The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานนำเสนอ1ภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Supakorn Khamkod, 2020-10-30 01:22:07

งานนำเสนอ1ภาษาไทย

งานนำเสนอ1ภาษาไทย

การวเิ คราะห์
บทความ

ถดั ไป

สารบญั หน้า บทท1่ี 1
เร่ือง
1-2 บทนา
บทนา 3-5
เอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง 6 1.ทีม่ าและความสาคญั
7-10 ปัจจบุ นั ทงั้ ผใู้ หญ่และเดก็ สว่ นใหญ่รกั ในการอา่ นชอบในการอา่ น อา่ น
วิธีการดาเนนิ งาน 11 ประเภทหนงั สอื หรอื บทความ แตค่ นไทยสว่ นใหญ่อา่ นบทความหรอื หนงั สอื ไม่
วิเคราะหบ์ ทความ เกิน 7-8 บรรทดั บางคนอา่ นเพอ่ื ความบนั เทงิ ใหค้ วามรู้ และตอบสนองความ
สรุปผลการคน้ ควา้
ตอบการบางอยา่ ง
แตผ่ คู้ นยงั ขาดการคดิ และวิเคราะห์ ถา้ ผคู้ นไมม่ ีการคิดวิเคราะห์
ขอ้ ความหรอื บทความก็จะทาใหผ้ คู้ นนนั้ ไดเ้ ราขา่ วสารทเ่ี ป็นเท็จไดจ้ งึ ตอ้ งมกี าร
คดิ วิเคราะห์ เชน่ ขา่ วสารทไี่ ดร้ บั จากการทีผ่ คู้ นพดู ตอ่ ๆกนั เราไมร่ ูว้ า่ มนั เป็น
จรงิ หรอื ไม่ เราจึงตอ้ งนาหลกั การวิเคราะหม์ าพจิ ารณาขา่ วสารนัน้
การวิเคราะห์ หมายถงึ ใครค่ รวญ เช่น วเิ คราะห,์ แยกออกเป็นสว่ นๆ
เพื่อศกึ ษาใหถ้ ่องแท้ เช่น วเิ คราะหป์ ัญหาตา่ ง ๆ วิเคราะหข์ า่ ว และตอ้ งเขา้ ใจ
ถึง การวิเคราะหค์ า การวิเคราะหอ์ ารมณใ์ นบทความ วิเคราะหเ์ จตนาของ
ผเู้ ขียน วิเคราะหเ์ นอื้ หาในบทความเป็นตน้ หลกั การวิเคราะหบ์ ทความจงึ เป็น

เรอื่ งที่จาเป็นจะตอ้ งศกึ ษา และเขา้ ใจอยา่ งลกึ ซงึ้
ดงั นนั้ กลมุ่ ของเราหรอื คณะจดั ทาในครงั้ นจี้ งึ เหน็ ถึงความสาคญั ของ
การวิเคราะหบ์ ทความ จงึ ไดจ้ ดั ทาโครงงานเรอ่ื ง การวิเคราะหบ์ ทความ
เพ่อื ท่ีจะใหท้ กุ คนไดศ้ กึ ษาไดเ้ ขา้ ใจถงึ การวเิ คราะหบ์ ทความ

