โครงงานรายวิชา Independent Study IS
เร่อื ง : สเปรยพ รกิ สำหรบั ปอ งกนั ตวั Pepper Spray
เสนอ
ครู จิรวฒั น ดอกดวง
สมาชิก
นายจิรศกั ดิ์ มากดี ม.5/1 เลขท่ี 2
นายธราเทพ ทนดี ม.5/1 เลขที่ 5
นายเมธา จำปาเเพง ม.5/1 เลขที่ 7
นายเดชฤทธิ์ โสดา ม.5/1 เลขท่ี 8
นายธนาธิป ทองหลอ ม.5/1 เลขท่ี 10
คำนำ
เนอ่ื งจากปจ จุบนั น้ี ทามกลางสังคมทเ่ี จริญขน้ึ ความรูมากขนึ้ ประชากรเพ่มิ จำนวนมากขึน้
ในทางกลับกนั ศลี ธรรมของผูคนกลับเส่อื มถอยลง มีปญ หาอาชญากรรมเพ่ิมมากขึน้ การทำราย
รางกาย การขม ขนื การปลน ฯลฯ จึงมคี วามจำเปนทจี่ ะรจู ักการปองกันตัวเอง ในทกุ วนั นี้ อุปกรณ
ปองกนั ตวั กม็ หี ลากหลาย เชน ปน มีด สเปรยพ ริกไทย ฯลฯ จากการสำรวจพบวา “สเปรย
พรกิ ไทย” เปน อปุ กรณป อ งกันตวั ทดี่ ีทสี่ ดุ เนือ่ งจากไมต อ งมที ักษะการใชม าก เหมาะกับทุกคน
โดยเฉพาะ “ผูห ญงิ ” ซ่งึ มที กั ษะการปองกันตวั ทด่ี อยกวา ผูชายมาก จึงมักทจ่ี ะตกเปนเหยอ่ื ของ
การกออาชญากรรมตางๆ เเละดวยขอจำกัดทางกฎหมายในประเทศไทย ประชาชนคนธรรมดา
ท่วั ไป ไมส ามารถพกพาอาวุธอาทิ เชน ปน มดี สเปรยพริกไทย ไดโดยถกู กฎหมาย กลับกลายเปน
วา “โจร อาชญากร” มชี อ งทางในการทำรายผบู ริสุทธ์มิ ากมาย เเตประชาชนผูบรสิ ทุ ธิ์ ไมม หี นทาง
ทจ่ี ะปอ งกนั ตวั เองไดเ ลย ซงึ่ เปนเร่อื งจรงิ ในประเทศไทย ที่กำลงั เกดิ ข้นึ อยู ซง่ึ นบั วา เเยม ากๆ เรา
จงึ เลง็ เหน็ ปญ หาจดุ นี้ เเละหาทางคดิ คน อุปกรณปองกันตวั ท่ใี กลเ คยี ง “สเปรยพริกไทย” มากทีส่ ุด
โดยใหสามารถ ผลิต ครอบครอง พกพาได อยา งถูกกฎหมาย เนอื่ งจากไมไดเปนอาวธุ โดยสภาพ
โครงงานนจี้ ัดทำขึ้น เพ่ือเปนสวนหน่งึ ในรายวชิ า IS Independent Study ชั้น ม.5/1
หากมีความผดิ พลาดประการใด ก็ขออภัยมา ณ ท่นี ้ดี ว ย
ขอเเสดงความนบั ถอื
ผเู ขียน นายเดชฤทธ์ิ โสดา
กิตติกรรมประกาศ
สเปรยป อ งกันตัว เปนสเปรยท ถ่ี ูกคิดคน มาเพอื่ ปองกนั ตัวจากมนุษย จากการถูกสุนขั
ทำราย สเปรยจ ะออกฤทธิ์รบกวนการดมกลิน่ การหายใจ การมองเห็นของสุนัข ทำใหชวยลด
ความเสยี่ งจากการถูกสนุ ขั ทำรา ย นอกจากนี้ยังสามารถใชปอ งกันตัวจากมนษุ ยไ ดอีกดวย โดยจะ
ออกฤทธค์ิ ลายกนั ชว ยใหชีวติ ปลอดภัยมากย่ิงขน้ึ ยง่ิ สมยั นี้อุปกรณปองกันตวั ตางๆ พกพาไดยาก
เเละมรี าคาเเพง ทส่ี ำคญั มีขอจำกัดทางกฎหมายหลายอยา งมาก เชน พรบ.อาวธุ ปนเเละเคร่อื ง
กระสุน พรบ.วตั ถอุ นั ตราย เปนตน
เราจงึ ไดระดมความคิดทจ่ี ะสรา งอุปกรณป อ งกนั ตวั ทตี่ นทนุ ตำ่ ไมข ดั กบั กฎหมาย เเละ
ไดผ ลดี โดยเราไดศกึ ษาการออกฤทธขิ์ องสเปรยพ รกิ ไทย ( สเปรยพริกไทย มสี ารตอ งหา มหลาย
