การออกแบบบรรจุภณั ฑ์
WHAT IS
?PACKAG NG
PACKAGING
หรอ
บรรจภุ ัณฑ์
หมายถงึ การออกแบบและผลติ สิง่ ท่ีบรรจหุ รือหอหุมผลิตภัณฑ ในอดตี บรรจุภณั ฑท าํ
หน าทีบ่ รรจุและป องกนั ผลิตภัณฑ แตในปัจจบุ นั กิจการตางๆ ใชก ารบรรจุภัณฑเ ป็น
เคร่ืองมอื ทางการตลาด เน่ืองจากการแขงขนั ทเี่ พิ่มข้นึ และการจัดวางบนชนั้ วางในรา น
คา ปลกี ทาํ ใหบรรจุภณั ฑส รางยอดขายไดจากการดงึ ดูดความสนใจและการใหคํา
อธบิ ายตวั ผลติ ภัณฑ
What is it for?
ดงั นัน้ ในสภาพแวดลอมที่มีการแขงขันอยางรนุ แรง
เชนนี้ บรรจุภณั ฑจ งึ เป็นโอกาสสดุ ทา ยของผูขายใน
การสรางอิทธพิ ลตอผซู ้ือ นอกจากนี้บรรจุภัณฑควร
เป็นแรงเสรมิ สําหรับการวางตําแหนงผลิตภณั ฑดวย
เชน ขวดท่ีมรี ูปรา งเป็นทรวดทรงซ่งึ เป็นทีค่ นุ เคย
ของโคคา-โคลา (Coca – Cola) ทาํ ใหคนทีเ่ หน็ รบั รู
ไดถ งึ ผลติ ภณั ฑท ่ีบรรจอุ ยูในขวดนัน้ ผเู ชีย่ วชาญ
ดา นบรรจภุ ัณฑก ลา ววา “แมอ ยูในเงามืดลูกคา กร็ วู า
นัน่ คือโคก ” สิง่ นี้เป็นคาํ จาํ กัดความท่งี ดงามของวธิ ี
การที่บรรจุภณั ฑสามารถมีอิทธิพลตอ แนวทางท่ผี ู
บริโภครับรูถงึ ผลิตภัณฑ
ภาพคลี
ภาพคลี คืออะไร ?
ในงานบรรจุภัณฑส ว นใหญใ ชก ับวัสดทุ เ่ี ป็นระนาบเพ่ือข้นึ รูปในกระบวนการ
ผลิต ใหเป็นรูปทรงตางๆ โดยคํานึงความสอดคลอ งกบั รูปทรงของผลติ ภัณฑที่
อยภู ายใน เชน การข้นึ รูปกลอ งกระดาษ กระเป า ถงุ เป็นตน เม่ือไดรบั โจทย
ภารกจิ ใหออกแบบบรรจุภณั ฑเร่ืองใดเร่อื งหน่ึงกระบวน การเริ่มตน ในการแก
ปัญหาใหล ลุ ว ง สวนแรกๆคือการรางแบบละเขียนแบบ การเขยี นแบบจึงตองมี
ลักษณะเฉพาะเพ่อื ใหส อดคลองกับวัตถปุ ระสงคก ับบรรจุภณั ฑแ ตล ะแนวคดิ
และวสั ดทุ จี่ ะนํา มาใชท ําบรรจภุ ัณฑ การเขยี นแบบวธิ ีการแผนคลม่ี ีความ
เหมาะสมสอดคลองกบั บรรจุภณั ฑประเภทกระ- ดาษและรปู ทรงกลอ ง ถงุ
ซอง หบี หอ การเขยี นแบบแผนคลจ่ี ึงมคี วามเหมาะสมกับพ้ืนผิวของแผนชนิ้
งานท่ตี อ งการตัด ดดั หรือมวนข้นึ รปู เป็นชนิ้ งานสําเรจ็ รปู ตามตองการ
ตวั อยา ง
ภาพลกั ษณข องบรรจภุ ัณฑในทอ งตลาด
PATTERN
การเขียนแบบแผน คล่ี
การเขียนแบบในงานออกแบบบรรจภุ ัณฑ ประกอบดว ยภาพ 2 ลกั ษณะ คือการเขยี นภาพ2มติ ิ ใชใ นการเสนอรูปดา นของแบบเชน ดานหน า
ดา นขาง ดา นผงั แยกออกจากกัน ตา งจากการออกแบบบรรจุภณั ฑ ท่ีนิยมเขยี นภาพแสดงรูปดา นทต่ี อเช่ือมรปู ดา นทัง้ 8 ดานเขา ดว ยกนั และ
การเขียนภาพ 3 มติ ิ ดว ยวธิ ีการทัศนียภาพ
