The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้ และใบงาน-บทพากย์เอราวัณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sompong, 2022-05-03 01:02:17

ใบความรู้ และใบงาน-บทพากย์เอราวัณ

ใบความรู้ และใบงาน-บทพากย์เอราวัณ

ใบความรู้ท่ี ๑
เร่ืองบทพากย์เอราวณั

ความรู้ประกอบเรื่อง

อินทรชิต เป็ นโอรสองคโ์ ตของนางมณโฑกบั ทศกณั ฐ์ เดิมชื่อ รณพกั ตร์ เป็นพี่นางสีดาและไพนาสุ
ริยวงศ์ มีชายาช่ือนางสุวรรณกนั ยมุ า มีโอรส 2 องค์ คือ ยามลิวนั และ กนั ยเุ วก เม่ือเม่ืออายุ 14 ปี ไปเรียนวชิ า
กบั ฤๅษีโคบุตร รู้พระเวทช่ือ “มหากาลอคั คี” คือ ถา้ บูชาพระเป็นเจา้ ท้งั สามไดแ้ ก่ พระอิศวร พระนารายณ์
และพระพรหมครบ 7 ปี จะมีฤทธ์ิยงิ่ เม่ือครบ 7 ปี พระอิศวรประทาน ศรพรหมาสตร์ และพระเวทใหแ้ ปลง
เป็นพระอินทร์ได้ พระพรหมประทาน ศรนาคบาศ และใหพ้ รวา่ ตายก็ใหต้ ายกลางอากาศ หากศีรษะตกพ้นื
โลกจะลุกไหม้ ดว้ ยไฟกลั ป์ ตอ้ งนาพานแกว้ ของพระพรหมมารับ พระนารายประทานศรวษิ ณุปาณมั
ทศกณั ฐใ์ ชใ้ หไ้ ปปราบพระอินทร์ พระอินทร์แพท้ ิง้ จกั รแกว้ ไว้ จึงนามาถวายทศกณั ฐ์ ทศกณั ฐจ์ ึงต้งั ชื่อ ให้
ใหมว่ า่ “อินทรชิต” แปลวา่ “ผพู้ ชิ ิตพระอินทร์”

ในการทาศึกลงกา เม่ือกมุ ภกรรณตายแลว้ อินทรชิตเป็นแมท่ พั ออกทาสงคราม หลายคร้ัง คร้ังแรก
รบกบั พระลกั ษมณ์ไมแ่ พไ้ ม่ชนะกนั คร้ังที่สองทาพิธีชุบศรนาคบาศ ถูก ชามพวู ราช ทาลายพิธีออกรบกบั
พระลกั ษมณ์และพลวานรสลบท้งั กองทพั คร้ังที่สามทาพธิ ีชุบศรพรหมมาสตร์ แตไ่ มส่ าเร็จ ทศกณั ฐส์ ่งคน
ไปแจง้ เร่ืองกาป่ันถูกฆา่ ตายจึงทาลายพธิ ี อินทรชิตแปลงร่างเป็นพระอินทร์ไปในสนามรบ พระลกั ษมณ์มอง
เพลิน จึงแผลงศรพรหมาสตร์ ลม้ สลบ หนุมานข้ึนหกั คอชา้ งเอราวณั ก็ถูกตีดว้ ยคนั ศรสลบไป คร้ังที่ส่ีทาพิธี
กมุ ภนิยาเพอื่ ชุบตวั เป็นกายสิทธ์ิ ก่อนหลบไปทาพธิ ีทศกณั ฐใ์ หส้ ุขาจารแปลงเป็ นสีดา อินทรชิตพาไปตดั หวั
ใหพ้ ระลกั ษมณ์ดูกลางสนามรบ เพ่อื ลวงวา่ สีดาตายแลว้ ใหพ้ ระรามยกทพั กลบั จากน้นั หลบไปทาพิธี
กมุ ภนิยา พระลกั ษมณ์ตามไปทาลายพธิ ี และทาลายศรวษิ ณุปาณมั ศรนาคบาศ และศรพรหมาสตร์ อินทรชิต
หนีเขา้ เมือง คร้ังที่หา้ รบกนั พระลกั ษมณ์ อินทรชิตรู้ตวั วา่ ไม่รอดแน่ ขอใหท้ ศกณั ฐค์ ืนนางสีดา ทศกณั ฐไ์ ม่
ยอมประทาน ศรสุรกานต์ ให้ออกไปรบ อินทรชิตลาลูกเมีย แลว้ ออกรบ ถูกพระลกั ษมณ์ฆ่าดว้ ยศร
พรหมาสตร์ องคต พีช่ ายร่วมมารดาเดียวกนั ไปขอพานแวน่ ฟ้ าจากพระพรหมมารองรับไม่ใหศ้ ีรษะตกพ้นื
เพราะจะทาใหเ้ กิดไฟไหมโ้ ลก

1

อินทรชิตแปลงกายเป็นพระอินทร์ทรงชา้ งเอราวณั ชา้ งเอราวณั อนั (การุณราช) เนรมิตข้ึนน้นั ก็ทรง
เร่ียวแรงแกร่งกลา้ น่าเกรงขาม ผวิ พรรณสีเผอื กผอ่ งประดุจสงั ขอ์ นั เกล้ียงเกลา
มี ๓๓ หวั หวั หน่ึงมี ๗ งา เปล่งประกายเรืองรองประดุจเพชรรัตน์ งาหน่ึงน้นั มีสระโบกขรณี ๗ สระ สระ
หน่ึงมีดอกบวั ๗ กอ กอหน่ึงมี ๗ ดอก แตล่ ะดอกคร้ันบานแลว้ นบั ได้ ๗ กลีบ แตล่ ะกลีบมีเทพธิดาท่ี
สวยงามแน่งนอ้ ยน่ารัก ๗ นาง แต่ละนางน้นั ยงั มีเทพธิดาบริวารอีก ๗ นาง ลว้ นเป็นรูปอนั มารนิรมิตข้ึน
ท้งั สิ้น ท้งั ยงั ร่ายราชมา้ ยชายตาทาทีดงั นางฟ้ าจริงๆ อีกท้งั ทุกหวั ของชา้ งยงั มีวมิ านอนั งดงาม ประดุจ
ปราสาทเวไชยนั ตข์ องทา้ วอมรินทร์ เครื่องประดบั อนั มี ซองหาง กระวนิ สายชนกั ลว้ นถกั ร้อยดว้ ย
สร้อยทอง ประดบั โกมินลอ้ มแกว้ นพเกา้ ผา้ ทิพยป์ กตระพองกร็ ้อยประดบั ดว้ ยเพชร มีสายสร้อยหอ้ ยเป็นพู่
ลงทวั่ ทุกหูชา้ ง ขนุ มารโลทนั ซ่ึงเป็นสารถีของอินทรชิตก็แปลงเป็ นควาญทา้ ยชา้ ง ทพั ท้งั ๔ เหล่า ตา่ งแปลง
กายเป็นชาวฟ้ าชาวสวรรค์ มีอารักขเทวดาและรุกขเทวดา (เทพารักษ)์ เป็ นทพั หนา้ ครุฑ กินนร นาค เป็นทพั
หลงั พวกฤาษีและวทิ ยาธร เป็นปี กซา้ ย มีคนธรรพเ์ ป็นปี กขวา ต้งั ทพั ตามตารับพชิ ยั สงคราม ถืออาวธุ เกรียง
ไกรคือ หอก ธนู ดาบ กระบอง ครบมือ แลว้ เหาะเหินมาบนฟากฟ้ า เคล่ือนพลเขา้ สู่สมรภมู ิ ฯ

แผนผงั กาพยฉ์ บงั ๑๖

บทที่ ๑ 000000 0000 สัมผสั บังคบั ระหว่างวรรค
000000 สัมผสั ระหว่างบท

บทที่ ๒ 000000 0000 สัมผสั บังคบั ระหว่างวรรค
000000

2

กจิ กรรมที่ ๑
วเิ คราะห์องค์ประกอบวรรณคดี เร่ืองบทพากย์เอราวณั

คาสั่ง พจิ ารณาบทประพนั ธ์แล้วตอบคาถามต่อไปนีใ้ ห้ถูกต้อง

๏ อินทรชิตบิดเบือนกายนิ เหมือนองคอ์ มรินทร์
ทรงคชเอราวณั เผอื กผอ่ งผวิ พรรณ
๏ ชา้ งนิมิตฤทธิแรงแขง็ ขนั เศียรหน่ึงเจด็ งา
สีสังขส์ ะอาดโอฬาร์ สระหน่ึงยอ่ มมี
๏ สามสิบสามเศียรโสภา ดอกหน่ึงแบ่งบาน
ดงั่ เพชรรัตนร์ ูจี เจด็ องคโ์ สภา
๏ งาหน่ึงเจด็ โบกขรณี อีกเจด็ เยาวมาลย์
เจด็ กออุบลบนั ดาล ชาเลืองหางตา
๏ กอหน่ึงเจด็ ดอกดวงมาลย์ ทุกเกศกญุ ชร
มีกลีบไดเ้ จด็ กลีบผา
๏ กลีบหน่ึงมีเทพธิดา
แน่งนอ้ ยลาเพานงพาล
๏ นางหน่ึงยอ่ มมีบริวาร
ลว้ นรูปนิรมิตมายา
๏ จบั ระบาราร่ายส่ายหา
ทาทีดงั เทพอปั สร
๏ มีวมิ านแกว้ งามบวร
ดงั เวไชยนั ตอ์ มรินทร์

