44
ตารางท่ี 3 อัตราการเขา๎ ถึงหนวํ ยบรกิ ารปฐมภูมขิ องประชาชนในจังหวดั สพุ รรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
ผลการดาเนนิ งาน ปงี บประมาณ 2552
ลาดบั ที่ อาเภอ ประชากรทร่ี ับผดิ ชอบ ผมู้ าใชบ้ รกิ ารด้าน อัตรา
ท้ังหมด (คน) รกั ษาพยาบาล (คร้งั )
1. เมอื ง ฯ 0.93
2. เดมิ บางนางบวช 164,564 153,125 1.14
3. ดาํ นช๎าง 67,181 76,265 2.08
4. บางปลามา๎ 51,680 107,627 1.05
5. ศรปี ระจันต๑ 73,501 76,834 1.43
6. ดอนเจดีย๑ 54,663 78,429 1.72
7. สองพ่ีน๎อง 34,688 59,576 1.99
8. สามชุก 114,955 229,291 1.38
9. อทูํ อง 44,578 61,576 1.22
10. หนองหญ๎าไซ 99,431 121,379 1.34
37,155 49,703
รวมทง้ั จงั หวัด 1.37
742,396 1,013,805
อตั ราการเข๎าถงึ หนวํ ยบริการปฐมภมู ขิ องประชาชนในภาพรวมของจังหวดั สุพรรณบุรี
พบวํา เทาํ กับ 1.37 เม่ือจาํ แนกรายอาํ เภอ จะพบวําอาํ เภอที่มอี ตั ราการเขา๎ ถงึ น๎อยทสี่ ุด 3 อันดบั แรก
ไดแ๎ กํ อาํ เภอเมืองฯ, อาํ เภอบางปลาม๎า และอําเภอเดิมบางนางบวช (อัตรา 0.93, 1.05 และ 1.14
ตามลาํ ดบั ) ดงั ตารางท่ี 3
จะเห็นวํา การเขา๎ ถึงบริการปฐมภูมิของประชาชนในจังหวดั สพุ รรณบุรี มีอตั ราคอํ นข๎าง
ต่ํา (อัตรา 1.37) ทัง้ น้ี อาจเน่อื งมาจากสาเหตุหลายประการด๎วยกนั ได๎แกํ
1. PCU บางแหํงต้งั อยูํใกล๎โรงพยาบาล หรืออยูํในเขตเมือง
2. PCU บางแหํงมีสภาพทางภมู ศิ าสตรไ๑ มํเอื้อตํอการไปใช๎บริการของประชาชน
3. จงั หวัดสพุ รรณบรุ มี ีโรงพยาบาลและคลนิ ิกเอกชนเปน็ จาํ นวนมาก ประกอบกับการ
คมนาคมสะดวกทําให๎ประชาชนสามารถเลือกใชบ๎ ริการได๎หลากหลาย เนอ่ื งจากสะดวกรวดเร็ว
4. ข๎อมูลบางสวํ น Loss ไป เน่อื งจากการ Key ขอ๎ มูลในโปรแกรมไมสํ มบรู ณ๑ หรอื เกบ็
ข๎อมูลไมํครบถว๎ น
5. ประชาชนมีคํานยิ มที่ต๎องการไปพบแพทย๑ท่โี รงพยาบาล หรือคลินิก มากกวาํ มาพบเจา๎ หน๎าท่ี
สาธารณสุขท่ี PCU
รายงานประจาปีสานักงานสาธารณสขุ จังหวดั สพุ รรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
45
แนวทางแกไ้ ข
1. PCU ตอ๎ งสร๎างความเชื่อมั่นและศรัทธาให๎เกดิ แกํประชาชนทมี่ ารบั บรกิ าร
2. เนน๎ การดูแลประชาชนในพ้นื ท่แี บบองค๑รวม ผสมผสาน ท้งั ด๎านการรักษา สงํ เสรมิ
ปูองกัน และฟ้นื ฟู
3. มกี ารพัฒนาคณุ ภาพและศกั ยภาพของ PCU ให๎ทนั ตํอการเปล่ยี นแปลงของสังคม ทั้งด๎าน
การใหบ๎ ริการและด๎านบคุ ลากร เพือ่ ใหป๎ ระชาชนเกดิ การยอมรบั และพงึ พอใจในบรกิ ารทีไ่ ดร๎ บั จาก PCU
4. กําชบั เจา๎ หนา๎ ท่ี PCU ให๎จดั เก็บรวบรวมข๎อมลู ใหถ๎ กู ต๎องครบถว๎ น สมบรู ณ๑
ตารางที่ 4 ผลการดาํ เนนิ งานพฒั นาศนู ย๑สุขภาพชุมชน (PCU) ของจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี ปีงบประมาณ 2552
อาเภอ ผลการดาเนินงาน Re-Accreditation
เปา้ หมาย ผลงาน ร้อยละ ตรวจประเมิน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ
เมืองสุพรรณบุรี 29 29 100.00 19 19 100
เดมิ บางนางบวช 20 20 100.00 5 5 100
ดํานช๎าง 16 16 100.00 9 9 100
บางปลามา๎ 17 17 100.00 6 6 100
ศรีประจนั ต๑ 14 14 100.00 - --
ดอนเจดยี ๑ 9 9 100.00 4 4 100
สองพ่ีนอ๎ ง 25 25 100.00 20 20 100
สามชกุ 13 13 100.00 8 8 100
อูทํ อง 22 22 100.00 22 22 100
หนองหญา๎ ไซ 9 9 100.00 4 4 100
รวมท้งั จงั หวัด 174 174 100.00 97 97 100
ระดับจังหวัดในปีที่ผ่านมา 174 174 100.00 29 29 100
จากตารางจะเหน็ วาํ PCU. ในจังหวดั สุพรรณบุรี ผาํ นเกณฑ๑มาตรฐาน HCA (26 กจิ กรรม
42 ตัวชีว้ ดั ) ร๎อยละ 100 ทุกอาํ เภอแลว๎ สูงกวาํ เปูาหมายท่กี าํ หนด
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดสพุ รรณบุรี ปงี บประมาณ 2552
46
ตารางที่ 5 ผลการสํารวจความพงึ พอใจของผูม๎ ารับบรกิ ารใน PCU.จงั หวัดสุพรรณบุรี ปีงบประมาณ
2552 (รอบที่ 2 เดือนสงิ หาคม 2552)
ลาดบั ท่ี อาเภอ สารวจ พงึ พอใจ รอ้ ยละ
1 เมืองสพุ รรณบุรี 2,900 2,740 94.48
2 เดิมบางนางบวช 2,000 1,958 97.90
3 ดํานชา๎ ง 1,600 1,488 93.00
4 บางปลามา๎ 1,700 1,615 95.00
5 ศรีประจนั ต๑ 1,400 1,277 91.21
6 ดอนเจดยี ๑ 99.78
7 สองพีน่ อ๎ ง 900 898 95.88
8 สามชกุ 2,500 2,397 100.00
9 อูทํ อง 1,300 1,300 99.96
10 หนองหญา๎ ไซ 2,322 2,321 100.00
900 900
รวม 17,522 16,894 96.42
จากการสํารวจความพงึ พอใจของผ๎ูมารับบรกิ าร ท่ี PCU.ทุกแหงํ ของจงั หวัดสุพรรณบุรี ใน
ภาพรวม เม่อื เดือนสงิ หาคม 2552 พบวํา ผ๎มู ารับบริการ มคี วามพงึ พอใจ ร๎อยละ 96.42 สูงกวํา
เปาู หมายที่กําหนดไว๎ (ร๎อยละ 80)
จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี ไดด๎ ําเนินการพัฒนา PCU มาต้งั แตํ ปี 2546 และสามารถผํานการ
รับรองคุณภาพตามมาตรฐาน HCA ร๎อยละ 100 ตั้งแตํเดือน พฤษภาคม 2551
เพอื่ เป็นการประกนั คณุ ภาพบริการใน PCU ที่ผาํ นการรบั รองครบ 2 ปแี ลว๎ ใหม๎ ีการพัฒนา
คณุ ภาพอยํางตอํ เน่ือง ทมี ประเมนิ และรบั รอง PCU ระดับจังหวดั จึงได๎ดาํ เนนิ การออกตรวจประเมินซาํ้
(Re-Accreditation) โดยในชวํ งปลายปี 2551 ได๎ Re-Accredit PCU. ไปแล๎ว 29 แหงํ พบวาํ ยังมี
คุณภาพตามมาตรฐานทกุ แหํง
สาํ หรับในปี 2552 ได๎ดําเนินการ Re-Accredit PCU. จาํ นวน 97 แหงํ พบวาํ ผํานเกณฑ๑
รอ๎ ยละ 100 เชนํ เดียวกัน
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสุขจงั หวัดสุพรรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
47
ผลงานที่ประสบความสาเร็จ
PCU.ในจงั หวัดสุพรรณบรุ ี ได๎รบั รางวัลตําง ๆ ดงั น้ี
ปี 2546 - PCU.ต.สระกระโจม อ.ดอนเจดยี ๑ ไดร๎ ับรางวัล รองชนะเลิศระดับเขต (เขต 2)
ปี 2547 - PCU.บา๎ นดอนไรํ อ.สามชกุ ไดร๎ ับรางวลั ชนะเลศิ ระดับเขต (เขต 6)
ปี 2548 - PCU.ต.สวนแตง อ.เมืองฯ ไดร๎ บั รางวลั ชนะเลศิ ระดับเขต (เขต 6)
ปี 2549 - PCU.ต.มะขามล๎ม อ.บางปลามา๎ ไดร๎ บั รางวลั ชนะเลิศระดับเขต (เขต 6)
ปี 2550 - จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี ได๎รับคัดเลอื กให๎เป็นจงั หวดั ที่มกี ารพัฒนาPCU.ดีเดํนของเขต6
- PCU.ต.มะขามล๎ม อ.บางปลาม๎า ได๎รับรางวัลรองชนะเลิศการประกวดนทิ รรศการ
นวตั กรรมดีเดํนระดับประเทศ ในงานมหกรรมศูนย๑สขุ ภาพชุมชน
ระดับประเทศ ประจําปี 2550
ปี 2551 - กระทรวง/เขต ไมํมีการประกวด PCU.ดีเดํน แตํจังหวัดสุพรรณบุรี สามารถพัฒนา
PCU.ผาํ นเกณฑ๑ 100 %
ปี 2552 - ตรวจประเมิน ซ้ํา PCU. (Re-Accreditation) ที่ผํานการรับรองครบ 2 ปีแล๎ว
จาํ นวน 97 แหํง พบวํา PCU.ทกุ แหงํ ยังมีมาตรฐาน และมีการพัฒนาคุณภาพ
ทีด่ ียง่ิ ขึน้
ความพงึ พอใจในงาน ความสมดุลระหว่างชีวิต และการทางานของบคุ ลากรสุขภาพ
ตามท่ี กระทรวงสาธารณสขุ ได๎กําหนดให๎ “ร๎อยละของความพงึ พอใจในงาน ความสมดุล
ระหวํางชวี ิต และการทํางานของบคุ ลากรสุขภาพ” เป็นตัวช้ีวัดหนง่ึ ของแผนการตรวจราชการ และนิเทศ
งาน กรณีปกติ ประจําปีงบประมาณ 2552 โดยมวี ตั ถปุ ระสงค๑เพอื่ ประเมนิ ผลลัพธ๑ของกระบวนการ
บรหิ ารจดั การดา๎ นบุคลากร ด๎านการบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล ด๎านคณุ ภาพชีวิตและความสมดุลระหวาํ ง
ชวี ิต และการทาํ งาน ในประเด็นที่เกี่ยวข๎องกับความพึงพอใจในการทาํ งานของบคุ ลากรสขุ ภาพ ท่ี
ปฏิบตั ิงานอยูํในโรงพยาบาล และศูนย๑สุขภาพชุมชน (PCU.) ซึ่งมผี ลตอํ กระบวนการทํางานหรอื การ
ให๎บรกิ ารแกผํ ูป๎ ุวยและผ๎ูใช๎บริการทีม่ ีคุณภาพ รวมถึงอาจมผี ลตอํ การลาออกหรือการโอนยา๎ ยงาน
แผนงาน/โครงการ
เนือ่ งจากเป็นปแี รกท่มี ีตวั ชีว้ ดั น้ี สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดสุพรรณบุรี จงึ ได๎จดั ทํา
“โครงการศึกษาความพึงพอใจในงาน ความสมดุลระหวํางชีวติ และการทาํ งานของบคุ ลากรสขุ ภาพ
จังหวดั สพุ รรณบรุ ี ปี 2552” ข้ึน
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
48
ตารางท่ี 6 ผลการสํารวจความพึงพอใจในงาน ความสมดุลระหวาํ งชีวติ และการทํางานของบคุ ลากรสุขภาพ
ในจังหวัดสุพรรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
โรงพยาบาล / PCU. จานวนผู้ตอบ ผลรวมของ ร้อยละ
แบบสอบถามท้ังหมด คะแนน
รพศ.เจ๎าพระยายมราช 469 48,710 71.63
รพท.สมเดจ็ พระสงั ฆราชองค๑ท่ี 17 257 25,646 68.82
รพช.เดิมบางนางบวช 241 24,263 69.43
รพช.ดาํ นช๎าง 101 9,772 66.73
รพช.บางปลามา๎ 118 10,897 63.69
รพช.ศรปี ระจนั ต๑ 158 15,718 68.61
รพช.ดอนเจดยี ๑ 100 9,465 65.28
รพช.สามชกุ 108 10,320 65.90
รพช.อทูํ อง 308 30,633 68.59
รพช.หนองหญา๎ ไซ 70 6,943 68.40
2,425 192,367 68.74
รวม 120 11,956 68.71
สสอ.เมอื งสพุ รรณบุรี 49 4,640 65.31
สสอ.เดมิ บางนางบวช 29 2,939 69.89
สสอ.ดํานช๎าง 45 4,274 65.50
สสอ.บางปลาม๎า 44 4,424 69.34
สสอ.ศรีประจันต๑ 32 3,373 72.69
สสอ.ดอนเจดีย๑ 55 5,786 72.55
สสอ.สองพ่นี ๎อง 46 4,742 71.09
สสอ.สามชุก 54 5,815 74.27
สสอ.อํูทอง 21 2,134 70.08
สสอ.หนองหญ๎าไซ 2,425 50,083 69.78
รวม 2,425 242,450 68.95
รวมท้ังจังหวัด
รายงานประจาปีสานักงานสาธารณสขุ จังหวัดสุพรรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
49
จากตาราง จะเหน็ วาํ ความพึงพอใจในภาพรวมของบคุ ลากรสุขภาพในจงั หวดั สุพรรณบรุ ี ท่ี
ปฏบิ ัตงิ านอยํูในโรงพยาบาล และศูนย๑สุขภาพชุมชน (PCU.)ทง้ั หมด จํานวน 2,425 คน สํารวจ ณ เดือน
กุมภาพันธ๑ 2552 พบวาํ อยทูํ รี่ ะดบั ร๎อยละ 68.95 ตํ่ากวาํ เกณฑ๑ท่ีกาํ หนดไว๎เลก็ น๎อย
เมื่อจาํ แนกความพงึ พอใจของบุคลากรสุขภาพตามระดบั หนํวยงาน จะพบวาํ บุคลากรที่ปฏิบัติงาน
ในระดบั โรงพยาบาล และระดบั PCU พบวํามคี วามพงึ พอใจ ตํ่ากวาํ เกณฑ๑ที่กําหนด ทัง้ 2 ระดับ (ร๎อย
ละ 68.74 และ รอ๎ ยละ 69.78 ตามลําดบั )
เมอื่ วเิ คราะห๑ระดบั ความพงึ พอใจของบุคลากรสขุ ภาพในจังหวัดสพุ รรณบรุ ี ท่มี ตี อํ การ
บริหารทรัพยากรบุคคล ของหนํวยงานในรอบปีที่ผํานมา จะพบวาํ ประเด็นทมี่ รี ะดับความพงึ พอใจ ต่ํา
ทสี่ ดุ 3 อนั ดบั แรก ได๎แกํ
1. ความพงึ พอใจทม่ี ตี อํ การจัดสรรอัตรากําลงั ในการทํางานของหนวํ ยงาน
2. ความพึงพอใจทีม่ ีตํอกระบวนการพิจารณาความดคี วามชอบบคุ ลากรของหนํวยงาน
3. ความพึงพอใจทมี่ ตี อํ กระบวนการบรรจุแตงํ ต้ังบคุ ลากรของหนวํ ยงาน
สําหรับระดบั ความพงึ พอใจของบคุ ลากรในจังหวัดสุพรรณบรุ ี ที่มีตํอคุณภาพชีวติ : ความ
สมดลุ ระหวาํ งชีวติ และการทํางาน จะพบวําประเดน็ ทม่ี รี ะดบั ความพึงพอใจต่าํ ท่ีสดุ 3 อนั ดับแรก ไดแ๎ กํ
1. ความพงึ พอใจท่ีมีตํอการจัดสวัสดิการในการทํางานและนอกเหนอื จากการทํางานของหนํวยงาน
2. ความพงึ พอใจท่ีมตี ํอนโยบาย/มาตรการสร๎างขวัญและกําลงั ใจในการทาํ งานใหก๎ ับบุคลากร
3. ความพงึ พอใจที่มีตอํ การทีห่ นํวยงานให๎ความสาํ คญั ในการสร๎างแรงจูงใจและการมสี วํ นรวํ ม
ของบุคลากรในการทํางานและกจิ กรรมของหนํวยงาน
ซง่ึ อาจสงํ ผลตอํ ความคิดที่จะย๎ายจากงานปจั จบุ ัน โดยพบวํา บุคลากรสุขภาพมากกวําครึ่งหนง่ึ
(รอ๎ ยละ 50.3) มีความคิดท่ีจะยา๎ ยงานเปน็ บางเวลา รองลงมา ไมเํ คยมคี วามคิดน้ีเลย และคิดอยํู
ตลอดเวลา ร๎อยละ 42.2 และ 7.5 ตามลําดบั และเกือบครึ่งหน่ึงของบุคลากรสุขภาพ (ร๎อยละ 48.6)
ไมํเคยมีความคิดท่ีจะลาออก รองลงมา มีความคิดท่ีจะลาออกเปน็ บางเวลา และคิดเร่ืองลาออกอยํูตลอดเวลา
รอ๎ ยละ 46.1 และ 5.4 ตามลาํ ดับ
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสขุ จังหวดั สุพรรณบรุ ี ปีงบประมาณ 2552
50
ตารางท่ี 7 แสดงความคิดที่จะยา๎ ยจากงานปจั จุบันของบคุ ลากรสขุ ภาพ จาํ แนกตามวิชาชพี
วชิ าชพี สารวจ คดิ บางเวลา คดิ ตลอดเวลา รวม ร้อยละ
จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ
16 57.14
1. แพทย๑ 28 14 50.00 2 7.14 17 73.92
25 65.79
2. ทันตแพทย๑ 23 16 69.57 1 4.35 674 67.00
18 36.0
3. เภสชั กร 38 19 50.00 6 15.79 148 60.41
76 59.84
4. พยาบาลวชิ าชพี 1,006 558 55.47 116 11.53 428 47.14
5. พยาบาลเทคนิค 50 15 30.00 3 6.00 57.8
6. นกั วิชาการสาธารณสุข 245 133 54.29 15 6.12
7. จพง.สาธารณสุขชมุ ชน 127 68 53.54 8 6.30
8. อ่นื ๆ 908 397 43.72 31 3.41
รวม 2,425 1,220 50.31 182 7.51 1,402
เมอ่ื จําแนกบุคลากรสุขภาพ ทมี่ คี วามคิดที่จะยา๎ ยจากงานปจั จุบัน ตามวิชาชีพ พบวํา ทันต
แพทย๑มีความคิดย๎ายจากงานปัจจุบนั มากท่ีสุด (รอ๎ ยละ 73.92) รองลงมา ไดแ๎ กํ พยาบาลวชิ าชีพ และ
เภสัชกร (รอ๎ ยละ 67.00 และ 65.79 ตามลําดบั )
ตารางท่ี 8 แสดงความคิดทจ่ี ะลาออกจากงาน ของบคุ ลากรสขุ ภาพ จาํ แนกตามวิชาชพี
วิชาชพี สารวจ คดิ บางเวลา คิดตลอดเวลา รวม ร้อยละ
จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ
1. แพทย๑ 28 12 42.86 2 7.14 14 50.00
2. ทันตแพทย๑ 23 12 52.17 2 8.70 14 60.87
