The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เมขลา 'าา, 2023-03-15 01:08:18

นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน

นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน

นินิท นิ ท นิ านพื้พื้ พื้พื้พื้พื้นบ้บ้ บ้ า บ้ านภาคอีอีสอีอี าน


กบกินเดือ ดื น เวอร์ชั่น ภาคอีสาน


เนื้อเรื่อง ครอบครัวหนึ่ง มีฐานะยากจนมีลูกชายสองคน พี่ชายชื่อ สุริยคราส น้องชายชื่อ จันทรคราส วันหนึ่งพ่อและแม่ไปหาเผือกมันในป่าเพื่อนำ มาเป็นอาหาร สองพี่น้องก็ทานอาหาร จนหมดไม่ได้แบ่งอาหารเผื่อไว้ให้พ่อกับแม่ เมื่อพ่อแม่กลับมาถึงบ้านจึงโกรธลูกทั้งสองมากจึงไล่ ออกจากบ้าน


เนื้อเรื่อง สองพี่น้องหนีเข้าไปในป่า ในระหว่างทาง เทวดาที่เป็นเทพพระอาทิตย์และพระจันทร์ เห็นว่าทั้งสองเป็นคนดีเลยช่วยเหลือโดยการปลอมตัวเป็นงูเห่าและพังพอนต่อสู้กัน ครั้นพอฝ่าย หนึ่งเสียชีวิตจึงไปกัดเปลือกไม้มาพ่นใส่ร่างกายจึงฟื้นคืนมาได้ สองพี่น้องจึงเก็บเอาสมุนไพรใส่ห่อ ยาเดินทางไปด้วย ในระหว่างทางพบกากินลูกไทรแล้วตกลงมาตายจึงเอายาสมุนไพรเป่า ทำ ให้กา ฟื้นขึ้นมาได้ กาจึงขอเป็นทาสรับใช้ สองพี่น้องเดินทางไปเรื่อยๆ พบปลาดุก, ไก่, ช้าง, แลน (ตะกวด) และกบตาย ก็เอายาสมุนไพรเป่าจนสัตว์เหล่านั้นฟื้นขึ้นมาและยอมเป็นทาสรับใช้ เมื่อ เดินทางต่อไปถึงเมืองหนึ่ง สุริยคราสผู้เป็นพี่ได้แต่งงานและมีครอบครัวกับสาวชาวบ้าน


เนื้อเรื่อง ฝ่ายจันทรคราสเดินทางไปถึงเมืองเพ็งจาน ในช่วงนั้นลูกสาวเจ้าพระยาตาย จึง ประกาศว่าหากใครรักษาลูกสาวฟื้นคืนมาได้จะให้แต่งงานด้วย จันทรคราสจึงรักษาลูกสาว เจ้าพระยาให้ฟื้นคืนมาได้ ฝ่ายเจ้าพระยาเห็นว่าไม่สมศักดิ์ศรีจึงบอกว่าถ้าขึ้นปราสาทเสาเดียว ได้จึงจะยกให้ตามสัญญา จันทรคราสจึงนำ ใบตองกล้วยที่กำ ลังห่อม้วนตัวก่อนที่จะเติบโต (ตองกล้วยลับแลน) มาห่อตัวแลน และเกาะหลังแลนปีนขึ้นปราสาทเสาเดียวได้ จึงได้ครอง เมืองและแต่งานกับลูกสาวเจ้าพระยาสืบมา


เนื้อเรื่อง ต่อมาสองพี่น้องคิดถึงพ่อแม่ที่จากมานานจึงกลับไปเยี่ยมบ้าน โดยได้สั่งธิดาเจ้าเมือง ว่าห้ามนำ ยาสมุนไพรออกมาผึ่งในคืนเดือนเพ็ญ เพราะจะทำ ให้พระอาทิตย์และพระจันทร์ลงมา เอายาสมุนไพรคืน สองพี่น้องจึงเดินทางด้วยเรือสำ เภา พร้อมนำ เอาทองคำ ใส่กระบอกไม่ไผ่ไป ให้พ่อแม่ ฝ่ายพ่อแม่เมื่อได้รับกระบอกไม่ไผ่จึงบอกว่าที่นี้มีไม้ไผ่เยอะ ไม่เห็นจะอดอยาก จึงโยน ทิ้งลงข้างบ่อ พี่น้องสองคนเสียใจมากจึงเดินทางกลับ


