The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทเรียนสำเร็จรูปพัฒนาการสมัยรัตนโกสินทร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by CHompoonuch PHattan, 2024-04-11 22:57:22

บทเรียนสำเร็จรูปพัฒนาการสมัยรัตนโกสินทร์

บทเรียนสำเร็จรูปพัฒนาการสมัยรัตนโกสินทร์

ในการจัดการเรียนการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง พัฒนาการสมัย รัตนโกสินทร์ตอนต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม นักเรียนยังมีความ เข้าใจในเนื้อหาสาระวิชายังไม่ถูกต้อง และทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค่อนข้างต่ำ ครูผู้สอน จึงได้หาวิธีการที่จะนำเสนอนักเรียนให้มีความเข้าใจมากขึ้น โดยจัดสื่อการเรียนการสอนประเภท บทเรียนสำเร็จรูป เพื่อนำมาใช้ในการเรียนการสอนกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 บทเรียน สำเร็จรูปประกอบด้วย สาระสำคัญ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด คำชี้แจง แบบทดสอบก่อนเรียน เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน กรอบความรู้ กรอบคำถาม กรอบเฉลย แบบทดสอบหลังเรียนและ เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เป็นสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ นักเรียนสามารถศึกษาสรุป องค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง บรรลุตามวัตถุประสงค์ของมาตรฐาน ตัวชี้วัด มีกระบวนการบอกไว้ ครบทุกขั้นตอน ให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายเกิดความเพลิดเพลินจากบทเรียนสำเร็จรูปนี้ ขอขอบคุณ คณะครูทุกท่านที่ได้กรุณาให้คำปรึกษาแนะนำ และเป็นกำลังใจในการจัดทำ บทเรียนสำเร็จรูปเรื่องดีด้วยดีตลอดมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องนี้จะเป็น ประโยชน์แก่นักเรียนและผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ไทยได้อย่างดียิ่ง ชมภูนุช พัดตัน


สาระสำคัญ พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นในด้านต่างๆ นั้น มีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของไทย ทำให้ราชธานีมีความมั่นคงและเจริญรุ่งเรือง และส่งผลความมั่นคั่งและความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญา ไทย ความภาคภูมิใจและธำรงความเป็นไทย ตัวชี้วัด มฐ. ส 4.3 ม. 3/1 วิเคราะห์พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่างๆ จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด 1.อธิบายพัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ 2.วิเคราะห์พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่างๆได้


1. บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง พัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น จัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้ ศึกษาด้วยตนเอง ในการศึกษาบทเรียนให้นักเรียนปฏิบัติตามขั้นตอน 2. ให้นักเรียนศึกษาสาระสำคัญ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดของการเรียน เพื่อให้ทราบว่า เมื่อนักเรียนได้นักศึกษาบทเรียนสำเร็จรูปจบแล้ว นักเรียนจะได้ความรู้ตามจุดประสงค์ในเรื่อง อะไรบ้าง 3. ทำแบบทดสอบก่อนเรียนในกระดาษคำตอบที่เตรียมให้ พร้อมตรวจกระดาษคำตอบ เพื่อเป็นการ ทดสอบความรู้พื้นฐานของนักเรียน 4. นักเรียนศึกษาบทเรียนสำเร็จรูปตามลำดับขั้นตอนทีละกรอบ นักเรียนจะได้รับความรู้ ตอบคำถาม ทบทวนความรู้พร้อมกับความถูกต้องของคำตอบได้ด้วยตนเอง 5. ถ้าตอบผิด ให้นักเรียนย้อนกลับไปอ่านในกรอบความรู้ที่ผ่านมา 6. ทำแบบทดสอบหลังเรียนวัดความรู้ความเข้าใจที่ได้รับ พร้อมตรวจคำตอบเปรียบเทียบกับการทำ แบบทดสอบก่อนเรียนให้ทราบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ 7. นักเรียนจะต้องตั้งใจเรียน ใฝ่รู้ มีวินัย ไม่ควรเปิดดูเฉลยคำตอบก่อนการตอบคำถาม ขอให้เพื่อนๆ ปฏิบตัิตาม ค าแนะน าอย่างเคร่งครัดนะครับ


คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย (x) ลงในกระดาษคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่ของกรมมหาดไทยได้ถูกต้อง ก. ดูแลรับผิดชอบฝ่ายทหารทั่วไป ข. ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตราชธานี ค. รับผิดชอบเกี่ยวกับพระราชมนเทียร พระราชวัง พระราชพิธี ง. ดูแลรับผิดชอบฝ่ายพลเรือนทั่วไป และควบคุมดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือ ทั้งด้านทหารและพลเรือน 2. หน่วยงานใดควบคุมดูแลชาวเมืองฝ่ายใต้ ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก. กรมนา ข. กรมกลาโหม ค. สมุหนายก ง. กรมคลัง 3.ข้อใดกล่าวถึงหัวเมืองประเทศราชได้ถูกต้อง ก. เป็นหัวเมืองต่างชาติ เครื่องราชบรรณาการ ข. เป็นหัวเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากราชธานี ค. มีเสนาบดีเป็นผู้ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ง. แบ่งออกเป็นหัวเมืองเอก โท และตรี 4. การค้าขายกับต่างชาติ ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีลักษณะอย่างไร ก. ค้าขายกับจีนด้วยเรือสำเภา ข. ค้าขายอย่างเสรีกับชาติตะวันตก ค. เก็บภาษีอากรจากเรือสินค้าต่างชาติ ง. ผู้มีหน้าที่ดูแลการค้ากับต่างชาติ คือ สมุหนายก 5. ชาติตะวันตกที่เข้ามาทำสัญญาการค้า สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือข้อใด ก. ฝรั่งเศส อังกฤษ ข. ฮอลันดา ฝรั่งเศส ค. อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ง. โปรตุเกส ฮอลันดา


6.สนธิสัญญาเบอร์นีย์เป็นสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์ที่ไทยทำกับชาติใด ก. อังกฤษ ข. ฝรั่งเศส ค. ฮอลันดา ง. สหรัฐอเมริกา 7. ข้อใดกล่าวถึงสภาพสังคมในสมัยรัตนโกสินทร์ไม่ถูกต้อง ก. มีการแบ่งชนชั้นในสังคมด้วยระบบศักดินา ข. วัดยังคงเป็นศูนย์กลางของชุมชนและการศึกษา ค. มีการจัดระเบียบสังคมลักษณะคล้ายกับสมัยอยุธยา ง. รับอารยธรรมตะวันตกเข้ามาปรับใช้กับวัฒนธรรมไทยอย่างแพร่หลาย 8. ชนชั้นในสังคมด้วยระบบศักดินาในสมัยรัตนโกสินทร์ชนชั้นใดมิได้มีสิทธิ์ในแรงงานและชีวิต ก. ไพร่ ข. ทาส ค. พระสงฆ์ ง. ขุนนาง 9. การค้าแบบรัฐบรรณาการ เป็นการค้าระหว่างไทยกับชาติใด ก. พม่า ข. ลาว ค. จีน ง. โปรตุเกส 10. ชาติตะวันตกที่เข้ามามีบทบาทในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือชาติใด ก. โปรตุเกส สเปน อังกฤษ ข. สหรัฐอเมริกา ฮอลันดา สเปน ค. อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา ง. โปรตุเกส อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ทา กนัได ้ไหมเอ่ย สู้ๆนะคะ


ข้อ ตอบ 1. ง. 2. ข. 3. ก. 4. ค. 5. ค. 6. ก. 7. ง. 8. ข. 9. ค. 10. ง.


ลักษณะการปกครองราชอาณาจักรในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (พ.ศ.2325-2394) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว การจัดการปกครองราชอาณาจักรยังคงยึดถือประเพณีการปกครองตามแบบอย่างสมัยอยุธยาตอนปลาย และสมัยกรุงธนบุรี มีการปรับปรุงบ้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ซึ่งสมุหกลาโหมจะได้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลหัวเมือง ฝ่ายใต้ ดังรายละเอียดดังนี้ 2.1 การปกครองส่วนกลาง : การปกครองส่วนกลางนั้นมีการแบ่งหน้าที่หน่วยราชการมีคุมบริหาร ราชการแผ่นดินภายใต้การบังคับบัญชาของเสนาบดีเป็น 6 กรม คือ 1) กรมมหาดไทย มีอัครเสนาบดีตำแหน่งสมุหนายกเป็นผู้บังคับบัญชาดูแลรับผิดชอบในบริหารฝ่าย ทหารและพลเรือนในหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งหมด ยศและราชทินนามของสมุหนายก ได้แก่ พระยารัตนพิพิธ และ เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต กรม 4 กรมที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมมหาดไทย ประกอบด้วย 1) กรมเมือง มีพระยายมราชเป็นเสนาบดี มีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ตัดสินคดีความต่างๆ ในเขตราชธานี 2) กรมวัง มีเจ้าพระยาธรรมาธิกรณ์เป็นเสนาบดี มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบราชการที่เกี่ยวข้องกับพระ ราชมณเฑียร พระราชวัง พระราชพิธีต่างๆ และตัดสินคดีความเขตพระราชวัง 3) กรมท่า มีเจ้าพระยาพระคลังเป็นเสนาบดี มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับเงินรายรับรายจ่ายของ แผ่นดิน พิจารณาคดีที่เกี่ยวกับพระราชทรัพย์หลวง ติดต่อรับรองชาวต่างประเทศที่มาติดต่อค้าขายและดูแล บังคับบัญชาหัวเมืองชายทะเล ฝั่งตะวันออกด้วย 4) กรมนา มีพระยาพลเทพเป็นเสนาบดีมีหน้าที่รักษานาหลวง เก็บข้าวดำนาจากราษฎรรวม พิจารณาคดีเกี่ยวกับพื้นที่และโคกระบือด้วย 2) กรมกลาโหม มีอัครเสนาบดีตำแหน่งสมุหพระกลาโหมเป็นผู้บังคับบัญชาดูแลรับผิดชอบในราชการ ฝ่ายทหารและพลเรือนในหัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งหมด ยศและราชทินนามของสมุหพระกลาโหม ได้แก่ เจ้าพระยา มหาเสนาบดี 2.2 การปกครองในส่วนภูมิภาค : รูปแบบการปกครองในส่วนภูมิภาคนั้น การควบคุมบังคับบัญชา หัวเมืองต่างๆ ส่วนภูมิภาคจะขึ้นกับ “อัครเสนาบดี” ทั้งสองตำแหน่ง คือสมุหนายก และสมุหพระกลาโหม กับ เสนาบดีกรมท่า ซึ่งแบ่งแยกออกเป็นหัวเมืองฝ่ายเหนือ ฝ่ายใต้ และหัวเมืองชายทะเล ฝั่งตะวันออกดังได้กล่าว แล้วตอนต้น นอกจากนี้หัวเมืองต่างๆ เหล่านี้ยังแบ่งออกเป็นลักษณะต่างๆ ตามความสำคัญทางยุทธศาสตร์และ ราษฎร ดังนี้ 1).หัวเมืองชั้นใน เป็นหน่วยปกครองที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง มีฐานะเป็นเมืองจัตวา มีเจ้าเมืองหรือ ผู้รั้งเมืองดูแล 2).หัวเมืองชั้นนอก แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ 1) หัวเมืองใหญ่ : ประกอบด้วย หัวเมืองที่อยู่ห่างไกล แบ่งออกเป็นหัวเมืองเอก โท ตรีโดยใช้ขนาดและความสำคัญของหัวเมืองเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง หัวเมืองเหล่านี้


อยู่ใต้การปกครองของเมืองหลวง 2) หัวเมืองชั้นรอง : หัวเมืองขึ้นกับหัวเมืองใหญ่ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันมีเจ้าเมือง เป็นผู้ดูแล 3) หัวเมืองประเทศราช : หัวเมืองต่างชาติต่างภาษาอยู่ชายแดนติดกับประเทศอื่น ให้เป็นเมือง ประเทศราช มีเจ้านายชนชาตินั้นทำการปกครองกันเองตามจารีตประเพณีของชนชาตินั้นๆ และต้องส่งเครื่อง ราชบรรณาการแก่เมืองหลวง 2.3 การปกครองในส่วนท้องที่ต่างๆ : คงอาศัยตามแบบประเพณีสำคัญ คือ ประกอบด้วย “หมู่บ้าน” หรือ “บ้าน” แต่ละหมู่บ้านจะมีผู้ใหญ่บ้านซึ่งเจ้าเมืองเป็นผู้แต่งตั้งเป็นหัวหน้า หลายหมู่บ้านรวมเป็น “ตำบล” แต่ละตำบลจะมี “กำนัน” ซึ่งเจ้าเมืองเป็นผู้แต่งตั้งเป็นหัวหน้า ตัว “กำนัน” จะมีบรรดาศักดิ์เป็น “พัน” หลาย ตำบลรวมกันเป็น “แขวง” แต่ละแขวงจะมี “เจ้าแขวง” ซึ่งเจ้าเมืองเป็นผู้แต่งตั้งเป็นหัวหน้า หลายแขวง รวมกันเป็น"เมือง" แต่ละเมืองจะมี “เจ้าเมือง” เป็นหัวหน้า . เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อนๆ เนื้อหา เกี่ยวกับพัฒนาการด้านการเมือง การปกครองเข้าใจแล้วใช่ไหม


คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความที่กำหนดให้แล้วเติมคำตอบที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ................................1.มีอัครเสนาบดีตำแหน่งสมุหนายกเป็นผู้บังคับบัญชาดูแลรับผิดชอบในบริหารฝ่ายทหารและพล เรือนในหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งหมด ................................2.มีอัครเสนาบดีตำแหน่งสมุหพระกลาโหมเป็นผู้บังคับบัญชาดูแลรับผิดชอบในราชการฝ่ายทหาร และพลเรือนในหัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งหมด ................................3.มีหน้าที่รักษานาหลวง เก็บข้าวดำนาจากราษฎรรวม พิจารณาคดีเกี่ยวกับพื้นที่และโคกระบือด้วย .............................. 4.มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับเงินรายรับรายจ่ายของแผ่นดิน พิจารณาคดีที่เกี่ยวกับพระราช ทรัพย์หลวง ติดต่อรับรองชาวต่างประเทศที่มาติดต่อค้าขายและดูแลบังคับบัญชาหัวเมืองชายทะเล ฝั่งตะวันออกด้วย ................................5.มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบราชการที่เกี่ยวข้องกับพระราชมณเฑียร พระราชวัง พระราชพิธีต่างๆ และ ตัดสินคดีความเขตพระราชวัง ..................................6.มีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ตัดสินคดีความต่างๆ ในเขตราชธานี ..................................7.มีเจ้านายชนชาตินั้นทำการปกครองกันเองตามจารีตประเพณีของชนชาตินั้นๆ และต้องส่งเครื่อง ราชบรรณาการแก่เมืองหลวง .................................8.หัวเมืองที่อยู่ห่างไกล แบ่งออกเป็นหัวเมืองเอก โท ตรีโดยใช้ขนาดและความสำคัญของหัวเมือง เป็นเกณฑ์ในการแบ่ง ...................................9.เป็นหน่วยปกครองที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง มีฐานะเป็นเมืองจัตวา 10.การปกครองในส่วนท้องที่ต่างๆ คือ.................................................................. ............................................................................................................................. ..... .............................................................................................................................. .... .................................................................................................................................. .......................................................................................................................... ........ .................................................................................................................................. 1.การปกครองส่วนกลาง 2.การปกครองในส่วนภูมิภาค ทบทวนใบความรู้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกันเด็กๆ


คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความที่กำหนดให้แล้วเติมคำตอบที่ถูกต้องลงในช่องว่าง ................................1.มีอัครเสนาบดีตำแหน่งสมุหนายกเป็นผู้บังคับบัญชาดูแลรับผิดชอบในบริหารฝ่ายทหารและพล เรือนในหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งหมด ................................2.มีอัครเสนาบดีตำแหน่งสมุหพระกลาโหมเป็นผู้บังคับบัญชาดูแลรับผิดชอบในราชการฝ่ายทหาร และพลเรือนในหัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งหมด ................................3.มีหน้าที่รักษานาหลวง เก็บข้าวดำนาจากราษฎรรวม พิจารณาคดีเกี่ยวกับพื้นที่และโคกระบือด้วย ...............................4.มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับเงินรายรับรายจ่ายของแผ่นดิน พิจารณาคดีที่เกี่ยวกับพระราช ทรัพย์หลวง ติดต่อรับรองชาวต่างประเทศที่มาติดต่อค้าขายและดูแลบังคับบัญชาหัวเมืองชายทะเล ฝั่งตะวันออกด้วย ................................5.มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบราชการที่เกี่ยวข้องกับพระราชมณเฑียร พระราชวัง พระราชพิธีต่างๆ และ ตัดสินคดีความเขตพระราชวัง ..................................6.มีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ตัดสินคดีความต่างๆ ในเขตราชธานี 1.การปกครองส่วนกลาง กรมมหาดไทย กรมกลาโหม กรมนา กรมท่า กรมวัง ..................................7.มีเจ้านายชนชาตินั้นทำการปกครองกันเองตามจารีตประเพณีของชนชาตินั้นๆ และต้องส่ง เครื่องราชบรรณาการแก่เมืองหลวง .................................8.หัวเมืองที่อยู่ห่างไกล แบ่งออกเป็นหัวเมืองเอก โท ตรีโดยใช้ขนาดและความสำคัญของหัวเมือง เป็นเกณฑ์ในการแบ่ง ...................................9.เป็นหน่วยปกครองที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง มีฐานะเป็นเมืองจัตวา 10.การปกครองในส่วนท้องที่ต่างๆ คือ.................................................... ............................................................................................................................. ..... .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..... 2.การปกครองในส่วนภูมิภาค กรมเมือง หัวเมืองประเทศราช หัวเมืองชั้นนอก หัวเมืองชั้นใน ประกอบด้วย “หมู่บ้าน” แต่ละหมู่บ้านจะมีผู้ใหญ่บ้านซึ่งเจ้าเมืองเป็นผู้แต่งตั้ง เป็นหัวหน้า หลายหมู่บ้านรวมเป็น “ตำบล” แต่ละตำบลจะมี “กำนัน” หลาย ตำบลรวมกันเป็น “แขวง” แต่ละแขวงจะมี “เจ้าแขวง” ซึ่งเจ้าเมืองเป็นผู้ แต่งตั้งเป็นหัวหน้า หลายแขวงรวมกันเป็น"เมือง" แต่ละเมืองจะมี “เจ้าเมือง” เป็นหัวหน้า เก่งมากๆเลยทุกคน


โครงสร้างทางเศรษฐกิจสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นระบบเศรษฐกิจแบบยังชีพเช่นเดียวกับ สมัยอยุธยาและธนบุรีคือ แต่ละครอบครัวจะผลิตเพื่อการบริโภคในครัวเรือน ที่เหลือจึงนํามาค้าขาย แลกเปลี่ยนกัน การทํามาหากินของคนไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็นเกษตรกรรม การทํานา ทําสวนเป็นอาชีพหลักใน พื้นที่บริเวณกรุงเทพฯ ธนบุรี สำหรับการค้ากับต่างประเทศอยู่ภายใต้การควบคุมของพระคลังสินค้าที่ผูกขาดการค้ากับต่างประเทศ ดังจะเห็นได้ว่าสมัยรัชกาลที่ 1 และสมัยรัชกาลที่ 2 ไม่สามารถเก็บภาษีอากรได้พอเพียงสำหรับการจ่ายเบี้ย หวัดปีแก่ขุนนาง ข้าราชการ จนต้องนำเงินกำไรจากการค้าสำเภาและต่างประเทศมาใช้จ่ายเพิ่ม ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่3) รายจ่ายของแผ่นดินเพิ่มมากขึ้น จึงต้องหา วิธีเพิ่มพูนรายได้ให้กับท้องพระคลัง ทั้งในด้านการค้าสำเภากับต่างประเทศ รวมทั้งการใช้วิธีประมูลผูกขาดการ เก็บภาษีอากร ทำให้ท้องพระคลังมีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย ถึงพ่อค้าชาวตะวันตกจะไม่พอใจก็ตาม ผลผลิตทางการเกษตรในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่สำคัญ คือ ข้าว น้ำตาล พริกไทย ส่วนทรัพยากรธรรมชาติที่สร้างรายได้ ประกอบด้วย ไม้สัก ไม้ฝาง ดีบุก รวมทั้งเหล็ก ทองแดง ตะกั่ว ทองคำ สนธิสัญญาเบอร์นีย์พ.ศ.2369 อังกฤษ ส่ง ร้อยเอกเฮนรี เบอร์นีย์เข้ามาติดต่อทำสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์กับ ไทย (มักเรียกว่าสนธิสัญญาเบอร์นีย์) ในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2369 โดยใช้เวลา 5 เดือน จึงสามารถทำสนธิสัญญากับสยามได้สำเร็จ และจัดทำขึ้นเป็น 4 ภาษาได้แก่ ไทย อังกฤษ โปรตุเกส และมลายู โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1.ห้ามมิให้พ่อค้าอังกฤษซื้อข้าวเปลือก ข้าวสารบรรทุกออกไปจากกรุงเทพฯ ปืนและกระสุนดินดำ ซึ่ง พ่อค้าอังกฤษบรรทุกเข้ามาขายจะขายแก่ใคร ไม่ได้นอกจากทางราชการไทย ถ้าไทยไม่ต้องการ พ่อค้าต้อง นำกลับออกไปให้หมด 2.นอกจากข้าว ปืน และกระสุนดินดำ ไทยยอมให้พ่อค้าอังกฤษซื้อขายสินค้าได้โดยสะดวกไม่มี ข้อจำกัด โดยเรือบรรทุกสินค้าเข้ามาขายต้องเสียค่าธรรมเนียมปากเรือตามขนาดของปากเรือ วาละ 1700 บาท แต่ถ้าเป็นเรือเปล่าที่จะมาซื้อสินค้าไปขาย ให้เรียกค่าธรรมเนียมปากเรือวาละ 1500 บาท 3. เจ้าพนักงานสยามมีสิทธิ์ลงไปตรวจสอบสินค้าของพ่อค้าชาวอังกฤษ 4. ชาวอังกฤษที่เข้ามาค้าขายในประเทศสยามจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายสยามทุกประการ หลงัจากทา สนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชยก์บัองักฤษแลว้ สหรัฐอเมริกาก็เริ่มเขา้มาติดต่อและทา สนธิสัญญาทางพระ ราชไมตรีและการพาณิชยเ์ช่นเดียวกนัการที่พ่อคา้ต่างประเทศเริ่มเขา้มาคา้ขาย ทา ให้สินคา้ไทยเป็นที่ตอ้งการของพ่อคา้ต่างช เป็นอย่างไรบ้างคะ เพื่อนๆ สนุกกับการเรียนรู้ไปด้วยกันนะ


คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามที่กำหนดให้ ให้ถูกต้องสมบูรณ์ 1.เศรษฐกิจของไทยก่อนการเข้ามาติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตกมีลักษณะอย่างไร ตอบ 2 .เพราะเหตุใดพ่อค้าชาวตะวันตกจึงไม่ค่อยพอใจพระคลังสินค้า ตอบ 3. สาระสำคัญของการทำสนธิสัญญาเบอร์นีย์ มีใจความสำคัญอย่างไรบ้าง ตอบ ท าให้เต็มที่นะครับเพื่อนๆ ผมเอาใจช่วย


คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามที่กำหนดให้ ให้ถูกต้องสมบูรณ์ 1.เศรษฐกิจของไทยก่อนการเข้ามาติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตกมีลักษณะอย่างไร ตอบ 2 .เพราะเหตุใดพ่อค้าชาวตะวันตกจึงไม่ค่อยพอใจพระคลังสินค้า ตอบ 3. สาระสำคัญของการทำสนธิสัญญาเบอร์นีย์ มีใจความสำคัญอย่างไรบ้าง ตอบ บอกแล้วง่ายนิดเดียว เก่งทุกคนเลยครับเพื่อนๆ เศรษฐกิจไทยเป็นแบบยังชีพที่ผลิตสินค้าเพื่ออุปโภค บริโภคในครัวเรือน หากเหลือจึง นำไปเสียภาษีอากรให้กับแผ่นดินและนำไปแลกเปลี่ยนซื้อขายกัน เพราะพ่อค้าตะวันตกเสียผลประโยชน์จากการที่พระคลังสินค้าผูกขาด การค้าขายซึ่งทางราชการจะเข้าควบคุมการค้ากับต่างประเทศอย่าง ใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาอิทธิพลทางการค้ามาก เกินไป 1.ห้ามมิให้พ่อค้าอังกฤษซื้อข้าวเปลือก ข้าวสารบรรทุกออกไปจากกรุงเทพฯ ปืนและ กระสุนดินดำ ต้องขายให้ทางราชการไทย ถ้าไทยไม่ต้องการ พ่อค้าต้องนำกลับออกไปให้หมด 2. ไทยยอมให้พ่อค้าอังกฤษซื้อขายสินค้าได้โดยสะดวกไม่มีข้อจำกัด 3. เจ้าพนักงานสยามมีสิทธิ์ลงไปตรวจสอบสินค้าของพ่อค้าชาวอังกฤษ 4. จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายสยามทุกประการ


ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นยังมีศักดินาอยู่ในสังคมไทย คำว่า "ศักดินา" หมายถึงอำนาจหรือสิทธิที่ พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินตามศักดิ์ของแต่ละคน เดิมเป็นการถือครองที่ดินเป็นจำนวน ไร่ต่อมาเป็นการกำหนดสถานะ สิทธิ หน้าที่และความรับผิดชอบของคนในสังคม สำหรับโครงสร้างสังคมไทย สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นประกอบด้วยบุคคลหลายชนชั้นด้วยกัน ดังนี้ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสูงสุดของราชอาณาจักร พระองค์ทรงได้รับยกย่องจากพสกนิกรของ พระองค์ว่า พระองค์ทรงมีลักษณะเป็น “สมมติเทพ”ตามลัทธิความเชื่อในศาสนา พราหมณ์-ฮินดูเป็น “ธรรม ราชา” ตามลัทธิความเชื่อในพระพุทธศาสนา พระราชวงศ์หมายถึง เจ้านาย ซึ่งมีลักษณะเป็นเครือญาติของพระมหากษัตริย์บางทีเรียกว่า “พระบรมวงศานุวงศ์” ตำแหน่งของพระบรมวงศานุวงศ์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ สกุลยศ กับ อิสริยยศ ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น สกุลยศมีอยู่ 3 ตำแหน่ง คือ เจ้าฟ้า พระองค์เจ้า และหม่อมเจ้า ส่วนอิสริยยศ คือ พระยศเจ้า ที่พระมหากษัตริย์โปรดเกล้าฯให้เลื่อนขึ้นอิสริยยศที่สำคัญที่สุด ได้แก่ มหาอุปราช นอกจากนี้การ ได้รับตำแหน่งทรงกรมก็ถือเป็นอิสรยยศด้วยเหมือนกัน ได้แก่ กรมหมื่น กรมขุน กรมหลวง และกรมสมเด็จพระ ขุนนาง คือบุคคลที่รับราชการแผ่นดิน มีศักดินา ยศ ราชทินนาม และตำแหน่งเป็นเครื่องชี้บอกถึง อำนาจและเกียรติยศ ถ้าจะกล่าวอีกันยหนึ่งขุนนางก็คือ บรรดาข้าราชการของแผ่นดิน ขุนนางที่มีศักดินา 400 ไร่ขึ้นไปจะได้รับโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์แต่ถ้าศักดินาต่ำกว่า 400 ไร่ ลงมา จะได้รับแต่งตั้ง จากเสนาบดียศของขุนนางมี8 ลำดับ จากสูงสุดลงมาจนถึงต่ำสุด คือ สมเด็จเจ้าพระยา เจ้าพระยา พระยา พระ หลวง ขุน หมื่น และพัน ไพร่คือ ราษฎรที่เป็นชายฉกรรจ์ที่มีความสูงเสมอไหล่ 2 ศอกครึ่ง จะถูกมูลนายเอาชื่อเข้าบัญชีไว้เพื่อ เกณฑ์แรงงานไปใช่ในราชการต่างๆ ไพร่แบ่งเป็นประเภทตามสังกัดได้เป็น 2 ประเภท 4.1 ไพร่หลวง หมายถึง ไพร่ที่พระราชทานแก่กรมกองต่างๆ เป็นไพร่ของพระมหากษัตริย์โดยตรงไพร่ หลวงแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ไพร่หลวง ที่ต้องมารับราชการตามที่ทางกำหนดให้ หากมาไม่ได้ต้องให้ผู้อื่นไป แทนหรือส่งเงินมาแทนการรับราชการ และไพร่หลวงที่ต้องเสียเงินแต่ไม่ต้องมารับราชการ เรียกไพร่ประเภทนี้ ว่า “ไพร่หลวงส่วย” 4.2 ไพร่สม หมายถึง ไพร่ที่พระมหากษัตริย์พระราชทานให้แกเจ้านายและขุนนางที่มีตำแหน่งทำ ราชการเพื่อประโยชน์เนื่องจากสมัยนั้นยังไม่มีเงินเดือน การควบคุมไพร่ของมูลนาย หมายถึง การได้รับ ผลประโยชน์ตอบแทน เช่น ส่วนลดจากการเก็บเงินค่าราชการของกำนันจากไพร่ เป็นต้น ทาส หมายถึง บุคคลที่มิได้เป็นกรรมสิทธิ์ในแรงงานและชีวิตของตนเองแต่กลับตกเป็นทาสของนาย จนกว่าจะได้รับการไถ่ตัวพ้นจากความเป็นทาส นายมีสิทธิในการซื้อขายทาสได้ลงโทษทุบตีทาสได้แต่จะให้ถึง ตายไม่ได้ทาสมีศักดินา 5 ไร่ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ทาสมีหลายประเภท เช่น ทาสสินไถ่ (ทาสไถ่มาด้วย ทรัพย์) ลูกทาสที่เกิดในเรือนเบี้ย ทาสที่ได้มาจากข้างฝ่ายบิดามารดา เป็นต้น


พระภิกษุสงฆ์เป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา จึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน เป็นที่เคารพนับถือ ของคนไทยทุกระดับ ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประมุขฝ่ายพระสงฆ์ สมเด็จพระสังฆราชจะได้รับสถาปนาจากพระมหากษัตริย์ พระภิกษุสงฆ์จะมีตำแหน่งสูงต่ำลดหลั่นกันไป นับตั้งแต่พะภิกษุสงฆ์ธรรดา พระครูพระราชาคณะ และสูงสุดคือ สมเด็จพระสังฆราชประมุขของคณะสงฆ์และมีศักดินาลดหลั่นกันไปตามลำดับ ทบทวนอีกรอบให้เข้าใจที่สุด เพื่อความั ่นใจในการท ากิจกรรม นะเพื่อนๆ


คำชี้แจง ให้นักเรียนนำหมายเลขในข้อวามที่กำหนดให้ ไปตอบคำถามให้ถูกต้องว่าข้อใดมีความหมายสอดคล้องกัน หากเกิดข้อสงสัยกลับไปอ่านกรอบความรู้ใหม่ได้นะ 1.ได้รับการยกเว้นไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน เป็นที่เคารพนับถือของคนไทยทุกระดับ 2.บุคคลที่รับราชการแผ่นดิน มีศักดินา ยศ ราชทินนาม และตำแหน่งเป็นเครื่องชี้บอกถึง อำนาจและเกียรติยศ 3.บุคคลที่มิได้เป็นกรรมสิทธิ์ในแรงงานและชีวิตของตนเอง 4.ทรงเป็นประมุขสูงสุดของราชอาณาจักร มีลักษณะเป็น “สมมติเทพ” 5.ราษฎรถูกมูลนายเอาชื่อเข้าบัญชีไว้เพื่อเกณฑ์แรงงานไปใช่ในราชการต่างๆ 6.เจ้านาย ซึ่งมีลักษณะเป็นเครือญาติของพระมหากษัตริย์ พระสงฆ์ ตรงกับข้อ…………….. พระมหากษัตริย์ ตรงกับข้อ…………….. ขุนนาง ตรงกับข้อ…………….. พระราชวงศ์ ตรงกับข้อ…………….. ไพร่ ตรงกับข้อ…………….. ทาส ตรงกับข้อ……………..


