คู่มือ
การเลือกซื้อโปรเจคเตอร์
ให้เหมาะกับการใช้งาน
สารบัญ
PROJECTOR คืออะไร 1
ประเภทของโปรเจคเตอร์ 2
4K และ 3D มีความสำคัญ
หรือไม่ 3
ทำไมขนาดฉาก และระยะห่าง
ถึงสำคัญ 4
ขนาดของฉาก 5
ค่าความสว่างของแสง
(BRIGHTNESS) 7-8
ค่าความละเอียด
(RESOLUTION) 9
CONTRAST RATIO สำคัญ
หรือไม่ 10
KEYSTONE CORRECTIONS
คืออะไร 11
เลือกใช้โปรเจคเตอร์ DLP
หรือ 3LCD ดี 12
ระบบเชื่อมต่อแบบไหนดี 13
สรุปขั้นตอนทั้งหมด 14
โปรเจคเตอร์ คืออะไร?
โปรเจคเตอร์หรือเครื่องฉาย คือ
อุปกรณ์ที่ใช้ในการฉายภาพ โดยใช้หลัก
การฉายแสงออกมาจากเลนส์ ในคู่มือนี้
เราจะพู ดถึง DIGITAL PROJECTOR ซึ่ง
คือเครื่องฉายที่รับข้อมูลจาก VIDEO
INPUTS ทำหน้าที่เหมือนกับ TV หรือจอ
คอมพิวเตอร์ แต่มีความยืดหยุ่นในการใช้
งานมากกว่า มีข้อได้เปรียบกว่าอุปกรณ์
อื่ น ๆ ดั ง นี้
ข น า ด ภ า พ ฉ า ย ที่ ใ ห ญ่ แ ล ะ ป รั บ ไ ด้
จำนวน PORT ที่รองรับมากกว่า
การติดตั้งที่ยืดหยุ่น ประหยัดเนื้อที่
ด้ ว ย เ ห ตุ นี้ ทำ ใ ห้ โ ป ร เ จ ค เ ต อ ร์ เ ป็ น ห นึ่ ง ใ น
ทางเลือกที่คนนิยมที่สุ ด ในการใช้งาน
ตามสถานที่จำเพาะ อาทิเช่น ห้องประชุม
โถงประชุม ห้องดูหนัง ฯลฯ แต่เมื่อเรา
เลือกจะใช้งานมันแล้ว เราก็ต้องเรียนรู้
วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ ที่ถูกต้องตามจุด
ป ร ะ ส ง ค์ ที่ จ ะ ใ ช้ ง า น ด้ ว ย
1
ประเภทของโปรเจคเตอร์
วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ ต้องคำนึงถึงชนิดของมันด้วย ซึ่งเราสามารถแบ่ง
ประเภทการใช้งานของดิจิตอลโปรเจคเตอร์ออกมาได้ง่ายๆ เป็น 4 กลุ่ม
ประกอบด้วย
POCKET (ใช้งานแบบพกพา)
HOME THEATER
MULTIMEDIA
LARGE VENUE (ติดตั้งถาวร)
ซึ่งการแบ่งกลุ่มก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ สถานที่ และความเหมาะสมในการ
ใช้งาน อาทิเช่น ใช้งานในห้องนั่งเล่น คือ HOME THEATER ใช้งานในโถง
ห้องประชุมขนาด 500 ที่นั่ง คือ LARGE VENUE เป็นต้น ก่อนที่จะดูวิธีการ
เลือกซื้อ เราก็ต้องทำความรู้จักโปรเจคเตอร์แต่ละชนิดกันก่อน
POCKET PROJECTOR (PICO)
พ็อกเก็ตโปรเจคเตอร์ คือเครื่องฉายขนาดพกพา ส่ วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก
บางรุ่นถึงกับเล็กกว่าสมาร์ทโฟนเลยทีเดียว ส่ วนใหญ่จะถูกใช้งานในลักษณะ
อุปกรณ์เสริม เสมือนเป็นจอคอมพิวเตอร์ หรือจอโทรทัศน์ขนาดเล็กเท่ามือถือที่
ง่ายต่อการพกพาไปได้ทุกที่
PICO โดยมากจะใช้ระบบไฟ LED ทำให้มีการกินพลังงานที่ต่ำ ประหยัด และไม่
เกิดความร้อนสู ง ส่ วนใหญ่จะมีความสว่างที่ไม่สู งมาก ประมาณ 25 ถึง 1,500
LUMENS เท่านั้น และไม่สามารถซูมเข้าออกหรือปรับขนาดหน้าจอที่ฉายได้
MULTIMEDIA PROJECTORS
มัลติมีเดียโปรเจคเตอร์ เป็นกลุ่มเครื่องฉายที่มีจุดประสงค์การใช้งานที่หลากหลาย
ตั้งแต่ไว้ดูหนังในห้องนอน การพรีเซ้นต์ POWERPOINT ในที่ทำงาน ไปจนถึงฉาย
SLIDESHOW ในงานแต่งงานเลยทีเดียว ส่ วนใหญ่ตัวเครื่องจะมีน้ำหนักตั้งแต่ 1
กิโลกรัม ขึ้นไป มีช่วงความสว่างอยู่ที่ประมาณ 2,500 ถึง 4,500 LUMENS และมี
เลนส์ ที่สามารถซูมได้ อย่างไรก็ตาม ระยะซูมของประเภทนี้จะอยู่ที่เพียง 1.2 ถึง 1.5
เท่า ซึ่งถือว่าน้อยถ้าเทียบกับแบบ HOME THEATER (2 เท่า) วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์
ที่ถูกต้อง จึงต้องคำนึงถึงปั จจัยส่ วนนี้เช่นกัน เพราะต้องคอยเช็คว่าขนาดหน้าจอฉาย
สามารถรองรับขนาดแสงที่ฉายออกมาได้อย่างพอดี โดยพอร์ทที่มีมาให้กับตัวเครื่อง
จะเป็น HDMI, DVI, DISPLAYPORT และ SDI และบางรุ่นยังมีการรองรับการใช้งาน
ผ่านเครือข่ายไร้สายหรือ WIRELESS รวมถึงความสามารถฉายสไลด์โดยไม่ต้องเชื่อม
ต่อกับคอมพิวเตอร์อีกด้วย ในส่ วนของความละเอียด MULTIMEDIA PROJECTOR
