สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 1 เครื่องยนต์ 4 จังหวะ เครื่องยนต์ 4 จังหวะ หมายถึง หลักการทำงานของเครื่องยนต์โดยเพลาข้อเหวี่ยงจะหมุนครบ 2 รอบ หรือหมุนเป็นมุมรวม 720 องศา และได้กำลังงาน 1 ครั้งซึ่งลูกสูบจะเลื่อนขึ้น 2 ครั้ง และเลื่อนลง 2 ครั้ง ถือเป็น การทำงานครบ 1 กลวัตร จะประกอบด้วยจังหวะการทำงาน ดังนี้ 1 .จังหวะดูด ( Intake stroke ) 2 .จังหวะอัด ( Compression stroke ) 3 .จังหวะระเบิดหรือจังหวะกำลัง ( Power stroke ) 4 .จังหวะคาย ( Exhaust stroke ) จังหวะดูด ลูกสูบเลื่อนจากศูนย์ตายบนลงสู่ศูนย์ตายล่างวาล์วไอดี"เปิด"เกิดสุญญากาศภายในกระบอกสูบ ดูดไอดี เข้ากระบอกสูบ ผ่านวาล์วไอดี วาล์วไอเสีย"ปิดสนิท" รูปที่ 1 จังหวะการดูดไอดี จังหวะอัด ลูกสูบเลื่อนขึ้นจากศูนย์ตายล่าง ขึ้นสู่ศูนย์ตายบนอัดไอดีให้ร้อน 700-900 องศาเซียวเซส วาล์วไอดี และ วาล์วไอเสีย"ปิดสนิท" รูปที่ 2 จังหวะการอัดไอดี
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 2 จังหวะระเบิด ลูกสูบเลื่อนขึ้นใกล้ศูนย์ตายบนเล็กน้อย หัวเทียนจุดประกายไฟเผาไหม้ไอดีเกิดการระเบิดขึ้นใน ห้องเผาไหม้ แรงระเบิดทำให้ลูกสูบเลื่อนลง จากศูนย์ตายบน ลงสู่ศูนย์ตายล่าง ทำให้เพลาข้อเหวี่ยงเกิดการหมุน เครื่องยนต์ได้งานในช่วงชักนี้ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ช่วงชักงาน" เป็นการเปลี่ยน"พลังงานความร้อนเป็นพลังงานกล " รูปที่ 3 จังหวะระเบิด จังหวะคาย ลูกสูบเคลื่อนที่จากศูนย์ตายล่างขึ้นสู่ศูนย์ตายบน วาล์วไอดี"ปิด" วาล์วไอเสีย"เปิด" แก๊สไอเสียออก จากกระบอกสูบผ่านวาล์วไอเสีย , ท่อไอเสีย และ ออกสู่ชั้นบรรยากาศภายนอกเครื่องยนต์ รูปที่ 4 จังหวะคาย
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 3 จังหวะ Overlap คือ ช่วงที่ลิ้นไอดีไอเสียเปิดพร้อมกันใกล้ TDC ซึ่งการเปิดซ้อนกันอยู่ เป็นช่วงปลายจังหวะคาย และเริ่มจังหวะดูด ช่วงนี้ไอดีจะเข้าไปไล่ไอเสียที่ตกค้างภายในห้องเผ้าไหม้ จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการ คายไอเสีย และขณะเดียวกันแรงเฉื่อยของไอดี ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดไอดีด้วย ศูนย์ตายบน ( Top Dead Center , TDC ) หมายถึง จุดที่ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นไปสูงสุดในกระบอกสูบ ศูนย์ตายล่าง ( Bottom Dead Center , BDC ) หมายถึง จุดที่ลูกสูบเคลื่อนที่ลงไปต่ำสุดในกระบอกสูบ รูปที่ 5 ตำแหน่ง TDC , BDC สรุปเครื่องยนต์ 4 จังหวะ คือ เพลาข้อเหวี่ยงหมุน 2 รอบ หรือหมุนเป็นมุมรวม 720 องศา และได้กำลังงาน 1 ครั้ง ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้น 2 ครั้ง ลง 2 ครั้ง การเผาไหม้ 1 ครั้ง วาล์วไอดีเปิดในจังหวะดูด วาล์วไอเสียเปิดจังหวะ คาย หัวเทียนทำงานจังหวะระเบิด เรียกว่าเครื่องยนต์4 จังหวะ รูปที่ 6 วัฏจักรของเครื่องยนต์ ดูด ระเบิด อัด คาย
