history
สารบญั
หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์
อาณาจกั รอยุธยา
ภมู ปิ ญญาเเละวฒั นธรรม สมยั อยุธยา
บุคคลสาํ คัญสมยั อยุธยา
หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์
การสบื ค้นเรอื งราวสงั คมในอดตี ต้องอาศัยรอ่ งรอยทีมนุษย์
ไดก้ ระทําไวแ้ ละหลงเหลือจนปจจุบนั เรยี กวา่ หลักฐานทาง
ประวตั ิศาสตร์ สว่ นวธิ กี ารในการแสวงหาขอ้ เท็จจรงิ ในอดีต
เรยี กวา่ วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ เปนวธิ กี ารสบื ค้นเรอื งราว
ในอดตี อยา่ งเปนระบบ โดยจะใหค้ วามสาํ คัญในเรอื งการตรวจ
สอบหลักฐาน การประเมนิ ความนา่ เชอื ถือและคณุ ค่าทางหลัก
ฐาน รวมทังวเิ คราะหต์ ีความขอ้ มูลทางประวตั ิศาสตรเ์ พอื ให้
ไดม้ าซงึ องค์ความรใู้ หมบ่ นพนื ฐานความเปนเหตเุ ปนผล
ประเภทของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์
1. จาํ แนกตามยุคสมยั
1) หลักฐานสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ คือ รอ่ งรอยการกระทําของมนษุ ย์
ตังแต่สมยั ทีชุมชนนนั ยงั ไมม่ ตี ัวอักษรใช้
2) หลักฐานสมยั ประวตั ิศาสตร์ คือ รอ่ งรอยการกระทําของมนษุ ยใ์ นสมยั ที
ชุมชนนนั รจู้ กั ใชต้ ัวอักษรแล้ว หลักฐานประเภทนมี ที ังสงิ ทีบนั ทึกไวเ้ ปนลาย
ลักษณอ์ ักษร และสงิ ทีไมเ่ ปนลายลักษณอ์ ักษร
2.จาํ แนกตามลักษณะ แบง่ เปน 2 ประเภท
1) หลักฐานทีเปนลายลักษณอ์ ักษร (Written source ) คือ
หลักฐานจาํ พวกคําจารกึ ในแผน่ ศิลา แผน่ โลหะ ใบลานหรอื วสั ดุ
อืน รวมถึงตัวเขยี นตัวพพิ มใ์ นแผน่ กระดาษหรอื วสั ดอุ ืน เปน
หลักฐานทีทําขนึ ในสมยั ประวตั ิศาสตร์
2) หลักฐานทีไมเ่ ปนลายลักษณอ์ ักษร (Unwritten source
) คือหลักฐานทีเปนโบราณวตั ถุ โบราณสถาน ศิลปกรรม คํา
บอกเล่า ฯลฯ ทังของสมยั ก่อนประวตั ิศาสตรแ์ ละสมยั
ประวตั ิศาสตร์
3.จาํ แนกตามความสาํ คัญ แบง่ เปน 2 ประเภท
1) หลักฐานชนั ต้น (Primary source ) คือหลักฐานทีบนั ทึกไว้
โดยผทู้ ีเกียวขอ้ งในเหตกุ ารณห์ รอื รเู้ หน็ เหตกุ ารณด์ ว้ ยตนเอง
รวมทังโบราณวตั ถุ โบราณสถาน ทีสรา้ งขนึ ในยุคสมยั นนั
2) หลักฐานชนั รอง (Secondary source ) คือหลักฐานทีผู้
บนั ทึกรบั ทราบเหตกุ ารณม์ าจากคําบอกเล่าหรอื ขอ้ เขยี นของผู้
อืนอีกต่อหนงึ
หลักฐานทางประวตั ิศาสตรใ์ นประเทศไทย
1.หลักฐานทีเปนลายลักษณ์อักษร ได้แก่
1. จารกึ
2.ตํานาน
3. พระราชพงศาวดาร
4. จดหมายเหตุ
5. เอกสารการปกครอง
6. บนั ทึกเหตกุ ารณ์ของบุคคลต่างๆ
7. ชวี ประวตั ิ
8.กฎหมาย
9. งานนิพนธท์ างประวตั ิศาสตร์ และวทิ ยานิพนธ์
10.หนังสอื พมิ พ์
11.วรรณกรรม
12. เวบ็ ไซต์
2.หลักฐานทีไมเ่ ปนลายลักษณ์อักษร
อาณาจกั รอยุธยา
อาณาจกั รอยุธยา เปนอาณาจกั รของชนชาติไทยในอดีตตังแต่ พ.ศ. 1893 ถึง
2310 มกี รุงศรอี ยุธยาเปนเมอื งหลวง อาณาจกั รอยุธยานับวา่ เจรญิ รุง่ เรอื งจนอาจ
ถือได้วา่ เปนอาณาจกั รทีรุง่ เรอื งมงั คังทีสดุ ในภมู ภิ าคสวุ รรณภมู ิ ทังยงั มคี วาม
สมั พนั ธท์ างการค้ากับหลายชาติ จนถือได้วา่ เปนศูนยก์ ลางการค้าในระดบั นานาชาติ