2 บทท2ี่ 3

2.วตั ถปุ ระสงค์ เอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง
-เพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจในการวเิ คราะหบ์ ทความ
-เพ่อื ใหท้ กุ คนท่ีอา่ นวิเคราะหบ์ ทความเป็น บทความ หมายถึงงานเขยี นทีเ่ ผยแพรใ่ นสอ่ื สงิ่ พมิ พห์ รอื สอื่ อิเลก็ ทรอนิกส์ ซงึ่
-เพ่อื ใหผ้ อู้ า่ นรูห้ ลกั การในการวเิ คราะหบ์ ทความ มจี ดุ ประสงคเ์ พอ่ื เผยแพรข่ า่ วสาร ผลการวิจยั เผยแพรค่ วามรู้ การวิเคราะห์
ทางการศกึ ษา การวพิ ากษ์วิจารณ์ เป็นตน้ โดยปกตบิ ทความหนงึ่ บทความจะ
3.ขอบเขตการทางาน
โครงงานนีเ้ ป็นเร่อื งเก่ียวกบั การวิเคราะหบ์ ทความ คือ พดู ถงึ เรอ่ื งใดเรอื่ งหนงึ่ เป็นประเดน็ หลกั เพยี งเรอื่ งเดยี ว
บทความท่ีใหค้ วามรูแ้ ละ บทความท่ีใหแ้ ง่คดิ โดยมีการ ประเภทของบทความ
วิเคราะห์ 5 อยา่ ง ดงั นี1้ .วเิ คราะหค์ า2.วเิ คราะหค์ วาม 3.
วเิ คราะหเ์ จตนาของผเู้ ขียน 4.วเิ คราะหอ์ ารมณ์ 5.วเิ คราะห์ 1.บทบรรณาธิการ เป็นบทความแสดงความคิดเหน็ ลกั ษณะหนงึ่ ทเี่ ขียนขนึ้
เนือ้ หา ซง่ึ การศกึ ษาหาขอ้ มลู หาจากเวป็ ไซต์ หนงั สือและ เพื่อเสนอแนวคิดหลกั ของหนงั สอื พมิ พฉ์ บบั นนั้ ๆ ตอ่ เรอ่ื งใดเร่ืองหนง่ึ
2.บทความสมั ภาษณ์ เป็นบทความท่ีเขยี นขนึ้ จากการสมั ภาษณบ์ คุ คล
ปรกึ ษาอาจารยผ์ สู้ อน เกี่ยวกบั ความคิดเห็นตอ่ เรอ่ื งใดเรอ่ื งหนง่ึ หรอื หลายเรอื่ ง

3.บทความแสดงความคิดเห็นท่วั ๆ ไป มีเนอื้ หาหลายลกั ษณะ เช่น หยิบยก
ปัญหา เหตกุ ารณ์ หรอื เรอ่ื งที่ประชาชนสนใจมาแสดงความคิดเห็น

4. บทความวิเคราะห์ เป็นบทความแสดงความคิดเหน็ อยา่ งหนงึ่ ซง่ึ ผูเ้ ขียนจะ
พิจารณาเรอ่ื งใดเรอื่ งหนง่ึ ที่เผยแพรม่ าแลว้ อยา่ ง ละเอยี ด โดยแยกแยะใหเ้ หน็

สว่ นตา่ ง ๆ ของเรอื่ งนนั้
5. บทความวจิ ารณ์ เขยี นเพ่ือแสดงความคิดเห็นในเชิงวิจารณ์ เรื่องราวที่

ตอ้ งการวจิ ารณด์ ว้ ยเหตผุ ลและหลกั วชิ าเป็นสาคญั

4 5

6. บทความสารคดีทอ่ งเที่ยว มเี นอื้ หาแนวบรรยาย เลา่ เรอื่ งเกี่ยว กบั สถานท่ี -บทความประเภทใหค้ วามรู้ เป็นบทความท่ีใหค้ วามรูเ้ ก่ียวกบั เรื่องใดเรอ่ื ง
ทอ่ งเท่ยี วตา่ ง ๆ ที่มีทศั นยี ภาพสวยงาม หนง่ึ หรอื อธิบายวธิ ีทาสงิ่ ใดสงิ่ หนงึ่ ในการเขยี นควรเลอื กเร่ืองท่ดี งึ ดดู ความ
สนใจ และผอู้ า่ นสามารถ ทาความเขา้ ใจตลอดจนปฏิบตั ิตามไดไ้ มย่ าก หวั ขอ้
7. บทความก่งึ ชีวประวตั ิ เป็นการเขียนบางสว่ นของชีวติ บคุ คล เพื่อ ใหผ้ อู้ า่ น ท่ีจะเลอื กมาเขยี นมอี ยกู่ วา้ งขวาง เชน่ เป็นเรอ่ื งท่เี ก่ียวขอ้ งกบั ปัจจยั 4 เป็นตน้
ทราบ โดยเฉพาะคณุ สมบตั ิ หรอื ผลงานเดน่ ทที่ า ให้ บคุ คลนนั้ มีชื่อเสยี ง
8. บทความครบรอบปี มเี นือ้ หาแนวบรรยาย เลา่ เรอ่ื ง เก่ียวกบั เรอื่ งราว วา่ วิธีปรุงอาหารคาวหวาน วิธีตดั เย็บเสอื้ ผา้ การทาสวนครวั ฯลฯ
เหตกุ ารณ์ พธิ ีการในเทศกาลหรอื วนั สาคญั ลกั ษณะการคดิ วิเคราะห์

