The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นิทานซ้อนนิทาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suphisara7563, 2022-03-01 22:42:15

นิทานซ้อนนิทาน

นิทานซ้อนนิทาน

นิทานเรื่อง Fairy potter and the lost chipmunk
เป็นนิทานแนวแฟนตาซีนวนิยาย เป็นนิทานซ้อนนิทาน โดย
มีชื่อตัวละครและตัวละครที่แปลกใหม่ และหลากหลาย นิทาน
เรื่องนี้จะทำให้ผู้อ่านได้เข้าไปสู่โลกแห่งจินตนาการที่ไม่เหมือน
เรื่องใดที่เคยมีมา นิทานจะเล่าถึงความสงสัยเกี่ยวกับสัตว์
หายากในเทพนิยายของเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า ลาซานญ่า เด็กหนุ่มผู้
นั้นได้ออกเดินทางไปยังที่ที่หนึ่งซึ่งจะได้พบอุปสรรคต่างๆที่

น่าตื่นเต้นมากมาย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรกันนะ
ไปติดตามชมกันเลย

เเนะนำตัวละคร 1
เนื้อเรื่อง 3-8
ข้อคิด 9

1

ลาซานญ่า
โลกิ พ่อมดร้าย

ชาวเมืองชิปมังก์



3

“ชิปมังก์” สิ่งมีชีวิตที่อัศจรรย์และรักสนุก ณ หมู่บ้านออราดอน
ในแดนเหนือมีแฟร์รี่ตัวน้อยตนหนึ่งนามว่า ลาซานญ่า พอตเตอร์
เขาเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในบ้านของตนเอง ศึกษาเกี่ยวกับเทพนิยาย
โดยเฉพาะชิปมังก์ วันหนึ่งเขาได้พบกล่องปริศนา ที่เขียนว่ากล่อง
ประจำตระกูลพอตเตอร์ ในนั้นมีรูปของบรรพบุรุษของเขาอยู่ร่วม
กับชิปมังก์ดูมีความสุขเป็นอย่างมาก ด้านหลังรูปมีข้อความเขียน
ถึงชีเปลือยที่อาศัยอยู่ในป่าลึกเห็นดังนั้นลาซานญ่าจึงตัดสินใจรีบ
ออกเดินทางเข้าไปในป่า ได้พบกับอาศรมลึกลับ เขาจึงถือวิสาสะ
เปิดประตูและเข้าไปสำรวจภายในบ้าน เห็นชีเปลือยท่องคาถาดู

น่าสงสัย “ขออนุญาต…” ลาซานญ่าพูด “เจ้ามาทำอะไร?”
ชีเปลือยถาม “ข้ากำลังตามหาเบาะแสของชิปมังก์ ท่านช่วยข้าได้

หรือไม่?” ลาซานญ่าตอบพร้อมยื่นเข็มกลัดทับทิมที่เขาพบใน
กล่องปริศนาก่อนหน้านี้ ชีเปลือยอึ้งจากนั้นเขาก็เริ่มเล่าตำนาน

ของชิปมังก์….

4

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์หนึ่ง คล้ายกระรอก
แสนวิเศษที่สามารถร้องเพลงได้ ผู้คนต่างเรียกขานว่า "ชิปมังก์"
พวกมันอาศัยอยู่ในปราสาทมรกตหลังใหญ่ ท่ามกลางป่าเขา

ตัวตนของชิปมังก์นั้นไม่ได้เป็นความลับแต่อย่างใด
เพราะนอกจากนี้ยังอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์อีกด้วย ในแต่ละวัน
ชิปมังก์มักจะร่วมกันร้องเพลงในยามค่ำคืนจนกลายเป็นกิจวัตร
ประจำวันของพวกมันไปแล้ว สิ่งมีชีวิตอื่นๆที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง
ก็ต่างเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงเหล่านี้เช่นกัน แต่กลับไม่ใช่
สำหรับพ่อมดตนหนึ่ง ชื่อของเขาคือ "โลกิ" พ่อมดตนนั้นเก็บตัว
อยู่ในกระท่อมใกล้ปราสาท โลกิเป็นคนรักสันโดษและมองโลกใน
แง่ร้ายตลอดเวลา เขาไม่ได้ชื่นชอบเสียงของพวกมันเลย ยามที่
ได้ยินเสียงเพลงจึงรู้สึกไม่พอใจ เขาจึงคิดหาวิธีต่างๆมากมายที่
จะกำจัดเสียงเพลงเหล่านี้ออกไป และมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นคือ

