โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ เกิดขึ้นตามดำ ริของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่เดือดร้อนขาดแคลนสถานที่เรียนและป้องกันไม่ให้ นักเรียนหลั่งไหลเข้าสู่ตัวเมือง โดยเฉพาะปีการศึกษา2521 มีนักเรียนที่จบ ชั้น ป.6 และ ป.7 ซึ่งยังขาดที่เรียนอีกประมาณ 1000 คน จังหวัดจึงได้ขออนุมัติ เปิดโรงเรียนมัธยมศึกษาระดับจังหวัด แห่งที่ 4 ขึ้นที่ตำ บลโคกสูง อำ เภอเมือง นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ให้ชื่อว่า โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ ที่ตั้งปัจจุบัน สัญลักษณ์ อักษรย่อ คำ ขวัญ สีประจำ โรงเรียน สีแสด สีน้ำ เงิน ข้ข้ ข้ อ ข้ อมูมู มู ล มู ลโรงเรีรี รี ย รี ยน บุบุบุญบุเหลืลืลือลืวิวิวิทวิยานุนุนุสนุรณ์ณ์ ณ์ณ์ ประวัติโรงเรียน 244 หมู่ที่ 10 ถนนสุรนารายณ์ ตำ บลโคกสูง อำ เภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากตัวเมือง 12.5 กิโลเมตร ทำ เนียบผู้บริหาร นายชวลิต ตัณฑเศรณีวัฒน์ นายจารุ โรจน์รังสิมันต์ นายสะอาด นาคาเริงฤทธิ์ นายเชียร ศิลนะชัย นายประสาน มั่งประยูร นายสุกิจ ชันษา นายอุทัย หวังอ้อมกลาง นายจำ นงค์ กันไชยสัก นายเอื้อ ทรวงโพธิ์ นายไกรศร ทองมูลชัย นายพิษณุ คุณชื่น พ.ศ.2521-2532 พ.ศ.2532-2535 พ.ศ.2535-2541 พ.ศ.2541-2543 พ.ศ.2543-2545 พ.ศ.2545-2550 พ.ศ.2550-2552 พ.ศ.2553-2556 พ.ศ.2556-2561 พ.ศ.2561-2565 พ.ศ.2565-ปัจจุบัน อนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ บ.ว.ส. เรียนดี มีวินัย ใจเป็นธรรม แสด-น้ำ เงิน เป็นสีประจำ จังหวัด เป็นสีแห่งความสว่างทางปัญญา ความกล้าหาญ และความเสียสละ เป็นสีแห่งความอดทน เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว
นางสาวบุญเหลือ เป็นบุตรีของหลวงเจริญกรมการผู้น้อย แห่งเมืองนครราชสีมา ครอบครัวของหลวง เจริญใกล้ชิดสนิทสนาม และเคารพนับถือพระปลัดเมืองนครราชสีมา และคุณหญิงโมเป็นอันมาก อีกทั้งปลัดเมือง และคุณหญิงโมไม่มีบุตรและธิดา จึงรักและเอ็นดู นางสาวบุญเหลือดุจว่านางเป็นลูกหลาน ปีพุทธศักราช 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์ ได้ยกทัพ เข้าแผ่นดินไทยจนถึงเมืองนครราชสีมา โดยอ้างว่ามีพระราชโองการ ให้ยกทัพไปกรุงเทพฯ เพื่อช่วยรบกับอังกฤษ ขณะนั้นเจ้าเมืองนครราชสีมา และพระปลัดเมืองไม่อยู่ ไปราชการยังเมืองขุขันธ์ เจ้าอนุวงศ์จึงยกทัพเข้ายึดเมืองนครราชสีมาได้โดยง่าย แล้วกวาดต้อนผู้คนชาวเมืองนครราชสีมาไปนครเวียงจันทน์ ในจำ นวนเชลยเหล่านั้นมีคุณหญิงโม และนางสาว บุญเหลือรวมอยู่ด้วย ตลอดเวลาของการเดินทางของเหล่าชาวเมืองนครราชสีมาได้รวมใจ รวมพลังกันคิด ที่จะกอบกู้อิสรภาพกลับคืนให้จงได้ โดยมีคุณหญิงโมเป็นศูนย์รวมพลังใจ คิดวางกลอุบาย ให้ทุกคนอดทนแม้จะถูกกดขี่ข่มเหงก็ห้ามต่อสู้และขัดขืน ได้ออกอุบายหน่วงเหนี่ยวการเดินทางให้ช้าลง แล้วขอมีด จอบ เสียม ใช้สำ หรับซ่อมแซมพาหนะและหาฟืน คุณหญิงโมได้สั่งการให้ตัดไม้เสี้ยมให้แหลม