9. บทความใหค้ วามรูท้ ่วั ไป ผเู้ ขยี นจะอธิบายใหค้ วามรูค้ าแนะนาในเรอื่ งท่วั ๆ 1. วเิ คราะหค์ า คือ การวิเคราะหค์ วามหมายของคานนั้ ๆวา่ มีความ
ไปท่ใี ชใ้ นการดาเนนิ ชีวติ ประจาวนั เหมาะสมในการใชค้ าหรอื ไม่

10. บทความเชิงธรรมะ อธิบายขอ้ ธรรมะใหผ้ อู้ า่ นท่วั ๆ ไปเขา้ ใจไดง้ า่ ย หรอื และการวเิ คราะหร์ ะดบั ของคา ภาพหรอื ความสละสลวยในการใชค้ า
ใหค้ ติ ใหแ้ นวทางการดาเนินชีวติ ตามแนวพทุ ธศาสนา 2. วิเคราะหค์ วาม คอื การวิเคราะหเ์ นอื้ หาของบทความ ความหมาย
สถานการณแ์ ละภาพของบทความ เชน่ ใคร ทาอะไร ท่ไี หน เมื่อไหร่ อย่างไร
11. บทความวิชาการเนอื้ หาแสดงขอ้ เท็จจรงิ ขอ้ ความรูท้ างวชิ าการเร่ืองใด
เรอื่ งหนงึ่ ในสาขาวิชาใดวชิ าหนง่ึ โดยเฉพาะ เป็นตน้
ซง่ึ ยกตวั อยา่ งบทความมา2ประเภทคอื 3. วิเคราะหเ์ จตนาของผเู้ ขยี น คือ การวเิ คราะหเ์ จตนาของผเู้ ขียนทต่ี อ้ งการ
สอื่ ใหผ้ อู้ า่ นเกี่ยวกบั เรอ่ื งใด ๆ เชน่ ตอ้ งการสอื่ ใหผ้ อู้ ่านไดน้ าขอ้ คดิ ไปใชใ้ น
-บทความประเภทใหแ้ ง่คิด เป็นบทความทีโ่ นม้ นา้ วใจหรอื กระตนุ้ ใหก้ ระทา
อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ผเู้ ขียนอาจเขยี นอยา่ งตรงไปตรงมา หรอื เขยี นในเชิงอปุ มา ชีวิตประจาวนั ได้ เป็นตน้
4. วเิ คราะหอ์ ารมณ์ คือ การวิเคราะหค์ วามรูส้ กึ วเิ คราะหอ์ ารมณจ์ าก
อปุ มยั ก็ได้ การเขียนเชิงอปุ มาอปุ มยั นนั้ จะพดู ถงึ สงิ่ อื่น ผกู เป็นเรอื่ งราว
ตอ่ เนือ่ งกนั โดยตลอด ขอ้ ความทงั้ เรอ่ื งจะแทนความคดิ ทต่ี อ้ งการใหผ้ อู้ า่ น ขอ้ ความหรอื บทความทผี่ เู้ ขยี นตอ้ งการสอื่ ใหผ้ อู้ า่ น
ทราบ เช่น กลา่ วถงึ สตั วฝ์ งู หนง่ึ แตเ่ ดมิ เคยอยเู่ ป็นสขุ รกั ใคร่สามคั คีกนั ตอ่ มา 5. วิเคราะหเ์ นอื้ หา คือ การวเิ คราะหแ์ ละพิจารณาขอ้ เทจ็ จรงิ กับขอ้ คดิ เห็น
ทะเลาะกนั ววิ าทกนั แยกตวั ไปอยทู่ ่อี น่ื เป็นจานวนมากไมช่ า้ นกั สตั วฝ์ งู นนั้ ก็ถกู หรอื อารมณค์ วามรูส้ กึ ของบทความทผี่ เู้ ขียนสอื่ เพอื่ ใหเ้ กิดความขอ้ คิดหรอื
สตั วฝ์ งู อ่ืนรงั แกลม้ ตายไปหมดสนิ้ เรอ่ื งทงั้ หมดนเี้ ป็นการแทนความคิดของ
ผเู้ ขียนท่จี ะชีใ้ หเ้ ห็นโทษของการแตกสามคั คี เรอื่ งที่นามาเขยี นอาจเป็นการให้ อารมณร์ ว่ มตาม
แงค่ ิดท่วั ๆ ไป เช่น เรอ่ื งการประหยดั ความรกั ชาติ ความเป็นพลเมืองดี ฯลฯ