คำชี้แจง ให้นักเรียนนำหมายเลขในข้อวามที่กำหนดให้ ไปตอบคำถามให้ถูกต้องว่าข้อใดมีความหมายสอดคล้องกัน การเรียนรู้ด้วยตนเองจะท าให้เรามีความรู้ที่คงทน มากขึ้น 1.ได้รับการยกเว้นไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน เป็นที่เคารพนับถือของคนไทยทุกระดับ 2.บุคคลที่รับราชการแผ่นดิน มีศักดินา ยศ ราชทินนาม และตำแหน่งเป็นเครื่องชี้บอกถึง อำนาจและเกียรติยศ 3.บุคคลที่มิได้เป็นกรรมสิทธิ์ในแรงงานและชีวิตของตนเอง 4.ทรงเป็นประมุขสูงสุดของราชอาณาจักร มีลักษณะเป็น “สมมติเทพ” 5.ราษฎรถูกมูลนายเอาชื่อเข้าบัญชีไว้เพื่อเกณฑ์แรงงานไปใช่ในราชการต่างๆ 6.เจ้านาย ซึ่งมีลักษณะเป็นเครือญาติของพระมหากษัตริย์ พระสงฆ์ ตรงกับข้อ…………….. พระมหากษัตริย์ ตรงกับข้อ…………….. ขุนนาง ตรงกับข้อ…………….. พระราชวงศ์ ตรงกับข้อ…………….. ไพร่ ตรงกับข้อ…………….. ทาส ตรงกับข้อ…………….. 4 2 3 6 5 1


ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนตัน (พ.ศ. 2325-2395) การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยมี วัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ การรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของราชอาณาจักร แต่ในขณะเดียวกันก็เพื่อรักษา ผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจด้วย สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไทยมีความสัมพันธ์กับชาติต่างๆ ในลักษณะ ดังต่อไปนี้ 1.ลักษณะความสัมพันธ์กับรัฐเพื่อนบ้าน รัฐเพื่อนบ้าน หมายถึง รัฐที่ตั้งอยู่ติดกับดินแดน ราชอาณาจักรไทย ประกอบด้วย ล้านนา พม่า มอญ ล้านช้าง เขมร ญวน และมลายูความสัมพันธ์ระหว่างไทย กับรัฐเพื่อนบ้านจะแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ เนื่องจากรัฐเพื่อนบ้านของไทยล้วนมีแสนยานุภาพทางทหาร แตกต่างกัน กรณีความสัมพันธ์กับพม่าซึ่งเป็นรัฐที่มีกำลังทหารเข้มแข็งและต้องการเข้ามามีอำนาจเหนือดินแดน ไทย ไทยจึงต้องตอบโต้ด้วยการใช้แสนยานุภาพทางทหาร เพราะไม่สามารถใช้วิธีการทางการทูตได้ เช่น เมื่อ พม่ายกทัพเข้ามาในเขตแดนไทยในสงครามเก้าทัพเมื่อ พ.ศ.2328 ไทยใช้กลยุทธ์ตั้งรับและโจมตีตอบโต้ด้วย กำลังทหารจนทำให้ข้าศึกถอยทัพกลับไป สำหรับญวน ซึ่งเกิดกรณีพิพาทกับไทยเกี่ยวกับเรื่องเขมรในสมัยรัชกาลที่ 1 ไทยใช้วิธีการเจรจากับ ญวนเพื่อจะได้ไม่ต้องขัดแย้งผลประโยชน์ต่อกัน แต่เมื่อญวนแสดงอำนาจเหนือไทย ไทยจึงต้องใช้การเจรจา พร้อมกับการทำสงคราม จนกระทั่งได้ข้อยุติว่าเขมรจะต้องให้ความสำคัญต่อไทยและญวนใน ลักษณะที่ ทัดเทียมกัน ส่วนความสัมพันธ์กับล้านนา ไทยได้คุ้มครองล้านนาให้ปลอดภัยจากพม่า รวมทั้งยกย่องให้เกียรติแก่ เจ้าผู้ครองล้านนาเสมือนญาติตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 3 เช่น การสถาปนาพระยากาวิละซึ่งรบชนะ กองทัพพม่าขึ้นเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นดัน สำหรับมอญ ไทยได้ให้ความคุ้มครอง ความปลอดภัย และสร้างความเป็นมิตรไมตรีกับหัวเมืองมอญ เช่น ในสมัยรัชกาลที่ 2 ไทยจัดทัพไปช่วยหัวเมืองมอญให้ปลอดภัยจากพม่าความช่วยเหลือครัวมอญที่หลบหนี ภัยสงครามกับพม่าให้มีที่พักอาศัย เป็นต้น ทางล้านช้างและเขมร ไทยให้ความช่วยเหลือผู้นำของอาณาจักรทั้งสองเสมือนญาติเมื่อเกิดกรณีพิพาท ภายในหมู่ราชวงศ์ทั้งทางล้านช้างและเขมรทั้งนี้ เมื่อเกิดความสงบสุขก็ส่งผลให้ไทยเกิดความปลอดภัยด้วย แต่ ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ยอมปรองดองด้วย ไทยก็ต้องใช้กำลังทหารเพื่อมิให้เหตุการณ์บานปลายจนกระทบถึง ความมั่นคงของไทย ส่วนมลายูนั้น ไทยพยายามผูกมิตรไมตรีกับหัวเมืองมลายูเพื่อความมั่นคงและปลอดภัยของหัวเมือง ฝ่ายใต้ของไทยและผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจทางทะเลในอ่าวไทย แต่ถ้าหัวเมืองมลายูไม่ยอมรับไมตรีและ เริ่มเป็นภัยต่อความมั่นคงของไทย ไทยก็จะใช้วิธีการเจรจาทางการทูตและการใช้กำลังทางทหารเพื่อสนับสนุน ให้การเจรจาได้ข้อยุติ


