40 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยก่อนและ หลังได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติโดยมีหัวข้อในการ ดำเนินการวิจัย ดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. แบบแผนการทดลอง 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 4. การสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 5. การเก็บรวบรวมข้อมูล 6. การวิเคราะห์ข้อมูล 7. สถิติที่ใช้ในการวิจัย ประชากรและกลุ่มเป้าหมาย ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 1 และ 2 (คละอายุ) จังหวัดอุดรธานี กลุ่มเป้าหมาย เด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 3–5 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 และ 2 (คละอายุ) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านหนองตุอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จำนวน 14 คน ที่ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) แบบแผนการทดลอง การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการจัดกิจกรรม การเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองโดยอาศัย การวิจัยแบบ One Group Pretest-Posttest Design (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. 2538: 249) มีลักษณะการทดลอง ดังนี้
41 ตารางที่ 2 แบบแผนการวิจัย สอบก่อน ทดลอง สอบหลัง T1 X T2 สัญลักษณ์ที่ใช้ในแบบแผนการวิจัย T1 แทน การประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยก่อน การจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาท . สมมติ X แทน การจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาท . สมมติ T2 แทน การประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยหลัง การจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาท ..... สมมติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ 2. แบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ดังนี้ 1. การสร้างแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดง บทบาทสมมติ 1.1 ศึกษาคู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 (อายุ 3-6 ปี) ของกระทรวงศึกษาธิการ 1.2 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเล่านิทาน กล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ 1.3 ดำเนินการสร้างแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติจำนวน 18 แผน ใช้เวลาในการจัดกิจกรรม แผนละ 30 นาที โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้
42 1.3.1 ขั้นนำ 1.3.1.1 ครูนำเด็กเข้าสู่กิจกรรม โดยการสนทนา การร้องเพลง การท่องคำ คล้องจอง 1.3.1.2 ครูและเด็กร่วมกันสร้างข้อตกลงในการทำกิจกรรม 1.3.2 ขั้นสอน 1.3.2.1 ครูเล่านิทานกล่องวงล้อ 1.3.2.2 ครูและเด็กสนทนาเกี่ยวกับพฤติกรรมความมีวินัยของตัวละครใน นิทาน 1.3.2.3 ครูและเด็กทบทวนสถานการณ์เกี่ยวกับเนื้อเรื่องในนิทาน 1.3.2.4 ครูขออาสาสมัครเด็กออกมาแสดงบทบาทสมมติ 1.3.2.5 เมื่อใกล้หมดเวลาครูให้สัญญาณเด็กเก็บอุปกรณ์เข้าที่ 1.3.3 ขั้นสรุป 1.3.3.1 ครูและเด็กร่วมกันสรุปกิจกรรม 1.4 นำแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาท สมมติเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อปรับปรุงแก้ไข 1.5 นำแผนการจัดกิจกรรมการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติผู้เชี่ยวชาญด้านปฐมวัยจำนวน 3 ท่าน เพื่อพิจารณาตรวจสอบความเหมาะสม 1.6 นำแผนการจัดกิจกรรมการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติที่ปรับปรุงแก้ไข แล้วนำเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องอีก ครั้ง 1.7 นำแผนการจัดกิจกรรมการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติที่แก้ไขปรับปรุง แล้วไปทดลองใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างแล้วนำมา ปรับปรุงแก้ไข จากนั้นนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างตามเนื้อหาที่กำหนดต่อไป โดยขั้นตอนการสร้างแผนการจัดกิจกรรมการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติผู้วิจัย ได้ดำเนินการสร้างตามลำดับ ดังแสดงในภาพที่ 3
43 ภาพที่ 3 ขั้นตอนการสร้างแผนการจัดกิจกรรมการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติ ศึกษาคู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 (อายุ 3-6 ปี) ของกระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อ เสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ ดำเนินการสร้างแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติจำนวน 18 แผน โดยมีแผนการจัดกิจกรรม 1 แผนใช้ในการจัดกิจกรรม 1 วัน โดยมีระยะเวลาในการจัดกิจกรรม 6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน ทุกวันวันพุธ พฤหัสบดี และวันศุกร์ ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ นำแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อปรับปรุงแก้ไข นำแผนการจัดกิจกรรมการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติผู้เชี่ยวชาญด้านปฐมวัยจำนวน 3 ท่าน เพื่อพิจารณาตรวจสอบ ความเหมาะสม นำแผนการจัดกิจกรรมการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติที่ปรับปรุงแก้ไข แล้วนำเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบความ ถูกต้องอีกครั้ง นำแผนการจัดกิจกรรมการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติที่แก้ไขปรับปรุง แล้วไปทดลองใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างแล้ว นำมาปรับปรุงแก้ไข จากนั้นนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างตามเนื้อหาที่กำหนดต่อไป
44 2. การสร้างและการหาคุณภาพของแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ผู้วิจัยดำเนินการสร้างและการหาคุณภาพของแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็ก ปฐมวัย ดังนี้ 2.1 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 เนื้อหา วัตถุประสงค์ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย 2.2 ผู้วิจัยสร้างแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นแบบมาตรา ส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ทั้ง 2 ด้าน ด้านละ 5 ข้อ รวมทั้งหมด 10 ข้อ ดังนี้ 2.2.1 ด้านความรับผิดชอบ 5 ข้อ 2.2.2 ด้านการควบคุมตนเอง 5 ข้อ 2.3 นำแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา 2.4 นำแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยเสนอผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เพื่อพิจารณาตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยใช้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) โดยมีเกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน ดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย มีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย มีความเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ไม่มีความเหมาะสมและไม่สอดคล้องกัน แล้วนำคะแนนที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญคำนวณหาดัชนีความสอดคล้องของแบบประเมิน ความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย (Index of Item Objective Congruence : IOC) ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1.00 ทุกข้อ 2.5 นำแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ไปทดลองใช้กับ นักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง (Try out) จำนวน 50 คน แล้วนําคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ หาค่าอำนาจ จําแนกมีค่าอยู่ระหว่าง 0.48 – 0.78 และนําไปหาค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินทั้งฉบับ โดยมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 2.6 นำแบบประเมินพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ที่ปรับปรุง แก้ไขแล้วไปใช้เก็บข้อมูลกับเด็กปฐมวัยที่เป็นกลุ่มตัวอย่างต่อไป ดังภาพที่ 4
45 ภาพที่ 4 ขั้นตอนการสร้างแบบประเมินพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 เนื้อหา วัตถุประสงค์ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับแบบประเมินพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ผู้วิจัยสร้างแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นแบบมาตรา ส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ทั้ง 2 ด้าน ด้านละ 5 ข้อ รวมทั้งหมด 10 ข้อ นำแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา นำแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยเสนอผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เพื่อพิจารณาตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยใช้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) แล้วนำคะแนนที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญคำนวณหาดัชนีความสอดคล้องของแบบประเมิน ความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย (Index of Item Objective Congruence : IOC) ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1.00 ทุกข้อ นำแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ไปทดลองใช้กับ นักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง (Try out) จำนวน 50 คน แล้วนําคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ หาค่า อำนาจจําแนกมีค่าอยู่ระหว่าง 0.48 – 0.78 และนําไปหาค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินทั้งฉบับ โดยมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 นำแบบประเมินพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้ เก็บข้อมูลกับเด็กปฐมวัยที่เป็นกลุ่มตัวอย่างต่อไป
46 การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 1. นำแบบแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้ผ่าน การวิเคราะห์ และปรับปรุงแก้ไขแล้วนำไปดำเนินการทดสอบก่อนการจัดกิจกรรม 2. ดำเนินการจัดกิจกรรมตามการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติจำนวน 6 หน่วย หน่วยละ 3 แผน รวม 18 แผน เป็นเวลา 6 สัปดาห์ 3. หลังจากการดำเนินการวิจัยการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติครบตามกำหนดในแผนการจัดกิจกรรมแล้ว ผู้วิจัยนำแบบประเมินความมีวินัยใน ตนเองของเด็กปฐมวัยฉบับเดิมให้เด็กกลุ่มทดลองทดสอบหลังการจัดกิจกรรม 4. นำคะแนนไปวิเคราะห์ การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เสนอการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับ ดังนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบประเมินความมีวินัยของเด็กปฐมวัย โดยนำข้อมูลไปหา ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2. เปรียบเทียบคะแนนแบบประเมินความมีวินัยของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัด กิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. การหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1.1 หาค่าการหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างเนื้อหา ข้อคำถามกับจุดประสงค์ (Index of Item-Objective Congruence : IOC) คำนวณจากสูตร (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ, 2543: 248–249) R IOC N = เมื่อ IOC = ดัชนีความสอดคล้อง R = ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N = จำนวนผู้เชี่ยวชาญ
47 1.2 หาค่าอำนาจจำแนก (r) โดบใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ 1.3 หาค่าความเชื่อมั่นของผู้ให้คะแนนความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ซึ่งคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบครอนบาก โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ 2. สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการบรรยายข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติพื้นฐานในการบรรยายข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ ประกอบด้วย 2.1 ค่าเฉลี่ย (Mean) 2.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Diviation)
