โครงงาน เทียนหอม
โดย
นางสาว ชตุ กิ าญจน์ วชิ ยั โย ชัน้ มัธยมศกึ ษาปี ท่ี5/9 เลขท่3ี
นางสาว กุลณัฐ ศรีทอง ชนั้ มัธยมศกึ ษาปี ท่ี5/9 เลขท่ี 4
นางสาว ธิดารัตน์ บรเพชร ชนั้ มัธยมศกึ ษาปี ท่ี5/9 เลขท่1ี 1
นางสาว พัชรินทร์ ดษิ ฐเจริญ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปี ท่5ี /9 เลขท่ี20
เสนอ
คุณครู วนดิ า บุญพเิ ชฐวงค์
2
บทคดั ย่อ
โครงงานเทียนหอม
คณะผ้จู ดั ทาํ
นางสาว ชตุ กิ าญจน์ วชิ ัยโย ชนั้ มัธยมศึกษาปี ท่ี5/9 เลขท่3ี
นางสาว กุลณัฐ ศรีทอง ชนั้ มัธยมศกึ ษาปี ท่ี5/9 เลขท่ี 4
นางสาว ธิดารัตน์ บรเพชร ชัน้ มัธยมศกึ ษาปี ท่ี5/9 เลขท่ี11
นางสาว พชั รินทร์ ดิษฐเจริญ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปี ท่ี5/9 เลขท่ี20
ครูท่ปี รึกษา คณุ ครู คุณครู วนิดา บุญพเิ ชฐวงค์
สถานศึกษา โรงเรียนสตรีราชินูทิศ
บทคดั ย่อ
โครงงานการศกึ ษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้ (IS) เรื่อง หอมทุกท่ีที่มเี ทียน จดั ทาข้ึนโดยมี
วตั ถุประสงคเ์ พอื่ ศึกษาขอ้ มลู ของกลิ่นสมนุ ไพรต่างๆท่ีจะใส่ลงในเทียนที่มสี รรพคุณในการผอ่ นคลายและ
เพอื่ ประดิษฐเ์ ทียนหอมท่ีช่วยในการผอ่ นคลายท่ีสามารถใชง้ านไดจ้ ริง โดยมีลกั ษณะ เป็นสิ่งประดิษฐท์ ี่
ออกแบบโดยใชว้ สั ดุท่ีมอี ยตู่ ามธรรมชาติ และหาไดง้ ่ายตามทอ้ งตลาด การดาเนินงานไดว้ างแผนรวบรวม
ขอ้ มูล ลงมือปฏบิ ตั ิงาน ทดสอบและประเมนิ ผลของเทียนหอมในดา้ นต่างๆ ซ่ึงมคี วามปลอดภยั และอานวย
ความสะดวกสาหรับงานทางดา้ นแผนกแพทยแ์ ผนไทย และบรรเทาความเหนื่อยลา้ จากการทากิจกรรมต่างๆ
ผลการทดสอบการใชง้ านเครื่องอบเทา้ อตั โนมตั ิดว้ ยไอนา้ พบว่า สามารถช่วยผอ่ นคลายกลา้ มเน้ือบริเวณ
เทา้ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
3
กติ ตกิ รรมประกาศ
โครงงาน เร่ือง “หอมทุกที่ท่ีมีเทียน” ฉบบั น้ีสาเร็จลลุ วงไดเ้ พราะความกรุณาอยา่ งดียง่ิ จาก คุณครู
วิรมน ป้ันงาม คุณครูผสู้ อนวชิ าโครงงานการศึกษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้ (IS) ที่กรุณาใหค้ าแนะนา
และตรวจสอบขอ้ บกพร่องต่าง ๆ ของโครงงานฉบบั น้ีใหถ้ กู ตอ้ งและสมบูรณ์
ขอขอบพระคุณ คุณครูทุกท่านท่ีใหค้ วามร่วมมอื ในการจดั ทาโครงงานในคร้ังน้ี ท่ีใหค้ าแนะนาใน
ตรวจสอบและประเมินคุณภาพของโครงงานเร่ือง “เทียนหอม” และอปุ กรณ์ท่ีใชใ้ นการทาโครงงาน
ทา้ ยน้ีขอขอบพระคุณผอู้ านวยการโรงเรียน ครู อาจารย์ ของโรงเรียนสตรีราชินูทิศและขอขอบคุณทกุ คนใน
ครอบครัวรวมถงึ เพ่ือนๆทุกคนที่คอยใหก้ าลงั ใจและใหค้ วามอนุเคราะห์ในการทาโครงงานไว้ ณ โอกาสน้ี
คณะผ้จู ัดทาํ
บทคดั ยอ่ สารบญั 4
กิตตกิ รรมประกาศ
สารบญั 2
บทท่ี 1 3
บทท่ี 2 4
บทท่ี 3 5
บทท่ี 4 7
บทท่ี 5 14
20
23
5
บทท่ี 1
บทนํา
ทมี่ าและความสําคญั
คนไทยส่วนใหญ่ในสมยั ก่อนยงั ไมม่ ีผลิตภณั ฑก์ าํ จดั ยงุ แบบสาํ เร็จรูปเหมือนในปัจจุบนั จึงทาํ ใหค้ น
ในสมยั ก่อนคิดหาวิธีกาํ จดั ยงุ ในหลาย ๆ รูปแบบแตกต่างกนั ออกไป โดยยดึ หลกั เศรษฐกิจพอเพยี งของใน
หลวงมาใชใ้ นการทาํ ผลติ ภณั ฑก์ าํ จดั ยงุ ในขณะเดียวกนั พชื สมุนไพรของไทยที่มอี ยนู่ ้นั กส็ ามารถไล่ยงุ ได้ จาํ
มีการนาํ สมุนไพรมากาํ จดั ยงุ โดยการนาํ เปลอื กผลไมก้ ลน่ิ ฉุนที่เหลอื จากการรับประทานมาตากแหง้ และ
นาํ ไปกาํ จดั ยงุ ในขณะเดียวกนั ไดม้ กี ารพฒั นานาํ เอาเศษเทยี นที่เหลือจากพิธีกรรมต่างๆ มาประยกุ ตใ์ ชท้ าํ
