หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอบางกรวย
กศน.อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบรุ ี
ความเปน็ มาของวนั วชริ าวุธ
วันวชิราวุธ ตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี สาเหตุที่กำหนดให้เป็น
วันนี้ เนื่องจากตรงกับวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า-
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่เป็นประโยชน์อย่าง
มากมายมหาศาลต่อประเทศชาติ ทั้งในด้านการคมนาคม การปกครอง กิจการ
เสอื ปา่ และลกู เสอื รวมทั้งดา้ นศิลปวัฒนธรรมและด้านวรรณคดี
เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หวั สวรรคต ทางการจึงกำหนดให้
วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันวชิราวุธ เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึง
พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ทั้งนี้ ภายหลังมีหลักฐานยืนยันว่า วัน
สวรรคตจริงตรงกับเชา้ มืดชว่ งตี 1 ของวันที่ 26 พฤศจิกายน แต่ทางราชการยงั คง
ถือว่าวนั ที่ 25 พฤศจกิ ายน เปน็ วันวชิราวุธ
ห้องสมดุ ประชาชนอาเภอบางกรวย 1
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรง
เปน็ พระมหากษตั ริย์รัชกาลท่ี 6 แหง่ ราชวงศจ์ กั รี ทรงเปน็ พระราชโอรสองค์ท่ี 29
ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และองค์ที่ 2 ในสมเด็จ
พระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง (สมเด็จพระ
นางเจ้าเสาวภาผ่องศรี) พระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 มี
พระเชษฐภคินีและพระอนุชาร่วมพระมารดารวม 8 พระองค์ ซึ่งมีพระอนุชา
องค์เล็กคือ พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจ้าอย่หู วั รัชกาลที่ 7
เมื่อเจริญพระชนมายุครบเดือน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้พระราชทานพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ" ในปี
พ.ศ. 2431 เมื่อมีพระชนมายุ 8 พรรษา ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้า
"กรมขุนเทพทวาราวดี" ให้ทรงมีพระเกียรติยศเป็นชั้นที่ 2 รองจากสมเด็จพระ
บรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร และได้มีพระราชพิธี
โสกันต์ในเดือนธนั วาคม พ.ศ. 2435
ห้องสมุดประชาชนอาเภอบางกรวย 2
พระราชประวัติ
ขณะทรงพระเยาว์ พระองค์ได้ทรงศึกษาความรู้จากพระยาศรีสุนทรโวหาร
(น้อย อาจารยางกูร) พระยาอิศรพันธุ์โสภณ (หนู อิศรางกูร ณ อยุธยา) และ
หม่อมเจ้าประภากร ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบ
ปรปกั ษ์ ทัง้ ในพระบรมมหาราชวงั และโรงเรียนสวนกุหลาบ จนเมื่อมีพระชนมายุ
12 พรรษา พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอย่หู วั ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้เสด็จฯ ไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ นับเป็นพระมหากษัตริย์ไทย
พระองค์แรกท่ีทรงได้รับการศึกษาจากตา่ งประเทศ
ระหว่างทีท่ รงศึกษาอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้า
ฟา้ มหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ไดส้ วรรคตเมอื่ วันท่ี 4 มกราคม พ.ศ. 2437
พระองค์จึงได้รับการสถาปนาเฉลิมพระอิสริยยศขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสา-
ธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สืบแทน และได้ประกอบพระราชพิธีขึ้นเมื่อวันที่ 17