48 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล สำหรับการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยกำหนดสัญลักษณ์และอักษรย่อที่ใช้ในการวิเคราะห์และแปล ข้อมูล ดังนี้ N แทน จำนวนนักเรียน µ แทน ค่าเฉลี่ย Ơ แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับ ดังนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบประเมินความมีวินัยของเด็กปฐมวัย โดยนำข้อมูลไปหา ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2. เปรียบเทียบคะแนนแบบประเมินความมีวินัยของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัด กิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ 1. ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย โดยนำข้อมูลไปหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผู้วิจัยได้นำคะแนนแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยก่อน และหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติมาหาค่าสถิติพื้นฐาน คือ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน ปรากฏดังแสดงใน ตาราง 4
49 ตาราง 3 ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยก่อนและหลัง การจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ ระยะการจัดกิจกรรม N µ Ơ ก่อนการจัดกิจกรรม 14 21.86 6.6 หลังการจัดกิจกรรม 14 25.5 7.92 จากตารางที่ 3 พบว่า คะแนนความมีวินัยในตนเองของเด็กของเด็กปฐมวัยก่อนได้รับกิจกรรม การเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.86 ละหลังได้รับกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 25.5ตามลำดับ 2. เปรียบเทียบคะแนนความความมีวินัยในตนเองของเด็กของเด็กปฐมวัยก่อนได้รับกิจกรรม การเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ ผู้วิจัยได้นำคะแนนความมีวินัยในตนเองของเด็กของเด็กปฐมวัยก่อนได้รับกิจกรรมการเล่า นิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติมาเปรียบเทียบกัน ดังแสดงใน ตาราง 4
50 ตาราง4 เปรียบเทียบคะแนนความมีวินัยในตนเองของเด็กของเด็กปฐมวัยก่อนได้รับกิจกรรม การเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ ผู้เรียน คะแนนก่อนเรียน คะแนนหลังเรียน 1 24 27 2 22 25 3 21 26 4 22 26 5 27 31 6 27 32 7 29 34 8 11 12 9 24 28 10 10 11 11 11 13 12 30 35 13 25 30 14 30 27 ค่าเฉลี่ย (µ) 21.86 25.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) 6.6 7.92 จากตารางที่ 4 พบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริม ด้วยการแสดงบทบาทสมมติมีความมีวินัยในตนเองหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม
51 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาผลการเปรียบเทียบความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับ การจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อเปรียบเทียบความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยก่อน และหลังได้รับการจัดกิจกรรมการ เล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ สมมติฐานของการวิจัย เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาท สมมติมีความมีวินัยในตนเองหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม ประชากรและกลุ่มเป้าหมาย ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 1 และ 2 (คละอายุ) จังหวัดอุดรธานี กลุ่มเป้าหมาย เด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 3–5 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 และ 2 (คละอายุ) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านหนองตุอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จำนวน 14 คน ที่ได้มาโดย การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ 2. แบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย
52 การดำเนินการจัดกิจกรรม ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการจัดกิจกรรม ดังนี้ 1. นำแบบแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้ผ่าน การวิเคราะห์ และปรับปรุงแก้ไขแล้วนำไปดำเนินการทดสอบก่อนการจัดกิจกรรม 2. ดำเนินการจัดกิจกรรมตามการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติจำนวน 6 หน่วย หน่วยละ 3 แผน รวม 18 แผน เป็นเวลา 6 สัปดาห์ 3. หลังจากการดำเนินการวิจัยการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วย การแสดงบทบาทสมมติครบตามกำหนดในแผนการจัดกิจกรรมแล้ว ผู้วิจัยนำแบบประเมินความมีวินัยใน ตนเองของเด็กปฐมวัยฉบับเดิมให้เด็กกลุ่มทดลองทดสอบหลังการจัดกิจกรรม 4. นำคะแนนไปวิเคราะห์ การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ มีรายละเอียด ดังนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบประเมินความมีวินัยของเด็กปฐมวัย โดยนำข้อมูลไปหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2. เปรียบเทียบคะแนนแบบประเมินความมีวินัยของเด็กปฐมวัยก่อนและหลัง การจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ สรุปผลการวิจัย เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ มีความมีวินัยในตนเองหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม
53 อภิปรายผลการวิจัย จากการวิจัยครั้งนี้พบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริม ด้วยการแสดงบทบาทสมมติมีความมีวินัยในตนเองหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม ซึ่งสามารถอภิปรายได้ว่า การจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติช่วย ส่งเสริมความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยได้ เนื่องมาจากแผนการจัดกิจกรรมทั้ง 18 แผน ได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ และได้นำไปทดลองใช้เพื่อหาคุณภาพที่เหมาะสม ดังนั้น กิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติจึงสามารถนำมาจัดกิจกรรม การเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในขั้นการสอนครู ได้จัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติโดยพฤติกรรมของตัวละครใน นิทานกล่องวงล้อจะแสดงพฤติกรรมเกี่ยวกับมีความมีวินัยในตนเอง เมื่อครูเล่าจบครูและเด็กทบทวน สถานการณ์เกี่ยวกับเนื้อเรื่องในนิทาน ครูขออาสาสมัครเด็กออกมาแสดงบทบาทสมมติ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีบันดูรา ที่กล่าวว่า การเรียนรู้ของมนุษย์ส่วนมากเป็นการเรียนรู้โดยการสังเกต หรือการเลียนแบบ (Bandura 1961) จึงเรียกการเรียนรู้จากการสังเกตว่า “การเรียนรู้โดยการ สังเกต” หรือ “การเลียนแบบ” และเนื่องจากมนุษย์มีปฏิสัมพันธ์ (Interact) กับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ตัวอยู่เสมอ แบนดูราอธิบายว่าการเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมในสังคม ซึ่ง ทั้งผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อกันและกัน และสอดคล้องกับ สุรีพร มุ่งงา (2557: 1) ได้ศึกษา การพัฒนาวินัยนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ด้วย กิจกรรมการเล่านิทานประกอบภาพ ผลการศึกษา การมี วินัยในตนเองก่อนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบภาพมีความสัมพันธ์กันทางบวกกับคะแนนการ มีวินัยในตนเองหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบภาพทั้ง 4 สัปดาห์ อย่างมีนัยสําคัญที่ระดับ .05 โดยที่คะแนน และยังสอดคล้องกับ ศิริวรรณ มหามาต (2561: 455-459) ได้ศึกษา ผลการจัด กิจกรรมการเล่านิทานที่มีต่อพฤติกรรมความมีระเบียบวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/3 ผลการศึกษา พบว่า การจัดกิจกรรมการเล่านิทานที่มีต่อพฤติกรรมความมีระเบียบวินัยในตนเอง มีค่า ร้อยละเฉลี่ยคะแนนก่อนการจัดกิจกรรมเท่กับ 4.35 และหลัง การจัดกิจกรรมเท่ากับ 8.05 โดยมีคะแนนหลังการจัดกิจกรรมสูงขึ้นกว่าก่อนการจัดกิจกรรม เมื่อเปรียบเทียบทั้งชั้นเรียน พบว่าคะแนนร้อยละความก้าวหน้าทั้งชั้นเรียนเท่ากับ 37
54 ข้อเสนอแนะ จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ และข้อเสนอแนะในการทำวิจัย ครั้งต่อไป ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะสำหรับการนำไปใช้ 1.1 กิจกรรมการเล่านิทาน ควรมีเทคนิคการเล่าที่หลากหลายและให้นักเรียนที่ส่วนร่วมใน กิจกรรมการเล่านิทานด้วย ทำให้นักเรียนเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้ 1.2 ครูคอยให้กระตุ้นเตือนตลอดการทำกิจกรรม เพื่อให้นักเรียนเกิดความตระหนักถึง ความมีวินัยในตนเอง ด้านความรับผิดชอบ และด้านการควบคุมตนเอง 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรศึกษาเปรียบเทียบการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริมด้วยการแสดง บทบาทสมมติ เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมในด้านอื่น ๆ
55 บรรณนานุกรม
56 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว. กรมวิชาการ. (2540). คู่มือการอบรมเลี้ยงดูเด็กระดับก่อนประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: คุรุสภา. _______. (2542). หลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2542. กรุงเทพฯ: คุรุสภาพลาดพร้าว. กันนภัค สิมลาโคตร. (2557). การใช้นิทานภาพเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังสำหรับ เด็กปฐมวัยที่มีภาวะเสี่ยงต่อการพัฒนาการล่าช้า. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2542). การฝกวินัยเด็ก. วารสารการศึกษาปฐมวัย. 3(2): 61 เกริก ยุ้นพันธ์. (2543). การเล่านิทาน. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. เกศสุดา ปงลังกา. (2550). การศึกษาการใช้กิจกรรมบทบาทสมมติในการพัฒนาความสามารถ ด้านการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย. จิตตินันท์ เดชะคุปต์. (2556). พัฒนาการและการเตรียมความพร้อมของเด็กปฐมวัย. ในประมวล สาระชุดวิชาหลักการและแนวคิดทางการปฐมวัยศึกษา (หน่วยที่ 5, พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. จีรนะ ดวงภูเมฆ. (2561). การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเล่นนิทานประกอบการแสดงบทบาท สมมติเพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร มหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการเรียนการสอน คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัย ราชภัฏมหาสารคาม. จารุวรรณ กำลังเหลือ. (2556). การพัฒนาความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยโดยการจัดการชั้น เรียนคละอายุ โรงเรียนบ้านห้วยหมากแดง จังหวัดชัยภูมิ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการปฐมวัยศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร. ฉันทนา ศรีภักดี. (2555). การศึกษาความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด ประสบการณ์การละเล่นพื้นบ้านของไทย. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ชนิพรรณ จาติเสถียรและคณะ. (2560). การสร้างวินัยส าหรับเด็กปฐมวัย.กรุงเทพฯ. ดวงเดือน พันธุมนาวิน. (2529). จิตวิทยาการปลูกฝังวินัยแห่งตนในประมวลบทความทางวิชาการ ตอน 1. กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
57 ประสานมิตร. ต้องจิตต จิตดี. (2547). การพัฒนาความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด ประสบการณ์กิจกรรมดนตรีแนวคาร์ล ออร์ฟ. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ทัศนียา แสนทิพย์. (2559). การศึกษาความมีวินัยในตนเองของนักเรียนนิคมสร้างตนเอง จังหวัดระยอง 4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยองเขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์. มหาวิทยาลัยบูรพา. ทิศนา แขมมณี. (2550). รูปแบบการเรียนการสอนทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นวลศิริ เปาโรหิตย์. (2540). ศิลปะการสร้างวินัยชนะใจลูก. กรุงเทพฯ: ตนอ้อ แกรมมี่. บงกชรัตน์ ศุภเกสร. (2554). ผลการจัดการเรียนรู้ตามขั้นทั้งสี่ของอริยสัจที่มีต่อพฤติกรรม การมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาปฐมวัยศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. บุญชม ศรีสะอาด. (2543). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่6) กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สุวีริยาสาส์น. บุญเหลือ มุ่งต่อม. (2552). แนวทางการพัฒนาการดำเนินงานวินัยนักเรียน กรณีศึกษาโรงเรียน บ้านโนนกกจาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลยเขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย. บวร งามศิริอุดม. (2554). การเล่านิทานสำหรับเด็กปฐมวัย. สืบค้นเมื่อ 18 ตุลาคม 2566, จาก https://kanokarpa-ec.blogspot.com เบญญา เจริญเฉลิมศักดิ์. (2557). ผลของการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบศิลปะ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนสำหรับเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ประคอง นิมมานเหมินท์. (2551). นิทานพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. ประภาพรรณ อิ่มกะดี. (2556). การพัฒนากิจกรรมการเสริมสร้างวินัยในตนเองด้านความ รับผิดชอบของนักเรียนระดับประถมศึกษา โดยใช้วิธีสะท้อนความคิดแบบผสมผสาน. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยรังสิต. ประยูรศรี กวานปรัชชา. (2559). การเสริมสร้างวินัยนักเรียนด้านความรับผิดชอบสำหรับนักเรียน ช่วงชั้นที่ 3 กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านกอกวิทยาคม อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
58 ปาจรีย์ เกตุสำเภา. (2554). แนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมของนักเรียน โรงเรียนบ้านกระสังสามัคคี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. ผุสดี กุฏอินทร์. (2558). เด็กกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์. เอกสารการสอน ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. พักตร์วิภา บุญมาก. (2553). ผลการใช้ชุดกิจกรรมการละเล่นไทยที่มีต่อความมีวินัยในตนเอง ของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. ยาใจ เดชขันธ์. (2556). ปัจจัยพหุระดับที่มีอิทธิพลต่อคุณธรรมของนกัเรียนโรงเรียนประถมศึกษา ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยหลักสูตรและ การสอน มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร. รัศมี บุญศิริ. (2556). การพัฒนาพฤติกรรมการอยู่ร่วมกันในสังคมของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด กิจกรรมบทบาทสมมติตามวิถีชีวิตหมู่บ้านชวน อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัยคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร. ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์. ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. (2543). การวัดด้านจิตพิสัย. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. วัชราภรณ์ วงษ์จันทรา. (2557). การพัฒนาชุดนิทานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมร่วมมือของ เด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านน้ำคำ จังหวัดศรีสะเกษ. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต แขนงวิชาหลักสูตรและการสอน สาขาวิชาศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วัลลภา วงศ์ศักดิรินทร์. (2559). พฤติกรรมของผู้ปกครองในการส่งเสริมการมีวินัยในตนเองแก่ นักเรียนโรงเรียนสาธิตในจังหวัดนครปฐม. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาจิตวิทยาชุมชน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. วิมลรัตน์ ชัยสิทธิ์. (2542). การแสดงบทบาทสมมติในการสอนกลุ่มบูรณาการสำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิไล มาศจรัส. (2545). เทคนิคการเขียน การเล่านิทานสำหรับเด็ก. กรุงเทพฯ: ธารอักษร. วารุณี นาวัลย์. (2555). การจัดการเรียนรู้แบบนักวิจัยที่มีผลต่อความมีวินัยในตนเองของ เด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
59 ศศิภา ไชยวงศ์. (2553). การใช้การสอนแบบชักชวนร่วมกับกิจกรรมบทบาทสมมติเพื่อเพิ่มพูน การฟังพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและลดความวิตกกังวลของนักเรียนในชมรม มัคคุเทศก์น้อย. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ศิริรัตน์ คอยเกษม. (2557). การเปรียบเทียบผลการจัดกิจกรรมการเล่านิทานโดยใช้สื่อวีดิทัศน์ กับการเล่านิทานแบบปกติที่มีต่อความสามารถในการจับใจความของเด็กปฐมวัย โรงเรียนนิคมทับกวางสงเคราะห์2 จังหวัดสระบุรี. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต แขนงวิชาหลักสูตรและการสอน สาขาวิชาศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ศิริวรรณ มหามาต. (2561). ผลการจัดกิจกรรมการเล่านิทานที่มีต่อพฤติกรรมความมีระเบียบ วินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/3. ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ ระดับชาติ“ครุศาสตร์ศึกษา ครั้งที่1” วันที่ 29 มีนาคม 2561 ณ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. ศุภวรรรณ์ เล็กวิไล. (2548). นวัตกรรมการเรียนรู้สำหรับการวิจัยภายในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ: เอส.อาร์.พริ้นติ้ง. สมศิริ ปลื้มจิตต์. (2544). การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเหตุผล เชิง จริยธรรมในการสอนจริยธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการสอนโดยใช้ บทบาทสมมติกับการสอนตามคู่มือ. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหาร การศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สินีนาฎ แสงแพง และ ปัทมาวดี เล่ห์มงคล (2561). ผลของการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบ บทบาทสมมติ เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองในเด็กปฐมวัย. วารสารจันทรเกษมสาร. 26(1): 117-130. สุทิตา จุลกนิษฐ์. (2558). การใช้สื่อประสมชุดส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมด้านความซื่อสัตย์ของ เด็กปฐมวัยกรณีศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านนางลาด จังหวัดพัทลุง. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. สุพัสษา บุพศิริ. (2560). ผลการจัดประสบการณ์การแสดงบทบาทสมมติประกอบการเล่านิทาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางด้านภาษาและการกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. สุวิมล ติรกานันท์. (2549). การใช้สถิติในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุวิทย์ มูลคำ และ อรทัย มูลคำ. (2551). วิธีจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ และทักษะ. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.