เชน่ จนี เวยี ดนาม อินเดีย ญีปุน เปอรเ์ ซยี รวมทังชาติตะวนั ตก เชน่ โปรตเุ กส
สเปน ดัตช์ (ฮอลันดา) และฝรงั เศส เคยมอี าณาเขตกวา้ งใหญ่ไพศาล โดยมี
ประเทศราชแผข่ ยายไปจนถึงรฐั ฉานของพมา่ อาณาจกั รล้านนา มณฑลยูนนานและ
มณฑลชานซี อาณาจกั รล้านชา้ ง อาณาจกั รขอม และคาบสมุทรมลายูในปจจุบนั
กรงุ ศรอี ยุธยาเปนเกาะซงึ มแี มน่ าํ สามสายล้อมรอบ ไดแ้ ก่ แมน่ าํ ปา
สกั ทางทิศเหนอื , แมน่ าํ เจา้ พระยาทางทิศตะวนั ตกและทิศใต้ และ
แมน่ าํ ลพบุรที างทิศตะวนั ออก เดมิ ทีบรเิ วณนไี มไ่ ดม้ สี ภาพเปนเกาะ
แต่สมเดจ็ พระเจา้ อู่ทองทรงดาํ รใิ หข้ ุดคเู ชอื มแมน่ าํ ทังสามสาย เพอื
ใหเ้ ปนปราการธรรมชาติปองกันขา้ ศึก ทีตังกรงุ ศรอี ยุธยายงั อยูห่ า่ ง
จากอ่าวไทยไมม่ ากนกั ทําใหก้ รงุ ศรอี ยุธยาเปนศูนยก์ ลางการค้ากับ
ชาวต่างประเทศ มกี ารประเมนิ วา่ ราว พ.ศ. 2143 กรงุ ศรอี ยุธยามี
ประชากรประมาณ 300,000 คน และอาจสงู ถึง 1,000,000 คน ราว
พ.ศ. 2243 ทําใหเ้ ปนหนงึ ในนครใหญท่ ีสดุ ของโลกขณะนนั
บางครงั มผี เู้ รยี กกรงุ ศรอี ยุธยาวา่
“เวนสิ แหง่ ตะวนั ออก” ปจจุบนั บรเิ วณนเี ปนสว่ นหนงึ ของอําเภอ
พระนครศรอี ยุธยา จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา พนื ทีทีเคยเปนเมอื ง
หลวงของไทยนนั คือ อุทยานประวตั ิศาสตรพ์ ระนครศรอี ยุธยา ตัว
นครปจจุบนั ถกู ตังขนึ ใหมห่ า่ งจากกรงุ เก่าไปไมก่ ีกิโลเมตร
การกําเนิด
การกําเนิดอาณาจกั รอยุธยาทีได้รบั การยอมรบั กวา้ งขวางทีสดุ นัน
อธบิ ายวา่ รฐั ไทยซงึ มศี ูนยก์ ลางอยูท่ ีกรุงศรอี ยุธยาในหบุ แมน่ ําเจา้ พระยา เจรญิ
ขนึ มาจากราชอาณาจกั รละโว้ (ซงึ ขณะนันอยูใ่ ต้การควบคมุ ของขะแมร)์ และ
สพุ รรณภมู ิ แหล่งขอ้ มูลหนึงระบุวา่ กลางครสิ ต์ศตวรรษที 14 เพราะภัยโรค
ระบาดคกุ คาม สมเด็จพระเจา้ อู่ทองจงึ ทรงยา้ ยราชสาํ นักลงไปทางใต้ ยงั ทีราบ
ล่มุ นําท่วมถึงอันอุดมสมบูรณ์ของแมน่ ําเจา้ พระยา บนเกาะทีล้อมรอบดว้ ยแมน่ ํา
ซงึ ในอดีตเคยเปนนครท่าเรอื เดินทะเล ชอื อโยธยา (Ayothaya) หรอื อโยธยา
ศรรี ามเทพนคร นครใหมน่ ีถกู ขนานนามวา่ กรุงเทพทวารวดีศรอี ยุธยา ซงึ ภาย
หลังมกั เรยี กวา่ กรุงศรอี ยุธยา แปลวา่ นครทีไมอ่ าจทําลายได้
พระบรหิ ารเทพธานี อธบิ ายวา่ ชาวไทยเรมิ ตังถินฐานบรเิ วณตอนกลาง และ
ตอนล่างของล่มุ แมน่ ําเจา้ พระยามาตังแต่พุทธศตวรรษที 18 แล้ว ทังยงั เคย
เปนทีตังของเมอื งสงั ขบุรี อโยธยา เสนาราชนคร และกัมโพชนคร ต่อมา ราว
ปลายพุทธศตวรรษที 19 อาณาจกั รขอมและสโุ ขทัยเรมิ เสอื มอํานาจลง
พระเจา้ อู่ทองทรงดํารจิ ะยา้ ยเมอื งและสถาปนาขนึ มาใหมแ่ ละสถาปนาใหม้ ชี อื
วา่ กรุงศรอี ยุธยา แหล่งขอ้ มูลอืนระบุวา่ สมเด็จพระเจา้ อู่ทองเปน
พอ่ ค้าเชอื สายจนี ทีราํ รวยจากเพชรบุรี นครชายฝงทางใต้ ผซู้ งึ ยา้ ยมา
แสวงหาโชคลาภในนครอโยธยา ชอื ของนครชถี ึงอิทธพิ ลของศาสนาฮินดใู น
ภมู ภิ าค มกี ารเชอื วา่ นครแหง่ นีมคี วามเกียวขอ้ งกับมหากาพยร์ ามเกียรติ ซงึ
ดัดแปลงมาจากมหากาพยร์ ามายณะของฮินดู