อยา ง เขาขา ย พรบ.วตั ถอุ นั ตราย ผูใ ดครอบครอง ผลติ จำหนา ย ถือวา ทำผดิ กฎหมายเเละเราได
เล็งเห็นวา พชื สวนครวั อยางพริก สามารถนำมาสกดั เอา “เเคปไซซิน” ทอ่ี อกฤทธ์คิ ลา ยสเปรย
พริกไทยออกมาได ซ่งึ พรกิ ผิด พรบ.วัตถุอนั ตราย จงึ สามารถทำได
โครงงานน้ีเกิดขึ้นไดจากความรวมมอื ของหลายภาคสวนท่ีใหขอ มอื ใหค วามรว มมือ
ใหค วามชว ยเหลือในหลายๆ เร่อื ง อีกท้งั สมาชกิ ทกุ คนในกลมุ มีความสามคั คี ทำงานกนั เปนทีม
อยา งดี ดว ยเหตุผลเหลานี้ ทางเราจงึ ขอขอบคุณทกุ ภาคสว นไว ณ โอกาสน้ี
ขอเเสดงความนบั ถือ
ผูเขยี น นายจิรศักด์ิ มากดี
สารบญั หนา
-วัตถุประสงค 1
-ปญ หาท่นี ำมาสโู ครงงาน 1-5
-แคปไซซิน 6
-เเผนการดำเนินโครงงาน 8
-ช้นิ งาน PEPPER SPRAY 9
-การทดลอง (โดยละเอียด) 11
-ประโยชนทคี่ าดวาจะไดร บั จากโครงงาน 12
-สรุปผลโครงงาน 13
-ภาคผนวก
14
1
Pepper Spray (สเปรยพ ริกปอ งกันตวั )
วัตถปุ ระสงค
สเปรยป องกันตัว เปน สเปรยท ีถ่ กู คดิ คน มาเพ่ือปองกันตวั จากมนษุ ย จากการถูกสนุ ขั ทำ
รา ย สเปรยจะออกฤทธิ์รบกวนการดมกลนิ่ การหายใจ การมองเห็นของสุนขั ทำใหช ว ยลดความ
เสย่ี งจากการถกู สนุ ัขทำรา ย นอกจากนย้ี ังสามารถใชปอ งกันตัวจากมนษุ ยไดอีกดว ย โดยจะออก
ฤทธค์ิ ลา ยกัน ชว ยใหช ีวติ ปลอดภัยมากยิง่ ขนึ้ ยิง่ สมัยน้อี ปุ กรณป อ งกนั ตวั ตางๆ พกพาไดยาก เเละ
มีราคาเเพง ทีส่ ำคัญมขี อ จำกัดทางกฎหมายหลายอยางมาก เชน พรบ.อาวธุ ปนเเละเครอ่ื งกระสนุ
พรบ.วตั ถอุ ันตราย เปน ตน
เราจงึ ไดร ะดมความคิดทจ่ี ะสรางอุปกรณป อ งกนั ตวั ทต่ี นทุนต่ำ ไมข ดั กบั กฎหมาย เเละ
ไดผลดี โดยเราไดศกึ ษาการออกฤทธขิ์ องสเปรยพ รกิ ไทย ( สเปรยพ ริกไทย มีสารตองหา มหลาย
อยา ง เขาขาย พรบ.วตั ถอุ นั ตราย ผใู ดครอบครอง ผลติ จำหนาย ถือวา ทำผิดกฎหมายเเละเราได
เลง็ เหน็ วา พชื สวนครัวอยางพรกิ สามารถนำมาสกัดเอา “เเคปไซซนิ ” ทีอ่ อกฤทธค์ิ ลา ยสเปรย
พริกไทยออกมาได ซึ่งพรกิ ผิด พรบ.วตั ถอุ นั ตราย จึงสามารถทำได
ปญหาท่ีนำมาสูโ ครงงาน
“สเปรยพ รกิ ไทย” เปน อปุ กรณปอ งกนั ตัวทีไ่ ดรับความนยิ มมาเปนเวลานาน เนื่องจากเปนอปุ กรณ
ปอ งกนั ตัวท่หี ยุดคนรา ยไดจ ริง แตไ มส ง ผลแคเ พยี งใหเกดิ อาการไอจาม หรอื แสบตา ลมื ตาไมขนึ้
โดยอาการทง้ั หมดจะหายไปในเวลา ประมาณ 15-30 นาที ซงึ่ จะไมสง ผลรา ยกับคนรายในระยะ
ยาว แตกเ็ ปนระยะเวลาทเ่ี พยี งพอในการหนีเอาตัวรอด
จากเหตุผลดังกลาว สเปรยพริกไทย จงึ เปนอุปกรณปองกันตัวที่ดีทสี่ ุดสำหรบั ผูหญงิ ปลอดภัยกวา
การใชม ดี หรือเครือ่ งชอ ตไฟฟา มากนกั