ส่ วนใหญ่จะมีคุณภาพ RESOLUTION ที่ดีกว่า SD หรือ HD ขึ้นไป ประกอบด้วย
SVGA (800 X 600), XGA (1024 X 768), WXGA (1280 X 800) และ WUXGA
(1920 X 1200) ซึ่งระดับ WXGA จะเป็นที่นิยมสุ ด เพราะเหมาะสมพอดีต่อการใช้
PRESENT POWERPOINT และฉายวิดีโอระดับความละเอียด HD
2
ประเภทของโปรเจคเตอร์ 3
SHORT THROW PROJECTORS
เป็นหนึ่งในประเภทย่อยของ MULTIMEDIA PROJECTORS ซึ่งมีความพิเศษคือมี RATIO
ที่น้อยกว่า 1:1 (ส่ วนใหญ่อยู่ที่ 0.5:1 และ 0.3:1) มักจะไม่มีเลนส์ ซูม และนิยมติดตั้งในรูป
แบบ MOUNTING กับผนังแนวตั้ง ในจุดที่มีระยะใกล้กับฉากที่ใช้ฉาย (1.5 – 2 ฟุ ต
เท่านั้น) ส่ วนใหญ่โปรเจคเตอร์ประเภทนี้จะใช้งานกันในห้องเรียนสำหรับสอน คู่กับ
WHITEBOARD
ผู้ ใ ช้ บ า ง ค น มี ก า ร ว า ง ตั ว เ ค รื่ อ ง ห่ า ง จ า ก ฉ า ก ม า ก เ กิ น
ไป เพราะต้องการให้เกิดภาพขนาดใหญ่ขึ้น แต่มัก
จะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีนัก เพราะภาพที่เกิดขึ้นจะแตก
เ นื่ อ ง จ า ก ไ ม่ ไ ด้ อ ยู่ ใ น ร ะ ย ะ ที่ แ น ะ นำ เ ห ม า ะ ส ม
ถือว่าเป็นวิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ ที่ผิดประเภท
โปรเจคเตอร์กลุ่มนี้ ส่ วนใหญ่ใช้คู่กับฉากขนาดไม่
ใหญ่เกิน (กว้างไม่เกิน 8 ฟุ ต) และมีความสว่าง
พื้นฐานประมาณ 3,000 LUMENS
HOME THEATER PROJECTORS
เครื่องฉายประสิ ทธิภาพสู ง มักจะสามารถทำหน้าที่เป็น MULTIMEDIA PROJECTOR ได้ในตัว เนื่อง
ด้วยความสามารถที่ทรงพลัง ส่ วนใหญ่ฉายด้วยแสงสว่างที่ต่ำ ประมาณ 1,800 LUMENS โดยเฉลี่ย
และมีเลนส์ ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการซูมได้ในระดับสู ง
ส่ วนใหญ่โปรเจคเตอร์ประเภทนี้จะใช้ระบบ LVC (LOW-
VOLTAGE CONTROL) เมื่อเปิดหรือปิดการใช้งานที่ตัวเครื่อง
จ ะ ส า ม า ร ถ ลิ้ ง ค์ ไ ป ยั ง ตั ว ฉ า ก ฉ า ย ใ ห้ เ ปิ ด ห รื อ ปิ ด ต า ม ไ ด้ เ ช่ น กั น
นอกจากนี้ ตัวเครื่องมักจะมีระบบระบายความร้อนที่ดี ทำให้ไม่
เกิดเสี ยงดังเวลาทำงาน และด้วยความละเอียดระดับ FHD
ทำให้สามารถเรียกได้ว่า HOME THEATER PROJECTORS นี้
เป็นหนึ่งในประเภทที่ดีที่สุ ดเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม วิธีเลือก
ซื้อโปรเจคเตอร์ประเภทนี้ ก็เป็นสิ่ งที่ต้องระวัง เพราะบาง
แบรนด์มีการพยายามปรับ ดัดแปลง MULTIMEDIA
PROJECTOR แล้วนำมาจำหน่ายโดยอ้างว่าเป็นระดับ HOME
THEATER ทั้งๆ ที่มาตรฐานความละเอียด ไม่ได้มีประสิ ทธิภาพ
ดีเท่าที่ควร สรุปแล้ว หากใครก็ตาม ที่ต้องการภาพที่ออกมาดูดี
แสงสี ที่สมจริง และฉายเข้ากับฉากขนาด 100 นิ้ว หรือใหญ่กว่า
HOME THEATER โปรเจคเตอร์ จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
ที่สุ ด
FIXED-INSTALLATION AND LARGE-VENUE PROJECTORS
โปรเจคเตอร์ชนิดสุ ดท้ายนี้ คือแบบติดตั้งถาวร และใช้กับสถานที่ขนาดใหญ่ หรือแม้กระทั่ง
กลางแจ้ง ส่ วนใหญ่มีความสว่างเริ่มต้นที่ 4,500 LUMENS ไปจนถึง 20,000 หรือมากไปกว่า
นั้นอีกเลยทีเดียว การติดตั้งค่อนข้างซับซ้อน และต้องใช้เวลา ซึ่งส่ วนใหญ่จะมีการวัดพื้นที่หน้า
งาน เพื่อสั่ งทำขนาดเลนส์ ซูมในระยะที่เหมาะสมกับสถานที่นั้นโดยเฉพาะ
ส่ วนใหญ่ใช้งานในโถงห้องเรียนขนาดใหญ่, โรงหนัง,
สนามกีฬา หรือสถานที่อื่นๆ ที่มีฉากขนาดใหญ่ ในบาง
กรณีที่ฉากมีขนาดใหญ่มากๆ อาจมีการใช้โปรเจคเตอร์
หลายๆ ตัว ช่วยกันฉายเพื่อให้ได้ระดับความสว่างที่
ต้องการ ด้วยขนาด น้ำหนัก และคุณภาพเลนส์ ที่ต้องผลิต
โดยเฉพาะ ทำให้ในกรณีส่ วนใหญ่ PROJECTOR ชนิดนี้
จำเป็นต้องมีการติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญครับ เพราะฉะนั้น
วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ ในหมวดนี้ จึงจำเป็นต้องปรึกษา
ผู้มีความรู้ด้วย
4K และ 3D มีความสำคัญหรือไม่?