เนื้อเรื่อง ฝ่ายธิดาเจ้าพระยา (ถูกเทวดาดลใจ) จึงนำ เอาสมุนไพรออกมาผึ่งในคืน เดือนเพ็ญ ทำ ให้พระอาทิตย์และพระจันทร์ลงมาขโมยสมุนไพรนั้นกลับคืน เมื่อ จันทรคราสกลับถึงเมืองได้ทราบว่าพระอาทิตย์และพระจันทร์มาเอายาสมุนไพรไป จึง ปรึกษาเพื่อนพ้องสัตว์ที่เคยช่วยเหลือชีวิตไว้ ได้แก่ ช้าง กา ปลาดุก และไก่ขึ้นไปเอา ยาสมุนไพรคืน สัตว์ต่างๆ ที่ขึ้นสู่อากาศจะถูกลมพัดกระจัดกระจายไปเป็นดาวอยู่บน ท้องฟ้าจนหมด


เนื้อเรื่อง ส่วนกบอาสาขึ้นไปทีหลัง จึงสั่งไว้ว่าให้ตีฆ้อง ตีกลอง ยิงปืนช่วยเวลา ที่จะไปถึงพระจันทร์และพระอาทิตย์ ทำ ให้คนบนโลกต้องยิงปืน ตีกลอง ตีฆ้อง ช่วยกบ ขณะที่กบกินเดือน จนปัจจุบันกบก็ยังไม่ได้สมุนไพรวิเศษคืนยังตาม ต่อสู้กับพระจันทร์และพระอาทิตย์อยู่


คติสอนใจ ทำ ดีย่อมได้ดี


ความเชื่อ คนอีสานมีความเชื่อเกี่ยวกับนิทานเรื่องนี้ ถึงเรื่องของ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ คือ สุริยุปราคากับ จันทรุปราคา นอกจากนี้ ในหนังสือ ไทบ้านดูดาว ยังกล่าวถึงบันทึกในสมุดไทย สมัยต้นรัตนโกสินทร์ กล่าวถึงความเชื่อของชาวบ้านที่สัมพันธ์กับ การเกิด กบกินเดือน ไว้ดังนี้ • กินแล้วขี้ หรือจันทร์สว่างด้านล่างก่อน ปีนั้นข้าวจะแพง • กินแล้วคาย หรือจันทร์สว่างด้านบนก่อน ปีนั้นสินค้าจะแพง • กินแล้วพุงแตก หรือจันทร์สว่างด้านข้างก่อน ปีนั้นคนท้องจะมี อันตราย


สาระสำ คัญ จารึกสุโขทัยกล่าวถึงพระปรียาสามารถของพระเจ้าลิไท (พ.ศ.๑๘๙๐ - ประมาณ ๑๙๑๑) ว่าท่านทรงรอบรู้ โขยติศาสตร์ คือ ดาราศาสตร์ ทรง สามารถคำ นวณปฏิทิน หาวัน เถลิงศก อธิกมาส อธิกวาร สุริยคราสจันทรคราส รู้จักดาวกว่าพันชื่อ อาจทรงพยากรณ์ได้ว่า เมื่อใดจะเกิดพายุ เกิดไฟไหม้ และใน ไตรภูมิพระร่วง ซึ่งทรงพระนิพนธ์เมื่อ พ.ศ.๑๘๘๘ ว่า ราหูเห็นว่า เมื่อเดือนเพ็ญ เดือนงามและเมื่อเดือนดับตะวันงาม ก็มีใจหิงสา เมื่อพระอาทิตย์พระจันทร์ไป ถึงที่ราหูอยู่ ลางคาบราหูอมเข้าไว้ในปาก ลางคาบเอามือบังไว้ เอาไว้ใต้คาง ใต้รัก แรั รัศมีพระอาทิตย์พระจันทร์ก็เศร้าหมอง คนเรียกว่ามีสุริยอังคารและจันทร อังคาร พระอาทิตย์พระจันทรก็ระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงมีพุทธ บัณฑูร ด้วยคาถาว่า พระอาทิตย์ลุแก่สรณาคมณ์ จงปล่อยพระอาทิตย์เสีย ราหู ได้ยินจึงวางพระอาทิตย์เสีย


