The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Wat Chongnonsri : E-Book (วัดช่องนนทรี)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by s62122503016, 2022-10-28 19:11:32

Wat Chongnonsri : E-Book (วัดช่องนนทรี)

Wat Chongnonsri : E-Book (วัดช่องนนทรี)

Keywords: Wat Chongnonsri : E-Book (วัดช่องนนทรี),วัดช่องนนทรี

วัดชอ่ งนนทรี

พระอุโบสถเก่าและจิตรกรรมฝาผนงั

สถานที่ต้งั และการเดนิ ทาง

โรงเรยี น
วดั ช่องนนทรี

QR – Code
Google Map

วดั ช่องนนทรี แขวง ชอ่ งนนทรี เขต ยานนาวา กรงุ เทพมหานคร 10120

คำนำ

วัดช่องนนทรีเป็นสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ภายในพระอุโบสถเก่ามี
ศิลปกรรมและจิตรกรรมฝาผนังที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย อยู่ติดริมแม่น้า
เจ้าพระยาทางฝั่งตะวันออก ตรงข้ามกับบริเวณ ฝั่งบางกะเจ้า ก่อตังวัดเมื่อ พ .ศ. 2119 ได้รับพระราชทาน
วิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2528 กรมศิลปากรขึนทะเบียนให้เป็นโบราณสถานส้าคัญของชาติ เมื่อปี พ .ศ. 2520
พระอุโบสถของวัดเปิดให้เข้าชมในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชาและวันอาสาฬหบูชา

ทางผู้วิจัยได้เลือกวัดแห่งนีในการจัดท้าสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา พุทธศาสนิกชน
ประชาชนทั่วไปและผู้ที่สนใจทราบถึงประวัติความเป็นมาและรูปแบบสถาปัตยกรรมทราบถึงรายละเอียดที่ปรากฏอยู่
ในงานจิตรกรรมฝาผนัง และทราบถึงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและงานจิตรกรรมภายในวัดช่องนนทรี เพื่อสร้าง
ความตระหนักด้านการอนุรักษ์สืบไป

ผู้จัดท้า
นางสาวจิราภรณ์ กองแสน

สารบญั 1
3
ประวัติความเปน็ มา 5
รูปแบบสถาปัตยกรรม 7
โครงสร้างของสถาปตั ยกรรม 8
9
• หลังคา 10
• เสา 11
• ผังบริเวณ
• ผงั พนื
• ภาพดา้ น

สารบัญ 15
17
ความเป็นมาของจติ รกรรม 19
20
ภาพเขียนภายในพระอุโบสถ 21
22
เร่ืองราวของภาพจติ รกรรมฝาผนงั ภายในพระอโุ บสถเก่า (ในปัจจบุ ันทส่ี ามารถมองเห็นได้) 23
24
• เตมีย์ชาดก 25
• มหาชนกชาดก 26
• สุวรรณสามชาดก 27
• มโหสถชาดก
• นารทชาดก
• วิทูรชาดก
• เวสสนั ดรชาดก
เทคนิคการเขียนจติ รกรรมฝาผนงั



วัดช่องนนทรี

พระอุโบสถเกา่ และจติ รกรรมฝาผนงั

ประวตั ิความเปน็ มา

วดั ชอ่ งนนทรี เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย อยู่ติดริมแม่น้า
เจ้าพระยาทางฝั่งตะวันออก ตรงข้ามกับบริเวณฝั่งบางกะเจ้า ก่อตังวัดเม่ือ พ.ศ. 2119
ได้รบั พระราชทานวิสงุ คามสมี า เมือ่ พ.ศ. 2528

กรมศิลปากรได้ขึนทะเบียนให้เป็นโบราณสถานส้าคัญของชาติ เมื่อปี พ.ศ.
2520 พระอโุ บสถหลงั เก่านเี ปิดให้เขา้ ชมในวนั มาฆบูชา วนั วิสาขบชู าและวันอาสาฬหบูชา

2

รูปแบบสถาปัตยกรรม

พระอุโบสถวัดช่องนนทรี หันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามคติ
โบราณ ฐานโบสถ์มีลักษณะเป็นฐานแอ่นท้องส้าเภา ด้านหน้าและ
ด้านหลงั โบสถ์ มปี ระตดู า้ นละหนงึ่ บาน เจาะเปน็ ช่องโค้งแหลม ผนังโบสถ์
ก่ออฐิ สอปูนหนาประมาณ 1 เซนตเิ มตร