เป็นเทียนหอมจนั ถงึ ปัจจุบนั
ในขณะเดียวกนั คนไทยส่วนใหญ่ชอบเขา้ วดั ทาํ บญุ ฟังพระ ก็เลยมกี ารใชป้ ระโยชนจ์ ากเทียนมาก ทาํ
ใหม้ เี ศษเทียนที่เหลอื จากพิธีกรรมมากมาย คนไทยมกั ชอบสวดมนตน์ ง่ั สมาธิทุกเชา้ เยน็ กเ็ ลยตอ้ งใชแ้ สง
สวา่ งจากเทียนในการทาํ กิจกรรมและในตอนน้นั มโี รคระบาดเก่ียวกบั ยงุ เช่น โรคไขเ้ ลอื ดออก จึงไดม้ กี าร
คิดคน้ ท่ีจะนาํ เศษเทียนมาผสมกบั สมุนไพรใหเ้ กิดประโยชน์มากข้นึ ท้งั ใหแ้ สงสวา่ ง และกาํ จดั ยงุ ในตวั จึง
ทาํ ใหเ้ กิดแนวคดิ ในการผลิตเทียนหอมสมนุ ไพรไลย่ งุ
จากเหตุผลดงั กลา่ วพวกเรากเ็ ห็นว่าในสมยั น้ีผคู้ นนิยมใชส้ มุนไพรไลย่ งุ แบบสเปรยท์ ี่ทาํ สาํ เร็จรูป
พร้อมใชไ้ ดเ้ ลย แต่เทียนหอมไลย่ งุ ไม่ค่อยมีมาเห็นแลว้ ในปัจจุบนั พวกเราก็เลยอยากจะนาํ เอาเทียนหอม
สมนุ ไพรไล่ยงุ มาใชใ้ หเ้ ป็นท่ีรู้จกั มากข้ึน เพราะเทียนหอมมปี ระโยชนม์ ากมายและไมม่ ีโทษต่อร่างกายอกี
ดว้ ย
วตั ถุประสงค์
1. เพอื่ เป็นการศึกษาสรรพคณุ ของสมุนไพรที่ใชไ้ ลย่ งุ ได้
2. เพ่ือศกึ ษาวธิ ีทาํ เทียนหอมสมุนไพรไลย่ งุ
3. เพอื่ เป็นการนาํ สมุนไพรมาผลิตใชเ้ ป็นเทียนหอมสมนุ ไพรไลย่ งุ
4. เพื่อศึกษาความคิดของผใู้ ชต้ ่อเทียนหอมสมนุ ไพรไลย่ งุ
5. เพื่อฝึกการทาํ งานร่วมกนั เป็นกลุ่ม
6
ขอบเขตการศึกษา
ตวั แปรตน้ เทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ
ตวั แปรตาม การส่งกลน่ิ ในการไล่ยงุ
กลมุ่ ตวั อยา่ ง ยงุ
สมมตฐิ าน
ถา้ ชนิดของเทียนหอมมีผลต่อการไลย่ งุ ดงั น้นั ชนิดของเทยี นน่าจะมผี ลต่อการส่งผลไลย่ งุ ของผใู้ ช้
ผลติ ภณั ฑ์
ประโยชน์ทไ่ี ด้รับจากการศึกษา
1. ทราบความเป็นมาของเทียนหอม
2. ใชป้ ระโยชน์ของสมนุ ไพรและเศษเทียน
3. สามารถผลิตเทียนหอมสมนุ ไพร
4. ลดการเป็นโรคไขเ้ ลอื ดออก
5. สามารถสร้างรายไดใ้ หก้ บั ตนเอง
6. สามารถนาํ ไปต่อยอดเทียนหอมสมุนไพรไลย่ งุ ได้
7
บทที่ 2
เอกสารทเี่ กยี่ วข้อง
การศกึ ษาเทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ เพื่อใชใ้ นการไลย่ งุ ของผใู้ ชใ้ นการไลย่ งุ ของผใู้ ช้ ในคร้ังน้ี ผศู้ กึ ษา
ไดค้ น้ ควา้ จากเอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง ในหวั ขอ้ ดงั ต่อไปน้ี
1. ประวตั ขิ องเทียนหอม
2. สรรพคุณของสมุนไพร
3. เทียนหอมในรูปแบบต่างๆ
4. วธิ ีการทาํ เทียนหอมโดยทว่ั ไป
5. ประโยชนข์ องเทียนหอมสมนุ ไพรไลย่ งุ
ประวตั ขิ องเทียนหอม
ในสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ มนุษยย์ งั ไม่มกี ารรู้จกั ใชไ้ ฟ รู้จกั เพยี งแต่ความมดื ในเวลากลางคืน
และความสวา่ งในเวลากลางวนั ต่อมาเร่ิมรู้จกั การใชไ้ มม้ าเสียดสีกนั ใหไ้ ดค้ วามร้อน แลว้ เกดิ เป็นเปลวไฟ
เกิดข้นึ และเริ่มใชไ้ ฟมาหุงหาอาหาร ใหแ้ สงสว่าง และป้องกนั ภยั จากสตั วร์ ้ายต่างๆ และววิ ฒั นาการกอ้ ได้
เริ่มพฒั นาการอยา่ งต่อเน่ือง เร่ิมมีการใชค้ บเพลิง เพ่ือเป็นการใหแ้ สง ส่องสว่าง มีการประยกุ ตน์ าํ มาใชเ้ ป็น
การติดต่อส่ือสารในระยะไกล จะเห็นไดจ้ ากไฟในประภาคาร ที่มกี ารติดต่อส่ือสารระหวา่ งยามฝั่งกบั เรือ
และใหส้ ญั ญาณต่างๆระหว่างภูเขาแต่ละลูก โดยมีรหสั ท่ีเขา้ ใจตามแต่จะตกลงกนั ในสมยั น้นั จะเห็นไดว้ า่
มนุษยไ์ ดม้ ีการใชไ้ ฟเขา้ มาเกี่ยวขอ้ งกบั ชีวติ ประจาํ วนั และต่อมาในสมยั ศตวรรษที่ 19 ไดม้ ีการนาํ เทียนเขา้
มาเก่ียวขอ้ งกบั พธิ ีกรรมเป็นอยา่ งมาก เนื่องจากไฟ มเี ป็นสญั ลกั ษณ์ของการเผาผลาญ และความโชติชว่ ง