3. เภสัชกร 38 15 39.47 4 10.53 19 50.00
4. พยาบาลวิชาชีพ 1,006 548 54.47 82 8.15 630 62.62
5. พยาบาลเทคนิค 50 20 40.00 3 6.00 23 46.00
6. นกั วชิ าการสาธารณสุข 245 111 45.31 8 3.27 119 48.57
7. จพง.สาธารณสุขชมุ ชน 127 56 44.09 8 6.30 64 50.39
8. อื่น ๆ 908 343 37.78 21 2.31 364 40.09
รวม 2,425 1,117 46.06 130 5.36 1,247 51.42
เมือ่ จาํ แนกบคุ ลากรสุขภาพ ทีม่ ีความคิดที่จะลาออกจากงาน ตามวิชาชีพ พบวาํ พยาบาล
วิชาชพี มีความคดิ ท่ีจะลาออกมากท่ีสุด (รอ๎ ยละ 62.62) รองลงมา ไดแ๎ กํ ทนั ตแพทย๑ และเจ๎าพนกั งาน
สาธารณสขุ ชมุ ชน (ร๎อยละ 60.87 และ 50.39 ตามลาํ ดับ)
รายงานประจาปสี านกั งานสาธารณสขุ จังหวดั สุพรรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
51
ผลการดาเนินงาน
รายงานประจาปสี านกั งานสาธารณสขุ จังหวัดสุพรรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
52
ผลการดาเนินงานอนามัยแม่และเด็ก ปีงบประมาณ 2552
ในปงี บประมาณ 2552 จงั หวัดสุพรรณบรุ ี ได๎ดูแลสขุ ภาพหญงิ ตง้ั ครรภ๑และทารกหลงั คลอดใน
โรงพยาบาลและชมุ ชน เพอื่ ตอบสนองนโยบาย เปูาหมาย ตามตวั ชว้ี ดั ตําง ๆ และตามเกณฑม๑ าตรฐาน
โรงพยาบาลสายใยรักแหํงครอบครัว ซึ่งโรงพยาบาลของรฐั ในจงั หวัดสพุ รรณบรุ ี ทุกแหงํ (ร๎อยละ 100)
ผํานเกณฑ๑มาตรฐานโรงพยาบาลสายใยรกั แหํงครอบครวั ระดบั ทอง และปรากฏผลการดาํ เนินงานดแู ล
สขุ ภาพหญิงต้งั ครรภ๑และทารกหลงั คลอด ตามตัวช้ีวดั ตําง ๆ ดงั น้ี
1. การดูแลหญิงตั้งครรภ์
1.1 จํานวนหญงิ ตัง้ ครรภท๑ ม่ี าฝากครรภท๑ ง้ั หมดจํานวน 8,476 คน เป็นหญิงตัง้ ครรภ๑ทีฝ่ ากครรภ๑
อายุครรภ๑นอ๎ ยกวําหรือเทาํ กบั 12 สปั ดาหร๑ ๎อยละ 44.76 ยงั ต่าํ กวําเกณฑเ๑ ปูาหมายของตวั ชว้ี ัดทก่ี าํ หนด
ไวร๎ ๎อยละ 50 แตผํ ลการดําเนินงานมแี นวโน๎มเพ่ิมสูงขนึ้ กวําปที ผี่ าํ นมาโดยตลอด (ดังรปู ที่ 1 )
ร้อยละ 15.99 36.69 37.37 40.75 44.76
50 2548 2549 2550 2551 2552
40
30
20
10
0
แผนภูมิที่ 1 ร้อยละของหญงิ ตงั้ ครรภ์ท่ีฝากครรภ์ก่อนอายคุ รรภ์ 12 สัปดาห์
ในจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
ซึ่งจากการประชุม MCH Board จงั หวัดสุพรรณบุรี สตู แิ พทย๑หลายทาํ นไดเ๎ สนอความคิดเหน็ ใน
การพฒั นาผลการดําเนินงานในตวั ช้วี ัดนว้ี าํ ควรจะให๎ สอ. หรอื อสม. ชํวยค๎นหาหญงิ ตงั้ ครรภ๑และ
แนะนําหรอื พามาฝากครรภ๑โดยเร็ว ซ่งึ ในปงี บประมาณ 2552 สํานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั สพุ รรณบุรี
ได๎มีการอบรม อสม. ทกุ คนในหลกั สตู ร อสม. นมแมํเพื่อสายใยรกั แหงํ ครอบครวั (ผลการดําเนินงานได๎
ตามเกณฑ๑เปูาหมายของตวั ชว้ี ัด รอ๎ ยละรอ๎ ย) และกาํ หนดบทบาทหน๎าท่ีของ อสม.นมแมํฯ ให๎มกี าร
คน๎ หาหญิงต้ังครรภ๑เพ่ือพามาฝากครรภก๑ ํอน 12 สัปดาห๑แลว๎ จะเหน็ ไดจ๎ ากผลการดําเนินงานท่เี พ่ิมขึน้
กวําปีกํอน และคาดวาํ ในปงี บประมาณ 2553 ผลการดําเนนิ งานนําจะได๎ตามเกณฑเ๑ ปาู หมายท่ีกําหนด
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสขุ จังหวัดสพุ รรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
53
เน่ืองจาก อสม.นมแมจํ ะรับทราบบทบาทของตนเองและเขา๎ มามีสวํ นรํวมในการดําเนินงานอนามัยแมํ
และเด็กเพม่ิ มากขึ้น
หากพิจารณาผลการดําเนนิ งานการฝากครรภ๑กํอน 12 สัปดาห๑ ในปี 2552 เปน็ รายสถาน
บริการ (รพ.) พบวาํ โรงพยาบาลทดี่ ําเนินงานไดต๎ ามเปาู หมาย ได๎แกํ โรงพยาบาลสามชกุ โรงพยาบาล
เจ๎าพระยายมราช และโรงพยาบาลดอนเจดยี ๑ (ดงั รูปท่ี 2)
รอ๎ ยละ
70
60
50
40
30
20
10
0
รปู ท่ี 2 ร้อยละของหญงิ ตัง้ ครรภท์ ่ีฝากครรภก์ ่อน 12 สปั ดาห์ จาแนกรายโรงพยาบาล
ปี 2552 จ.สุพรรณบุรี
1.2 ผลการดําเนินงานดูแลหญงิ ตงั้ ครรภ๑ใหไ๎ ดร๎ บั การดแู ลกอํ นคลอดครบตามเกณฑ๑ครบ 4 คร้ัง
เทาํ กับร๎อยละ 89.56 ยังตาํ่ กวาํ เกณฑ๑เปาู หมายเล็กน๎อย (ตัวช้ีวดั :หญิงตัง้ ครรภไ๑ ด๎รับการดูและกอํ น
คลอดตามเกณฑ๑ครบ 4 คร้ัง รอ๎ ยละ 90 ขึ้นไป) แตํผลงานมีแนวโนม๎ สงู ข้ึนทุกปี (ดังรูปท่ี 3)
ร้อยละ 75.46 87.43 88.67 89.56
90 ปี 2549 ปี 2550 ปี 2551 ปี 2552
85
80
74.71
75
70
ปี 2548
รปู ที่ 3 ร้อยละของหญิงตง้ั ครรภ์ใหไ้ ดร้ ับการดแู ลกอ่ นคลอดครบตามเกณฑ์
ปี พ.ศ. 2548-2552 จ.สพุ รรณบุรี
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสุขจงั หวัดสุพรรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
54
และหากพจิ ารณาผลการดําเนนิ งานการดูแลกํอนคลอดตามเกณฑ๑ครบ 4 ครง้ั ในปี 2552 เป็น
รายสถานบริการ (รพ.) พบวําโรงพยาบาลท่ีดําเนินการไดค๎ รบตามเปาู หมาย ไดแ๎ กํ รพ.ดอนเจดีย๑ รพ.อูํ
ทอง รพ.สมเด็จพระสังฆราชองคท๑ ี่ 17 รพ.ศรีประจันต๑ รพ.เดิมบางนางบวช และ รพ.สามชุก (ดงั รูปท่ี 4)
ร้อยละ 93.70 93.20 91.67 91.38 87.62 87.01
100 100.00 94.06 84.38 79.96
80
60
40
20
0
รปู ที่ 4 รอ้ ยละของหญงิ ต้ังครรภ์ท่ีไดร้ ับการดแู ลกอ่ นคลอดตามเกณฑ์ จาแนกราย
โรงพยาบาล ในปี 2552 จ.สุพรรณบรุ ี
1.3 หญงิ ต้งั ครรภ๑ท่ีมาฝากครรภไ๑ ดร๎ บั การเจาะเลือดตรวจความเข๎มข๎นของเลอื ด คิดเปน็ ร๎อยละ
100 พบวํามีภาวะโลหิตจาง (เจาะครั้งแรก) ร๎อยละ 18.04 และหลังจากได๎รับการดูแลในระหวํางฝาก
ครรภ๑โดยได๎รบั วติ ามนิ เสรมิ ธาตุเหล็ก ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กลดลงเหลือร๎อยละ 8.17 ซึ่ง
ไมํเกนิ เกณฑ๑เปูาหมายทก่ี ําหนดไว๎ไมํเกนิ ร๎อยละ 10 สาํ หรับการตรวจคดั กรองโรคธาลัสซเี มยี พบวําหญิง
ตั้งครรภ๑ ยินยอมให๎ตรวจเลือดร๎อยละ 84.39 (ผลการดําเนินงานได๎ตามเกณฑ๑เปูาหมายของตัวชี้วัด :
หญิงต้งั ครรภไ๑ ดร๎ บั การตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมีย ร๎อยละ 80 ขั้นไป) ผลเลือดของหญิงตั้งครรภ๑ (OF
หรอื DCIP) ผิดปกตริ อ๎ ยละ 40.29 และสามีของหญิงต้ังครรภ๑ท่ีผลเลือดผิดปกติได๎รับการตรวจคัดกรอง
โรคฯ ร๎อยละ 57.85 สามีของหญงิ ตง้ั ครรภ๑ดังกลําวมผี ลเลือด (OF หรอื DCIP) ผิดปกติร๎อยละ 28.88 คํู
สมรส (หญิงตั้งครรภ๑และสามี) ท่ีเส่ียง ได๎รับการตรวจยืนยัน (Hb Typing / Alpha thalassemia 1)
รอ๎ ยละ 91.41 และพบวําหญิงทีม่ ีภาวะเสย่ี งท่ีบุตรในครรภ๑มีโอกาสเป็นโรคธาลัสซีเมีย ชนิดรุนแรงร๎อย
ละ 0.17 ของจํานวนหญิงท่มี าฝากครรภท๑ ง้ั หมด แตํไมํมกี ารทําใหส๎ ิน้ สดุ การตงั้ ครรภ๑
1.4 หญิงตั้งครรภ๑มีภาวะแทรกซ๎อนจากการตั้งครรภ๑คิดเป็นร๎อยละ 4.33 ของหญิงต้ังครรภ๑
ทง้ั หมด สาเหตุของภาวะแทรกซ๎อนขณะตั้งครรภ๑สํวนใหญํ คือ การแท๎งเองคิดเป็นร๎อยละ 51.77 ของ
หญิงต้ังครรภ๑ทม่ี ีภาวะแทรกซ๎อนท้งั หมด รองลงมาคอื ภาวะพษิ แหํงครรภ๑คิดเป็นร๎อยละ 16.35
1.5 มารดาแทง๎ ในปีงบประมาณ 2552 เป็นการแท๎งเองเป็นสวํ นใหญํ คดิ เป็นร๎อยละ78.34
ของจํานวนมารดาแทง๎ ทั้งหมด รองลงมาคอื การทําแทง๎ คดิ เป็นรอ๎ ยละ 9.36 ของจํานวนมารดาแท๎ง
ท้งั หมด
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสขุ จงั หวัดสุพรรณบุรี ปงี บประมาณ 2552
55
2. การดแู ลในระยะคลอดและหลังคลอด
2.1 จํานวนหญิงคลอดทงั้ หมด 8,690 ราย มีมารดาตาย 3 ราย คิดเปน็ อตั รามารดาตายเทํากบั
34.46 ตํอการเกดิ มีชพี แสนคน ((ตวั ชว้ี ัด : อตั รามารดาตายเกณฑ๑เปูาหมายไมเํ กนิ 18 ตํอการเกดิ มีชีพ
แสนคน) และเป็นอตั ราการตายท่ีสงู กวาํ ทุกปีท่ีผํานมา (ดังรปู ที่ 5)
ร้อยละ 11.02 0.00 23.16 34.46
40 ปี 2549 ปี 2550 ปี 2551 ปี 2552
30
20 11.46
10
0
ปี 2548
รปู ท่ี 5 อตั รามารดาตายตอ่ การเกิดมชี พี แสนปี พ.ศ. 2548-2552
จ.สุพรรณบุรี
สาเหตุการตายในปี 2552 เนอ่ื งจากมดลกู แตก 1 ราย รกเกาะตา่ํ 1 ราย นํ้าคลาํ่ เปน็ พษิ 1 ราย
และจากการ Conference Case มารดาตาย ในการประชมุ MCH Board จงั หวัดสุพรรณบุรี พบวําสิง่ ท่ี
ตอ๎ งพฒั นาระบบบรกิ ารเพือ่ ไมใํ หเ๎ กดิ ปญั หาซํ้าซอ๎ นขน้ึ อีก คอื การพฒั นาคุณภาพระบบสํงตํอโดยเฉพาะ
การเขียนรายละเอยี ดในใบสงํ ตํอ การพัฒนาคณุ ภาพการดแู ลมารดาในระหวํางต้งั ครรภ๑ การคลอด เชนํ
การเตรียมความพร๎อมของทมี งาน การพฒั นาความร๎ูบุคลากร และการใหข๎ อ๎ มูลแกญํ าติเปน็ ตน๎
มารดาหลงั คลอดมีภาวะแทรกซอ๎ นคิดเป็นร๎อยละ 0.65 ของหญงิ คลอดท้งั หมด
ภาวะแทรกซอ๎ นของมารดาหลงั คลอดสํวนใหญมํ สี าเหตจุ ากการตกเลือดคิดเป็นร๎อยละ 85.96 ของ
มารดาหลังคลอดทม่ี ีภาวะแทรกซอ๎ นท้ังหมด รองลงมาคือการติดเช้ือหลังคลอด คดิ เป็นร๎อยละ 5.26
ของมารดาหลงั คลอดท่ีมีภาวะแทรกซอ๎ นทงั้ หมด
2.2 สถานการณ๑แมวํ ัยรุนํ หรอื แมํอายุตา่ํ กวาํ 20 ปีคลอด มีแนวโน๎มสงู ขึ้นทุกปี เกนิ คําเปาู หมาย
ร๎อยละ 10 ในปี 2552 มีอัตราเพ่ิมสงู ขึ้นอยํางรวดเร็วถงึ ร๎อยละ 21.83 (ดงั แผนภมู ิที่ 6) อําเภอทพ่ี บวํามี
แมวํ ยั รุํนสงู สดุ ในจงั หวัดคือ อาํ เภอบางปลาม๎า พบร๎อยละ 35.00 รองลงมาคอื อาํ เภอดอนเจดีย๑ พบรอ๎ ย
ละ 28.95 อาํ เภอท่ีพบแมวํ ัยรํุนน๎อยทส่ี ุด คอื อาํ เภอศรปี ระจันต๑ พบรอ๎ ยละ 19.27 (ดงั รูปท่ี 7)
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสขุ จังหวดั สุพรรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
56
รอ้ ยละ 21.3 20.10 20.39 21.83
25 20.97 ปี 2549 ปี 2550 ปี 2551 ปี 2552
20
15
10
5
0
ปี 2548
รปู ท่ี 6 รอ้ ยละของแม่คลอดทม่ี อี ายตุ ่ากว่า 20 ปี พ.ศ. 2548-2552
จ.สุพรรณบุรี
รอ้ ยละ 28.95
40 35.00 23.90 22.41 21.96 21.95 21.15
30
19.94 19.87 19.76
20
10
0
รูปท่ี 7 ร้อยละของแมค่ ลอดทม่ี อี ายุต่ากว่า จาแนกรายโรงพยาบาล
ในปี 2552 จ.สุพรรณบรุ ี
3. การดแู ลทารกคลอด
3.1 ในปี 2552 ทารกคลอดทง้ั หมด 8,741 คน เป็นทารกเกดิ มชี พี จํานวน 8,706 เกดิ
ไรช๎ พี จาํ นวน 35 คน คิดเปน็ อัตราเด็กเกิดไร๎ชพี เทํากบั 4.02 ตํอเด็กเกดิ มีชพี
1,000 คน เดก็ คลอดโดยวิธีปกติมากท่สี ุด จํานวน 5,267 คน คิดเป็นร๎อยละ
60.26 รองลงมาคอื คลอดโดยผาํ นการผําตัดทางหนา๎ ทอ๎ ง จํานวน 3,186 คน คิด
เป็นร๎อยละ 36.45 (ดังตารางที่ 1)
3.2
รายงานประจาปสี านกั งานสาธารณสุขจงั หวัดสพุ รรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
57
ตารางที่ 1 จํานวนและร๎อยละของวธิ ที เี่ ดก็ คลอดในจงั หวัดสพุ รรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
วธิ คี ลอด จาํ นวน รอ๎ ยละ
1.คลอดปกติ (Normal labour) 5267 60.26
2. ผาํ ตัดทางหนา๎ ท๎อง (C/S) 3186 36.45
3. ใชส๎ ญุ ญากาศ (V/E) 240 2.79
4. คลอดทํากน๎ (Breech) 26 0.34
5. ใช๎คีม (F/E) 22 0.25
ในปี 2552 อตั ราตายปรกิ าํ เนดิ (Perinatal Mortality Rate) เทาํ กับ 4.69 ตํอเด็กเกดิ ทง้ั หมด
1000 คน และอัตราทารกตายเทํากบั 4.94 ตอํ เด็กเกิดมีชีพ 1000 คน
3.2 ทารกแรกเกิดนํา้ หนักนอ๎ ยกวาํ 2500 กรัม ในปงี บประมาณ 2552 คดิ เป็นร๎อยละ 8.57 ไมํ
ผาํ นเกณฑ๑เปูาหมาย (ตัวชว้ี ัด : ทารกแรกเกิดน้าํ หนักนอ๎ ยกวํา 2500 กรมั ไมํเกินร๎อยละ 7 หรอื ลดลง
จากปที ี่ผาํ นมาร๎อยละ 0.25) ผลการดําเนนิ งานสูงกวาํ ปที ผี่ าํ นมา ร๎อยละ 0.52 (ดงั รูปท่ี 8)
รอ้ ยละ 8.89 8.73 8.05 8.57
10 9.35 ปี 2549 ปี 2550 ปี 2551 ปี 2552
9
8
7
6
5
ปี 2548
รูปที่ 8 ร้อยละของทารกแรกเกิดนา้ หนักน้อยกว่า 2500 กรมั
พ.ศ. 2548-2552 จ.สุพรรณบรุ ี
และหากพิจารณาเปน็ รายสถานบรกิ าร พบวําโรงพยาบาลทย่ี ังดําเนนิ การไมไํ ดต๎ ามเปูาหมาย
ได๎แกํ โรงพยาบาลเจ๎าพระยายมราช โรงพยาบาลบางปลาม๎า และโรงพยาบาลอูทํ อง ซึ่งตอ๎ งเรงํ
ดําเนนิ การพัฒนาคณุ ภาพของการฝากครรภต๑ อํ ไป (ดังรปู ท่ี 9)
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสขุ จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
58
รอ้ ยละ
15 13.06
10 8.85 8.43
6.88
5.82 5.43 5.24 5.13 5.07 4.75
5
0
รูปที่ 9 รอ้ ยละของทารกแรกเกิดนา้ หนักน้อยกว่า 2500 กรัม
จาแนกรายโรงพยาบาล ในปี 2552 จ.สพุ รรณบรุ ี
3.3 ภาวะขาดออกซเิ จนในทารกแรกเกิด มีอัตราลดลงทุกปี ในปีงบประมาณ 2552 ทารกแรกเกิด
มภี าวะขาดออกซเิ จนเทํากบั 17.34 ตํอการเกดิ มีชีพ 1000 คน (ดังรูปท่ี 10) ดาํ เนนิ การไดต๎ ามเกณฑ๑
เปูาหมายของตัวช้วี ดั (ตวั ช้วี ัด : อตั ราทารกแรกเกิดมภี าวะขาดออกซิเจนไมเํ กนิ 30 : 1000 เกิดมชี พี )
รอ้ ยละ 29.23 21.51 20.18 22.64 17.34
30 ปี 2548 ปี 2549 ปี 2550 ปี 2551 ปี 2552
25
20
15
10
5
0
รูปท่ี 10 อัตราภาวะขาดออกซเิ จนในทารกแรกเกิด
จ.สพุ รรณบรุ ี พ.ศ. 2548-2552
และหากพิจารณาเป็นรายสถานบริการ พบวําโรงพยาบาลทพี่ บภาวะขาดออกซเิ จนในทารกแรก
เกิดมาที่สดุ ได๎แกํ โรงพยาบาลสมเดจ็ พระสังฆราช องคท๑ ่ี 17 มอี ัตราภาวะขาดออกซเิ จนในทารกแรก
เกดิ เทาํ กบั 22.91 ตอํ การเกิดมีชพี 1000 คน รองลงมาคอื โรงพยาบาลเดมิ บางนางบวช เทํากับ 20.98
ตํอการเกิดมชี พี 1000 คน (ดังรูปท่ี 11)