มกราคม พ.ศ. 2437 ที่ประเทศไทย และที่สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน ประเทศ
อังกฤษ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2437 พระองค์มีพระราชดำรัสอันเป็นพระวา
ทะอมตะว่า "ข้าพเจ้ากลับไปยังประเทศสยามเมื่อใด ข้าพเจ้าจะเป็นไทยให้ยิ่งกว่า
วันทีอ่ อกเดนิ ทางมา"
หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอบางกรวย 3
พระราชประวตั ิ
พระองค์ทรงศกึ ษาสรรพวิชาหลายแขนงทัง้ การทหารบกทีโ่ รงเรียนนายร้อย
ทหารบกแซนด์เฮิร์สต์, วิชาประวัติศาสตร์และกฎหมาย ที่วิทยาลัยไครสต์เชิร์ช
มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และทรงพระราชนิพนธ์วิทยานิพนธท์ างประวัติศาสตร์
เร่อื ง The War of the Polish Succession แตร่ ะหว่างทศ่ี กึ ษาอยู่ ทรงพระประชวร
ด้วยพระโรคพระอันตะ (ไส้ติ่ง) อักเสบ ทำให้ต้องทรงรับการผ่าตัดทันที จึงทรง
พลาดโอกาสทจี่ ะได้รบั ปริญญา
ปี พ.ศ. 2447 พระองค์เสด็จออกพระผนวชตามราชประเพณี ประทับอยู่
ประจำวัดบวรนิเวศวิหาร ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จ
พระราชดำเนินยุโรปครั้งที่ 2 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอำนาจ
ในราชกิจไว้แดพ่ ระองคใ์ นฐานะทรงเปน็ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน
หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอบางกรวย 4
พระราชประวัติ
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จ
ขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ซึ่งตรงกับวันเสด็จสวรรคตของ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี
ข้าราชการชัน้ ต่าง ๆ มาเขา้ เฝ้าฯ เพอ่ื กราบถวายบังคมอญั เชิญเสด็จขึน้ เถลงิ ถวัลย
รา ชส มบ ัติ เป ็นพ ระ เจ้า แผ่นดินส ืบ ต่อสมเด็จพระ บ รมชนกนา ถ เป็ น
พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 6 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงพระนามว่า
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หวั
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชธิดาเพียงพระองค์
เดียว คือ สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ประสูติแต่
พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 แต่
หลังจากนั้นเพียง 1 วัน คือวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 เวลา 1 นาฬิกา 45
นาที พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จสวรรคตด้วยพระโรคพระ
โลหิตเป็นพิษในพระอุทร รวมพระชนมพรรษาได้ 45 พรรษา รวมเสด็จดำรงสิริ
ราชสมบตั ิได้ 15 ปี
ห้องสมดุ ประชาชนอาเภอบางกรวย 5
พระราชกรณยี กจิ
ด้านการศกึ ษา
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงเรียนมหาดเล็กหลวงขึ้นเป็นโรงเรียนใน
พระองค์ แทนการสร้างวัดประจำรัชกาล โดยทรงเห็นว่าในสมัยก่อนการสร้างวดั
มีขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานศึกษา จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสถานศึกษาข้ึนโดยตรง ต่อมา
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา
โรงเรียนมหาดเลก็ หลวงเป็นโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เม่ือปี พ.ศ. 2469
พ.ศ. 2459 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะโรงเรยี นขา้ ราชการพลเรือน
ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัว ขึ้นเป็น "จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย"
