเตยหอมใหเปนทอนๆ ใสล งไปในหมอ แลวเทนา้ํ สะอาดลง

ไป

นาํ หมอท่ใี สน า้ํ และใบเตยหอมไปตม พอนํา้ เดอื ดก็เบาไฟลง และเคยี่ วไปเรอ่ื ยๆ จนสีของใบเตยเขียวอ

อนเจือจางอยูในนา้ํ ตม น้นั ก็ใหเอาใบเตยหอมออกโดยใชว ิธีการกรอง หรอื อาจจะเอาชอ นตกั ออก ก็ได

ใหเหลอื แตน า้ํ ใบเตยอยางเดียว

นาํ เกลอื ปนใสล งไป ตามดว ยนาํ้ ตาลทรายแดง จากนัน้ กวน ใหละลายเขา กนั ทว่ั แลว ปลอ ยใหน้ําเดือด

ตอ ไปสกั พัก ดว ยไฟออนๆ ประมาณ 5-6 นาที คอ ยยกหมอลงจากเตา

เมื่อตอ งการดม่ื น้ําเตยหอม ก็ใหเ อาน้ําแข็งใสแ กวมา 1 แกว แลว ตกั นา้ํ เตยหอมใสล งไปในแกว รับรอง

ไดเ ลยวาอรอ ย แกกระหาย แถมยังมคี ณุ คา ทางสมนุ ไพรอยูอยางครบถวน

การทํานา้ํ อัญชนั

ดอกอัญชนั สด. 100 กรัม

นา้ํ . 2 ถวยตวง

นา้ํ เชอ่ื ม. 4 ชอ นโตะ

นา้ํ มะนาว ปริมาณตามชอบ

นํ้าแข็ง

วิธีทาํ เครอ่ื งด่ืม นํ้าอัญชัน

1. ใสนา้ํ ลงในหมอ นําขึ้นตงั้ ไฟตม จนเดอื ด ใสด อกอัญชนั ลงตม ปดฝาทงิ้ ไวประมาณ 2-3 นาที ยกลง

จากเตา ยกลงกรองดอกอัญชันออกเอาเฉพาะน้ํา เตรียมไว

2. ผสมนาํ้ ดอกอัญชันกับน้าํ เชอื่ ม และนํ้ามะนาว คนผสมใหเขากัน ชมิ รสตามชอบ เทใสแ กว ตามดวย

นา้ํ แข็ง พรอ มด่มื

9
บทท่ี 4 ผลการศกึ ษาคน ควา

น้าํ อัญชนั มีสวนชว ยตอ ตานอนมุ ลู อิสระในรา งกาย เครอ่ื งด่ืมนาํ้ อัญชนั ชว ยเสรมิ สรา งภูมิตานทานให
รา งกายและเพิ่มพลงั งานใหร า งกาย มีสว นชวยในการชะลอวัยและร้ิวรอยแหง วัย ดอกมสี ว นชว ยใน
การบํารงุ สมองนาํ้ ใบเตยจะชว ยดบั กระหายคลายรอ นไดเปนอยางดี เพราะใบเตยมกี ล่นิ หอมเย็นทาน
แลว จึงรูส กึ สดชื่น ผอนคลาย รสหวานเย็นของใบเตย ชว ยชกู ําลงั ได การด่มื นาํ้ ใบเตยชว ยแกอาการออ
นเพลยี ของรา งกายได ชว ยปรบั สมดุลในรา งกาย
ผลการทดลอง นํา้ สมนุ ไพรเพ่ือสขุ ภาพที่ไดมกี ลิ่นหอมและรสชาตินาดม่ื สขี องนา้ํ สมนุ ไพรเขมขน
สรปุ ผลการทดลอง 1.การทาํ นาํ้ สมุนไพรเพ่ือสขุ ภาพนี้ทาํ ไดง า ย
2.สมนุ ไพรทใี่ ชใ นการทาํ นํา้ สมุนไพรเพ่ือสุขภาพตา งใหกลน่ิ หอม และมรี สชาตนิ าดื่มและสามารถให
ประโยชนไดจ รงิ