2
สเปรยพรกิ ไทย ผดิ กฎหมาย โทษสูงสดุ คุก10ป ปรับ1ลาน
อยางไรก็ตามเปน ที่นา เสยี ดาย ทอี่ ุปกรณปอ งกันตัว ท่ชี ื่อวา สเปรยพ ริกไทย ในประเทศไทย กลับ
เปนของผิดกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เร่ือง รายช่อื วัตถอุ ันตรายในความ
รบั ผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย ระบุไวว า “ผลติ ภัณฑที่มี
สารสำคัญทใ่ี ชเ พ่ือขดั ขวางระบบการ ทำงานของรางกายเปน การชวั่ คราวเพอื่ การปอ งกนั ตวั หรอื
ทำรา ยผอู ่ืน ” เปนวตั ถอุ ันตรายประเภทที่ 4 โดย หา มมิให นำเขา จำหนา ย พกพา สำหรับผทู ี่ฝา
ผนื มีโทษจำคุก 10 ป หรือปรบั 1,000,000 บาท โดยทัง้ น้ี คณะกรรมการอาหารและยา ติดความ
วาหมายถงึ สเปรยพริกทกุ ชนดิ
เจาหนาท่ี ผูเกย่ี วของในการควบคุมวตั ถอุ ันตราย คณะกรรมการอาหารและยา ใหเหตผุ ลในการ
ควบคุมเขม งวด เนื่องจากเกรงวา จะมกี ารนำสเปรยพ รกิ ไทยไปใชใ นทางทีผ่ ิด
3
การใชส เปรยพ ริกไทย ในทางท่ผี ดิ มีเพยี ง 2 คดี/ป
จากการศกึ ษา ในคดที ่ีมีการกระทำผิดดว ยสเปรยพ ริกไทย โดยฝมอื พลเรือน ในประเทศไทยนน้ั มี
เพียง 2 คดี เทานัน้ ซึ่งคดเี ปนการชงิ ทรพั ย ท่เี กดิ ขน้ึ ในป 2550 ทเ่ี กิดโดยผกู ระทำผดิ คนเดียวกนั
ชอื่ นายชัยพบิ ลู หรอื ตยุ นาคถิน โดยไดท รพั ยครง้ั แรกเปน ทอง ทอง 4 บาท คร้ังที่ 2 เปน
โทรศพั ทมอื ถือโนเกีย รุนเอ็น 72 (ท่ีไดทรพั ยสนิ ไปเพียงคร้งั ละ1 ช้นิ เขา ใจไดวา คนรา ยคงจะไอ
จามจากสเปรยของตัวเอง จงึ ไมม ีเวลาหยิบฉวยทรพั ยไ ดม ากนกั ) และถูกจบั ไดแ ทบจะทันที หลงั
การกอเหตุทัง้ 2 ครงั้
ผูหญิงถกู ขม ขืน 33,000คน/ป กบั คนรา ยทีล่ อยนวล 30,000คน/ป
ปงบประมาณ แจง ความ จับกมุ ได ลอยนวล
2551 4,736 2,340 2,396
2552 4,155 2,184 1,971
โดยเฉลย่ี แลว ผูห ญิงไทยถกู ขม ขนื 2 ชวั่ โมง/คน (12คน/วนั )
แตจากงานวิจัยประเมนิ วาจรงิ ๆ แลว มีผหู ญงิ ท่ถี กู ขมขืนแลวไมม าแจงความ อกี 6 เทา คือมี
ผหู ญงิ ท่ีถูกขมขนื ท้งั หมด ประมาณ 32,000 คน/ป
จากตัวเลขดังกลา ว ทำใหเห็นไดวา มคี นรายทกี่ อ เหตุขมขนื 32,000คน/ป แตสามารถคนรายมา
ลงโทษได 2,000คน/ป หมายความวา มีคนรา ยกอคดีขมขนื ลอยนวลอยใู นสังคม เพ่มิ ขึน้ 30,000
คน ทุกๆ ป
ในขณะที่ผรู กั ษาความสงบของบา นเมื่อคือ เจาหนาทต่ี ำรวจ ไมม กี ำลงั เพยี งพอในการรักษาความ
สงบไดท้งั หมดแลว ผูหญิงไทย ซง่ึ ตกเปน เหยอ่ื อยูทกุ วัน กไ็ มมีสทิ ธิ์ในการพกพา สเปรยพ รกิ ไทย
ซง่ึ ไดช อ่ื วาเปน อปุ กรณป องกนั ตวั สำหรับผหู ญิงทด่ี ที ่ีสุด แลวจะใหผ ูหญงิ ไทยปองกันตวั ดว ยอะไร?