3

รปู แบบสถาปัตยกรรม

การเรียงอิฐใช้ระบบอยุธยาตอนปลายคือ สัน-ยาว สลับกันในแถว
เดยี วกนั ด้านข้างโบสถ์แบ่งส่วนเป็น 5 ช่วง ค่ันแต่ละช่วงด้วยเสาติดผนังหรือ
เสาหลอก 6 เสา เจาะหน้าต่างโค้งแหลมขนาดเล็ก ตรงช่องที่ 2 และช่องที่ 4
เว้นช่องท่ี1,3 และ 5 ช่องโค้งแหลมนีเป็นลักษณะท่ีเห็นภายนอกแต่ภายในมี
ลักษณะทโ่ี คง้ มน

41

โครงสร้างของสถาปัตยกรรม

ฐานโบสถเป็นโบสถ์แอ่นท้องส้าเภา ขนาด 5 ห้อง 2 มุข คล้ายโบสถ์มหาอุด
มีช่องประตูหน้าต่างเป็นรูปโค้งคล้ายกลีบบัว คือสอบแหลมท่ีปลายบน บานหน้าต่าง
ประกบกนั เป็นรูปโค้งกลบี บวั

โดยด้านหน้าพระอุโบสถท้าเป็นมุขเด็จ มีเสาหารรองรับเคร่ืองบนหลังคาสี่ต้น
หน้าบันท้าเป็นฝาปะกนไม่สลักลวดลาย หลังคาเป็นกระเบืองลอนดินเผาติดเชิงชาย
ด้านหน้าโบสถ์มีเจดีย์และใบเสมาเรียงรายกันอยู่ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูน
ปั้นปางมารวิชัย และหมู่พระพุทธรูป 4 องค์ ฐานองค์พระมีลายปูนป้ันขาสิงห์เป็นรูป
ครุฑ

5

หลงั คำ

โครงสร้างเปน็ ไม้ หลังคามงุ กระเบืองดนิ เผา
มกี ารใช้กระเบืองเชงิ ชายท้าขนึ เพือ่ อดุ ทับหรือ

วดั ช่องนนทรีปิดชอ่ งโพรงไมใ่ ห้นกทา้ รงั
ประตู หน้ำต่ำง

ลักษณะโค้งแหลม ประตูมี ลักษณะโค้งแหลม มดี ้านละ
ทา งเข้ า - ออ ก 2 ทา ง คือ ทิ ศ 2 บาน อยู่ช่วงเสาท่ี 2 และ 4 ทัง

หนำ้ บัน พระอโุ บสถเก่าตแะวันลออกะแลจะทศิิตตะวรนั ตกก รรมฝาผนงั สองด้าน
เปน็ ลกั ษณะตีขดั ลายฝาประกนชว่ ยในเร่ือง- เครื่องลำยอง
ระบายความชนื ระบายอากาศภายใน
เคร่ืองล้ายองนีท้าจากไม้ โดยมีองค์ประกอบ

รูปทรงพระอุโบสถ เป็นช่อฟ้า อกไก่ ใบระกา ตัวนาคสะดุ้ง แปวง
ปน้ั ลม บังนก เทา้ แขน(คนั ทวย)
รูปทรงสี่เหล่ียมผืนผ้า ขนาดพระอุโบสถ
กว้าง 7.8 X 14.7 เมตร ขนาดพระอุโบสถ กว้าง
10 X 19.3 เมตร (รวมฐาน)

ฐำนพระอุโบสถ 6

ฐานโบสถเปน็ ลกั ษณะฐานแอ่นทอ้ งสา้ เภา
แอ่นโค้งรอบตัวประอโุ บสถ

พนื้

พนื ภายนอกใช้เปน็ กระเบอื งหินออ่ น

หลังคา

หลังคาใช้วัสดุเป็นกระเบืองลอนดินเผาและประดับด้วย
กระเบืองเชิงชายคา ลักษณะนีพบในสถาปัตยกรรมสมัยพระนารายณ์
นอกจากนีมีหลังคาปีกนกลาดลงมาทังส่ีด้าน ปัจจุบันหลังคาปีกนกเป็น
สังกะสีและทันทวยหายไป มีเหล็กท้าวแขนรับน้าหนักหลังคาปีกนกแทน
และมีกระเบอื งเชงิ ชายคาเปน็ รปู เทพนม

7

เสา

ลักษณะของเสาดา้ นหน้าของพระอุโบสถวัดชอ่ งนนทรี
เสาและบัวหัวเสาของเสาในสมัยอยุธยาตอนปลายเป็นการย่อมุมของ