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 4 ระยะชัก ( Stoke ) หมายถึง การเคลื่อนที่ของลูกสูบในทิศทางเดียว เช่น เคลื่อนที่ขึ้นจาก BDC ไป TDC หรือ เคลื่อนที่ลงจาก TDC ไป BDC โดยระยะทางของการเคลื่อนที่วัดเป็นมิลลิเมตร ตำแหน่งการเปิดปิดของวาล์ว ( Vale timing ) คือ ตำแหน่งการเปิดปิดวาล์วไอดีและไอเสีย ซึ่งสัมพันธ์กับ ตำแหน่งของลูกสูบ เรียกว่า “ตำแหน่งการเปิดปิดของวาล์ว” สำหรับตำแหน่งของลูกสูบจะเรียกเป็นจำนวนองศา ก่อนหรือหลัง TDC และ BDC โดยเทียบกับมุมเพลาข้อเหวี่ยงทั้งหมดเป็นไดอะแกรม ที่แสดงความสัมพันธ์ของการ เปิดปิดของวาล์วกับตำแหน่งลูกสูบ โดยเทียบกับ TDC และ BDC เรียกว่า “Valve Timing Diagram” รูปที่ 7 ตำแหน่งการเปิด-ปิดของวาล์ว ที่มา : ไทยยามาฮ่ามอเตอร์
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 5 กลไกบังคับวาล์ว เครื่องยนต์ 4 จังหวะ กลไกบังคับวาล์วทำหน้าที่ให้วาล์วเลื่อนขึ้นลงหรือปิดและเปิดการทำงานมีหลายแบบแต่ที่มีใช้ใน เครื่องยนต์ทั่วไปมี 4 แบบ โดยมีโครงสร้างและการทำงานดังนี้ 1. แบบวาล์วด้านข้าง ( Side valve type , SV ) ตำแหน่งเพลาลูกเบี้ยวติดตั้งอยู่ด้านข้างและรับแรงขับจากเพลาข้อเหวี่ยง เพื่อทำหน้าที่เตะลูก เบี้ยวกระทุ้งวาล์วให้เลื่อนขึ้น วาล์วติดตั้งด้านข้างของลูกสูบ จึงทำให้ปริมาตรห้องเผาไหม้มากกว่าแบบอื่นๆ เหมาะสำหรับเครื่องยนต์รอบต่ำ เพื่อใช้เป็นต้นกำลังงานในการขับเคลื่อนเครื่องจักรต่างๆ เช่น เครื่องยนต์เล็ก เบนซินที่ใช้ในงานเกษตร เป็นต้น รูปที่ 8 แบบวาล์วด้านข้าง ที่มา : ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ 2. แบบวาล์วบนฝาสูบ ( Over Head Valve Type , O.H.V. ) ตำแหน่งการติดตั้งของวาล์วจะติดตั้งอยู่เหนือลูกสูบ และทำงานเปิดปิดโดยมีกระเดื่อง ทำให้ ปริมาณห้องเผาไหม้เล็กกว่าแบบวาล์วด้านข้าง ชิ้นส่วนส่งกำลังเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการทำงานของวาล์วในความเร็ว รอบสูงๆ จึงมีประสิทธิภาพต่ำ เหมาะสำหรับเครื่องยนต์แบบสูบตัว V และเครื่องยนต์สูบนอนตรงกันข้าม รูปที่ 9 แบบวาล์วบนฝาสูบ ที่มา : ไทยยามาฮ่ามอเตอร์
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 6 3. แบบเพลาราวลิ้นบนฝาสูบ ( Single Over Head Camshaft type , S.O.H.C. ) ตำแหน่งเพลาลูกเบี้ยวติดตั้งอยู่บนฝาสูบ รับแรงขับผ่านโซ่ขับ และทำงานเปิดปิดด้วยกระเดื่อง โดยตรง จึงไม่จำเป็นต้องมีก้านกะทุ้ง มีชิ้นส่วนกลไกน้อยกว่า ดังนั้นประสิทธิภาพการทำงานในรอบสูงๆ จะดีกว่า และเป็นแบบที่ใช้กับรถจักรยานยนต์ที่มีใช้ในปัจจุบันมากที่สุด รูปที่ 10 แบบเพลาลูกเบี้ยวบนฝาสูบ ที่มา : ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ 4.แบบเพลาลูกเบี้ยวคู่บนฝาสูบ ( Double Over Head Camshaft type , D.O.H.C.) ตำแหน่งเพลาลูกเบี้ยวแยกวาล์วไอดีและไอเสียทำงานโดยตรงหรือเพลาลูกเบี้ยวกดกระเดื่อง วาล์วคู่(เครื่องยนต์ 4 วาล์ว) ชิ้นส่วนเคลื่อนที่น้อยลง มีเพียงวาล์วเท่านั้นที่เคลื่อนที่ เมื่อเปรียบเทียบกับแบบ S.O.H.C. การตอบสองของวาล์ว จะมีความเร็วและเที่ยงตรงมากกว่า รูปที่ 11 แบบเพลาลูกเบี้ยวคู่บนฝาสูบ ที่มา : ไทยยามาฮ่ามอเตอร์