ความเสียเปรียบ ของผใู ชสเปรยพริกไทย ปอ งกันตวั
1. ผใู ชสเปรยพรกิ ไทย ในการปองกนั ตวั ระงับเหตุ อาจถกู ดำเนนิ คดี ถึงแมจ ะเปนการปองกนั ตวั
ท่ีสมควรแกเหตกุ ็ตาม (ไมผ ดิ กฎหมายอาญา แตผิด พรบ.วตั ถุอนั ตราย)
2. เปน ชอ งทางเรียกรบั ผลประโยชน ของเจาหนาทร่ี ฐั หากตรวจพบการพกพาสเปรยพ รกิ ไทย เพอ่ื
ปองกนั ตวั
(นองจะจายใหพีต่ รงนีไ้ หม 10,000บาท ไมงนั้ กข็ ้นึ โรงพัก อาจจะคกุ 10ป ปรบั 1ลาน นะเลือก
เอา)
4
การควบคมุ สเปรยพ รกิ ไทย ในประเทศอ่นื ๆ
สามารถแบง แยกได 11ระดบั ดังนี้
1. พกพาไดท ่วั ไป
- ออสเตรเลยี ตะวันตก
- โดมินิกนั
- อสิ ราเอล
- แอฟริกาใต
- เกาหลีใต
2. กำหนด ชนดิ สารสำคัญ และ ความเขมขน
- อิตาลี : มีสาระสำคญั 10%
3. พกพาไดท ่ัวไป เฉพาะทฉ่ี ลากระบวุ าใชกบั สนุ ัข หรอื หมี
- แคนาดา
- เยอรมัน
4. กำหนดอายุผพู กพา อยางเดียว
- ลทั เวยี : อายุ 16 ป
- โปแลนด : อายุ 18 ป
- รัสเซยี : อายุ 18 ป
- หลายรฐั ใน USA : อายุ 18 ป และสามารถซือ้ ไดจ ากรา นคา ตางๆทั่วไป
5. กำหนด ชนิดสารสำคัญ ,ความเขมขน และกำหนดอายุผพู กพา
- รัฐมิชิแกน ในสหรัฐอเมรกิ า : มีสาระสำคัญ 2% และ อายุ 18 ป
6. กำหนดรปู แบบผลติ ภัณฑ, ความเขมขน , ขนาด, น้ำหนกั , ฉลาก และกำหนดอายผุ ูพ กพา
- รัฐวสิ คอนซนิ ในสหรฐั อเมรกิ า
7. กำหนดอายผุ ูพกพา และ ผจู ำหนายตองมใี บอนญุ าต การจำหนายโดยมีบนั ทึกขอมลู ไว
- นิวยอรค ในสหรฐั อเมริกา
8. ผพู กพาตอ งมีใบอนญุ าต
- ฮอ งกง
- สวเี ดน
5
- สหราชอาณาจักร
- วอชติ นั ดีซี. ในสหรฐั อเมริกา : ลงทะเบียนกับเจาหนาท่ตี ำรวจ
9. ผพู กพาตองมีใบอนญุ าต และกำหนดความเขมขน
- ฟนแลนด
10. ผจู ำหนายและผซู ้ือตองมีใบอนุญาต
- รัฐแมสซาชูเซท็ ในสหรฐั อเมรกิ า
11. เปน อาวธุ พกพาไดเฉพาะตำรวจ
- เบลเยยี่ ม
- เดนมารค
- เนเธอรแลนด
- นวิ ซแี ลนด
- นอรเ วย
- ประเทศไทย ???