การขยายอาณาเขต
เมอื ถึงปลายครสิ ต์ศตวรรษที 14 อยุธยาก็ถกู พจิ ารณาวา่ เปน ชาติ
มหาอํานาจแขง็ แกรง่ ทีสดุ ในอุษาคเนยแ์ ผน่ ดนิ ใหญ่ อยุธยาเรมิ ครองความ
เปนใหญ่โดยเรมิ จากการพชิ ติ ราชอาณาจกั รและนครรฐั ทางเหนือ อยา่ ง
สโุ ขทัยกําแพงเพชรและพษิ ณุโลก ก่อนสนิ สดุ ครสิ ต์ศตวรรษที 15 อยุธยา
โจมตีเมอื งพระนคร (อังกอร)์ ซงึ เปนมหาอํานาจของภมู ภิ าคในอดีต อิทธพิ ล
ของอังกอรค์ ่อย ๆ จางหายไปจากล่มุ แมน่ ําเจา้ พระยา และอยุธยากลายมาเปน
มหาอํานาจใหมแ่ ทน อยา่ งไรก็ดี ราชอาณาจกั รอยุธยามไิ ด้เปนรฐั ที
รวมเปนหน่วยเดียวกัน หากเปนการปะติดปะต่อกันของอาณาเขต
(principality) ทีปกครองตนเอง และประเทศราชทีสวามภิ ักดติ ่อพระมหา
กษัตรยิ ก์ รุงศรอี ยุธยาภายใต้วงกลมแหง่ อํานาจ (Circle of Power) หรอื
ระบบมณฑล (mandala) ดังทีนักวชิ าการบางฝายเสนออาณาเขตเหล่านีอาจ
ปกครองโดยพระบรมวงศานุวงศ์กรุงศรอี ยุธยา หรอื ผปู้ กครองท้องถินทีมี
กองทัพอิสระของตนเอง ทีมหี น้าทีใหก้ ารสนับสนุนแก่เมอื งหลวงยามสงคราม
ก็ได้ อยา่ งไรก็ดี มหี ลักฐานวา่ บางครงั ทีเกิดการกบฏท้องถินทีนําโดยเจา้ หรอื
พระมหากษัตรยิ ท์ ้องถินขนึ อยุธยาก็จาํ ต้องปราบปราม
ด้วยไรซ้ งึ กฎการสบื ราชสนั ติวงศ์และมโนทัศน์คณุ ธรรมนิยม
(meritocracy) อันรุนแรง ทําใหเ้ มอื ใดก็ตามทีการสบื ราชสนั ติวงศ์เปนที
พพิ าท เจา้ ปกครองหวั เมอื งหรอื ผสู้ งู ศักดิ (dignitary) ทีทรงอํานาจจะอ้าง
คณุ ความดีของตนรวบรวมไพรพ่ ลและยกทัพมายงั เมอื งหลวงเพอื กดดัน
ตามขอ้ เรยี กรอ้ ง จนลงเอยด้วยรฐั ประหารอันนองเลือดหลายครงั
ตังแต่ครสิ ต์ศตวรรษที 15 อยุธยาแสดงความสนใจในคาบสมุทรมลายู ทีซงึ
มะละกาเมอื งท่าสาํ คัญ ประชนั ความเปนใหญ่ อยุธยาพยายามยกทัพไปตี
มะละกาหลายครงั แต่ไรผ้ ล มะละกามคี วามเขม้ แขง็ ทังทางการทตู และทาง
เศรษฐกิจ ด้วยได้รบั การสนับสนุนทางทหารจากราชวงศ์หมงิ ของจนี ในต้น
ครสิ ต์ศตวรรษที 15 แมท่ ัพเรอื เจงิ เหอแหง่ ราชวงศ์หมงิ ไดส้ ถาปนาฐาน
ปฏิบตั ิการแหง่ หนึงของเขาขนึ ทีมะละกา เปนเหตใุ หจ้ นี ไมอ่ าจยอมสญู เสยี
ตําแหน่งยุทธศาสตรน์ ีแก่คนไทย ภายใต้การค้มุ ครองนี มะละกาจงึ เจรญิ
รุง่ เรอื งขนึ เปนหนึงในค่แู ขง่ ทียงิ ใหญ่ของอยุธยา กระทังถกู โปรตเุ กสพชิ ติ
เมอื พ.ศ. 2054
การเสยี กรุงศรอี ยุธยาครงั ทีหนึง
เรมิ ตังแต่กลางครสิ ต์ศตวรรษที 16 ราชอาณาจกั รอยุธยาถกู ราชวงศ์ตอง
อูแหง่ พมา่ โจมตีหลายครงั สงครามครงั แรกคือ สงครามพระเจา้ ตะเบง็ ชเว
ตี เมอื พ.ศ. 2091-92 แต่ล้มเหลว การรุกรานครงั ทีสองของพมา่ หรอื
เรยี กวา่ “สงครามชา้ งเผอื ก” เมอื พ.ศ. 2106 พระเจา้ บุเรงนองทรงบงั คับ
ใหส้ มเด็จพระมหาจกั รพรรดิยอมจาํ นน พระบรมวงศานุวงศ์ทรงถกู พาไป
ยงั อังวะ และสมเด็จพระมหนิ ทราธริ าช พระราชโอรสองค์โต ทรงได้รบั แต่ง
ตังเปนเจา้ ประเทศราช เมอื พ.ศ. 2111 พมา่ รุกรานอีกเปนครงั ทีสาม และ
สามารถยดึ กรุงศรอี ยุธยาได้ในปต่อมา หนนีพระเจา้ บุเรงนองทรงแต่งตัง
สมเด็จพระมหาธรรมราชาธริ าชเปนเจา้ ประเทศราช
การฟนตัว