๑. สาระสาคญั ของบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ กล่าวถึงส่ิงใด...................................................................................
๒. ลกั ษณะของชา้ งเอราวณั ที่ปรากฏตามบทประพนั ธ์

๒.๑ ชา้ งเอรวณั มี....................................................................................................................... เศียร
๒.๒ ในชา้ งเอราวณั ๑ เศียร มี งา...................งา สรุปแลว้ มีงา ท้งั หมด ........................................งา
๒.๓ ในชา้ งเอราวณั ๑ งา มีสระบวั …............สระ สรุปแลว้ มีสระบวั ท้งั หมด ….......................สระ
๒.๔ ในชา้ งเอราวณั ๑ สระบวั มี .............. กอบวั สรุปแลว้ มีกอบวั ท้งั หมด ….............................กอ
๒.๕ ในชา้ งเอราวณั ๑ กอบวั มีดอกบวั .........ดอก สรุปแลว้ มีดอกบวั ท้งั หมด …...................….ดอก
๒.๖ ในชา้ งเอราวณั ดอกบวั ๑ ดอกมี.......... กลีบ สรุปแลว้ มีกลีบบวั ท้งั หมด ….......................กลีบ

3

๒.๗ ในชา้ งเอราวณั ดอกบวั ๑ กลีบมีเทพธิดา๗องค์
สรุปแลว้ มีเทพธิดาท้งั หมด ง...........................................................................................องค์

๒.๘ ในชา้ งเอราวณั เทพธิดา ๑ องคม์ ีนางบริวาร ๗ คน
สรุปแลว้ มีนางบริวาร ท้งั หมด ……………....................................................………… คน

๒.๙ ทพั หนา้ หมายถึง ................................................................................................................
๒.๑๐ ทพั หลงั หมายถึง ..............................................................................................................
๒.๑๑ ปี กซา้ ย หมายถึง ...............................................................................................................
๒.๑๒ ปี กขวา หมายถึง ..............................................................................................................
๓. อธิบายความหมายของคาต่อไปน้ี
๓.๑ อมรินทร์ หมายถึง.......................................................................................................................
๓.๒ โบกขรณี หมายถึง......................................................................................................................
๓.๓ เทพอปั สร หมายถึง....................................................................................................................
๓.๔ ดวงมาลย์ หมายถึง.....................................................................................................................
๓.๕ เวไชยนั ต์ หมายถึง................. ..................................................................................................
๔. “สามสิบสามเศียรโสภา เศียรหน่ึงเจด็ งา ดง่ั เพชรรัตนร์ ูจี” ใชภ้ าพพจนแ์ บบใด........................................
๕. โวหารท่ีใชใ้ นบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ มีลกั ษณะเด่นอยา่ งไร .......................................................... ..............
๖. อิทธิพลความเชื่อเก่ียวกบั ความเช่ือของ “ชา้ งเอราวณั ” ส่งผลตอ่ สงั คมไทย คือ
.......................................................................................................................................................................

๏ เครื่องประดบั เกา้ แกว้ โกมิน ซองหางกระวนิ
สร้อยสายชนกั ถกั ทอง ผา้ ทิพยป์ กตระพอง
๏ ตาขา่ ยเพชรรัตนร์ ้อยกรอง เป็ นเทพบุตรควาญ
หอ้ ยพทู่ ุกหูคชสาร
๏ โลทนั สารถีขนุ มาร
ขบั ทา้ ยท่ีนง่ั ชา้ งทรง

๗. สาระสาคญั ของคาประพนั ธ์ในบทท่ี ๑ และ ๒ คือ.....................................................................................
๘. “เครื่องประดบั เกา้ แกว้ โกมิน” หมายถึง.....................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………….
๙. จากบทประพนั ธ์ “โลทนั ” ทาหนา้ ท่ี...........................................................................................................

4

๏ บรรดาโยธาจตั ุรงค์ เปลี่ยนแปลงกายคง
เทพไทเทวญั ทพั หลงั สุบรรณ
๏ ทพั หนา้ อารักขไพรสัณฑ์ คนธรรพป์ ี กขวา
กินนรนาคนาคา โตมรศรชยั
๏ ปี กซา้ ยฤาษิตวทิ ยา รีบเร่งร้ีพล
ต้งั ตามตารับทพั ชยั
๏ ลว้ นถืออาวธุ เกรียงไกร
พระขรรคค์ ทาถว้ นตน
๏ ลอยฟ้ ามาในเวหน
มาถึงสมรภมู ิชยั ฯ

๑๐. “บรรดาโยธาจตั รุงค”์ หมายถึง....................................................................................................……...
๑๑. อธิบายการจดั กองทพั แปลงของอินทรชิต………………………………………………..…………….
.......................................................................................................................................................................
๑๒. “ ลว้ นถืออาวธุ เกรียงไกร โตมรศรชยั พระขรรคค์ ทาถว้ นตน” จากบทประพนั ธ์น้ีกล่าวถึงอาวธุ จานวน
......................ชนิด ไดแ้ ก่................................................................................................................................
๑๓. อธิบายความหมายของศพั ทต์ อ่ ไปน้ี

๑๓.๑ สุบรรณ หมายถึง.....................................................................................................................
๑๓.๒ คนธรรพ์ หมายถึง..................................................................................................................
๑๓.๓ โตมร หมายถึง........................................................................................................................

๏ เม่ือน้นั จึงพระจกั รี พอพระสุริยศ์ รี
อรุณเรืองเมฆา เฟื่ องฟ้ ุงวนา
๏ ลมหวนอวลกล่ินมาลา ร่อนราถาลง
นิวาสแถวแนวดง ไก่ขนั ปี กตี
๏ ผ้งึ ภหู่ ม่คู ณาเหมหงส์ หาคูเ่ คียงประสาน
แทรกไซใ้ นสร้อยสุมาลี สร่างแสงอโณทยั
๏ ดุเหวา่ เร้าเร่งพระสุริยศ์ รี
ก่กู อ้ งในทอ้ งดงดาน
๏ ปักษาตื่นตาขนั ขาน
สาเนียงเสนาะในไพร
๏ เดือนดาวดบั เศร้าแสงใส
กผ็ า่ นพยบั รองเรือง

5

๏ จบั ฟ้ าอากาศแลเหลือง ธิบดินทร์เธอบรรเทือง
บรรทมฟ้ื นจากไสยา

๑๔. “เมื่อน้นั จึงพระจกั รี พอพระสุริยศ์ รี อรุณเรืองเมฆา” คาที่ขีดเส้นใต้ หมายถึงใคร...............................
๑๕. จากบทประพนั ธ์ในขอ้ ๑๔ กล่าวถึงเวลา...........................................................................................
๑๖. ลกั ษณะเด่นของบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ เป็นการใชโ้ วหารประเภท.........................................................
๑๗. จากบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ กล่าวถึงสตั ว.์ ..........................ชนิด ไดแ้ ก่…………………………..……..
.....................................................................................................................................................................
๑๘. อธิบายความหมายของคาศพั ทต์ ่อไปน้ี

๑๘.๑ นิวาส หมายถึง.......................................................................................................................
๑๘.๒ เหมหงส์ หมายถึง.................................................................................................................
๑๘.๓ อโณทยั หมายถึง..................................................................................................................
๑๘.๔ บรรเทือง หมายถึง...............................................................................................................