2. ลักษณะความสัมพันธ์กับจีน ไทยสร้างความสัมพันธ์กับจีนก็เพื่อผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ แต่การค้าขายกับจีนจะมีลักษณะพิเศษ เรียกว่า การค้าแบบรัฐบรรณาการโดยถ้ารัฐใดแต่งตั้งทูตพร้อมกับนำ เครื่องราชบรรณาการไปถวายจักรพรรดิจีน ราชสำนักจีนถือว่าเข้ามาอ่อนน้อมและให้การรับรองกษัตริย์ของรัฐ นั้นๆ และอนุญาตให้ซื้อขายกับจีนได้ แต่ไทยได้สร้างความสัมพันธ์กับจีนก็เพื่อต้องการผลประโยชน์ทางด้าน เศรษฐกิจเท่านั้น มิได้คิดว่าไทยจะต้องยอมอ่อนน้อมต่อจีนแต่อย่างใด 3. ลักษณะความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตก ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไทยมีการติดต่อทางการ ทูตกับประเทศตะวันตก ได้แก่ โปรตุเกส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา โดยลักษณะความสัมพันธ์จะเป็นเรื่อง ผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ แต่ขณะเดียวกันก็เพื่อรักษาความมั่นคงและปลอดภัยให้พ้นจากการ ครอบครองของชาติตะวันตกด้วย ลักษณะความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจนั้น ไทยยินดีให้โปรตุเกส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาส่งพ่อค้า เข้ามาค้าขายกับไทยได้ แต่ถ้าชาติต่างๆ เหล่านี้ต้องการทำสัญญาผูกมัดไทยก็จะเปิดการเจรจาต่อรองเพื่อให้ ไทยได้ประโยชน์และไม่เสียเปรียบมากที่สุด กรณีความสัมพันธ์กับอังกฤษ ในสมัยรัชกาลที่ 2 อังกฤษได้ส่ง จอห์น ครอว์เฟิวัต (Uohn Craviturd) เป็นทูตเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยเมื่อ พ.ศ. 2364 แต่ไม่ประสบ ความสำเร็จ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 อังกฤษส่งร้อยเอกเฮนรี เบอร์นีย์ (Henry Burney) เข้ามาเจรจากับไทย และได้ทำสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์ หรือ สนธิสัญญาเบอร์นีย์ ระหว่างกันเมื่อ พ.ศ. 2368 สำหรับด้านการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของราชอาณาจักร ไทยสามารถเจรจากับอังกฤษจน อังกฤษยอมรับอธิปไตยของไทยเหนือเมืองไทรบุรี กลันตัน และตรังกานูในแหลมมลายู และไม่มีสิทธิสภาพนอก อาณาเขตในไทยอย่างเด็ดขาด ในกรณีสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกาได้ส่งเอดมันด์ รอเบิตส์ (Edmund Robert) เป็นทูตเข้ามาทำ สนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์กับไทยเมื่อ พ.ศ. 2375 ก็มีข้อตกลง เช่น เดียวกับที่ไทยทำกับ อังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2369 เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงและปลอดภัยของ ราชอาณาจักร


ความสัมพันธ์กับพม่าซึ่งเป็นรัฐที่มีกำลังทหารเข้มแข็งและต้องการเข้ามามีอำนาจเหนือดินแดนไทย ไทยเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ในรูปแบบ............................................................................................... ................. ความสัมพันธ์กับญวน ซึ่งเกิดกรณีพิพาทกับไทยเกี่ยวกับเรื่องเขมรในสมัยรัชกาลที่ 1 ไทยจึงต้องใช้ การเจรจาพร้อมกับการทำสงคราม จนกระทั่งได้ข้อยุติว่า..................................................................................... ความสัมพันธ์กับล้านนา ไทยได้คุ้มครองล้านนาให้ปลอดภัยจากพม่า รวมทั้งยกย่องให้เกียรติแก่เจ้าผู้ ครองล้านนาเสมือนญาติตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 3 เช่น....................................................................... .............................................................................................................................................................................. ความสัมพันธ์กับมอญ ไทยได้ให้ความคุ้มครองความปลอดภัยและสร้างความเป็นมิตรไมตรีกับหัว เมืองมอญ เช่น ในสมัยรัชกาลที่ 2 ไทยจัดทัพไปช่วยหัวเมืองมอญจากการคุกคามของประเทศ........................... ความสัมพันธ์กับล้านช้างและเขมร ไทยให้ความช่วยเหลือผู้นำของอาณาจักรทั้งสองเสมือนญาติเมื่อ เกิดกรณีพิพาทภายในหมู่ราชวงศ์ทั้งทางล้านช้างและเขมรทั้งนี้ เมื่อเกิดความสงบสุขผลที่ดีที่ส่งผลกับประเทศ คือ.............................................................................................................................................. ........................... ความสัมพันธ์กับมลายูไทยพยายามผูกมิตรไมตรีกับหัวเมืองมลายูเพื่อความมั่นคงและปลอดภัยของ หัวเมืองฝ่ายใต้ของไทยและ................................................................................................................................... ความสัมพันธ์กับจีน การค้าขายกับจีนจะมีลักษณะพิเศษ เรียกว่า ................................................... โดยถ้ารัฐใดแต่งตั้งทูตพร้อมกับนำเครื่องราชบรรณาการไปถวายจักรพรรดิจีน ราชสำนักจีนถือว่าเข้ามาอ่อน น้อมและให้การรับรองกษัตริย์ของรัฐนั้นๆ และอนุญาตให้ซื้อขายกับจีนได้ ความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก ลักษณะความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจนั้น ไทยยินดีให้ ....................................................................................ส่งพ่อค้าเข้ามาค้าขายกับไทยได้ แต่ถ้าชาติต่างๆ เหล่านี้ ต้องการทำสัญญาผูกมัดไทยก็จะเปิดการเจรจาต่อรองเพื่อให้ไทยได้ประโยชน์และไม่เสียเปรียบมากที่สุด สำหรับด้านการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของราชอาณาจักร ไทยสามารถเจรจากับอังกฤษจน อังกฤษยอมรับอธิปไตยของไทยเหนือเมือง..........................................................................................และไม่มี สิทธิสภาพนอกอาณาเขตในไทยอย่างเด็ดขาด ในกรณีสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกาได้ส่ง………………………………………………………….. เป็นทูตเข้ามาทำ สนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์กับไทยเมื่อ พ.ศ. 2375 ก็มีข้อตกลง เช่น เดียวกับที่ไทยทำกับ อังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2369 เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงและปลอดภัยของ ราชอาณาจักร คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความแล้วเติมคำตอบให้เป็นข้อความที่สมบูรณ์ มีสมาธิทบทวน เชื่อว่าเพื่อนๆ ท าได้อยู่แล้ว