หลังพระเจา้ บุเรงนองเสด็จสวรรคตเมอื พ.ศ. 2124 สมเด็จพระมหาธรรม
ราชาธริ าชทรงประกาศเอกราชแก่กรุงศรอี ยุธยาอีกสามปใหห้ ลัง อยุธยาต่อสปู้ องกันการ
รุกรานของพมา่ หลายครงั จนในครงั สดุ ท้าย สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงปลงพระ
ชนมเ์ มงจสี วา (Mingyi Swa) อุปราชาของพมา่ ได้ในยุทธหตั ถีเมอื พ.ศ. 2136 จากนนั
อยุธยากลับเปนฝายบุกบา้ ง โดยยดึ ชายฝงตะนาวศรที ังหมดขนึ ไปจนถึงเมาะตะมะใน
พ.ศ. 2138 และล้านนาใน พ.ศ. 2145 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงถึงกับรุกรานเขา้ ไป
ในพมา่ ลึกถึงตองอูใน พ.ศ. 2143 แต่ทรงถกู ขบั กลับมา หลังสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
เสด็จสวรรคตเมอื พ.ศ. 2148 ตะนาวศรตี อนเหนือและล้านนาก็ตกเปนของพมา่ อีกใน
พ.ศ. 2157 อยุธยาพยายามยดึ ล้านนาและตะนาวศรตี อนเหนือกลับคืนระหวา่ ง พ.ศ.
2205-07 แต่ล้มเหลว
การค้าขายกับต่างชาติไมเ่ พยี งแต่ใหอ้ ยุธยามสี นิ ค้าฟุมเฟอยเท่านัน แต่ยงั ได้รบั
อาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ ๆ ด้วย กลางครสิ ต์ศตวรรษที 17 ระหวา่ งรชั สมยั สมเด็จพระ
นารายณ์มหาราช อยุธยามคี วามเจรญิ รุง่ เรอื งมาก แต่ในครสิ ต์ศตวรรษที 18 อยุธยา
ค่อย ๆ สญู เสยี การควบคมุ เหนือหวั เมอื งรอบนอก ผวู้ า่ ราชการท้องถินใชอ้ ํานาจของตน
อยา่ งอิสระ และเรมิ เกิดการกบฏต่อเมอื งหลวงขนึ
การล่มสลาย
พ.ศ. 2303 พระเจา้ อลองพญาแหง่ ราชวงศ์คองบองทรงยก
ทัพรุกรานอาณาจกั รอยุธยา หลังจากอยุธยาวา่ งเวน้ ศึกมานานกวา่
150 ป ซงึ ในขณะนัน อยุธยาเกิดการแยง่ ชงิ บลั ลังก์ระหวา่ งเจา้ ฟาเอก
ทัศกับเจา้ ฟาอุทมุ พร อยา่ งไรก็ดี พมา่ ไมอ่ าจหกั เอากรุงศรอี ยุธยาได้ใน
การทัพครงั นัน แต่ใน พ.ศ. 2308 พระเจา้ มงั ระ พระราชโอรส
แหง่ พระเจา้ อลองพญา ได้รุกรานอาณาจกั รอยุธยาอีกหนหนึง ทรง
แบง่ กําลังออกเปนสองสว่ น มุง่ เขา้ ตีอาณาจกั รอยุธยาพรอ้ มกันทัง
สองด้าน ฝายอยุธยาต้านทานการล้อมของทัพพมา่ ไวไ้ ด้ 14 เดือน แต่
ก็ไมอ่ าจหยุดยงั การล่มสลายได้ กองทัพพมา่ สามารถหกั เขา้ พระนครได้
ในวนั ที 7 เมษายน พ.ศ. 2310
พระมหากษัตรยิ ์
พระมหากษัตรยิ ก์ รุงศรอี ยุธยา มี 5 ราชวงศ์ คือ
ราชวงศ์อู่ทอง มกี ษัตรยิ ์ 3 พระองค์
ราชวงศ์สพุ รรณภมู ิ มกี ษัตรยิ ์ 13 พระองค์
ราชวงศ์สโุ ขทัย มกี ษัตรยิ ์ 7 พระองค์
ราชวงศ์ปราสาททอง มกี ษัตรยิ ์ 4 พระองค์
ราชวงศ์บา้ นพลหู ลวง มกี ษัตรยิ ์ 6 พระองค์
รวมมพี ระมหากษัตรยิ ท์ ังสนิ 33 พระองค์ (ไมน่ ับขุนวรวงศาธริ าช)
รายพระนามมดี ังนี
การปกครอง
การจดั การปกครองในสมยั อยุธยาสามารถแบง่ ออกไดเ้ ปนสามชว่ ง คือ
ชว่ งก่อนการปฏิรูปการปกครองของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (1893-1991)
ชว่ งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจนถึงสมยั สมเด็จพระเพทราชา (1991-2231)
และการปฏิรูปการปกครองของสมเด็จพระเพทราชาเปนต้นไป (2231-2310)
อยุธยาตอนต้น (1893-1991)
มกี ารปกครองคล้ายคลึงกับในชว่ งสโุ ขทัย ในราชธานี พระมหากษัตรยิ ม์ สี ทิ ธิ