เสาด้วยการย่อมมุ ไม้แปด หรอื ยอ่ มุมไมส้ ิบสอง เพ่ือให้รูปตัดของเสาใกล้กับเสากลม
เพ่อื ใหใ้ กล้เคยี งกับบัวหวั เสากลม นอกจากนียังไดค้ วามนุ่มนวลทเ่ี กดิ จากแสงและเงา
ส้าหรับเสาสเี่ หล่ียมและบัวหัวเสาก็สเ่ี หลยี่ ม

ส่วนเสาหลอกมักจะเป็นเสาเหลี่ยมตามเสาลอยท่ีเป็นเสาหารด้วย
เนือ่ งจากเสาองิ ยื่นจากผนังเพยี งเล็กน้อย ทา้ ให้มุมของเสาองิ ไม่สามารถย่อมมุ ได้

8

ผังบริเวณ

9

10.00ผงั พนื้ 0.60
7.80 0.70
19.35
0.70 0.60 10
หมายเหตุ : หน่วยเป็นเมตร

ภาพดา้ น

+ 12.55 แสดงระดับชอ่ ฟา้
+ 10.40 แสดงระดบั อกไก่

+ 7.65 แสดงระดับเพดาน
+ 5.95 แสดงระดับหวั นาค
+ 4.90 แสดงระดับคานหลงั คา

+ 0.35 แสดงระดบั พนื 0.60 0.70 1.00 0.70 2.00 3.85 0.95 4.20 0.95 3.85 1.00
+ 0.00 แสดงระดบั พืนดนิ
7.80 19.35
11
10.00 ดา้ นข้างพระอุโบสถ
(ทิศเหนือ)
ด้านหน้าพระอโุ บสถ
(ทิศตะวันออก)

หมายเหตุ : หน่วยเปน็ เมตร

ภาพด้าน

+ 12.55 แสดงระดบั ชอ่ ฟ้า
+ 10.40 แสดงระดบั อกไก่

+ 7.65 แสดงระดับเพดาน
+ 5.95 แสดงระดับหัวนาค
+ 4.90 แสดงระดบั คานหลงั คา

1.50 1.00 3.85 0.95 4.20 0.95 3.85 + 0.35 แสดงระดับพนื
+ 0.00 แสดงระดบั พืนดิน
7.80 19.35
2.00 0.70 1.00
10.00 ดำ้ นขำ้ งพระอุโบสถ
(ทิศใต้) 12
ด้ำนหลังพระอุโบสถ
(ทิศตะวันตก) หมายเหตุ : หน่วยเปน็ เมตร

13

14

จิตรกรรมฝาผนังความเปน็ มาของจิตรกรรม

จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดช่องนนทรี เป็นงานศิลปะในสมัย
อยธุ ยาตอนปลาย สอดคลอ้ งกบั ลักษณะทางสถาปตั ยกรรมของพระอุโบสถ โดยเขียนภาพเต็มพืนที่
ภายใน ผนังด้านข้างแถวบนสุดเขียนภาพแถวพระอดีตพุทธเจ้าประทับนั่งเรียงราย พืนที่ถัดลงมา
เขียนภาพทศชาติชาดก มีการเขียนภาพแทรกด้วยภาพวิถีชีวิตของชาวบ้านด้วย ผนังด้านหน้าพระ
ประธานเขียนภาพพระพุทธประวัติตอนมารผจญ-ชนะมาร ผนังด้านหลังภาพลบเลือนมากแต่พอ
สงั เกตไดว้ ่าเป็นภาพพระอดีตพุทธเจ้าประทบั นง่ั