การทำให้ชิปมังก์หายไปจากที่แห่งนี้

5

วันหนึ่งโลกิได้วางแผนปลอมตัวเป็นนักดนตรีพเนจรที่หลงทางมา
"พวกท่าน ได้โปรดให้ข้าพักแรมที่นี่ด้วยเถิด หลังจากครบ7วันแล้ว

ข้าจะไปจากที่แห่งนี้" เขากล่าว "เราจะให้ที่พักแก่ท่าน"
ชิปมังก์ที่สวมชุดคลุมสีแดงและมีมงกุฎประดับอยู่บนศีรษะบ่ง
บอกถึงความเป็นกษัตริย์ ณ ปราสาทแห่งนี้ ได้ตอบตกลง
คำขอร้องจากโลกิ ถึงแม้จะมีชิปมังก์บางส่วนที่ไม่เห็นด้วย
แต่เพียงแค่ผู้นำของพวกมันเห็นด้วย ก็ไม่มีใครกล้าขัดใจแล้ว
โลกิจึงได้เข้ามาพักอาศัยในปราสาทมรกตชั่วคราว โลกิสร้างความ

เชื่อใจให้แก่ชิปมังก์ขึ้นทุกวัน โดยการช่วยเหลือต่าง ๆ
ยามพลบค่ำก็บรรเลงดนตรีด้วยไวโอลินตัวโปรดท่ามกลางเสียง
เพลงของชิปมังก์ แต่บางครั้งก็หมกตัวอยู่ในห้องเพราะทนฟังเสียง
ร้องเพลงของพวกมันไม่ไหว จนในคืนวันสุดท้าย ชิปมังก์ได้จัดพิธี
บอกลาโลกิก่อนออกเดินทาง ช่วงเวลาผ่านไปอย่างสนุกสนาน
จนโลกิรู้สึกทนไม่ไหวกับการปลอมตัวแล้ว จึงเผยธาตุแท้ของตน
ออกมาและจัดการร่ายคาถาคำสาป เพื่อให้ชิปมังก์ถูกขังไว้ในฟอง
สบู่และเสกให้หายไปจากที่แห่งนี้ ความมืดปกคลุมไปทั่วปราสาท
เหล่าชิปมังก์ต่างหนีสุดชีวิตเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ไม่สามารถหนีพ้น
จนในที่สุดก็ไม่เหลือผู้ใดในปราสาทแห่งนี้อีก ไม่เว้นแม้แต่ตัวพ่อ

มดโลกิเองก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน

6

หลังจากฟังเรื่องเล่าของชีเปลือย ลาซานญ่าก็ออกเดินทางสู่
ปราสาทมรกตทันที ระหว่างทางเขาได้พบสิ่งมหัศจรรย์มากมาย
ทั้งสัตว์โบราณที่มีรูปร่างคล้ายมังกร มีหัวเป็นม้า พบกับบาซิลิสต์
ที่มีขนาดเท่าต้นไม้โตเต็มวัยต้นหนึ่ง ยิ่งเดินเข้าไปในป่าก็ยิ่งพบเจอ
แต่สิ่งแปลกประหลาด จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงร้องประหลาดดู
ทรมาน เมื่อเดินไปตามเสียงก็พบกับนกกระเรียนขนาดยักษ์มีปาก
คล้ายจระเข้ มีขนสีทองดูงดงาม มันได้ติดกับวิเศษของนายพราน
เห็นดังนั้น ลาซานญ่าจึงรีบเข้าไปตัดบ่วงจนขาด นกกระเรียนก็ได้
กล่าวขอบคุณ เมื่อพูดคุยกันไปมานกยักษ์ก็เข้าใจได้ว่าแฟร์รี่ตนนี้