ดวยเหตุผลเหลา นี้ จึงทำใหเ ราจดุ ประกายความคดิ ทจี่ ะหาหนทางใหคนบริสุทธ์ิอยา งพวก
เราสามารถมีโอกาส ในการปองกันตวั ได โดยใชท รัพยากรในทอ งถ่นิ ในการผลติ ขึน้ มา โดยผาน
การศกึ ษาสมบัติของทรัพยากรอยางถถ่ี วน ทั้งทางเคมี ทางกฎหมายตา งๆ เพือ่ ทจ่ี ะขจดั ความเส่ยี ง
ในการดำเนนิ โครงงาน
สารหลักทน่ี ำมาใช คอื “สารเเคปไซซิน” พบไดใ นพริกทัว่ ไป ออกฤทธท์ิ ำใหระคายเคอื งตอ
เนอื้ เย่ือ เกิดความเเสบรอ น สามารถรบกวนการหายใจ การมองเห็นได
6
แคปไซซิน คอื อะไร
แคปไซซิน (Capsaicin)
สารสำคญั ในพรกิ คือ แคปไซซนิ (Capsaicin) ท่ีทำใหพรกิ มีรสเผด็ รอน ทางวงการลดความอวนนำ
สารสกัดจากพรกิ มาเปนสวนผสมในผลิตภณั ฑทเ่ี รง เผาผลาญไขมัน นอกจากพริกแลว สารแคปไซ
ซนิ ยงั พบไดในพรกิ ไทยอีกดวยแคปไซซิน (capsaicin) เปน สารประกอบฟนอลิก (phenolic
compound) ทพ่ี บตามธรรมชาติในพริก สวน
ใหญจะอยูในบรเิ วณเย่อื แกนกลางสขี าว หรือเรยี กวา “รก” (placenta) สวนของเนอื้ ผล
พรกิ เปลือกผล และเมล็ดจะมสี ารแคปไซซินอยนู อยมาก
7
โครงสรา งโมเลกุล
แคปไซซนิ เปนสารหลกั ของสารในกลมุ แคปไซซนิ อยด (capsicinoids) โดยทว่ั ไปแคปไซซนิ อยด
จะประกอบดว ยแคปไซซิน 70% และไฮโดรแคปไซซนิ 22% และสารอ่ืนๆ อีก 8% แคปไซซนิ
มี สูตรโมเลกลุ C18 H23 NO3 โครงสรางเคมคี อื 8-methyl-n-vanillyl-6-noneamide มี
น้ำหนักโมเลกลุ 305.46
ปรมิ าณของสารแคปไซซินจะแตกตา งกันออกไปตามชนิดและสายพนั ธุของพริก กลาวคอื ปริมาณ
ของสารแคปไซซิน มากนอ ยเรยี งตามลำดับ ดังนค้ี อื พริกขี้หนู 18.2 ppm (สว นในลานสวน) พรกิ
เหลอื ง 16.7 ppm พริกช้ีฟา 4.5 ppm พรกิ หยวก 3.8 ppm พริกหวาน (พริกยักษ) 1.6 ppm
สมบัตขิ องแคปไซซนิ
แคปไซซนิ ไมม ีสี ไมม กี ล่นิ ละลายในน้ำไดเ ล็กนอย และละลายไดในไขมนั น้ำมนั และแอลกอฮอล
ไดด ี มีจดุ หลอมเหลว 65 องศาเซลเซียส ทนความรอนและความเยน็ ไดดดี ว ย
8
เเผนการดำเนินโครงงาน
STEP 1: การตงั้ ปญหา
จากการสำรวจสถติ กิ ารตกเปน เหย่ือของอาชญากรรม โดยเฉพาะ “คดขี มขนื ” เเละอีกหลายๆ
คดที ่ีผหู ญิงหรอื คนบรสิ ุทธม์ิ กั ทจี่ ะตกเปน เหย่ือ เเละไมค อ ยจะมหี นทางในการปองกันตวั มาก
เทาไหรน ัก ดว ยเหตผุ ลนานาประการ ท้ังเรอ่ื งขอจำกัดทางกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายใน
เมืองไทย ท่ีเปน กฎหมายทเี่ ออ้ื ตอการกออาชญากรรม เพราะคนบริสทุ ธเิ์ เทบจะไมม ีหนทางในการ