ความเชื่อความศรัทธาที่ปรากฏในนิทานพื้นบ้าน งานวิจัยที่พบ ตำ นานกบกินเดือน พบในกลุ่มไทยอีสานและไทยวนล้านนารวมทั้งกลุ่มคนลาวในประเทศลาวและไทดำ ไท ขาวในเวียดนามด้วย ทั้งนี้ เรื่องกบกินเดือนกบกินตะวัน เป็นเรื่องราวที่สร้างสรรค์ขึ้นมาจากคติความเชื่อที่มีมาแต่ เดิมของกลุ่มคนไท ซึ่งยังคงมีกลิ่นอายของการนับถือธรรมชาติและการนับถือผีปะปนรวมอยู่ด้วย ดังจะเห็นได้จาก รูปสัตว์สัญลักษณ์ที่ทำ ให้เกิดเหตุการณ์สุริยคราสและจันทรคราส คือ "กบ" ที่เป็นตัวละครที่ทำ ให้เกิดปรากฏการณ์นี้ ขึ้นมา คติการเรียกสุริยคราสและจันทรคราสว่า "กบกินเดือน/กบกินตะวัน" ซึ่งในตำ นานกล่าวว่า กบเป็นผู้มากลืน กินพระอาทิตย์และพระจันทร์ไปจนทำ ให้เกิดอุปราคานั้น นับว่าเป็นระบบความเชื่อดั้งเดิมของคนไทที่มีระบบคิดเกี่ยว กับอำ นาจเหนือธรรมชาติผ่านสัญลักษณ์รูปกบศักดิ์สิทธิ์เป็นหลักสำ คัญ


งานวิจัยที่พบ ดังจะเห็นได้จากการนับถือบูชารูปกบว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์บ้าง เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์บ้าง เป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์บ้าง รวมทั้งยังเป็นสัตว์ที่ใช้ในเชิงพิธีกรรมด้วย ดังจะเห็นได้จากใน ประเพณีบุญบั้งไฟของชาวไทยอีสานก็จะมีการเทศน์ พญาคันคาก ซึ่งมีสัตว์สัญลักษณ์ที่มีความคล้ายคลึง กับตัวกบโยงใยกับเรื่องความอุดมสมบูรณ์แห่งน้ำ ฟ้าน้ำ ฝน หรือ ภาพเขียนสีโบราณตามผนังถ้ำ หลายแห่ง ในไทย ก็จะมีรูปกลุ่มคนยืนเต้นในพิธีกรรมทำ ท่าทางกางแขนกางขาคล้ายกบ รวมทั้งหน้ากลองมโหระทึกที่ มีรูปกบนั้น ในบางถิ่นบางที่ก็จะเรียกว่า "กลองกบ" ด้วยเช่นกัน


ผีกองกอย


เนื้อเรื่อง กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพี่น้องอยู่สองคน มีอาชีพทำ นา เมื่อหน้าแล้งมาเยือน ก็ ทำ นาไม่ได้ ผู้เป็นพี่ชายจึงได้ไปหาปลาในห้วย ซึ่งอยู่ไกลออกไป ทุกๆ เช้าเขาจะไปกู้ลอบที่ดัก ปลาไว้ วันหนึ่งเขาไปกู้ลอบตามปกติ แต่ปรากฏว่า ไม่มีปลาเลยสักตัว ซึ่งปกติแล้ว จะต้องมี ปลาติดอยู่ตัวหรือสองตัว เขาคิดว่าจะต้องมีคนมาขโมยปลาเขาแน่ๆ คิดดังนั้นเขาจึงเดิน สำ รวจบริเวณรอบๆ แล้วเขาก็พบรอยคนเท้าเล็กๆ ซึ่งไม่น่าจะยาวเกิน 3 นิ้ว “ในโลกนี้คือสิมี คนตีนน้อยแนวนี้” เขาคิดในใจ “ถ้าเป็นตีนเด็กน้อย ขนาดนี้ก็ยังย่าง(เดิน)บ่ทันเป็น” คิดแล้ว เขาก็เอาลอบลงน้ำ ตามเดิม


