The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by srwdmail0001, 2021-12-26 04:39:35

งาน 2

งาน 2

Grammar M.2

Submitted by

Pawinwit
suppakitjanurak 2/6

No.17

Phatthana Chotikanta
English 2564

Present si
mple tense
คือรูปคำกริยาที่ใช้กับข้อเท็จจริง
ทั่วไป สิ่งที่เป็นกิจวัตร หรือแผนการ
และตารางเวลา ซึ่งจะใช้คำกริยา
ช่อง 1 (เช่น go, come, eat)
อย่างเช่น
I go to school every day.
ฉันไปโรงเรียนทุกวัน

แต่ถ้าประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3
เราจะต้องใช้คำกริยารูป s/es แทน
(เช่น goes, comes, eats) อย่าง
เช่น
He goes to school every
day.
เขาไปโรงเรียนทุกวัน

โครงสร้าง present simple tense

เมื่อเทียบกับ tense อื่นๆ present simple
tense นั้นถือว่ามีโครงสร้างที่เรียบง่าย โดยหัวใจ
หลักอย่างหนึ่งของมันก็คือการใช้คำกริยาช่อง 1
แต่ present simple tense ก็มีความซับซ้อน
นิดหน่อยตรงที่ว่า จะมีการใช้คำกริยารูป s/es
ด้วย โดยจะมีหลักการคือ

ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ (เช่น we, they,
boys, teachers, cats, pens) หรือเป็น
เอกพจน์บุรุษที่ 1 และ 2 (I และ you) เราจะ
ต้องใช้คำกริยารูปปกติ (เช่น go, come,
eat)
ถ้าประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 (เช่น he,
she, it, boy, teacher, cat, pen) เราจะ
ต้องใช้คำกริยารูปที่เติม s/es (เช่น goes,
comes, eats)

นอกเหนือจากนี้แล้ว ยังมีประเด็น
ในเรื่องชนิดของประโยคอีก ซึ่ง
ประโยคแต่ละชนิด อย่างเช่น ประโยค
บอกเล่า ประโยคปฏิเสธ และประโยค
คำถาม ก็จะมีโครงสร้างและราย
ละเอียดการใช้ tense ที่ต่างกัน ซึ่งก็
คือ
ทบทวนความรู้
Subject แปลว่า ประธาน
Verb แปลว่า คำกริยา
Object แปลว่า กรรม หรือ ผู้ถูก
กระทำ เช่นในประโยค I love you.
Complement แปลว่า ส่วนเติมเต็ม
ซึ่งก็คือคำที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
ประธาน เวลาใช้มักจะตามหลัง
linking verb (เช่น is, am, are,
feel, seem) เช่นในประโยค I am a
student.

ประโยคบอกเล่า
การใช้ present simple tense
ในประโยคบอกเล่า จะมีโครงสร้าง
และตัวอย่างประโยคดังนี้
โครงสร้าง
Subject + verb 1 +
(object/complement)

ตัวอย่างประโยคเช่น
I love my cat.
ฉันรักแมวของฉัน

The sun rises in the east.
พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก

ประโยคปฏิเสธ
การใช้ present simple
tense ในประโยคปฏิเสธ จะมี
โครงสร้างหลักๆ 2 แบบ คือ
1. ประโยคที่ใช้ verb to be
เป็นคำกริยาหลัก
ถ้าประโยคมี verb to be (is,
am, are) เป็นคำกริยาหลัก เรา
สามารถใช้ not หลัง verb to
be ได้เลย โดยเราสามารถเขียน
ย่อ is not ให้เป็น isn’t และ
ย่อ are not ให้เป็น aren’t ได้
แต่สำหรับ am not นั้น เราจะ
ไม่ใช้รูปย่อ

โครงสร้าง
Subject + verb to be + not +
(object/complement)

He isn’t an engineer.
เขาไม่ใช่วิศวกร
(รูปประโยคบอกเล่าคือ He is an
engineer.)

They aren’t students.
พวกเขาไม่ได้เป็นครู
(รูปประโยคบอกเล่าคือ They
arestudents.)