ปกครองโดยตรง หากก็ทรงใชอ้ ํานาจผา่ นขา้ ราชการและขุนนางเชน่ กัน นอกจากนียงั มรี ะบบ
การปกครองภายในราชธานีทีเรยี กวา่ จตสุ ดมภ์ ตามการเรยี กของสมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ
กรมพระยาดํารงราชานุภาพ อันได้แก่ กรมเวยี ง กรมวงั กรมคลัง และกรมนา
การปกครองนอกราชธานี ประกอบด้วย เมอื งหน้าด่าน เมอื งชนั ใน เมอื งพระยา
มหานคร และเมอื งประเทศราช โดยมรี ูปแบบกระจายอํานาจออกจากศูนยก์ ลางค่อนขา้ งมาก
เมอื งหน้าด่าน ได้แก่ ลพบุรี นครนายก พระประแดง และสพุ รรณบุรี ตังอยูร่ อบราชธานที ังสี
ทิศ ระยะเดินทางจากราชธานีสองวนั พระมหากษัตรยิ ท์ รงสง่ เชอื พระวงศ์ทีไวว้ างพระทัยไป
ปกครอง หากก็นํามาซงึ ปญหาการแยง่ ชงิ ราชสมบตั ิอยูบ่ อ่ ยครงั เมอื งชนั ในทรงปกครอง
โดยผรู้ งั ถัดออกไปเปนเมอื งพระยามหานครหรอื หวั เมอื งชนั นอก ปกครองโดยเจา้ เมอื งทีสบื
เชอื สายมาแต่เดิม มหี น้าทีจา่ ยภาษีและเกณฑ์ผคู้ นในราชการสงคราม และสดุ ท้ายคือเมอื ง
ประเทศราช พระมหากษัตรยิ ป์ ล่อยใหป้ กครองกันเอง เพยี งแต่ต้องสง่ เครอื งบรรณาการมา
ใหร้ าชธานีทกุ ป
สมยั สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถถึงพระเพทราชา (1991-2231)
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงยกเลิกระบบเมอื งหน้าด่านเพอื ขจดั ปญหาการแยง่
ชงิ ราชสมบตั ิ และขยายอํานาจของราชธานีโดยการกลืนเมอื งรอบขา้ งเขา้ เปนสว่ นหนึงของ
ราชธานี สาํ หรบั ระบบจตสุ ดมภ์ ทรงแยกกิจการพลเรอื นออกจากกิจการทหารอยา่ งชดั เจน ให้
อยูภ่ ายใต้ความรบั ผดิ ชอบของสมุหนายกและสมุหกลาโหมตามลําดบั นอกจากนียงั มกี าร
เปลียนชอื กรมและชอื ตําแหน่งเสนาบดี แต่ยงั คงไวซ้ งึ หน้าทีความรบั ผดิ ชอบเดิม
สว่ นการปกครองสว่ นภมู ภิ าคมลี ักษณะเปลียนไปในทางการรวมอํานาจเขา้ สู่
ศูนยก์ ลางใหม้ ากทีสดุ โดยใหเ้ มอื งชนั นอกเขา้ มาอยูภ่ ายใต้อํานาจของราชธานี มรี ะบบการ
ปกครองทีลอกมาจากราชธานี มกี ารลําดับความสาํ คัญของหวั เมอื งออกเปนชนั เอก โท ตรี
สาํ หรบั หวั เมอื งประเทศราชนันสว่ นใหญ่ไมค่ ่อยมกี ารเปลียนแปลงการปกครองมากนัก หาก
แต่พระมหากษัตรยิ จ์ ะมวี ธิ กี ารควบคมุ ความจงรกั ภักดีต่อราชธานีหลายวธิ ี เชน่ การเรยี กเจา้
เมอื งประเทศราชมาปรกึ ษาราชการ หรอื มารว่ มพระราชพธิ บี รมราชาภิเษกหรอื ถวายพระเพลิง
พระบรมศพในราชธานี การอภิเษกสมรสโดยการใหส้ ง่ ราชธดิ ามาเปนสนม และการสง่
ขา้ ราชการไปปกครองเมอื งใกล้เคียงกับเมอื งประเทศราชเพอื คอยสง่ ขา่ ว ซงึ เมอื งทีมหี น้าที
ดังกล่าว เชน่ พษิ ณุโลกและนครศรธี รรมราช
สมยั ตังแต่พระเพทราชา (2231-2310)
ในสมยั พระเพทราชา ทรงกระจายอํานาจทางทหารซงึ เดิมขนึ อยูก่ ับสมุหกลาโหมแต่ผู้
เดียวออกเปนสามสว่ น โดยใหส้ มุหกลาโหมเปลียนไปควบคมุ กิจการทหารในราชธานี กิจการ
ทหารและพลเรอื นของหวั เมอื งทางใต้ ใหส้ มุหนายกควบคมุ กิจการพลเรอื นในราชธานี กิจการ
ทหารและพลเรอื นของหวั เมอื งทางเหนือ และพระโกษาธบิ ดี ใหด้ แู ลกิจการทหารและพลเรอื น