ชชั วาลย์ และมนุษยบ์ างเผา่ ในสมยั น้นั นบั ถือใหเ้ ป็นเทพไฟ มกี ารบวงสรวงและประกอบพธิ ีกรรมทาง
ศาสนา หรือตามแต่ความเชื่อ จะเห็นไดจ้ าก พิธีการแต่งงาน ซ่ึงมคี วามหมายของการเร่ิมตน้ แสงแห่งเปลว
เทียนจะนาํ ทางไปสู่ความสวา่ งไสวในชีวติ คู่ ชาวอเมริกนั นิยมนาํ เทียนมาประดบั ประดาบนโตะ๊ อาหาร
แสดงถงึ ฐานะ ความภูมฐิ าน และมรี สนิยม และเพื่อใหเ้ กิดความสว่างไสว อกี ท้งั แสงสวา่ งของเทียน สามารถ
สร้างบรรยากาศ และดูสวยงามอกี ดว้ ย ในปัจจุบนั ไดม้ กี ารประยกุ ตใ์ หน้ อกจากเทียนมีความสวยงามแลว้
ยงั มกี ารนาํ กลน่ิ หอม หรือน้าํ มนั หอมละเหยมาผสมเพือ่ ใหไ้ ดก้ ล่นิ ตามตอ้ งการ และนอกจากน้ี กลิน่ น้าํ มนั
หอมละเหยน้ี มคี ุณสมบตั ิพิเศษซ่ึงแตกต่างกนั ออกไป เช่น บางชนิดสามารถที่จะรักษาโรคได้ แกอ้ าการ
เครียด และทาํ ใหร้ ่างกายผอ่ นคลาย กล่นิ บางชนิด สามารถไล่ยงุ ได้ น้าํ มนั หอมละเหยเหล่าน้ีไดม้ าจากการ
สกดั จากพชื และสมุนไพรทางธรรมชาติ และบางชนิดไดม้ าจากการสงั เคราะห์ ซ่ึงในปัจจุบนั ไดร้ ับความ
นิยม ดว้ ยคุณลกั ษณะที่เป็นสิ่งท่ีไดจ้ ากธรรมชาติ และช่วยรักษาสุภาพ ราคาไมแ่ พง เหมาะท่ีจะนาํ ไปเป็น
ของขวญั ของท่ีระลึกฝากคนท่ีคุณรัก เพอื่ แสดงความห่วงใยต่อสุขภาพของคนท่ีคณุ รัก
8
สรรพคุณของสมนุ ไพรไล่ยุง
มะกรูด ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Citrus hystri
ลกั ษณะ มะกรูดเป็นไมย้ นื ตน้ ขนาดเลก็ ใบหนาและมรี อยคอดตรงกลาง ดอกสีขาว ผวิ ของผลมะกรูดขรุขระ
เป็นป่ ุมปมท้งั ลกู น้าํ ในลูกมีรส เปร้ียว มีหนามแหลมยาวตามลาํ ตน้ และกิ่ง
ส่วนท่ีใช้ ผล
วิธีใช้ นาํ ผวิ ของผลมะกรูดสดมาหน่ั เป็นช้ินเลก็ ๆ แลว้ นาํ มาโขลกผสมกบั น้าํ โดยใชอ้ ตั ราส่วน 1 ต่อ 1 แลว้
กรองเอาแต่ส่วนท่ีเป็นน้าํ มาใช้
ไพลเหลือง ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber cassumunar
ลกั ษณะ ไพลเหลืองเป็นพชื หวั หวั เป็นแง่งโตติดกนั เป็นพดื ใบเลก็ ยาว ปลายแหลม
ส่วนที่ใช้ หวั
วธิ ีใช้ นาํ หวั ไพลเหลืองสดมาโขลกผสมกบั น้าํ ในอตั ราส่วน 1 ต่อ 1 แลว้ กรองเอาแต่ ส่วนที่เป็นน้าํ มาทา
ผวิ หนงั แต่มีขอ้ เสียคือทาํ ใหผ้ วิ หนงั ติดสีเหลืองลา้ งออกยาก
สะระแหน่ ช่ือวิทยาศาสตร์ Mentha arveris
ลกั ษณะ สะระแหน่เป็นพืชเล้อี ยตามพ้นื ดนิ ลาํ ตน้ สีแดงเขม้ ใบกลมขนาด หวั แมม่ อื ใบค่อนขา้ งหนา ริมใบ
หยกั โดยรอบและมกี ล่นิ หอม
ส่วนท่ีใช้ ใบ
วธิ ีใช้ ขย้ใี บสะระแหน่สดทาถูที่ผวิ หนงั โดยตรง
กระเทียม ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Allium sativum
ลกั ษณะ กระเทียมเป็นพชื หวั ประกอบดว้ ยกลบี เลก็ ๆ เกาะกนั โดยมเี ยอ่ื บางๆ สีขาวหุม้ หวั ไวเ้ ป็นช้นั ๆ ใบ
ยาว แข็งและหนา ดอกเป็นช่อ เลก็ ๆ สีขาวรวมกนั เป็นกระจุกอยทู่ ี่ปลายกา้ นดอก
ส่วนท่ีใช้ หวั
วิธีใช้ นาํ หวั กระเทียมสดมาโขลกผสมกบั น้าํ ในอตั ราส่วน 1 ต่อ 1 แลว้ กรองเอาแต่ส่วนท่ีเป็นน้าํ มาทา
9
กะเพรา ช่ือวิทยาศาสตร์ Ocimum sanotum
ลกั ษณะ กะเพราเป็นไมพ้ มุ่ เต้ีย ลาํ ตน้ และใบมขี นปกคลุม ปลายใบแหลม ที่ นิยมปลูกตามบา้ นมี 2 ชนิด คือ
กะเพราขาว ใบสีเขียว และ กะเพราแดง ใบมีสีออกแดงเลือดหมู
ส่วนที่ใช้ ใบ
วธิ ีใช้ ขย้ใี บสดหลายๆ ใบวางไวใ้ กลต้ วั กลิ่นน้าํ มนั กะเพราที่ระเหยออก มาจากใบจะชว่ ยไล่ยงุ ไม่ใหเ้ ขา้ มา
ใกล้ หรือจะขย้ใี บสดแลว้ ทาถูท่ี ผวิ หนงั โดยตรงก็ได้ แต่กลน่ิ น้าํ มนั กะเพราน้ีระเหยหมดไปค่อน ขา้ งเร็วจึง