60 สุรีพร มุ่งงา. (2557). การพัฒนาวินัยนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ด้วยกิจกรรมการเล่านิทาน ประกอบภาพ. วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ. 7(2): 1-16. สุรีย์ ดาลินดา. (2564). วิธีการแสดงบทบาทสมมติในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างบุคคล สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลใน Bandar Lampung, Advances in Social Science. Education and Humanities Research, 538(2): 109-113. สืบศักดิ์ น้อยดัด. (2555). การศึกษาพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการ จัดประสบการณ์แบบโครงการ. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. หรรษา นิลวิเชียร. (2535). ปฐมวัยศึกษาหลักสูตรและแนวปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. อรุณี หรดาล. (2558). วินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย. ในประมวลสาระชุดวิชาการพัฒนาทักษะ ชีวิตสำหรับเด็กปฐมวัย. (หน่วยที่ 7, พิมพ์ครั้งที่ 1). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2550). หลักการสอน (ฉบับปรับปรุง). พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: โอเดียน สโตร์. Adlya. S. I. (2020). The contribution of self control to students’ discipline. Universitas Negeri Padang. Aleksander Veraksa.; & Daria Bukhalenkova. (2020). The relationship between different components of role play and executive function development at preschool age. International Research in Early Childhood Education. 10(2): 16-29. Al-Saadat, Abdullah.; & Afifi, Elhami. (2007) “Role-Playing for Inhibited Students in Paternal Communities”. Forum. 35(3): 43. Bandura, A., Ross, D., & Ross, S. A. (1961). Transmission of aggression through imitation of aggressive models. Journal of Abnormal and Social Psychology, 63, 575-582. Havens, R. (2019). Using Role Play to Teach Social Emotional Skills in the Early Childhood Classroom. Degree of Master of Education. Northwestern College. Henson, Robon K. (2001, November). Perceived Responsibility of Prospective Teacher for the Moral Development of Their Student. Dissertation Abstracts International. 25(8): 131. Hidayah, N. (2020). Role-Play in Teaching English as Second Language in Early Childhood Education. Jurnal Pendidikan Awal Kanak-kanak Kebangsaan
61 (Special Issue). 9: 143-151. Lajooee, E. S., & Barimani, S. (2013). Contrastive study on learning vocabulary through role-play and memorization among EFL female learners. Journal of Academic and Applied Studies. 3(1): 1-19. Mbaluka, S. N. (2017). The impact of student self-discipline and parental involvement in students' academic activities on student academic performance. Andrews University. Ments, Van Morry. (1983). The Effective Use of Role Play Practical Techniques for Improving Learning. London: Kogan Page. Moneva, J. C.; & Gatan, B. P. (2020). Emotional Intelligence and self-discipline in senior High school. International Journal of Research-Granthaalayah, 8(1): 69-77. Wachs, Stewart. “Bones of Contention: Listed / Role Plays for students of Oral English”. In the Internet TESL Journal. Sunardi, (2013). Teaching Speaking Ability Through Role Play. Tanjungpura Universit
62 ภาคผนวก
63 ภาคผนวก ก ราชชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ
64 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ 1. นางสุภา เบ้าวรรณ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านหนองตุ สำนักการศึกษาอุดรธานี 2. นางชัญญาพัทธ์ บุญมาตุ่น ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านหนองตุ สำนักการศึกษาอุดรธานี 3. ดร.ศศิธร อมรินทร์แสงเพ็ญ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
65 ภาคผนวก ข ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบประเมินพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย
66 ตารางที่ 5 ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบประเมินพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองของ เด็กปฐมวัย ด้านที่ ประเมิน ข้อที่ประเมิน ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ ∑ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ด้านที่ 1 ความรับ ผิดชอบ 1. การเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อย +1 +1 +1 3 1.0 2. การตั้งใจทำงานที่ได้รับ มอบหมายจนสำเร็จ +1 +1 +1 3 1.0 3. การรู้จักขอโทษเมื่อกระทำ ผิด +1 +1 +1 3 1.0 4. การส่งงานที่ได้รับมอบหมาย ตามกำหนด +1 +1 +1 3 1.0 5. การทิ้งขยะให้ถูกที่ +1 +1 +1 3 1.0 ด้านที่ 2 การ ควบคุม ตนเอง 1. การรอคอยของเล่นของใช้ จากเพื่อน +1 +1 +1 3 1.0 2. การเข้าแถวตามลำดับ +1 +1 +1 3 1.0 3. การไม่ทำร้ายเพื่อนเมื่อไม่พึง พอใจ +1 +1 +1 3 1.0 4. การตั้งใจทำงานไม่วอกแวก +1 +1 +1 3 1.0 5. การเล่นหรือทำกิจกรรมที่มี กฎกติกาได้ +1 +1 +1 3 1.0
67 ภาคผนวก ค ค่าอำนาจจำแนก (r) และค่าความเชื่อมั่น ของแบบประเมินพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย
68 ตารางที่ 6 ค่าอำนาจจำแนก (r) และค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของ เด็กปฐมวัย ด้านที่ประเมิน ข้อที่ประเมิน ค่าอำนาจจำแนก แปลผล ด้านที่ 1 ความรับผิดชอบ 1. การเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อย 0.74 นำไปใช้ได้ 2. การตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย จนสำเร็จ 0.86 นำไปใช้ได้ 3. การรู้จักขอโทษเมื่อกระทำผิด 0.75 นำไปใช้ได้ 4. การส่งงานที่ได้รับมอบหมายตาม กำหนด 0.78 นำไปใช้ได้ 5. การทิ้งขยะให้ถูกที่ 0.48 นำไปใช้ได้ ด้านที่ 2 การควบคุมตนเอง 1. การบอกพฤติกรรมหรือเหตุการณ์ ที่เป็นต้นเหตุของปัญหา 0.65 นำไปใช้ได้ 2. การรอคอยของเล่นของใช้จาก เพื่อน 0.70 นำไปใช้ได้ 3. การไม่ทำร้ายเพื่อนเมื่อไม่พึง พอใจ 0.54 นำไปใช้ได้ 4. การตั้งใจทำงานไม่วอกแวก 0.66 นำไปใช้ได้ 5. การเล่นหรือทำกิจกรรมที่มีกฎ กติกาได้ 0.70 นำไปใช้ได้ ค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย มีค่าเท่ากับ 0.92
69 ภาคผนวก ง ตัวอย่าง แผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อเสริม ด้วยการแสดงบทบาทสมมติ
70 ตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์เล่านิทานวงล้อเสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ หน่วย วันพ่อ ชั้นอนุบาลปีที่ 1-2 วัน....................ที่............เดือน.................................พ.ศ................ เวลา 40 กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระสำคัญ การทำหนาที่ที่ได้รับมอบหมายใหสำเร็จ และการยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนทั้ง ดีและไม่ดี ได้แก่ การเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อย การนําการบ้านมาสง จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้เด็ก 1. ฟังผู้อื่นพูดและสนทนาโต้ตอบสอดคล้องกับเรื่องที่ฟังได้ 1 2. เก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อยได้ 3. 3. เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรรู้ การฟังนิทานกล่องวงล้อ เรื่อง คนดีมีความรับผิดชอบ ประสบการณ์สำคัญ 1. การปฏิบัติตนตามกฎกติกา 2. การเก็บของเล่นของใช้เข้าที่ด้วยตนเอง 3. การเล่นบทบาทสมมติเหตุการณ์ต่าง ๆ กิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นนำ 1. ครูและเด็กร่วมกันร้องเพลง เก็บของเข้าที่ และสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับเพลง 2. ครูแนะนำนิทานกล่องวงล้อ เรื่อง คนดีมีความรับผิดชอบ 3. ครูและเด็กร่วมกันสร้างข้อตกลงในการทำกิจกรรม - เด็ก ๆ ไม่ส่งเสียงดัง . - เด็ก ๆ ตั้งใจทำกิจกรรม ขั้นสอน 1. ครูเล่านิทานกล่องวงล้อ เรื่อง คนดีมีความรับผิดชอบ 2. ครูสนทนาเกี่ยวกับตัวละครในนิทาน - เมื่อคนดีมาถึงโรงเรียน คนดีทำอะไรเป็นลำดับแรก
71 - ลำดับต่อไปคนดีทำอะไร 3. ครูตั้งสถานการณ์เกี่ยวกับเนื้อเรื่องในนิทานที่เล่า และให้เด็กออกมาแสดงบทบาทสมมติ 4. ครูให้เด็กเก็บอุปกรณ์เข้าที่ ขั้นสรุป 5. ครูและเด็กร่วมกันสรุปกิจกรรม การวัดและประเมินผล สังเกต 1. การฟังผู้อื่นพูดและสนทนาโต้ตอบสอดคล้องกับเรื่องที่ฟัง 2. การเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อย 3. การเล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. เพลงเก็บของเข้าที่ 2. นิทานกล่องวงล้อเรื่อง คนดีมีความรับผิดชอบ การวัดและประเมินผล สังเกตจาก 1. การฟังผู้อื่นพูดและสนทนาโต้ตอบสอดคล้องกับเรื่องที่ฟังได้ 2. การเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อยได้ 3. การเล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ เพลง เก็บของเข้าที่ ผู้แต่ง : ไม่ทราบนามผู้แต่ง เก็บของ เก็บของเข้าที่ เก็บดี ๆ อย่าวิ่งซุกซน มาช่วยกัน มาช่วยกันเก็บทุกน พวกเราทุกคนช่วยกันเก็บของ (ซ้ำ)