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบรุ ี ปีงบประมาณ 2552
59
ร้อยละ
25 22.91
20 20.98 19.94 18.85
15.50 15.38 15.05 13.10
11.27
15
10 6.71
5
0
รปู ที่ 11 อัตราภาวะขาดออกซเิ จนในทารกแรกเกิดตอ่ การเกดิ มีชพี 1000 คน
จาแนกรายโรงพยาบาล ในปี 2552 จ.สพุ รรณบุรี
3.4 การสํงเสรมิ การเลยี้ งลูกด๎วยนมแมํอยํางเดยี ว 6 เดือน พบวาํ ผลจากการตดิ ตามเยยี่ มทาง
โทรศพั ท๑ของโรงพยาบาลใน 7 วันหลังคลอด มารดาหลงั คลอดเล้ยี งลกู ดว๎ ยนมแมํอยาํ งเดยี วคดิ เป็นร๎อย
ละ 76.18 และเม่ือครบ 6 เดอื นหลังคลอด มารดาหลังคลอดเล้ียงลูกดว๎ ยนมแมํอยํางเดียวคิดเปน็ ร๎อยละ
20.15 (ดังรปู ที่ 12) ไมํผาํ นเกณฑเ๑ ปูาหมายของตัวชีว้ ัดทกี่ ําหนดไวไ๎ มตํ ํา่ กวาํ ร๎อยละ 30 ซึ่งผลการ
ดาํ เนินงานน้ีเปน็ ผลจากการตดิ ตามทางโทรศัพทข๑ องโรงพยาบาล อาจไมคํ รอบคลุมกลมุํ เปูาหมาย
สํานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั สุพรรณบรุ ี จะดาํ เนินการสํารวจขอ๎ มูลในพื้นทีจ่ ริงในปี 2553
ร้อยละ 56.82 25.22 26.89 20.46 20.15
75.18
80 7-14 วนั 30-45 วนั 2 เดือน 4 เดือน 6 เดอื น
70
60
50
40
30
20
10
0
ภายใน 7 วัน
รูปท่ี 12 รอ้ ยละของคลอด มารดาหลงั คลอดเล้ียงลูกดว้ ยนมแมอ่ ยา่ งเดียว
จ.สุพรรณบรุ ี พ.ศ. 2552
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสขุ จงั หวดั สุพรรณบรุ ี ปีงบประมาณ 2552
60
ผลการดาเนินงาน
รายงานประจาปสี านกั งานสาธารณสขุ จังหวัดสุพรรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
61
งานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา
ในปี พ.ศ. 2552 สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ได๎ดําเนินงานเฝูาระวังทางระบาด
วิทยา โดยการรวบรวมบัตรรายงานผู๎ปุวย (รง.506) จากสถานบริการสาธารณสุขตําง ๆ ในเครือขําย
จังหวัดสุพรรณบุรี และตํางจังหวัด ใช๎โปรแกรม R506 ของสํานักระบาดวิทยาในการรวบรวมข๎อมูล
เรียบเรยี ง วิเคราะห๑ และแปลผล เพื่อเปน็ ข๎อมูลพ้ืนฐานสนับสนุนในการการดําเนินงานด๎านสาธารณสุข
ท้งั ในเชิงรบั และเชงิ รกุ ทเ่ี กี่ยวข๎อง ซ่ึงจากข๎อมูลนับต้ังแตํวันท่ี 1 มกราคม 2552 ถึงวันท่ี 31 ธันวาคม
2552 ทีไ่ ดส๎ ามารถสรปุ สถานการณโ๑ รคในจงั หวดั สุพรรณบุรใี นขอบขํายการเฝาู ระวังทางระบาดวิทยา ได๎
ดังน้ี
สรุปรายงานสถานการณโ์ รคอจุ จาระรว่ ง (Diarrhoea)
สสจ.สุพรรณบุรี ได๎รบั รายงานผ๎ูปุวยโรคอุจจาระรํวง จํานวนทั้งสิ้น 16337 ราย คิดเป็นอัตรา
ปุวย 1938.92 ตํอประชากรแสนคน ไมํมีรายงานผ๎ูปวุ ยเสยี ชวี ติ
พบผู๎ปุวยเพศหญิงมากกวําเพศชาย โดยพบเพศหญิง 9267 ราย เพศชาย 7070 ราย
อัตราสวํ นเพศหญิงตํอเพศชาย เทํากบั 1.31 : 1
กลํุมอายุที่พบสูงสุดคือกลุํมอายุ 0 - 4 ปี อัตราปุวยตํอประชากรแสนคนเทํากับ 8877.69
ราย รองลงมาคอื กลุมํ อายุ 5 - 9 ปี, 65 ปี ขน้ึ ไป, 55 - 64 ปี, 10 - 14 ปี, 45 - 54 ปี,15 - 24 ปี
, 25 - 34 ป,ี 35 - 44 ปี อัตราปวุ ยเทาํ กบั 2719.19,2644.15,1935.62,1918.62,1423.75, 1284.4,
1020.52 และ 959.93 ราย ตามลําดบั
อาชีพที่มจี าํ นวนผ๎ปู วุ ยสงู สุดคอื ในปกครอง จํานวนผู๎ปุวยเทาํ กับ 5866 ราย รองลงมาคือ
อาชีพรบั จ๎าง, อาชพี นักเรยี น, อาชพี เกษตร, อาชีพงานบ๎าน, อาชพี คา๎ ขาย, อาชีพราชการ, อาชีพอ่ืนๆ,
อาชีพนักบวช, อาชพี ทหาร/ตํารวจ, อาชพี ครู, อาชีพบุคคลากรสาธารณสุข, อาชพี เลีย้ งสัตว๑ จํานวน
ผป๎ู วุ ยเทํากับ3976,3108,1625,830,250,240,164,97,92,42,40,2 ราย ตามลาํ ดบั
พบผู๎ปุวยสูงสุดในเดือน มกราคมจํานวนผ๎ูปุวย เทํากับ 2386 ราย โดยมีรายงานผู๎ปุวยเดือน
มกราคม 2386 ราย กุมภาพันธ๑ 2018 ราย มีนาคม 1556 ราย เมษายน 1112 ราย พฤษภาคม
1173 ราย มิถุนายน 1425 ราย กรกฎาคม 1286 ราย สิงหาคม 1239 ราย กันยายน 967 ราย
ตลุ าคม 974 ราย พฤศจิกายน 880 ราย ธนั วาคม 1321 ราย
อําเภอท่ีมีอัตราปุวยตํอประชากรแสนคนสูงสุดคืออําเภอ ดอนเจดีย๑ อัตราปุวยเทํากับ
2,706.97 ตอํ ประชากรแสนคน รองลงมาคือ อาํ เภอ สามชุก, อําเภอ ดํานช๎าง, อําเภอ ศรีประจันต๑,
อาํ เภอ อํทู อง, อําเภอ เมือง, อําเภอ หนองหญ๎าไซ, อําเภอ บางปลาม๎า, อําเภอ สองพ่ีน๎อง, อําเภอ
เดิมบางนางบวช, อัตราปุวยเทํากับ 2487.37 , 2306.75 , 2296.64 , 2075.04 , 1905.34 ,
1783.22 , 1743.51 , 1482.43 , 1032.17 , ราย ตามลาํ ดบั
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสขุ จังหวดั สพุ รรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
62
สรปุ รายงานสถานการณโ์ รคตาแดง (H.conjunctivitis)
สสจ.สุพรรณบุรี ได๎รับรายงานผ๎ูปุวยโรคตาแดง จํานวนท้ังสิ้น 2507 ราย คิดเป็นอัตราปุวย
297.54 ตํอประชากรแสนคน ไมมํ ีรายงานผ๎ูปวุ ยเสยี ชีวติ
พบผ๎ูปุวยเพศหญิงมากกวําเพศชาย โดยพบเพศหญิง1390 ราย เพศชาย 1117 ราย
อตั ราสํวนเพศหญงิ ตํอเพศชาย เทาํ กับ 1.24 : 1
กลมํุ อายทุ ีพ่ บสงู สุดคอื กลมุํ อายุ 0 - 4 ปี อัตราปุวยตอํ ประชากรแสนคนเทํากับ 724.84 ราย
รองลงมาคือ กลํุมอายุ 5-9 ปี, 10-14 ปี, 15-24 ปี, 55-64 ปี, 25-34 ปี, 35-44 ปี, 45-54 ปี, 65
ปี ขึ้นไป อัตราปุวยเทํากับ 617.57, 356.22, 271.93, 261.72, 251.89, 227.96, 222.51 และ
191.87 ราย ตามลําดบั
อาชพี ท่ีมีจาํ นวนผป๎ู ุวยสงู สุดคอื รับจ๎าง จาํ นวนผ๎ูปวุ ยเทํากับ 872 ราย รองลงมาคือ อาชีพ
นักเรียน, อาชพี ในปกครอง, อาชีพเกษตร, อาชพี งานบา๎ น, อาชีพทหาร/ตํารวจ, อาชีพราชการ,
อาชีพอ่ืนๆ, อาชีพค๎าขาย, อาชีพบุคคลากรสาธารณสุข, อาชีพนักบวช, อาชีพครู, อาชีพเลี้ยง
สตั ว๑ จาํ นวนผ๎ปู วุ ยเทํากบั 611, 600, 217, 83, 33, 25, 24, 20, 8, 6, 6, 1 ราย ตามลําดับ
พบผู๎ปุวยสูงสุดในเดือน ตุลาคมจํานวนผู๎ปุวย เทํากับ 1316 ราย โดยมีรายงานผู๎ปุวยเดือน
มกราคม 53 ราย กุมภาพันธ๑ 43 ราย มีนาคม 42 ราย เมษายน 19 ราย พฤษภาคม 49 ราย
มิถุนายน 102 ราย กรกฎาคม 67 ราย สิงหาคม 84 ราย กันยายน 245 ราย ตุลาคม 1316 ราย
พฤศจิกายน 379 ราย ธนั วาคม 108 ราย
อําเภอท่ีมอี ัตราปวุ ยตํอประชากรแสนคนสูงสุดคืออาํ เภอ ดอนเจดีย๑ อัตราปวุ ยเทํากับ 625.19
ตอํ ประชากรแสนคน รองลงมาคอื อําเภอ บางปลามา๎ , อาํ เภอ ศรปี ระจันต๑, อาํ เภอ สามชุก, อาํ เภอ
เมือง, อําเภอ อูทํ อง, อําเภอ หนองหญ๎าไซ, อาํ เภอ สองพ่นี อ๎ ง, อําเภอ เดมิ บางนางบวช, อําเภอ
ดํานช๎าง, อัตราปุวยเทาํ กับ 524.05, 439.65, 380.17, 367.59, 200.35, 158.51, 145.4,
122.23, 108.5, ราย ตามลําดับ
สรุปรายงานสถานการณ์โรคปอดบวม (Pneumonia)
สสจ.สพุ รรณบรุ ี ไดร๎ ับรายงานผูป๎ วุ ยโรคปอดบวม จาํ นวนทง้ั สนิ้ 1323 ราย คดิ เป็นอัตราปุวย
157.02 ตํอประชากรแสนคน มีรายงานผู๎เสียชีวิต 1 ราย อัตราตายตํอประชากรแสนคน เทํากับ
0.12 อัตราผ๎ูปวุ ยตายเทาํ กบั รอ๎ ยละ 0.08
พบผ๎ูปุวยเพศชายมากกวําเพศหญิง โดยพบเพศชาย 699 ราย เพศหญิง 624 ราย
อัตราสํวนเพศชาย ตํอ เพศหญิง เทาํ กับ 1.12 : 1
กลุํมอายุที่พบสูงสุดคือกลุํมอายุ 0 - 4 ปี อัตราปุวยตํอประชากรแสนคนเทํากับ 1051.56
ราย รองลงมาคือ กลุํมอายุ 65 ปี ขึ้นไป, 5 - 9 ปี, 55 - 64 ปี, 45 - 54 ปี, 10 - 14 ปี,35 - 44 ปี,
25 - 34 ปี, 15 - 24 ปี อัตราปุวยเทํากับ 429.55,172.17,151.15,75.88,69.59, 41.13, 41.02
และ 33.7 ราย ตามลาํ ดบั
รายงานประจาปสี านกั งานสาธารณสุขจังหวดั สพุ รรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
63
อาชีพท่ีมีจํานวนผู๎ปุวยสูงสุดคือในปกครอง จํานวนผู๎ปุวยเทํากับ 579 ราย รองลงมาคือ
อาชีพรับจ๎าง, อาชีพงานบ๎าน, อาชีพนักเรียน, อาชีพเกษตร, อาชีพราชการ, อาชีพค๎าขาย,
อาชีพอื่นๆ, อาชีพนักบวช, อาชีพทหาร/ตํารวจ, อาชีพครูจํานวนผ๎ูปุวยเทํากับ
237,175,161,98,19,18,17,14,4,1 ราย ตามลําดบั
พบผู๎ปุวยสูงสุดในเดือน กรกฎาคมจํานวนผู๎ปุวย เทํากับ 165 ราย โดยมีรายงานผ๎ูปุวยเดือน
มกราคม 117 ราย กุมภาพันธ๑ 126 ราย มีนาคม 111 ราย เมษายน 70 ราย พฤษภาคม 54 ราย
มิถุนายน 100 ราย กรกฎาคม 165 ราย สิงหาคม 153 ราย กันยายน 139 ราย ตุลาคม 111 ราย
พฤศจกิ ายน 94 ราย ธนั วาคม 83 ราย
อําเภอท่ีมีอัตราปุวยตํอประชากรแสนคนสูงสุดคืออําเภอ หนองหญ๎าไซ อัตราปุวยเทํากับ
314.93 ตํอประชากรแสนคน รองลงมาคือ อําเภอ ดอนเจดีย๑, อําเภอ เมือง, อําเภอ บางปลาม๎า,
อําเภอ สองพี่น๎อง, อําเภอ ศรีประจันต๑, อําเภอ อูํทอง, อําเภอ สามชุก, อําเภอ เดิมบางนางบวช,
อําเภอ ดํานช๎าง, อัตราปุวยเทํากับ 223.75 , 204.55 , 152.74 , 146.19 , 139.67 , 138.83 ,
126.72 , 70.62 , 20.44 , ราย ตามลําดับ
สรุปรายงานสถานการณ์โรคไข้สุกใส (Chickenpox)
สสจ.สุพรรณบุรี ได๎รับรายงานผู๎ปุวยโรคไข๎สุกใส จํานวนทั้งส้ิน 810 ราย คิดเป็นอัตราปุวย
96.13 ตํอประชากรแสนคน ไมมํ รี ายงานผ๎ูปุวยเสียชวี ิต
พบผู๎ปุวยเพศหญิงมากกวําเพศชาย โดยพบเพศหญิง 424 ราย เพศชาย 386 ราย
อัตราสํวนเพศหญิงตอํ เพศชาย เทํากบั 1.10 : 1
กลํมุ อายทุ พี่ บสูงสุดคือกลํมุ อายุ 5 - 9 ปี อัตราปุวยตํอประชากรแสนคนเทํากับ 293.81 ราย
รองลงมาคอื กลํมุ อายุ 0 - 4 ปี, 10 - 14 ปี, 15 - 24 ปี, 25 - 34 ปี, 35 - 44 ปี,65 ปี ขึ้นไป, 45
- 54 ป,ี 55 - 64 ปี อัตราปุวยเทํากับ 266.14,246.87,139.49,83.48,31.37, 19.81, 17.05 และ
8.4 ราย ตามลําดบั
อาชีพท่ีมีจํานวนผ๎ูปุวยสูงสุดคือในปกครอง จํานวนผู๎ปุวยเทํากับ 288 ราย รองลงมาคือ
อาชีพนักเรียน, อาชพี รับจา๎ ง, อาชีพเกษตร, อาชีพงานบา๎ น, อาชพี คา๎ ขาย, อาชีพทหาร/ตํารวจ,
อาชีพราชการ, อาชีพอื่นๆ, อาชีพบุคคลากรสาธารณสุข, อาชีพนักบวช, อาชีพครู จํานวนผู๎ปุวย
เทาํ กับ 266,168,37,20,8,7,6,5,2,2,1 ราย ตามลาํ ดับ
พบผู๎ปุวยสูงสุดในเดือน กุมภาพันธ๑ุจํานวนผ๎ูปุวย เทํากับ 178 ราย โดยมีรายงานผ๎ูปุวยเดือน
มกราคม 143 ราย กุมภาพันธ๑ 178 ราย มีนาคม 141 ราย เมษายน 73 ราย พฤษภาคม 48 ราย
มิถุนายน 38 ราย กรกฎาคม 44 ราย สิงหาคม 39 ราย กันยายน 18 ราย ตุลาคม 23 ราย
พฤศจกิ ายน 17 ราย ธนั วาคม 48 ราย
อําเภอทม่ี อี ตั ราปุวยตํอประชากรแสนคนสูงสุดคืออําเภอ เดิมบางนางบวช อัตราปุวยเทํากับ
180.63 ตอํ ประชากรแสนคน รองลงมาคือ อําเภอ ดอนเจดีย๑, อําเภอ สามชุก, อําเภอ ศรีประจันต๑,
รายงานประจาปสี านกั งานสาธารณสขุ จังหวดั สพุ รรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
64
อาํ เภอ อทํู อง, อาํ เภอ บางปลามา๎ , อําเภอ ดํานชา๎ ง, อําเภอ สองพนี่ ๎อง, อาํ เภอ เมือง, อําเภอ หนอง
หญ๎าไซ, อัตราปุวยเทํากับ 179.88 , 141.2 , 126.97 , 100.59 , 99.35 , 88.06 , 60.85 ,
46.32 , 45.88 , ราย ตามลําดบั
สรุปรายงานสถานการณโ์ รค Influenza
สสจ.สุพรรณบุรี ได๎รับรายงานผู๎ปุวยโรค Influenza จํานวนท้ังส้ิน 625 ราย คิดเป็นอัตรา
ปวุ ย 74.18 ตอํ ประชากรแสนคน ไมมํ รี ายงานผูป๎ วุ ยเสียชวี ิต
พบผ๎ูปุวยเพศหญิงมากกวําเพศชาย โดยพบเพศหญิง 328 ราย เพศชาย 297 ราย
อตั ราสํวนเพศหญงิ ตอํ เพศชาย เทาํ กบั 1.10 : 1
กลํุมอายุท่ีพบสูงสุดคือกลุํมอายุ 10 - 14 ปี อัตราปุวยตํอประชากรแสนคนเทํากับ 210.42
ราย รองลงมาคอื กลํมุ อายุ 5 - 9 ปี, 0 - 4 ปี, 15 - 24 ปี, 45 - 54 ปี, 55 - 64 ปี,25 - 34 ปี, 65
ปีข้ึนไป, 35 - 44 ปี อัตราปุวยเทํากับ 209.6,153.62,105.79,36.66,34.99, 33.83, 29.71 และ
28.58 ราย ตามลาํ ดับ
อาชีพท่ีมีจํานวนผ๎ูปุวยสูงสุดคือนักเรียน จํานวนผ๎ูปุวยเทํากับ 302 ราย รองลงมาคือ
อาชีพรับจ๎าง, อาชีพในปกครอง, อาชีพเกษตร, อาชีพงานบ๎าน, อาชีพราชการ, อาชีพค๎าขาย,
อาชีพอ่ืนๆ, อาชีพบุคคลากรสาธารณสุข,อาชีพนักบวช,อาชีพทหาร/ตํารวจจํานวนผ๎ูปุวยเทํากับ
111,107,36,27,19,12,7,2,1,1 ราย ตามลําดบั
พบผู๎ปุวยสูงสุดในเดือน สิงหาคมจํานวนผู๎ปุวย เทํากับ 209 ราย โดยมีรายงานผ๎ูปุวยเดือน
มกราคม 6 ราย กมุ ภาพันธ๑ 23 ราย มีนาคม 38 ราย เมษายน 4 ราย พฤษภาคม 6 ราย มิถุนายน
18 ราย กรกฎาคม 208 ราย สงิ หาคม 209 ราย กนั ยายน 61 ราย ตลุ าคม 23 ราย พฤศจิกายน 16
ราย ธันวาคม 13 ราย
อําเภอที่มอี ตั ราปวุ ยตํอประชากรแสนคนสงู สดุ คืออําเภอ ศรปี ระจันต๑ อตั ราปวุ ยเทาํ กับ 293.63
ตํอประชากรแสนคน รองลงมาคือ อําเภอ เดิมบางนางบวช, อําเภอ สามชุก, อําเภอ หนองหญ๎าไซ,
อาํ เภอ ดอนเจดีย๑, อําเภอ เมือง, อาํ เภอ อํทู อง, อาํ เภอ บางปลาม๎า, อําเภอ ดํานช๎าง, อําเภอ สองพ่ี
น๎อง, อัตราปุวยเทํากับ 152.11 , 130.34 , 85.51 , 70.2 , 61.97 , 19.95 , 19.87 , 18.87 ,
11.85 , ราย ตามลําดบั
สรุปรายงานสถานการณ์โรค ไข้เลอื ดออกรวม(26,27,66)
สสจ.สุพรรณบุรี ได๎รบั รายงานผู๎ปวุ ยโรค ไขเ๎ ลอื ดออกรวม(26,27,66) จาํ นวนท้ังส้ิน 575 ราย
คดิ เปน็ อตั ราปุวย 68.24 ตอํ ประชากรแสนคน ไมมํ ีรายงานผ๎ปู วุ ยเสียชีวติ