2. ประโยคที่ไม่ได้ใช้ verb to be เป็น
คำกริยาหลัก

ถ้าประโยคมีคำกริยาหลักเป็นคำกริยาอื่นที่
ไม่ใช่ verb to be เราจะใช้ do/does +
not ไว้หน้าคำกริยาหลัก โดยเราสามารถ
เขียนย่อ do not เป็น don’t และย่อ
does not ให้เป็น doesn’t ได้

โครงสร้าง
Subject + do/does + not + verb 1 +
(object/complement)
(ในประโยคปฏิเสธที่ใช้ do/does เราจะใช้
does กับประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3 และจะ
ใช้ do กับประธานชนิดอื่นๆ และเราจะใช้
คำกริยาหลัก เป็นคำกริยารูปปกติที่ไม่ได้
เติม s/es เสมอ)

ตัวอย่างประโยคเช่น
Does he eat spicy food?
เขากินอาหารเผ็ดมั้ย
(รูปประโยคบอกเล่าคือ He eats
spicy food.)

Do they speak English?
พวกเขาพูดภาษาอังกฤษมั้ย
(รูปประโยคบอกเล่าคือ They
speakEnglish.)

หลักการใช้ present
simple tense
ใช้ present simple tense เมื่อ
ใด
เราจะใช้ present simple
tense เมื่อ
1. กล่าวถึงสิ่งที่เป็นจริงในปัจจุบัน
I am a student.
ฉันเป็นนักเรียน

Joe lives in Japan with his
friend.
โจอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นกับเพื่อน

My parents own a
restaurant.
พ่อแม่ฉันเป็นเจ้าของร้านอาหาร

2. กล่าวถึงสิ่งที่เป็นกิจวัตร
I play football every day.
ฉันเล่นฟุตบอลทุกวัน

The train leaves every
morning at 7 a.m.
รถไฟจะออกทุกๆเช้าตอน 7 โมง

We often watch movies
together.
พวกเราดูหนังด้วยกันบ่อยๆ

3. กล่าวถึงข้อเท็จจริงตามธรรมชาติ
The sun rises in the east.
พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก

Water boils at 100°C.
น้ำเดือดที่ 100 องศาเซลเซียส

4. กล่าวถึงแผนการหรือตารางเวลา
The bus arrives at the bus stop
every 15 minutes.
รถบัสจะมาถึงป้ายทุกๆ 15 นาที

The party starts at 9 o’clock.
ปาร์ตี้จะเริ่มตอน 9 โมง

5. ให้คำแนะนำ ข้อมูล หรือรายละเอียด
ขั้นตอนต่างๆ
To start the program, first you
click the icon on the desktop.
ในการเริ่มโปรแกรม ก่อนอื่นให้คุณคลิก
ที่ไอคอนบนเดสก์ท็อป

First of all, you break the eggs
and whisk with sugar.
ก่อนอื่นให้คุณตอกไข่และตีไข่กับน้ำตาล

เกร็ดความรู้
นอกจากกรณีเหล่านี้แล้ว เรา
ยังสามารถใช้ present
simple tense ในการเล่า
มุขตลก หรือเล่าเรื่องราว
ต่างๆ (เช่น เรื่องราวชีวิต
เรื่องราวคนอื่น เรื่องราวจาก
หนังสือ เรื่องราวจากหนัง)
ได้อีกด้วย การใช้ present
simple tense ในการเล่า
เรื่อง จะช่วยให้เรื่องที่เล่านั้นดู
สดใหม่และดูใกล้ตัวมากขึ้น
เมื่อเทียบกับการใช้ past
tense



หลักการใช้ Present
Continuous Tense
Present Continuous Tense
(Tense ปัจจุบันกำลังทำ)

Present เพร๊เซินท= ปัจจุบัน
Continuous คอนทินิวอัส =
ต่อเนื่อง
Present Continuous Tense
มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งคือ
Present Progressive Tense