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 7 ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ 4 จังหวะที่สำคัญ ชื่อชิ้นส่วน หน้าที่ 1.ฝาสูบ (Cylinder Head) เป็นส่วนประกอบของห้องเผาไหม้(Combustion Chamber) ที่ติดตั้งหัวเทียน และอุปกรณ์ลิ้นและ กลไกลิ้น 2. เสื้อสูบ ( CYLINDER BLOCK ) เป็นที่ติดตั้งชิ้นส่วนต่างๆ ชิ้นส่วนที่ติดกับเสื้อสูบได้แก่ กระบอกสูบ ซึ่งมีลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นและลงอยู่ภายใน รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของห้องเผาไหม้ 3. ลูกสูบ ( PISTON ) รับแรงกดดันจากการเผาไหม้และส่งกำลังนี้ไปสู่เพลา ข้อเหวี่ยงโดยผ่านก้านสูบ 4. แหวนลูกสูบ ( PISTON RING ) แหวนลูกสูบนั้นเป็นตัวป้องกันไม่ให้กำลังอัดรั่วและ กวาดน้ำมันเครื่องออกจากผนังกระบอกสูบ
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 8 ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ 4 จังหวะที่สำคัญ ชื่อชิ้นส่วน หน้าที่ 5. ก้านสูบ ( CONNECTING ROD ) ต่อลูกสูบกับเพลาข้อเหวี่ยง โดยที่ปลายด้านเล็กนั้น จะยึดติดกับสลักลูกสูบ และปลายด้านใหญ่จะยึดติด กับเพลาข้อเหวี่ยง และจะถ่ายทอดกำลังไปสู่เพลาข้อ เหวี่ยง 6. เพลาข้อเหวี่ยง ( CRANKSHAFT ) รับพลังงานมาจากห้องเผาไหม้ ซึ่งเปลี่ยนจากการขึ้นลง ของลูกสูบมาเป็นการหมุนแทน 7. สลักลูกสูบ(Small-End) เชื่อมโยงลูกสูบให้ติดกับก้านสูบ 8. ลิ้นไอดีและลิ้นไอเสีย เป็นอุปกรณ์ปิดเปิด การเข้าของไอดีและการออกของ ไอเสีย 9. เพลาลูกเบี้ยว เป็นชิ้นส่วนที่รับกำลังงานต่อจากโซ่กำหนดเวลา เพื่อ ทำการปิดเปิดลิ้นตามจังหวะการทำงานของ เครื่องยนต์
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 9 ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ 4 จังหวะที่สำคัญ ชื่อชิ้นส่วน หน้าที่ 10. กระเดื่องกดลิ้น รับกำลังงานจากยอดลูกเบี้ยวของเพลาลูกเบี้ยวเพื่อ ปิดเปิดลิ้น 11.โซ่ราวลิ้น รับกำลังงานจากเพลาข้อเหวี่ยงส่งถ่ายไปยังเฟือง เพลาลูกเบี้ยว เพื่อกำหนดการปิดเปิดลิ้นที่ถูกต้อง ตามกำหนดเวลา 12. เฟืองเพลาลูกเบี้ยวหรือเฟืองกำหนดเวลา รับกำลังงานจากโซ่ราวลิ้นส่งถ่ายไปยังเพลาลูกเบี้ยว เพื่อกำหนดการปิดเปิดลิ้นที่ถูกต้องตามกำหนดเวลา
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 10 การถอดช่วงบนเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 1.ถอดท่อน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าคาร์บูเรเตอร์ 2. เปิดฝาครอบโบทล้อแม่เหล็ก เพื่อทำการหมุนเครื่อง 3. เปิดฝาครอบเครื่องหมายมาร์ค T ตรวจสอบมาร์ค T ที่ ล้อแม่เหล็ก 4. เปิดฝาครอบเฟืองโซ่ราวลิ้น เพื่อดูมาร์ค O ก่อนถอดฝา สูบ 5. หมุนเครื่องยนต์ให้อยู่ในจังหวะอัด มาร์ค T ตรงมาร์ค เครื่อง มาร์ค O ตรงกับมาร์คฝาสูบ
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 11 6. ถอดโบทเฟืองโซ่ราวลิ้น 7. ถอดตัวดันโซ่อัตโนมัติ 8. ถอดเฟืองโซ่ราวลิ้น 9. ถอดท่อไอเสีย 10. ถอดฝาสูบ แบบตรงกันข้าม