นับเป็นมหาวทิ ยาลัยแห่งแรกของไทย
พ.ศ. 2464 ทรงตราพระราชบัญญัติประถมศึกษาเป็นครั้งแรก โดยกำหนด
การศึกษาภาคบังคับให้เด็กทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์ ต้องเรียนหนังสือใน
โรงเรียนจนกระทัง่ อายคุ รบ 14 ปีบรบิ ูรณ์
ห้องสมดุ ประชาชนอาเภอบางกรวย 6
พระราชกรณียกจิ
ดา้ นเศรษฐกิจ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติคลังออมสินพุทธศักราช
2456 ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักการออม จนเมื่อปี พ.ศ. 2458 จึงจัดตั้ง
ธนาคารออมสิน นอกจากนั้นพระองค์ทรงเห็นการณ์ไกลว่าในภายภาคหน้า
จะต้องมีการสร้างบ้านเรือนและอาคารต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับการ
พัฒนาประเทศและเป็นไปตามแบบอารยประเทศ ดังนั้น พระองค์จึงทรงริเริ่ม
กอ่ ต้งั บริษัท ปูนซเิ มนต์ไทย ขึน้ เมื่อปี พ.ศ. 2459
ด้านการคมนาคม
พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้
รวมกรมรถไฟท่ีเคยแยกกนั เป็น "กรมรถไฟหลวง" และเร่ิมเปดิ การเดินรถไฟสาย
กรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ อีกทั้งรถด่วนระหว่างประเทศจากธนบุรี เชื่อมไปถึงปีนัง
และสิงคโปร์ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานพระราม 6 เพื่อ
เช่ือมทางรถไฟไปยังภูมภิ าคอ่นื
ห้องสมดุ ประชาชนอาเภอบางกรวย 7
พระราชกรณยี กิจ
ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข
พ.ศ. 2455 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งวชิรพยาบาลและ
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ขึ้น และทรงเปิดสถานเสาวภา ในปี พ.ศ. 2465 เพ่ือ
รกั ษาคนทถี่ ูกสตั วร์ า้ ยกดั
ดา้ นการปกครอง
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้เปลย่ี นแปลงคำเรียกชอ่ื "เมอื ง" เปน็ "จงั หวัด"
แทน นอกจากนั้นยังทรงมีพระราชดำริให้ทำการทดลองระบอบประชาธิปไตย
โดยจัดตั้งเมืองจำลอง "ดุสิตธานี" ขึ้น ภายในพระราชวังดุสิต ในปี พ.ศ. 2461
ก่อนจะย้ายมาท่ีพระราชวงั พญาไทในปีถัดมา โดยจัดให้มีพรรคการเมือง 2 พรรค
มีหนังสือพิมพร์ ายวันทีว่ ิพากษ์วิจารณ์การเมือง 3 ฉบับ ได้แก่ ดุสิตสมิตรายปักษ์
ดุสิตสมัย และดุสิตสักขี และทดลองให้มีการเลือกตั้งขึ้น แต่ดุสิตธานีได้ส้ินสุดลง
หลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอย่หู วั
หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอบางกรวย 8
พระราชกรณยี กิจ
ด้านกจิ การเสอื ป่าและลูกเสอื
ทรงจัดตั้งกองเสือป่าขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2454 มีจุดมุ่งหมายเพ่ือ
ฝึกอบรมข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ให้ได้รับการฝึกหัดอย่างทหาร เพื่อให้เป็น
ราษฎรที่เข้มแข็ง มีคุณภาพ และส่งเสริมความสามคั คี โดยเหล่าเสือป่าจะมีหน้าที่
ในการรกั ษาความสงบท่วั ไปในเมอื ง
ขณะเดยี วกนั กไ็ ดท้ รงก่อตัง้ กองลูกเสือข้ึนทโ่ี รงเรยี นมหาดเลก็ หลวง เพ่ือฝึก
ให้เยาวชนมีความเข้มแข็ง อดทน เสียสละ สามัคคี ดังที่ได้พระราชทานคติพจน์
ให้แก่คณะลูกเสือว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์" และดังพระราชนิพนธ์บทละครพูด
เรื่อง หัวใจนักรบ และความดีมีไชย ที่แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญ
กบั บทบาทและหน้าที่ของลกู เสอื
หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอบางกรวย 9
พระราชกรณียกจิ
ด้านการต่างประเทศ