พบผป๎ู วุ ยเพศชายมากกวําเพศหญิง โดยพบเพศชาย298 ราย เพศหญิง 277 อัตราสํวนเพศ
ชาย ตํอ เพศหญิง เทํากับ 1.08 : 1
กลมุํ อายุท่ีพบสูงสุดคือกลุํมอายุ 10 - 14 ปี อัตราปุวยตํอประชากรแสนคนเทํากับ 265.09
ราย รองลงมาคอื กลุํมอายุ 15 - 24 ปี,5 - 9 ปี, 0 - 4 ปี, 25 - 34 ปี, 35 - 44 ปี,45 - 54 ปี, 55 -
รายงานประจาปีสานักงานสาธารณสุขจังหวดั สุพรรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
65
64 ปี, 65 ปี ขึ้นไป อัตราปุวยเทํากับ 148.89,119.77,84.38,40.3,22.31, 17.05, 12.6 และ 6.19
ราย ตามลําดบั
อาชีพที่มีจํานวนผ๎ูปุวยสูงสุดคือนักเรียน จํานวนผู๎ปุวยเทํากับ 331 ราย รองลงมาคือ
อาชีพในปกครอง, อาชีพรับจ๎าง, อาชีพเกษตร, อาชีพค๎าขาย, อาชีพงานบ๎าน, อาชีพอื่นๆ,
อาชีพนักบวช, อาชีพทหาร/ตํารวจ, อาชีพราชการ จํานวนผู๎ปุวยเทํากับ 99,95,18,10,9,6,3,2,2
ราย ตามลําดบั
พบผ๎ูปุวยสูงสุดในเดือน พฤศจิกายนจํานวนผู๎ปุวย เทํากับ 94 ราย โดยมีรายงานผ๎ูปุวยเดือน
มกราคม 49 ราย กุมภาพันธ๑ 27 ราย มีนาคม 31 ราย เมษายน 33 ราย พฤษภาคม 34 ราย
มิถุนายน 39 ราย กรกฎาคม 50 ราย สิงหาคม 70 ราย กันยายน 36 ราย ตุลาคม 53 ราย
พฤศจกิ ายน 94 ราย ธันวาคม 59 ราย
อาํ เภอทมี่ ีอตั ราปุวยตํอประชากรแสนคนสูงสดุ คอื อาํ เภอ เมือง อตั ราปุวยเทํากับ 138.97 ตํอ
ประชากรแสนคน รองลงมาคือ อําเภอ สองพี่น๎อง, อําเภอ อูํทอง, อําเภอ บางปลาม๎า, อําเภอ ศรี
ประจันต๑, อําเภอ สามชุก, อําเภอ หนองหญา๎ ไซ, อําเภอ เดมิ บางนางบวช, อําเภอ ดํานช๎าง, อําเภอ
ดอนเจดยี ๑, อตั ราปุวยเทาํ กบั 78.23 , 78.15 , 70.78 , 46.03 , 36.21 , 27.11 , 20.37 , 18.87
, 8.77 ราย ตามลําดบั
สรุปรายงานสถานการณโ์ รค Food Poisoning
สสจ.สุพรรณบุรี ได๎รบั รายงานผ๎ูปุวยโรค Food Poisoning จํานวนท้ังส้ิน 518 ราย คิดเป็น
อัตราปุวย 61.48 ตํอประชากรแสนคน ไมมํ ีรายงานผป๎ู วุ ยเสยี ชวี ติ
พบผ๎ูปุวยเพศหญิงมากกวําเพศชาย โดยพบเพศหญิง 334 ราย เพศชาย 184 ราย
อตั ราสํวนเพศหญงิ ตํอเพศชาย เทํากับ 1.82 : 1
กลํมุ อายุท่ีพบสูงสุดคือกลุํมอายุ 10 - 14 ปี อัตราปุวยตํอประชากรแสนคนเทํากับ 165.68
รองลงมาคือ กลํมุ อายุ 0 - 4 ปี, 5 - 9 ปี, 55 - 64 ปี, 65 ปี ข้ึนไป, 15 - 24 ปี,45 - 54 ปี, 35 -
44 ปี, 25 - 34 ปี อตั ราปุวยเทาํ กบั 112.51,97.31,69.98,61.89,53.29, 46.04, 39.74 และ 25.19
ตามลําดับ
อาชีพท่ีมีจํานวนผู๎ปุวยสูงสุดคือนักเรียน จํานวนผู๎ปุวยเทํากับ 162 ราย รองลงมาคือ
อาชีพรับจ๎าง, อาชีพนปค., อาชีพเกษตร, อาชีพค๎าขาย, อาชีพงานบ๎าน, อาชีพทหาร/ตํารวจ,
อาชีพราชการ, อาชีพอื่นๆ, อาชีพนักบวช, อาชีพเล้ียงสัตว๑ จํานวนผ๎ูปุวยเทํากับ
134,129,48,15,12,6,6,4,1,1 ราย ตามลาํ ดับ
พบผ๎ูปุวยสูงสุดในเดือน กุมภาพันธุ๑จํานวนผ๎ูปุวย เทํากับ 90 โดยมีรายงานผ๎ูปุวยเดือน
มกราคม 85 ราย กุมภาพันธ๑ 90 ราย มีนาคม 44 ราย เมษายน 38 ราย พฤษภาคม 38 ราย
มิถุนายน 82 ราย กรกฎาคม 29 ราย สิงหาคม 41 ราย กันยายน 15 ราย ตุลาคม 12 ราย
พฤศจกิ ายน 20 ราย ธันวาคม 24 ราย
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสุขจังหวดั สพุ รรณบุรี ปงี บประมาณ 2552
66
อําเภอทีม่ ีอัตราปวุ ยตํอประชากรแสนคนสูงสุดคอื อาํ เภอ บางปลามา๎ อัตราปุวยเทํากับ 94.38
ตํอประชากรแสนคน รองลงมาคือ อําเภอ สามชุก, อําเภอ อูํทอง, อําเภอ ดอนเจดีย๑, อําเภอ เมือง,
อาํ เภอ เดมิ บางนางบวช, อาํ เภอ ศรปี ระจันต๑, อาํ เภอ สองพน่ี ๎อง, อําเภอ หนองหญ๎าไซ, อําเภอ ดําน
ช๎าง, อัตราปุวยเทํากับ 90.52 , 86.46 , 85.55 , 66.78 , 51.61 , 47.62 , 33.98 , 33.37 ,
17.3 , ราย ตามลําดบั
สรุปรายงานสถานการณ์ผูป้ ่วยทมี่ ีอาการภายหลงั ได้รับวคั ซีน (AEFI)
สสจ.สุพรรณบรุ ี ได๎รับรายงานผป๎ู ุวยทีม่ ีอาการภายหลังไดร๎ บั วคั ซนี จํานวนทงั้ สน้ิ 27 ราย คดิ
เปน็ อัตราปวุ ย 3.20 ตอํ ประชากรแสนคน ไมํมรี ายงานผป๎ู วุ ยเสียชีวิต
พบผ๎ปู ุวยเพศชายมากกวาํ เพศหญงิ โดยพบเพศชาย14 ราย เพศหญิง 13 ราย อตั ราสวํ น
เพศชาย ตอํ เพศหญงิ เทาํ กับ 1.08 : 1
กลมํุ อายุที่พบสูงสุดคือกลํุมอายุ 0 - 4 ปี อตั ราปุวยตํอประชากรแสนคนเทาํ กบั 58.42 ราย
อาชพี ที่มีจาํ นวนผ๎ปู ุวยสงู สุดคอื ในปกครอง จาํ นวนผปู๎ วุ ยเทํากบั 23 ราย รองลงมาคือ อาชพี
รับจ๎าง, อาชพี นักเรยี น, อาชพี เกษตร จาํ นวนผปู๎ วุ ยเทาํ กับ 2,1,1 ราย ตามลําดับ
พบผปู๎ วุ ยสงู สดุ ในเดอื น มีนาคมจํานวนผู๎ปุวย เทํากับ 6 โดยมรี ายงานผ๎ูปวุ ยเดือน มกราคม 4
ราย กุมภาพนั ธ๑ 1 ราย มนี าคม 6 ราย พฤษภาคม 3 ราย มิถนุ ายน 5 ราย กรกฎาคม 2 ราย
กนั ยายน 1 ราย ตลุ าคม 3 ราย พฤศจกิ ายน 2 ราย
อําเภอท่มี ีอัตราปุวยตํอประชากรแสนคนสูงสดุ คือ อําเภอ เมือง อัตราปวุ ยเทํากับ 10.83 ตํอ
ประชากรแสนคน รองลงมาคือ อําเภอ สองพนี่ ๎อง, อาํ เภอ บางปลาม๎า, อําเภอ ศรีประจันต๑ อตั ราปุวย
เทํากบั 4.74 , 2.48 , 1.59 ราย ตามลําดับ
พบวําผู๎ปุวยมอี าการภายหลงั ได๎รับวัคซีน BCG จํานวน 4 ราย วัคซีน DTP1,OPV1,Hep.B1
จาํ นวน 7 ราย วคั ซีน DTP2,OPV2 จํานวน 1 ราย วัคซีน DTP4,OPV4 จํานวน 5 ราย วัคซีน
DTP5,OPV5 จาํ นวน 1 ราย วัคซนี Measle จํานวน 1 ราย ไมไํ ด๎รับแบบรายงาน AEFI1 จํานวน 8
ราย โดยสวํ นมากมีอาการไข๎ บวมแดงบรเิ วณทฉี่ ีด เกรง็ กระตุก ในบางรายไมสํ ามารถเดินได๎ เปน็ ต๎น
สรปุ รายงานสถานการณ์โรคพิษสุนัขบา้ (Rabies)
สสจ.สุพรรณบุรี ได๎รับรายงานผู๎ปุวยโรคพิษสุนัขบ๎า จํานวนท้ังส้ิน 2 ราย คิดเป็นอัตราปุวย
0.24 ตํอประชากรแสนคน มีรายงานผ๎ูเสียชีวิต 2 ราย อัตราตายตํอประชากรแสนคน เทํากับ
0.24 อตั ราผป๎ู วุ ยตายเทํากบั รอ๎ ยละ 100.00
พบผู๎ปุวยเพศหญิง 2 ราย ไมํมรี ายงานผปู๎ วุ ยเพศชาย
กลํุมอายุท่ีพบสูงสุดคือกลุํมอายุ 10 - 14 ปี อัตราปุวยตํอประชากรแสนคนเทํากับ 1.66
และ กลมํุ อายุ 35 - 44 ปี อตั ราปวุ ยเทํากบั 0.7
อาชพี ของผูป๎ ุวยที่พบคือนักเรียนจํานวนผปู๎ วุ ยเทาํ กับ 1 ราย และอาชีพรับจา๎ งจํานวน 1 ราย
รายงานประจาปีสานักงานสาธารณสขุ จงั หวัดสพุ รรณบุรี ปงี บประมาณ 2552
67
พบผ๎ปู ุวยในเดือน มิถุนายนจาํ นวน 1 ราย และเดือน กันยายน 1 ราย ในอําเภออูํทอง อัตรา
ปวุ ยเทาํ กับ 1.66 ตอํ ประชากรแสนคน
สรุปรายงานสถานการณโ์ รค โรคบาดทะยกั รวม (25,53)
สสจ.สุพรรณบุรี ได๎รับรายงานผู๎ปุวยโรค โรคบาดทะยักรวม(25,53) จํานวนท้ังส้ิน 2 ราย
คิดเป็นอัตราปุวย 0.24 ตํอประชากรแสนคน ไมํมีรายงานผ๎ูปุวยเสียชีวิต เป็นผ๎ูปุวยเพศชาย 2 ราย
กลํุมอายุที่พบคือกลํุมอายุ 5 - 9 ปี อัตราปุวยตํอประชากรแสนคนเทํากับ 1.87 และกลุํม
อายุ 35 - 44 ปี อตั ราปวุ ยเทาํ กบั 0.7
อาชีพทพี่ บคือนักเรยี น จาํ นวนผ๎ปู ุวยเทาํ กบั 1 ราย และอาชพี เกษตรจาํ นวนผป๎ู วุ ยเทํากบั 1 ราย
พบผปู๎ วุ ยในเดือน มนี าคมจาํ นวน 1 ราย และในเดือนพฤษภาคม 1 ราย
อาํ เภอเดิมบางนางบวช อัตราปวุ ยเทาํ กับ 1.36 ตํอประชากรแสนคน และอําเภอ อูํทอง อัตรา
ปุวยเทํากับ 0.83
สรปุ รายงานสถานการณ์โรค Cholera
สสจ.สุพรรณบุรี ได๎รับรายงานผู๎ปุวยโรค Cholera จํานวนท้ังสิ้น 1 ราย เพศหญิง 1 ราย
คดิ เปน็ อตั ราปุวย 0.12 ตํอประชากรแสนคน ไมมํ ีรายงานผู๎ปุวยเสยี ชีวิต อาชพี ผป๎ู ุวยคอื ในปกครอง
กลํุมอายทุ พ่ี บสงู สุดคือกลํมุ อายุ 0 - 4 ปี อตั ราปวุ ยตอํ ประชากรแสนคนเทํากับ 2.16 ราย
พบผ๎ปู วุ ยในเดือน กนั ยายนในอําเภอสองพ่ีน๎อง อตั ราปุวยตอํ ประชากรแสนคนเทาํ กบั 0.79
รายงานประจาปสี านกั งานสาธารณสุขจังหวัดสพุ รรณบุรี ปงี บประมาณ 2552
68
สรุปรายงานโรคท่ตี ้องเฝ้าระวังทางระบาดวทิ ยาของจังหวัดสพุ รรณบรุ ี
ตารางที่ 1 จานวน อัตราปว่ ย อตั ราตาย อัตราปว่ ยตาย รายงานทัง้ หมด ระหว่างวันท่ี 1 มกราคม 2552
ถึง วนั ที่ 31 ธันวาคม 2552
โรค จานวนปว่ ย อัตราป่วย/ จานวน อตั ราตาย/ อตั ราปว่ ยตาย
(ราย) 100,000 ตาย(ราย) 100,000 ร้อยละ
02.Diarrhoea 16399 1946.27 0 0.00 0.00
18.Pyrexia 4352 516.51 0 0.00 0.00
14.H.conjunctivitis 2510 297.89 0 0.00 0.00
31.Pneumonia 1329 157.73 1 0.12 0.08
17.Chickenpox 811 96.25 0 0.00 0.00
15.Influenza 630 74.77 0 0.00 0.00
D.H.F,Total 576 68.36 0 0.00 0.00
03.Food Poisoning 518 61.48 0 0.00 0.00
Tuberculosis,total 450 53.41 2 0.24 0.44
26.D.H.F. 387 45.93 0 0.00 0.00
32.Pulmonary T.B. 384 45.57 1 0.12 0.26
77.Herpes zoster 280 33.23 0 0.00 0.00
S.T.D.,total 260 30.86 0 0.00 0.00
56.Snake bite 230 27.30 0 0.00 0.00
Hepatitis,Total 227 26.94 0 0.00 0.00
66.Dengue fever 161 19.11 0 0.00 0.00
10.Hepatitis uns. 121 14.36 0 0.00 0.00
60.Suicide 119 14.12 1 0.12 0.84
81.โรคตดิ ตอํ ทางเพศสมั พันธอ๑ นื่ ๆ 119 14.12 0 0.00 0.00
71.Hand,foot and mouth disease 87 10.33 0 0.00 0.00
12.Hepatitis B 71 8.43 0 0.00 0.00
80.หดู อวยั วะเพศและทวารหนัก 66 7.83 0 0.00 0.00
34.T.B. other organs 61 7.24 1 0.12 1.64
52.Mumps 60 7.12 0 0.00 0.00
Occupational diseases 48 5.70 0 0.00 0.00
47.Pesticide poisoning 48 5.70 0 0.00 0.00
Dysentery ,Total 43 5.10 0 0.00 0.00
38.Gonorrhoea 40 4.75 0 0.00 0.00
Measles,Total 39 4.63 0 0.00 0.00
21.Measles 33 3.92 0 0.00 0.00
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสขุ จงั หวัดสุพรรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
69
ตารางท่ี 1 จานวน อตั ราปว่ ย อตั ราตาย อตั ราป่วยตาย รายงานท้งั หมด ระหวา่ งวันที่ 1 มกราคม 2552
ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2552 (ต่อ)
โรค จานวนปว่ ย อัตราป่วย/ จานวน อัตราตาย/ อัตราปว่ ยตาย
(ราย) 100,000 ตาย(ราย) 100,000 ร้อยละ
04.Uns.dysentery
27.D.H.F.shock syndrome 33 3.92 0 0.00 0.00
78.AEFI 28 3.32 0 0.00 0.00
13.Hepatitis C 27 3.20 0 0.00 0.00
57.Drug poisoning 27 3.20 0 0.00 0.00
30.Malaria 22 2.61 1 0.12 4.55
54.Meningitis,uns. 21 2.49 0 0.00 0.00
37.Syphilis 12 1.42 0 0.00 0.00
79.เรมิ ทีอ่ วยั วะเพศ 11 1.31 0 0.00 0.00
41.L.G.V.&other&unsp.V.D. 10 1.19 0 0.00 0.00
64.Pneumoconiosis 9 1.07 0 0.00 0.00
11.Hepatitis A 7 0.83 0 0.00 0.00
7 0.83 0 0.00 0.00
65.Acute Flaccid Paralysis 6 0.71 0 0.00 0.00
16.Rubella 6 0.71 0 0.00 0.00
22.Measles c Complication 6 0.71 0 0.00 0.00
06.Dysentery,Bacillary 5 0.59 0 0.00 0.00
Enteric fever,Total 5 0.59 0 0.00 0.00
05.Dysentery,Amoebic 5 0.59 0 0.00 0.00
33.T.B.meningitis 5 0.59 0 0.00 0.00
72.Melioidosis 5 0.59 0 0.00 0.00
39.N.S.U./V 4 0.47 0 0.00 0.00
43.Leptospirosis 3 0.36 0 0.00 0.00
Encephalitis,total 3 0.36 0 0.00 0.00
28.Encephalitis uns. 3 0.36 0 0.00 0.00
63.Capillariasis 2 0.24 0 0.00 0.00
08.Typhoid 2 0.24 0 0.00 0.00
09.Paratyphoid 2 0.24 0 0.00 0.00
58.Mushroom poisoning 2 0.24 0 0.00 0.00
42.Rabies 2 0.24 2 0.24 100.00
Tetanus inc.Neo.(25,53) 2 0.24 0 0.00 0.00
25.Tetanus exc.Neo. 2 0.24 0 0.00 0.00
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสขุ จงั หวดั สุพรรณบรุ ี ปีงบประมาณ 2552
70
ตารางที่ 1 จานวน อตั ราป่วย อตั ราตาย อตั ราป่วยตาย รายงานทงั้ หมด ระหวา่ งวันท่ี 1 มกราคม 2552
ถึง วันท่ี 31 ธันวาคม 2552 (ต่อ)
โรค จานวนป่วย อัตราป่วย/ จานวน อตั ราตาย/ อัตราป่วยตาย
(ราย) 100,000 ตาย(ราย) 100,000 ร้อยละ
35.Leprosy
61.Amoebiasis other organ 2 0.24 0 0.00 0.00
44.Scrub Typhus 1 0.12 0 0.00 0.00
07.Enteric fever(uns) 1 0.12 0 0.00 0.00
19.Meningococcal Meningitis 1 0.12 0 0.00 0.00
40.Chancroid 1 0.12 0 0.00 0.00
84.Chikungunya fever 1 0.12 0 0.00 0.00
01.Cholera 1 0.12 0 0.00 0.00
69.Hepatitis D 1 0.12 0 0.00 0.00
1 0.12 0 0.00 0.00
ตารางท่ี 1 จานวน อตั ราป่วย อัตราตาย อตั ราปว่ ยตาย รายงานทง้ั หมด ระหว่างวันท่ี 1 มกราคม 2552
ถงึ วนั ที่ 31 ธันวาคม 2552 (ต่อ)
งานควบคมุ ไข้เลอื ดออก
สถานการณ์
นบั ต้ังแตํวันที่ 1 มกราคม 2552 ถึงวันท่ี 31 ธันวาคม 2552 สสจ.สุพรรณบุรี ได๎รับรายงาน
ผู๎ปุวยโรค ไข๎เลือดออกรวม(26,27,66) จํานวนทั้งส้ิน 575 ราย คิดเป็นอัตราปุวย 68.24 ตํอ
ประชากรแสนคน ไมํมรี ายงานผู๎ปวุ ยเสียชีวิต
พบผู๎ปุวยเพศชายมากกวําเพศหญิง โดยพบเพศชาย298 ราย เพศหญิง 277 ราย อัตราสํวน
เพศชาย ตํอ เพศหญงิ เทาํ กับ 1.08 : 1
กลุมํ อายทุ ีพ่ บสูงสดุ คอื กลมุํ อายุ 10 - 14 ปี อัตราปุวยตํอประชากรแสนคนเทํากับ 265.09 ราย
รองลงมาคือ กลํุมอายุ 15 - 24 ปี, 5 - 9 ปี, 0 - 4 ปี, 25 - 34 ปี, 35 - 44 ปี,45 - 54 ปี, 55 -