72 ภาคผนวก จ ตัวอย่าง แบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย
73 คู่มือแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย คู่มือการใช้แบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงและอธิบาย รายละเอียดในการประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ซึ่งในการประเมินครั้งนี้ได้ให้คำนิยาม ความหมายของมีวินัยในตนเอง หมายถึง ความสามารถของเด็กปฐมวัยในการควบคุมอารมณ์และ พฤติกรรมของตนเอง ปฏิบัติตนในขอบเขต กฎ ระเบียบ ด้วย ความสมัครใจไม่มีการบังคับ โดยพฤติกรรมที่ปฏิบัติส่งผลดีต่อตนเองและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เพื่อให้อยู่อย่างราบรื่นและมีความสุข โดยแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านความรับผิดชอบ 2. ด้านการควบคุมตนเอง คำชี้แจง แบบสังเกตประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยเป็นการบันทึกระดับคุณภาพของ พฤติกรรม โดยวัดเป็น 4 ระดับคะแนน คือ 4 3 2 1 ข้อปฏิบัติในการประเมิน 1. เขียนชื่อผู้ประเมิน ชื่อนักเรียน วัน เดือน ปีที่ประเมิน 2. ให้ผู้ประเมินให้คะแนนที่สังเกตพบเมื่อมีการประเมินตรงกับช่องใด ให้ทำเครื่องหมาย √ ลง ในช่องนั้น เกณฑ์การให้คะแนน 4 หมายถึง ความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับดีมาก . 3 หมายถึง ความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับดี . 2 หมายถึง ความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับพอใช้ . 1 หมายถึง ความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับปรับปรุง
74 ตัวอย่างแบบประเมินความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ชื่อ............................................................... ชั้นอนุบาลปีที่..................โรงเรีน................. ..... ชื่อกิจกรรมที่สังเกต.......................................................วัน/เดือน/ปีที่สังเกต......................... ชื่อผู้สังเกต................................................................................................................ ............. คำชี้แจง : ให้ผู้สังเกตทำเครื่องหมาย √ ในช่องที่มีพฤติกรรมนั้น หมายเหตุ เกณฑ์การประเมิน 4 หมายถึง ความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับดีมาก 1 3 หมายถึง ความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับดี 1 2 หมายถึง ความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับพอใช้ 1 1 หมายถึง ความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับปรับปรุง ความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ระดับคะแนน 1. ด้านความรับผิดชอบ 1.1 การเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อย 1.2 การตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จ 1.3 การรู้จักขอโทษเมื่อกระทำผิด 1.4 การส่งงานที่ได้รับมอบหมายตามกำหนด 1.5 การทิ้งขยะให้ถูกที่ 2. ด้านการควบคุมตนเอง 2.1 การรอคอยของเล่นของใช้จากเพื่อน 2.2 การเข้าแถวตามลำดับ 2.3 การไม่ทำร้ายเพื่อนเมื่อไม่พึงพอใจ 2.4 การตั้งใจทำงานไม่วอกแวก 2.5 การเล่นหรือทำกิจกรรมที่มีกฎกติกาได้ รวม 4 3 2 1
75 ภาคผนวก ฉ ตัวอย่าง ภาพการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อ เสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ
76 ตัวอย่างภาพการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อ เสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ ครูเล่านิทานกล่องวงล้อ
77 ตัวอย่างภาพการจัดกิจกรรมการเล่านิทานกล่องวงล้อ เสริมด้วยการแสดงบทบาทสมมติ(ต่อ) เด็กออกมาแสดงบทบาทสมมติ
78 ประวัติผู้วิจัย
79 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ - สกุล นางสาวปลายฟ้า บุญลอด วัน เดือน ปีเกิด 30 มีนาคม 2545 สถานที่เกิด อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 134 หมู่ที่ 6 ตำบลตาดทอง อำเภอศรีธาตุ . จังหวัดอุดรธานี 41230 ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2556 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จาก โรงเรียนมหาไถ่ศึกษากุมภวาปี พ.ศ. 2560 มัธยมศึกษาตอนต้น จาก โรงเรียนเซนต์เมรี่ พ.ศ. 2563 มัธยมศึกษาตอนปลาย จาก โรงเรียนเซนต์เมรี่ พ.ศ. 2566 ครุศาสตรบัณฑิต (สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย) จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี