The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการใช้รถราชการ - กพอ. กองกลาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by psdg0224, 2023-10-02 22:53:41

คู่มือการใช้รถราชการ

คู่มือการใช้รถราชการ - กพอ. กองกลาง

สารบัญ หน้า - คำจำกัดความ 1 - ตราเครื่องหมายและอักษรแสดงสังกัด 1 - การขอยกเว้นพ่นตราเครื่องหมายและอักษรแสดงสังกัดส่วนราชการ 2 - การขอยกเว้นพ่นตราเครื่องหมายและอักษรแสดงสังกัด 2 - 3 - การใช้รถราชการ (รถส่วนกลาง) 4 - การจัดทำสมุดบันทึกการใช้รถ (รถส่วนกลาง) 5 - 6 - การเก็บรักษา 7 - 8 - การซ่อมบำรุง 9 - 10 - การเบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 11 - การจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง 11 - 12 - การจัดทำทะเบียนคุมการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง 13 - การดำเนินการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง 14 - หลักเกณฑ์และขั้นตอนการใช้บัตรเติมน้ำมันรถราชการ 15 - 18 - การจัดทำเกณฑ์การใช้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 19 - การประกันภัยรถราชการ (รถส่วนกลาง) 20 - 21 - การยืมรถราชการ 22 - แผนผังการใช้รถส่วนกลาง 23


1 การใช้รถราชการ (รถส่วนกลาง) คำจำกัดความ ส่วนราชการ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม สำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือในต่างประเทศ แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ - ในราชการบริหารส่วนกลาง หมายความว่า อธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ แผ่นดิน และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม - ในราชการบริหารส่วนภูมิภาค หมายความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดกระทรวง หมายความรวมถึง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดทบวง ข้าราชการ หมายความรวมถึง ลูกจ้างของส่วนราชการด้วย รถส่วนกลาง หมายความว่า รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่จัดไว้เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวม ของส่วนราชการ ข้าราชการที่ทางราชการจัดรถประจำตำแหน่งให้ ได้แก่ ข้าราชการซึ่งกฎหมายบัญญัติให้เป็นตำแหน่ง บังคับบัญชีตั้งแต่ระดับผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการ รองหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าส่วนราชการขึ้นไป ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง และเอกอัครราชทูต อัครราชทูต อัครราชทูตที่ปรึกษา ที่ปรึกษา ผู้ช่วยทูตฝ่ายกิจการพิเศษ กงสุลใหญ่และหัวหน้าสำนักงานในต่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวข้อง อัครราชทูตที่ปรึกษา ที่ปรึกษานั้น เฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งที่สองรองจากเอกอัครราชทูต หัวหน้าส่วนราชการอาจพิจารณาจัดสรรรถประจำตำแหน่งสำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา หรือผู้ทรงคุณวุฒิในระดับ ๑๑ และระดับ ๑๐ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับการจัดรถประจำตำแหน่งมาแล้ว และได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการให้รับผิดชอบด้านบริหารที่มีอำนาจการบังคับบัญชาก็ได้ ตราเครื่องหมายประจำของส่วนราชการ รถส่วนราชการทุกคันให้มีตราเครื่องหมายประจำของส่วนราชการขนาดกว้างหรือยาวไม่น้อยกว่า ๑๘ เซนติเมตร และอักษรชื่อเต็มของส่วนราชการขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๕ เซนติเมตร หรือชื่อย่อขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๗.๕ เซนติเมตร ไว้ด้านข้างนอกรถทั้งสองข้าง สำหรับรถจักรยานยนต์ ขนาดของตราเครื่องหมายและอักษรชื่อแสดงสังกัดของส่วนราชการให้ลดลงตามส่วน ตราเครื่องหมายและอักษรชื่อแสดงสังกัดของส่วนราชการในวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้พ่นด้วยสีขาว เว้นแต่ใช้สีขาวแล้วมองไม่เห็นชัดเจน ให้ใช้สีอื่นแทน ในกรณีที่มีการจำหน่ายรถส่วนกลางให้ส่วนราชการเจ้าของรถ ลบหรือทำลายเครื่องหมายและอักษรชื่อ แสดงสังกัดของส่วนราชการออกทั้งหมด ก่อนที่จะส่งมอบรถส่วนกลางให้บุคคลอื่น


2 การขอยกเว้นพ่นตราเครื่องหมายและอักษรแสดงสังกัดส่วนราชการ ส่วนราชการใดมีเหตุผลและความจำเป็นซึ่งเห็นว่า การมีตราเครื่องหมายและอักษรชื่อแสดงสังกัด ของส่วนราชการไว้ด้านข้างนอกรถ อาจไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้หรือไม่เหมาะสมแก่การปฏิบัติงานให้ขออนุมัติ ปลัดกระทรวง เพื่อขอยกเว้นการมีตราเครื่องหมายและอักษรชื่อแสดงสังกัดได้ รถคันใดได้รับยกเว้นการมีตราเครื่องหมายและอักษรชื่อแสดงสังกัดของส่วนราชการ ให้ส่วนราชการ รายงานผู้รักษาการตามระเบียบ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบ และให้มีการพิจารณาทบทวน เหตุผลและความจำเป็นของการยกเว้นการมีตราเครื่องหมายและอักษรชื่อแสดงสังกัดของส่วนราชการ ในช่วงเวลา อันเหมาะสมอยู่เสมอ การเปลี่ยนแปลงประเภทรถราชการจะกระทำมิได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็นให้เปลี่ยนแปลงได้ โดยให้หัวหน้าส่วนราชการเสนอปลัดกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาอนุมัติ ด้วยความเห็นชอบของสำนักงบประมาณ การขอยกเว้นพ่นตราเครื่องหมายและอักษรแสดงสังกัด ๑. ต้องมีเหตุผลความจำเป็น ๒. ปลัดกระทรวงเป็นผู้อนุมัติ ๓. เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้รายงานสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและสำนักนายกรัฐมนตรีทราบ ๔. ทบทวนการขอยกเว้นการมีตราเครื่องหมาย ในช่วงเวลาอันเหมาะสม (ควรทบทวนอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง) หน่วยงานของสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอยกเว้นการมีตราเครื่องหมายและอักษรชื่อแสดงสังกัด หน่วยงานจะต้องดำเนินการ ดังนี้ ๑. จัดทำหนังสือบันทึกข้อความแจ้งเหตุผลความจำเป็นของการขอยกเว้นการมีตราเครื่องหมาย และอักษรแสดงสังกัดเพื่อให้ปลัดกระทรวงอนุมัติ ๒. เมื่อปลัดกระทรวงอนุมัติแล้วให้ส่งหนังสือขออนุมัติส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และสำนัก นายกรัฐมนตรีทราบ /ตัวอย่างหนังสือ...