64 ปี, 65 ปี ขนึ้ ไป อัตราปุวยเทํากับ 148.89,119.77,84.38,40.3,22.31, 17.05, 12.6 และ 6.19
ราย ตามลําดบั
อาชีพท่ีมจี าํ นวนผู๎ปุวยสูงสุดคือนักเรียน จํานวนผู๎ปุวยเทํากับ 331 ราย รองลงมาคือ อาชีพ
นปค., อาชีพรับจ๎าง, อาชีพเกษตร, อาชีพค๎าขาย, อาชีพงานบ๎าน, อาชีพอื่นๆ, อาชีพนักบวช, อาชีพ
ทหาร/ตาํ รวจ, อาชีพราชการ, อาชีพบุคคลากรสาธารณสุข, อาชีพอาชีพพิเศษ, อาชีพเล้ียงสัตว๑,
อาชีพครู, อาชีพประมง, จํานวนผู๎ปุวยเทาํ กบั 99,95,18,10,9,6,3,2,2,0,0,0,0,0, ราย ตามลําดับ
พบผู๎ปุวยสูงสุดในเดือน พฤศจิกายนจํานวนผู๎ปุวย เทํากับ 94 ราย จํานวนผ๎ูปุวยเดือนน้ี(
ธนั วาคม ) นอ๎ ยกวาํ เดอื นทแ่ี ลว๎ (พฤศจิกายน) จํานวนผ๎ูปุวยเดือนน้ี ( ธันวาคม ) เทํากับ 59 ราย สํวน
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสขุ จังหวดั สพุ รรณบรุ ี ปีงบประมาณ 2552
71
เดือนที่แล๎ว (พฤศจกิ ายน ) เทํากับ 94 ราย โดยมีรายงานผ๎ูปุวยเดือน มกราคม 49 ราย กุมภาพันธ๑
27 ราย มีนาคม 31 ราย เมษายน 33 ราย พฤษภาคม 34 ราย มิถุนายน 39 ราย กรกฎาคม 50
ราย สงิ หาคม 70 ราย กนั ยายน 36 ราย ตุลาคม 53 ราย พฤศจกิ ายน 94 ราย ธนั วาคม 59 ราย
พบผป๎ู วุ ยในเขตเทศบาลเทํากบั 40 ราย ในเขตองคก๑ ารบริหารตําบลเทํากบั 535 ราย และไมํ
ทราบเขต เทํากับ 0 ราย พบผ๎ปู วุ ยในเขตองค๑การบรหิ ารสวํ นตาํ บลมากกวาํ ในเขตเทศบาล โดยจํานวน
ผปู๎ ุวยในเขตองคก๑ ารบรหิ ารสํวนตาํ บล เทํากบั รอ๎ ยละ 93.04 สํวนผป๎ู ุวยในเขตเทศบาล เทาํ กับร๎อยละ
6.96
ผ๎ปู ุวยเข๎ารับการรกั ษาท่ี โรงพยาบาลศูนย๑เทํากบั 297 ราย โรงพยาบาลท่ัวไป เทํากบั 106
ราย โรงพยาบาลชมุ ชน เทํากบั 159 ราย สถานีอนามยั เทาํ กบั 12 ราย คลนิ กิ โรงพยาบาลเอกชน
เทํากับ 1 ราย
อําเภอท่ีมีอัตราปุวยตํอประชากรแสนคนสูงสุดคืออําเภอเมือง อัตราปุวยเทํากับ 138.97 ตํอ
ประชากรแสนคน รองลงมาคือ อําเภอ สองพี่น๎อง, อําเภอ อูํทอง, อําเภอ บางปลาม๎า, อําเภอ ศรี
ประจนั ต๑, อําเภอ สามชกุ , อําเภอ หนองหญา๎ ไซ, อาํ เภอ เดมิ บางนางบวช, อําเภอ ดํานช๎าง, อําเภอ
ดอนเจดีย๑, อัตราปุวยเทํากับ 78.23 , 78.15 , 70.78 , 46.03 , 36.21 , 27.11 , 20.37 , 18.87
, 8.77 ราย ตามลาํ ดบั
แผนงาน/โครงการ
จากสภาพปัญหาจงั หวดั สุพรรณบรุ ี มีการระบาดของโรคไข๎เลอื ดออก ทกุ ฤดูกาลและตลอดท้ัง
ปี อนั เนือ่ งมาจากสภาพอากาศร๎อนชืน้ ทีเ่ หมาะแกํการเจริญเติบโตของยุงซึ่งเปน็ พาหะนาํ โรคแลกลามอา
ชีท่ีพบผู๎ปุวยมากที่สุดคือ 15-24 ปี และ5-9 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนระดับมัธยมและประถมศึกษา การลด
อัตราปวุ ยและตายด๎วยโรคไขเ๎ ลอื ดออก จําเป็นต๎องมีกิจกรรมที่ครอบคลุมในทุกด๎าน ได๎แกํ การปูองกัน
โรคลํวงหน๎าโดยการรณรงค๑ทําลายแหลํงเพาะพันธ๑ุยุงลายอยํางตํอเน่ืองสม่ําเสมอ ซึ่งต๎องได๎รับความ
รํวมมือจากชุมชน ประชาชนทุกหลังคาเรือน โรงเรียนทุกแหํง การเฝูาระวังโรค โดยการสํารวจคําดัชนี
ลูกนํ้ายุงลาย คํา HI และ คํา CI ในพ้ืนที่โดยอาสาสมัครสาธารณสุขและเจ๎าหน๎าท่ีอยํางสม่ําเสมอ การ
สอบสวนควบคุมโรคโดยทีม SRRT ท่ีมีประสิทธิภาพ และความรํวมมือจากหนํวยงานท่ีเก่ียวข๎องได๎แกํ
หนํวยงานทางการศึกษาและองค๑กรปกครองสํวนท๎องถ่ิน สนับสนุนการดําเนินงาน สารเคมี และ
งบประมาณอยํางเพยี งพอในการปอู งกนั และควบคุมโรคไข๎เลือดออก
การปูองกันการเสียชีวิตด๎วยโรคไข๎เลือดออก ประชาชนต๎องได๎รับความร๎ูในการท่ีจะดูแล
ตนเอง และทราบอาการสําคัญท่ีจะต๎องมาพบแพทย๑โดยเร็ว เจ๎าหน๎าที่สถานีอนามัยมีความรู๎ในการ
วินจิ ฉยั การดูแลผ๎ปู วุ ยและการสงํ ตํอทที่ นั เวลา แพทยพ๑ ยาบาลสามารถวนิ ิจฉัยรักษาและดูแลผู๎ปุวยอยําง
ถกู ตอ๎ ง
ดังน้ัน เพื่อการให๎ดําเนินงานบรรลุเปูาหมายตามตัวช้ีวัด งานควบคุมโรคไข๎เลือดออก
สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี จึงได๎จัดทําโครงการปูองกันและควบคุมโรคไข๎เลือดออก
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดสพุ รรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
72
ประจําปีงบประมาณ 2553 จังหวัดสุพรรณบุรีโดยมีกิจกรรมที่เน๎นการมีสํวนรํวมของประชาชน ความ
รํวมมือของหนํวยงานท่ีเกี่ยวข๎อง การถํายทอดความรู๎สูํประชาชน โดยใช๎ชํองทางตําง ๆ การ
ประชาสัมพันธ๑ผํานสื่อสิ่งพิมพ๑ ทางสถานีวิทยุของรัฐ และวิทยุชุมชน การให๎ความร๎ูในโรงเรียน การให๎
ความรู๎และการฝึกปฏิบัติแกํอาสาสมัครสาธารณสุขและเจ๎าหน๎าที่เทศบาล/อบต. และการพัฒนา
ศกั ยภาพทมี SRRT การพฒั นาศักยภาพบคุ ลากรสาธารณสุข แพทย๑ พยาบาล เจา๎ หนา๎ ที่สาธารณสุข
แผนงาน/โครงการ กจิ กรรมหลัก กล่มุ เปา้ หมาย เวลาดาเนนิ การ งบประมาณและ
แหล่งงบประมาณ
โครงการเฝาู ระวงั 1.รณรงคท๑ ําลาย 67,303 หลังคาเรอื น 1 ตลุ าคม 2551 – - งบ UC และจาก
ปูองกันและแก๎ไข แหลํงเพาะพนั ธุ๑ยุงใน 478 โรงเรียน 30 กันยายน 2552 เทศบาล/อบต
ปัญหาการแพรํ ชุมชน/เทศบาล/ 10 โรงพยาบาล - งบ สปสช.
ระบาดโรค โรงเรียน/ (70%)จํานวน
ไข๎เลอื ดออก จังหวดั โรงพยาบาล จาํ นวน 2,583,150 บาท
สุพรรณบุรี 4 ครัง้ /ปี
2.การเฝูาระวัง
สอบสวนควบคุมโรค
3.การปูองกนั ควบคุม
โรคในเขตเมืองและ
เขตชนบท
4.การปูองกันควบคุม
โรคในโรงเรียน
5.การสนับสนนุ วัสดุ
อปุ กรณ๑ สารเคมใี น
การปูองกันควบคมุ
โรค
1.จดั ทําสอื่
ประชาสมั พันธ๑โรค
โครงการเฝูาระวงั ไข๎เลือดออก - 478 โรงเรียน - ก.พ.- มี.ค. 2552 -งบประมาณ
ปอู งกนั และควบคุม 10 โรงพยาบาล ยทุ ธศาสตรด๑ า๎ น
โรคติดตํอทีเ่ ปน็ 10 สสอ./ 174 สอ. สขุ ภาพ ผลผลิตที่ 1
ปญั หาสําคัญ จังหวัด 2.การพฒั นา จํานวน 120,000
สพุ รรณบรุ ี ปี เครือขํายชุมชนเฝาู บาท
งบประมาณ 2552 ระวงั โรคไข๎เลอื ดออก - อสม.หมบูํ า๎ น/ - ม.ี ค. – เม.ย. 2552 -งบประมาณ
และโรคตดิ ตํอท่ีเป็น ชุมชนละ 3 คน ยุทธศาสตร๑ดา๎ น
ปญั หาสําคญั สุขภาพ ผลผลิตท่ี 1
จํานวน 130,800
บาท
รายงานประจาปสี านกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั สพุ รรณบุรี ปงี บประมาณ 2552
73
ผลการดาเนนิ งาน
ผลการดําเนินงานควบคุมโรคไข๎เลือดออกในปี พ.ศ.2552 มีรายงานผู๎ปุวย จํานวน 575
ราย อตั ราปุวย 68.24 ตํอประชากรแสนคน ไมมํ ีรายงานผู๎ปุวยเสียชีวิต แตํยังสูงกวําเปูาหมายที่กําหนด
51.0 ตํอประชากรแสนคน (อัตราปุวยโรคไข๎เลือดออกลดลงร๎อยละ 20 ของคํามัธยฐานย๎อนหลัง 5 ปี)
เม่อื เปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2550 และปี พ.ศ. 2551 พบวําแนวโนม๎ การเกดิ โรคลดลง ดังตาราง
อาเภอ ผลงานปี พ.ศ. 2550 ผลงานปี พ.ศ. 2551 ผลงานปี พ.ศ. 2552
เมืองฯ (อตั ราตอ่ ประชากรแสนคน) (อตั ราตอ่ ประชากรแสนคน) (อตั ราตอ่ ประชากรแสนคน)
เดิมบางนางบวช
ดาํ นชา๎ ง 147.44 176.28 138.97
บางปลาม๎า 28.40 42.1 20.37
ศรปี ระจันต๑ 41.02 47.17 18.87
ดอนเจดยี ๑ 123.49 68.3 70.78
สองพนี่ ๎อง 83.54 149.19 46.03
สามชกุ 21.87 63.62 8.77
อทํู อง 125.0 176.22 78.23
หนองหญ๎าไซ 54.03 39.83 36.21
ระดับจงั หวดั 63.08 103.09 78.15
ระดบั เขต/ลาดบั ท่ีของเขต 56.08 52.14 27.11
ระดบั ประเทศ/ลาดบั ทขี่ อง 88.08 110.02 68.24
ประเทศ 117.81/ลาดบั ท่ี 4 203.16/ลาดบั ท่ี 4 /ลาดับที่ 4
100.27/ลาดับที่ 45 120.66/ลาดับท่ี 40 /ลาดบั ท่ี 24
หมายเหตุ เกณฑ๑ปี พ.ศ. 2550 เทาํ กบั 55.5 ตอํ ประชากรแสนคน
เกณฑป๑ ี พ.ศ. 2551 เทํากบั 51.0 ตอํ ประชากรแสนคน
เกณฑ๑ปี พ.ศ. 2552 เทาํ กบั 51.0 ตอํ ประชากรแสนคน
ผลการดาเนนิ งานดา้ นป้องกนั โรค
1. จดั อบรม อสม.เร่ืองความรโ๎ู รคไขเ๎ ลือดออก และฝกึ ปฏบิ ัติในการสํารวจคําดัชนีลูกน้ํายุงลาย คํา HI
และคํา CI อยาํ งถกู เทคนคิ การใสทํ ราบใหถ๎ กู อตั ราสํวน การทําลายแหลํงเพาะพันธ๑ุอยํางถูกวิธีและ
ครอบคลุม และการถํายทอดความร๎ู การปูองกันโรค แกํประชาชน หลังคาเรือนที่รับผิดชอบและ
เปน็ เครือขําย เฝาู ระวงั โรคไข๎เลือดออกในพื้นที่ หมูํบ๎าน/ชุมชนละ 3 คน เปน็ จํานวน 3,327 คน
รายงานประจาปีสานักงานสาธารณสุขจังหวดั สพุ รรณบรุ ี ปีงบประมาณ 2552
74
2. จัดอบรมครูอนามัย เรื่องการให๎ความรู๎โรคไข๎เลือดออกในโรงเรียน และการเฝูาระวังโรคโดยการ
สํารวจคําดชั นี ลูกน้ํายุงลาย คํา CI ในโรงเรียน โดยแตํงตั้งนักเรียนเป็น SRRT น๎อย โรงเรียนละ 5
คน สํานกั งานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี สนับสนุนวัสดุอุปกรณ๑ในการดําเนินงาน จํานวน 478
โรงเรยี น
3. การรณรงค๑ สัปดาห๑บ๎านชุมชนปลอดลูกนํ้ายุงลาย 4 ครั้ง โดยมีกิจกรรมทําลายแหลํงเพาะพันธุ๑
ยงุ ลายในชมุ ชนและโรงเรียน และการสํารวจคําดัชนลี ูกนา้ํ ยุงลาย คํา HI และคํา CI
ผลการดาเนนิ งานดา้ นควบคมุ โรค
1. พัฒนาศักยภาพทีม SRRT ระดับอําเภอ ให๎ได๎ตามเกณฑ๑มาตรฐานตัวชี้วัดของงานควบคุมโรค
ไข๎เลือดออก ไดแ๎ กํ ความทนั เวลาของการได๎รบั แจ๎งผ๎ูปุวย ความครบถ๎วนของการสอบสวนผู๎ปุวยราย
แรก ความพร๎อม ของทีม SRRT ระดับอําเภอ ความทันเวลาและความครอบคลุมในการควบคุม
แหลงํ แพรโํ รค ทกุ พื้นท่สี ามารถดําเนนิ การควบคุมโรคได๎ ไมํมกี ารระบาดตอํ เนือ่ ง
2. การมีสํวนรํวมของชุมชน ได๎รับความรํวมมือจากเจ๎าหน๎าท่ีเทศบาลและอบต.ในการพํนเคมี และ
สนับสนุนวสั ดอุ ุปกรณ๑ในการพนํ เคมี เพ่อื ควบคุมโรค
ผลการดาเนินงานดา้ นการรักษา
1. อบรมเจ๎าหน๎าท่ีสถานีอนามัยในเร่ืองการวินิจฉัย การดูแลผู๎ปุวยท่ีสถานีอนามัยและการสํงตํอ
ผ๎ูปุวยและการให๎ความรู๎กับประชาชน หากมีไข๎สูงเกิน 2 วัน ให๎มาพบเจ๎าหน๎าที่หรือไป
โรงพยาบาล และใหส๎ อ./รพ. ทาํ Tourniquet test ทกุ รายในทกุ กลํมุ อายุ
2. จัดประชุมเรอื่ งการวนิ ิจฉยั การรักษา การสงํ ตอํ และการพยาบาลดูแลผ๎ูปวุ ยโรคไข๎เลือดออก แกํ
แพทย๑ พยาบาลและเจา๎ หน๎าที่สถานอี นามัยท่จี บใหมํ จาํ นวน 100 คน
3. มศี นู ย๑ปรกึ ษาโรคไขเ๎ ลอื ดออกทโ่ี รงพยาบาลเจา๎ พระยายมราช
ปัญหาอุปสรรคและแนวทางแกไ้ ข
ในปี พ.ศ. 2552 สาํ นกั งานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ได๎ดําเนินการปูองกันและควบคุมโรค
ไขเ๎ ลือดออกโดยเนน๎ เรื่องการปูองกัน ในชุมชนและโรงเรยี น พบวาํ อัตราปุวยด๎วยโรคไข๎เลือดออกในกลํุม
อายุ 10-14 ปี ซง่ึ เป็นเด็กในวัยเรียนลดลงจากปี พ.ศ.2551 (อัตราปุวย 427.47 ตํอประชากรแสนคน)
และในปี พ.ศ. 2552 (อัตราปุวย 265.09 ตํอประชากรแสนคน) แตํในชุมชนยังพบปัญหาในบางพื้นท่ี
พบวาํ มีคํา HI สงู เน่ืองจากขาดความรวํ มมอื จากประชาชน
แนวทางการดาํ เนินงานในปี พ.ศ. 2553 เนน๎ การมีสํวนรวํ มของชมุ ชนโดยใช๎รูปแบบแผนท่ี
ทางเดนิ ยุทธศาสตร๑ เพื่อใหช๎ ุมชนทราบปัญหาและหาทางแกไ๎ ข โดยมีเทศบาลและ อบต.เป็นผ๎ูสนับสนุน
งบประมาณ
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสขุ จังหวัดสุพรรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
75
งานควบคมุ วณั โรค
สถานการณ์
ปงี บประมาณ 2552 จังหวัดสุพรรณบุรีมีผ๎ูปุวยวัณโรครวมทั้งส้ิน 777 ราย คิดเป็นอัตราปุวย
92ตํอประชากรแสนคน จําแนกเป็นผ๎ูปุวยวัณโรคปอดรายใหมํเสมหะบวก 449 ราย วัณโรคปอด
เสมหะลบ 205 ราย วัณโรคนอกปอด 92 ราย และวัณโรคกลับเป็นซํ้าเสมหะบวก 31 ราย คิดเป็น
ร๎อยละ 57.78 ,26.38 ,11.84 และ 3.99 ตามลําดับ หลังปีงบประมาณ 2545 ผู๎ปุวยวัณโรคมีแนวโน๎ม
ลดลง ผู๎ปุวยวณั โรคปอดสมหะบวกและผู๎ปุวยวณั โรคนอกปอดมแี นวโนม๎ สูงข้นึ
1000 900.0 816.0 859.0 869.0 806.0 862.0 750.0 777.0 M+
800 668.0 662.0 671.0 M-
R
600 555.0 EP
TOTAL
400
200
0
2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552
ผลการดําเนินงานอัตราความสําเรจ็ ของการรักษาในรอบปงี บประมาณ 2551 ผู๎ปุวยวณั โรค
ปอดรายใหมเํ สมหะบวกรกั ษาสาํ เรจ็ รอ๎ ยละ 71.85 ผูป๎ วุ ยเสียชีวิตรอ๎ ยละ 15.55 รกั ษาลม๎ เหลวร๎อยละ
3.15 และขาดยารอ๎ ยละ 1.05 การเสียชีวติ ของผ๎ูปวุ ยวัณโรคยงั เป็นปญั หาสาํ คญั ของจังหวัดสุพรรณบรุ ี
แผนงาน/โครงการ
ปีงบประมาณ 2552 สํานกั งานสาธารณสพุ รรณบรุ ไี ดจ๎ ดั ทําโครงการรวมพลังชาวสพุ รรณ
หยดุ ยงั้ วัณโรค โดยเนน๎ กิจกรรมเร่อื งการเรํงรัดค๎นหาผม๎ู อี าการสงสยั วณั โรคกลุมํ เสี่ยงท้งั ในชมุ ชน สถาน
บรกิ ารสาธารณสุขและเรือนจํารํวมกบั การจัดงานประชาสัมพนั ธว๑ นั วณั โรคโลก การประชุมติดตาม
ความก๎าวหน๎า (DOTSMEETING) การแตํงตง้ั Mr.TB/คณะกรรมการการดาํ เนินงานวณั โรคทุก
โรงพยาบาล การพฒั นาการบริหารจัดการขอ๎ มูลดว๎ ยระบบสารสนเทศ การนิเทศตดิ ตามงานทุกไตรมาส
และการศกึ ษาวิจยั การเสียชีวิตในผ๎ูปวุ ยวณั โรค โดยไดร๎ ับการสนับสนนุ งบประมาณสงํ เสรมิ และปูองกนั
โรค(PP Areabased)จาํ นวน 828,100 บาท รายละเอียดดงั ตาราง
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
76
แผนงาน/โครงการ กิจกรรมหลกั กลุมํ เปูาหมาย เวลาดาํ เนนิ การ งบประมาณและ