ควรหมนั่ เปลีย่ นบ่อยคร้ัง
ว่านน้าํ ช่ือวิทยาศาสตร์ Acorus calamus
ลกั ษณะ วา่ นน้าํ เป็นพืชที่ข้ึนอยตู่ ามริมหนองน้าํ หรือบริเวณที่ช้ืนแฉะ เหงา้ เป็นเสน้ กลมหนา สีขาวออกมว่ ง
เจริญงอกงามตามยาวขนานกบั ผวิ ดิน รากเลก็ เป็นฝอย ใบแตกจากเหงา้ ลกั ษณะเป็นเสน้ ตรง ปลายใบแหลม
ผวิ ใบเรียบ เห็นเสน้ กลางใบชดั เจน ช่อดอกทรง กระบอกสีเหลอื งออกเขียว
ส่วนท่ีใช้ เหงา้
วิธีใช้ หนั่ เหงา้ สดเป็นช้ินเลก็ ๆ แลว้ นาํ มาโขลกผสมกบั น้าํ ในอตั ราส่วน 1 ต่อ 1 กรองเอาแต่ส่วนที่เป็นน้าํ มา
แมงลกั ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Ocimum citratum
ลกั ษณะ แมงลกั เป็นพชื ลม้ ลุก สูงประมาณ 60-70 เซนติเมตร ดอกสีขาว เป็นช่ออยปู่ ลายกิ่ง
ส่วนท่ีใช้ ใบ
วิธีใช้ ขย้ใี บสดทาถูที่ผวิ หนงั
ตะไคร้หอม ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Cymbopogon nardus
ลกั ษณะ ตะไคร้หอมข้ึนเป็นกอ ลกั ษณะคลา้ ยตะไคร้บา้ นแต่ใบยาวกวา่ และ ลาํ ตน้ มีสีแดง ดอกเป็นพวงช่อ
ฝอย
ส่วนท่ีใช้ ตน้ และใบ
วิธีใช้ นาํ ตน้ และใบสดมาโขลกผสมกบั น้าํ ใชอ้ ตั ราส่วน 1 ต่อ 1 แลว้ กรองเอาแต่ส่วนที่เป็นน้าํ มาใชท้ า
ผวิ หนงั หรือนาํ ตน้ สด 4-5 ตน้ มา ทุบแลว้ วางไวใ้ กลต้ วั กลน่ิ น้าํ มนั ตะไคร้หอมที่ระเหยออกมาจะช่วย ไล่ยงุ
ไม่ใหเ้ ขา้ มาใกล
ตน้ ไมก้ นั ยงุ (มอสซ่ี บสั เตอร์)
ตน้ ไมก้ นั ยงุ เป็นพนั ธุไ์ มท้ ี่ไดร้ ับการพฒั นาโดยวิธกี ารทางพนั ธุว์ ศิ วกรรม ระหว่างพนั ธุไ์ ม้ 2 ตระกลู คือ อาฟ
ริกนั เจอราเนียม (African Geranium) และตะไคร้หอม (Citronella) ตน้ ไมก้ นั ยงุ จึงมีลกั ษณะคลา้ ยตน้ เจอรา
เนียม แต่จะมกี ลิน่ หอมออ่ นๆของตน้ ตะไคร้หอม เนื่องจากน้าํ มนั ตะไคร้หอมมีคุณสมบตั ิในการไลย่ งุ (เป็น
repellent) ตน้ ไมก้ นั ยงุ น้ีจึงสามารถไลย่ งุ ไดเ้ ช่นกนั แต่ประสิทธิภาพจะข้ึนอยกู่ บั ขนาดของตน้ ไมแ้ ละพ้นื ที่ท่ี
ใชง้ าน เช่นตน้ ไมก้ นั ยงุ อายปุ ระมาณ 2 เดือน จะมีความสูงจากผวิ ดินประมาณ 6 นิ้ว กลน่ิ น้าํ มนั ที่ระเหย
ออกมาจากตน้ ไมจ้ ะสามารถไลย่ งุ ไดใ้ นพ้นื ที่ประมาณ 100 ตารางฟตุ เป็นตน้ อยา่ งไรกต็ าม ในตน้ ไมก้ นั ยงุ
10
จะมีสารอยสู่ องชนิด คือ สารที่มีคุณสมบตั ิเป็นสารดึงดูดยงุ (attractant) และสารไลย่ งุ (repellent) ตน้ ไมก้ นั
ยงุ ที่ยงั เลก็ จะมีสารดึงดดู ยงุ มากกว่าสารไลย่ งุ ต่อเมื่อโตข้ึนสารดึงดูดยงุ จะค่อยๆลดปริมาณลง จนสารไล่ยงุ
สามารถแสดงคุณสมบตั ิไดเ้ ตม็ ที่
ลกั ษณะ เป็นไมพ้ มุ่ ใบแตกออกจากท้งั ตายอดและตาขา้ ง ขอบใบหยกั
ส่วนท่ีใช้ ใชท้ ้งั ตน้ โดยจะปลกู เป็นไมป้ ระดบั ในขณะเดียวกนั กจ็ ะชว่ ยไลย่ งุ ไมใ่ หเ้ ขา้ มาใกล ◌้
วธิ ีใช้ วางกระถางที่ปลกู ตน้ ไมก้ นั ยงุ ไวใ้ นหอ้ ง สามารถไลย่ งุ ไดต้ ลอด 24 ชวั่ โมง แต่ตน้ ไมก้ ต็ อ้ งการ
แสงแดดเพ่อื การสงั เคราะหแ์ สง จึง ควรนาํ ตน้ ไมไ้ ปรับแสงแดดอยา่ งนอ้ ยวนั ละ 4 ชวั่ โมงและรดน้าํ ให้ ชุ่ม
ในเวลาเชา้ หากแสงแดดไม่จดั ควรใหน้ ้าํ พอสมควรเพ่ือ ป้องกนั มิใหร้ ากเน่า
เทียนหอมในรูปแบบต่างๆ
เทียนหอมที่พบทว่ั ๆไปในตลาด มมี ากมายหลายแบบ นอกจากจะแยกตามสี ตามกลิ่นแลว้ เทียนหอมยงั
สามารถแยกไดใ้ นรูปแบบต่างๆ ตามลกั ษณะของเทียนหอม ต่อไปน้ีจะเป็นเทียนหอมในรูปแบบต่างๆ ท่ีเป็น
ที่นิยมเป็นอนั ดบั ตน้ ๆ ของต่างประเทศ และในประเทศไทยเอง
เทียนแท่ง เทียนรูปทรงเรียวยาวส่วนมากจะยาว 6-18 นิ้ว เทียนหอมชนิดน้ีนิยมต้งั ไวบ้ นโต๊ะอาหาร ตอ้ งต้งั