6 บทท3ี่ บทท4่ี 7

วธิ ีการดาเนินงาน วเิ คราะหบ์ ทความ

ในการจดั ทาโครงงานภาษาไทยเพื่อนาเสนออาจารยผ์ สู้ อน เรอ่ื ง การ บทความประเภทใหแ้ ง่คิด
วิเคราะหบ์ ทความผจู้ ดั ทาโครงงานมวี ิธีการดาเนนิ งานดงั นี้
3.1 วสั ดุ อปุ กรณ์ หรอื โปรแกรมที่ใชใ้ นการดาเนนิ งาน ความลม้ เหลว ไมไ่ ดห้ มายความวา่ คณุ คือคนทล่ี ม้ เหลว แตม่ นั หมายถงึ คณุ
3.1.2 เวบ็ ไซตท์ ใ่ี หบ้ รกิ ารเกี่ยวกบั การวเิ คราะหบ์ ทความคือ ไมป่ ระสบความสาเรจ็ ตา่ งหาก ความลม้ เหลวไมไ่ ดห้ มายความวา่ คณุ จะไม่

3.1.3 เว็บไซตท์ ใี่ ชใ้ นการตดิ ตอ่ สอื่ สาร WWW.Facebook.com ประสบผลสาเรจ็ ในสง่ิ ใดเลย
แตม่ นั หมายถงึ คณุ ไดเ้ รยี นรูบ้ างสงิ่ บางอยา่ งเพิ่มขนึ้ ความลม้ เหลว ไมไ่ ด้
WWW.hotmail.com WWW.google.com หมายความวา่ คณุ คือคนโง่ แตม่ นั หมายถงึ คณุ มีความซ่ือสตั ยม์ ากเกินไป
3.1.4 โปรแกรมการทางาน Microsoft word ตา่ งหาก ความลม้ เหลว ไมไ่ ดห้ มายความวา่ คณุ ขาดความสงา่ งาม แตม่ ัน
3.2 ขนั้ ตอนการดาเนินงาน หมายถงึ คณุ กาลงั ยินดีในความพยายามตา่ งหาก ความลม้ เหลว ไมไ่ ด้
หมายความวา่ คณุ ไมไ่ ดม้ ีมนั แตม่ นั หมายถงึ คณุ ไมส่ มบรู ณแ์ บบเทา่ นนั้ เอง
3.2.1 คดั หวั ขอ้ โครงงานเพือ่ นาเสนออาจารยผ์ สู้ อนโครงงาน ความลม้ เหลว ไมไ่ ดห้ มายความวา่ คณุ ไดส้ ญู เสยี ชีวติ ไปแลว้ แต่มนั หมายถึง
3.2.2 ศกึ ษาและคน้ ควา้ ขอ้ มลู ที่เกี่ยวขอ้ งกบั เรอื่ งที่สนใจ คือเรอื่ ง กาวเิ คราะห์ คณุ มีเหตผุ ลท่ีจะเรม่ิ ใหมอ่ กี ไหม ความลม้ เหลว ไมไ่ ดห้ มายความวา่ คณุ จะ
ลม้ เลกิ แตม่ นั หมายถงึ คณุ ตอ้ งพยายามใหห้ นกั กวา่ เกา่ ความลม้ เหลว
บทความ วา่ มมี ากหรอื นอ้ ยเพยี งใดจากเว็บไซตต์ า่ ง ๆ และเก็บขอ้ มูลเพอื่ ไมไ่ ดห้ มายความวา่ คณุ จะไมท่ ามนั อีก แตม่ นั หมายถึง คณุ ตอ้ งใชเ้ วลา
จดั ทาเนอื้ หาตอ่ ไป มากกวา่ เกา่ อกี เลก็ นอ้ ย ความลม้ เหลว ไมไ่ ดห้ มายความวา่ พระเจา้ ไมแ่ ยแส
คณุ แตม่ นั หมายถึง พระเจา้ พระเจา้ มีหนทางท่ดี ีกวา่ สาหรบั คุณตา่ งหาก
3.2.3 ศกึ ษาการทาโครงงานเรอื่ งการวิเคราะหบ์ ทความจากเอกสารหรอื ใจความสาคญั ความลม้ เหลว ไมไ่ ดห้ มายความวา่ จะลม้ เหลวเสมอไปในทกุ ๆ
ขอ้ มลู ทอี่ าจารยผ์ สู้ อนประจาวิชากาหนดและจากเว็บไซตต์ า่ ง ๆ ทม่ี ีขอ้ มลู
เรอื่ ง แตจ่ งนาความผดิ พลาดไปแกไ้ ขใหด้ ีขนึ้ กวา่ เดมิ
เรอ่ื ง การวิเคราะหบ์ ทความ
3.2.4 จดั ทาโครงรา่ งของโครงงานภาษาไทยเพือ่ นาเสนออาจารยผ์ สู้ อนผา่ น