แหลํงงบประมาณ
โครงการรวมพลงั -การค๎นหา/คัด ผส๎ู ัมผัสโรครวํ ม มนี าคม- งบ PPA เป็น
ชาวสุพรรณ กรองผ๎มู อี าการ บา๎ น,ผ๎ูติดเชอื้ เมษายน 2552 จํานวนเงนิ ท้ังส้ิน
หยดุ ยัง้ วณั โรค สงสยั วณั โรคใน เอดส,๑ ผู๎สงู อายุ, 828,100 บาท
ปีงบประมาณ ชุมชน /สถาน ผปู๎ ุวยโรคเรอื้ รัง,
2552 บริการ/เรอื นจํา ผตู๎ อ๎ งขงั เรอื นจาํ
-การเผยแพรํ ประชาชนท่วั ไป 24 มนี าคม
ประชาสมั พันธแ๑ ละ 2552
จัดกจิ กรรมสรา๎ ง
กระแสวนั วณั โรค
โลก
-ประชมุ ตดิ ตาม ผ๎ูประสานงานวณั -กุมภาพนั ธ๑
ความก๎าวหนา๎ การ โรคระดับอาํ เภอ, และกรกฎาคม
ดาํ เนนิ งานวณั โรคปี เจ๎าหน๎าที่คลินกิ 2552
ละ 2 คร้ัง วณั โรค
-การนเิ ทศตดิ ตาม รพ./สสอ.ทุกแหํง ตลุ าคม 51 ,
รพ./สสอ.ทกุ 3 รพ.เอกชนใน มกราคม
เดือน ระบบ UC และ ,เมษายน และ
เรือนจาํ กรกฎาคม 52
-การพัฒนาการ โปรแกรมวัณโรค กรกฎาคม-
บรหิ ารจัดการ ระดบั อาํ เภอ2 กันยายน 52
ข๎อมูลด๎วยระบบ โปรแกรม ระดับ
สารสนเทศ จงั หวดั 1
โปรแกรม
-การศึกษาวิจัย กันยายน 52
ผลสําเร็จของการรกั ษาวณั โรคปงี บประมาณ 2552 เทาํ กบั ร๎อยละ 83.18 เสียชวี ิต 46
ราย คดิ เปน็ ร๎อยละ 10.90 ขาดยา 5 ราย คิดเปน็ ร๎อยละ 1.18 และรักษาล๎มเหลว 21 ราย คิด
เป็นรอ๎ ยละ 3.79 และโอนออกไมทํ ราบผลการรกั ษา 2 ราย คิดเป็นร๎อยละ 0.47 เปรยี บเทียบกับ
ปีงบประมาณ 2551 พบวําเพิ่มข้นึ ถงึ ร๎อยละ 11
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั สุพรรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
77
ตารางแสดงผลสําเร็จของการรักษาผู๎ปุวยวัณโรค ปงี บประมาณ 2552
หน่วยงาน/อาเภอ ผลการดาํ เนินงาน ผลงาน ร้อยละ
เป้าหมาย 72 82.76
เมอื งสพุ รรณบรุ ี 87 18 90.00
เดิมบางนางบวช 20 47 88.68
ดาํ นช๎าง 53 23 71.88
บางปลาม๎า 32 32 86.49
ศรปี ระจนั ต๑ 37 23 80.00
ดอนเจดยี ๑ 30 43 86.00
สองพ่ีน๎อง 50 32 88.57
สามชกุ 35 53 80.30
อํทู อง 66 8 66.67
หนองหญ๎าไซ 12 351 83.18
รวมท้งั จังหวัด 422 342 71.85
ระดับจงั หวัดในปีทีผ่ ่านมา 476
ท่ีมา รายงาน TB08 งวดที่ 1/2552
เม่ือประเมนิ ผลการดําเนนิ รายอําเภอพบวาํ อาํ เภอท่มี ีผลสาํ เรจ็ ของการรกั ษามากกวาํ ร๎อยละ
85 มีจาํ นวน 5 อาํ เภอ ไดแ๎ กํ อําเภอสองพ่ีนอ๎ ง อําเภอเดิมบางนางบวช อาํ เภอดํานชา๎ ง อําเภอศรี
ประจันตแ๑ ละอาํ เภอสามชกุ ปัญหาสําคัญท่ที าํ ใหก๎ ารดาํ เนนิ งานวัณโรคในหลายอาํ เภอยังไมบํ รรลุ
เปูาหมายคอื
1.การเสยี ชีวิต โดยเฉพาะในระยะเขม๎ ขน๎ ของการรักษา เนอื่ งจากผู๎ปุวยเข๎าสํรู ะบบการรักษา
ลาํ ช๎า เปน็ ผป๎ู ุวยสูงอายุ มาโรงพยาบาลเมื่อมอี าการมากแล๎ว บางรายมีโรคเร้ือรังประจาํ ตวั /ติดเช้ือ
เอดสร๑ ํวมด๎วย หรือผป๎ู วุ ยทม่ี ีอาการหนกั มาโรงพยาบาลดว๎ ยโรคอ่นื ๆแตํตรวจพบวาํ เปน็ วณั โรครวํ มด๎วย
2.การรักษาลม๎ เหลว
แนวทางการแก๎ปญั หาของจงั หวดั สพุ รรณบุรใี นปตี อํ ไป คือการเรงํ รัดค๎นหา/คัดกรองผม๎ู อี าการ
สงสัยวัณโรคในกลุมํ เสย่ี งตาํ งๆได๎แกํ ผ๎ูสมั ผัสโรครํวมบา๎ น ผต๎ู ิดเชือ้ /ผูป๎ วุ ยเอดส๑ ผ๎ูสูงอายุ ผป๎ู วุ ยโรค
เร้อื รัง ผ๎ูตอ๎ งขังเรอื นจาํ ฯลฯ ในชุมชนและสถานบรกิ ารอยํางตอํ เน่ือง การใช๎โปรแกรมสาํ เร็จรปู TB
HUNTER ซึ่งใชฐ๎ านข๎อมูลจากโปรแกรม SMARTTB ท่โี รงพยาบาลสํงให๎สํานักงานหลกั ประกนั สุขภาพ
แหงํ ชาติ มาใช๎ในการควบคุมกาํ กับและประมวลผลระดบั อาํ เภอ ทาํ ใหก๎ ารติดตามผ๎ูปวุ ยรวดเร็วขน้ึ
ผปู๎ ุวยขาดยานอ๎ ยลง การนเิ ทศติดตามทุกระดับ/ทุกไตรมาส การประชุมติดตามความก๎าวหนา๎ ทกุ ไตรมาส
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสุขจงั หวดั สพุ รรณบุรี ปงี บประมาณ 2552
78
ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
1.การเปล่ียนแปลงผู๎รับผดิ ชอบงาน ทั้งการเปล่ียนงานและเสียชวี ิตของผูป๎ ฎบิ ัตงิ าน ทําให๎
การดาํ เนนิ งานไมํตอํ เนื่อง ลาํ ชา๎ สคร.จดั การอบรมใหไ๎ ดป๎ ีละครั้งไมํทนั การ จงั หวัดตอ๎ งจดั อบรม
เบ้ืองต๎นให๎เองท้งั ทไี่ มไํ ดต๎ ้งั งบประมาณเผ่ือเนอื่ งจากเป็นเหตุการณ๑เหนือความคาดหมาย
2.โปรแกรมของ สปสช. มกี ารปรบั เปลย่ี นไมํลงตัวซกั ที มที ้ัง OFF Line (ที่พฒั นามาหลายสบิ
เวอร๑ช่นั แลว๎ ) และระบบ ON Line ซงึ่ ไมํวาํ ระบบใดกม็ กี ารลงรายละเอียดเยอะมากและโปรแกรมยงั ไมํ
สมบรู ณ๑ สงํ รายงานแลว๎ บางโรงพยาบาลไมไํ ดเ๎ งนิ On Top คําดูแลรกั ษา (รายละ 1,400 – 1,600
บาท) ในขณะท่ีปี 2552 สปสช.ลดเงนิ On Top เหลือเพียง รายละ 1,000 บาท ตลอดทั้งปี 2552 มี
โรงพยาบาลได๎เงนิ On Top เพียง 2 แหงํ ๆละ 1 งวด
3.การสร๎างขวัญและกําลงั ใจแกผํ ู๎ปฏบิ ตั ิงานวัณโรคทกุ ระดับ เชนํ การพิจารณาความดีความชอบ
โบนัส การใหค๎ ําตอบแทนการปฏิบตั ิงานนอกเวลาทําการ การศึกษาดงู านนอกสถานที่ ฯลฯ
งานปอ้ งกนั และควบคุมโรคติดเชือ้ เฉียบพลันระบบหายใจในเด็ก
สถานการณ์
ปอดบวมเป็นปญั หาสาธารณสุขท่สี ําคัญปัญหาหน่ึง เนื่องจากเปน็ โรคทมี่ ีอัตราปวุ ยสงู
โดยเฉพาะเดก็ อายุตา่ํ กวํา 5 ปี จะมอี ตั ราปุวยสูงกวํากลุมํ อื่นๆ จากขอ๎ มูลของสํานักระบาดวิทยา เมือ่
พ.ศ. 2533 พบวําโรคปอดบวมเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของโรคตดิ เชื้อในเด็กอายุต่าํ กวํา 5 ปี ถงึ ร๎อย
ละ 42 สาํ หรับจงั หวัดสุพรรณบรุ ี จากรายงานการเฝาู ระวงั โรค รง. 506 ระหวาํ งปี พ.ศ. 2546 -2551
จงั หวัดสพุ รรณบุรีมผี ปู๎ ุวยปอดบวมในกลํุมเด็กอายุต่ํากวํา 5 ปี จาํ นวน 839 ราย, 544 ราย, 737 ราย ,
901 ราย, 795 รายและ 550 รายคิดเปน็ อัตราปุวย รอ๎ ยละ 1.66, 1.27 ,1.65 ,2.21 ,1.72 และ 1.12
ตามลําดับ และมีเด็กเสียชวี ติ ในปี พ.ศ. 2547-2551 จํานวน 5 ราย , 4 ราย , 1 ราย ,3 ราย และ 1 ราย
คิดเปน็ อตั ราตาย 11.64 , 8.97 , 2.45 , 6.43 และ 2.03 ตอํ เดก็ ตํ่ากวํา 5 ปแี สนคน ตามลาํ ดับ จากขอ๎ มลู
ดังกลาํ วจะเหน็ ได๎วํา แมอ๎ ัตราปุวยของการเปน็ ปอดบวมจะไมํสูง แตํอตั ราการเสียชีวติ ยงั คงสูงกวํา
เปาู หมายท่กี รมควบคุมโรคกําหนดไว๎วําไมํควรเกิน 1.8 ตํอแสนประชากร ซ่งึ สอดคล๎องกับสถานการณ๑
ปจั จุบนั เนอื่ งจากงานปูองกนั และควบคมุ โรคติดเชอ้ื เฉียบพลนั ระบบหายใจในเด็กท่เี ริ่มดําเนินการมาตัง้ แตํ
ปี พ.ศ.2533 และขยายครอบคลมุ ทวั่ ประเทศในปี พ.ศ.2536 นั้น หลงั ปฏิรปู ระบบราชการงานในปี พ.ศ.
2546 งานปอู งกันและควบคุมโรคติดเชอื้ เฉียบพลันระบบหายใจในเด็กจะแทรกตวั อยํใู นงานปกติ ลด
ระดับความเขม๎ ข๎นในการตดิ ตาม ควบคุมกํากับ ลดการใช๎การบรบิ าลมาตรฐานโรคตดิ เชอ้ื เฉยี บพลนั ระบบ
หายใจในเด็ก (SCM) ทาํ ใหข๎ าดเจ๎าภาพหลักในการดาํ เนินงาน โดยเฉพาะโรงพยาบาลมีแพทยเ๑ ป็นผใ๎ู ห๎
การรักษา ประกอบกับรายงานการใช๎ยาปฏชิ ีวนะในเด็กทป่ี ุวยเปน็ โรคหวัดทั้งจากระบบรายงานและการ
สุํมประเมนิ สถานบรกิ ารทุกระดบั พบวํามีการใช๎ไมเํ หมาะสม บางแหงํ มีอัตราสงู กวาํ รอ๎ ยละ 65 ซง่ึ การ
ใชย๎ ามากเกินความจําเป็นนับเป็นสาเหตุหน่ึงทที่ ําใหเ๎ กดิ เช้อื ดื้อยาในอนาคต
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสุขจงั หวัดสุพรรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
79
แผนงาน/โครงการ
ในปีงบประมาณ 2551 สํานกั งานสาธารณสุขจงั หวัดฯ ไดพ๎ ฒั นาศกั ยภาพเครือขํายการดําเนนิ
งานปูองกนั ควบคุมโรคติดเชื้อเฉยี บพลันระบบหายใจในเดก็ ทุกระดบั โดยได๎รับการสนับสนุนงบประมาณและ
ทมี วิทยากรจากสํานักงานปอู งกนั ควบคุมโรคที่ 4 จงั หวัดราชบุรี ในการจัดการอบรมฟื้นฟูความร๎ูเรอ่ื งการ
บรบิ าลมาตรฐานโรคติดเชอื้ เฉียบพลนั ระบบหายใจในเดก็ ใหแ๎ กํเจ๎าหน๎าที่สถานีอนามัยทกุ แหงํ ๆละ 1-2 คน
พยาบาลผท๎ู ําหน๎าท่ีให๎การรกั ษาพยาบาลในโรงพยาบาลทุกแหํง รวมทง้ั สน้ิ 250 คน รวมท้งั จัดการ
ประชุมทีมนเิ ทศติดตามงานระดบั อําเภอ (โรงพยาบาลและสํานักงานสาธารณสุขอําเภอ)ทุกอาํ เภอ เพ่ือ
กาํ หนดบทบาทและหนา๎ ท่ีในการติดตาม ควบคุมกํากบั ใหก๎ ารดําเนนิ งานบรรลุตามวัตถุประสงค๑
ปงี บประมาณ 2552 แม๎จะไมํมีการอบรมฟนื้ ฟหู รือประชุม สาํ นักงานสาธารณสุขจังหวัดฯ ได๎เฝูา
ระวงั สถานการณ๑โรคปอดบวมจากระบบรายงาน 506 อยาํ งตอํ เนื่องและมกี ารนิเทศติดตามผลการดําเนินงาน
ทุกรายไตรมาส
ผลการดาเนินงาน
ในปีงบประมาณ 2552 จังหวดั สุพรรณบุรีมผี ๎ปู ุวยปอดบวมในเด็กอายตุ ่ํากวํา 5 ปีรวมทั้งสิน้
477 ราย คิดเป็นอัตราปุวยร๎อยละ 1.12 ลดลงจากปีทผ่ี ํานมาเลก็ นอ๎ ย คือ ปี 2551 มีผู๎ปุวยปอดบวมเดก็
จาํ นวน 555 ราย คิดเปน็ อตั ราปวุ ยร๎อยละ 1.02 ผ๎ปู ุวยเสียชวี ติ 1 ราย เปน็ เดก็ อายุ 3 ปีอาศัยอยูํในเขต
อาํ เภอสองพน่ี อ๎ ง คิดเปน็ อัตราตาย 2.15 ตํอเด็กอายตุ ่าํ กวํา 5 ปี แสนคน อาํ เภอทมี่ ีผปู๎ วุ ยสูงสุด 2 อําเภอ
แรก คอื อําเภอเมืองสุพรรณบุรี และอําเภอสองพ่ีนอ๎ ง ซึง่ เป็นอําเภอทม่ี จี ํานวนประชากรมาก และ
โรงพยาบาลมีขนาดใหญรํ องรับการสํงตอํ ผ๎ปู วุ ยอาการหนักจากโรงพยาบาลอื่นๆ สํวนอําเภอท่มี อี ตั ราปุวย
เกินกวําร๎อยละ 1.8 ได๎อําเภอหนองหญ๎าไซ
ตารางแสดงจานวนและอตั ราปว่ ยดว้ ยโรคปอดบวมในเดก็ อายตุ ่ากว่า 5 ปี
อาเภอ จานวนผูป้ ่วยปอดบวมในเด็ก < 5 ปี
เมืองสพุ รรณบรุ ี เด็กตา่ กวา่ 5 ปี จานวนปว่ ย อัตราปว่ ยตอ่ เด็กแสนคน
สองพน่ี ๎อง
เดิมบางนางบวช 8,246 125 1.52
สามชุก
ศรปี ระจนั ต๑ 7,796 123* 1.58
บางปลามา๎
อทูํ อง 3,808 10 0.26
ดอนเจดยี ๑
ดํานช๎าง 2,629 14 0.38
หนองหญา๎ ไซ
ระดับจังหวดั 3,179 24 0.75
รอบปีทผี่ า่ นมา
4,094 40 0.97
7,234 55 0.76
2,590 31 1.19
4,291 1 0.02
2,646 54 2.04
46,513 477 1.02
49,260 550 1.12
ที่มา รง.506 และ 507 , * เสียชีวิต 1 ราย
รายงานประจาปสี านกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดสพุ รรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
80
แนวทางสําคัญของการดาํ เนนิ งานปอู งกันโรคตดิ เชือ้ เฉียบพลันระบบหายใจในเดก็
นอกเหนอื จากการใชแ๎ ผนภมู ิแนวทางการบรบิ าล เพ่อื ประเมนิ สภาวะปอดบวมตงั้ แตรํ ะยะเรม่ิ แรกแล๎ว
ยงั มีเปูาหมายการลดการใช๎ยาปฏชิ วี นะในโรคหวดั ในผ๎ปู วุ ยกลมุํ อายุต่ํากวํา 5 ปโี ดยไมจํ ําเปน็ เน่อื งจาก
สาเหตุสํวนใหญํมากจากเชือ้ ไวรสั ซึ่งในปงี บประมาณ 2552 พบวาํ ภาพรวมของจงั หวัดมกี ารใชย๎ า
ปฏิชีวนะ 6.83 ตํา่ กวําเปูาหมายทกี่ ําหนดไวน๎ อ๎ ยกวาํ รอ๎ ยละ 20 แตเํ ม่อื พจิ ารณาถึงระดบั อําเภอ
พบวําโรงพยาบาลมกี ารใชย๎ าปฏชิ ีวนะสูงมาก ในขณะท่สี ถานอี นามัยมกี ารใชย๎ าปฏิชวี นะตาํ่ กวํา
โรงพยาบาล เมื่อเปรียบเทียบอัตราการใช๎ยาปฏิชีวนะกับอตั ราปวุ ยด๎วยโรคปอดบวมในเด็กไมํมี
ความสัมพันธก๑ ัน โรงพยาบาลศูนยม๑ กี ารใชย๎ าปฏิชวี นะในเด็กทุกราย แตํอําเภอเมอื งกย็ ังมรี ายงาน
จํานวนเด็กปวุ ยเปน็ ปอดบวมมากที่สดุ เชํนกัน รายละเอียดการใชย๎ าปฏชิ วี นะดงั ตาราง
ตารางแสดงอตั ราการใชย๎ าปฏชิ วี นะในเดก็ อายตุ ํากวาํ 5 ปีทีป่ วุ ยด๎วยโรคหวัด
อาํ เภอ โรงพยาบาล สถานอี นามัย
เมืองสพุ รรณบุรี จํานวน จํานวนที่ ร๎อยละ จํานวนเดก็ จํานวนท่ี ร๎อยละ
เดมิ บางนางบวช เดก็ ปุวย ใชย๎ า
ดํานช๎าง 3,696 3,696 ปวุ ย ใช๎ยา 0.93
บางปลามา๎ 1,404 14 3.94
ศรปี ระจนั ต๑ 3,293 75 100.00 8,749 81 0.24
ดอนเจดยี ๑ 3,218 50 0.52
สองพน่ี อ๎ ง 1.00 2,054 81 1.80
สามชกุ 112 1 2.62
อูํทอง 719 76 2.28 8,283 20 4.82
หนองหญา๎ ไซ 1,229 124 0.60
ระดับจังหวดั 0* 0* 1.55 5,742 30 0.19
33 0 0.00
467 21 0.89 2,721 49 2.57
14,171 4,057
10.57 1,452 38
10.09 31,851 1,534
0.00 1,678 10
0.00 7,013 13
4.50 2,772 0
28.63 72,315 1,856
ท่มี า ประมวลผลจากโปรแกรม 18 แฟมู และ 12+8 แฟมู
หมายเหตุ * ไมํมีรายงาน
รายงานประจาปีสานักงานสาธารณสขุ จงั หวดั สุพรรณบรุ ี ปีงบประมาณ 2552
81
ปญั หาอปุ สรรคและข้อเสนอแนะ
1.การบันทกึ ข๎อมลู โดยใช๎โปรแกรมคอมพิวเตอร๑ ยังไมํสามารถประมวลผลกิจกรรม ARIC ได๎
ครบถ๎วน เจา๎ หน๎าท่ีไมํบนั ทกึ ข๎อมูลก็ไมํมผี ลงาน บางอาํ เภอมรี ายงานสงู มากจนผดิ สงั เกต
2. การลงข๎อมลู ผ๎ูปวุ ยในคอมพิวเตอร๑ มกั ไมมํ ีรายละเอียดสําคัญเกีย่ วกบั การรักษาผูป๎ วุ ยเดก็
ตามแนวทาง ARIC เชํน น้ําหนักตวั อตั ราการหายใจ ชายโครงบมุ๐ หรือไมํ อุณหภมู ริ าํ งกาย ฯลฯ
3. เครือขํายผ๎ูรบั ผดิ ชอบงาน ARIC ในโรงพยาบาลไมชํ ัดเจน ไมํมผี ูร๎ ับผิดชอบในกลมํุ การ
พยาบาล แนวทางการบรบิ าลมาตรฐาน ARIC มกั ไมํไดร๎ บั การยอมรบั จากแพทยป๑ ระเมินไดจ๎ ากการใช๎
ยาปฏชิ ีวนะในโรงพยาบาล
งานสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรค
สถานการณ์
การสร๎างเสริมภูมิคุ๎มกันโรค นับเป็นวิธีการปูองกันโรคที่ดี และมีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหน่ึง
เพราะหลังจากปี พ.ศ. 2520 กระทรวงสาธารณสุขได๎ขยายงานและผสมผสานบูรณาการงานสร๎างเสริม