10

บทท่ี 5 สรปุ อภิปรายผลและขอเสนอแนะ
สรปุ ผลการทดลอง
การทําน้ําสมนุ ไพรเพื่อสุขภาพสามารถนาํ สมุนไพรชนดิ อ่ืนๆท่ีสามารถนํามารบั ประทานได เชน
กระชาย ขิง เปนตน เพื่อใหไดน าํ้ ดมื่ สมนุ ไพรเพ่ือสขุ ภาพตามท่ผี ูบริโภคตองการ
วัตถปุ ระสงคข องโครงงาน
1. เพ่ือนําเทคโนโลยีมาใชใหเกิดประโยชนในชีวิตประจําวัน
2. เพ่ือสงเสรมิ ใหคนหันมารกั สุขภาพ
3. เพื่อตองการศกึ ษาความเปนมาของสมุนไพรไทย
4. เพื่อศกึ ษาประโยชนของผกั ผลไม และดอกไมชนิดตางๆของไทย
วิธีการดาํ เนินงาน
1. คดิ หัวขอ โครงงานเพื่อนําเสนอครทู ี่ปรึกษาโครงงาน
2. ศกึ ษาและคน ควาขอมูลท่ีเกยี่ วขอ งกับเรื่องท่ีสนใจ วามีเน้ือหามากนอยเพียงใด และตอ งศกึ ษาคน
ควาเพ่ิมเติมจากเว็บไซตตา งๆ และเก็บขอ มลู ไว เพื่อจัดทําเนื้อหาตอ ไป
3. ศกึ ษาการพัฒนาขอสมนุ ไพรไทยในอดตี และปจจุบัน
4. จัดทําขอ เสนอโครงงานเพ่ือนําเสนอครทู ี่ปรึกษา
5. นําเสนอรายงานความกาวหนา เปนระยะๆ
6. จัดทําเอกสารรายงานโครงงานคอมพิวเตอร โดยนาํ เสนอเปนรปู เลม
ขอเสนอแนะ
1. ควรมีการศกึ ษาเปรยี บเทยี บผัก ผลไม และดอกไมม ากกวานี้
2. ควรมศี กึ ษาขอมูลใหละเอียดและรอบคอบ
3. ควรมกี ารจําแนะสมนุ ไพรรักษาโรคมากกวานี้
4.ควรมสี มนุ ไพรทหี่ ลากหลายชนิด

11

แหลงอา งอิง

ความหมายของสมุนไพร :
https://sites.google.com/site/phuchsmunphirthiy/home/smunphir-hmay-thung

สรรพคณุ ของสมุนไพร :
https://sites.google.com/site/sunyrwmsukhphaph/smunphir-pheux-sukhphaph

ประโยชนของสมุนไพร :
https://sites.google.com/site/smunphirthiy2013/prayochn

ความสําคญั ชองสมุนไพร :
http://www.angelfire.com/ri2/rangsan/important.html

วิธีทําน้ําสมนุ ไพร :
https://cooking.kapook.com/view198994.html

12

ใบกิจกรรม การศกึ ษาคน ควาอิสระ 1 (IS1)
กิจกรรมที่ 1 การตั้งคาํ ถามการตง้ั คาํ ถามเร่อื ง นาํ้ สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

ระดบั คณุ ภาพ คะแนน

1. สมนุ ไพรมีประโยชนอ ยางไร ตัง้ ประเด็นคําถาม
1.ดว ยตนเอง
2. สมุนไพรมคี วามสําคญั ตอ การดาํ รงชวี ิตของมนษุ ยอยางไร 2.ชดั เจน
3.ครอบคลมุ ปจจัย
3. ถาไมม ีสมนุ ไพรจะเกิดอะไรขึ้น ตวั แปรทีเ่ กี่ยวของ
4.เชอื่ มโยงชมุ ชน
4. สมุนไพรมผี ลดี ผลเสียอยางไร /ทอ งถิน่ /ประเทศ
5.แปลกใหมแ ละ
5. ทาํ ไมเราตองดม่ื นํ้าสมุนไพร สรา งสรรค
6.มีความเปน ไปได
6. สมุนไพรสว นใหญรสชาตขิ ม เฝอ น ถา นาํ มาทาํ เปน นา้ํ สมนุ ไพรจะทาํ
ไดห รอื ไม ( 4 ดมี าก )
ต้ังประเด็นคาํ ถาม
7. เราสามารถนาํ สมุนไพรอยางอ่ืนนอกเหนือจากนี้มาทาํ เปน นาํ้ สมุน 1.ครชู ว ยชแี้ นะ
ไพรไดหรอื ไม 2.ชดั เจน
3.ครอบคลมุ ปจจัย
8. สมนุ ไพรมหี ลากหลายชนดิ เราจะทราบไดอยางไรวาสมุนไพรชนดิ ตัวแปรท่เี ก่ียวของ
ไหนสามารถนํามารับประทานได 4.เชอ่ื มโยงชุมชน
/ทองถนิ่ /ประเทศ
9. เพราะเหตุใดเราจึงตอ งศกึ ษาความรเู ร่อื งสมนุ ไพร 5.มีความเปนไปได