บนเชิงเทียนเวลาจุด
เทียนกอ้ นกลม เป็นเทียนที่สามารถวางไดโ้ ดยไมใ่ ชเ้ ชิงเทียน เป็นทรงกลม ขนาดที่นิยมคือขนาดเสน้ ผา่ น
ศนู ยก์ ลาง 3 นิ้ว และมคี วามสูงต่างกนั ไปถงึ 3,4,5,6 น้ิว นอกจากเทียนรูปทรงกลม เทียนชนิดน้ีอาจมีแบบ
ส่ีเหลย่ี มได้
เทียนในแกว้ เป็นเทียนที่อยใู่ นภาชนะแกว้ ใสๆ เทียนชนิดน้ีสามารถจุดที่ไหนกไ็ ด้ และเคล่ือนยา้ ยจดั เก็บได้
สะดวก เทียนในแกว้ เป็นเทียนที่สามารถจุดไดน้ านที่สุด เพราะไมม่ นี ้าํ ตาลเทียนไหลมาเหมือนเทียนชนิด
อืน่ ๆ
เทียนเจล เป็นเทียนชนิดโปร่งใส ทาํ จากน้าํ มนั สงั เคราะหจ์ ากไฮโดรคาร์บอน โดยทว่ั ไปเทียนเจลจะอยใู่ น
ภาชนะใสๆ โดยทว่ั ไปเห็นในแกว้ ทรงต่างๆ
เทียนสาํ หรับสวดมนต์ เทียนชนิดน้ีส่วนมากเป็นทรงกระบอกขนาดเลก็ ขนาดประมาณ 1.5 น้ิวสูง 2-2.5 นิ้ว
เป็นเทียนสาํ หรับใชใ้ นโบสถ์ สวดมนต์ หรืออธิฐาน ใชจ้ ุดในถว้ ยหรือในแกว้
เทียนทีไลท์ เป็นเทียนในถว้ ยอลมู เิ นียมขนาดเลก็ ส่วนมากมขี นาด 1.5 นิ้ว สูงประมาณ 0.5 นิ้ว นิยมใชจ้ ุดใน
โอกาสทว่ั ไป เพราะใชง้ ่าย และสามารถจุดไดท้ กุ ที่
เทียนลอยน้าํ เป็นเทียนลกั ษณะทรงกลมแบนขนาดไมใ่ หญ่ มาก ส่วนมากมีขนาด 2-3 นิ้ว ใชล้ อยน้าํ แลว้ จุด
มีความสวยงามมากในเวลากลางคืน
เทียนทีไลทร์ ูปทรงดอกไม้ เทียนทีไลทช์ นิดหน่ึงมีรูปทรงเป็นดอกไมช้ นิดต่างๆ เป็นเทียนหอมท่ีนิยม
ผลิตมากในประเทศไทย (Thailand Flower Tealight Candle)
11
ภาพประกอบที่ 17 : เทียนทีไลท์
เทียนดอกไม้ เป็นเทียนหอมรูปทรงดอกไมส้ ่วนมากเป็นงาน handmade โดยจะข้ึนรูปและป้ัน เทียน
เป็นรูปทรงดอกไมต้ ่างๆดว้ ยมือ โดยเทียนดอกไมส้ ามารถลอยน้าํ แลว้ จุดได้ (Flower Floating Candle)
วธิ ิทาํ เทียนหอมโดยทวั่ ไป
อุปกรณ์
1. เทียน
2. ตาชง่ั
3. น้าํ หอม 10 cc
4. ไสเ้ ทียนพร้อมฐาน
5. กาหลอมเทียน
6. เตาแกซ๊
7. สีผสมอาหาร
วิธีทาํ
1. เตรียมไสเ้ ทียนโดยนาํ ไสเ้ ทียนไปชุบน้าํ เทียนแลว้ ผ่งึ ใหแ้ ขง็ นาํ ไปใส่ในฐานต้งั เทียน
ใหไ้ สเ้ ทียนสูงกวา่ ภาชนะประมาณ1นิ้ว ติดฐานเทียนกบั ภาชนะดว้ ยกาวชา้ งหรือปืนยงิ กาว
หรืออะไรก็ไดท้ ี่มีและนาํ มาติดไดท้ ิ้งไวใ้ หก้ าวแหง้
2. เมื่อกาวแหง้ ติดแน่นดีแลว้ หาที่ลอ๊ คไสเ้ ทียนให้ต้งั อยตู่ รงกลางและไม่หล่นลงไปใน
น้าํ เทียนเวลาเทเทียนร้อน
ผมใชไ้ มเ้ สียบลกู ชิ้นผา่ คร่ึงไมใ่ หข้ าดแลว้ หนีบไสไ้ วแ้ ทนอปุ กรณ์ท่ีเห็นอยู่
3. หลอมเทียนตามส่วนผสมและปริมาณที่ตอ้ งการ ถา้ ยงั ไมเ่ ขา้ ใจใหไ้ ปอ่านที่ อุปกรณ์และเคร่ืองมือ
ก่อน วธิ ีหาปริมาณเทียนท่ีใชต้ ามงานโดยไม่หลอมเทียนมากเกินไป มวี ิธีตามน้ี ถา้ เป็นถว้ ยหรือโหลแกว้
ใส่น้าํ ลงไปเท่าปริมาณที่จะเทเทียน นาํ น้าํ ไปชง่ั หกั ออก10%เพราะเทียนเบากว่าน้าํ ประมาณ10%
นาํ น้าํ หนกั ท่ีไดไ้ ปชงั่ เทียนมาใชไ้ ดเ้ ลยครับ ถา้ ข้ีเกียจหรือวา่ ยงุ่ ยากก็กะเอาแลว้ กนั เด๋ียวจะเซ็งซะก่อนท่ีจะทาํ
ข้นั ต่อไป
4. เมื่อเทียนหลอมจนใสแลว้ ใส่สีที่ตอ้ งการลงไป สีเราสามารถใช้ สีเทียนท่ีเดก็ ใชร้ ะบายสี
ใส่ลงไปเพือ่ ใหส้ ีไดเ้ พราะสีเทียนก็มาจากข้นั ตอนเดียวกบั การทาํ เทียนทว่ั ไป หรือจะใชส้ ีผงทาํ เทียน
ท่ีมีขาย หรือใชส้ ีท่ีเป็นเกลด็ เทียนกไ็ ดค้ รับ เมอื่ สีละลายดีแลว้ ใส่น้าํ หอมตามตอ้ งการท้งั ปริมาณและกลน่ิ
5. ค่อยๆเทลงในภาชนะท่ีเตรียมไว้ ระวงั เทียนร้อนนะครับ ปรับไสเ้ ทียนใหอ้ ยตู่ รงกลางภาชนะ
เทน้าํ เทียนใหไ้ ดค้ วามสูงตามตอ้ งการ