15

ซึ่งจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดช่องนนทรี มีลักษณะโดดเด่นอยู่ท่ี
ความเป็นงานจิตรกรรมในสมัยอยุธยาตอนปลาย ภาพเล่าเร่ืองชาดกมีแถบเส้นแนวตังทรง
สามเหลี่ยมหรือเส้นสินเทาคั่น เพื่อแบ่งเรื่องแต่ละเร่ืองออกจากกัน เส้นสินเทำยังทำหน้ำท่ีเน้นฉำก
เหตกุ ำรณ์สำคัญใหโ้ ดดเดน่ ขึน้ อาทิ เสน้ สนิ เทาท่ีเน้นภาพปราสาทราชวังให้เด่นเป็นสง่า จิตรกรรม
แห่งนีมีการใช้สีท่ีดูอบอุ่น อันเกิดจากโครงสีออกแดงและชมพูอ่อน สีแดงที่ระบายเป็นพืนหลังควบคู่
กับพืนขาวท่ีปล่อยว่างช่วยให้เกิดบรรยากาศสดใส พืนสีขาวที่เป็นสีพืนเมื่อตัดเส้นด้วยสีด้าสีแดงให้
เป็นภาพ พืนขาวจึงเป็นสีของตัวภาพไปในตัว สีแดงท่ีใช้ระบายเป็นฉากหลังเป็นสีพืนและท้องฟ้าจึง
ไม่ใช่สีทีส่ มจริง สีใบไม้เริ่มมีสีต่าง ๆ กัน เช่น สีเขียวหม่นมืด สีเขียวเหลือง (สันติ เล็กสุขุม 2550:
191-193) มกี ารปดิ ทองเลก็ น้อยเฉพาะเครอ่ื งประดับของภาพบุคคล ภาพเคร่ืองสูง และบางส่วนของ
ภาพสถาปตั ยกรรม

ท่มี าของภาพ : กองโบราณกรมศิลปากร เทเวศน์ 16

ภาพเขียนภายในพระอโุ บสถ

ภาพเขียนในพระอุโบสถ แบ่งเป็น 5 ช่อง มีการเขียน
คั่นเรื่องราว โครงสีส่วนใหญ่เป็นสีแดงและใช้เพียง 4-5 สี การเขียนมี
ลักษณะเหนือจริง บางช่วงจะมีภาพศิลปกามวิสัย (Erotic Art) สอดแทรก
ดว้ ยภายในพระอุโบสถ

ระเบียบการวางภาพฝาผนังภายในพระอุโบสถ ช่าง
เขียนค่นั เรื่องราวด้วยลายรักร้อยเป็นเส้นต้ัง ภายในช่องของลายรักร้อยนี้
ยังคั่นเรื่องราวย่อยด้วยเส้นสินเทา เป็นหยักๆ อันเป็นลักษณะเดียวกับ
ภาพเขียนในโบสถ์วัดปราสาท จังหวดั นนทบรุ ี

17

ภาพเขียนภายในพระอุโบสถ

ภาพเขียนผนังด้านข้างท้ังสองแบ่งเป็นด้านละ 5 ช่อง
ซึ่งค่ันด้วยลายรักร้อยดังกล่าวเขียนเป็นทศชาติชาดก ด้านซ้ายของพระ
ประธาน เร่ิมด้วย พระเตมีย์, พระมโหสถ, พระชนก, พระสุวรรณสาม,
พระเนมีราช

ส่วนด้านขวาของพระประธาน จากหลังมาข้างหน้า เขียนเรื่องพระ
ภูริทัตต์, พระจันทกุมาร, พระนารท, พระวิธูร,พระเวสสันดร ส่วนบน
เขียนเป็นพระอันดับเป็นแถวไปโดยตลอด องค์พระเขียนเป็นปางมารวิชัย
ในซุ้มเรือนแก้ว ส่วนด้านหน้าพระประธานเป็นเรื่องมารผจญ ส่วน
เบื้องหลงั พระประธาน เขียนเรื่องราวในพระพทุ ธประวัติ

18

เรื่องราวของภาพจติ รกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเกา่
ในปจั จุบนั ทีส่ ามารถมองเห็นได้

119

ท่ีมาของภาพ : กองโบราณกรมศลิ ปากร เทเวศน์

พระราชบิดาอุบายใหเ้ พชฌฆาตรา่ งกา้ ยา่ ท้าที่เข้ามาจะสงั หารพระเตมีย์ เตมยี ์ชาดก
เพ่ือใหพ้ ระองค์เกิดความกลวั แต่พระกุมารยงั คงนง่ิ เฉย
พระเตมีย์ เป็นช่ือของพระโพธิสัตว์ในเรื่องเตมิยชาดก ชาดกเร่ือง
แรกใน ๑๐ เรื่องจากทศชาติชาดก ในเตมิยชาดกพระโพธิสัตว์ทรง
บ้าเพญ็ เนกขมั มบารมี คือการออกบวช