แผนคลคี่ อื การเขยี นภาพเต็มขนาดพ้นื ท่ีผิววตั ถตุ า งๆ ใหกวางออกไปบนพ้นื ท่รี าบแสดงรปู แบบแผนคลเ่ี กดิ จากการรางแบบ
ทเ่ี รียกวา การเขยี นแบบแผนคล่ี ซ่ึงเป็นวธิ กี ารที่ไดใชก นั แพร หลาย และเรยี กช่ือทแี่ ตกตา งกันออกไปตามชนิดของงาน เชน การเขยี นแบบ
โลหะแผน การเขยี นแบบบรรจุภณั ฑ การเขยี นแบบเคร่อื งหนัง การเขียนแบบตัดเยบ็ เส้อื ผา เป็นตน โดยการเขยี นแบบแผนคลี่ กอนท่จี ะผลติ ก็
ตอ งใชแบบแผน คลเ่ี ป็นสวนท่ีพฒั นาข้ึนมากอ นทีช่ นิ้ งานจะถกู นําไปใชในการผลิตจริงตอ ไป
ภาพคลเี่ ป็นการนําเสนองานเขียนแบบท่มี ีลกั ษณะเฉพาะตวั ทแ่ี ตกตา ง โดยการเขียนแบบคล่พี ้ืนผวิ ของวัตถุ ตามปกตนิ ัน้ จะใชใ นงาน
วสั ดุท่ีมกี ารทรงตัวเป็นวัสดุชนิดแผน แตออนตวั สามารถมว นพับและคลีไ่ ด เชน กระดาษ สงั กะสี อะลมู ิเนียม หรอื เหล็กแผน เป็นตน การ
คล่ีพ้ืนผิวของวัตถุจะตองไดร ปู แบบจากการเขยี นแบบภาพฉายมา เพ่ือใชสรา งภาพคล่ี การออกแบบแผนคลใี่ หเ ป็นรูป ทรงตางๆ ทีเ่ อ้ือ
อํานวยประโยชนในการใชส อยของมนษุ ยนัน้ ไดอ าศยั รูปทรงพ้นื ฐานเรขาคณิต เป็นหลกั ในการประยกุ ตรูปแบบข้นึ เพ่ือนํามาใชง าน
รปู ทรงพ้ืนฐานการเขยี นแบบแผน คลีม่ ี 4 แบบ คือ รูปทรงปริซึมรปู ทรงกระบอกรปู ทรงพีระมดิ รปู ทรงกรวย
สวนประกอบเสริมของภาพคลี่
การเขยี นแบบแผน คลีจ่ ะเขยี นแบบเพมิ่ พ้นื ท่เี ผ่อื ไวสาํ หรับการทําขอบ ริมขอบและทาํ ตะเขบ็ เพ่อื สามารถยดื หยนุ ในขนั้
ตอนการพบั ข้ึนรปู ภาพคล่ี ยงิ่ เป็นวสั ดทุ ีม่ ีความหนามากหรือจําเป็นตองพบั การเผ่ือเพ่ือจบั ยดึ รปู ทรงของวัตถุใหแ ข็งแรงย่งิ ข้ึน
ก็มีความสาํ คัญมาก
ขอบ เป็นการพบั รมิ ของแผน กระดาษหรือวตั ถุ ซ่งึ ทาํ ใหเ กดิ ความแขง็ แรงและความสวย งามเรยี บรอ ย สว นใหญจ ะทําเป็น
มาตรฐานเดียวกันคือขนาด (3/16 นิ้ว) (1/14 นิ้ว) และ (3/8 นิ้ว) เป็นตน ทงั้ นี้และทัง้ นัน้ จะคํานึงถงึ ความหนาของแผน
ชนิ้ งานและวัตถุประสงคของงานเป็นหลัก
เสน ขอบลวด เป็นการใสลวดทีข่ อบชิน้ งาน เพ่อื ทําใหเกดิ ความสวยงามเรยี บรอ ยและเพ่ิม ความแขง็ แรงใหกบั ชิน้ งานมาก
ข้ึนเป็นพเิ ศษ
ตะเขบ็ ในการทาํ ผลิตภัณฑส ําเรจ็ รปู โดยวธิ ีการเขียนแบบแผน คล่ี ตะเขบ็ เป็นส่งิ ที่มีความ จาํ เป็นมากในการตอยดึ ประสาน
ชนิ้ งานเขาดวยกัน ดงั นัน้ ในการเขียนแบบแผน คลี่ตองเพม่ิ พ้ืนท่ีสาํ –หรับการทาํ ตะเขบ็ และการจะเพ่มิ พ้นื ท่ีของตะเขบ็
มากน อยเทาไรนัน้ ข้นึ อยกู บั องคป ระกอบ ดังนี้
1.ชนิดของตะเข็บ
2.ขนาดของตะเข็บ
3.ความหนาของวสั ดทุ ี่ใช