ของหวั เมอื งตะวนั ออก ต่อมา สมยั สมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั บรมโกศ (2275-2301) ทรงลด
อํานาจของสมุหกลาโหมเหลือเพยี งทีปรกึ ษาราชการ และใหห้ วั เมอื งทางใต้ไปขนึ กับพระโกษาธิ
บดีด้วย
นอกจากนี ในสมยั พระมหาธรรมราชา ยงั ไดจ้ ดั กําลังปองกันราชธานีออกเปนสามวงั
ได้แก่ วงั หลวง มหี น้าทีปองกันพระนครทางเหนือ วงั หน้า มหี น้าทีปองกันพระนครทางตะวนั
ออก และวงั หลัง มหี น้าทีปองกันพระนครทางตะวนั ตก ระบบดงั กล่าวใชม้ าจนถึงสมยั พระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ วั [25]
พฒั นาการทางสงั คม
นับแต่การปฏิรูปของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระมหากษัตรยิ อ์ ยุธยาทรงอยู่
ณ ศูนยก์ ลางแหง่ ลําดับชนั ทางสงั คมและการเมอื งทีจดั ชว่ งชนั อยา่ งสงู ซงึ แผไ่ ปทัวราช
อาณาจกั ร ด้วยขาดหลักฐาน จงึ เชอื กันวา่ หน่วยพนื ฐานของการจดั ระเบยี บสงั คมในราช
อาณาจกั รอยุธยา คือ ชุมชนหมูบ่ า้ น ทีประกอบด้วยครวั เรอื นครอบครวั ขยาย กรรมสทิ ธิ
ในทีดินอยูก่ ับผนู้ ํา ทีถือไวใ้ นนามของชุมชน แมช้ าวนาเจา้ ของทรพั ยส์ นิ จะพอใจการใช้
ทีดินเฉพาะเท่าทีใชเ้ พาะปลกู เท่านัน ขุนนางค่อย ๆ กลายไปเปนขา้ ราชสาํ นัก (หรอื
อํามาตย)์ และผปู้ กครองบรรณาการ (tributary ruler) ในนครทีสาํ คัญรองลงมา ท้าย
ทีสดุ พระมหากษัตรยิ ท์ รงได้รบั การยอมรบั วา่ เปนพระศิวะ (หรอื พระวษิ ณุ) ลงมาจุติบน
โลก และทรงกลายมาเปนสงิ มงคลแก่พธิ ปี ฏิบตั ิในทางการเมอื ง-ศาสนา ทีมพี ราหมณ์เปน
ผปู้ ระกอบพธิ ี ซงึ เปนขา้ ราชบรพิ ารในราชสาํ นัก ในบรบิ ทศาสนาพุทธ เทวราชาเปนพระ
โพธสิ ตั ว์ ความเชอื ในเทวราชย์ (divine kingship) คงอยูถ่ ึงครสิ ต์ศตวรรษที 18 แมถ้ ึง
ขณะนัน การสอ่ ความทางศาสนาของมนั จะมผี ลกระทบจาํ กัดก็ตาม
เมอื มที ีดินสาํ รองเพยี งพอสาํ หรบั การกสกิ รรม ราชอาณาจกั รจงึ อาศัยการไดม้ าและการ
ควบคมุ กําลังคนอยา่ งพอเพยี งเพอื เปนผใู้ ชแ้ รงงานในไรน่ าและการปองกันประเทศ การ
เติบโตอยา่ งรวดเรว็ ของอยุธยานํามาซงึ การสงครามอยา่ งต่อเนือง และเนืองจากไมม่ แี วน่
แควน้ ใดในภมู ภิ าคมคี วามได้เปรยี บทางเทคโนโลยี ผลแหง่ ยุทธการจงึ มกั ตัดสนิ ด้วยขนาด
ของกองทัพ หลังจากการทัพทีได้รบั ชยั ชนะในแต่ละครงั อยุธยาไดก้ วาดต้อนผคู้ นทีถกู
พชิ ติ กลับมายงั ราชอาณาจกั รจาํ นวนหนึง ทีซงึ พวกเขาจะถกู กลืนและเพมิ เขา้ ไปในกําลัง
แรงงาน สมเด็จพระรามาธบิ ดีที 2 ทรงสถาปนาระบบกอรเ์ ว (Corvée) แบบไทยขนึ ซงึ เสรี
ชนทกุ คนจาํ ต้องขนึ ทะเบยี นเปนขา้ (หรอื ไพร)่ กับเจา้ นายท้องถิน เปนการใชแ้ รงงานโดยไม่
ได้รบั ค่าตอบแทนใด ๆ ไพรช่ ายต้องถกู เกณฑ์ในยามเกิดศึกสงคราม เหนือกวา่ ไพรค่ ือนาย
ผรู้ บั ผดิ ชอบต่อราชการทหาร แรงงานกอรเ์ วในการโยธาสาธารณะ และบนทีดินของ
ขา้ ราชการทีเขาสงั กัด ไพรส่ ว่ ยจา่ ยภาษีแทนการใชแ้ รงงาน หากเขาเกลียดการใชแ้ รงงาน
แบบบงั คับภายใต้นาย เขาสามารถขายตนเองเปนทาสแก่นายหรอื เจา้ ทีน่าดึงดดู มากกวา่ ผู้