ปองกนั ตวั ถงึ จะเปน การปองกันโดยสมควรเเกเหตกุ ต็ าม ก็มสี ิทธถิ กู ดำเนนิ คดีไดงา ยๆ เราจึง
เล็งเห็นความสำคญั ตรงนี้ เเละสรา งโครงงานนขี้ ึ้นมา
STEP 2: หาวิธเี เกไขปญ หา
เม่อื สเปรยพ ริกไทย ท่ีจัดวาเปน อุปกรณป อ งกันตวั ทีด่ ีทส่ี ดุ ถูกจัดเปนสิ่งผดิ กฎหมาย ใน
ประเทศ “กะลาเเลนด” เเหง น้ี เราจึงมีความคดิ ทจี่ ะนำเอาทรัพยากรทองถน่ิ อยา งพริก มาเเปรรปู
ใหเ ปน อุปกรณป องกนั ตัวท่ใี กลเคียงสเปรยพรกิ ไทยมากทีส่ ุด เพ่ือทจี่ ะเพมิ่ ความปลอดภยั ในการใช
ชวี ิตของคนบรสิ ทุ ธ์ิ มากยิ่งขนึ้
STEP 3: ตั้งสมมตฐิ าน
“Capsaicin” สารที่ใหความเผ็ดรอนในพริกน้นั สามารถขัดขวางการมองเหน็ เเละทำให
เกิดความเเสบรอนบริเวณเนื้อเยอ่ื ไดเปนเวลานานถึง 30 – 50 นาที ซง่ึ เปนเวลาท่ีเพียงพอทเี่ ราจะ
สามารถหนีเอาตวั รอดจากสถานการณสดุ เลวรา ยไปได เเละเพ่ิมโอกาสในการตอสู จับกมุ ไดมาก
ขน้ึ โดยไมม อี ันตรายถงึ ชวี ติ
STEP 4: สรา งชิน้ งาน
ช้นิ งานจะถูกเเบงเปน 2 Part หลัก โดย Part 1 จะเปน เรือ่ งของตวั สารท่ใี ชบรรจุในขวด
สเปรย เเละ Part 2 จะเปนสวนของขวดสเปรย ซง่ึ จะออกเเบบใหม ีลกั ษณะการใชง านคลายปน
พก เลก็ กะทดั รัด ใชงานไดอยา งรวดเรว็ ในสถานการณข บั ขนั เมื่อเผชิญเหตซุ ึ่งหนา
STEP 5: ทดลองชิ้นงาน
Combat Self-defense Experiment
9
เปน การทดสอบความคลองตวั ในการใชงานในสถานการณจ ริง เพื่อหาขอผิดพลาด
เพ่อื ทจ่ี ะเเกไ ขไดทนั ทว งที กอนทีจ่ ะนำไปใชงานจรงิ
Burn and Blindness Effect Experiment
เปน การทดสอบสมบตั ขิ องสารละลาย Capsaicin กับมนษุ ยจ ริงๆ วา จะสามารถใช
งานเพ่ือขดั ขวางหรอื หยุดการโจมตีของบุคคลไดจรงิ หรอื ไม หากพบวาผทู ดลอง
สามารถลืมตาเเละเขา มาทำรายไดอยู ก็จะไดเ เกไขความเขม ขนของสารใหม
STEP 6: จดบนั ทกึ ขอมลู สรปุ ผล ทดลองซำ้
จดบนั ทึกขอมูลจากการทดลองดงั กลา ว เเละนำมาเเกไ ขชิน้ งานใหอ อกมาสมบูรณ
ท่ีสุดเทา ทจ่ี ะเปน ไปได
STEP 7: เรียบเรียงขอ มลู นำเสนอ
นำขอมลู ท่ไี ดม าเรียบเรียง สรปุ ผลออกมาในลักษณะของรปู เลม “รายงาน” เพื่อ
นำเสนอชิ้นงาน เเกครผู ูสอน เเละเปนเเนวทางในการพัฒนาช้ินงานตอไป
ชิ้นงาน PEPPER SPRAY
สวนประกอบ
สูตร Alcohol + Capsaicin
1. พรกิ ปน ในพรกิ ปน จะมีสาร Capsaicin มคี ณุ สมบัตลิ ะลายไดด ีในไขมนั เเละเเอลกอฮอลล
2. เเอลกอฮอลล 100% ใชเปน ตวั ทำละลายของ Capsaicin