โครงสร้าง present continuous tense ดังนี้

◊ หลักการแปล ให้แปลรวบ is am are
กับกริยาที่เติม ing ว่า ” กำลัง….”
1. ใช้กล่าวเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นขณะที่
พูดอยู่ หรือในระหว่างอาทิตย์นั้น เดือนนั้น
ก็ได้ ซึ่งอาจจะมีคำเหล่านี้อยู่ด้วยก็ได้

⇒ now / right now ตอนนี้
⇒ at the moment ตอนนี้

I am studying hard, John.
ฉันกำลังเรียนหนักนะ จอห์น (ไม่ใช่
ขณะนี้ แต่เป็นในช่วงนี้)
Most students are using
mobile phones.
นักเรียนส่วนใหญ่กำลัง(นิยม)ใช้
โทรศัพท์มือถือ (ไม่ใช่ขณะนี้ แต่เป็น
ปัจจุบันนี้)

2. ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ในอนาคต (แน่ๆ) และมักจะมีคำที่บ่งบอก
อนาคตกำกับอยู่ด้วย

⇒ this evening เย็นนี้
⇒ tonight คืนนี้
⇒ tomorrow พรุ่งนี้
⇒ this weekend สุดสัปดาห์นี้
⇒ next week สัปดาห์หน้า
⇒ next month เดือนหน้า
⇒ next year ปีหน้า

…..และอื่นๆ
I’m studying English this
weekend.
ผมกำลังจะเรียนภาษาอังกฤษสุด
สัปดาห์นี้ (เรียนแน่เพราะจ่ายเงินแล้ว)
She is going to the market
tomorrow.
หล่อนกำลังจะไปตลาดวันพรุ่งนี้ (ของ
หมด ต้องไปซื้อ)

» ตัวอย่างประโยคคำถาม
Is he driving a car?
เขากำลังขับรถใช่ไหม
yes, he is./ No, he isn’t. ใช่/
ไม่ใช่
Is she eating an apple?
หล่อนกำลังกินแอปเปิ้ ลใช่ไหม
Yes, she is. / No, she isn’t. ใช่/
ไม่ใช่
Is it raining at the moment?
มันกำลังฝนตกขณะนี้ใช่ไหม
Yes, it is./ No, it isn’t. ใช่/ ไม่ใช่
Is a cat sleeping in the
room?
แมวกำลังนอนหลับในห้องใช่ไหม
Yes, it is./ No, it isn’t. ใช่/ ไม่ใช่

» ตัวอย่างประโยคปฏิเสธ
You‘re sitting on my book.
คุณไม่ได้กำลังนั่งบนหนังสือของฉัน
We‘re not running right now.
พวกเราไม่ได้กำลังวิ่งขณะนี้
They‘re not going to school?
พวกเขาไม่ได้กำลังไปโรงเรียน

» ตัวอย่างประโยค Wh-questions
What are doing? คุณกำลังทำอะไร
I’m walking. ฉันกำลังเดิน
Who is taking? ใครกำลังพูด
Jo is talking. โจกำลังพูด
Where are you going? คุณกำลังไป
ไหน
I’m going home. ฉันกำลังกลับบ้าน

♦ Time Line เส้นเวลา

หลังจากที่ได้อ่านหลักการใช้แล้ว ทีนี้มาดูไทม์ไลน์
กันว่าจะเป็นจริงอย่างที่บอกไว้หรือไหม่ ทีบอกว่า
tense นี้ใช้บอกกล่าวเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

สีดำคือ อดีตที่หมองหม่น
สีส้มคือปัจจุบันที่สดใส
สีชมพู คือ อนาคตที่เรืองรองผ่องอำไพ
ลูกศรสีขาวไซร้คือเหตุการณ์ (ณ ตอนนี้)
เส้นประหมายถึงระยะเวลาสั้นๆ (สำหรับ
Continuous Tense)
เส้นประสีขาวคือช่วงระยะเวลาที่เหตุการณ์
เกิดขึ้นแล้ว
เส้นประสีเหลืองคือช่วงระยะเวลาที่
เหตุการณ์ที่ยังดำเนินต่อไป








Click to View FlipBook Version