เตมีย์ชาดก กล่าวถึงพระโพธิสัตว์ว่าได้รับอาราธนาจากพระ
อินทร์ให้จุติลงมาเกิดเป็นพระโอรสพระเจ้ากาสิกราช กรุงพาราณสี นาม
ว่าพระเตมีย์ แปลวา่ ความชุม่ ช่ืนยนิ ดี เมอ่ื พระชนม์ ๑๑ เดือน เห็นพระบิดา
รบั สง่ั ลงโทษโจรอย่างทารุณ ทรงร้าลึกชาตไิ ด้ว่าครงั หนึ่งพระองค์ทรงเคย
เป็นกษัตริย์ครองราชย์อยู่ ๒๐ ปี ครันตายแล้วต้องไปเกิดในนรกอยู่แปด
หม่ืนปี กว่าจะไดไ้ ปเกิดในดาวดึงส์สวรรค์ ทรงรู้สึกเกรงกลัวว่าจะต้องเป็น
กษัตริย์ต่อจากพระราชบิดาและต้องสั่งลงโทษคนท้าผิดจนต้องตกนรกอีก
จงึ แสรง้ ทา้ เป็นงอ่ ยเปลีย หูหนวก เป็นใบ้ ท้าให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นกาลกิณี
กระทั่งเมือ่ อายุ ๑๖ ปี ก้าลังจะถกู ฝงั ในป่าช้า จึงแสดงตนว่าไมไ่ ด้ง่อยเปลยี
และได้บวชรักษาศีลอยู่ในป่า [พระราชบิดา พระราชมารดา และราษฎร
ทราบข่าวติดตามมา ได้ฟังธรรมก็เกิดความเลื่อมใสขอออกบวช] ครัน
สนิ ชวี ติ ลงไดไ้ ปเกิดในพรหมโลก

20

มหาชนกชาดก ภาพเตม็ ผนงั เรอื่ งพระมหาชนกชาดก ตรงกลางภาพ พนื แดงเป็น
รปู พระอินทรแ์ ปลงเป็นชายชราขบั รถพามเหสพี ระเจา้ กรุงมิถลิ า หนีราชภยั ไป
พระมหาชนก เป็นช่ือของพระโพธิสัตว์ในเรื่องมหาชนกชาดก
ทรงบ้าเพญ็ วิรยิ บารมี คอื ความเพียรพยายามทา้ กิจอย่างไม่ท้อถอย เมืองกาลจัมปากะนคร

มหาชนกชาดก เป็นชาดกเรื่องท่ี ๒ ในทศชาติ กล่าวถึง พระ
มหาชนก ซ่ึงพระบิดาถูกชิงราชสมบัติ คิดจะไปชิงราชสมบัติคืน จึงได้ลา
พระมารดาออกไปค้าขายทางทะเลแต่เรือเกิดอับปางลง พระองค์เพียร
พยายามว่ายน้าอยู่ถึง ๗ วัน ๗ คืน จึงได้รับความช่วยเหลือจากนางมณี
เมขลาซึ่งมีหน้าที่ดูแลมหาสมุทร นางอมุ้ พระมหาชนกไปวางไว้ ณ เมืองมิถิ
ลาซ่ึงก้าลังว่างกษัตริย์ พระมหาชนกได้รับการอภิเษกเป็นพระราชา ทรง
ครองราชสมบตั ิด้วยทศพิธราชธรรม ทรงค้านึงว่าผู้ฉลาดควรมีความตังใจ
ในการท้างาน ไม่เบื่อหน่ายงานของตน แม้ตกทุกข์ได้ยากก็ไม่ควรหมด
หวัง เมื่อได้รับความสุขก็ควรตังใจท้าประโยชน์ให้ยิ่ง ๆ ขึน ต่อมาพระ
มหาชนกไดอ้ อกบวชเพือ่ บ้าเพญ็ บารมี

21

สวุ รรณสามและสตั วป์ า่ ทีล่ ้อมรอบตวั ขณะสุวรรณสามออกไปตกั นา้ ใหบ้ ดิ ามารดา สุวรรณสามชาดก
ท่มี าของภาพ : หนังสือวดั ชอ่ งนนทรี
พระเตมีย์ เป็นช่ือของพระโพธิสัตว์ในเรื่องเตมิยชาดก ชาดกเรื่อง
แรกใน ๑๐ เร่ืองจากทศชาติชาดก ในเตมิยชาดกพระโพธิสัตว์ทรง
บา้ เพ็ญเนกขัมมบารมี คอื การออกบวช