๏ เสดจ็ ทรงรถแกว้ โกสีย์ ไพโรจนร์ ูจี
จะแขง่ ซ่ึงแสงสุริยใ์ ส เริงร้องถวายชยั
๏ เทียมสินธพอาชาไนย กรกมุ พระขรรค์
ชนั หูระเหิดหฤหรรษ์ กึกกอ้ งกากง
๏ มาตลีสารถีเทวญั พดั โบกพชั นี
ขบั รถมากลางจตั ุรงค์
๏ เพลารอยพลอยประดบั ดุมวง
กระทบกระทง่ั ธรณี
๏ มยรุ ฉตั รชุมสายพรายศรี
กบ่ีระบายโบกลม

๑๙. บทประพนั ธ์ขา้ งตน้ กล่าวถึงส่ิงใด...........................................................................................................
๒๐. “เทียมสินธพอาชาไนย” มีความหมายวา่ .................................................................................................
๒๑. “ชนั หูระเหิดหฤหรรษ”์ คาวา่ ชนั หู มีความหมายวา่ ....................................................................……....
๒๒. ผทู้ ่ีทาหนา้ ที่เป็นสารถีของฝ่ ายพระรามคือ.............................................................................................

6

๏ อึงอินทเภรีตีระงม แตรสังขเ์ สียงประสม
ประสานเสนาะในไพร เล่ือนลน่ั สนน่ั ใน
๏ เสียงพลโห่ร้องเอาชยั ออ่ นเอียงเพยี งปลาย
พิภพเพยี งทาลาย เน้ือนกตกใจ
๏ สตั ภณั ฑบ์ รรพตท้งั หลาย หสั ดินอินทรี
ประนอมประนมชมชยั หกั ถอนพฤกษา
๏ พสุธาอากาศหวาดไหว แหลกลู่ลม้ ลง
ซุกซ่อนประหวน่ั ขวญั หนี
๏ ลูกครุฑพลดั ตกฉิมพลี
คาบชา้ งกว็ างไอยรา
๏ วานรสาแดงเดชา
ถือต่างอาวธุ ยทุ ธยง
๏ ไมไ้ หลย้ งู ยางกลางดง
ละเอียดดว้ ยฤทธิโยธี

๒๓. สาระสาคญั ของบทประพนั ธ์น้ีคือ............................................................................................................

๒๔. “อึงอินทเภรีตีระงม” คาวา่ อินทเภรี หมายถึง..........................................................................................

๒๕. จากบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ ในบทที่ ๑ และ ๒ จินตภาพท่ีชดั เจนท่ีสุดคือจินตภาพทางดา้ น…....................

๒๖. บทประพนั ธ์ใด มีการใชโ้ วหารภาพพจน์ประเภท “อติพจน์” กล่าวเกินจริง...........................................

......................................................................................................................................................................

๒๗. บทประพนั ธ์ใดมีการใชโ้ วหารภาพพจน์ประเภท “บุคลาธิษฐาน หรือ บุคคลวตั ” การกาหนดใหส้ ิ่งที่

ไมใ่ ช่คนแสดงอาการเหมือนคน…………………………………………………………………………..….

........................................................................................................................................................................

๒๘. “ลูกครุฑพลดั ตกฉิมพลี หสั ดินอินทรี คาบชา้ งก็วางไอยรา” จากบทประพนั ธ์น้ี

คาวา่ “ฉิมพลี” หมายถึง......................................................................................................................

คาวา่ “หสั ดินอินทรี” หมายถึง...........................................................................................................

๏ อากาศบดบงั สุริยศ์ รี เทวญั จนั ทรี

ทุกช้นั อานวยอวยชยั

๏ บา้ งเปิ ดแกลแกว้ แววไว โปรยทิพมาลยั

ซอ้ งสาธุการบูชา

๏ ชกั รถรี่เร่ือยเฉื่อยมา พุม่ บุษปมาลา

กงรถไมจ่ ดธรณินทร์

7

๏ เร่งพลโยธาพานรินทร์ เร่งรัดหสั ดิน
วานรให้เร่งรีบมา

๒๙. จากบทประพนั ธ์ตอ่ ไปน้ี เกิดเหตุการณ์อะไร …………...................................……………………...
……………………………………………………………………………………………………………..
๓๐. อธิบายความหมายของคาศพั ทต์ อ่ ไปน้ี

๓๐.๑ บุษปมาลา หมายถึง .................................................................................................................
๓๐.๒ ทิพมาลยั หมายถึง....................................................................................................................
๓๐.๓ ธรณินทร์ หมายถึง....................................................................................................................

๏ เม่ือน้นั พระศรีอนุชา เอ้ือนอรรถวจั นา
ตรัสถามสุครีพขนุ พล สมรภมู ิไพรสณฑ์
๏ เหตุไฉนสหสั นยั น์เสดจ็ ดล ทุกทีสหสั นยั น์
เธอมาดว้ ยกลอนั ใด บดั น้ีเธอมา
๏ สุครีพทลู ทดั เฉลยไข ฤๅจะกลบั เป็นกล
เสด็จดว้ ยหมู่เทวา คอยดูสาคญั
๏ อวยชยั ถวายทิพมาลา ตรัสส่งั เสนี
เห็นวปิ ริตดูฉงน เคลิบเคลิ้มวรกาย
๏ ทรงเคร่ืองศสั ตราแยง่ ยล
ไปเขา้ ดว้ ยราพณ์อาธรรมม์
๏ พระผเู้ รืองฤทธ์ิแขง็ ขนั
อยา่ ไวพ้ ระทยั ไพรี
๏ เมื่อน้นั อินทรชิตยกั ษี
ใหจ้ บั ระบาราถวาย
๏ ใหอ้ งคอ์ นุชานารายณ์
จะแผลงซ่ึงศสั ตราศรพล

๓๑. จากบทประพนั ธ์ คาวา่
“พระศรีอนุชา” หมายถึง................................................................................................................
คาวา่ “สหสั นยั น์” หมายถึง..........................................................................................................
คาวา่ “พระผเู้ รืองฤทธ์ิแขง็ ขนั ” หมายถึง.....................................................................................

๓๒. “ทรงเครื่องศสั ตราแยง่ ยล ฤๅจะกลบั เป็นกล ไปเขา้ ดว้ ยราพณ์อาธรรม”์ คาท่ีขีดเส้นใต้ หมายถึง.......
.....................................................................................................................................................................

8

๏ อินทรชิตสถิตเหนือเอรา วณั ทอดทศั นา
เห็นองคพ์ ระลกั ษณ์ฤทธิรงค์ จึงจบั ศรทรง
๏ เคลิบเคลิ้มหฤทยั ใหลหลง หมายองคพ์ ระอนุชา
พรหมาสตร์อนั เรืองเดชา โลกลน่ั อึงอล
๏ ทนู เหนือเศียรเกลา้ ยกั ษา ตอ้ งองคอ์ ินทรีย์
กแ็ ผลงสาแดงฤทธิรณ
๏ อากาศกอ้ งโกลาหล
อานาจสะทา้ นธรณี
๏ ศรเตม็ ไปทว่ั ราศี
พระลกั ษณ์กก็ ลิ้งกลางพล

๓๓. เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนจากบทประพนั ธ์คือเหตุการณ์….. ......................................................................... ….
๓๔. อินทรชิตแผลงศร................................................................................................ถูกพระลกั ษมณ์สลบไป
๓๕. ขอ้ คิดคติเตือนใจที่ไดร้ ับจากบทประพนั ธ์ และใหค้ ุณค่าทางดา้ นสงั คมคือ ………………………….....
.........................................................................................................................................................................

9

เฉลยกจิ กรรมที่ ๑
วเิ คราะห์องค์ประกอบวรรณคดี เร่ืองบทพากย์เอราวณั

คาส่ัง พจิ ารณาบทประพนั ธ์แล้วตอบคาถามต่อไปนีใ้ ห้ถูกต้อง

๏ อินทรชิตบิดเบือนกายนิ เหมือนองคอ์ มรินทร์

ทรงคชเอราวณั

๏ ชา้ งนิมิตฤทธิแรงแขง็ ขนั เผอื กผอ่ งผวิ พรรณ

สีสงั ขส์ ะอาดโอฬาร์

๏ สามสิบสามเศียรโสภา เศียรหน่ึงเจด็ งา

ดงั่ เพชรรัตนร์ ูจี

๏ งาหน่ึงเจ็ดโบกขรณี สระหน่ึงยอ่ มมี

เจด็ กออุบลบนั ดาล

๏ กอหน่ึงเจด็ ดอกดวงมาลย์ ดอกหน่ึงแบง่ บาน

มีกลีบไดเ้ จด็ กลีบผา

๏ กลีบหน่ึงมีเทพธิดา เจด็ องคโ์ สภา

แน่งนอ้ ยลาเพานงพาล

๏ นางหน่ึงยอ่ มมีบริวาร อีกเจด็ เยาวมาลย์

ลว้ นรูปนิรมิตมายา

๏ จบั ระบาราร่ายส่ายหา ชาเลืองหางตา

ทาทีดงั เทพอปั สร

๏ มีวมิ านแกว้ งามบวร ทุกเกศกญุ ชร

ดงั เวไชยนั ตอ์ มรินทร์

๑. สาระสาคญั ของบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ กล่าวถึงสิ่งใด.........ลกั ษณะของชา้ งเอราวณั .......................................
๒. ลกั ษณะของชา้ งเอราวณั ที่ปรากฏตามบทประพนั ธ์