Microsoft word ของกลมุ่ ตวั เองโดยนาไฟลไ์ ปปิดนาเสนอ

8 9

บทความใหค้ วามรู้ ๔. กรณีท่ีใชส้ ายตานาน ๆ เชน่ อา่ นหนงั สือ ก็ควรหาชว่ งพกั ผอ่ น
สายตา ดว้ ยการทอดสายตาออกไปไกล ๆ หรือมองตน้ ไมส้ ีเขียวบา้ ง
ดแู ลดวงตาอยา่ งถกู วธิ ี ช่วยชะลอความเสอ่ื มกอ่ นวยั
หลายคนคงเคยไดย้ นิ คาพดู เปรยี บเปรยประโยคนบี้ อ่ ย ๆ ทีว่ า่ "ดวงตา ๕. การนอนอยา่ งเพียงพอในหอ้ งท่ีมีอากาศถ่ายเทไดด้ ี เป็น
เปรยี บเสมือนหนา้ ตา่ งของหวั ใจ” เพราะดวงตาไมเ่ พียงมหี นา้ ที่สาคญั ในการ การพกั ผอ่ นสายตา
มองหรอื รบั รูส้ ง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตวั เทา่ นนั้ แตด่ วงตายงั สามารถบง่ บอกไดถ้ งึ
๖. การแตง่ หนา้ อาจทาใหเ้ กิดถงุ ใตต้ าและรอยเห่ียวย่นได้
สขุ ภาพกาย และสขุ ภาพใจอกี ดว้ ย งา่ ย เน่ืองจากเนือ้ ครมี เขม้ ขน้ อาจใชแ้ รงกดในการทา ซ่งึ ทาใหเ้ กิดรวิ้
ดงั นนั้ สขุ ภาพตาจงึ ถือเป็นเรอื่ งสาคญั ในการดาเนินชีวิต ซงึ่ ทกุ คน รอยได้ ดงั นนั้ จงึ ควรหาผลิตภณั ฑท์ ่ีมีคณุ สมบตั บิ ารุงผวิ หนา้ และผิว
ตระหนกั ดอี ยแู่ ลว้ วา่ ดวงตามีประโยชนม์ ากเพียงใด แตค่ นสว่ นใหญ่มกั ทา
รา้ ยดวงตาดว้ ยความรูเ้ ทา่ ไมถ่ ึงการณ์ หรอื ทารา้ ยดวงตาแบบไมไ่ ดต้ งั้ ใจ เช่น รอบดวงตาโดยเฉพาะ โดยเลือกเนือ้ ครีมท่ีบางเบา ไมม่ ีสารท่ี
ตอ้ งน่งั จดจ่ออยกู่ บั การทางานหนา้ จอคอมพิวเตอรท์ งั้ วนั ทัง้ คนื หรอื ใสค่ อน กอ่ ใหเ้ กิดอาการระคายเคือง
แทคเลนสส์ สี นั ตา่ ง ๆ ตามแฟช่นั ซง่ึ อาจจะสง่ ผลรา้ ยตอ่ ดวงตาได้
ดวงตามคี วามออ่ นโยนและบอบบาง จงึ จาเป็นตอ้ งใหค้ วามสาคัญใน ๗. ถา้ ดวงตาเกิดอาการบวมแดงหรือดอู ิดโรยไมส่ ดใส ใหใ้ ช้
การดแู ลรกั ษาเป็นพเิ ศษ ถา้ อยากใหด้ วงตาดสู ดใสและมีเสนห่ ์ ลองนา ๘วธิ ี สาลีชบุ นา้ เย็นหรือผา้ หอ่ นา้ แข็ง มาวางไวบ้ นเปลือกตาทงั้ สองขา้ ง

