PRESENT/PAST PARTICIPLES นายกษิดิศ บุญเสนอ ม.6/16 เลขที่ 1 ENG
Participle หรือที่เรียกว่า คุณกริยา ทำ หน้าที่กึ่งคุณศัพท์กึ่งกริยา มี 2 ประเภทด้วยกันคือ Present Participle (V-ing) และ Past Participle (V3) ซึ่งแต่ละประเภทจะมีหน้าที่และการนำ ไปใช้ที่แตกต่างกัน Present Participle คือ กริยาเติม ing (V-ing) ที่มีความหมายว่า กริยานั้นกำ ลังดำเนินอยู่ โดยคำ ว่า Present Participle ไม่ได้หมายถึง present time (เวลาปัจจุบัน) แต่เป็นเพียงชื่อเรียกเท่านั้น PARTICIPLE Past Participle คือ กริยาช่อง 3 ไม่ว่าจะเป็นรูปเติม –ed หรือเปลี่ยนรูปก็ตาม โดยใช้ใน perfect tenses ทั้งหมดและ passive voice รวมถึงยังทำ หน้าที่เหมือนเป็น adjective ได้ด้วย
1. ใช้ Present Participle ประกอบประโยค Continuous Tense ทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยจะอยู่ตามหลัง Verb to be เช่น She is reading a book. (เธอกำ ลังอ่านหนังสือ) He was dancing. (เขากำ ลังเต้น) 2. Present Participle ทำ หน้าที่เหมือนคำ คุณศัพท์ (adjective) แบ่งเป็น 2 แบบ คือ -ใช้ขยายคำ นาม โดยจะวางไว้ข้างหน้านาม เช่น That is an exciting movie. (นั่นเป็นภาพยนตร์ที่น่าตื่นเต้น) -ใช้เป็นส่วนเติมเต็มของคำ กริยา เช่น This book was very boring. (หนังสือเล่มนี้น่าเบื่อมาก) 3. ใช้ ตามหลังคำ กริยาแสดงการรับรู้ เช่น feel, hear, see, smell, watch, want เช่น I saw the child standing in the middle of the road. (ฉันเห็นเด็กกำ ลังยืนอยู่กลางถนน) I heard my sister singing in the bathroom. (ฉันได้ยินน้องสาวของฉันกำ ลังร้องเพลงในห้องน้ำ ) หลักการใช้ Present Participle
ใช้ใน PERFECT TENSES โดยวางไว้หลังกริยาช่วย HAVE/HAS Ex.He hasn’t finished his homework yet. (เขายังทำ การบ้านไม่เสร็จ ร็) ใช้สร้างประโยค PASSIVE VOICE โดยวางไว้หลัง VERB TO BE เพื่อแสดงว่าประธานเป็นผู้ถูกกระทำ Ex.The letter was given to me by her. (จดหมายถูกให้แ ห้ ก่ฉันโดยเธอ = เธอให้จ ห้ ดหมายแก่ฉัน) ทำ หน้าที่เป็น ADJECTIVE โดยวางไว้หน้าคำ นาม Ex.The broken window was replaced. (หน้าต่างที่พังถูกนำ มาไว้ที่ ว้ ที่ เดิม) หลักการใช้ Past Participle