๒.๑ ชา้ งเอราวณั มี..........๓๓............... เศียร
๒.๒ ในชา้ งเอราวณั ๑ เศียร มี งา.....๗.............งา สรุปแลว้ มีงา ท้งั หมด ..........๒๓๑....................งา
๒.๓ ในชา้ งเอราวณั ๑ งา มีสระบวั ..๗.........สระ สรุปแลว้ มีสระบวั ท้งั หมด ….......๑,๖๑๗.......สระ
๒.๔ ในชา้ งเอราวณั ๑ สระบวั มี .......๗....... กอบวั สรุปแลว้ มีกอบวั ท้งั หมด …....๑๑,๓๑๙........กอ
๒.๕ ในชา้ งเอราวณั ๑ กอบวั มีดอกบวั ...๗....ดอก สรุปแลว้ มีดอกบวั ท้งั หมด …..๗๙,๒๓๓….ดอก
๒.๖ ในชา้ งเอราวณั ดอกบวั ๑ ดอกมี..๗..... กลีบ สรุปแลว้ มีกลีบบวั ท้งั หมด …..๕๕๔,๖๓๑...กลีบ

10

๒.๗ ในชา้ งเอราวณั ดอกบวั ๑ กลีบมีเทพธิดา๗องค์
สรุปแลว้ มีเทพธิดาท้งั หมด ง.........................๓,๘๘๒,๔๑๗.................องค์

๒.๘ ในชา้ งเอราวณั เทพธิดา ๑ องคม์ ีนางบริวาร ๗ คน
สรุปแลว้ มีนางบริวาร ท้งั หมด …………….๒๗,๑๗๖,๙๑๙………… คน

๒.๙ ทพั หนา้ คือ เทพารักษ์
๒.๑๐ ทพั หลงั คือ ครุฑ กินนร และนาค
๒.๑๑ ปี กซา้ ย คือ วทิ ยาธร
๒.๑๒ ปี กขวา คือ คนธรรพ์
๓. อธิบายความหมายของคาต่อไปน้ี
๓.๑ อมรินทร์ หมายถึง....................พระอินทร์...............................................................................
๓.๒ โบกขรณี หมายถึง...................สระบวั ...................................................................................
๓.๓ เทพอปั สร หมายถึง...................นางฟ้ า....................................................................................
๓.๔ ดวงมาลย์ หมายถึง..................ดอกไม้ (ดอกบวั ).......................................................................
๓.๕ เวไชยนั ต์ หมายถึง................. ปราสาท วมิ านของพระอินทร์...................................................
๔. “สามสิบสามเศียรโสภา เศียรหน่ึงเจด็ งา ดงั่ เพชรรัตนร์ ูจี” ใชภ้ าพพจนแ์ บบใด........อุปมา......................
๕. สานวนภาษาโวหารท่ีใชใ้ นบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ มีลกั ษณะเด่นอยา่ งไร ..........พรรณนาโวหาร ...............
๖. อิทธิพลความเช่ือเกี่ยวกบั ความเช่ือของ “ชา้ งเอราวณั ” ส่งผลต่อสังคมไทย คือ
............ชา้ งทรงของพระอินทร์ เป็นสญั ลกั ษณ์ของการกระทาความดี ความอุดมสมบูรณ์...........................

๏ เคร่ืองประดบั เกา้ แกว้ โกมิน ซองหางกระวนิ
สร้อยสายชนกั ถกั ทอง ผา้ ทิพยป์ กตระพอง
๏ ตาขา่ ยเพชรรัตนร์ ้อยกรอง เป็ นเทพบุตรควาญ
หอ้ ยพทู่ ุกหูคชสาร
๏ โลทนั สารถีขนุ มาร
ขบั ทา้ ยท่ีนง่ั ชา้ งทรง

๗. สาระสาคญั ของคาประพนั ธ์ในบทท่ี ๑ และ ๒ คือ...................เคร่ืองประดบั ชา้ ง......................................
๘. “เครื่องประดบั เกา้ แกว้ โกมิน” หมายถึง......นพรัตน์ แกว้ ๙ ประการ....................ไดแ้ ก่... .......................
เพชร ทบั ทิม มรกต บุษราคมั โกเมน นิล มุกดา เพทาย ไพฑูรย.์ ....................................................................
๙. จากบทประพนั ธ์ “โลทนั ” ทาหนา้ ท่ี ......................สารถี/ควาญชา้ งฝ่ ายอินทรชิต......................................

11

๏ บรรดาโยธาจตั ุรงค์ เปล่ียนแปลงกายคง
เทพไทเทวญั ทพั หลงั สุบรรณ
๏ ทพั หนา้ อารักขไพรสณั ฑ์ คนธรรพป์ ี กขวา
กินนรนาคนาคา โตมรศรชยั
๏ ปี กซา้ ยฤาษิตวทิ ยา รีบเร่งร้ีพล
ต้งั ตามตารับทพั ชยั
๏ ลว้ นถืออาวธุ เกรียงไกร
พระขรรคค์ ทาถว้ นตน
๏ ลอยฟ้ ามาในเวหน
มาถึงสมรภูมิชยั ฯ

๑๐. “บรรดาโยธาจตั รุงค”์ หมายถึง...........ทหารท้งั ๔ เหล่า..เหล่าชา้ ง เหล่ารถ เหล่ามา้ และเหล่าราบ……...
๑๑. อธิบายการจดั กองทพั แปลงของอินทรชิต..........ทพั หนา้ เทวดาอารักษ์ ทพั หลงั เป็น ครุฑ นาค กินนร
...............ปี กซา้ ย ฤๅษี ปี กขวา คนธรรพ.์ ...........................................................................................................
๑๒. “ ลว้ นถืออาวธุ เกรียงไกร โตมรศรชยั พระขรรคค์ ทาถว้ นตน” จากบทประพนั ธ์น้ีกล่าวถึงอาวธุ จานวน
.......๔...............ชนิด ไดแ้ ก่..................โตมร ศร พระขรรค์ คทา......................................................................
๑๓. อธิบายความหมายของศพั ทต์ ่อไปน้ี

๑๓.๑ สุบรรณ หมายถึง....................ครุฑ (เป็นพาหนะของพระนารายณ์)........................................
๑๓.๒ คนธรรพ์ หมายถึง....................ชาวสวรรคท์ ่ีมีความชานาญดา้ นดนตรี...................................
๑๓.๓ โตมร หมายถึง.......................หอกซดั ดา้ มส้นั เป็นอาวธุ .......................................................

๏ เม่ือน้นั จึงพระจกั รี พอพระสุริยศ์ รี
อรุณเรืองเมฆา เฟ่ื องฟ้ ุงวนา
๏ ลมหวนอวลกลิ่นมาลา ร่อนราถาลง
นิวาสแถวแนวดง ไก่ขนั ปี กตี
๏ ผ้งึ ภู่หมู่คณาเหมหงส์ หาคูเ่ คียงประสาน
แทรกไซใ้ นสร้อยสุมาลี สร่างแสงอโณทยั
๏ ดุเหวา่ เร้าเร่งพระสุริยศ์ รี
ก่กู อ้ งในทอ้ งดงดาน
๏ ปักษาต่ืนตาขนั ขาน
สาเนียงเสนาะในไพร
๏ เดือนดาวดบั เศร้าแสงใส
ก็ผา่ นพยบั รองเรือง

12

๏ จบั ฟ้ าอากาศแลเหลือง ธิบดินทร์เธอบรรเทือง
บรรทมฟ้ื นจากไสยา

๑๔. “เม่ือน้นั จึงพระจกั รี พอพระสุริยศ์ รี อรุณเรืองเมฆา” คาที่ขีดเส้นใต้ หมายถึงใคร..........พระราม........
๑๕. จากบทประพนั ธ์ในขอ้ ๑๔ กล่าวถึงเวลา.....................................เชา้ ตรู่..............................................
๑๖. ลกั ษณะเด่นของบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ เป็นการใชโ้ วหารประเภท...........พรรณนาโวหาร.....................
๑๗. จากบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ กล่าวถึงสัตว.์ .........๖.................ชนิด ไดแ้ ก่.........ผ้งึ แมลงภู่ หงส์ทอง นกดุเหวา่
ไก่ นก(ปักษา)...................................................................................................................................................
๑๘. อธิบายความหมายของคาศพั ทต์ อ่ ไปน้ี

๑๘.๑ นิวาส หมายถึง.............................................แหล่งท่ีอยอู่ าศยั .................................................
๑๘.๒ เหมหงส์ หมายถึง.............................................. หงส์ทอง....................................................
๑๘.๓ อโณทยั หมายถึง.......................................แสงพระอาทิตย.์ .................................................
๑๘.๔ บรรเทือง หมายถึง.................................ต่ืนข้ึน (ทาใหด้ ีข้ึน)..................................................