ถนอมดวงตาแบบง่าย ๆ มาปฏิบตั ิกนั ดงั นี้ เพ่ือชว่ ยใหอ้ าการดขี นึ้
๑. ควรใชส้ ายตาในท่ีทมี่ แี สงสวา่ งเพียงพอ และหลกี เลยี งการเพง่ มอง ๘. บรหิ ารดวงตา โดยการกรอกลกู ตาไปมาเป็นวงกลม เรม่ิ
จากตามเขม็ นาฬิกาครบหนง่ึ รอบ แลว้ กรอกทวนเข็มนาฬกิ า ทา
เป็นเวลานาน ๆ ซง่ึ จะทาใหเ้ กิดอาการปวดตาได้ อยา่ งนีซ้ า้ ๆ กนั วนั ละ ๒ - ๓ ครงั้ หรือนอนหงายหรือน่งั หลบั ตาสกั
๒. ควรสวมแวน่ ตากนั แดดทกุ ครงั้ ทอี่ ยใู่ นทีม่ แี สงจา้ พกั แลว้ ใชแ้ ตงกวาฝานเป็นชิน้ บาง ๆ นามาแปะไวบ้ นเปลือกตาทงั้
๓. ควรหลกี เลยี่ งการใชม้ อื สกปรกขยีต้ า หรอื ใชข้ องรว่ มกบั ผูอ้ ืน่ เชน่ สองขา้ ง เม่ือลืมตาขนึ้ มาจะทาใหด้ วงตาดมู ีชีวติ ชีวาขนึ้
ผา้ เช็ดหนา้ เพราะอาจจะมีเครอื่ งสาอางทีต่ กคา้ งอยบู่ นผา้ เช็ดหนา้ ทาใหเ้ กิด