หลายๆ คนอาจจะคิดว่า ความละเอียดระดับ 4K และคุณสมบัติ
ในการรองรับระบบสามมิติ เป็นหนึ่งในปั จจัยสำคัญ ที่มีผลต่อ
วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ เรามาแยกดูกันว่ามันสำคัญหรือไม่?
ความละเอียดระดับ 4K (H3)
ในความเป็นจริงแล้ว ความคมชัดระดับ 4K นั้น ไม่เป็น
ที่นิยมในโปรเจคเตอร์เท่าไหร่ ส่ วนใหญ่จะนำไปใช้กับ
หน้าจอโทรทัศน์ หรือจอคอมพิวเตอร์มากกว่า ส่ วน
ใหญ่แล้ว โปรเจคเตอร์ซึ่งใช้เทคโนโลยี LCD และ DLP
มั ก จ ะ ถู ก อ อ ก แ บ บ ม า เ พื่ อ ก า ร ใ ช้ ง า น ร ะ ดั บ อ ง ค์ ก ร
มากกว่าเพื่อสั นทนาการ จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ความ
ละเอียดสู งมากๆ เท่าไหร่
อย่างไรก็ตาม ก็มี PROJECTORS รุ่นสู งๆ หลายตัวที่
สร้างมารองรับความละเอียดระดับนี้ แต่ก็มาพร้อมกับ
ราคาที่ค่อนข้างสู ง
ระบบรองรับภาพสามมิติ (3D)
ปั จจุบันนั้น ระบบ 3 มิติ ไม่ได้เป็นที่นิยมต่อไปแล้ว
โปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ๆ จึงไม่ค่อยออกแบบมาเพื่อรองรับ
เท่าไหร่ แต่หากสำหรับใครที่ยังต้องการใช้ฟีเจอร์นี้
อาจจะต้องมองหาโปรเจคเตอร์ระดับ HOME
THEATER ซึ่งก็ต้องใช้งานคู่กับไฟล์วิดีโอที่เป็น 3D
ด้วย
วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ 3D คือหารุ่นที่มีช่อง PORT
HDMI 3D รองรับ และสิ่ งที่ต้องทราบก่อนคือเวลาอยู่ใน
โหมดสามมิติ ความสว่างจะถูกลดลงเหลือประมาณครึ่ง
หนึ่ง หากไม่สามารถหาโปรเจคเตอร์สามมิติในตลาด
อี ก วิ ธี ที่ ส า ม า ร ถ ทำ ไ ด้ คื อ ใ ช้ โ ป ร เ จ ค เ ต อ ร์ ส อ ง ตั ว ฉ า ย ร่ ว ม
กันแบบ POLARIZING FILTER ก็ช่วยให้ฉายภาพหรือ
VIDEO แบบสามมิติได้เช่นกัน
4
ทำไมขนาดฉาก และระยะห่างถึงสำคัญ?