6. ทิ้งไวใ้ หเ้ ยน็ ไม่ควรใส่ตูเ้ ยน็ ควรปลอ่ ยใหเ้ ยน็ ลงเองเน้ือเทียนจะสวยกวา่ ประมาณ4ชวั่ โมง
ทุกชวั่ โมงควรเอาไมต้ ะเกียบแทงรอบๆไสเ้ พื่อไล่อากาศ ไม่ใหเ้ ทียนเป็นโพรงดา้ นใน
เม่อื เทียนเยน็ ลงเรียบร้อยหลอมเทียนที่เหลือในกา เทเทียนลงกลบหลมุ ท่ีเกิดข้ึนอีกคร้ัง
12
ประโยชนข์ องเทียนหอมสมนุ ไพรไลย่ งุ
1. ไล่ยงุ ภายในบา้ น
2. มีกลิ่นหอม
3. ช่วยใหแ้ สงสวา่ ง
4. ป้องกนั การเป็นโรคไขเ้ ลือดออก
5. ต้งั ประดบั เพื่อความสวยงาม
13
บทที่ 3
วธิ ีดําเนินการศึกษา
การศึกษา เทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ น้นั มรี ายละเอยี ดในการดาํ เนินงานดงั น้ี
ตารางปฏบิ ตั ิกิจกรรมการศกึ ษา ( 30 พฤษภาคม – 10 มกราคม )
วนั /เดือน/ปี กิจกรรมท่ีปฎิบตั ิ สถานท่ีทาํ กิจกรรม ผรู้ ับผดิ ชอบ
30/5/63 โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ นางสาว ชุติกาญจน์ วิชยั โย
6/6/63 เลือกหวั ขอ้ ท่ีสนใจ โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ นางสาว ชุติกาญจน์ วิชยั โย
16/7/63 คน้ ควา้ หาขอ้ มลู เกี่ยวกบั โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ นางสาว ชุติกาญจน์ วชิ ยั โย
8/9/63 หวั ขอ้ ท่ีศกึ ษา
10/9/63 โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ สมาชิกภายในกลมุ่
24/12/63 กาํ หนดปัญหาชื่อเรื่องที่
31/12/57 สนใจ สมาชิกภายในกลุ่ม
31/12/63 สมาชิกภายในกลมุ่
5/1/63 กาํ หนด ตวั แปรตน้ ตวั สมาชิกภายในกลุม่
แปรตาม และสมมติฐาน สมาชิกภายในกลุ่ม
20/1/63 ของหวั ขอ้ ท่ีสนใจ สมาชิกภายในกลุ่ม
นางสาว ชุติกาญจน์ วชิ ยั โย
เริ่มทาํ บทท่ี 1 โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ
นางสาว ชุติกาญจน์ วชิ ยั โย
เริ่มทาํ บทที่ 2 โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ
สมาชิกภายในกลุม่
เริ่มทาํ บทท่ี 3 โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ
เริ่มทาํ บทท่ี 4 โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ
เริ่มทาํ บทที่ 5 โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ
สรุปและวิเคราะห์ขอ้ มูล โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ
ท่ีศึกษา
ดาํ เนินการทดลอง/สร้าง โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ
ผลิตภณั ฑเ์ ทียนหอม
สมนุ ไพรไล่ยงุ
รายงานสรุปความรู้หนา้ โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ
ช้นั เรียน
14
วธิ ีการศกึ ษา
1.รวมกล่มุ และเลือกหวั ขอ้ ที่สนใจ
2.ศกึ ษาหาขอ้ มลู เกี่ยวกบั เทียนหอมสมนุ ไพรไลย่ งุ
3.ประเดน็ การศกึ ษา
เครื่องมอื ที่ใชใ้ นการศกึ ษา
1.เครื่องมอื
1.1 อนิ เทอร์เน็ต
1.2 ผรู้ ู้เร่ืองสมุนไพร
2.วสั ดุ
2.1 เศษเทียน
2.2 สีเทียน
2.3 ไสเ้ ทียน
2.4 มะกรูด
2.5 ตะไคร้
3.อปุ กรณ์
3.1 หมอ้ ตม้
3.2 เตาแก๊ส
3.3 ตะหลิว
3.4 แมพ่ ิมพ์
15
ข้นั ตอนการทาํ เทียนหอม
ข้นั ตอนท่ี 1. นาํ เทียนไขใส่หมอ้ ต้งั ความร้อนไวป้ านกลาง
ข้นั ตอนท่ี 2. เค่ยี วเทียนไขใหล้ ะลายเป็นของเหลว
ข้นั ตอนที่ 3. เทสีใส่หมอ้ ตามตอ้ งการแลว้ คนใหเ้ ขา้ กนั
16
ข้นั ตอนที่ 4. คนสีใหเ้ ขา้ กนั แลว้ จากน้นั ตกั ใส่ภาชนะที่เตรียมไว้
ข้นั ตอนที่ 5. ใส่ไสเ้ ทียนลงในซิลคิ อนที่เตรียมไว้
17
ข้นั ตอนที่ 6. จากน้นั รอใหเ้ ทียนแข็งตวั และทาํ มาตกแต่งใหส้ วยงาม
18
สถติ ิที่ใชใ้ นการศึกษา
ค่าร้อยละ
19
บทที่ 4
ผลการศึกษา