สูตร Oil + Capsaicin
1. พรกิ ปน ในพรกิ ปนจะมีสาร Capsaicin มีคณุ สมบัติละลายไดดีในไขมนั เเละเเอลกอฮอลล
2. น้ำมันพชื เปนตัวทำละลายของ Capsaicin มีคณุ สมบัติเหนยี ว ลา งออกยาก ติดทนนาน
10
ขนั้ ตอนการทำ(1)
สตู ร Alcohol + Capsaicin (AC Spray)
1. นำพรกิ ปนปรมิ าณ 1 ถวย มาบรรจใุ นภาชนะขวดโหลเเกว
2. เตมิ เเอลกอฮอลล 100% ลงในขวดโหล ปริมาณ 1 ลติ ร
3. น้ำหมอ เติมนำ้ ปร่ิมขวดโหล นำไปใหความรอนบนไฟ (เราไมส ามารถนำเเอลกอฮอลล มา
ใหค วามรอนจากไฟโดยตรงได เนอ่ื งจากเปน อนั ตรายจากการติดไฟของเเอลกอฮอลล)
4.นำมากรองเอาเศษพรกิ ออก
5.นำมาบรรจุในภาชนะขวดสเปรย พรอ มใชงาน
ข้ันตอนการทำ(2)
สูตร Oil + Capsaicin (OC Spray)
1. นำพรกิ ปนปรมิ าณ 1 ถวย ใสล งไปในขวดโหล
2. เติมนำ้ มันพืช 1 ลิตร ลงในขวดโหลเเกว
3. นำไปใหค วามรอน อณุ หภมู ิ 70 องศาเซลเซยี ส
4. ควบคมุ อุณหภูมิเปนเวลา 30 นาที
5. นำมาพกั ไวใหเ ย็น นำไปกรองเศษพริกออกใหเรยี บรอย
6. บรรจใุ นภาชนะขวดสเปรย พรอมใชง าน
11
การทดลอง ( โดยละเอยี ด )
ในการทดลองชิน้ งานน้ัน จะเเบง ออกเปน 2 ชวงการทดลองใหญๆ ดงั นี้
1. COMBAT SELF-DEFENSE EXPERIMENT การทดลองตอสใู นสถานการณจริง
ในการทดลองน้ี ทดลองเกี่ยวกบั ขวดสเปรยเ ปนหลักวามีความคลอ งตัว รวดเร็ว ใน
สถานการณจ รงิ มากเเคไ หน ในการทดลองน้ยี งั รวมไปถงึ การทดลองการพกพา วา จะ
สามารถนำมาใชไ ดมีประสิทธภิ าพขนาดไหน เเละจะมีการสรปุ ผลการทดลอง
เพอ่ื ท่ีจะนำมาเเกไข ใหช นิ้ งานออกมาสามารถใชง านไดอยา งประสทิ ธภิ าพสงู สุด
อยางท่คี วรจะเปน
มีการทดลองเรอ่ื งทักษะทจ่ี ำเปน ในการใชง าน อยา งทักษะการตอสูม ือเปลา ที่ผู
ทดลองคนท่ี 1 จะตองถกู ฝกอบรมการตอ สูมอื เปลาในระดบั หนงึ่ เเละคนที่ 2 ไม
ตอ งอบรมการตอสู เพ่อื สงั เกตขอเเตกตา งเเละนำมาปรบั ใชกบั ช้นิ งานใหไ ดผลสูงสดุ
2.BURN AND BLINDNESS EFFECT EXPERIMENT การทดลองประสิทธภิ าพการออกฤทธิ์
ของสาร
ในการทดลองนี้ เปนการทดลองคณุ สมบัตขิ องสารวา จะสามารถออกฤทธิไ์ ดด ีเเคไ หน
ความรอ นท่เี กดิ จากสาร “Capsaicin” ความเหนยี วของสารละลาย วา จะสามารถใช
งานอยา งหวงั ผลไดในสถานการจรงิ เพอ่ื ประโยชนสงู สดุ ของผใู ชง าน
การทดลองใชกับมนุษยจริงๆ การทดลองน้มี คี วามอันตรายมากจงึ จำท่ีตองอยภู ายใต
การควบคมุ ของดูเเลอยา งดี เพื่อดอู ำนาจหยดุ ยงั้ การโจมตขี องผรู า ยวา ไดผ ลดีเเคไหน
12