ภูมิค๎ุมกันโรคเข๎ากับระบบบริการสาธารณสุขในพ้ืนท่ี ทําให๎ความครอบคลุมการได๎รับวัคซีนของประชาชน
กลํุมเปาู หมายเพ่มิ สูงข้นึ และโรคตดิ ตํอทป่ี อู งกนั ไดด๎ ว๎ ยวคั ซีนที่สําคัญๆ ได๎แกํ วัณโรค คอตีบ ไอกรน หัด
หัดเยอรมัน ตบั อกั เสบบี และไขส๎ มองอักเสบเจอี ลดลงอยํางเห็นได๎ชดั
วัตถุประสงค๑ของแผนปฏิบัติงานโรคติดตํอท่ีปูองกันได๎ด๎วยวัคซีนท่ีสําคัญคือการกวาดล๎างโรค
โปลิโอให๎หมดไป การกําจัดโรคบาดทะยักในทารกแรกเกิดให๎เหลือไมํเกิน 1 ตํอพันเด็กเกิดมีชีพรายอําเภอ
และลดอัตราปุวยด๎วยโรคติดตํอที่ปูองกันได๎ด๎วยวัคซีน อาทิ คอตีบ ไอกรน หัดทุกกลุํมอายุและโรคไข๎สมอง
อักเสบเจอี โดยมีกลวิธีหลักคือการรักษาระดับความครอบคลุมการให๎วัคซีนเกินกวํากวําร๎อยละ 90 ให๎ทุก
หมํบู ๎าน/ตําบล การรณรงค๑ให๎วัคซีนโปลิโอ การเฝูาระวังผู๎ปุวยกล๎ามเนื้ออํอนแรงเฉียบพลัน พัฒนาระบบ
การเฝูาระวังอาการภายหลังการได๎รับวัคซีน การพัฒนาคุณภาพการให๎บริการให๎ได๎มาตรฐาน และการเฝูา
ระวัง สอบสวนและควบคุมโรคเมอ่ื มกี ารระบาด
สําหรับจังหวัดสุพรรณบุรีสามารถรักษาระดับความครอบคลุมของการได๎รับวัคซีนในประชาชน
กลํุมเปูาหมายเกินกวําร๎อยละ 90 ทุกหมํูบ๎าน/ตําบลและเทศบาล มากวํา 10 ปี จังหวัดสุพรรณบุรีมี
รายงานผป๎ู วุ ยโปลโิ อรายสุดท๎ายในปี พ.ศ. 2535 ท่ีอําเภอดอนเจดีย๑ โรคคอตีบรายสุดท๎ายพบที่อําเภอเมือง
สุพรรณบุรปี ี พ.ศ. 2535 และโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิดมีรายงานครั้งสุดท๎ายปี พ.ศ. 2543 ที่อําเภอเมือง
สุพรรณบรุ ี เชํนกัน
ปงี บประมาณ 2552 มีผู๎ปุวยโรคหัดทุกกลุํมอายุ 39 ราย เป็นเด็กอายุต่ํา 5 ปี 10 ราย พบท่ี
อําเภอเดิมบางนางบวชและอูํทอง อําเภอละ 3 ราย อําเภอเมือง บางปลาม๎า ศรีประจันต๑และสองพ่ี
น๎อง อําเภอละ 1 ราย โรคไขส๎ มองอักเสบ 3 ราย ไมํมีรายงานผ๎ูปุวยโปลิโอ คอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสขุ จังหวัดสพุ รรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
82
ในเด็กแรกเกิด ไมํรายงานการระบาดของโรคท่ีปูองกันได๎ด๎วยวัคซีนเนื่องจากจังหวัดสุพรรณบุรีมีการ
ดําเนนิ งานสร๎างเสริมภมู ิคุ๎มกันในกลุํมเปาู หมายครอบคลมุ เกอื บทุกคน
แผนงาน/โครงการ
ต้ังแตเํ ดอื นมีนาคม 2551 กระทรวงสาธารณสขุ ได๎ขยายการใชว๎ ัคซีนรวม DTP-HB
ครอบคลุมทกุ จงั หวัดทัว่ ประเทศ สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดสพุ รรณบุรี จึงไดจ๎ ดั การอบรมฟ้นื ฟู
ความร๎งู านสรา๎ งเสรมิ ภมู ิคุม๎ กนั โรคพร๎อมกบั การให๎ความร๎ูเกี่ยวกับวคั ซีนท่นี าํ มาใช๎ใหมํให๎แกํผู๎ปฏบิ ัติงาน
ระดบั สถานอี นามยั และโรงพยาบาลทุกแหงํ เน่ืองจากเทําที่ผาํ นมามีการเปลีย่ นผูร๎ บั ผดิ ชอบงานทุก
ระดับ มีเจ๎าหนา๎ ท่ีจบใหมํ และจังหวดั ไมํได๎จัดการอบรมใหแ๎ กเํ จา๎ หน๎าทม่ี าหลายปแี ลว๎ มกี ารนเิ ทศ
งานโรงพยาบาล สํานักงานสาธารณสุขอําเภอและสํุมนิเทศงานสถานอี นามยั อาํ เภอละ 1-2 แหํง เพ่ือ
ตรวจสอบระบบลกู โซํความเยน็ การบรหิ ารจัดการวคั ซนี และระบบระเบยี นรายงาน
สาํ หรบั ปีงบประมาณ 2552 มีการอบรมฟืน้ ฟเู จ๎าหนา๎ ท่ีสถานอี นามัยและโรงพยาบาลเพียง
3 อาํ เภอ คือ อําเภอบางปลามา๎ อําเภอเดิมบางนางบวชและอาํ เภอสองพี่นอ๎ ง เนือ่ งจากมีการ
รอ๎ งเรียนของผู๎ปกครองกับมลู นธิ ิปวณี าเร่อื งอาการข๎างเคยี งภายหลังการได๎รับวัคซีนของเด็กในเขต
อําเภอบางปลาม๎า สํวนอีก 2 อาํ เภอมเี จ๎าหนา๎ ที่จบใหมํมาให๎บรกิ ารวัคซนี ไมํตรงกับแนวทางของกรม
ควบคุมโรค
ตารางแสดงจํานวนและรอ๎ ยละของเด็กอายุ 0-1 ปี ทไ่ี ดร๎ บั วคั ซนี หัดหรอื MMR
อําเภอ เปูาหมาย ผลการดาํ เนินงาน รอ๎ ยละ
1,244 ผลงาน 100.0
เมอื งสพุ รรณบรุ ี 1,566 1,244 100.0
สองพ่นี ๎อง 720 1,566 99.9
เดิมบางนางบวช 431 719 99.8
สามชุก 761 430 100.0
ศรปี ระจนั ต๑ 645 761 99.8
บางปลามา๎ 1,110 640 100.0
อํูทอง 368 1,110 100.0
ดอนเจดยี ๑ 916 368 100.0
ดํานชา๎ ง 395 916 100.00
หนองหญ๎าไซ 8,156 395 99.9
ระดบั จงั หวัด 8,207 8,149 100.0
รอบปที ี่ผาํ นมา 8,207
ท่มี า รายงานความครอบคลมุ วัคซีนงวดท่ี 1-4 ปีงบประมาณ 2552
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสขุ จงั หวัดสุพรรณบุรี ปงี บประมาณ 2552
83
ตารางแสดงจํานวนและรอ๎ ยละของเดก็ อายุ 2-3 ปี ทไ่ี ด๎รับวัคซนี JE เขม็ 3
อําเภอ เปูาหมาย ผลการดําเนินงาน ร๎อยละ
1,218 100.0
เมอื งสุพรรณบรุ ี 1,372 ผลงาน 100.0
สองพี่น๎อง 624 1,218 99.8
เดมิ บางนางบวช 452 1,372 99.8
สามชุก 890 623 100.0
ศรีประจนั ต๑ 724 451 100.0
บางปลามา๎ 1,138 890 99.7
อูทํ อง 414 722 100.0
ดอนเจดีย๑ 763 1,135 100.0
ดาํ นช๎าง 418 414 100.0
หนองหญา๎ ไซ 8,013 763 99.9
ระดับจังหวดั 7,560 418 99.9
รอบปที ี่ผาํ นมา 8,006
7,557 รอ๎ ยละ
100.0
ทมี่ า รายงานความครอบคลมุ วัคซนี งวดที่ 1-4 ปีงบประมาณ 2552 100.0
100.0
ตารางแสดงจาํ นวนและร๎อยละของเด็กอายุ 4-5 ปี ที่ได๎รบั วคั ซนี DTP เข็ม 5 99.5
100.0
อําเภอ เปาู หมาย ผลการดําเนนิ งาน 100.0
1,249 ผลงาน 99.9
เมอื งสุพรรณบรุ ี 1,397 1,249 100.0
สองพี่นอ๎ ง 590 1,397 100.0
เดิมบางนางบวช 443 590 100.0
สามชกุ 933 441 99.9
ศรปี ระจนั ต๑ 839 933 99.9
บางปลามา๎ 1,064 839
อทํู อง 439 1,063
ดอนเจดีย๑ 675 439
ดาํ นช๎าง 391 675
หนองหญา๎ ไซ 8,020 391
ระดับจงั หวัด 7,511 8,017
รอบปที ี่ผํานมา 7,510
ที่มา รายงานความครอบคลมุ วัคซนี งวดที่ 1-4 ปีงบประมาณ 2552
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
84
ภาพรวมความครอบคลุมการให๎วคั ซีนของจังหวัดสพุ รรณบรุ ีในกลุมํ เดก็ ตาํ่ กวํา 5 ปี เทํากบั
รอ๎ ยละ 99.97 เปรียบเทียบกับปที ี่ผํานมาสงู ขึ้นเล็กน๎อย ทกุ หมํูบา๎ น/ตาํ บล/อาํ เภอสามารถดาํ เนินงาน
ได๎ครอบคลุมตามเปูาหมายเกินกวาํ ร๎อยละ 90 วัคซีนที่ยังไมํสามารถดําเนินการได๎ครบทกุ คน คือวัคซนี
หดั และวคั ซนี ปอู งกนั ไข๎สมองอกั เสบเจอีเขม็ ที่ 2 และ 3
การรณรงคใ๑ หว๎ คั ซนี โปลโิ อปี พ.ศ. 2551 มพี ื้นที่เปูาหมาย จํานวน 32 ตําบล ใหบ๎ รกิ าร
หยอดวัคซีนเดก็ ไทยอายุตา่ํ กวํา 5 ปี 12,614 คน เด็กตาํ งชาติ 357 คน สามารถดาํ เนนิ การหยอด
วัคซีนใหก๎ ลมํุ เปาู หมาย ครอบคลุมมากกวาํ รอ๎ ย 90 ทกุ ตาํ บล
ปีงบประมาณ 2552 มรี ายงานผูป๎ วุ ยอมั พาตกลา๎ มเนื้อออํ นแรงเฉยี บพลัน (AFP) ในเดก็ อายุ
ตํ่ากวํา 14 ปี รวมทงั้ ส้นิ 3 ราย จํานวนครบตามเกณฑ๑ สามารถดําเนินการเก็บตัวอยํางสํงตรวจ
สอบสวนโรคและให๎วัคซีน (ORI) ทันตามกําหนดเวลาทุกราย
ปญั หาและขอ้ เสนอแนะ
1.มีการรายงานการเฝูาระวงั อาการหลังการได๎รับวัคซนี มีนอ๎ ยมาก เจ๎าหนา๎ ทมี่ กั ใหย๎ าแกป๎ วด
แกผํ ป๎ู กครองแล๎วไมํมีการตดิ ตามอาการเพิ่มเติม ทําใหป๎ งี บประมาณ 2552 มีผู๎ปุวยทมี่ อี าการข๎างเคยี ง
หลังการได๎รับวคั ซีนชนดิ รุนแรงและมีการรอ๎ งเรียนองค๑กรเอกชนถงึ 2 ราย ภายหลังมกี ารสอบสวน
พบวาํ เป็นอาการผิดปกติแตกํ าํ เนิดของเดก็ แตผํ ูป๎ กครองก็ยงั ไมพํ อใจ เจา๎ หน๎าที่ทีใ่ ห๎บรกิ ารควรมกี ารให๎
ความรแ๎ู กผํ ปู๎ กครอง/ผ๎ดู แู ลเดก็ ทุกรายและทุกคร้ังที่ใหบ๎ ริการและมีการติดตามเย่ยี มบ๎าน (หรอื ให๎อสม.
ตดิ ตามเยี่ยม) เพราะอาการขา๎ งเคียงอาจเกิดข้นึ หลังการฉดี วคั ซนี บางชนดิ หลายวนั
2.ความแตกตาํ งของการใหว๎ คั ซนี ของสถานบริการของรฐั บาลและเอกชน ทาํ ให๎เจา๎ หนา๎ ท่ี
สับสน เชนํ วัคซีนJE คลนิ กิ เอกชนใช๎ชนดิ เชื้อเปน็ ฉดี เพียง 2 ครงั้ หํางกนั 3 เดือน มกั เร่ิมใหเ๎ ด็กตั้ง
อายุ 1 ปี ในขณะทขี่ องสถานอี นามยั เปน็ ชนดิ เชื้อตาย ฉดี 3 ครัง้ เริม่ ให๎ 2 ครั้งแรกตอนอายุ 1 ปี
คร่ึงและกระตุน๎ เขม็ 3 เมือ่ อายุ 2 ปีครง่ึ
3.มีเจา๎ หนา๎ ท่ีจบใหมํใหบ๎ ริการวคั ซีนตามแนวทางเวชปฏบิ ัตทิ ่ีเรียนมาแตไํ มํตรงกับแนวทางท่ี
กรมควบคมุ โรคกาํ หนด อาจทําให๎การสร๎างภมู ิคุม๎ กันโรคได๎ไมเํ พยี งพอ เกดิ การแพรํระบาดของโรคท่ี
ปอู งกนั ไดด๎ ว๎ ยวัคซนี ในภายหลงั นอกจากนี้ปจั จุบันมีความก๎าวหนา๎ และการเปลย่ี นแปลงเรอ่ื งของวคั ซนี
หลายชนดิ ฉะน้ันควรมีการอบรม/ฟนื้ ฟคู วามรแ๎ู กผํ ๎ูปฏิบัตงิ านทุกปี
4.การประมวลผลงานโดยใช๎ 18 แฟมู /12+8 แฟมู ยังไมคํ รบถว๎ นทําให๎ผลงานความครอบคลุม
ตํา่ ลงด๎วย
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสขุ จังหวัดสุพรรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
85
ผลการดาเนินงาน
รายงานประจาปสี านกั งานสาธารณสขุ จังหวัดสุพรรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
86
การป้องกันและแก้ไขปญั หาเอดส์ จังหวัดสุพรรณบุรี ปงี บประมาณ 2552
สภาพปัญหาเอดส์
จงั หวดั สุพรรณบรุ ี ประสบกบั ปัญหาการแพรํระบาดของเชื้อเอ็ชไอวี ต้ังแตํปี พ.ศ. 2533 เร่ือยมา
จนถงึ ปัจจบุ นั รวมเปน็ ระยะเวลา ประมาณ 19 ปี โดยเริ่มพบการแพรํระบาดในกลุํมผู๎ติดยาเสพติดกํอน
หลังจากนั้นประมาณ 1 ปี ก็พบการแพรํระบาดของเชื้อเอ็ชไอวีในกลํุมหญิงตั้งครรภ๑ ปัจจุบัน
สถานการณ๑เอดสเ๑ ปน็ ดังน้ี
1. สถานการณก์ ารเจบ็ ปว่ ยด้วยโรคเอดส์
จงั หวัดสพุ รรณบุรี พบผ๎ปู วุ ยเอดส๑รายแรกปี พ.ศ. 2533 จนถงึ ปจั จุบนั (30 กนั ยายน 2552 )
มผี ูป๎ วุ ยเอดส๑ 4,838 ราย เสยี ชวี ติ 1,533 ราย ผู๎ติดเช้อื ปรากฏอาการ 1,736 ราย เสยี ชวี ติ 403 ราย
(ตารางที่ 1 ) ร๎อยละ 80.4 ของผป๎ู ุวยเอดส๑ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพนั ธ๑ กลุํมอายุทป่ี ุวยมากท่ีสุดไดแ๎ กํ
กลมุํ อายุ 25-34 ปี (ร๎อยละ 45.38) อตั ราสวํ นระหวํางเพศชายตํอเพศหญิง เทํากบั 2.27 : 1
อาํ เภอทม่ี ีอัตราปุวยตํอประชากรแสนคนสงู สดุ ในปี พ.ศ. 2551 3 อันดับแรก คอื อําเภอ
เดิมบางนางบวช อัตราปวุ ยเทาํ กบั 60.5 ตํอประชากรแสนคน รองลงมาไดแ๎ กํอําเภอดอนเจดีย๑ และอําเภอ
สามชุก อัตราปวุ ย 45.7 , 36.3 ตอํ แสนประชากร ตามลําดบั ดังรปู ที่ 1
โรคตดิ เชือ้ ฉวยโอกาสในผป๎ู วุ ยเอดส๑ พบมากทส่ี ดุ 5 อันดับแรกคือ Mycobacterium
tuberculosis, Pulmonary or extrapulmonary (ร๎อยละ 30.14) รองลงมา คอื โรคปอดบวมจาก
เชือ้ Penicillium carinii ( ร๎อยละ 19.06 ) ,โรค Wasting syndrome(รอ๎ ยละ 16.39),โรค
Cryptococcosis (ร๎อยละ 16.02 ) โรค Candidiasis ของหลอดอาหาร หลอดลม หรอื ปอด (ร๎อยละ
5.5 ) และโรค Pneumonia recurent ( Bacteria) มากกวํา 1คร้งั ใน 1 ปี ( ร๎อยละ4.03 ) ตามลําดบั
ตารางท่ี 1 จํานวนผป๎ู วุ ยเอดส๑และผู๎ติดเชอ้ื เอดส๑ปรากฏอาการ จาํ แนกตามสภาพผ๎ูปวุ ยขณะรายงาน 2552
ตัง้ แตํ พ.ศ. 2533 ถงึ 30 กนั ยายน 2552 จ. สุพรรณบุรี
ประเภทผูป้ ่วย/เสียชีวติ พ.ศ. 2533 -ก.ย.52 2547 2548 2549 2550 2551
เอดส๑ /เสียชวี ติ 4838/1533 300/94 367/92 289/53 278/42 159/34 60/6
3/0 3/0 0/6 1/0 0/0
ผู๎ติดเชอ้ื ปรากฏอาการ/เสยี ชวี ิต 1736/403 27/2 379/92 292/53 278/48 160/34 60/6
รวม 6574/1936 327/96
ทีม่ า รง.506/1
อตั ราต่อ 100,000 ประชากร
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสขุ จังหวดั สพุ รรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
87 2549
2550
80 2551
60
40
20
0
เเ ิดืมมองบาุสงพนรารงณบวุบ ีชร
่ดานช้าง
บางปลาม้า
ศ ีรประจันต์
ดอนเจ ีดย์
สอง ่ีพน้อง
สาม ุชก
ูอ่ทอง
จังหวหัดน ุสองพรหรญ้าณไบุ ีซร
รูปที่ 1 อตั ราปวุ ยตอํ แสนประชากรด๎วยเอดสแ๑ ละผต๎ู ดิ เช้ือเอดสป๑ รากฏอาการ
จาํ แนกตามที่อยูํปัจจบุ นั จังหวดั สุพรรณบรุ ี พ.ศ. 2549-2551
2.) สถานการณ์การแพร่ระบาดของเช้อื เอช็ ไอวี
จากการเฝูาระวังการติดเชือ้ เอ็ชไอวีของจงั หวัดสพุ รรณบรุ ตี ั้งแตํเดอื นมิถุนายน 2533
จนถงึ ปจั จบุ นั (มิถนุ ายน 2552) ในกลมํุ ประชากรท่เี ป็นตัวแทนของประชากรวัยเจรญิ พนั ธ๑ุ 2 กลุมํ ได๎แกํ
กลมํุ ชายไทยฯ อายุ 21 ปี และกลมุํ หญิงต้งั ครรภ๑ พบวาํ กลํุมหญงิ ตงั้ ครรภ๑มีแนวโน๎มลดลงในชํวงเดอื น
มิถุนายน 2547 จนถึง มถิ ุนายน 2550 และเพ่มิ ขึน้ ในรอบเดือนมิถนุ ายน 2551 และรอบเดอื น
มิถนุ ายน 2552 เปน็ รอ๎ ยละ1.02 และรอ๎ ยละ 1.33 ตามลําดบั
สาํ หรบั ความชกุ ของการตดิ เช้อื เอช็ ไอวชี ายไทยอายุ21ปีมีแนวโน๎มลดลงอยาํ งตํอเน่อื งตง้ั แตํ
รอบการสาํ รวจ พฤษภาคม 2538 เปน็ ต๎นมา จนถงึ รอบลําสดุ พฤษภาคม 2552 พบการตดิ เชื้อเอ็ชไอวี
เพ่ิมขึ้นเป็นรอ๎ ยละ 0.8 ดังรูปท่ี 2
ความชกุ (%) ANC
ชายไทยฯ
3.5
3
2.5
2
1.5
1
0.5
0
2535 2536 2537 2538 2539 2540 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552
ANC 1.01 3.21 1.73 1.32 1.72 2.93 2.02 2.02 1.42 1.7 1.45 1.4 0.9 1.36 1.12 0.66 1.02 1.33
ชายไทยฯ 3.3 2.7 2.8 1.2 1.2 1.2 0.1 0.3 0.4 1 0 0.4 0 0 0.8