จากการท่ีไดศ้ กึ ษาเร่ือง เทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ หลงั จากที่ไดศ้ กึ ษาหาขอ้ มลู ไดค้ วามรู้ดงั ต่อไปน้ี
ตอนท่ี 1 : สรุปความรู้ที่ไดร้ ับ
จากการที่ไดศ้ กึ ษาเร่ือง เทียนหอมสมุนไพรไลย่ งุ หลงั จากการหาขอ้ มลู กไ็ ดค้ วามรู้ต่อไปน้ี
1. สรรพคุณของสมุนไพรไลย่ งุ
1.1 มะกรูดสามารถไลย่ งุ ได้
1.2 ตะไคร้ช่วยเพ่มิ กลิน่ ของเทียนหอมช่วยใหไ้ ล่ยงุ ไดด้ ีข้ึน
1.3 มะกรูดนอกจากการใชป้ ระกอบอาหารแลว้ ยงั สามารถนาํ มาไล่ยงุ ไดอ้ ีก
1.4 เปลือกสม้ สามารถนาํ มาไลย่ งุ ได้
2. วิธีทาํ เทียน
2.1 เตรียมไสเ้ ทียนโดยนาํ ไสเ้ ทียนไปชุบน้าํ เทียนแลว้ ผ่งึ ใหแ้ ขง็ นาํ ไปใส่ในฐานต้งั เทียน
ใหไ้ สเ้ ทียนสูงกวา่ ภาชนะประมาณ1นิ้ว ติดฐานเทียนกบั ภาชนะดว้ ยกาวชา้ งหรือปืนยงิ กาว
หรืออะไรกไ็ ดท้ ี่มีและนาํ มาตดิ ไดท้ ิ้งไวใ้ หก้ าวแหง้
2.2 เมอ่ื กาวแหง้ ติดแน่นดีแลว้ หาที่ลอ๊ คไสเ้ ทียนใหต้ ้งั อยตู่ รงกลางและไม่หล่นลงไปใน
น้าํ เทียนเวลาเทเทียนร้อน
ผมใชไ้ มเ้ สียบลกู ชิ้นผา่ คร่ึงไมใ่ หข้ าดแลว้ หนีบไสไ้ วแ้ ทนอุปกรณ์ท่ีเห็นอยู่
2.3 หลอมเทียนตามส่วนผสมและปริมาณที่ตอ้ งการ ถา้ ยงั ไมเ่ ขา้ ใจใหไ้ ปอา่ นท่ี อุปกรณ์และเคร่ืองมอื
ก่อน วิธีหาปริมาณเทียนท่ีใชต้ ามงานโดยไมห่ ลอมเทียนมากเกินไป มวี ิธีตามน้ี ถา้ เป็นถว้ ยหรือโหลแกว้
ใส่น้าํ ลงไปเท่าปริมาณที่จะเทเทียน นาํ น้าํ ไปชง่ั หกั ออก10%เพราะเทียนเบากวา่ น้าํ ประมาณ10%
นาํ น้าํ หนกั ที่ไดไ้ ปชงั่ เทียนมาใชไ้ ดเ้ ลยครับ ถา้ ข้ีเกียจหรือวา่ ยงุ่ ยากก็กะเอาแลว้ กนั เด๋ียวจะเซ็งซะก่อนท่ีจะทาํ
ข้นั ต่อไป
2.4 เม่ือเทียนหลอมจนใสแลว้ ใส่สีท่ีตอ้ งการลงไป สีเราสามารถใช้ สีเทียนที่เดก็ ใชร้ ะบายสี
ใส่ลงไปเพอ่ื ใหส้ ีไดเ้ พราะสีเทียนก็มาจากข้นั ตอนเดียวกบั การทาํ เทียนทว่ั ไป หรือจะใชส้ ีผงทาํ เทียน
ท่ีมีขาย หรือใชส้ ีท่ีเป็นเกลด็ เทียนกไ็ ดค้ รับ เมือ่ สีละลายดีแลว้ ใส่น้าํ หอมตามตอ้ งการท้งั ปริมาณและกลน่ิ
2.5 ค่อยๆเทลงในภาชนะที่เตรียมไว้ ระวงั เทียนร้อนนะครับ ปรับไสเ้ ทียนใหอ้ ยตู่ รงกลางภาชนะ
เทน้าํ เทียนใหไ้ ดค้ วามสูงตามตอ้ งการ
2.6 ทิ้งไวใ้ หเ้ ยน็ ไมค่ วรใส่ตูเ้ ยน็ ควรปล่อยใหเ้ ยน็ ลงเองเน้ือเทียนจะสวยกวา่ ประมาณ4ชวั่ โมง
ทุกชวั่ โมงควรเอาไมต้ ะเกียบแทงรอบๆไสเ้ พือ่ ไล่อากาศ ไมใ่ หเ้ ทียนเป็นโพรงดา้ นใน
เม่อื เทียนเยน็ ลงเรียบร้อยหลอมเทียนท่ีเหลือในกา เทเทียนลงกลบหลุมที่เกิดข้ึนอีกคร้ัง
ตอนท่ี 2 : การสาํ รวจความคิดเห็น
จากขอ้ มลู ผตู้ อบแบบสอบถามซ่ึงเป็นนกั เรียนโรงเรียนสายธรรมจนั ทร์ในระดบั ช้นั ม. 2/2 จาํ นวน 31
20
คน ซ่ึงเป็น
เพศชายจาํ นวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 38.52
เพศหญิงจาํ นวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 62.23
ความคดิ เห็นต่อการดาํ เนินการสร้างผลติ ภณั ฑเ์ ทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ
รายการประเมนิ ระดบั ความพอใจ
มากที่สุด มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย
กลาง ที่สุด
1. กลน่ิ ของเทียนหอมสมนุ ไพรไลย่ งุ - 48.38 % 45.16 % 6.45 % -
3.22 % -
2. ราคาของเทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ 19 .35 % 51.61 % 25.80 %
(15 บาท) --
6.45 % -
3. สีสนั ของเทียนหอมสมุนไพรไล่ยงุ 16.12 % 67.74 % 16.12 % 3.22 % -
--
4. ผลในการไล่ยงุ ของเทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ 3.22 % 38.70 % 51.61 %