จะจา่ ยค่าตอบแทนแก่การสญู เสยี แรงงานกอรเ์ ว จนถึงครสิ ต์ศตวรรษที 19 กําลังคนกวา่
หนึงในสามเปนไพร่
ระบบไพรเ่ ปนการลิดรอนสทิ ธเิ สรภี าพของประชาชนอยา่ งมากเมอื เทียบกับ
สมยั สโุ ขทัย โดยกําหนดใหช้ ายทกุ คนทีสงู ตังแต่ 1.25 เมตรขนึ ไปต้องลง
ทะเบยี นไพร่ ระบบไพรม่ คี วามสาํ คัญต่อการรกั ษาอํานาจทางการเมอื งของ
พระมหากษัตรยิ ์ เพราะหากเจา้ นายหรอื ขุนนางเบยี ดบงั ไพรไ่ วเ้ ปนจาํ นวน
มากแล้ว ยอ่ มสง่ ผลต่อเสถียรภาพของราชบลั ลังก์ ตลอดจนสง่ ผลใหก้ ําลัง
ในการปองกันอาณาจกั รอ่อนแอ ไมเ่ ปนปกแผน่ นอกจากนี ระบบไพรย่ งั
เปนการเกณฑ์แรงงานเพอื ใชป้ ระโยชน์ในโครงการก่อสรา้ งต่าง ๆ ซงึ ล้วน
แต่เกียวขอ้ งกับมาตรฐานชวี ติ และความมนั คงของอาณาจกั ร
ความมงั คัง สถานภาพ และอิทธพิ ลทางการเมอื งสมั พนั ธร์ ว่ มกัน พระมหา
กษัตรยิ ท์ รงแบง่ สรรนาขา้ วใหแ้ ก่ขา้ ราชสาํ นัก ผวู้ า่ ราชการท้องถิน ผู้
บญั ชาการทหาร เปนการตอบแทนความดีความชอบทีมตี ่อพระองค์ ตาม
ระบบศักดินา ขนาดของการแบง่ สรรแก่ขา้ ราชการแต่ละคนนันตัดสนิ จาก
จาํ นวนไพรห่ รอื สามญั ชนทีเขาสามารถบญั ชาใหท้ ํางานได้ จาํ นวนกําลังคนที
ผนู้ ําหรอื ขา้ ราชการสามารถบญั ชาได้นัน ขนึ อยูก่ ับสถานภาพของผนู้ ันเทียบ
กับผอู้ ืนในลําดับขนั และความมงั คังของเขา ทียอดของลําดบั ขนั พระมหา
กษัตรยิ เ์ ปนเสมอื นผถู้ ือครองทีดินรายใหญ่ทีสดุ ในราชอาณาจกั ร ตาม
ทฤษฎีแล้วทรงบญั ชาไพรจ่ าํ นวนมากทีสดุ เรยี กวา่ ไพรห่ ลวง ทีมหี น้าทีจา่ ย
ภาษี รบั ราชการในกองทัพ และทํางานบนทีดินของพระมหากษัตรยิ ์
ประชากรศาสตร์
กล่มุ ชาติพนั ธุ์
ความสมั พนั ธก์ ับต่างประเทศ
อาณาจกั รอยุธยามกั สง่ เครอื งราชบรรณาการไปถวายจกั รพรรดิจนี เปนประจาํ ทกุ สามป
เครอื งบรรณาการนีเรยี กวา่ “จมิ ก้อง” นักประวตั ิศาสตรเ์ ชอื วา่ การสง่ เครอื งราชบรรณาการดัง
กล่าวแฝงจุดประสงค์ทางธุรกิจไวด้ ้วย คือ เมอื อาณาจกั รอยุธยาได้สง่ เครอื งราชบรรณาการไป
ถวายแล้วก็จะได้เครอื งราชบรรณาการกลับมาเปนมูลค่าสองเท่า ทังยงั เปนธุรกิจทีไมม่ คี วาม
เสยี ง จงึ มกั จะมขี ุนนางและพอ่ ค้าเดินทางไปพรอ้ มกับการนําเครอื งราชบรรณาการไปถวายด้วย
พ.ศ. 2054 ทันทีหลังจากทียดึ ครองมะละกา โปรตเุ กสได้สง่ ผแู้ ทนทางการทตู นําโดย ดู
อารเ์ ต เฟอรน์ ันเดส (Duarte Fernandes) มายงั ราชสาํ นักสมเด็จพระรามาธบิ ดีที 2 หลังได้มี
การสถาปนาความสมั พนั ธฉ์ ันท์มติ รระหวา่ งราชอาณาจกั รโปรตเุ กสและราชอาณาจกั รอยุธยาแล้ว
ผแู้ ทนทางการทตู โปรตเุ กสก็ได้กลับประเทศแมไ่ ปพรอ้ มกับผแู้ ทนทางทตู ของอยุธยา ซงึ มขี อง
กํานัลและพระราชสาสน์ ถึงพระเจา้ โปรตเุ กสด้วย ผแู้ ทนทางการทตู โปรตเุ กสชุดนีอาจเปนชาว
ยุโรปกล่มุ แรกทีเดินทางเขา้ มาในประเทศไทยก็เปนได้ หา้ ปใหห้ ลังการติดต่อครงั แรก ทังสองได้
บรรลสุ นธสิ ญั ญาซงึ อนุญาตใหโ้ ปรตเุ กสเขา้ มาค้าขายในราชอาณาจกั รอยุธยา สนธสิ ญั ญาที
คล้ายกันใน พ.ศ. 2135 ได้ใหพ้ วกดัตชม์ ฐี านะเอกสทิ ธใิ นการค้าขา้ ว
ชาวต่างชาติได้รบั การต้อนรบั อยา่ งอบอุ่นทีราชสาํ นัก