ต้องการที่จะไปที่ปราสาทมรกตจึงอาสาพาไปส่ง

7 เมื่อถึงเขตแดนของปราสาทมรกต ลาซานญ่ามองไปรอบๆเห็น

ปราสาทขนาดใหญ่ สีเขียวอร่าม ดูเหมือนว่ามันจะกินพื้นที่ไป
เกือบครึ่งหนึ่งของเมืองเลยทีเดียว เมื่อเข้าไปใกล้ก็พบว่ารอบๆ
ปราสาทนั้นมีบาเรียกั้นอยู่ไม่สามารถผ่านไปได้ นกกระเรียนจึง
พูดว่า”ข้ามาส่งเจ้าได้แค่นี้แหละ ขอให้โชคดี” และบินจากไป
ลาซานญ่าจึงลองเดินผ่านบาเรียเข้าไปข้างในบริเวณรอบนอก
ปราสาท ก็พบว่าตนนั้นสามารถผ่านบาเรียเข้าไปได้โดนมีแสง
จากเข็มกลัดทับทิมที่เขาเก็บเอาไว้ ขณะเดียวกันมันก็ส่องแสง
นำทางเขาเข้าไปข้างในตัวปราสาท ด้วยความสงสัยลาซานญ่าจึง
เดินตามแสงนั้นไปจนไปยังห้องโถงของปราสาทที่มืดสนิท มีแต่
ความเงียบสงัดไม่พบสิ่งมีชีวิตใดเลย จนกระทั่งของได้ยินเสียง

ปริศนาดังขึ้น…
“แหมๆ เจ้าแฟร์รี่อวดดี กล้าดียังไงถึงเข้ามาในปราสาทของข้า!”
“ท่านเป็นใคร” ลาซานญ่าตกใจ และถามออกไป
“ข้าคือ โลกิ บุตรแห่งโอดิน” เขาตอบ ลาซานญ่ารู้ได้ทันทีว่า
เจ้าของเสียงปริศนาคนนี้คือต้นเหตุที่ทำให้เหล่าชิปมังก์หาย
สาบสูญไป ด้วยความโกรธเขาจึงถามออกไป “ท่านทำอะไรพวก
ชิปมังก์” โลกิเงียบไม่ยอมตอบคำถาม และแสยะยิ้มชั่วร้าย
ทันใดนั้นไฟทุกดวงในห้องโถงก็สว่างพรึบ! ลาซานญ่าตกตะลึง
สิ่งที่เค้าเห็นนั้นคือเหล่าชิปมังก์ตัวน้อยนับร้อยตัวที่ถูกแช่แข็งอยู่
ในอำพันสีมรกต ลานซานญ่าโกรธมาก

8

“เจ้าชิปมังก์ตัวจ้อยพวกนั้น วันๆไม่ทำอะไรเอาแต่งร้องรำทำ
เพลงน่าหนวกหู” ”เจ้ามันคนชั่วช้า” โลกิแสยะยิ้มอีกครั้งและ
พุ่งเข้าโจมตีลาซานญ่า แฟร์รี่ตัวน้อยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็โดนถีบ
กระเด็น แต่เขาไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นและโต้กลับไปโดยที่ไม่ได้สังเกต
เลยว่าเข็มกลัดที่ร่วงตกลงมาบนพื้นนั้นค่อยๆส่องแสงสว่าง
วูบวาบ ทั้งคู่สู้กันอยู่นาน จนโลกิทนไม่ไหวจึงแปลงร่างเป็นมังกร
สีดำ ตัวใหญ่มหึมา ลาซานญ่าที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้วแทบ
จะรับมือกับมันไม่ไหวเขาให้ไปมองหาตัวช่วยรอบๆและสังเกต
เห็นเข็มกลัดประจำตระกูลอันนั้น จึงหยิบมันขึ้นมาและปาใส่โลกิ
ในร่างมังกร เข็มกลัดทับทิมอันนั้นก็ได้ส่องแสงสว่างไปทั่วห้อง
และดูดโลกิเข้าไปผนึกอยู่ในเข็มกลัดอันนั้น เมื่อเจ้าของคำสาป
ไม่อยู่แล้ว อำพันที่ผนึกพวก ชิปมังก์ตัวน้อยไว้ก็ค่อยๆละลาย
เหล่าชิปมังก์ได้ออกมาเยือนโลกภายนอกที่ไม่ได้สัมผัสมานานก็

รู้สึกดีใจร้องเล่นเต้นระบำอยู่ในตัวปราสาท และแต่งตั้งให้
ลาซานญ่าเป็นผู้กล้าแห่งอาณาจักร อาณาจักรออราดอน

ก็ปกคลุมไปด้วยเสียงเพลงแห่งความสุขสืบต่อไป

9

อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง.

นางสาวศุภิสรา โรจชะยะ เลขที่14
นางสาวธนัญญา ธัญญอนันต์ผล เลขที่ 15
นางสาวธมลวรรณ สุขแก้ว เลขที่ 16
นางสาวปัญชลิตา ขวัญแก้ว เลขที่ 17
นางสาวเบญญาภา ไหมสุข เลขที่20


Click to View FlipBook Version