ความสัมพันธ์กับพม่าซึ่งเป็นรัฐที่มีกำลังทหารเข้มแข็งและต้องการเข้ามามีอำนาจเหนือดินแดนไทย ไทยเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ในรูปแบบ............................................................................................... ................. ความสัมพันธ์กับญวน ซึ่งเกิดกรณีพิพาทกับไทยเกี่ยวกับเรื่องเขมรในสมัยรัชกาลที่ 1 ไทยจึงต้องใช้ การเจรจาพร้อมกับการทำสงคราม จนกระทั่งได้ข้อยุติว่า..................................................................................... ความสัมพันธ์กับล้านนา ไทยได้คุ้มครองล้านนาให้ปลอดภัยจากพม่า รวมทั้งยกย่องให้เกียรติแก่เจ้าผู้ ครองล้านนาเสมือนญาติตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 3 เช่น....................................................................... .............................................................................................................................................................................. ความสัมพันธ์กับมอญ ไทยได้ให้ความคุ้มครองความปลอดภัยและสร้างความเป็นมิตรไมตรีกับหัว เมืองมอญ เช่น ในสมัยรัชกาลที่ 2 ไทยจัดทัพไปช่วยหัวเมืองมอญจากการคุกคามของประเทศ........................... ความสัมพันธ์กับล้านช้างและเขมร ไทยให้ความช่วยเหลือผู้นำของอาณาจักรทั้งสองเสมือนญาติเมื่อ เกิดกรณีพิพาทภายในหมู่ราชวงศ์ทั้งทางล้านช้างและเขมรทั้งนี้ เมื่อเกิดความสงบสุขผลที่ดีที่ส่งผลกับประเทศ คือ............................................................................................. ............................................................................ ความสัมพันธ์กับมลายูไทยพยายามผูกมิตรไมตรีกับหัวเมืองมลายูเพื่อความมั่นคงและปลอดภัยของ หัวเมืองฝ่ายใต้ของไทยและ................................................................................................................................... ความสัมพันธ์กับจีน การค้าขายกับจีนจะมีลักษณะพิเศษ เรียกว่า ................................................... โดยถ้ารัฐใดแต่งตั้งทูตพร้อมกับนำเครื่องราชบรรณาการไปถวายจักรพรรดิจีน ราชสำนักจีนถือว่าเข้ามาอ่อน น้อมและให้การรับรองกษัตริย์ของรัฐนั้นๆ และอนุญาตให้ซื้อขายกับจีนได้ ความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก ลักษณะความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจนั้น ไทยยินดีให้ ....................................................................................ส่งพ่อค้าเข้ามาค้าขายกับไทยได้ แต่ถ้าชาติต่างๆ เหล่านี้ ต้องการทำสัญญาผูกมัดไทยก็จะเปิดการเจรจาต่อรองเพื่อให้ไทยได้ประโยชน์และไม่เสียเปรียบมากที่สุด สำหรับด้านการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของราชอาณาจักร ไทยสามารถเจรจากับอังกฤษจน อังกฤษยอมรับอธิปไตยของไทยเหนือเมือง..........................................................................................และไม่มี สิทธิสภาพนอกอาณาเขตในไทยอย่างเด็ดขาด ในกรณีสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกาได้ส่ง………………………………………………………….. เป็นทูตเข้ามาทำ สนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์กับไทยเมื่อ พ.ศ. 2375 ก็มีข้อตกลง เช่น เดียวกับที่ไทยทำกับ อังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2369 เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงและปลอดภัยของ ราชอาณาจักร คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความแล้วเติมคำตอบให้เป็นข้อความที่สมบูรณ์ เรามาเฉลยกันเลย เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย การทำสงคราม เขมรจะต้องให้ความสำคัญต่อไทยและญวน ลักษณะที่ทัดเทียมกัน การสถาปนาพระยากาวิละซึ่งรบชนะกองทัพพม่า ขึ้นเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ พม่า มีความปลอดภัยจากภัยสงครามไปด้วย ผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจทางทะเลในอ่าวไทย การค้าแบบรัฐบรรณาการ โปรตุเกส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ไทรบุรี กลันตัน และตรังกานู เอดมันด์ รอเบิตส์


คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย (x) ลงในกระดาษคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. หน่วยงานใดควบคุมดูแลชาวเมืองฝ่ายใต้ ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก. กรมนา ข. กรมกลาโหม ค. สมุหนายก ง. กรมคลัง 2.ข้อใดกล่าวถึงหัวเมืองประเทศราชได้ถูกต้อง ก. เป็นหัวเมืองต่างชาติ เครื่องราชบรรณาการ ข. เป็นหัวเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากราชธานี ค. มีเสนาบดีเป็นผู้ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ง. แบ่งออกเป็นหัวเมืองเอก โท และตรี 3. ชาติตะวันตกที่เข้ามาทำสัญญาการค้า สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือข้อใด ก. ฝรั่งเศส อังกฤษ ข. ฮอลันดา ฝรั่งเศส ค. อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ง. โปรตุเกส ฮอลันดา 4.ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่ของกรมมหาดไทยได้ถูกต้อง ก. ดูแลรับผิดชอบฝ่ายทหารทั่วไป ข. ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตราชธานี ค. รับผิดชอบเกี่ยวกับพระราชมนเทียร พระราชวัง พระราชพิธี ง. ดูแลรับผิดชอบฝ่ายพลเรือนทั่วไป และควบคุมดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือ ทั้งด้านทหารและพลเรือน 5. การค้าขายกับต่างชาติ ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีลักษณะอย่างไร ก. ค้าขายกับจีนด้วยเรือสำเภา ข. ค้าขายอย่างเสรีกับชาติตะวันตก ค. เก็บภาษีอากรจากเรือสินค้าต่างชาติ ง. ผู้มีหน้าที่ดูแลการค้ากับต่างชาติ คือ สมุหนายก


8. ชนชั้นในสังคมด้วยระบบศักดินาในสมัยรัตนโกสินทร์ชนชั้นใดมิได้มีสิทธิ์ในแรงงานและชีวิต ก. ไพร่ ข. ทาส ค. พระสงฆ์ ง. ขุนนาง 7.ข้อใดกล่าวถึงสภาพสังคมในสมัยรัตนโกสินทร์ไม่ถูกต้อง ก. มีการแบ่งชนชั้นในสังคมด้วยระบบศักดินา ข. วัดยังคงเป็นศูนย์กลางของชุมชนและการศึกษา ค. มีการจัดระเบียบสังคมลักษณะคล้ายกับสมัยอยุธยา ง. รับอารยธรรมตะวันตกเข้ามาปรับใช้กับวัฒนธรรมไทยอย่างแพร่หลาย 9.การค้าแบบรัฐบรรณาการ เป็นการค้าระหว่างไทยกับชาติใด ก. พม่า ข. ลาว ค. จีน ง. โปรตุเกส 6.สนธิสัญญาเบอร์นี เป็นสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์ที่ไทยทำกับชาติใด ก. อังกฤษ ข. ฝรั่งเศส ค. ฮอลันดา ง. สหรัฐอเมริกา 10. ชาติตะวันตกที่เข้ามามีบทบาทในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือชาติใด ก. โปรตุเกส สเปน อังกฤษ ข. สหรัฐอเมริกา ฮอลันดา สเปน ค. อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา ง. โปรตุเกส อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ท ากันได้ไหมเอ่ย สู้ๆนะคะ ใช้ความรู้ทั้งหมด ให้เต็มที่ไปเลย


ข้อ ตอบ 1 ข. 2 ก. 3 ค. 4 ง. 5 ค. 6 ข. 7 ง. 8 ค. 9 ก. 10 ง.


ชื่อ …………………………………………………………………………….. เลขที่ ……………ชั้น …………… วิชา …………………………………………………………… เรื่อง …………………………………………...…… ทดสอบก่อนเรียน ทดสอบหลังเรียน ข้อ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 รวม ข้อ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 รวม กระดาษค าตอบ ต้องมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นแน่นอนด้วย บทเรียนสำเร็จรูป สามารถเรียนรู้ด้วย ตนเองได้


Click to View FlipBook Version