เตมีย์ชาดก กล่าวถึงพระโพธิสัตว์ว่าได้รับอาราธนาจากพระ
อินทร์ให้จุติลงมาเกิดเป็นพระโอรสพระเจ้ากาสิกราช กรุงพาราณสี นาม
วา่ พระเตมีย์ แปลวา่ ความช่มุ ช่ืนยินดี เมื่อพระชนม์ ๑๑ เดือน เห็นพระบิดา
รบั สัง่ ลงโทษโจรอยา่ งทารณุ ทรงร้าลกึ ชาตไิ ด้วา่ ครงั หนึง่ พระองค์ทรงเคย
เป็นกษัตริย์ครองราชย์อยู่ ๒๐ ปี ครันตายแล้วต้องไปเกิดในนรกอยู่แปด
หมนื่ ปี กว่าจะได้ไปเกิดในดาวดึงส์สวรรค์ ทรงรู้สึกเกรงกลัวว่าจะต้องเป็น
กษัตริย์ต่อจากพระราชบิดาและต้องส่ังลงโทษคนท้าผิดจนต้องตกนรกอีก
จงึ แสร้งทา้ เป็นงอ่ ยเปลีย หูหนวก เป็นใบ้ ท้าให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นกาลกิณี
กระทั่งเมอื่ อายุ ๑๖ ปี กา้ ลงั จะถกู ฝังในปา่ ช้า จงึ แสดงตนว่าไม่ไดง้ ่อยเปลีย
และได้บวชรักษาศีลอยู่ในป่า [พระราชบิดา พระราชมารดา และราษฎร
ทราบข่าวติดตามมา ได้ฟังธรรมก็เกิดความเล่ือมใสขอออกบวช] ครัน
สินชวี ติ ลงได้ไปเกดิ ในพรหมโลก

22

มโหสถชาดก บรรดาไพร่พลถอื ราชวัตร ฉตั รธง ในขบวนทพั
ท่ีมาของภาพ : หนังสือวัดชอ่ งนนทรี
พระมโหสถ เป็นชื่อของพระโพธิสัตว์ในเร่ืองมโหสถชาดก ทรงบ้าเพ็ญ
ปัญญาบารมี คือมีความรอบรู้ ความเข้าใจชัดเจนสามารถแยกแยะเหตุ
และผล ดแี ละช่ัว คุณและโทษ ประโยชนแ์ ละมใิ ชป่ ระโยชน์ เปน็ ต้น

มโหสถชาดก เป็นชาดกเรื่องที่ ๕ ในทศชาติ กล่าวถึงพระ
โพธิสัตว์เม่ือเสวยพระชาติเป็นมโหสถบุตรเศรษฐี มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด
มาก ผู้คนต่างมาขอให้ช่วยตัดสินคดีพิพาทและแก้ไขปัญหาอยู่เนือง ๆ
ช่อื เสยี งของมโหสถเล่ืองลือไปถึงพระเจ้าวิเทหราชแห่งกรุงมิถิลา พระองค์
ได้ทรงทดลองสติปัญญาของมโหสถด้วยวิธีต่าง ๆ จนเป็นท่ีพอพระทัย
และขอมโหสถไว้เป็นราชบุตร มโหสถได้ใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
ทงั ปัญหาภายในบา้ นเมือง และปัญหาศึกสงคราม รวมทังยังใชส้ ติปญั ญา
ช่วยพระชนม์ชีพของพระเจ้าวิเทหราชไว้ได้ มโหสถได้รับยกย่องว่าเป็น
บัณฑิตผู้มีความรู้อันลึกซึง มีสติปัญญาประกอบด้วยคุณธรรมอันประเสริฐ
ท่ีกา้ กับให้ประพฤติปฏิบัตแิ ตใ่ นทางที่ถกู ท่คี วร

23

พรหมนารทชาดก

พระอินทร์ถือค้อนเหล็ก ลงมาท้าลาย พระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพรหมนารท บ้าเพ็ญอุเบกขาบารมี กล่าวถึงพระเจ้าอังคติแห่งรัฐวิเทหะ
พิธีบูชายัญ หักฉัตร เรื่องพระจันทกุมารขา ได้รับค้าแนะน้าจากอ้ามาตย์ให้ละการท้าคุณงามความดี แต่ให้หันกลับมาทรงใช้ชีวิตให้เพลิดเพลินในทางโลก
ดก อันเป็นช่องที่ติดผนังค้านหลังทางขวามือ เจ้าหญงิ รูจา พระราชธดิ า จงึ ทรงวงิ วอนเทพยดาให้ดลพระทยั พระราชบดิ าให้ประพฤติธรรม
พระประธานข้อนในพิธี ต่างแตกตื่นเม่ือพระ
อินทรล์ งมาท้าลายพธิ ี สังเกตที่เปลวเพลิง ซึ่ง พระพรหมนารจึงลงมายังเมืองมนุษย์พร้อมหาบทองค้า สาแหรกเป็นฟักทองค้า ข้างหน่ึงเป็นคนเทน้า
เขียนเป็นกนกเปลวสีแดง อันเป็นลักษณะ ทองค้า ด้วยประสงค์จะให้นางรุจาได้ใช้ท้าบุญท้าทานเม่ือพระเจ้าอังคติได้ทรงสดับธรรมจากพรหมนารท จึงทรง
ของลวคลายไทย ละการทา้ บาปทงั ปวง