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 12 11. ถอดปะเก็นฝาสูบ 12. ถอดแยกชิ้นส่วนภายในฝาสูบ เปิดฝาครอบแกน กระเดื่องและถอดแกนกระเดื่อง 13. ถอดกระเดื่องกดวาล์ว กลไกลดกำลังอัดและลูกเบี้ยว 14. ถอดชุดวาล์ว 15. ถอดโบทเสื้อสูบ โบทลูกกลิ้งโซ่ ลูกกลิ้งโซ่ และเสื้อสูบ
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 13 16. ถอดคลิ๊บล็อกสลักลูกสูบ สลักลูกสูบและลูกสูบ 17.ถอดแหวนลูกสูบ 18.การประกอบย้อนขั้นตอนการถอด การตรวจวัดชิ้นส่วน 1. การตรวจสอบฝาสูบและเสื้อสูบ วัดความโก่งโดยใช้ไม้บรรทัดเหล็ก(บรรทัดขอบตรง) และฟิลเลอร์เกจของผิวหน้าฝาสูบที่สัมผัสกับเสื้อสูบ วัดความโตกระบอกสูบ โดยใช้ไดอัจเกจ
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 14 2.การตรวจสอบลูกสูบและแหวนลูกสูบ 2.1 การตรวจวัดลูกสูบ วัดความโตของเส้นผ่าศูนย์กลาง โดยวัดให้ห่างจาก กระโปรงลูกสูบ 2.2 การตรวจวัดระยะห่างร่องแหวนลูกสูบ ใช้ฟิลเลอร์เกจวัดระยะห่างระหว่างแหวนลูกสูบตัวใหม่ กับร่องแหวนลูกสูบ 2.3 การตรวจวัดระยะห่างปากแหวนลูกสูบ ใส่แหวนลูกสูบที่จะวัดลงในกระบอกสูบ ใช้ลูกสูบดันให้ แหวนลูกสูบเลื่อนลงไปในกระบอกสูบวัดจากชายกระบอก สูบ 10 มม.
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 15 3. การตรวจสอบวาล์วและกลไกวาล์ว ระยะคลอนก้านวาล์ว ความกว้างขอบวาล์ว ความกว้าง หน้าสัมผัสบ่าวาล์ว และ ความโตก้านวาล์ว ความกว้างบ่าวาล์วและความโตรูกระเดื่องกดวาล์ว -ตรวจความสูงยอดลูกเบี้ยว -ตรวจความสูงอิสระสปริงวาล์วและความตรงของสปริงวาล์ว
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 16 การปรับตั้งวาล์วแบบสกรูปรับตั้งเครื่องยนต์4 จังหวะ 1. หมุนเครื่องยนต์อยู่ในจังหวะอัด 2. คลายโบทล๊อคสกรูปรับตั้งวาล์ว 3. วัดค่าช่องว่างระยะห่างวาล์วด้วยฟิลเลอร์เกจ 4. ปรับตั้งค่าตามค่ากำหนดของรถรุ่น ที่ปฏิบัติ 5. ล๊อคสกรูปรับตั้งวาล์ว ประกอบ
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 17 การปรับตั้งวาล์วแบบแผ่นรอง เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 1. ถอดประกอบในขณะที่เครื่องยนต์เย็น(อณหภูมิ ต่ำ กว่า 35 องศาเชลเซียส 2. ถอดโบลยึดฝาครอบ ฝาสูบ เบอร์ 10 (ยกฝาครอบฝาสูบออก โดยระวังปะเก็นฝาครอบฝา สูบ เสียหาย) 3. ถอดฝาบิด 30 มม.ออก ด้วยไขควงแบนตัวใหญ่ (ระวังโอริงเสียหาย) 4. ถอดฝาปิดช่องดูจังหวะจุดระเบิดออก ด้วยไขควง แบนเล็ก (ระวังโอริงเสีอหาย) 5. หมุนเครื่องยนต์(เพลาข้อเหวี่ยง)ทวนเข็มนาฬิกา ด้วยบล็อก เบอร์ 17 และจัดให้เครื่องหมายมาร์ค “T” บนล้อแม่เหล็กตรงกับรอยบากตัว V บนฝาครอบเครื่อง ด้านซ้าย
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 18 6. เครื่องหมายมาร์ค “T” บนล้อแม่เหล็กตรงกับรอย บากตัว V บนฝาครอบเครื่องด้านซ้าย 7. สังเกต ขีดเครื่องหมายบนเฟืองโซ่ราวลิ้นต้องอยู่ใน แนวเดียวกันกับขอบของฝาสูบ (มาร์คจุดบนเฟืองเพลาลูก เลี้ยว อยู่ด้านบน) 8. สังเกต ยอดเพลาลูกเบี้ยว ไอดีและไอเสียจะไม่กด (ตั้งขึ้นคล้ายตัวV) 9. ต้องแน่ใจว่าลูกสูบอยู่ในต่ำแห่นง TDC (ศูนย์ตาย บน)ในจังหวะอัด ไอดี : 0.16 + - 0.03 มม. ไอเสีย : 0.27 + - 0.03 มม.