รปู ท่ี 2 อตั ราความชกุ การตดิ เชือ้ เอ็ชไอวี กลมํุ หญิงตัง้ ครรภ๑ และชายไทยอายุ 21 ปี ฯ
จังหวัดสพุ รรณบรุ ี พ.ศ.2535-2552
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั สุพรรณบุรี ปงี บประมาณ 2552
88
ประชากรกลํมุ เส่ียงไดแ๎ กํ กลํมุ หญงิ บริการตรง หญิงบรกิ ารแฝง ผู๎ตดิ ยาเสพตดิ และชาย
ท่มี าตรวจกามโรคในชํวง 17 ปีทผ่ี ํานมา หญิงบริการตรง และหญงิ บริการแฝง มแี นวโน๎มลดลงอยาํ ง
ตํอเนื่อง รอบลาํ สดุ พบความชุก ร๎อยละ 3.3 ในกลุํมหญงิ บริการตรง และร๎อยละ 2.4 ในกลมํุ หญิง
บริการแฝง กลมุํ ผ๎ูตดิ ยาเสพติดมีแนวโนม๎ ลดลงเชํนเดยี วกนั รอบลาํ สุด พบความชุกร๎อยละ 1.3 สํวน
กลํมุ ชายท่ีมาตรวจกามโรคมีแนวโนม๎ ขึน้ ลงไมํคงที่ รอบลําสดุ มีจํานวนผ๎มู ารับบรกิ ารตรวจตํ่ากวํา 20
ราย จึงไมสํ ามารถนาํ มาวเิ คราะห๑ผลได๎ ดงั รูปท่ี 3
ความชุก (%)
70
60
50
40
30
20 ญ.บริการตรง
10 ญ.บริการแฝง
0 ผตู้ ดิ ยาเสพตดิ
2537 2538 2539 2540 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552
ชายทม่ี าตรวจ
ญ.บริการตรง 25.7 31.7 32.4 30.5 27.5 22.7 22.2 22.7 19.6 12.4 18.3 13.7 10.8 10.8 6.7 3.3 กามโรค
ญ.บริการแฝง 16.4 10.4 13.4 9.5 9.7 7.7 11.9 9.2 9 6.1 12 9.5 7.8 0 1.3 2.4
ผตู้ ดิ ยาเสพตดิ 32.3 41.8 47.1 53.3 57.6 38.1 42.1 38.2 27.9 7.9 13.6 10 1.5 0 1.8 1.3
ชายที่มาตรวจกามโรค 14.3 23.2 25.7 13.5 13.3 16.2 11.4 9.9 2.2 3.9 7.9 11.4 2.3 10.9 5 0
รูปท่ี 3 อัตราความชกุ การติดเช้อื เอช็ ไอวี กลํมุ หญงิ บรกิ ารตรง หญิงบริการแฝง
ผต๎ู ดิ ยาเสพติด และชายที่มาตรวจกามโรค
จังหวัดสพุ รรณบุรี พ.ศ.2537-2552
3. สถานการณโ์ รคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์
สถานการณโ๑ รคติดตอํ ทางเพศสัมพันธข๑ องจังหวดั สุพรรณบรุ ี ปีงบประมาณ 2552 มี
อตั ราปุวย 8.05 ตํอประชากรแสนคน และเมือ่ พิจารณาแนวโนม๎ 5 ปีย๎อนหลงั ตั้งแตปํ ี 2548-2552 มี
แนวโน๎มขึ้นลงไมํคงท่ี คืออัตรา 7.8 , 9.2 ,7.8 ,8.5 และ 8.1 ตอํ ประชากรแสนคน เมอื่ พิจารณาเปน็
รายโรค 5 โรคได๎แกํ ซิฟิลิส ,หนองใน , แผลรมิ อํอน, กามโรคของตํอมและทอํ นาํ้ เหลอื ง และหนอง
ในเทียม พบวาํ โรคหนองในมแี นวโนม๎ เพ่ิมข้ึนอยาํ งชดั เจนในชวํ ง 3 ปีท่ีผาํ นมา (2549-2551) อตั รา 5.2
, 5.5, และ 6.1 แตใํ นปี 2552 อัตราปุวยลดลงเป็น 5.6 ตอํ ประชากรแสนคน ตารางท่ี 2 รปู ท่ี 4
รายงานประจาปีสานักงานสาธารณสขุ จังหวดั สุพรรณบรุ ี ปีงบประมาณ 2552
89
ตารางที่ 2 จาํ นวนและอตั ราปวุ ยตอํ แสนประชากร ดว๎ ยโรคตดิ ตํอทางเพศสัมพันธ๑ จาํ แนกตาม
ชนดิ โรค 5 โรค ปงี บประมาณ 2548-2552 จังหวัดสพุ รรณบุรี
ชนดิ โรคตดิ ตํอ 2548 2549 ปงี บประมาณ 2551 2552
ทางเพศสมั พนั ธ๑ 2550
จาํ นวน อตั รา จาํ นวน อตั รา จํานวน อตั รา จาํ นวน อัตรา
หนองใน จาํ นวน อตั รา
ซฟิ ิลสิ 44 5.1 47 5.6
หนองในเทียม 22 2.5 45 5.2 48 5.5 51 6.1 17 2.0
แผลรมิ ออํ น 1 0.1 25 2.9 15 1.7 11 1.3 2 0.2
กามโรคของตํอมฯ 00 9 1 1 0.1 7 0.8 00
1 0.1 1 0.1 0 0 0 0 2 0.2
รวม 0 0 4 0.5 2 0.2
68 7.8 71 8.05
ท่ีมา รง. ก1,ก2 80 9.2 68 7.8 71 8.5
อตั ราป่ วยต่อแสนประชากรด้วยโรคกามโรคจาแนกตามชนิดและภาพรวม
อัตรา ่ตอแสนประชากร 10 9.2 7.8 8.5 8.05 หนองใน
8 7.8 ซิฟิ ลิส
หนองในเทยี ม
6 5.1 5.2 5.5 6.1 5.6 แผลริมออ่ น
4 กามโรคของตอ่ มฯ
2.5 2.9
2 0.1 01.1 1.7 001...328 2 รวม
0 00..51 0.2
2548 2549 2550 2551 2552
ปี งบประมาณ
รูปท่ี 4 อัตราปุวยตอํ แสนประชากร ดว๎ ยโรคติดตํอทางเพศสัมพนั ธ๑ จําแนกตามชนิดโรค 5 โรค
ปีงบประมาณ 2548-2552 จงั หวดั สพุ รรณบุรี
รายงานประจาปีสานักงานสาธารณสุขจังหวัดสพุ รรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2552
90
4.สถานการณด์ า้ นพฤติกรรมทีส่ ัมพนั ธ์กบั การติดเชือ้ เอ็ชไอวี
การเฝาู ระวงั พฤติกรรมท่สี มั พันธก๑ ับการติดเชือ้ เอชไอววี ัยรํุนจงั หวัดสพุ รรณบุรี พ.ศ.2548-
2552 ทําการสํารวจพฤตกิ รรม(Cross sectional Survey) ในกลุํมประชากร 6 กลมํุ ได๎แกกํ ลุมํ นกั เรยี น
ชายช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2 กลมุํ นักเรียนหญิงชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 กลํุมนกั เรียนชายชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
กลุมํ นักเรียนหญิงชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 และกลํุมนกั เรียนอาชีวศึกษาชาย(ปวช.ปี 2)กลมํุ นกั เรยี น
อาชวี ศึกษาหญงิ (ปวช.ปี 2) การคัดเลือกตวั อยาํ งใชว๎ ธิ กี าร สมุํ ตวั อยํางแบบงาํ ย (Simple Random -
Sampling) ในทกุ กลุมํ ประชากร จาํ นวนตวั อยํางอยํูท่ีกลํมุ ละ 340-460 ตัวอยาํ ง ผลการเฝูาระวงั
พฤติกรรมฯ รอบ 5ปีที่ผํานมา (2548-2552) พบวาํ
การมีเพศสัมพันธค๑ รั้งแรกของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ทงั้ เพศชายและหญงิ มสี ัดสํวน
คอํ นขา๎ งต่ํา ไมเํ กินร๎อยละ 6 ,นักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 กลํมุ นกั เรยี นชายมีแนวโนม๎ ลดลง (รอ๎ ย
ละ 18,21,21,19 และ 17 ตามลําดบั ) กลมุํ นกั เรียนหญิงมแี นวโนม๎ เพมิ่ ขึ้น (ร๎อยละ 8,13,5,11 และ 22
ตามลําดบั ) , นักเรยี นอาชีวศึกษา(ปวช.ปี 2) กลํุมนักเรยี นชายมีแนวโนม๎ สูงขน้ึ อยาํ งชดั เจน (รอ๎ ยละ 28,
25 ,27,27 และ 36 ตามลาํ ดับ) กลํมุ นกั เรียนหญงิ มแี นวโนม๎ สงู ข้ึนอยาํ งชัดเจนเชํนกนั (รอ๎ ยละ
16, 18,27 ,27 และ40 ตามลําดับ) ดงั รูปที่ 5
อายุเฉลย่ี ของการมเี พศสัมพนั ธ๑ครั้งแรก นักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ท้ังเพศชายและหญงิ อยํู
ท่อี ายุ 13 ปี นักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 และนกั เรยี นอาชีวศกึ ษา ปวช.ปี 2 ทัง้ เพศชายและเพศหญงิ
อยทํู ีอ่ ายุ 15 ปี เทํากนั ทั้ง 5 รอบการสาํ รวจ ยกเว๎นในปี 2550 นักเรยี นอาชวี ศกึ ษา ปวช. ปี 2 ชายมี
อายุเฉลยี่ ของการมีเพศสมั พนั ธค๑ ร้ังแรกที่ อายุ 16 ปี ดงั รูปที่ 6
ร้อยละ
40 36 40
35
28 252727
30 2727
25 182121 19 22 16 18
20 17
13 11
15 8
10 6 3425 3313 6 5
5
0
นร.ชาย ม.2 นร.หญงิ ม.2 นร.ชาย ม.5 นร.หญงิ ม.5 ปวช.2 ชาย ปวช.2 หญงิ
2548 2549 2550 2551 2552
รูปท่ี 5 ร๎อยละของการมีเพศสัมพนั ธ๑คร้งั แรกของกลุมํ นักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ชาย /หญงิ
นกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปี 5 ชาย/หญิง นกั เรียนอาชีวศกึ ษา ปวช.2 ชาย/หญิง
จ.สพุ รรณบรุ ี2548-2552
รายงานประจาปสี านักงานสาธารณสุขจังหวดั สุพรรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
91
ร๎อยละ
16 1313131313 14 151514 15 15 15 151515 15 15 151615 15 15 151515 15
14 13 1313 13
12
10
8
6
4
2
0
นร.ชาย ม.2 นร.หญิง ม.2 นร.ชาย ม.5 นร.หญิง ม.5 ปวช.2 ชาย ปวช.2 หญิง
2548 2549 2550 2551 2552
รูปท่ี 6 ร๎อยละของอายเุ ฉลี่ยการมเี พศสัมพันธ๑ครั้งแรกของกลํมุ นักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 2 ชาย/หญิง
, นักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปี 5 ชาย/หญงิ นักเรียนอาชวี ศึกษา ปวช.2 ชาย/หญิง
จ.สพุ รรณบรุ ี พ.ศ. 2548-2552
อัตราการใช๎ถุงยางอนามยั ในรอบปที ผี่ ํานมา กบั แฟน/คนรักของการสาํ รวจ 5 รอบ พบวาํ
อตั ราการใชถ๎ ุงยางอนามยั มแี นวโนม๎ ลดลงในกลํุมนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ทง้ั เพศชายและเพศหญงิ
(รอบลาํ สุดอยทู รี่ ๎อยละ22และ22) ,นักเรยี นชายช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 และนักเรียนชายอาชีวศึกษาปวช.2
(รอบลาํ สุดอยทูํ ี่ร๎อยละ 37 และ34 ตามลาํ ดับ) สํวนกลํมุ นกั เรียนหญงิ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5และนักเรยี น
หญิงอาชวี ศกึ ษา ปวช. 2 มีแนวโน๎มเพิ่มขนึ้ (รอบลําสุด อยํูท่รี ๎อยละ 31 และ 22 ตามลําดับ) ดงั รูปที่ 7
รอ๎ ยละ
100 84 88
80 73
60 43 50 47
40 33 37 37 2724 31 34 26 24 22
25 22 25 30
22 17
20 9
0 นร.หญิง ม.2 นร.ชาย ม.5 นร.หญิง ม.5 ปวช.2 ชาย ปวช.2 หญิง
นร.ชาย ม.2
2548 2549 2550 2551 2552
รปู ที่ 7 อัตราการใช๎ถุงยางอนามัยกับแฟนคนรกั ในรอบปที ผ่ี ํานมาของกลมํุ นกั เรียน
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ชาย /หญิง, นักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปี 5 ชาย/หญงิ
นักเรียนอาชวี ศกึ ษาปวช.2 ชาย/หญิง จ.สพุ รรณบรุ ี พ.ศ.2548-2552
รายงานประจาปีสานักงานสาธารณสุขจงั หวัดสพุ รรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
92
อัตราการใช๎ถุงยางอนามยั ในรอบปีทีผ่ าํ นมา กบั คนอ่นื ในรอบการสํารวจลําสดุ พบวาํ
อตั ราการใชถ๎ ุงยางอนามยั ในแตลํ ะกลมํุ มแี นวโน๎มเพม่ิ ขึน้ อยํางชดั เจน ในกลมุํ นกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี
2 ท้ังชายและหญิง, นกั เรียนชายชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5, นกั เรยี นชายอาชวี ศกึ ษา ปวช. 2 รอ๎ ยละ
56,50,100 และ100 ตามลําดบั และพบวํา อัตราการใช๎ถงุ ยางอนามัยลดลงอยํางชัดเจนในกลมํุ นกั เรียน
หญงิ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 และนักเรยี นหญิงอาชวี ศกึ ษา ปวช. 2 รอ๎ ยละ 44 และ 56 ตามลําดบั ดังรูปที่ 8
รอ๎ ยละ
100 100 100 100 100 100
80 83
80 65
60 56 50 50 46 44 5048 56
40 34 40 1
27 20 30
20 14 23
0
นร.ชาย ม.2 นร.หญิง ม.2 นร.ชาย ม.5 นร.หญิง ม.5 ปวช.2 ชาย ปวช.2 หญิง
2548 2549 2550 2551 2552
รูปที่ 8 อตั ราการใช๎ถุงยางอนามัยในรอบปีทีผ่ ํานมากับคนอน่ื ของกลุํมนักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษา
ปีที่ 2ชาย/หญงิ ,นักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปี 5 ชาย/หญิง นกั เรียนอาชีวศกึ ษา ปวช.2 ชาย/หญิง
จ.สุพรรณบรุ ี 2548-2552
อัตราการใช๎ถงุ ยางอนามัยในการมีเพศสมั พันธค๑ รง้ั ลําสุด กบั แฟน/คนรกั พบวาํ อตั ราการ
ใชถ๎ งุ ยางอนามัยมีแนวโนม๎ เพิ่มสงู ขนึ้ อยํางชัดเจนในกลํมุ นักเรยี นชายชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2,นักเรียนชาย
และหญิงชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 และกลํมุ นกั เรียนชายอาชีวศกึ ษา ปวช.2 (พบรอ๎ ยละ 56, 61, 51 และ
61 ตามลําดบั ) สํวนของกลมํุ นกั เรยี นหญิงชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 และนักเรยี นหญิงอาชวี ศึกษา ปวช.2
อัตราการใช๎ถงุ ยางฯลดลงจากรอบการสํารวจทผี่ ํานมา (พบร๎อยละ 44 และ 43 ตามลําดบั ) ดังรูปที่ 9
รายงานประจาปสี านกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดสุพรรณบุรี ปีงบประมาณ 2552
93
ร๎อยละ
80 73
70 60 50 5761 51 54 61 54
60 53 56 44 44
50 45 40 41 43 40 41 43
40 36
40 28
30 20 26 26
20 13
13
10 0 นร.ชาย ม.5 นร.หญิง ม.5 ปวช.2 ชาย ปวช.2 หญิง
นร.หญิง ม.2
0
นร.ชาย ม.2
2548 2549 2550 2551 2552
รูปท่ี 9 อัตราการใชถ๎ ุงยางอนามัยในการมเี พศสมั พนั ธ๑ครงั้ ลาํ สุดกบั แฟน คนรักของกลํุมนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
ชาย /หญงิ , นกั เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปี 5 ชาย/หญิง
นักเรียนอาชีวศึกษา ปวช.2 ชาย/หญงิ จ.สพุ รรณบุรี พ.ศ.2548-2552
อัตราการใช๎ถุงยางอนามยั ในการมีเพศสมั พนั ธ๑ครงั้ ลาํ สดุ กบั คนอน่ื พบวาํ อตั ราการใช๎
ถงุ ยางอนามัยมีแนวโน๎มเพ่ิมขนึ้ เกอื บทกุ กลํุม ไดแ๎ กํ กลมุํ นกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ทง้ั เพศชายและ
หญงิ กลมํุ นักเรียนชายชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 และกลํมุ นกั เรยี นชายอาชีวศกึ ษา ปวช.2 (พบรอ๎ ยละ
89,50,100 และ 70 ตามลาํ ดับ) แตํในกลุํมนักเรียนหญงิ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5 และ นกั เรียนหญิง
อาชีวศึกษา ปวช.2 มอี ตั ราการใชถ๎ ุงยางอนามยั กับคนอ่ืนลดลงจากรอบที่ผาํ นมา (ร๎อยละ 50 และ 56
ตามลาํ ดับ) ดังรูปที่ 10
ร๎อยละ
100 89 100 100 86 100
77 70
80
80 60 65 58 48 56
50 50 50
60 46
40 34 40 27 9255220 2430 22
20 14 0
0 นร.หญิง ม.2 นร.ชาย ม.5 นร.หญิง ม.5 ปวช.2 ชาย ปวช.2 หญิง
นร.ชาย ม.2
2548 2549 2550 2551 2552
รปู ท่ี 10 อัตราการใชถ๎ ุงยางอนามัยในการมเี พศสมั พนั ธ๑ครงั้ ลาํ สดุ กบั คนอื่นของกลุํมนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ชาย /หญิง, นกั เรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปี 5 ชาย/หญิง นกั เรียนอาชวี ศึกษา ปวช.2 ชาย/หญิง จ.
สุพรรณบรุ ี พ.ศ.2548-2552
รายงานประจาปีสานกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดสพุ รรณบุรี ปีงบประมาณ 2552