ในสมัยของพระองค์ ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้นในทวีปยุโรป ต่อมา
พระองค์มพี ระบรมราชโองการประกาศสงครามกบั ประเทศฝ่ายเยอรมนี เม่อื วันท่ี
22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 และได้เข้าร่วมกับประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร เพื่อรักษา
สิทธขิ องประเทศ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ส่งทหารไทยอาสาสมัครไปรว่ มรบ
ในสมรภูมิในยุโรปด้วย จนเมื่อสงครามสิ้นสุดด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร
ประเทศไทยจึงมีโอกาสเจรจากับประเทศมหาอำนาจหลายประเทศเพื่อแก้
สนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม จนเป็นผลสำเร็จในปี พ.ศ. 2469 ทำให้ไทยได้สิทธิ
สภาพนอกอาณาเขตกลบั คืนมา และสามารถเกบ็ ภาษอี ากรได้ตามกฎหมายไทย
การประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้น พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้
ยกเลิกการใช้ธงช้างเดิม เปลี่ยนมาใช้ธงไตรรงค์แทนตามลักษณะสีธงชาติของ
ประเทศที่เป็นสัมพันธมิตรกับประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2460 ประเทศไทยจึงใช้
ธงไตรรงค์เป็นธงชาติ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ทหาร
อาสาสงครามโลก ครั้งที่ 1 ไว้เป็นอนุสรณส์ ถานที่มุมตะวันตกเฉยี งเหนือของท้อง
สนามหลวง เมือ่ ปี พ.ศ. 2462 เพ่ือสดุดีวรี กรรมของบุคคลเหลา่ นนั้
หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอบางกรวย 10
พระราชกรณยี กจิ
ดา้ นศิลปวฒั นธรรมไทย
ด้านนาฏศิลป์ พระองค์โปรดการแสดงโขนละคร จึงได้พระราชนิพนธบ์ ทละครไว้
หลายเรื่อง และยังเคยทรงแสดงละครเวทีด้วยพระองค์เอง ต่อมาในปี พ.ศ. 2454
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกรมมหรสพขึ้น เพื่อรวมเอากรมต่างๆ ใน
ด้านมหรสพมารวมกันไว้ในที่เดียว และยังได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงละครหลวงไว้
ในพระราชวงั ทกุ แห่งเพอ่ื ใชแ้ สดงละคร
ด้านสถาปัตยกรรม พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งแบบไทยหลัง
แรก คือ พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ ที่พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม เพื่อเป็น
พระที่นั่งท้องพระโรงสำหรับเสด็จออก ใช้แสดงโขน และเป็นที่อบรมเสือป่า อีกทั้ง
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตึกอักษรศาสตร์ ซึ่งเป็นอาคารเรียนหลังแรกของ
จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย
ด้านวัฒนธรรมไทย ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัตินามสกุลขึ้นเมื่อ
พ.ศ. 2456 ถือเป็นครั้งแรกที่คนไทยมีนามสกุลใช้สืบเชื้อสายวงศ์ตระกูล นอกจากนี้
พระองค์ได้พระราชทานนามสกลุ ให้บุคคลต่างๆ ไว้ท้ังหมดประมาณ 6,432 นามสกุล
ทั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้สตรีโสดใช้คำว่า "นางสาว" นำหน้าชื่อ หากแต่งงานแล้วให้ใช้
"นาง" เพื่อสอดคล้องกับ "นาย" ของฝ่ายชาย รวมทัง้ คำวา่ "เด็กหญงิ เด็กชาย" ด้วย
หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอบางกรวย 11
พระราชกรณียกจิ
ดา้ นวรรณกรรมและภาษา
ทรงมีพระอัจฉริยภาพในด้านวรรณกรรมเป็นอย่างมาก พระองค์ได้พระราช
นิพนธ์ชน้ิ งานหลายประเภท ท้งั โขน ละคร พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท พระบรม