๏ เสดจ็ ทรงรถแกว้ โกสีย์ ไพโรจน์รูจี
จะแข่งซ่ึงแสงสุริยใ์ ส เริงร้องถวายชยั
๏ เทียมสินธพอาชาไนย กรกมุ พระขรรค์
ชนั หูระเหิดหฤหรรษ์ กึกกอ้ งกากง
๏ มาตลีสารถีเทวญั พดั โบกพชั นี
ขบั รถมากลางจตั ุรงค์
๏ เพลารอยพลอยประดบั ดุมวง
กระทบกระทงั่ ธรณี
๏ มยรุ ฉตั รชุมสายพรายศรี
กบี่ระบายโบกลม

๑๙. บทประพนั ธ์ขา้ งตน้ กล่าวถึงส่ิงใด.................ราชรถมา้ และ การจดั กองทพั ฝ่ ายพระราม........................
๒๐. “เทียมสินธพอาชาไนย” มีความหมายวา่ ...........การต่อตวั มา้ กบั รถ..........................................................
๒๑. “ชนั หูระเหิดหฤหรรษ”์ คาวา่ ชนั หู มีความหมายวา่ ..........อาการหูต้งั ของมา้ พร้อมท่ีจะเคลื่อนที่……....
๒๒. ผทู้ ่ีทาหนา้ ท่ีเป็นสารถีของฝ่ ายพระรามคือ................................มาตลี......................................................

๏ อึงอินทเภรีตีระงม แตรสังขเ์ สียงประสม
ประสานเสนาะในไพร เล่ือนลน่ั สนน่ั ใน
๏ เสียงพลโห่ร้องเอาชยั
พภิ พเพยี งทาลาย

13

๏ สตั ภณั ฑบ์ รรพตท้งั หลาย ออ่ นเอียงเพยี งปลาย
ประนอมประนมชมชยั เน้ือนกตกใจ
๏ พสุธาอากาศหวาดไหว หสั ดินอินทรี
ซุกซ่อนประหวนั่ ขวญั หนี หกั ถอนพฤกษา
๏ ลูกครุฑพลดั ตกฉิมพลี แหลกลู่ลม้ ลง
คาบชา้ งกว็ างไอยรา
๏ วานรสาแดงเดชา
ถือตา่ งอาวธุ ยทุ ธยง
๏ ไมไ้ หลย้ งู ยางกลางดง
ละเอียดดว้ ยฤทธิโยธี

๒๓. สาระสาคญั ของบทประพนั ธ์น้ีคือ.............................ความยง่ิ ใหญ่ของกองทพั พระราม...........................

๒๔. “อึงอินทเภรีตีระงม” คาวา่ อินทเภรี หมายถึง......................กลอง ท่ีใชบ้ อกสญั ญาณออกรบ..................

๒๕. จากบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ ในบทที่ ๑ และ ๒ จินตภาพท่ีชดั เจนที่สุดคือจินตภาพทางดา้ น…....เสียง..........

๒๖. บทประพนั ธ์ใด มีการใชโ้ วหารภาพพจนป์ ระเภท “อติพจน์” กล่าวเกินจริง ...............เสียงพลโห่ร้องเอา

ชยั เล่ือนลนั่ สนน่ั ใน พภิ พเพียงทาลาย.............................................................................................................

๒๗. บทประพนั ธ์ใดมีการใชโ้ วหารภาพพจนป์ ระเภท “บุคลาธิษฐาน หรือ บุคคลวตั ” การกาหนดใหส้ ่ิงท่ี

ไมใ่ ช่คนแสดงอาการเหมือนคน…………. สัตภณั ฑบ์ รรพตท้งั หลาย อ่อนเอียงเพยี งปลาย ประนอมประนม

ชมชยั ...............................................................................................................................................................

๒๘. “ลูกครุฑพลดั ตกฉิมพลี หสั ดินอินทรี คาบชา้ งกว็ างไอยรา” จากบทประพนั ธ์น้ี

คาวา่ “ฉิมพลี” หมายถึง...............................ตน้ งิ้วเชิงเขาพระสุเมรุ....................................................

คาวา่ “หสั ดินอินทรี” หมายถึง.......................นกขนาดใหญ่ในป่ าหิมพานต.์ ......................................

๏ อากาศบดบงั สุริยศ์ รี เทวญั จนั ทรี

ทุกช้นั อานวยอวยชยั

๏ บา้ งเปิ ดแกลแกว้ แววไว โปรยทิพมาลยั

ซอ้ งสาธุการบชู า

๏ ชกั รถร่ีเร่ือยเฉ่ือยมา พมุ่ บุษปมาลา

กงรถไม่จดธรณินทร์

๏ เร่งพลโยธาพานรินทร์ เร่งรัดหสั ดิน

วานรให้เร่งรีบมา

๒๙. จากบทประพนั ธ์ตอ่ ไปน้ี เกิดเหตุการณ์อะไร …………..เทวดา นางฟ้ าบนสวรรคท์ ุกช้นั มาอานวยอวย
พรใหก้ องทพั พระรามไดร้ ับชยั ชนะ เปิ ดหนา้ ต่างแกว้ จากสวรรคโ์ ปรยดอกไมอ้ วยพร……………………...

14

๓๐. อธิบายความหมายของคาศพั ทต์ อ่ ไปน้ี
๓๐.๑ บุษปมาลา หมายถึง ............................ดอกไม.้ .......................................................................
๓๐.๒ ทิพมาลยั หมายถึง..........................ดอกไมส้ วรรค.์ ................................................................
๓๐.๓ ธรณินทร์ หมายถึง........................แผน่ ดิน.............................................................................

๏ เมื่อน้นั พระศรีอนุชา เอ้ือนอรรถวจั นา
ตรัสถามสุครีพขนุ พล สมรภูมิไพรสณฑ์
๏ เหตุไฉนสหสั นยั น์เสดจ็ ดล ทุกทีสหสั นยั น์
เธอมาดว้ ยกลอนั ใด บดั น้ีเธอมา
๏ สุครีพทูลทดั เฉลยไข ฤๅจะกลบั เป็นกล
เสดจ็ ดว้ ยหมู่เทวา คอยดูสาคญั
๏ อวยชยั ถวายทิพมาลา ตรัสสง่ั เสนี
เห็นวปิ ริตดูฉงน เคลิบเคลิ้มวรกาย
๏ ทรงเครื่องศสั ตราแยง่ ยล
ไปเขา้ ดว้ ยราพณ์อาธรรมม์
๏ พระผเู้ รืองฤทธ์ิแขง็ ขนั
อยา่ ไวพ้ ระทยั ไพรี
๏ เมื่อน้นั อินทรชิตยกั ษี
ใหจ้ บั ระบาราถวาย
๏ ใหอ้ งคอ์ นุชานารายณ์
จะแผลงซ่ึงศสั ตราศรพล

๓๑. จากบทประพนั ธ์ คาวา่
“พระศรีอนุชา” หมายถึง..................................................พระลกั ษมณ์...........................................
คาวา่ “สหสั นยั น์” หมายถึง...................................พระอินทร์.........................................................
คาวา่ “พระผเู้ รืองฤทธ์ิแขง็ ขนั ” หมายถึง....................................พระลกั ษมณ์...............................

๓๒. “ทรงเคร่ืองศสั ตราแยง่ ยล ฤๅจะกลบั เป็นกล ไปเขา้ ดว้ ยราพณ์อาธรรม”์ คาท่ีขีดเส้นใต้ หมายถึง.......
.......................ทศกณั ฐ์.................................................................................................................................

๏ อินทรชิตสถิตเหนือเอรา วณั ทอดทศั นา
เห็นองคพ์ ระลกั ษณ์ฤทธิรงค์ จึงจบั ศรทรง
๏ เคลิบเคลิ้มหฤทยั ใหลหลง
พรหมาสตร์อนั เรืองเดชา

15

๏ ทูนเหนือเศียรเกลา้ ยกั ษา หมายองคพ์ ระอนุชา
กแ็ ผลงสาแดงฤทธิรณ โลกลนั่ อึงอล
๏ อากาศกอ้ งโกลาหล ตอ้ งองคอ์ ินทรีย์
อานาจสะทา้ นธรณี
๏ ศรเตม็ ไปทว่ั ราศี
พระลกั ษณ์กก็ ลิ้งกลางพล

๓๓. เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนจากบทประพนั ธ์คือเหตุการณ์….. อินทรชิตแผลงศรพรหมาสตร์ใส่พระลกั ษมณ์ ….
๓๔. อินทรชิตแผลงศร..............................พรหมาสตร์...............................................ถูกพระลกั ษมณ์สลบไป
๓๕. ขอ้ คิดคติเตือนใจท่ีไดร้ ับจากบทประพนั ธ์ และใหค้ ุณค่าทางดา้ นสังคมคือ .....................โทษของความ
ประมาทที่เกิดจากความลุ่มหลง.........................................................................................................................

16

กจิ กรรมที่ ๒
ถอดคาประพนั ธ์ เร่ืองบทพากย์เอราวณั

คาชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาบทประพนั ธ์ให้เข้าใจแล้วเขยี นตัวเลขจัดลาดับเหตุการณ์ให้ถูกต้อง

...................เทพธิดาองคห์ น่ึงมีบริวาร ๗ ตนลว้ นแตเ่ ป็นยกั ษแ์ ปลงมาท้งั สิ้น
...................ปี กซา้ ยแปลงเป็นฤาษีและวทิ ยาธร ปี กขวาแปลงเป็นคนธรรพ์ กองทพั จดั ต้งั

ตามตาราพชิ ยั สงคราม
...................ชา้ งเอราวณั (แปลง) เป็นชา้ งเผือกท่ีมีรูปร่างใหญโ่ ตแขง็ แรง
...................มีตาข่ายร้อยดว้ ยเพชรสาหรับตกแตง่ ที่เศียรชา้ ง มีผา้ ทิพปกท่ีตระพองของชา้ ง

และมีผหู้ อ้ ยที่หูทุกหูของชา้ ง
...................งาหน่ึงงามีสระบวั อยู่ ๗ สระ และสระบวั หน่ึงสระมีบวั อยู่ ๗ กอ
...................อินทรชิตแปลงกายเหมือนพระอินทร์ทรงชา้ งเอราวณั
...................บรรดาทหารของกองทพั ยกั ษต์ า่ งแปลงเป็นเทวดา
...................กอบวั หน่ึงกอมีดอกบวั อยู่ ๗ ดอก และบวั หน่ึงดอกมีกลีบบวั อยู่ ๗ กลีบ
...................นางบริวารร่ายราและชายตาทาทา่ ทางงดงามราวกบั นางฟ้ า
...................ที่เศียรทุกเศียรของชา้ งเอราวณั มีวมิ านแกว้ ที่งดงามราวกบั วมิ านเวไชยนั ตข์ องพระอินทร์
...................ยกั ษแ์ ปลงเป็นโลทนั สารถีของพระอินทร์มีหนา้ ที่บงั คบั ทา้ ยชา้ งพระที่นง่ั ของพระอินทร์
...................เทวดา (แปลง) ทุกองคร์ ีบเหาะมายงั สนามรบ
...................เทวดา (แปลง) ทุกองคล์ ว้ นถืออาวธุ ต่าง ๆ เช่น โตมร ศร พระขรรคแ์ ละคทา
...................บวั ๑ กลีบมีเทพธิดาผอู้ อ่ นเยาวแ์ ละงดงามอยู่ ๗ องค์
...................ทพั หนา้ แปลงเป็ นเทพารักษ์ ทพั หลงั แปลงเป็ นครุฑ กินนรและนาค
................... (ชา้ งเอราวณั ) มีเศียรที่งดงาม ๓๓ เศียรและเศียรหน่ึงมีงาอยู่ ๗ งาซ่ึงงดงามมาก
...................ชา้ งเอราวณั (แปลง) ประดบั ดว้ ยแกว้ เกา้ ระการ เช่น โกเมนท่ีซองหางและ

กระวนิ ส่วนที่สายชนกั เป็นสร้อยที่ถกั ดว้ ยทอง

17

เฉลยกจิ กรรมที่ ๑
วเิ คราะห์องค์ประกอบวรรณคดี

คาสั่ง พจิ ารณาบทประพนั ธ์แล้วตอบคาถามต่อไปนีใ้ ห้ถูกต้อง

๏ อินทรชิตบิดเบือนกายนิ เหมือนองคอ์ มรินทร์

ทรงคชเอราวณั

๏ ชา้ งนิมิตฤทธิแรงแขง็ ขนั เผอื กผอ่ งผวิ พรรณ

สีสงั ขส์ ะอาดโอฬาร์

๏ สามสิบสามเศียรโสภา เศียรหน่ึงเจด็ งา

ดง่ั เพชรรัตนร์ ูจี

๏ งาหน่ึงเจ็ดโบกขรณี สระหน่ึงยอ่ มมี

เจด็ กออุบลบนั ดาล

๏ กอหน่ึงเจด็ ดอกดวงมาลย์ ดอกหน่ึงแบง่ บาน

มีกลีบไดเ้ จด็ กลีบผา

๏ กลีบหน่ึงมีเทพธิดา เจด็ องคโ์ สภา

แน่งนอ้ ยลาเพานงพาล

๏ นางหน่ึงยอ่ มมีบริวาร อีกเจด็ เยาวมาลย์

ลว้ นรูปนิรมิตมายา

๏ จบั ระบาราร่ายส่ายหา ชาเลืองหางตา

ทาทีดงั เทพอปั สร

๏ มีวมิ านแกว้ งามบวร ทุกเกศกุญชร

ดงั เวไชยนั ตอ์ มรินทร์

๑. สาระสาคญั ของบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ กล่าวถึงส่ิงใด.........ลกั ษณะของชา้ งเอราวณั .......................................
๒. ลกั ษณะของชา้ งเอราวณั ที่ปรากฏตามบทประพนั ธ์

๒.๑ ชา้ งเอราวณั มี..........๓๓............... เศียร
๒.๒ ในชา้ งเอราวณั ๑ เศียร มี งา.....๗.............งา สรุปแลว้ มีงา ท้งั หมด ..........๒๓๑....................งา
๒.๓ ในชา้ งเอราวณั ๑ งา มีสระบวั ..๗.........สระ สรุปแลว้ มีสระบวั ท้งั หมด ….......๑,๖๑๗.......สระ
๒.๔ ในชา้ งเอราวณั ๑ สระบวั มี .......๗....... กอบวั สรุปแลว้ มีกอบวั ท้งั หมด …....๑๑,๓๑๙........กอ
๒.๕ ในชา้ งเอราวณั ๑ กอบวั มีดอกบวั ...๗....ดอก สรุปแลว้ มีดอกบวั ท้งั หมด …..๗๙,๒๓๓….ดอก
๒.๖ ในชา้ งเอราวณั ดอกบวั ๑ ดอกมี..๗..... กลีบ สรุปแลว้ มีกลีบบวั ท้งั หมด …..๕๕๔,๖๓๑...กลีบ

18

๒.๗ ในชา้ งเอราวณั ดอกบวั ๑ กลีบมีเทพธิดา๗องค์
สรุปแลว้ มีเทพธิดาท้งั หมด ง.........................๓,๘๘๒,๔๑๗.................องค์

๒.๘ ในชา้ งเอราวณั เทพธิดา ๑ องคม์ ีนางบริวาร ๗ คน
สรุปแลว้ มีนางบริวาร ท้งั หมด …………….๒๗,๑๗๖,๙๑๙………… คน

๓. อธิบายความหมายของคาต่อไปน้ี
๓.๑ อมรินทร์ หมายถึง....................พระอินทร์...............................................................................
๓.๒ โบกขรณี หมายถึง...................สระบวั ...................................................................................
๓.๓ เทพอปั สร หมายถึง...................นางฟ้ า....................................................................................
๓.๔ ดวงมาลย์ หมายถึง..................ดอกไม้ (ดอกบวั ).......................................................................
๓.๕ เวไชยนั ต์ หมายถึง................. ปราสาท วมิ านของพระอินทร์...................................................

๔. “สามสิบสามเศียรโสภา เศียรหน่ึงเจด็ งา ดงั่ เพชรรัตนร์ ูจี” ใชภ้ าพพจนแ์ บบใด........อุปมา......................
๕. สานวนภาษาโวหารท่ีใชใ้ นบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ มีลกั ษณะเด่นอยา่ งไร ..........พรรณนาโวหาร ...............
๖. อิทธิพลความเช่ือเก่ียวกบั ความเช่ือของ “ชา้ งเอราวณั ” ส่งผลต่อสังคมไทย คือ
............ชา้ งทรงของพระอินทร์ เป็นสัญลกั ษณ์ของการกระทาความดี ความอุดมสมบูรณ์...........................

๏ เครื่องประดบั เกา้ แกว้ โกมิน ซองหางกระวนิ
สร้อยสายชนกั ถกั ทอง ผา้ ทิพยป์ กตระพอง
๏ ตาข่ายเพชรรัตน์ร้อยกรอง เป็ นเทพบุตรควาญ
หอ้ ยพทู่ ุกหูคชสาร
๏ โลทนั สารถีขนุ มาร
ขบั ทา้ ยท่ีนงั่ ชา้ งทรง

๗. สาระสาคญั ของคาประพนั ธ์ในบทท่ี ๑ และ ๒ คือ...................เคร่ืองประดบั ชา้ ง......................................
๘. “เครื่องประดบั เกา้ แกว้ โกมิน” หมายถึง......นพรัตน์ แกว้ ๙ ประการ....................ไดแ้ ก่... .......................
เพชร ทบั ทิม มรกต บุษราคมั โกเมน นิล มุกดา เพทาย ไพฑูรย.์ ....................................................................
๙. จากบทประพนั ธ์ “โลทนั ” ทาหนา้ ท่ี ......................สารถี/ควาญชา้ งฝ่ ายอินทรชิต......................................

๏ บรรดาโยธาจตั ุรงค์ เปล่ียนแปลงกายคง
เทพไทเทวญั ทพั หลงั สุบรรณ
๏ ทพั หนา้ อารักขไพรสณั ฑ์ คนธรรพป์ ี กขวา
กินนรนาคนาคา
๏ ปี กซา้ ยฤาษิตวทิ ยา
ต้งั ตามตารับทพั ชยั

19

๏ ลว้ นถืออาวธุ เกรียงไกร โตมรศรชยั
พระขรรคค์ ทาถว้ นตน รีบเร่งร้ีพล
๏ ลอยฟ้ ามาในเวหน
มาถึงสมรภูมิชยั ฯ

๑๐. “บรรดาโยธาจตั รุงค”์ หมายถึง...........ทหารท้งั ๔ เหล่า..เหล่าชา้ ง เหล่ารถ เหล่ามา้ และเหล่าราบ……...
๑๑. อธิบายการจดั กองทพั แปลงของอินทรชิต..........ทพั หนา้ เทวดาอารักษ์ ทพั หลงั เป็น ครุฑ นาค กินนร
...............ปี กซา้ ย ฤๅษี ปี กขวา คนธรรพ.์ ...........................................................................................................
๑๒. “ ลว้ นถืออาวธุ เกรียงไกร โตมรศรชยั พระขรรคค์ ทาถว้ นตน” จากบทประพนั ธ์น้ีกล่าวถึงอาวธุ จานวน
.......๔...............ชนิด ไดแ้ ก่..................โตมร ศร พระขรรค์ คทา......................................................................
๑๓. อธิบายความหมายของศพั ทต์ ่อไปน้ี

๑๓.๑ สุบรรณ หมายถึง....................ครุฑ (เป็นพาหนะของพระนารายณ์)........................................
๑๓.๒ คนธรรพ์ หมายถึง....................ชาวสวรรคท์ ี่มีความชานาญดา้ นดนตรี...................................
๑๓.๓ โตมร หมายถึง.......................หอกซดั ดา้ มส้ัน เป็นอาวธุ .......................................................

๏ เมื่อน้นั จึงพระจกั รี พอพระสุริยศ์ รี
อรุณเรืองเมฆา เฟ่ื องฟ้ ุงวนา
๏ ลมหวนอวลกล่ินมาลา ร่อนราถาลง
นิวาสแถวแนวดง ไก่ขนั ปี กตี
๏ ผ้งึ ภ่หู มูค่ ณาเหมหงส์ หาคู่เคียงประสาน
แทรกไซใ้ นสร้อยสุมาลี สร่างแสงอโณทยั
๏ ดุเหวา่ เร้าเร่งพระสุริยศ์ รี ธิบดินทร์เธอบรรเทือง
ก่กู อ้ งในทอ้ งดงดาน
๏ ปักษาต่ืนตาขนั ขาน
สาเนียงเสนาะในไพร
๏ เดือนดาวดบั เศร้าแสงใส
ก็ผา่ นพยบั รองเรือง
๏ จบั ฟ้ าอากาศแลเหลือง
บรรทมฟ้ื นจากไสยา

๑๔. “เม่ือน้นั จึงพระจกั รี พอพระสุริยศ์ รี อรุณเรืองเมฆา” คาท่ีขีดเส้นใต้ หมายถึงใคร..........พระราม........
๑๕. จากบทประพนั ธ์ในขอ้ ๑๔ กล่าวถึงเวลา.....................................เชา้ ตรู่..............................................
๑๖. ลกั ษณะเด่นของบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ เป็นการใชโ้ วหารประเภท...........พรรณนาโวหาร.....................

20

๑๗. จากบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ กล่าวถึงสตั ว.์ .........๖.................ชนิด ไดแ้ ก่.........ผ้งึ แมลงภู่ หงส์ทอง นกดุเหวา่
ไก่ นก(ปักษา)...................................................................................................................................................
๑๘. อธิบายความหมายของคาศพั ทต์ ่อไปน้ี

๑๘.๑ นิวาส หมายถึง.............................................แหล่งท่ีอยอู่ าศยั .................................................
๑๘.๒ เหมหงส์ หมายถึง.............................................. หงส์ทอง....................................................
๑๘.๓ อโณทยั หมายถึง.......................................แสงพระอาทิตย.์ .................................................
๑๘.๔ บรรเทือง หมายถึง.................................ตื่นข้ึน (ทาใหด้ ีข้ึน)..................................................

๏ เสดจ็ ทรงรถแกว้ โกสีย์ ไพโรจน์รูจี
จะแข่งซ่ึงแสงสุริยใ์ ส เริงร้องถวายชยั
๏ เทียมสินธพอาชาไนย กรกมุ พระขรรค์
ชนั หูระเหิดหฤหรรษ์ กึกกอ้ งกากง
๏ มาตลีสารถีเทวญั พดั โบกพชั นี
ขบั รถมากลางจตั ุรงค์
๏ เพลารอยพลอยประดบั ดุมวง
กระทบกระทง่ั ธรณี
๏ มยรุ ฉตั รชุมสายพรายศรี
กบี่ระบายโบกลม

๑๙. บทประพนั ธ์ขา้ งตน้ กล่าวถึงสิ่งใด.................ราชรถมา้ และ การจดั กองทพั ฝ่ ายพระราม........................
๒๐. “เทียมสินธพอาชาไนย” มีความหมายวา่ ...........การตอ่ ตวั มา้ กบั รถ..........................................................
๒๑. “ชนั หูระเหิดหฤหรรษ”์ คาวา่ ชนั หู มีความหมายวา่ ..........อาการหูต้งั ของมา้ พร้อมที่จะเคลื่อนที่……....
๒๒. ผทู้ ี่ทาหนา้ ท่ีเป็นสารถีของฝ่ ายพระรามคือ................................มาตลี......................................................

๏ อึงอินทเภรีตีระงม แตรสังขเ์ สียงประสม
ประสานเสนาะในไพร เลื่อนลนั่ สนน่ั ใน
๏ เสียงพลโห่ร้องเอาชยั อ่อนเอียงเพียงปลาย
พภิ พเพยี งทาลาย เน้ือนกตกใจ
๏ สัตภณั ฑบ์ รรพตท้งั หลาย
ประนอมประนมชมชยั
๏ พสุธาอากาศหวาดไหว
ซุกซ่อนประหวน่ั ขวญั หนี

21

๏ ลูกครุฑพลดั ตกฉิมพลี หสั ดินอินทรี
คาบชา้ งก็วางไอยรา หกั ถอนพฤกษา
๏ วานรสาแดงเดชา แหลกลู่ลม้ ลง
ถือต่างอาวธุ ยทุ ธยง
๏ ไมไ้ หลย้ งู ยางกลางดง
ละเอียดดว้ ยฤทธิโยธี

๒๓. สาระสาคญั ของบทประพนั ธ์น้ีคือ.............................ความยง่ิ ใหญข่ องกองทพั พระราม...........................

๒๔. “อึงอินทเภรีตีระงม” คาวา่ อินทเภรี หมายถึง......................กลอง ท่ีใชบ้ อกสัญญาณออกรบ..................

๒๕. จากบทประพนั ธ์ขา้ งตน้ ในบทที่ ๑ และ ๒ จินตภาพที่ชดั เจนที่สุดคือจินตภาพทางดา้ น…....เสียง..........

๒๖. บทประพนั ธ์ใด มีการใชโ้ วหารภาพพจนป์ ระเภท “อติพจน์” กล่าวเกินจริง ...............เสียงพลโห่ร้องเอา

ชยั เลื่อนลนั่ สนนั่ ใน พภิ พเพียงทาลาย.............................................................................................................

๒๗. บทประพนั ธ์ใดมีการใชโ้ วหารภาพพจน์ประเภท “บุคลาธิษฐาน หรือ บุคคลวตั ” การกาหนดใหส้ ่ิงท่ี

ไมใ่ ช่คนแสดงอาการเหมือนคน…………. สตั ภณั ฑบ์ รรพตท้งั หลาย ออ่ นเอียงเพียงปลาย ประนอมประนม

ชมชยั ...............................................................................................................................................................

๒๘. “ลูกครุฑพลดั ตกฉิมพลี หสั ดินอินทรี คาบชา้ งก็วางไอยรา” จากบทประพนั ธ์น้ี

คาวา่ “ฉิมพลี” หมายถึง...............................ตน้ งิ้วเชิงเขาพระสุเมรุ....................................................

คาวา่ “หสั ดินอินทรี” หมายถึง.......................นกขนาดใหญใ่ นป่ าหิมพานต.์ ......................................

๏ อากาศบดบงั สุริยศ์ รี เทวญั จนั ทรี

ทุกช้นั อานวยอวยชยั

๏ บา้ งเปิ ดแกลแกว้ แววไว โปรยทิพมาลยั

ซอ้ งสาธุการบชู า

๏ ชกั รถรี่เรื่อยเฉื่อยมา พมุ่ บุษปมาลา

กงรถไมจ่ ดธรณินทร์

๏ เร่งพลโยธาพานรินทร์ เร่งรัดหสั ดิน

วานรใหเ้ ร่งรีบมา

๒๙. จากบทประพนั ธ์ต่อไปน้ี เกิดเหตุการณ์อะไร …………..เทวดา นางฟ้ าบนสวรรคท์ ุกช้นั มาอานวยอวย
พรใหก้ องทพั พระรามไดร้ ับชยั ชนะ เปิ ดหนา้ ตา่ งแกว้ จากสวรรคโ์ ปรยดอกไมอ้ วยพร……………………...
๓๐. อธิบายความหมายของคาศพั ทต์ ่อไปน้ี

๓๐.๑ บุษปมาลา หมายถึง ............................ดอกไม.้ .......................................................................
๓๐.๒ ทิพมาลยั หมายถึง..........................ดอกไมส้ วรรค.์ ................................................................
๓๐.๓ ธรณินทร์ หมายถึง........................แผน่ ดิน.............................................................................

22

๏ เมื่อน้นั พระศรีอนุชา เอ้ือนอรรถวจั นา
ตรัสถามสุครีพขนุ พล สมรภูมิไพรสณฑ์
๏ เหตุไฉนสหสั นยั น์เสดจ็ ดล ทุกทีสหสั นยั น์
เธอมาดว้ ยกลอนั ใด บดั น้ีเธอมา
๏ สุครีพทูลทดั เฉลยไข ฤๅจะกลบั เป็นกล
เสดจ็ ดว้ ยหมู่เทวา คอยดูสาคญั
๏ อวยชยั ถวายทิพมาลา ตรัสสง่ั เสนี
เห็นวปิ ริตดูฉงน เคลิบเคลิ้มวรกาย
๏ ทรงเครื่องศสั ตราแยง่ ยล
ไปเขา้ ดว้ ยราพณ์อาธรรมม์
๏ พระผเู้ รืองฤทธ์ิแขง็ ขนั
อยา่ ไวพ้ ระทยั ไพรี
๏ เมื่อน้นั อินทรชิตยกั ษี
ใหจ้ บั ระบาราถวาย
๏ ใหอ้ งคอ์ นุชานารายณ์
จะแผลงซ่ึงศสั ตราศรพล

๓๑. จากบทประพนั ธ์ คาวา่
“พระศรีอนุชา” หมายถึง..................................................พระลกั ษมณ์...........................................
คาวา่ “สหสั นยั น์” หมายถึง...................................พระอินทร์.........................................................
คาวา่ “พระผเู้ รืองฤทธ์ิแขง็ ขนั ” หมายถึง....................................พระลกั ษมณ์...............................

๓๒. “ทรงเครื่องศสั ตราแยง่ ยล ฤๅจะกลบั เป็นกล ไปเขา้ ดว้ ยราพณ์อาธรรม”์ คาที่ขีดเส้นใต้ หมายถึง.......
.......................ทศกณั ฐ์.................................................................................................................................

๏ อินทรชิตสถิตเหนือเอรา วณั ทอดทศั นา
เห็นองคพ์ ระลกั ษณ์ฤทธิรงค์ จึงจบั ศรทรง
๏ เคลิบเคลิ้มหฤทยั ใหลหลง หมายองคพ์ ระอนุชา
พรหมาสตร์อนั เรืองเดชา โลกลนั่ อึงอล
๏ ทนู เหนือเศียรเกลา้ ยกั ษา
กแ็ ผลงสาแดงฤทธิรณ
๏ อากาศกอ้ งโกลาหล
อานาจสะทา้ นธรณี

23

๏ ศรเตม็ ไปทว่ั ราศี ตอ้ งองคอ์ ินทรีย์
พระลกั ษณ์กก็ ลิ้งกลางพล

๓๓. เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนจากบทประพนั ธ์คือเหตุการณ์….. อินทรชิตแผลงศรพรหมาสตร์ใส่พระลกั ษมณ์ ….
๓๔. อินทรชิตแผลงศร..............................พรหมาสตร์...............................................ถูกพระลกั ษมณ์สลบไป
๓๕. ขอ้ คิดคติเตือนใจที่ไดร้ ับจากบทประพนั ธ์ และใหค้ ุณค่าทางดา้ นสังคมคือ .....................โทษของความ
ประมาทที่เกิดจากความลุ่มหลง.........................................................................................................................

เฉลยกจิ กรรมท่ี ๒

ถอดคาประพนั ธ์เร่ืองบทพากย์เอราวณั

.....๗....... เทพธิดาองคห์ น่ึงมีบริวาร ๗ ตนลว้ นแต่เป็นยกั ษแ์ ปลงมาท้งั สิ้น
....๑๕....ปี กซา้ ยแปลงเป็นฤาษีและวทิ ยาธร ปี กขวาแปลงเป็นคนธรรพ์ กองทพั จดั ต้งั ตามตาราพชิ ยั สงคราม
.....๒.....ชา้ งเอราวณั (แปลง) เป็นชา้ งเผอื กท่ีมีรูปร่างใหญ่โตแขง็ แรง
......๑๑...มีตาขา่ ยร้อยดว้ ยเพชรสาหรับตกแตง่ ที่เศียรชา้ ง มีผา้ ทิพปกที่ตระพองของชา้ งและมีผหู้ อ้ ยที่หูทุกหู

ของชา้ ง
.....๔.....งาหน่ึงงามีสระบวั อยู่ ๗ สระ และสระบวั หน่ึงสระมีบวั อยู่ ๗ กอ
.....๑.... อินทรชิตแปลงกายเหมือนพระอินทร์ทรงชา้ งเอราวณั
......๑๓...บรรดาทหารของกองทพั ยกั ษต์ า่ งแปลงเป็นเทวดา
.......๕....กอบวั หน่ึงกอมีดอกบวั อยู่ ๗ ดอก และบวั หน่ึงดอกมีกลีบบวั อยู่ ๗ กลีบ
......๘.....นางบริวารร่ายราและชายตาทาท่าทางงดงามราวกบั นางฟ้ า
......๙......ที่เศียรทุกเศียรของชา้ งเอราวณั มีวมิ านแกว้ ท่ีงดงามราวกบั วมิ านเวไชยนั ตข์ อง พระอินทร์
.....๑๒.....ยกั ษแ์ ปลงเป็นโลทนั สารถีของพระอินทร์มีหนา้ ที่บงั คบั ทา้ ยชา้ งพระที่นง่ั ของพระอินทร์
.......๑๗....เทวดา (แปลง) ทุกองคร์ ีบเหาะมายงั สนามรบ
.......๑๖.....เทวดา (แปลง) ทุกองคล์ ว้ นถืออาวธุ ต่าง ๆ เช่น โตมร ศร พระขรรคแ์ ละคทา
.......๖......บวั ๑ กลีบมีเทพธิดาผอู้ อ่ นเยาววแ์ ละงดงามอยู่ ๗ องค์
.......๑๔.....ทพั หนา้ แปลงเป็ นเทพารักษ์ ทพั หลงั แปลงเป็นครุฑ กินนรและนาค
......๓.......(ชา้ งเอราวณั ) มีเศียรท่ีงดงาม ๓๓ เศียรและเศียรหน่ึงมีงาอยู่ ๗ งาซ่ึงงดงามมาก

24


Click to View FlipBook Version