การตดิ เชือ้ และอกั เสบได้
พกั ผอ่ นสายตา

10 บทท5่ี 11

นอกจากนี้ "อาหาร” ยงั เป็นปัจจยั พนื้ ฐานสาหรบั การดแู ลสขุ ภาพรา่ งกาย สรุปผลการคน้ ควา้
และยงั มสี ว่ นในการถนอมดวงตาใหม้ สี ขุ ภาพที่ดี โดยเฉพาะอาหารประเภท
ผกั และผลไมท้ ่อี ดุ มไปดว้ ยวิตามินและเกลอื แรต่ า่ ง ๆ ที่สาคญั อาหารทมี่ ีสาร การดาเนินงานโครงงานบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ ท่ีไดก้ าหนดไวค้ ือเพื่อ เป็นสอื่ ให้
แอนติออกซิแดนท์ เช่น วิตามินเอ ซง่ึ จะช่วยใหด้ วงตามสี ขุ ภาพท่ีแข็งแรง ช่วย ความรูแ้ กผ่ ทู้ ่ีสนใจเกี่ยวกบั บทความสาคญั สอ่ื เพ่ือการศึกษาการอา่ น
เสรมิ ประสทิ ธิภาพในการมองเหน็ วิตามนิ ซแี ละวิตามินอีมฤี ทธิ์ในการตา้ น บทความ เป็นสอ่ื เสนอผา่ นการคดิ วเิ คราะห์ ที่มที งั้ อา่ นและรูห้ ลกั การอา่ น
อนมุ ลู อสิ ระสงู จึงชว่ ยเสรมิ ประสทิ ธิภาพในการปอ้ งกนั ภาวะเส่ือมของดวงตา
และชว่ ยชะลอความแก่ และยงั มีสารอาหารอื่น ๆ อกี มากมาย ซงึ่ สารเหลา่ นี้ เพอ่ื ใหม้ คี วามสนใจช่วยพฒั นาใหค้ วามรูข้ องผอู้ า่ น ผศู้ กึ ษา มีความเขา้ ใจ
เหน็ ความสาคญั ของการเรยี นภาษาไทยที่จะเขา้ มามบี ทบาทในชีวติ ประจาวนั
ลว้ นมีประโยชนต์ อ่ สขุ ภาพทงั้ สนิ้ สอื่ การอา่ น เพอื่ การศกึ ษาภาษาไทย จึงเป็นสอื่ ท่ีมีประโยชนเ์ ป็นการนา หลกั
ใจความสาคญั อยา่ งไรก็ดี หากใหเ้ วลาใสใ่ จและถนอมดวงตาอยา่ งถกู
วธิ ี ก็จะสามารถชะลอความเสอื่ ม และทาใหด้ วงตายงั คงเปลง่ ประกายสวย ภาษาไทยพฒั นาอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและเกิดประโยชน์
-การลม้ เหลว จาก การทาผิดพลาด เป็นเรอ่ื งปกตทิ ีจ่ ะเกิดขนึ้ กบั เราหรอื ใครๆ
สดใสและมสี ขุ ภาพท่ีดไี ปไดอ้ ีกนาน ก็ได้ รวมถึงคนทีป่ ระสบผลสาเรจ็ คนเหลา่ นนั้ ตา่ งก็เคยลม้ เหลวมากอ่ น ตอน
เด็กๆ เราเช่ือวา่ ทกุ คนเคยไดย้ ินเรอ่ื งราวของ ทอมสั เอดสิ นั เซอรไ์ อแซก นวิ
เรยี บเรยี งโดย ชชั พร ศฤงคารจินดา ตนั โตขนึ้ มาหนอ่ ยก็เป็นเรอื่ งของบิล เกตส์ เจเค โรวล์ งิ หรอื ไมเคลิ จอรแ์ ดน
สว่ นการประชาสมั พนั ธ์ สานกั พฒั นาการประชาสมั พนั ธ์ กรมประชาสมั พนั ธ์ คนเหลา่ นเี้ คา้ เคยลม้ เหลว แตส่ ดุ ทา้ ยก็ประสบผลสาเรจ็ สงิ่ สาคญั คอื เราตอ้ ง
เรยี นรูท้ ี่จะรบั มอื กบั ความผดิ พลาด ทายงั ไงใหเ้ พ่มิ ความสามารถในการรบั มอื

กบั ความลม้ เหลว เราคอ่ ยๆ ฝึก คอ่ ยๆ เพมิ่ ระดบั
-ดวงตาเป็นอวยั วะที่มคี วามสาคญั มากของมนษุ ย์ ในการเป็นประตูเปิดทาง
ติดตอ่ สอื่ สารกบั ผคู้ นและสง่ิ แวดลอ้ ม ทาใหเ้ ราไดเ้ พลดิ เพลินกบั ความบนั เทิง

ตา่ ง
การทอ่ งเทย่ี ว รวมถึงการศกึ ษาหาความรูต้ า่ งๆ ดงั นนั้ บทความต่อไปนี้ จึง
เป็นการรวบรวมความรูท้ ่จี ะเป็นประโยชนใ์ นการรกั ษาสขุ ภาพดวงตาของเรา

ในกรณีตา่ งๆ

โครงงาน
เร่อื ง การวเิ คราะหบ์ ทความ

จดั ทาโดย
นาย สวุ ิชฌา ดวงทพิ ย์ และคณะ
ชน้ั ประกาศนียบตั รวิชาชีพปีท่ี2 สาขาแมคคาทรอ

นิกส์

เสนอ
อาจารย์ วรรณนะรตั น์ ไชยวงศ์

โครงงานนีเ้ ป็นสว่ นหน่ึงของรายวิชา
วิชา ภาษาไทย

มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนาเชียงราย
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2563


Click to View FlipBook Version