3 ตัวอย่าง หนังสือบันทึกข้อความแจ้งเหตุผลความจำเป็น


4 การใช้รถราชการ รถส่วนกลางให้ใช้เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวมของส่วนราชการ หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ตามหลักเกณฑ์ที่ส่วนราชการเจ้าของรถนั้นกำหนดขึ้นโดยทุกครั้งที่มีการใช้รถส่วนกลางให้เจ้าหน้าที่ผู้ขอใช้ จัดทำใบขออนุญาตใช้รถ (แบบ ๓) ตามที่ระเบียบฯ กำหนดเสนอต่อผู้มีอำนาจ ห้ามผู้มีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่ง ซึ่งได้รถประจำตำแหน่งแล้วนำรถส่วนกลางไปใช้อีก เว้นแต่ มีเหตุผลความจำเป็นเฉพาะคราว ทั้งนี้ ให้เหตุผลความจำเป็นที่ต้องใช้รถส่วนกลางใช้ด้วย ห้ามข้าราชการรายใดที่มิได้ดำรงตำแหน่งที่มีรถประจำตำแหน่ง นำรถส่วนกลางไปใช้เสมือนเป็นรถ ประจำตำแหน่ง และให้พิจารณาดำเนินการลงโทษทางวินัยแก่ข้าราชการรายนั้นและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด (ตามหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ นร ๐๑๐๖/ว ๔๒๗ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๐ เรื่อง ซักซ้อม ความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้รถส่วนกลาง การใช้รถราชการ (รถส่วนกลาง) มีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้ ๑. ผู้ต้องการใช้รถส่วนกลาง จัดทำใบขออนุญาตใช้รถ (แบบ ๓) ๒. ผ่านเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการใช้รถเพื่อตรวจสอบและจัดรถตามความเหมาะสมแล้วลงทะเบียนควบคุม ๓. นำใบอนุญาตการใช้รถเสนอต่อผู้มีอำนาจอนุมัติ ๔. แจ้งหัวหน้าเจ้าหน้าที่สั่งจ่ายน้ำมัน (กรณีต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิง) ๕. แจ้งผู้ใช้รถทราบและพนักงานขับรถเพื่อเตรียมความพร้อม ๖. ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ๗. เมื่อเสร็จภารกิจ พนักงานขับรถยนต์ลงบันทึกการใช้รถในสมุดบันทึกการใช้รถ (แบบ ๔) ๘. พนักงานขับรถยนต์ตรวจสอบความเรียบร้อยของรถก่อนจัดเก็บ /ตัวอย่างใบ...


5 ตัวอย่าง ใบขออนุญาตใช้รถ (แบบ ๓) การจัดทำสมุดบันทึกการใช้รถ (รถส่วนกลาง) ให้ส่วนราชการจัดให้มีการสมุดบันทึกการใช้รถส่วนกลาง ประจำรถแต่ละคัน สมุดบันทึกอย่างน้อยให้ มีข้อความตามแบบ ๔ ท้ายระเบียบฯ และควบคุมให้พนักงานขับรถยนต์ลงรายการไปตามความเป็นจริงทุกครั้ง ที่ใช้รถ


6 ตัวอย่าง สมุดบันทึกการใช้รถส่วนกลาง (แบบ ๔)


7 การเก็บรักษา การเก็บรักษารถส่วนกลาง ให้อยู่ในการควบคุมและความรับผิดชอบของส่วนราชการ โดยเก็บรักษา ในสถานที่เก็บหรือบริเวณของส่วนราชการ สำหรับรถส่วนกลาง หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากหัวหน้าส่วนราชการจะพิจารณา อนุญาตให้นำรถไปเก็บรักษาที่อื่นเป็นการชั่วคราวหรือเป็นครั้งคราวได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ส่วนราชการไม่มีสถานที่เก็บรักษาปลอดภัยเพียงพอ หรือ (๒) มีราชการจำเป็นและเร่งด่วน หรือการปฏิบัติราชการลับ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเก็บรักษารถส่วนกลาง จัดทำรายงานขออนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลความจำเป็น และรายละเอียดของสถานที่ที่จะนำรถส่วนกลางไปเก็บรักษา แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนมีความปลอดภัย เพียงพอ เสนอประกอบการพิจารณาของผู้มีอำนาจอนุญาตด้วยทุกครั้ง เมื่อได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ส่วนราชการรายงานสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานตรวจเงิน แผ่นดินทราบ ในกรณีที่เกิดการสูญหายหรือเสียหายขึ้นกับรถส่วนกลางในระหว่างการเก็บรักษาที่อื่น ผู้เก็บรักษาต้อง รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทางราชการ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังดูแลรักษา เยี่ยงวิญญูชนแล้ว และการสูญหายหรือเสียหายนั้นมิได้เกิดขึ้นจากกการประเมินเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เก็บ รักษา แต่หากการสูญหายหรือเสียหายนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการนำไปใช้ทางอื่น ให้ผู้อื่นใช้ หรือนำไปเก็บไว้ ณ ที่ที่มิได้รับอนุญาต ผู้เก็บรักษาต้องรับผิดชอบทุกกรณี แม้ว่าจะเกิดด้วยเหตุสุดวิสัย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าถึง อย่างไรความสูญหายหรือเสียหายก็จะเกิดแก่รถส่วนกลางคันนั้น กรณีรถส่วนกลางเสียหายให้พนักงานขับรถรีบรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงหัวหน้าส่วน ราชการทราบทันทีโดยในการรายงานให้ใช้แบบ ๕ ตามระเบียบฯ ที่กำหนด /ตัวอย่างแบบ...