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 19 10. ตรวจสอบระยะห่างวาล์ว(สอดฟิลเลอร์เกจเข้า ระหว่างกระเดื่องกดวาล์วและแผ่นรอง) ทำการจดบันทึก ค่าลงในตาราง ไอดี : 0.16 + - 0.03 มม. ไอเสีย : 0.27 + - 0.03 มม. ขั้นตอนการถอด ชิ้นส่วนปรับตั้งวาล์วแบบแผ่นรอง 1. ตรวจสอบลูกสูบอยู่ในต่ำแหน่ง TDC (ศูนย์ตายบน) ในจังหวะอัด 2. คลายโบลเบอร์ 10 ที่เรือนตัวปรับตั้งความตึง 3. ประกอบเครื่องมือพิเศษ(สามารถใช้ไขควงจูนปาก แบบแทนได้)กับเรือนตัวปรับตั้งความตึงและหมุนเครื่องมือ ตามเข็มนาฬิกาจนกระทั่งสุดรอบการหมุน 4. กดเครื่องมือพิเศษ(ตัวล็อกแกนปรับตั้งความตึงโซ่ ราวลิ้น)ตรงกับร่องของตัวปรับตั้งความตึง
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 20 5. ถอดโบล เบอร์ 8 ตัวปรับตั้งความตึงโซ่ราวลิ้น (ระวังปะเก็นเหล็กหาย) 6. ถอดโบทเบอร์ 10 แผ่นบังคับเพลาลูกเบี้ยว 7. ถอดโบลเบอร์ 10 ยึดประกับเพลาลูกเบี้ยวไอดีและ ไอเสีย (สังเกตเครื่องหมายที่ปะกับเพลาลูกเบี้ยว)
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 21 8. ถอดเพลาลูกเบี้ยว ไอดีออกจากโซ่ราวลิ้น 9. ถอดเพลาลูกเบี้ยว ไอเสียออกจากโซ่ราวลิ้น 10. จัดเก็บโซ่ราวลิ้นให้เรียบร้อย(ระวังตกเข้า เครื่องยนต์) 11. กรณีเปลี่ยนแผ่นรอง ไม่ต้องถอด สลักกระเดื่องกด วาล์ว ไอดี และไอเสีย หมายเหตุ - ระวังแผ่นรองตกลงไปในตัวเรือนเครื่องยนต์ - ทำเครื่องหมายที่แผ่นรองทั้งหมด(จัดเก็บ) - แผ่นรองสามารถถอดออกได้โดยง่ายด้วยการใช้ แม่เหล็ก - ทำความสะอาดหน้าสัมผัสของแผ่นรองวาล์วด้วย การใช้ลมเป่า 12. การประกอบย้อนขั้นตอน
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 22 คำนวณหาค่าความหนาของแผ่นรองอันใหม่โดยใช้ สมการด้านล่างนี้ A = (B - C) + D A : ความหนาของแผ่นรองอันใหม่ B : ระยะห่างวาล์วที่วัดค่าได้ C : ระยะห่างวาล์วมาตรฐาน D : ความหนาของแผ่นรองอันเดิม หมายเหตุ - มีแผ่นรองทั้งหมด 57 แผ่น(ตามคู่มือซ่อม)โดยเริ่ม จากแผ่นที่บางสุด ความหนา 1.500 มม. จนถึงแผ่นที่ หนาสุด ความหนา 2.900 มม.โดยแต่ละแผ่นมีความหนา แตกต่างกัน 0.025 มม. - ตรวจสอบความหนาด้วยไมโครมิเตอร์หลายๆครั้ง ตัวอย่างการคำนวณ การปรับตั้งวาล์ว ไอดีแบบแผ่นรอง 1. ตรวจสอบระยะห่างวาล์วไอดีและจดบันทึก วัดค่าได้ 0.25 มม. (B) มาตรฐาน ไอดี: 0.16 + - 0.03 มม. (C) ความหนาแผ่นรองอันเดิม(ถอดจากตีนวาล์ว) 2.400 มม. (D) สูตร A = (B - C) + D A (ความหนาของแผ่นรองอันใหม่) = ( 0.25 – 0.16 ) + 2.400 A (ความหนาของแผ่นรองอันใหม่) = 2.49 มม. (รายการอะไหล่ แผ่นรองมีขนาด 2.500 มม.) ค่ามาตรฐานระยะห่างวาล์ว (มาตรฐาน ไอดี : 0.16 + - 0.03 มม.) (มาตรฐาน ไอเสีย : 0.27 + - 0.03 มม.)