ประโยชนทคี่ าดวาจะไดรับจากโครงงาน
ความปลอดภัยในชีวติ เเละทรพั ยส นิ ของผใู ชงานทมี่ ากยงิ่ ข้นึ
เพม่ิ โอกาสในการเอาตัวรอดจากอาชญากรได ลดโอกาสในการถูกทำรายรา งกาย ลดความ
สญู เสยี
พกพาไปไดท กุ ที่ เพอ่ื ไวใ ชในสถานการณท ี่จวนตวั หรือสถานการณคบั ขนั ใหผูใชงาน
สามารถปองกนั ตัวเองจากอันตรายตา งๆ ได
สรางความปลอดภยั ใหเเกสังคม สามารถใชช วี ิตอยา งอนุ ใจมากยง่ิ ขึ้น ลดอตั ราการกอ
อาชญากรรมได
สามารถใชป องกันสุนัขจรจดั ทีจ่ ะเขา มาทำรายได เเละไมเ ปน การทำรา ยสตั วม ากเกนิ ไป
สามารถพกพาไดโ ดยถือวาเปนอาวุธโดยสภาพ ไมผดิ กฎหมาย เพราะพกในรปู ของซอส
พริกกวยจั๊บ
มัน ใหระยะในการปองกนั ตวั ไดอ ยา งมปี ระสิทธภิ าพ 1-5 เมตร โดยท่ผี ูห ญงิ ไมตอ งเรยี นรู
การใชมาก ขอแคมสี ติตอนเกดิ เหตุ หนั ดานสเปรยถูกดา น และไมต องฉดี เขา ตาเตม็ ๆ กไ็ ด
แคใหมนั ฟงุ ในอากาศ ก็มีเวลาจะว่งิ หนีรอดแลว
ฤทธ์ขิ องมนั ไมไดกอ ใหเ กิดอนั ตรายแกผูกระทำ ไมเหมือนกบั มีด ที่ตอ งมีเกอื บตายสักคน
สว นใหญจะเปนผหู ญงิ
13
สรปุ ผลโครงงาน
สเปรยพ รกิ สำหรบั ปอ งกนั ตัว มีการคดิ คน ขน้ึ จากการระดมความคิดกัน ของ
สมาชกิ ในกลุม โดยเร่มิ จากการตัง้ ปญ หา เเละวธิ ีการเเกไขปญ หา
มกี ารคิดข้ึนมา 2 สูตรดว ยกนั นน่ั คือ สูตร AC Spray , OC Spray โดยมีความเเต
กตางกนั ดังนี้
- สูตร AC Spray มเี เอลกอฮอลลเ ปน ตวั ทำละลาย ทอ่ี ุณหภมู ิ 70 องศา
เซลเซียส เมอ่ื นำมาทดลอง พบวา เเอลกอฮอลลส ามารถละลาย “เเคปไซ
ซิน” ไดจริง เเตเ เอลกอฮอลลสามารถลา งออกไดด ว ยน้ำ จึงไมเหมาะตอ
การใชง านเทาไหรน ัก
- สูตร OC Spray มนี ้ำมันพชื เปนตวั ทำละลาย ท่ีอณุ หภมู ิ 70 องศา
เซลเซียส เมอ่ื นำมาทดลอง พบวา นำ้ มันสามารถละลายเเคปไซซินไดจ รงิ
เเละมคี ุณสมบตั เิ หนยี ว ไมส ามารถลางออกไดด ว ยน้ำเปลา ดังนน้ั สตู ร OC
Spray จงึ เหมาะเเกก ารนำมาใชป อ งกันตัว
● มกี ารทดลองในการใชง านจรงิ กับมนุษยจ รงิ ๆ เพือ่ ใหม น่ั ใจวา สามารถใชงานได
อยางมปี ระสทิ ธภิ าพสงู สุด
- การทดลองในสถานการณตอสู ชวงเวลาคับขัน พบวาสามารถใชง านใชจริง
เเละมปี ระสิทธภิ าพ
- มีการพฒั นารูปทรงของขวดสเปรยใ หม คี วามกะทัดรดั มคี วามคลองตัวสงู
ในการใชง าน ไมมกี ารตดิ ขดั ใดๆ
● สเปรยส ามารถใชง านไดด ี มีประสทิ ธภิ าพในการปองกนั ตัว บรรจุในบรรจภุ ัณฑท ่ีมี
ความทนทานตอเเรงกดดัน สภาพอากาศ สามารถใชไ ดจ ริง
14
ภาคผนวก