8 ตัวอย่าง แบบรายงานการเกิดเหตุ (แบบ ๕) ในระหว่างที่ดำเนินการหาตัวผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถดังกล่าว หากส่วนราชการมี ความจำเป็นต้องใช้รถคันนั้น ให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาอนุมัติซ่อมรถคันนั้นโดยเบิกจ่ายจากเงิน งบประมาณไปก่อนได้ ให้นำระเบียบความรับผิดชอบของข้าราชการในทางแพ่ง มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับ กรณีดังกล่าวมาใช้บังคับตามระเบียบนี้


9 การซ่อมบำรุง ส่วนราชการมีหน้าที่รับผิดชอบการซ่อมบำรุงรถส่วนกลาง ให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ดีเสมอ ต้องตรวจสอบและดูแลสภาพรถมิให้มีมลพิษทางอากาศและระดับเสียงจากท่อไอเสียเกินระดับมาตรฐาน ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมกำหนด ในการเริ่มตรวจสอบมลพิษของรถราชการให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการที่จะพิจารณาดำเนินการ ได้ตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้จะต้องดำเนินการตรวจสอบรถราชการทุกคันในครั้งแรกให้เสร็จสิ้นภายใน ๖ เดือน นับแต่ที่ระเบียบที่ผลบังคับ โดยให้มีการตรวจสอบมลพิษทุกระยะ ๖ เดือนหรือทุกระยะทาง ๑๕,๐๐๐ กม. แล้วแต่จะถึงกำหนด อย่างใดก่อน และภายหลังการซ่อมบำรุงที่เกี่ยวกับระบบการทำงานของเครื่องยนต์ทุกครั้ง เมื่อพบว่ารถราชการ คันใดมีมลพิษเกินระดับมาตรฐานให้ดำเนินการแก้ไข ซ่อมบำรุงหรือปรับสภาพเครื่องยนต์ให้ดีทันที ให้รายงานผล การดำเนินงานให้กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม อย่างน้อยปีละครั้ง ทุกครั้งที่มีการซ่อมบำรุงรถให้บันทึกรายการซ่อมบำรุงในสมุดแสดงรายการซ่อมบำรุงรถ(แยกเป็นแต่ละคัน) โดยใช้แบบแสดงรายการซ่อมบำรุง (แบบ ๖ ) ตามระระเบียบฯ กำหนด /ตัวอย่างแบบ...


10 ตัวอย่าง แบบแสดงรายละเอียดการซ่อมบำรุง (แบบ ๖)


11 การเบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิง คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติ ในการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อใช้ในการปฏิบัติราชการตามภารกิจของหน่วยงานของรัฐเป็นไปโดยถูกต้อง เหมาะสม ตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค(กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๗๙ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๑ เรื่อง แนวทาง ปฏิบัติในการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงของหน่วยงานของรัฐ โดยมีคำจำกัดความ ดังนี้ น้ำมันเชื้อเพลิง หมายถึง น้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ รถของหน่วยงานของรัฐ หมายถึง รถทุกประเภทของหน่วยงานของรัฐที่หน่วยงานของรัฐมีไว้เพื่อใช้ ประจำสำนักงาน หรือเพื่อปฏิบัติตามภารกิจของหน่วยงานของรัฐ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง หมายถึง สถานีบริการตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ผู้จัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง หมายถึง ผู้ดำเนินการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง (ได้แก่ พนักงานขับรถยนต์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ให้นำรถราชการไปเติม น้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในครั้งนั้น ๆ) การจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง ๑. การจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) ๒. การจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน และกำหนด วิธีการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีส่วนราชการไม่มีภาชนะเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานีบริการน้ำมันให้เครดิต กรณีส่วนราชการไม่มีภาชนะเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานีบริการน้ำมันไม่ให้เครดิต ๑. จัดทำรายงานขอซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง เจ้าหน้าที่จัดทำรายงานขอซื้อ ตามระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐ ข้อ ๒๒ วรรคหนึ่ง วงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งไม่เกิน ๕๐๐,๐๐ บาท โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามกฎกระทรวงกำหนดวงเงิน การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยถือ รายงานขอซื้อดังกล่าวเป็นรายงานขอซื้อน้ำมัน เชื้อเพลิงสำหรับการจัดซื้อในแต่ละครั้ง เมื่อจัดซื้อ ๑. จัดทำรายงานขอซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง เจ้าหน้าที่จัดทำรายงานขอซื้อ ตามระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐ ข้อ ๒๒ วรรคหนึ่ง วงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งไม่เกิน ๕๐๐,๐๐ บาท โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามกฎกระทรวงกำหนดวงเงิน การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยถือ รายงานขอซื้อดังกล่าวเป็นรายงานขอซื้อน้ำมัน เชื้อเพลิงสำหรับการจัดซื้อในแต่ละครั้ง เมื่อจัดซื้อ