24

วธิ ูรชาดก ภาพเตม็ คฤหาสนข์ องวธิ รู

พระวิธุรบัณฑติ เป็นชื่อของพระโพธิสัตว์ในเร่ืองวธิ รุ ชาดก ทรงบ้าเพญ็ สัจจบารมี ได้แก่ พูดจริง
ท้าจรงิ และจรงิ ใจ

วิธุรชาดก เป็นชาดกเร่ืองท่ี ๙ ในทศชาติชาดก กล่าวถึงพระโพธิสัตว์เม่ือเสวยพระชาติเป็น
พระวิธุรบัณฑิต อ้ามาตย์ในส้านักพระเจ้าเการพ ได้ตัดสินข้อโต้เถียงของพระอินทร์ พญาครุฑ
พญานาคราช และพระเจา้ เการพ ซงึ่ โตเ้ ถียงกันด้วยเร่ืองศีลว่าต่างก็เลิศกว่าของผู้อ่ืน วิธุรบัณฑิตตัดสิน
ตามความเปน็ จริงโดยไม่เข้าข้างพระเจ้าเการพผู้เป็นนายของตน เม่ือนางวิมลาภรรยาของพญานาคราช
ได้ฟังเรื่องราวก็อยากฟังธรรมจากวิธุรบัณฑิต จึงแกล้งป่วย ขอให้น้าหัวใจของวิธุรบัณฑิตมารักษา
ปุณณกยักษไ์ ด้ใช้วธิ กี ารต่าง ๆ ฆ่าวธิ ุรบณั ฑติ เพ่อื เอาหัวใจแต่ไม่ส้าเร็จ วิธุรบัณฑิตรู้ได้ด้วยปัญญาว่า
นางวิมลาต้องการฟังธรรมจึงให้พาไปยังเมืองบาดาลเพ่ือแสดงธรรม พญานาคและนางวิมลาก็มีความ
ยนิ ดยี งิ่ ตรสั วา่ ปญั ญานน่ั แหละคือหัวใจของบณั ฑิต

25

เวสสนั ดรชาดก

พรานเจตบุตร ก้าลังโก่งหน้าไม้ไปท่ีชูชก เวสสันดรชาดกหรือมหาชาตชิ าดกพระโพธิสัตว์เสวยพระชาตเิ ปน็ พระเวสสนั ดรบ้าเพ็ญทานบารมีอัน
ซ่ึงหนีขึนไปอยู่บนยอดไม้ มีสุนัขของพรานเจตบุตร เป็นพระชาติสุดท้ายก่อนที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระเวสสันดรเป็นโอรสพระเจ้า สัญชัยและพระนางผุ
ไล่ขนึ ไป สดีแห่งนครเชตุตรมีพระชายาคือพระนางมัทรีและโอรสธิดาคือชาลีกั ณ หาคราวหน่ึงเกิดฝนแล้งในแคว้น
กาลิงค์รัฐพราหมณ์ 5 คนจึงเดินทางมาขอช้างปัจจัยนาเคนทร์อันเป็นช้างมงคลที่เมืองใดได้ไปจะบันดาล
ให้ฝนตกพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์พระเวสสันดรซึ่งมีพระทัยจดจ่อกับการให้ทานอยู่แล้วจึงโปรดพระราชทาน
ใหไ้ ปเปน็ เหตใุ ห้ชาวเมอื งเชตุตรโกรธแค้นให้ขับไล่พระเวสสันดรออกไปเสียพระชายาพระโอรสธิดาทูลขอ
ตามเสดจ็ ด้วยสี่กษัตริย์ออกเดินทางไปยังเขาวงกตบ้าเพ็ญพรตอยู่ในป่าโดยสงบต่อมาพระเวสสันดรได้ยก
สองกุมารให้ชูชกพราหมณ์ขอทานเข็ญใจและยกนางมัทรีให้ท้าวสักกะที่แปลงร่างมาชิงทูลขอก่อนคนอ่ืน
ส่วนชูชกพาสองกุมารเดินหลงทางไปนครเชตุตรพระเจ้าสญชัยจึงขอไม่ตัวสองกุมารไว้ชูชกนันบริโภคจน
ท้องแตกตายพระเจ้าสัญชัยและพระนางผุสดีพร้อมพระนัตตาทังสองเสด็จออกไปรับพระเวสสันดรและพระ
นางมัทรีเม่ือหากษัตริย์พบกันต่างกันแสงสลบไสลจึงเกิดปาฏิหาริย์คือฝนโบก ขรพรรษตกต้องพระองค์ท้า
ใหพ้ ืนคืนพระสตกิ ่อนจะเสดจ็ กลบั คืนพระนคร