10. สมุนไพรทเี่ รานาํ มาทําเปนนํ้าสมุนไพรเพ่ือสุขภาพจะใชป ระโยชนได ( 3 ดี )
จรงิ หรอื ไม ตงั้ ประเด็นคาํ ถาม
1.ครชู ว ยชแี้ นะ
11. ถาเราไมร ูจ ักสมนุ ไพรชนดิ ใดเลยจะเกิดอะไรข้ึน 2.ชดั เจน
3.ไมครอบคลมุ ปจจัยตั
12. เราสามารถนาํ สว นไหนของสมุนไพรตา งๆมาใชป ระโยชนไ ดบ าง
วแปรทเี่ ก่ียวของ
4.เชอ่ื มโยงชุมชน
/ทองถนิ่ /ประเทศ
5.มีความเปนไปได

( 2 พอใช )
ต้งั ประเด็นคําถาม
ใชป ระเดน็ คําถาม
( 1 ปรับปรงุ )

ตดั สนิ ใจเลอื กคาํ ถาม 1 คาํ ถาม
อธิบายเหตุผลทสี่ าํ คญั ในการเลอื กคําถามนี้
คาํ ถามที่ 2. สมนุ ไพรมีความสําคญั ตอการดํารงชีวิตของมนษุ ยอยางไร
สาเหตทุ เี่ ลือกคาํ ถามนี้ เพราะ คาํ ถามนม้ี คี วามครอบคลมุ ชัดเจน และมีความสมั พันธตอตัวเราโดยตรง
เพราะเราเปน มนษุ ย ซงึ่ สมุนไพรเปนผลผลิตจากธรรมชาตทิ ่มี นุษยนํามาใชป ระโยชนเ พ่ือรกั ษาโรคภัย
ไขเ จ็บตา งๆตงั้ แตส มยั โบราณ

ขอคดิ เห็นและขอเสนอแนะของคร/ู ครทู ีป่ รึกษา

.........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

(ลงชื่อ)....................................ครทู ป่ี รกึ ษา
(นายจีรวัฒน ดอกดวง)

13

บันทกึ รอ งรอยการปฏิบัตกิ ิจกรรมของนักเรยี น
กิจกรรมที่ 1 เรอื่ ง นํ้าสมนุ ไพรเพ่ือสุขภาพ

วันที่ 13 เดือน กันยายน พ.ศ. 2563

ในวิชา IS กลมุ ของพวกเราไดร บั มอบหมายใหทํางาน IS1 โดยที่คณุ ครกู ําหนดใหเราสามารถศกึ ษา
คน ควาสิง่ ทเ่ี ราสนใจไดอยางอิสระ ภายในกลมุ ของพวกเราน้ัน ไดมกี ารปรกึ ษากันภายในกลุม และ
ไดขอสรปุ วา กลมุ ของพวกเราจะทาํ โครงงาน เรอื่ ง นาํ้ ดมื่ สมุนไพรเพ่ือสุขภาพ โดยเหตุผลท่ีเลือก
หัวขอนีก้ ็เพราะ หัวขอน้มี ีความนาสนใจ มีเน้ือหาหลากหลาย หัวขอนี้จะทําใหเ รามีความรเู กี่ยวกบั
สมุนไพรมากข้ึน อีกทงั้ คนในกลมุ ก็เห็นดว ยทจ่ี ะศกึ ษาเร่ืองน้ี ในการศกึ ษาเรอ่ื งภัยธรรมชาตนิ ี้ เราได
เรมิ่ จากตัง้ คาํ ถามทตี่ นเองอยากรู หรอื คําถามท่ตี นเองสนใจ และเรมิ่ หาขอมลู จากแหลงขอ มูลตา งๆ
เชน Google เปนตน จากนัน้ เราจึงไดเรม่ิ การทดลองทาํ น้ําสมนุ ไพร โดยสมุนไพรทีเ่ ราเลอื กทจี่ ะ
นํามาทาํ นํา้ สมุนไพรมี2ชนดิ คอื ใบเตย และดอกอัญชัน ซง่ึ สมนุ ไพรทงั้ สองชนดิ น้ีก็มีสรรพคณุ ที่
แตกตางกัน เมอ่ื ทํานํา้ สมุนไพรเสรจ็ แลวเราก็ไดชมิ และนาํ ไปใหผ ูอื่นชิมและประเมิน และจัดทํา
เอกสารโครงงานข้ึน ทั้งนี้ท้ังนั้นในการทํางานครงั้ นี้ก็เพื่อเตรยี มนาํ เสนอ และแบงปนความรใู หแกผอู ่ืน

คณะผจู ัดทํา

14

ภาคผนวก

15

ข้ันตอนการทํานํ้าสมุนไพรเพื่อสขุ ภาพ

นํ้าใบเตย

16

น้ําอัญชนั

17

การกรอกแบบสอบถาม


Click to View FlipBook Version