12 กรณีส่วนราชการไม่มีภาชนะเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานีบริการน้ำมันให้เครดิต กรณีส่วนราชการไม่มีภาชนะเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานีบริการน้ำมันไม่ให้เครดิต น้ำมันเชื้อเพลิงมีวงเงินสะสมครบหรือใกล้จะครบ วงเงินที่ขออนุมัติ ให้เจ้าหน้าที่จัดรายงานขอซื้อ ฉบับใหม่ ๒. การดำเนินการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง - หัวหน้าเจ้าหน้าที่ เป็นผู้ลงนามในใบสั่งจ่ายน้ำมัน เชื้อเพลิงที่สถานบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นผู้จัดหาให้ - มอบใบสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนหนึ่งให้แก่ผู้จัดซื้อ น้ำมันเชื้อเพลิง - ให้เจ้าหน้าที่ผู้จัดซื้อมันเชื้อเพลิง เขียนข้อความว่า “ได้รับมอบน้ำมันเชื้อเพลิงตามรายการข้างต้นไว้ ครบถ้วนถูกต้องแล้ว”พร้อมทั้งลงลายชื่อกำกับลงใน ใบบันทึกรายการขาย (Sales Slip) โดยถือว่าเอกสาร ดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับพัสดุแล้ว (ไม่ต้อง จัดทำบันทึกคณะกรรมตรวจพัสดุอีก) -ส่งมอบใบบันทึกรายการขาย (Sales slip) ให้เจ้าหน้าที่ รวบรวมไว้เพื่อเบิกเงินให้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ต่อไป -สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงจัดส่งใบแจ้งยอดการจัดซื้อ น้ำมันเชื้อเพลิงของแต่ละเดือน ให้ส่วนราชการทราบ ล่วงหน้าก่อน ภายในวันที่ ๑๐ ของเดือนถัดไป เพื่อให้ ส่วนราชการตรวจสอบความถูกต้องและชำระเงิน ค่าน้ำมัน ในวันที่ ๑๕ ของเดือน โดยส่งใบส่งน้ำมัน ของแต่ละเดือน เมื่อรวมแล้วจะต้องตรงกับใบแจ้งยอด ของเดือนนั้น ๆ ในกรณีวันที่ ๑๐ ของเดือน เป็นวันหยุด ทำการของส่วนราชการ (วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือ วันเสาร์-อาทิตย์) ให้ส่งเอกสารดังกล่าวไปยังส่วนราชการ ในวันทำการสุดท้ายก่อนวันหยุดราชการ เพื่อให้ ส่วนราชการสามารถชำระเงินค่าน้ำมันได้ในวันที่ ๑๕ ของเดือน น้ำมันเชื้อเพลิงมีวงเงินสะสมครบหรือใกล้จะครบ วงเงินที่ขออนุมัติ ให้เจ้าหน้าที่จัดรายงานขอซื้อ ฉบับใหม่ ๒. ส่วนราชการจัดซื้อโดยจ่ายเงินทดรองราชการ ๓. การดำเนินการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง - ภายหลังจากการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ผู้จัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง ขอให้สถานีบริการ น้ำมันเชื้อเพลิงออกใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี โดยให้ผู้จัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเขียนข้อความว่า “ได้รับมอบน้ำมันเชื้อเพลิงตามรายการข้างต้นไว้ ครบถ้วนถูกต้องแล้ว” พร้อมทั้งลงลายมือชื่อกำกับ ลงในใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีที่การดำเนินการ จัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงออกให้ โดยถือว่าเอกสารดังกล่าว เป็นหลักฐานการตรวจรับพัสดุ (ไม่ต้องจัดทำบันทึก คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอีก) ๔. ส่งมอบเอกสารดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อ ดำเนินการเบิกเงินคืนต่อไป


13 การจัดทำทะเบียนคุมการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เจ้าหน้าที่ที่จัดทำรายงานขอซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง เสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๒๒ วรรคหนึ่ง วงเงินในการจัดซื้อจัดจ้าง ครั้งหนึ่งไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามกฎกระทรวงกำหนดวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง และจัดทำทะเบียนควบคุมการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงตามแบบที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหา การจัดซื้อว่าด้วยการพัสดุกำหนดตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๗๙ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๑ เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานตามภารกิจของหน่วยงานของรัฐ โดยให้นำมาลงทะเบียนควบคุมการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เพื่อประโยชน์ ในการติดตาม ควบคุม และตรวจสอบการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ ให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการทราบ ทุก ๓ เดือน เมื่อมีการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละครั้งให้นำวงเงินการจัดซื้อแต่ละครั้งมาสะสมยอดไว้จนกว่าจะครบ หรือใกล้จะครบวงเงินที่ขออนุมัติ แล้วให้เจ้าหน้าที่จัดทำรายงานขอซื้อน้ำมันเพิ่มใหม่ ข้อกำหนดขอบเขตเงื่อนไขของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้เครดิตแก่ส่วนราชการ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้เครดิตแก่ส่วนราชการ ต้องให้บริการ ดังนี้ ๑. ออกใบสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงมอบให้แก่ส่วนราชการที่ขอรับเครดิต โดยใบสั่งจ่ายน้ำมันให้มี ๒ ส่วน ซึ่งมีข้อความเหมือนกัน และมีรายละเอียด ดังนี้ - ข้อความระบุว่าเป็น ใบสั่งจ่ายน้ำมัน - ข้อมูลเกี่ยวกับสถานีบริการน้ำมัน ประกอบด้วย ชื่อและที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร และ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของสถานีบริการน้ำมัน - ส่วนราชการผู้สั่งจ่ายน้ำมัน - วัน เดือน ปี ที่สั่งจ่ายน้ำมัน - หมายเลขทะเบียนรถ - ประเภท จำนวน และราคา - ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายน้ำมัน ผู้ตรวจรับ ๒. ออกใบบันทึกรายการขาย(Sales Slip) ให้แก่ส่วนราชการหลังจากเติมน้ำมันแล้ว เพื่อใช้เป็นหลักฐาน ๓. จัดส่งเอกสารใบแจ้งยอดการจัดซื้อน้ำมันของแต่ละเดือน ไปยังส่วนราชการให้ทราบล่วงหน้าก่อน ภายในวันที่ ๑๐ ของเดือนถัดไป เพื่อให้ส่วนราชการทำการตรวจสอบความถูกต้องและชำระค่าน้ำมัน ในวันที่ ๑๕ ของเดือน ในกรณีวันที่ ๑๐ ของเดือน เป็นวันหยุดทำการของส่วนราชการ (วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันเสาร์ -อาทิตย์) ให้ส่งเอกสารดังกล่าวไปยังส่วนราชการในวันทำการสุดท้ายก่อนวันหยุดราชการ เพื่อให้ส่วนราชการในวันทำการ สุดท้ายก่อนวันหยุดราชการ เพื่อให้ส่วนราชการสามารถชำระเงินค่าน้ำมันได้ในวันที่ ๑๕ ของเดือน