5. ภาชนะท่ีใส่เทียนหอม 9.67 % 48.78 % 38.75 %
6. ความพงึ พอใจในการใชผ้ ลติ ภณั ฑ์ 9.67% 58.06 % 32.55 %
จากตารางแสดงใหเ้ ห็นวา่ ผตู้ อบแบบประเมนิ มคี วามคิดเห็นต่อผลติ ภณั ฑ์ เทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ
กล่นิ ของเทียนหอมสมุนไพรไลย่ งุ อยใู่ นระดบั มาก (48.38%) ราคาของเทียนหอมสมุนไพรไลย่ งุ อยใู่ น
ระดบั มาก (51.61%) สีสนั ของเทียนหอมสมุนไพรไลย่ งุ อยใู่ นระดบั มาก (67.74%) ผลในการไลย่ งุ ของเทียน
หอมสมนุ ไพรไล่ยงุ อยใู่ นระดบั ปานกลาง (51.61%) ภาชนะท่ีใส่เทียนหอมอยใู่ นระดบั มาก (48.78%) ความ
พงึ พอใจในการใชผ้ ลติ ภณั ฑอ์ ยใู่ นระดบั มาก(58.36%)
ราคาของเทียนหอมสมนุ พรไลย่ งุ ( 15 บาท ) อยใู่ นระดบั มากที่สุด (19.35%) สีสนั ของเทียนหอม
สมนุ ไพรไลย่ งุ อยใู่ นระดบั มาก (67.74%) ผลในการไลย่ งุ ของเทียนหอมสมนุ ไพรไลย่ งุ อยใู่ นระดบั ปานกลาง
(51.61%) กลิน่ ของเทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ และผลในการไล่ยงุ ของเทียนหอมสมุนไพรไลย่ งุ อยใู่ นระดบั
นอ้ ยท่ีสุด (6.45%)
21
บทท่ี 5
สรุปผลการศึกษา
สรุปผลการศกึ ษา
1.ไดร้ ู้ถงึ สรรพคุณของสมุนไพร
1.1 ช่วยขบั ลม
1.2 ช่วยใหเ้ ลอื ดลมไหลเวียนดี
1.3 ช่วยบาํ รุงหวั ใจ
1.4 ลดอาการอกั เสบของกลา้ มเน้ือ
1.5 แกอ้ าการช้นั ใน
1.6 ขบั เสมหะ
1.7 ใหค้ วามรู้สึกผอ่ นคลายได้
1.8 ช่วยฟอกเลือดในสตรี
2. ไดร้ ู้ถึงประโยชนข์ องสมนุ ไพร
2.1 สามารถนาํ ไปทาํ ผลิตภณั ฑต์ ่างๆ ได้ เช่น น้าํ มนั จากใบมะกรูด
2.2 ช่วยในการไลย่ งุ และแมลงต่างๆ
2.3 สามารถนาํ ไปปรุงอาหาร เพื่อเพม่ิ กลิ่นหอมของอาหารได้
2.4 สามารถนาํ ไปดบั กล่นิ คาวของอาหารได้
2.5 ผลของมะกรูดนาํ มาหมกั ผม เพือ่ เพ่มิ ความงามเสน้ ผมได้
3. ไดร้ ู้วธิ ีการใชส้ มนุ ไพร
3.1 นาํ ผวิ มะกรูดสดมาหน่ั เป็นช้นิ เลก็ ๆ แลว้ นาํ มาโขลกผสมกบั น้าํ ในอตั ราส่วน 1 ต่อ 1 แลว้ กรองเอาแต่
น้าํ มาทาผวิ หนงั
3.2 นาํ หวั กระเทียมมาคลกุ รวมกบั น้าํ ในอตั ราส่วน 1 ต่อ 1 แลว้ กรองนาํ แต่น้าํ มาทาผวิ หนงั
วา่ นน้าํ จะใชต้ รงส่วนเหงา้ โดยนาํ เหงา้ สดเป็นช้ินเลก็ ๆ แลว้ มาโขลกผสมกบั น้าํ ในอตั รา 1 ต่อ 1
ส่วน กรองเอาแต่ส่วนที่เป็นน้าํ มาใชท้ าผวิ หนงั
3.3 ตะไคร้หอมนาํ ตน้ หรือรากโขลกผสมกบั น้าํ ในอตั รา 1 ต่อ 1 ส่วน แลว้ กรองเอาแต่น้าํ หรือ นาํ
ตน้ สด 4-5 ตน้ มาทุบ แลว้ วางไวไ้ กลตวั กล่นิ น้าํ มนั ตะไคร้ท่ีหอมระเหยออกมาจะช่วยไลย่ งุ ไม่ให้
เขา้ มาใกล้
22
ประโยชนท์ ่ีไดร้ ับจากการศกึ ษา
1. ทราบความเป็นมาของเทียนหอม
2. ไดใ้ ชส้ มุนไพรและเศษเทียนใหเ้ กิดประโยชน์
3. สามารถผลิตเทียนหอมสมุนไพรได้
4. ช่วยลดการเป็นไขเ้ ลอื ดออกดว้ ยสรรพคุณของสมนุ ไพร
5. สามารถสร้างรายไดใ้ หก้ บั ตนเอง
6. สามารถนาํ ไปต่อยอดในการทาํ เทียนหอมในรูปแบบต่างๆ
7. ไดร้ ู้ถงึ สรรพคุณของสมุนไพร
8. ทราบถึงข้นั ตอนการทาํ เทียน
9. เกิดความสามคั คีกนั ภายในกลุม่
10. ไดร้ ู้ความเป็นมาของเทียนหอม
ขอ้ เสนอแนะ
1. เทียนหอมมีขนาดเลก็ เกินไป ควรเพิ่มปริมาณใหม้ ากกว่าเดิม แต่ราคายงั คงอยทู่ ่ี 15 บาท
2. เทียนหอมไม่สามารถไลย่ งุ ได้ แกป้ ัญหาโดยการใส่กลน่ิ เพิม่ หรือซ้ือหวั เช้ือน้าํ หอมกล่นิ สมุนไพร
มาใส่เลย ไม่จาํ เป็นตอ้ งทาํ เอง
3. สีสนั ของเทียนหอมดูน่าเบ่ือเกินไป แกป้ ัญหาโดยการทาํ ใหเ้ ทียน 1 ช้ินมหี ลายสี โดยการแบ่งสี
เป็นช้นั ๆ