โปรเจคเตอร์นั้น มี SPECIFICATION ที่สำคัญค่าหนึ่ง ที่
เรียกว่า “THROW RATIO” คือค่าที่เกิดขึ้นจากการ
คำนวณสองสิ่ งเข้าด้วยกันประกอบด้วย
ระยะห่างระหว่างโปรเจคเตอร์และฉากฉาย
ความกว้างของฉาก
THROW RATIO ก็คืออัตราส่ วนของระยะห่าง ต่อ ความ
ก ว้ า ง ฉ า ก นั่ น เ อ ง ดั ง รู ป
ตัวอย่าง
หน้าจอกว้าง 3 เมตร
ระยะระหว่างโปรเจคเตอร์ถึงฉาก 5 เมตร
แปลว่าต้องการ THROW RATIO 1.5 : 1
ขั้นแรกสุ ดในการเลือกใช้โปรเจคเตอร์ คือการศึกษาความกว้างของฉาก
และระยะห่างตัวเครื่องกับฉาก เมื่อทราบค่าและคำนวณ THROW RATIO
เรียบร้อยแล้ว เราจะสามารถตีกรอบเหลือโปรเจคเตอร์ที่ต้องการได้ใน
ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากพื้นที่ในห้องฉายของคุณมีความยืดหยุ่น กล่าว
คือสามารถติดตั้งโปรเจคเตอร์ ณ ตำแหน่งไหนก็ได้ ไม่ว่าจะใกล้จะไกลกับ
ฉากเท่าไหร่ THROW RATIO ก็อาจจะไม่ใช่ปั จจัยสำคัญของกรณีนี้
แสง เป็นหนึ่งในปั จจัยสำคัญ ของวิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ ยิ่งตัวเครื่อง
วางห่างจากฉากมากเท่าไหร่ ความเข้มของแสงที่ฉายออกมาก็จะถูกลดทอน
ลง เพราะฉะนั้น หากมีพื้นที่ห้องยืดหยุ่น ให้พยายามเลือกวางโปรเจคเตอร์
ให้ใกล้กับฉากให้มากที่สุ ด ในกรณีที่ต้องทำการเลือกซื้อ PROJECTOR
สำหรับห้องที่มี MOUNTING แขวนตำแหน่งไว้อยู่แล้ว ต้องอย่าลืมที่จะ
คำนวณหา THROW RATIO ก่อนเลือกซื้อทุกครั้ง
สุ ดท้ายนี้ อีกสิ่ งที่ต้องพึงระวังเสมอ คือ THROW RATIO นั้นเป็นค่าที่
แปรผกผันกับ ASPECT RATIO หมายความว่าหากคุณตั้งค่า ASPECT
RATIO ของ PROJECTOR ที่ใช้ให้แคบกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดของตัวมัน
5เอง ค่า THROW RATIO ที่เหมาะสมจะเพิ่มขึ้นจากมาตรฐานของมันเช่นกัน
ขโปนราเดจขคอเตงอฉรา์ก!ก็มีผลต่อวิธีเลือกซื้อ
ฉากสำหรับฉาย เป็นหนึ่งในปั จจัยที่สำคัญมากๆ ที่ใช้ใน
วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ โดยเบื้องต้น สำหรับคนที่ไม่มี
ความรู้ในการเลือกใช้เลย สามารถคิดคร่าวๆ แบบง่ายๆ
ได้โดยการนำระยะห่างระหว่างตำแหน่งคนดูที่ไกลที่สุ ด
คูณกับ 1/5 เพื่อให้ได้ขนาดความสู งของฉากขั้นต่ำ ยก
ตัวอย่างเช่น ถ้าตำแหน่งที่นั่งคนดูไกลสุ ด อยู่ที่ 15 เมตร
แปลว่าต้องมีฉากฉายที่มีความสู ง 15 X 1/5 = 3 เมตร
เ ป็ น ต้ น
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีโปรเจคเตอร์รุ่นที่ใช้งานอยู่แล้ว
การเลือกขนาดฉากก็ต้องคำนึงถึง THROW RATIO ของ
PROJECTOR รุ่นนั้นๆ ด้วย ต้องเลือกขนาดที่แน่ใจได้ว่า
สามารถรองรับภาพทั้งหมดที่ฉายออกมา ซึ่งอีกทางเลือก
หนึ่งในการเพิ่มความมั่นใจ คือเลือกใช้งานโปรเจคเตอร์ที่มี
RANGE ในการซูมเข้าออกที่สู ง (แต่ก็จะมาพร้อมกับราคาที่
สู งเช่นกัน)
6
ค่าความสว่างของแสง (Brightness)
ต้นกำเนิดแสง
เทคโนโลยีในการให้กำเนิดแสงของโปรเจคเตอร์ทั่วไป มีอยู่ 2
แบบ คือ LED และ METAL HALIDE โดยแบบ LED ยังไม่เป็นที่
นิยมเท่าไหร่นัก เพราะส่ วนใหญ่จะใช้ METAL HALIDE มากกว่า
เนื่องจากอายุการใช้งานที่ยาวนาน (2,000 – 5,000 ชั่วโมง)
ควรเลือกความสว่างเท่าไหร่ดี
นอกจาก THROW RATIO แล้ว วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ ที่ถูกต้อง ก็ต้อง
คำนึงถึงค่าความสว่าง (BRIGHTNESS) ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ ตาม
รูปภาพด้านล่างนี้ จะเห็นว่าภาพที่ฉายขึ้นจะมองไม่ค่อยชัด ไม่โดดเด่นออก
มา สาเหตุหลักๆ คือความสว่างของแสงในห้องนั้นค่อนข้างสู ง เมื่อเทียบกับ
ความสว่างของแสงจากโปรเจคเตอร์นั่นเอง ให้จำไว้เสมอว่า หากแสงจาก
โปรเจคเตอร์มีความสว่างมากเกินความจำเป็น เราสามารถตั้งค่าให้มืดลงได้
แต่หากรุ่นไหนที่แสงสว่างไม่เพียงพอเมื่อใช้งานในสถานที่จริง นั่นแปลว่า