14 การดำเนินการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง ให้จัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานีบริการใดก็ได้ยกเว้นกรณีจัดซื้อตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ ลิตรขึ้นไป ให้จัดซื้อ จาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยจัดให้มีการทำสัญญาซื้อขายหรือข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกัน ทั้งนี้ กรณีที่มีประกาศเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ถือปฏิบัติดังนี้ ๑. กรณีที่ตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ทำไว้ มีการกำหนดวันส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิง อยู่ในช่วงเวลาที่น้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาเปลี่ยนแปลงให้เป็นดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการที่จะพิจารณาแก้ไข สัญญาหรือข้อกลงเป็นหนังสือที่ทำไว้โดยปรับลดหรือเพิ่มจำนวนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับส่วนที่ยังไม่ได้ส่งมอบ ตามราคาที่กำหนดใหม่ได้ ๒. กรณีที่ตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ทำไว้ มีการกำหนดวันส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงแน่นอน ไว้ก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงมิได้ส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงภายในกำหนดเวลา ดังกล่าว และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้เปลี่ยนแปลงสูงขึ้น สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องรับผิดชอบ ในส่วนราคาที่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากมิได้จัดส่งในระยะเวลาที่กำหนดไว้ หากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ได้เปลี่ยนแปลงลดลง ให้เป็นดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการที่จะพิจารณาแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง เป็นหนังสือที่ทำไว้ โดยปรับเพิ่มจำนวนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือลดวงเงินแล้วแต่กรณี ๓. กรณีราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามข้อ ๑. และลดลงตามข้อ ๒.ส่วนราชการ จะกำหนดเป็นเงื่อนไขในสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือไว้แต่ต้นว่าจะให้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงส่งมอบน้ำมัน เชื้อเพลิง โดยยึดถือตามจำนวนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือวงเงินก็ได้ ๔. การตรวจรับน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ส่วนราชการ ดำเนินการตรวจรับโดยถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๐ ๕. การควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ส่วนราชการจัดให้มีการควบคุม การเก็บรักษา และการเบิก - จ่าย น้ำมันเชื้อเพลิง โดยถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ หมวด ๙ การบริหารพัสดุ /หลักเกณฑ์...


15 หลักเกณฑ์และขั้นตอนการใช้บัตรเติมน้ำมันรถราชการ กระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ส่วนราชการจัดทำบัตรเติมน้ำมันรถราชการ และเบิกจ่ายเงิน งบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้บัตรตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนการใช้บัตรเติมน้ำมัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับส่วนราชการ ดังนี้ ส่วนราชการ หมายถึง ส่วนราชการที่เป็นหน่วยเบิกจ่ายที่มีที่ตั้งสำนักงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือในส่วนภูมิภาค รถราชการ หมายถึง รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของส่วนราชการรวมถึงรถราชการอื่น ที่มีส่วนราชการยืมหรือเช่าไว้เพื่อใช้ประจำสำนักงานและเบิกจ่ายค่าน้ำมัน จากเงินงบประมาณรายจ่าย สถาบันผู้ออกบัตร เติมน้ำมันรถราชการ หมายถึง ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตบริษัทที่ประกอบ ธุรกิจน้ำมันค้าปลีก บัตรเติมน้ำมันรถราชการ หมายถึง บัตรเครดิตของส่วนราชการที่ออกโดยสถาบันผู้ออกบัตรเติมน้ำมัน รถราชการเพื่อใช้สำหรับเติมน้ำมันรถราชการ สถานีบริการน้ำมัน หมายถึง สถานีที่จำหน่ายน้ำมันที่บริหารงานโดยบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันหรือบริหาร โดยผู้ค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการและรับชำระค่าน้ำมันด้วยบัตรเติมน้ำมันรถราชการ ผู้ถือบัตรเติมน้ำมัน หมายถึง ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากส่วนราชการให้นำบัตรเติมน้ำมันรถราชการ ไปใช้เติมน้ำมันรถราชการที่สถานีบริการน้ำมัน น้ำมันรถราชการ หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำมันใส และแก๊สเติมรถยนต์ NGV ขั้นตอนการดำเนินการ ๑. คัดเลือกบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมัน (เพื่อบริษัทฯ จะประสานกับสถาบันผู้ออกบัตรเติมน้ำมันรถราชการซึ่งเป็น คู่ค้าทางธุรกิจออกบัตรเติมน้ำมันรถราชการ ๑ ใบ ต่อรถราชการ ๑ คัน โดยมีระยะเวลาการใช้บริการไม่น้อยกว่า ๑ ปี) ๒. สำรวจจำนวนรถที่จะใช้บัตรเติมน้ำมันรถราชการ ๓. ประมาณการวงเงินการจัดซื้อน้ำมันรถราชการ ตลอดทั้งปีงบประมาณ และแยกย่อยวงเงินการเติมน้ำมัน สำหรับรถราชการแต่ละคัน ในแต่ละเดือนโดยให้กำหนดค่าใช้จ่ายน้ำมันเท่ากันทุกเดือนสำหรับการขอวงเงิน สินเชื่อจากสถาบันผู้ออกบัตรเติมน้ำมันรถราชการ เสนอหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ได้รับมอบอำนาจพิจารณาอนุมัติ ๔. สมัครเป็นสมาชิกบัตรเติมน้ำมันรถราชการกับสถาบันผู้ออกบัตรเติมน้ำมัน ๕. สถาบันจะเป็นผู้ออกบัตรเติมน้ำมันให้ส่วนราชการ ๖. เมื่อมีการใช้บัตรเติมน้ำมันรถราชการครบแต่ละเดือน สถาบันผู้ออกบัตรเติมน้ำมันรถราชการจะส่งเอกสาร ใบแจ้งยอดการใช้จ่ายบัตร ไปยังส่วนราชการให้ทราบล่วงหน้าก่อนภายในวันที่ ๑๐ ของเดือน เพื่อให้ส่วนราชการ ตรวจสอบความถูกต้อง และชำระเงินในวันที่ ๑๕ ของเดือน