26

เทคนิคการเขยี นจติ รกรรมฝาผนงั 1

ภาพเขียนวัดช่องนนทรี บางตอนได้พยายามเขียนแบบให้มีเส้นพุ่งเป็นระยะใกล้ - ไกล
(Perspective) เช่นภาพปราสาท พระระเบียงและอาคารบางตอน แต่ดูขัดตา เพราะไม่มีความช้านาญพอ
บ่งถงึ ว่าภาพเขียนเส้นและภาพพิมพ์ของฝร่ังได้แพร่หลายเข้ามาบ้าง ภาพบ้านของพระวิธูร ปลูกเป็นตึกสอง
ชัน แบบบ้านฝร่ัง มีช่องโค้งแหลมที่ใต้ถุน ทังบ้านเต็มไปด้วยผู้คนและบ่าวไพร่ เช่น บ่าวหญิงชายคู่หน่ึง
ก้าลังต้าข้าว บ้างก็ท้าการอื่นๆ บ้างก็ลักลอบเสพสมกัน เป็นศิลปะกามวิสัย (Erotic Art) มีบ่าวคนอื่นๆ
แอบดูกนั อย่างโจ่งแจง้ ภาพเหล่านีมใิ ช่แสดงถงึ ความลามกแตป่ ระการใด หากแต่หวงั จะให้เป็นมุขตลกเฮฮา
กันในยามที่อารมณ์ต้องการ ภาพศิลปกามวิสัยเช่นนี มีทุกชาติทุกภาษา แม้ในภาพเขียนไทยก็มีแสดงให้
เห็นอยู่หลายแหง่ เช่นทว่ี ดั ไชยทิศ วดั สวุ รรณารามหรือวัดพระศรีรตั นศาสดาราม เปน็ ตน้

27

เทคนิคการเขยี นจติ รกรรมฝาผนัง

ภาพเขียนวัดช่องนนทรี บางตอนได้พยายามเขียนแบบให้มีเส้นพุ่งเป็นระยะใกล้ - ไกล
(Perspective) เช่นภาพปราสาท พระระเบียงและอาคารบางตอน แต่ดูขัดตา เพราะไม่มีความช้านาญพอ
บ่งถึงว่าภาพเขียนเส้นและภาพพิมพ์ของฝร่ังได้แพร่หลายเข้ามาบ้าง ภาพบ้านของพระวิธูร ปลูกเป็นตึกสอง
ชัน แบบบ้านฝร่ัง มีช่องโค้งแหลมที่ใต้ถุน ทังบ้านเต็มไปด้วยผู้คนและบ่าวไพร่ เช่น บ่าวหญิงชายคู่หน่ึง
ก้าลังต้าข้าว บ้างก็ท้าการอื่นๆ บ้างก็ลักลอบเสพสมกัน เป็นศิลปะกามวิสัย (Erotic Art) มีบ่าวคนอื่นๆ
แอบดูกันอย่างโจ่งแจง้ ภาพเหลา่ นีมิใชแ่ สดงถึงความลามกแต่ประการใด หากแต่หวังจะให้เป็นมุขตลกเฮฮา
กันในยามที่อารมณ์ต้องการ ภาพศิลปกามวิสัยเช่นนี มีทุกชาติทุกภาษา แม้ในภาพเขียนไทยก็มีแสดงให้
เห็นอยู่หลายแห่ง เช่นทีว่ ดั ไชยทิศ วดั สวุ รรณารามหรอื วดั พระศรรี ตั นศาสดาราม เป็นต้น

28


Click to View FlipBook Version