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผทู้ รงมที ัศนะสากลนิยม
(cosmopolitan) และทรงตระหนักถึงอิทธพิ ลจาก
ภายนอก ได้มกี ารสถาปนาความสมั พนั ธเ์ ชงิ พาณิชยท์ ี
สาํ คัญกับญีปุน บรษิ ัทการค้าของดัตชแ์ ละอังกฤษได้รบั
อนุญาตใหจ้ ดั ตังโรงงาน และมกี ารสง่ คณะผแู้ ทน
ทางการทตู ของอยุธยาไปยงั กรุงปารสี และกรุงเฮก ด้วย
การธาํ รงไวซ้ งึ ความสมั พนั ธเ์ หล่านี ราชสาํ นักอยุธยาได้
ใชด้ ัตชค์ านอํานาจกับอังกฤษและฝรงั เศสอยา่ งชาํ นาญ
ทําใหส้ ามารถเลียงมใิ หช้ าติใดชาติหนึงเขา้ มามอี ิทธพิ ล
มากเกินไป
อยา่ งไรก็ดี ใน พ.ศ. 2207 ดัตชใ์ ชก้ ําลังบงั คับเพอื ใหไ้ ด้สนธสิ ญั ญาทีให้
สทิ ธสิ ภาพนอกอาณาเขต เชน่ เดียวกับการเขา้ ถึงการค้าอยา่ งเสรี คอนสแตนติน ฟอล
คอน นักผจญภัยชาวกรกี ผเู้ ขา้ มาเปนเสนาบดีต่างประเทศในราชสาํ นักสมเด็จพระ
นารายณ์มหาราช กราบทลู ใหพ้ ระองค์หนั ไปพงึ ความชว่ ยเหลือจากฝรงั เศส วศิ วกร
ฝรงั เศสก่อสรา้ งปอมค่ายแก่คนไทย และสรา้ งพระราชวงั แหง่ ใหมท่ ีลพบุรี นอกเหนือ
จากนี มชิ ชนั นารชี าวฝรงั เศสเขา้ มามบี ทบาทในการศึกษาและการแพทย์ ตลอดจนนํา
แท่นพมิ พเ์ ครอื งแรกเขา้ มาในราชอาณาจกั รดว้ ย พระเจา้ หลยุ สท์ ี 16 ทรงสนพระราช
หฤทัยในรายงานจากมชิ ชนั นารที ีเสนอวา่ สมเด็จพระนารายณ์อาจเปลียนมานับถือ
ศาสนาครสิ ต์ได้
อาณาจกั รอยุธยามคี วามสมั พนั ธก์ ับชาติตะวนั ตกในด้านการค้าขายและการ
เผยแผศ่ าสนา โดยชาวตะวนั ตกได้นําเอาวทิ ยาการใหม่ ๆ เขา้ มาด้วย ต่อมา คอนส
แตนติน ฟอลคอนได้เขา้ มามอี ิทธพิ ลและยงั บรรดาขุนนางจงึ ประหารฟอลคอนเสยี
และลดระดับความสาํ คัญกับชาติตะวนั ตกตลอดชว่ งเวลาทีเหลือของอาณาจกั รอยุธยา
อยา่ งไรก็ดี การเขา้ มาของฝรงั เศสกระต้นุ ใหเ้ กิดความ ตราแผน่ ดินอยุธยา
แค้นและความหวาดระแวงแก่หมูช่ นชนั สงู ของไทย ธงค้าขาย
และนักบวชในศาสนาพุทธ ทังมหี ลักฐานวา่ คบคิดกับ
ฝรงั เศสจะยดึ กรุงศรอี ยุธยา เมอื ขา่ วสมเด็จพระ
นารายณ์กําลังจะเสด็จสวรรคตแพรอ่ อกไป พระเพท
ราชา ผสู้ าํ เรจ็ ราชการ ก็ได้สงั หารรชั ทายาททีทรงได้รบั
แต่งตัง ครสิ เตียนคนหนึง และสงั ประหารชวี ติ ฟอล
คอน และมชิ ชนั นารอี ีกจาํ นวนหนึง การมาถึงของ
เรอื รบอังกฤษยงิ ยวั ยุใหเ้ กิดการสงั หารหมูช่ าวยุโรป
มากขนึ ไปอีก พระเพทราชาเมอื ปราบดาภิเษกเปนพระ
มหากษัตรยิ แ์ ล้ว ทรงขบั ชาวต่างชาติออกจากราช
อาณาจกั ร รายงานการศึกษาบางสว่ นระบุวา่ อยุธยา
เรมิ ต้นสมยั แหง่ การตีตัวออกหา่ งพอ่ ค้ายุโรป ขณะที
ต้อนรบั วาณิชจนี มากขนึ แต่ในการศึกษาปจจุบนั อืน ๆ
เสนอวา่ สงครามและความขดั แยง้ ในยุโรปชว่ งครสิ ต์
ศตวรรษที 18 เปนเหตใุ หพ้ อ่ ค้ายุโรปลดกิจกรรมใน
ทางตะวนั ออก อยา่ งไรก็ดี เปนทีประจกั ษ์วา่ บรษิ ัท
อินเดียตะวนั ออกของดัตชย์ งั ทําธุรกิจกับอยุธยาอยู่
แมจ้ ะประสบกับความยากลําบากทางการเมอื ง
อา้ งองิ
Google Sitessites.google.com
จัดทาํ โดย ม.2/1
ด.ญ.อัญชิสา ยมิ สวยงาม ด.ญ.นลิน เพชรประพันธ์ ด.ช.อาทิตย์ แสงพว่ ง