ราชานุศาสนีย์ เทศนาปลุกใจเสือป่า นิทานชวนหัว คำประพันธ์ ร้อยกรอง สารคดี
และบทความในหนังสือพิมพ์ ซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยทรงใช้พระ
นามแฝงอยู่หลายชื่อ เชน่ ศรอี ยุธยา รามจติ ติ พันแหลม อศั วพาหุ เปน็ ต้น
พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ส่งเสริมการแต่งหนังสือเพื่อฟื้นฟูวรรณกรรม โดยให้
ตราพระราชบัญญตั ิวรรณคดสี โมสรขน้ึ เม่ือวันท่ี 23 กรกฎาคม พุทธศกั ราช 2457 เพอ่ื
พิจารณายกย่องหนังสือไทยประเภทต่างๆ ที่แต่งได้ดีเยี่ยม ซึ่งพระราชนิพนธ์ของ
พระองคไ์ ดร้ ับการยกยอ่ งจากวรรณคดสี โมสร ไดแ้ ก่ บทละครพูดเรอื่ งหัวใจนกั รบ, บท
ละครพูดคำฉนั ทเ์ ร่อื งมทั นะพาธา และพระนลคำหลวง
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติการพิมพฉ์ บบั แรกข้ึนเรยี กว่า
พระราชบัญญัติสมดุ เอกสารและหนังสอื พิมพ์ พุทธศักราช 2465 และพระองค์ได้พระ
ราชนิพนธบ์ ทความสำคัญ ๆ จำนวนมากลงในหนังสือพมิ พ์ เช่น ยิวแห่งบูรพทิศ ลงใน
หนังสือพมิ พ์ สยามออบเซอร์เวอร์ และโคลนตดิ ล้อ ลงในหนงั สอื พมิ พ์ พิมพไ์ ทย
หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอบางกรวย 12
พระเกียรตคิ ุณ
ด้วยพระราชกรณียกิจที่ทรงสร้างให้กับประชาชนชาวไทยอย่างมากมาย
มหาศาล ปวงชนชาวไทยจึงรวมใจกนั ถวายพระราชสมญั ญาว่า "พระมหาธีรราชเจ้า"
อนั หมายถงึ มหาราชผูท้ รงเป็นจอมปราชญ์
ทั้งนี้ ในวาระครบรอบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ เมื่อวันที่ 1 มกราคม
พ.ศ. 2524 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
(UNESCO) จึงได้ยกย่องพระองค์ท่านให้เป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางด้าน
วัฒนธรรมระดับโลก พร้อมกับได้มีพระราชพิธีเปิดอาคารหอวชิราวุธานุสรณ์ ซึ่ง
สร้างขึ้นในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี เพื่อเก็บรวบรวมพระราชนิพนธ์
เรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่านไว้ให้ประชาชนได้ค้นคว้าศึกษา อีกทั้งยังใช้เป็น
สถานท่ีจดั แสดงละครพระราชนพิ นธ์
คุณปู การในหลายๆ ดา้ นที่พระองค์ทรงมตี อ่ ประเทศไทย ทำใหเ้ หล่าขา้ ราชการ
ตลอดจนพสกนกิ รทัง้ หลาย สำนกึ ในพระมหากรณุ าธิคุณ จงึ ได้รว่ มกันบรจิ าคทรพั ย์
เพื่อจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ขึ้นบริเวณหน้าสวนลุมพินี โดยเป็นพระบรมรูป
ยืนขนาดใหญ่ในฉลองพระองค์จอมทัพบก มีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เ ป็น
ผู้ออกแบบ และได้ทำพิธีเปิดไปเมอ่ื วนั ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485 ก่อนท่ีจะมกี าร
กำหนดให้วันท่ี 25 พฤศจิกายน เป็นวนั ถวายบังคมพระบรมรูปเปน็ ประจำทุกปี
ห้องสมุดประชาชนอาเภอบางกรวย 13
กจิ กรรมในวันวชิราวธุ
ทุกปีเหล่าผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ลูกเสือ และเนตรนารี จะจัดพิธีวาง
พวงมาลาและถวายราชสดุดี เพื่อน้อมรำลึกถึงวันคล้ายวันสวรรคตของ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์
ไดพ้ ระราชทานกำเนดิ ลูกเสือไทยขึ้น
ดังจะเห็นว่า พระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัวได้ทรงพัฒนาไว้ ล้วนแต่เป็นรากฐานที่นำไปสู่ความเจริญของประเทศ
ไทย เราคนไทยจึงควรรำลึกถึงวันวชิราวุธ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของ
พระองค์ เพ่ือเทิดพระเกยี รตแิ ละตระหนกั ถงึ พระมหากรณุ าธคิ ุณสบื ไป
ห้องสมุดประชาชนอาเภอบางกรวย 14