เกิดปั ญหาใหญ่ขึ้นแล้ว
ในอุดมคติแล้ว โปรเจคเตอร์
ค ว ร ถู ก ใ ช้ ง า น ใ น ห้ อ ง ที่ มื ด ส นิ ท
เพราะยิ่งมีแสงจากภายนอก
เข้ามามากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้
ภาพที่ฉายมีค่า CONTRAST
ที่ลดลง ส่ งผลให้เกิดภาพมอง
เห็นได้ไม่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ในความเป็น
จริง ถึงแม้ว่าการเลือกใช้
PROJECTOR ที่มีค่าความ
สว่างที่สู งขึ้น ก็ไม่ได้ช่วยแก้
ปั ญหาได้มากเท่าที่ควร แปลว่า
ถ้าคุณใช้งานโปรเจคเตอร์ใน
ห้องที่มีความสว่างมาก คุณจะ
ไ ม่ มี ท า ง ไ ด้ ภ า พ ฉ า ย ที่ ส ม บู ร ณ์
แบบอย่างแน่นอน แต่อย่าง
น้อยๆ ก็ยังสามารถเลือกรุ่นที่
ฉ า ย แ ล้ ว เ ห็ น ภ า พ ที่ พ อ ม อ ง เ ห็ น
ได้ชัดเจนได้บ้าง
ค่าความสว่าง (BRIGHTNESS) มีหน่วยวัดเป็น ANSI LUMENS การคำนวนหา
ค่า LUMENS ที่ต้องการ จำเป็นต้องรู้ค่า THROW DISTANCE, ความกว้าง
ของภาพฉาย, ความสว่างของห้อง และเนื้อหาที่ฉาย วิธีที่ง่ายที่สุ ดคือการใช้
โปรแกรม PROJECTION CALCULATOR ซึ่งจะคำนวณหาค่าความสว่างที่
เหมาะสมให้จากข้อมูลต่างๆ ที่เราป้อนเข้าไป ซึ่งผู้ผลิตโปรเจคเตอร์ส่ วนใหญ่
จะมีฟีเจอร์สำหรับใช้คำนวณให้ตามหน้าเว็บไซต์ของแต่ละแบรนด์ หากไม่มี
ท่านสามารถเข้าไปคำนวณได้ที่ PROJECTOR CENTRAL
และนี่คือค่าความสว่างของโปรเจคเตอร์ที่แนะนำให้ใช้ในสถานที่ต่างๆ แบบคร่าวๆ
เพื่อใช้ประกอบ วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ เบื้องต้น
ห้องนั่งที่สามารถปิดไฟได้มืดสนิท : 1,500 – 2,000 LUMENS 7
ห้องเรียน ที่สามารถลดไฟห้องได้ แต่ไม่มืดสนิท : 3,000 LUMENS
โถงห้องประชุม, โบสถ์ หรือ สถานที่ที่สว่าง : 4,500 LUMENS
โรงหนังหรือสนามกีฬา : 20,000 LUMENS ขึ่นไป
ค่าความสว่างของแสง (Brightness)
ภ า พ ที่ เ กิ ด ขึ้ น ห า ก ค ว า ม ส ว่ า ง ข อ ง โ ป ร เ จ ค เ ต อ ร์ ไ ม่ เ พี ย ง พ อ
ในโปรแกรมคำนวณหลายๆที่ จะใช้หน่วยวัดความสว่างเป็น FOOT-CANDLES
(เรียกย่อๆ ว่า FC) โดย 1 FC = 10.76 LUMENS / ตร.ม. ในกรณีที่ไม่มีอุปกรณ์วัด
ความสว่าง เราจะสามารถประมาณค่า FC ของห้องคร่าวๆ ได้ตามความรู้สึ ก โดยถ้า
รู้สึ กว่าสว่างแบบเห็นชัดดี = 50 FC, สว่างแบบพอประมาณ = 20 FC และ มีความ
มืดสลัว = 5 FC อย่างไรก็ตาม เพื่อความถูกต้องแม่นยำ แนะนำให้ใช้อุปกรณ์วัดค่า
ความสว่างดีกว่า
ลักษณะภาพที่ฉายเป็นหลักก็สำคัญเช่นกัน เช่น การฉายตัวหนังสื อหรือเนื้อหาข้อมูล
มักต้องการความสว่างที่สู งเพื่อให้อ่านง่าย ในทางตรงกันข้าม การฉายภาพถ่ายใน
GALLERY ที่สลัวๆ จะมี วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ ที่แตกต่างกันไปอีกแบบ คือให้
เลือกรุ่นที่มีค่าความสว่างที่ไม่ต้องสู งเท่าไหร่นักก็ได้
หากคุณไม่รู้ หรือเลือกไม่ถูกจริงๆ ให้ใช้วิธีซื้อโปรเจคเตอร์ที่มีค่าความสว่างสู งที่สุ ด
ที่สามารถหาได้ เพราะหากมันสว่างไป เรายังสามารถปรับการตั้งค่าให้แสงที่ฉาย
ออกมามืดลงได้เสมอ สุ ดท้ายนี้ให้จำไว้เสมอว่าการใช้ PROJECTOR ที่ดี ควรใช้ใน
สถานที่ที่มีแสงภายนอกรบกวนน้อยที่สุ ด หากห้องของคุณมีแสงสว่างรบกวนสู ง
บางทีอาจพิจารณาเลือกใช้เป็น TV หรือ จอภาพขนาดใหญ่ ดีกว่า
COLOR BRIGHTNESS
ค่าความสว่างใน SPECIFICATION ของโปรเจคเตอร์ ส่ วนใหญ่จะหมายถึง WHITE
BRIGHTNESS คือ ความสว่าง ที่ใช้งานในภาพฉายขาวดำ เพื่อความแม่นยำที่มากขึ้น
PROJECTOR บางรุ่นจึงมีการระบุค่า COLOR BRIGHTNESS สำหรับการฉายภาพสี
เ พิ่ ม ขึ้ น ม า ใ น ส เ ป ค หากใครตองกา รวเิธลีืคเอลกือใกช้ซื้PอRโปOรJเEจCคTเOต R ได้อย่ า ง เ ต็ ม ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ
สู งสุ ด ก็ควรนำปั จ จั ย นี้ เ ข้ า ม า ใ ช้ ใ น อร์ด้วย
8
(ค่Rาคeวsาoมlลuะtเiอoียnด)เท่าไหร่จึงเหมาะสม
ค่าความละเอียดก็สำคัญต่อวิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์เช่นกัน แต่ไม่
ได้เป็นปั จจัยที่จำเป็นมากขนาดนั้น ปั จจุบันนี้ โปรเจคเตอร์ส่ วน
ใหญ่มักจะมีความละเอียดที่ XGA (1024 X 768) ขึ้นไป คู่กับ
ASPECT RATIO 4:3 เพราะเป็น REQUIREMENT ขั้นต่ำที่ทำให้
สามารถ PRESENT งาน POWERPOINT ได้อย่างมีประสิ ทธิภาพ
จะมีบางโมเดลที่มีความละเอียดอยู่ที่ SVGA (800 X 600) เท่านั้น ซึ่ง
มักจะเป็นพวก POCKET PROJECTOR ขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม ด้วย
การเข้ามาเป็นที่นิยมของ HD VIDEO ความละเอียด WXGA (1280 X
800) จึงเป็นที่นิยมมากขึ้นในปั จจุบัน
แนะนำว่าไม่ควรเลือกรุ่นที่ความละเอียดน้อยกว่า XGA เพราะจะทำให้
ภาพที่ฉายไม่ชัด นอกจากนี้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ส่ วนใหญ่มักมี
ความต้องการ RESOLUTION ขั้นต่ำที่ XGA เพื่อดำเนินการ ซึ่งเมื่อ
โปรเจคเตอร์ไม่สามารถรองรับได้ จะทำให้ภาพที่ได้มัว แตกเป็น
PIXEL
ในกลุ่ม HOME THEATER ค่าความละเอียดที่เหมาะสมที่สุ ดควรเริ่ม
ต้นที่ XGA เช่นกัน อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าให้เลือกตัวที่มีค่าตั้งแต่
WXGA ขึ้นไปเลย จะดีกว่า เพื่อรองรับภาพฉายระดับ HD ในกรณี
พิเศษอื่นๆ อาทิเช่น วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ สำหรับฉายรูปภาพในงาน
แสดงต่างๆ อาจจะเลือกใช้รุ่นค่าความละเอียดสู งขึ้นไปอีก ถึง UXGA
(1600 X 1200) และ WUXGA (1920 X 1200) เลยก็ได้
9
Contrast Ratio สำคัญหรือไม่ ?
จริงๆ แล้ว ค่า CONTRAST RATIO เป็นปั จจัยที่สำคัญ
น้อยที่สุ ดที่มีผลต่อวิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ เลยก็ว่าได้
หลายๆ คนอาจจะเคยเห็นโปรเจคเตอร์รุ่นแพงๆ ที่มีการ
โฆษณาว่าเป็นระดับ DYNAMIC CONTRAST เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามสำหรับ PROJECTOR นั้น วัสดุที่ฉาย, แสง
สว่างโดยรอบ และมุมของผู้ชม จะมีผลเป็นกระทบต่อ
คุณภาพภาพฉายมากกว่า CONTRAST ซึ่งหากปั จจัยอื่นๆ
ไม่สนับสนุนการทำงานของโปรเจคเตอร์ ไม่ว่าคุณจะใช้
เครื่องทีมี CONTRAST RATIO ที่ 500:1 หรือ 100,000:1
ก็จะไม่มีเห็นความแตกต่างอยู่ดี
เทคโนโลยี HDR และ DOLBY VISION
ในกลุ่ม PROJECTOR ระดับ DYNAMIC CONTRAST จะใช้
เทคโนโลยีที่เรียกว่า HDR (HIGH DYNAMIC RANGE) ซึ่งเป็น
ระบบที่รองรับกลุ่ม RANGE สี ที่แตกต่างกันมากมาย ทำให้ภาพที่
เกิดขึ้นมีความโดดเด่น ซึ่งปั จจุบันมี STANDARD ที่เป็นที่นิยมอยู่
2 แบบ คือ HDR10 และ DOLBY VISION เทียบประสิ ทธิภาพกัน
ได้ดังนี้
จะเห็นว่า DOLBY มีประสิ ทธิภาพสู งกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
10
Keystone Corrections คืออะไร?
KEYSTONE CORRECTIONS คือการปรับภาพที่ฉายออกมา
ให้ถูกสั ดส่ วน ไม่เป็นสี่ เหลี่ยมคางหมู ซึ่งโปรเจคเตอร์ส่ วน
ใหญ่จะมีระบบนี้อยู่แล้ว แต่มีค่ามากน้อยต่างกัน เพื่อ
ป้องกันไม่ให้เกิด KEYSTONE EFFECT คือภาพที่ฉายออก
มา มีด้านใดด้านหนึ่ง กว้างกว่าอีกด้านหนึ่ง โดยเกิดจากการ
ที่เลนส์ ของตัวโปรเจคเตอร์อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมกับ
ฉ า ก ที่ ฉ า ย
ในกรณีที่ตำแหน่งโปรเจคเตอร์อยู่ไม่ตรงกลาง หรือเบี่ยงจากฉาก
ไปเยอะ ไม่สมมาตร ค่า KEYSTONE CORRECTION ที่มาพร้อม
กับตัวเครื่องบางรุ่นอาจจะไม่เพียงพอ อาจจะต้องพึ่ งรุ่นที่มีระบบ
LENS SHIFT (ระบบเลนส์ ที่ขยับได้) เลยทีเดียว ด้านล่างเป็น
ตัวอย่างภาพฉายปกติ (ซ้าย) และภาพที่เกิด KEYSTONE
EFFECT (ขวา) ค่าคีย์สโตนจึงเป็นอีกปั จจัยที่กระทบต่อ วิธีเลือก
ซื้ อ โ ป ร เ จ ค เ ต อ ร์ เ ช่ น กั น
11
เลือกใช้โปรเจคเตอร์ DLP หรือ 3LCD ดี?
ปั จจุบัน โปรเจคเตอร์ส่ วนใหญ่จะใช้เทคโนโลยีการฉายภาพอย่าง
ใดอย่างหนี่งจากสองแบบนี้ ซึ่งก็จะมีทั้งข้อดีข้อเสี ยที่แตกต่างกันออก
ไป การเลือกใช้ก็เป็นปั จจัยหนึ่ง ในวิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ ที่เหมาะ
กับการใช้งาน
3LCD TECHNOLOGY ทำงานยังไง? 3LDLP TECHNOLOGY ทำงานยังไง?
เทคโนโลยี 3LCD จะใช้ปริซึมในการแยก เทคโนโลยี DLP มีวิธีการทำงานคือการ
แสงจากแหล่งกำเนิด ออกเป็น 3 องค์ สะท้อนแสงจากแหล่งกำเนิดด้วย CHIP แบบ
ประกอบคือแสงสี แดง เขียว และน้ำเงิน พิเศษโดย PIXEL ต่อ PIXEL จากนั้นภาพที่
โดยแสงทั้ง 3 จะถูกฉายผ่านแผง LCD ที่ สะท้อนจะถูกฉายผ่านล้อสี ซึ่งกระบวนการ
แสดงรูปภาพที่ต้องการ จากนั้นตัว เหล่านี้จะเกิดขึ้นซ้ำๆ หลายพันครั้ง ในเวลา
โ ป ร เ จ ค เ ต อ ร์ จ ะ ทำ ก า ร ร ว ม แ ส ง เ ข้ า เ ป็ น เพียง 1 วินาที สลับไปมาระหว่างแสงสี แดง
ภาพเดี่ยว และฉายผ่านเลนส์ ออกไป น้ำเงิน เขียว ดำ และขาว
ข้อดีของระบบนี้คือ พลังแสงที่ส่ งออกไป ข้อดีข้องระบบนี้คือ ตัวเครื่องที่ใช้ระบบนี้ จะ
จะสู งกว่าระบบ DLP ในขณะเดียวกัน สามารถมีขนาดที่เล็ก และน้ำหนักเบากว่า
ภาพที่ปรากฎก็จะมีสี ที่สดกว่าด้วย สุ ดท้าย ระบบ 3LCD เหมาะแก่การพกพา ในกรณีที่
เพราะเทคโนโลยี 3LCD ไม่ได้ใช้ระบบ ฉากที่ฉายมีสี ดำหรือมืด โปรเจคเตอร์แบบ
OPTICAL ILLUSION ในการสร้างรูปภาพ DLP จะฉายออกมาได้ภาพที่มีคุณภาพ
ทำให้ไม่เกิด RAINBOW EFFECT ขึ้น มากกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ และอีกหนึ่งความได้
เหมือนเทคโนโลยี DLP เปรียบของระบบ DLP คืออายุการใช้งานที่
ยาวนาน ทนทาน
สรุปแล้ว เทคโนโลยีทั้งสองแบบ ต่างก็มีข้อดีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่
กับการใช้งาน เช่น หากคุณต้องการภาพที่สด สี คมชัด ระบบ 3LCD
จะมีประสิ ทธิภาพที่ดีกว่า หรือหากคุณต้องการใช้งาน 8-10 ชม. ต่อ
วัน ระบบ DLP ก็จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เป็นต้น
12
ระบบเชื่อมต่อแบบไหนดี?
หลายๆ คนน่าจะเคยทราบกันอยู่แล้วว่า HDMI คือ PORT
เชื่อมต่อมาตรฐานที่โปรเจคเตอร์ทั่วไป นิยมใช้กันในปั จจุบัน
สำหรับรุ่นเก่าๆ ที่ใช้ VGA ยังคงมีอยู่บ้าง ซึ่งคุณภาพของผล
งานที่ฉายออกมา จะด้อยกว่าแบบ HDMI ในกลุ่มโปรเจคเตอร์
ที่ฉายในพื้นที่ขนาดใหญ่ SDI พอร์ท เป็นการเชื่อมต่อที่นิยม
มากว่า เพราะตัวสายที่ยาว ทนทาน ติดตั้งได้ง่ายกว่าแบบ
HDMI
สิ่ งหนึ่งที่ต้องพึงระวัง ในวิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ คือไม่
ควรติดตั้งเชื่อมต่อตัวเครื่องกับสาย HDMI ที่มีความยาว
เกิน 7.5 เมตร ถึงแม้ตามท้องตลาด จะมีวางขายสาย
HDMI ที่ขนาดยาวกว่านี้มากมาย แต่ยิ่งสายยาวเท่าไหร่
จะทำให้คุณภาพผลงานที่ฉายถูกลดทอนลงเท่านั้น หาก
ใครที่ต้องการใช้สาย HDMI ที่ยาวกว่า 7.5 เมตร แนะนำ
ให้ใช้หม้อแปลงบาลัน (BALUN) มาประกอบการติดตั้ง
ด้วยเพื่อแปลงสั ญญาณภาพให้เกิดความสมดุลมากขึ้น
MHL USB, ETHERNET และ IOT ระบบไร้สาย
ในกลุ่มตลาดโปรเจคเตอร์ ปั จจุบัน ตัวโปรเจคเตอร์สมัย ระบบไร้สายหรือ WIRELESS
สำหรับบุคคล จะมีบางรุ่นที่มี ใหม่ มักจะมีการออกแบบให้ เ ป็ น ห นึ่ ง ใ น ฟี เ จ อ ร์ ที่ น่ า ส น ใ จ
การรองรับ PORT MHL ซึ่ง ร อ ง รั บ พ อ ร์ ท ที่ ห ล า ก ห ล า ย ม า ก มากๆ ในโปรเจคเตอร์รุ่น
ลักษณะเหมือน HDMI แต่มี ขึ้น โดยเฉพาะ ETHERNET ปั จจุบัน เพราะทำให้สามารถ
ประสิ ทธิภาพการรองรับ ซึ่ ง ช่ ว ย ใ ห้ ส า ม า ร ถ ตั้ ง ค่ า ตั ว รับข้อมูลจากอุปกรณ์อื่น ได้
คุณภาพวิดีโอที่สู งมาก ใน โปรเจคเตอร์ผ่านระบบ โดยที่ไม่ต้องใช้สายเสี ยบให้
ความละเอียดระดับ 8K NETWORK ได้ นอกจากนี้บาง เกะกะ ระโยงระยาง อย่างไร
ความลื่นไหลระดับ 120 รุ่นยังรองรับ USB และ WI-FI ก็ตาม ระบบไร้สายเหมาะกับ
เฟรมต่อวินาที ระบบเสี ยง ทำให้สามารถควบคุมผ่าน การใช้งานแต่การฉาย
แบบ MULTI-CHANNEL อุ ป ก ร ณ์ ชิ้ น อื่ น ไ ด้ อ ย่ า ง ง่ า ย ด า ย POWERPOINT รูปภาพ หรือ
และระบบควบคุมผ่านรีโมท มากขึ้น บางรุ่นถึงกับสามารถ ภาพนิ่ง เท่านั้น ไม่เหมาะกับ
ตัวเดียว เป็นต้น ฉายงานจาก USB FLASH วิ ดี โ อ ที่ มี ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด
DRIVE ที่เสี ยบได้เองเลย นอกจากนี้ ระยะเชื่อมต่อนั้น
โดยที่ไม่ต้องพึ่ งคอมพิวเตอร์ มักจะต้องอยู่ไม่ห่างกันเกิน
10 เมตรขึ้นไป
13
สรุปขั้นตอนทั้งหมด
สุ ดท้ายนี้ ขอสรุปและรวบรวมข้อมูลที่ใช้ช่วยในการตัดสิ น
ใจ ต่อวิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ มาให้ดูเป็นขั้นตอน ดังนี้
1. ต้องเข้าใจก่อน ว่าจุดประสงค์หลักในการเลือกใช้
อุปกรณ์โปรเจคเตอร์ คือต้องการหน้าจอภาพที่มีขนาด
ใหญ่ขึ้น หรือต้องการอุปกรณ์ที่ขนย้ายได้สะดวก
2. รำลึกเสมอโปรเจคเตอร์ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อฉายภาพ
โดยไม่เน้นเรื่องความถูกต้องของสี ทำงานได้ดีใน
สถานที่มืด ถ้าสถานที่ใช้งานมีแสงภายนอกสว่าง
ควบคุมยาก ควรเลือกอุปกรณ์อื่นๆ
3. ตรวจสอบขนาดของฉากที่ใช้ฉาย เมื่อทราบแล้ว ให้
กำหนด THROW RATIO จากค่าต่างๆ ตามที่ได้
อธิบายไว้ในคู่มือ
4. ถ้าเราไม่สามารถทราบถึงขนาดฉากได้ ให้เลือกรุ่นที่มี
ความสามารถในการซูม หรือรุ่นที่ต้องการระยะห่าง
ร ะ ห ว่ า ง ตั ว เ ค รื่ อ ง กั บ ห น้ า ฉ า ก เ พี ย ง เ ล็ ก น้ อ ย
5. นำขนาดฉาก ระยะ THROW และความสว่างของพื้นที่
ใช้งาน มาคำนวนเพื่อหาค่า BRIGHTNESS ขั้นต่ำของ
โ ป ร เ จ ค เ ต อ ร์ ที่ เ ห ม า ะ ส ม
6. หากไม่สามารถคำนวณได้ ให้เลือกรุ่นที่มี
BRIGHTNESS สู งๆ ไว้ก่อน ค่อยปรับให้มืดลงทีหลัง
7. เลือกความละเอียดที่เหมาะสมต่อจุดประสงค์การใช้
งาน
8. คำนึงถึงปั จจัยอื่นๆ อาทิเช่น พอร์ท ระบบไร้สาย
เ ป็ น ต้ น
14
อ้างอิง
HTTPS://ADDIN.CO.TH/BLOG/HOW-TO-BUY-
PROJECTOR/
รายวิชา 468205-64
OPERATION AND MAINTENANCE OF
AUDIO-VISUAL EQUIPMENT
การใช้และการบำรุงรักษาอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีการศึกษา
มาลินี กรัณฑสุทธานนท์
เอกเทคโนโลยีการศึกษา รหัส 630610516