สาขาวิชา: ช่างยนต์ ชื่อวิชา : งานจักรยานยนต์ รหัสวิชา 20101 – 2102 งาน : งานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ ใบเนื้อหา แผ่นที่ : 23 การแก้ปัญหางานบริการช่วงบนเครื่องยนต์4 จังหวะ เครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก สาเหตุ การแก้ไข เครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก 1.ปรับตั้งระยะห่างวาล์วไม่ถูกต้อง 2.ปลอกวาล์วสึกหรอ/บ่าวาล์ว 3.จังหระเปิด ปิดวาล์วผิดปกติ 4.แหวนลูกสูบติดตาย 5.กระบอกสูบสึกหรอมาก 6.การรั่วตามฝาสูบ หรือปะเก็นฝาสูบขาด 7.หัวเทียนไม่มีประกายไฟ ปรับตั้งใหม่ ซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ ปรับตั้ง เปลี่ยน คว้านหรือเปลี่ยน ซ่อมหรือเปลี่ยน ทำความสะอาดหรือเปลี่ยน เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง 1.ระยะห่างวาล์วไม่ถูกต้อง 2.สปริงวาล์วล้า 3.แหวนหรือกระบอกสูบสึกหรอมาก 4.บ่าวาล์วสึกหรอมาก 5.ระยะเขี้ยวหัวเทียนไม่ถูกต้อง 6.ไส้กรองอากาศสกปรก 7.น้ำมันเครื่องมากเกินไป 8.มีเขม่าเกาะติดบ่าวาล์วมาก ปรับตั้ง เปลี่ยน เปลี่ยน ซ่อมหรือเปลี่ยน ปรับตั้งหรือเปลี่ยน เปลี่ยน ถ่ายออกให้ได้ระดับ ทำความสะอาด/เจียรนัย เครื่องยนต์เดินเบาไม่เรียบ 1.หัวเทียนสกปรก 2.ปรับตั้งวาล์วไม่ถูกต้อง 3.ท่อไอเสียอุดตัน ทำความสะอาด ปรับตั้ง ทำความสะอาด เครื่องยนต์ร้อนจัด 1.มีเขม่าเกาะติดหัวลูกสูบมาก 2.น้ำมันเครื่องน้อย 3.ปั๊มน้ำมันเครื่องชำรุด 4.ใช้น้ำมันเครื่องไม่ถูกต้อง ทำความสะอาด เติมน้ำมันเครื่องให้ได้ระดับ ซ่อมหรือเปลี่ยน เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เครื่องยนต์มีเสียงดังขณะ ทำงาน 1.ระยะห่างวาล์วไม่ถูกต้อง 2.แบริ่งก้านสูบสึกหรอ 3.ลูกสูบเคราะเสื้อสูบ 4.ปะเก็นฝาสูบรั่ว(แรงอัดรั่ว) 5.ชุดยางรองโซ่ราวลิ้นชำรุด 6.ลูกปืนปลายก้าน/เพลาข้อเหวี่ยง 7.ชุดเพลาลูกเบี้ยวกดวาล์วสึกหรอ ปรับตั้ง เปลี่ยน ซ่อมหรือเปลี่ยน เปลี่ยน เปลี่ยน เปลี่ยน ซ่อมหรือเปลียน