16 ขอบเขตการใช้บัตรเติมน้ำมัน - ใช้สำหรับรถราชการ รวมถึงรถที่ส่วนราชการหรือเช่าไว้เพื่อใช้ประจำสำนักงาน และเบิกจ่ายค่าน้ำมัน จากเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี - ใช้สำหรับค่าน้ำมันรถราชการประจำสำนักงาน - ไม่รวมรายการค่าน้ำมันรถราชการที่เกิดจากการเดินทางไปราชการ การควบคุมการใช้บัตรเติมน้ำมัน - จัดทำทะเบียนควบคุมบัตรเติมน้ำมันรถราชการ (ตามแบบฟอร์มที่กรมบัญชีกลางกำหนด) และทะเบียน ควบคุมค่าน้ำมัน - ควบคุมการเบิกและเรียกคืนบัตรเติมน้ำมันรถราชการจากผู้ถือบัตรทุกครั้งที่เสร็จสิ้นการใช้ - เก็บรักษาบัตร และรหัสประจำบัตร (Pin Number) ไว้ที่ปลอดภัย - แจ้งระงับการใช้บัตรเติมน้ำมันรถราชการทันที กรณีบัตรสูญหายหรือตกไปอยู่ในการครอบครอง ของบุคคลอื่น พร้อมรายงานหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ เพื่อมีหนังสือแจ้งสถาบันผู้ออกบัตร เติมน้ำมันรถราชการระงับการใช้บัตรอย่างเป็นทางการ - รวบรวมใบบันทึกรายการขาย (Sales Slip) หรือเอกสารเพื่อการเติมน้ำมัน ใบเสร็จรับเงิบ และใบกำกับภาษี ในกรณีที่ไม่สามารถใช้บัตรได้ และเอกสารที่เกี่ยวข้องจากผู้ถือบัตรเติมน้ำมัน - ตรวจสอบความถูกต้องของรายการและค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันแต่ละครั้ง - เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบรวบรวมเอกสารส่งให้ฝ่ายการเงินหลังจากวันสรุปยอดบัญชีภายใน ๓ วันทำการ นับจากสิ้นเดือน - ในกรณีเกิดความล่าช้าจากการรวบรวมส่งเอกสารและทางธนาคารเรียกค่าปรับ หน่วยงานนั้น ๆ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ (เบิกจากเงินงบประมาณรายจ่ายไม่ได้) ผู้ถือบัตรเติมน้ำมันรถราชการมีหน้าที่ ดังนี้ ๑. เบิกบัตรเติมน้ำมันรถราชการพร้อมรหัสประจำบัตร (Pin Number) และลงลายมือชื่อในทะเบียนคุมบัตร ๒. นำรถไปเติมน้ำมันตามหมายเลขทะเบียนรถและชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ระบุไว้บนบัตร ที่สถานีบริการน้ำมัน ๓. ตรวจสอบประเภทน้ำมันที่เติม และวงเงินในบัตรที่สามารถใช้จ่ายได้และแจ้งเลขไมล์รถราชการ กับสถานีบริการ ก่อนเติมน้ำมันทุกครั้ง ๔. นำใบบันทึกรายการขาย (Sales Slip) ที่ลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว ใบกำกับภาษีพร้อมบัตรเติมน้ำมัน ส่งคืนผู้ควบคุมการใช้บัตรเติมน้ำมันรถราชการโดยเร็วหลังเสร็จสิ้นภารกิจ


17 การเบิกจ่ายเงิน เมื่อส่วนราชการได้รับเอกสารจากผู้นำบัตรเติมน้ำมันรถราชการแล้วให้ดำเนินการ ดังนี้ ๑. ชำระเงินให้สถาบันผู้ออกบัตรเติมน้ำมันรถราชการ โดยวิธีจ่ายตรงเข้าบัญชีเงินฝากของสถาบัน ผู้ออกบัตรฯ หรือจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากของส่วนราชการเพื่อให้ส่วนราชการจ่ายต่อให้สถาบันผู้ออกบัตร ๒. ให้ผู้จ่ายเงินลงลายมือชื่อรับรองการจ่ายและประทับตราจ่ายเงินแล้วบนเอกสารใบแจ้งยอด การใช้จ่ายบัตรน้ำมันรถราชการ (Statement of Fleet card account) ทุกฉบับ ๓. ค่าใช้จ่ายในเดือนกันยายนให้ถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อส่วนราชการผู้เบิกได้รับใบแจ้งหนี้ และให้เบิกจ่าย จากเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ได้รับใบแจ้งหนี้ โดยไม่ถือเป็นค่าใช้จ่ายค้างข้ามปี สิ่งที่ควรตรวจสอบต้องมีรายละเอียด ดังนี้ ๑. ใบบันทึกรายการขาย (Sales Slip) ต้องตรวจสอบใบบันทึกรายการขายทุกครั้ง มีรายการดังนี้ - เลขที่อ้างอิงใบเสร็จ - วัน เดือน ปี และเวลา - เลขที่บัตรที่รูด - บัตรหมดอายุ - เงินคงเหลือ - วงเงินที่เติมครั้งนี้ - ลายมือชื่อผู้เติมน้ำมัน/ผู้จัดซื้อ ๒. ใบกำกับภาษี (Tax Invoice/Receipt) ต้องตรวจสอบในใบกำกับภาษีทุกครั้ง ดังนี้ - ยอดการเติม - เงินคงเหลือ - ปริมาตร - เลขทะเบียนรถ - เลขไมล์ - รายการ - ลายมือชื่อของพนักงานสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ออกใบกำกับภาษี สิ่งที่ควรระวัง ๑. ลายมือชื่อผู้เบิกบัตรเติมน้ำมันต้องตรงกับลายมือชื่อในสลิป ๒. วันที่เติมน้ำมันต้องตรงกับวันที่ลงลายมือชื่อเบิกบัตร ๓. เวลาที่เติมควรเป็นเวลาทำการของทางราชการ


18 ๔. สถานีบริการเติมน้ำมันควรตั้งอยู่ใกล้สถานที่ตั้งหน่วยงาน ๕. เลขไมล์ที่ลงในทะเบียนคุมบัตร กับในสลิปที่ออกโดยสถานีบริการน้ำมันต้องใกล้เคียงกัน ๖. เลขไมล์ครั้งปัจจุบัน เมื่อหักลบกับเลขไมล์ครั้งก่อนหน้าจะต้องมีจำนวนระยะทางเมื่อหารด้วยเกณฑ์ การใช้สิ้นเปลืองน้ำมัน จะต้องเพียงพอกับจำนวนน้ำมันที่เติม ๗. ห้ามใช้เติมน้ำมันกรณีเดินทางไปราชการ ตัวอย่าง ทะเบียนคุมการใช้บัตรเติมน้ำมันเชื้อเพลิงรถราชการ


19 การจัดทำเกณฑ์การใช้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ในแต่ละปีงบประมาณ ส่วนราชการต้องสำรวจและกำหนดเกณฑ์การใช้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรถทุกคัน เพื่อเป็นหลักฐานในการเบิกจ่ายเชื้อเพลิง และการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบ (ระเบียบไม่ได้ กำหนดวิธีการจัดทำเกณฑ์ใช้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไว้ โดยให้ส่วนราชการกำหนดวิธีการตามความเหมาะสมซึ่ง จะนำจำนวนระยะทางทั้งหมดที่รถราชการคันนั้น ๆ วิ่งได้ทั้งหมดในปีงบประมาณนั้น ๆ โดยมีหน่วยเป็นกิโลเมตร หารด้วยจำนวนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เติมทั้งหมดในปีงบประมาณนั้น ๆ โดยมีหน่วยเป็นลิตร ผลลัพธ์เท่ากับเกณฑ์ การใช้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของรถราชการคันนั้น เท่ากับ.......กิโลเมตร/ลิตร) ตัวอย่าง รายงานเกณฑ์การใช้สิ้นเปลืองพลังงาน คำอธิบาย ๑. ช่อง ๒ แยกเป็นแต่ละคัน 2. ช่อง ๓ เลขไมล์จากสมุดบันทึกการใช้รถตั้งแต่ต้นปีงบประมาณถึงสิ้นปีงบประมาณ 3. ช่อง ๔ - ๕ จากทะเบียนคุมน้ำมันเชื้อเพลิง 4. ช่อง ๖ นำระยะทางรวมหารด้วยจำนวนน้ำมันที่เติม 5. เกณฑ์การใช้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในช่อง ๖ ใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ของปีงบประมาณถัดไป และการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบ หมายเหตุ การจัดทำรายงานเกณฑ์การใช้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงหน่วยงานสามารถจัดทำวิธีอื่นได้ตามความเหมาะสม


20 การประกันภัยรถราชการ (รถส่วนกลาง) รถราชการ (รถส่วนกลาง) ต้องจัดให้มีการประกันภัยภาคบังคับ (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ไม่ใช่การประกันภัยชั้น ๑, ๒ หรือ ๓) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.๒๕๓๕ (ใบแบบคุ้มครอง บุคคลที่ ๓) โดยพิจารณาตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค ๐๔๐๙.๖/ว ๓๔๙ ลงวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๘ เรื่อง ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการประกันภัยรถราชการ สำหรับการเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย ในการทำประกันภัยรถราชการ เช่น ค่าเบี้ยประกัน ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับ มอบหมายเป็นผู้พิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายจากเงินงบประมาณ งบดำเนินงาน ค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ หรืองบอื่น ๆ ที่เบิกจ่ายในลักษณะเดียวกัน การจัดซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ไม่ต้องปฏิบัติ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐ สำหรับการจัดทำประกันภัยภาคสมัครใจ (ประกันภัย ชั้น ๑, ๒ หรือ ๓) ต้องพิจารณาตามความจำเป็น และเหมาะสมกับภารกิจของแต่ละหน่วยงานเพื่อมิให้เป็นภาระแก่เงินงบประมาณ โดยต้องเสนอเรื่อง ให้คณะกรรมการกลั่นกรองการจัดเอาประกันภัยทรัพย์สินของรัฐพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย คณะกรรมการกลั่นกรองการจัดเอาประกันภัยทรัพย์สินของรัฐเป็นคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง ตามมติคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ และมีผู้แทนจากสำนักงบประมาณ กรมการประกันภัย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการต่างประเทศ สำนักอัยการสูงสุด และกรมธนารักษ์ เป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ หลักเกณฑ์สำหรับรถราชการ ที่ขอทำประกันภัยภาคบังคับ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ การจดทะเบียนรถ รถทุกคันต้องขอจดทะเบียนและออกใบคู่มือจดทะเบียนรถให้เป็นไปตามระเบียบกำหนด คือ ระเบียบ กรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๕๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียน และภาษีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ.๒๕๖๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๓ การจดทะเบียนรถเพื่อเป็นการแสดงกรรมสิทธิ์ความเจ้าของ โดยรถราชการทุกคันจะต้องจดทะเบียน ในนามส่วนราชการ ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร กรมการขนส่งทางบก (กรณีจัดซื้อในกรุงเทพฯ) และ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ (กรณีจัดซื้อในจังหวัดนั้น ๆ) • หลักฐานที่ใช้ในการจดทะเบียน ๑. หนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถ ๒. หนังสือแจ้งจำหน่ายรถจากบริษัทผู้ผลิต ๓. หลักฐานการได้มาของรถ เช่น ใบเสร็จรับเงิน, ใบกำกับภาษี, สัญญาซื้อขาย


21 ๔. หลักฐานการทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.๒๕๓๕ ที่ยังไม่สิ้นสุด ระยะเวลาความคุ้มครอง (รถราชการได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดทำประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนด) ๕. หนังสือมอบอำนาจจากส่วนราชการ/ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ (หัวหน้าส่วนราชการ) และผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมอบให้หน่วยงานที่จัดซื้อรถหรือมอบอำนาจ ให้บริษัทผู้จำหน่ายรถเป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียน) การต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถ รถทุกคันที่จดทะเบียนแล้ว ต้องเสียภาษีรถประจำปี แม้จะไม่ได้ใช้ก็ต้องต่ออายุทะเบียน เว้นแต่จะแจ้ง การไม่ใช้รถต่อนายทะเบียนขนส่งก่อนถึงกำหนดเสียภาษีประจำปีครั้งต่อไป รถราชการจะได้รับการยกเว้นภาษีประจำปี แต่ต้องนำรถไปตรวจสภาพพร้อมจัดทำหนังสือขอยกเว้นภาษี โดยสามารถดำเนินการล่วงหน้าไม่เกิน ๓ เดือนก่อนวันหมดอายุภาษี ให้ยื่นต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่ง ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือหน่วยงานที่กรมการขนนส่งทางบกมอบหมาย หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-payment) • หลักฐานที่ใช้ต่ออายุทะเบียน ๑. ใบคู่มือจดทะเบียน (ถ้ามี) หรือใบแทน ๒. หลักฐานการทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.๒๕๓๕ ซึ่งยังไม่สิ้นสุด ระยะเวลาความคุ้มครอง (ถ้ามี) ๓. ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (สำหรับรถราชการกำหนดให้ผ่านการตรวจสภาพรถจากสำนักงาน ขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา) ๔. หนังสือขอรับการยกเว้นภาษีประจำปี การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ รถราชการใดที่จดทะเบียนแล้ว หากมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง ของรถให้ผิดไปจากเดิมที่จดทะเบียนไว้ต้องแจ้งนายทะเบียน (ข้าราชการซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียน) เช่น การเปลี่ยนสี การติดตั้งโครงหลังคาหรือโครงเหล็กด้านข้างรถ เป็นต้น กรณีเปลี่ยนสีรถ ต้องแจ้งการเปลี่ยนสีรถต่อนายทะเบียนภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนสีรถ หากเกิน ระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับซึ่งส่วนราชการจะต้องจ่าย ไม่สามารถเบิกจากเงินงบประมาณได้ • หลักฐานที่ใช้ในการเปลี่ยนสีรถ ๑. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ ๒. หนังสือมอบอำนาจจากส่วนราชการ/ภาพถ่ายบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ (หัวหน้าส่วนราชการ) และผู้รับมอบอำนาจ ๓. หนังสือขอดำเนินการเปลี่ยนสีรถ ๔. หลักฐานการเปลี่ยนสีรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าจ้างทำสี ๕. หลักฐานแสดงว่าได้มีการซื้อ หรือติดตั้งหลังคา เช่น ใบเสร็จรับเงิน, ใบกำกับภาษี


22 การยืมรถราชการ สำนักงบประมาณได้กำหนดให้รถราชการ (รถส่วนกลาง) เป็นครุภัณฑ์ประเภทยานพาหนะและขนส่ง ดังนั้น การใช้รถราชการ (รถส่วนกลาง) นอกจากจะต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย รถราชการ พ.ศ. ๒๕๒๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ นร ๐๑๐๖/ว๔๒๗ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๐ เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้รถส่วนกลาง การใช้รถราชการ (รถส่วนกลาง) เกี่ยวกับการยืมจะต้องถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่า ด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐ หมวด ๙ การบริหารพัสดุ ส่วนที่ ๒ การยืม ดังนี้ ๑. ต้องเป็นการยืมเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ๒. ให้ส่วนราชการผู้ยืมจัดทำหลักฐานการยืมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยแสดงเหตุผลและกำหนดวันส่งคืน ๓. การยืมระหว่างส่วนราชการจะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการ ๔. การให้บุคคลยืมใช้ภายในสถานที่ราชการเดียวกัน จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงาน แต่ถ้ายืม ไปใช้นอกสถานที่ราชการจะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการ ๕. เมื่อเสร็จสิ้นการยืม ผู้ยืมต้องนำรถราชการ (รถส่วนกลาง) มาส่งคืนให้สภาพที่เรียบร้อย หากเกิดชำรุด เสียหาย ส่วนราชการหรือผู้ยืมต้องจัดการซ่อมแซมให้คงสภาพดีดังเดิม ๖. เมื่อครบกำหนดเวลาส่งคืน ให้ส่วนราชการผู้ให้ยืมติดตามทวงรถราชการ (รถส่วนกลาง) ที่ให้ยืมคืน ภายใน ๗ วัน นับแต่วันครบกำหนด /กองกลาง...


23 กองกลาง กลุ่มการพัสดุและบริหารทรัพย์สิน ได้จัดทำคู่มือควบคุมพัสดุ และการยืมพัสดุ ในเว็บไซต์กระทรวง (www.m-society.go.th) ข่าวการจัดซื้อจัดจ้าง - อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางการในการปฏิบัติงานแล้ว แผนผังการใช้รถส่วนกลาง ผู้ต้องการใช้รถจัดทำใบขอ อนุมัติใช้รถ (แบบ ๓) ผู้มีอำนาจลงนามอนุญาตให้ใช้รถ ผู้ควบคุมจัดรถตามความเหมาะสม แล้วลงทะเบียนคุม พนักงานขับรถตรวจเช็ค น้ำมัน/สภาพรถ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ออก ใบสั่งจ่ายน้ำมัน กรณีเติมน้ำมัน แจ้งผู้ใช้รถทราบ ปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย พนักงานขับรถลงบันทึกการใช้รถใน สมุดบันทึกการใช้รถ (แบบ ๔) พนักงานขับรถตรวจสภาพ ความเรียบร้อยของรถยนต์ก่อน จัดเก็บ กรณีไม่เติมน้ำมัน


Click to View FlipBook Version