เพื่อให้เป็นอาวุธในการต่อสู้ตามแผนการเมืองกองทัพเดิน ทางถึงทุ่งสัมฤทธิ์ แขวงเมืองพิมาย ได้ตั้งค่ายพักแรมคุณหญิงโมกับชาวเมืองนครราชสีมา ได้กำ หนดแผนการ กู้อิสรภาพขึ้น โดยจัดสุราปรนเปรอทหารลาวให้เป็นที่สำ ราญ และตายใจ นางสาวบุญเหลือเป็นผู้ที่คุณหญิงโม ไว้วางใจได้รับมอบหมายให้ปรนนิบัติเพี้ยรามพิชัย นายทหารลาวผู้เป็นหัวหน้าควบคุมทหารและเชลย และให้สังหารเพี้ยรามพิชัยทันที ประวัติอนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ พระพุทธรูปประจำ โรงเรียน พระพุทธโรจนรังสีมิ่งมงคล เป็นพระปางลีลา สร้างโดย นายอาชวพงศ์ และนางปภา วิริยานนท์ (ชื่อเดิม นายอัครพร และนางจุติมา วิริยานนท์)เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2535 ในสมัย นายจารุ โรจนรังสิมันต์ เป็นผู้อำ นวยการ โรงเรียน
นางสาวบุญเหลือ เป็นบุตรีของหลวงเจริญกรมการผู้น้อย แห่งเมืองนครราชสีมา ครอบครัวของหลวง เจริญใกล้ชิดสนิทสนาม และเคารพนับถือพระปลัดเมืองนครราชสีมา และคุณหญิงโมเป็นอันมาก อีกทั้งปลัดเมือง และคุณหญิงโมไม่มีบุตรและธิดา จึงรักและเอ็นดู นางสาวบุญเหลือดุจว่านางเป็นลูกหลาน ปีพุทธศักราช 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์ ได้ยกทัพ เข้าแผ่นดินไทยจนถึงเมืองนครราชสีมา โดยอ้างว่ามีพระราชโองการ ให้ยกทัพไปกรุงเทพฯ เพื่อช่วยรบกับอังกฤษ ขณะนั้นเจ้าเมืองนครราชสีมา และพระปลัดเมืองไม่อยู่ ไปราชการยังเมืองขุขันธ์ เจ้าอนุวงศ์จึงยกทัพเข้ายึดเมืองนครราชสีมาได้โดยง่าย แล้วกวาดต้อนผู้คนชาวเมืองนครราชสีมาไปนครเวียงจันทน์ ในจำ นวนเชลยเหล่านั้นมีคุณหญิงโม และนางสาวบุญเหลือรวมอยู่ด้วย ตลอดเวลาของการเดินทางของเหล่าชาวเมืองนครราชสีมาได้รวมใจ รวมพลังกันคิดที่จะกอบกู้อิสรภาพกลับคืนให้จงได้ โดยมีคุณหญิงโมเป็นศูนย์รวมพลังใจ คิดวางกลอุบายให้ทุกคน อดทนแม้จะถูกกดขี่ข่มเหงก็ห้ามต่อสู้และขัดขืน ได้ออกอุบายหน่วงเหนี่ยวการเดินทางให้ช้าลง แล้วขอมีด จอบ เสียม ใช้สำ หรับซ่อมแซมพาหนะและหาฟืน คุณหญิงโมได้สั่งการให้ตัดไม้เสี้ยมให้แหลม เพื่อให้เป็นอาวุธในการต่อสู้ตามแผนการเมืองกองทัพเดิน ทางถึงทุ่งสัมฤทธิ์ แขวงเมืองพิมาย ได้ตั้งค่ายพักแรมคุณหญิงโมกับชาวเมืองนครราชสีมา ได้กำ หนดแผนการกู้ อิสรภาพขึ้น โดยจัดสุราปรนเปรอทหารลาวให้เป็นที่สำ ราญ และตายใจ นางสาวบุญเหลือเป็นผู้ที่คุณหญิงโม ไว้วางใจได้รับมอบหมายให้ปรนนิบัติเพี้ยรามพิชัย นายทหารลาวผู้เป็นหัวหน้าควบคุมทหารและเชลย และให้ สังหารเพี้ยรามพิชัยทันที เมื่อได้เวลานัดหมายชาวเมืองนครราชสีมา ได้ทำ การแย่งอาวุธฆ่าฟันทหารลาว นางสาวบุญเหลือ ได้ยินสัญญาณ นางก็หยิบดาบเพื่อสังหารเพี้ยรามพิชัยทันที แต่ไม่สำ เร็จ เพราะเพี้ยรามพิชัยก็เป็นยอดนักรบ และแย่งดาบจากนางได้ นางสาวบุญเหลือจึงวิ่งไปยังกองเกวียนซึ่งบรรจุกระสุนดินดำ 50 เล่ม และหยิบดุ้นฟืนที่ติดไฟไปด้วย ในภาวะที่คับขันประกอบกับความสำ นึกในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สังหารเพี้ยรามพิชัยให้จงได้ นางจึงตัดสินใจ โยนดุ้นฟืนที่ติดไฟใส่ในกองเกวียนกระสุนดินดำ ทันที เป็นเหตุให้ดินระเบิดกระจายไปถูกดินปืนที่บรรจุอยู่ในเกวียน เล่มอื่น ๆ และระเบิดต่อ ๆ กันไป เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวแสงเพลิงแดงโชติช่วงแดงฉานทั่วท้องทุ่งสัมฤทธิ์ ร่างของนางพร้อมเพี้ยรามพิชัยที่ตามมาอย่างกระชั้นชิดก็แหลกลาญเป็นภัสม์ธุรีไปในชั่วพริบตา จากการตัดสินใจ ด้วยปฏิภาณอันห้าวหาญเด็ดเดี่ยวของนางสาวบุญเหลือ เป็นผลให้คุณหญิงโมบัญชาการรบกอบกู้อิสรภาพ จนได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด วีรกรรมอันน่าสรรเสริญของนางสาวบุญเหลือได้ประทับแน่นอยู่ในความทรงจำ ของชาวนครราชสีมาไม่มีวันลืม นางได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างอุกฤษฎ์ ด้วยปฏิภาณอันกล้าหาญและห้าวหาญอย่างยิ่ง จังหวัดนครราชสีมาจึงได้กำ หนดวันที่ 4 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันสดุดีวีรกรรมของนางสาวบุญเหลือ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนได้ร่วมกันสดุดีวีรกรรม พร้อมทั้ง เปลี่ยนผ้าตะเบงมานตามสีสันแห่งปี คล้องพวงมาลัยและวางพวงมาลาสักการะอนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ ณ โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์
ศาลพ่อปู่ยอดแก้ว ณ ท้องที่อ้างว้างและร้างรก เริงเรียกเพรียกเรียกคู่กู่สุดตา ตามตำ นานเล่าขานนามบึงบัว ถึงวันดีคืนร้ายกลายกลับฝัน ใช่แต่คนแม้แต่สัตว์ยังรู้แจ้ง ยังไม่กล้าลงสนามกินวารี ยามคืนค่ำ ล่ำ ลาแห่งอาทิตย์ ปรากฏไฟลอยสำ รวจตรวจแผ่นดิน เป็นอย่างนี้นานเนิ่นเกินกล่าวไข เกรงพ่อปู่ทวดไฟแห่งท้องธาร มีแต่กกเกมเเขมแซมปักษา เป็นท้องนาเวิงว้างกลางอรัญ ที่ผู้คนเกรงกลัวเขย่าขวัญ มีอาถรรพ์ต้องมลายตายทุกปี ดูแต่ความแล้งน้ำ ไม่มีที่ แม้น้ำ มีก็ไม่ห่วงล่วงลงกิน คล้อยมืดมิดไร้แสงสุรีย์สิ้น วนรอบถิ่นวาบวูบรักษาการณ์ ที่ใครใครไม่อาจล่วงเข้าหักหาญ เขาบนบานผ่ามาไปให้คุ้มครอง นางบุษบา นาคาเริงฤทธิ์ : ประพันธ์ ศาลพ่อปู่ยอดแก้ว พ่อปู่ยอดแก้ว ตามความเชื่อของปู่ ย่า ตา ยาย ได้เล่าขานกันมาว่าเป็นคนเก่าแก่ของหมู่บ้าน เมื่อถึงแก่กรรม ญาติได้นำ ศพมาฝังไว้ที่หนองบัว บริเวณที่ก่อสร้างโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ ท่านผู้อำ นวยการชวลิต ตัณฑเศรณีวัฒน์ เป็นผู้บุกเบิกพื้นที่สาธารณะแห่งนี้ ได้สร้างศาลพ่อปู่ยอดแก้ว และอันเชิญดวงวิญญาณของพ่อปู่มาสถิตย์อยู่ที่ศาลหน้าโรงเรียน และในปี 2552 ท่านผู้อำ นวยการ อุทัย หวังอ้อมกลาง ผู้อำ นวยการคนที่ 7 ได้ปรับปรุงบริเวณศาลพ่อปู่ให้สวยงามยิ่งขึ้น พ่อปู่ยอดแก้ว ได้ปกป้องคุ้มครองเราชาวบุญเหลือให้อยู่เย็นเป็นสุข เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเราชาวบุญเหลือบูชา
ทำ เนียบรุ่น ม.3/1 รุ่นที่ 44
ทำ เนียบรุ่น ม.3/2 รุ่นที่ 44
ทำ เนียบรุ่น ม.3/3 รุ่นที่ 44
ทำ เนียบรุ่น ม.3/4 รุ่นที่ 44
ทำ เนียบรุ่น ม.3/5 รุ่นที่ 44
ทำ เนียบรุ่น ม.3/6 รุ่นที่ 44