เนื้อเรื่อง วันรุ่งขึ้น ก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก มันทำ ให้เขาโมโห และคิดว่าต้องจับให้ได้ว่าใครเป็น คนขโมย คิดดังนั้น เขาจึงไปแอบคอยดักดูอยู่พุ่มไม้ใกล้ๆกับลอบดักปลาทั้งคืน เขาอดตาหลับขับ ตานอน หลับๆตื่นๆ จนเวลาล่วงมาใกล้รุ่งสาง เขาก็ได้ยินเสียง คล้ายกับคนเดินมาเบาๆ แล้วเขา ก็ได้เห็น ผีกองกอยยืนอยู่ริมตลิ่ง มันเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ผมยาวเหมือนแม่มด ไม่สวมเสื้อผ้า ยืน เปลือยกายอยู่ตรงหน้า และทำ ท่ากำ ลังจะขโมยปลาของเขา ความโกรธทำ ให้เขาลืมตัว บันดาล โทสะออกไป


เนื้อเรื่อง “กูสิสับมึงให้แหลกปานลาบพู้นล่ะ อีขี่ลัก” เขาตะโกนออกไปพร้อมกับกระโจนออกจากที่ซ่อน ถึงแม้ว่าเขาจะแข็งแรงมากแต่ก็ ไม่สามารถจับตัวผีกองก่อยได้ ในที่สุด เขาเองกลับเป็นฝ่ายที่ถูกผีกองกอยจับตัวไปขังไว้ที่ถ้ำ ของมัน พร้อมกับบังคับให้เขาเป็นผัว และทุกครั้งที่ผีกองกอยออกไปหากิน มันจะเอาหิน ก้อนใหญ่มาปิดปากถ้ำ ไว้


เนื้อเรื่อง หนึ่งปีผ่านไป เขาก็มีลูกชายกับผีกองกอย 1 คน เขามีหน้าที่เลี้ยงลูกยามที่ผีกองกอย ไม่อยู่ และเขาต้องอยู่แบบนี้นานถึง 3 ปี อยู่มาวันหนึ่ง ลูกชายของเขาได้พยายามดันก้อน หินออกจากหน้าถ้ำ ด้วยพละกำ ลังที่ได้มาจากแม่ผู้เป็นผีกองกอย ทำ ให้เด็กน้อยสามารถเปิด ปากถ้ำ ให้ผู้เป็นพ่อ หลบหนีออกไปได้ พอปากถ้ำ เปิด เขาก็รีบวิ่งกลับบ้านอย่างสุดชีวิต ถึง เขาจะวิ่งได้เร็วแค่ไหน แต่ก็ยังช้ากว่าผีกองกอย


เนื้อเรื่อง ทันทีที่ผีกองกอยรู้ว่าเขาหนีไป มันก็รีบวิ่งตามมาติดๆ เขาวิ่งจะถึงหมู่บ้านอยู่แล้ว ช้าไป เสียแล้ว ผีกองกอยวิ่งตามเขาทัน เมื่อรู้ตัวว่าไม่พ้นเงื้อมมือมัน เขาจึงรีบล้มตัวลงนอน แกล้งตาย อยู่ตรงนั้น เมื่อผีกองกอยมาถึงตัวเขา มันก็เดินวนรอบตัวเขา พร้อมกับเอามือจี้เอวเขาดู เขาเป็น คนที่มีความอดทน ไม่บ้าจี้ จึงนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น พร้อมกันนั้นเขาก็ค่อยๆผายลมออกมาอย่าง แผ่วเบา กลิ่นเหม็นจากตดของเขาตลบอบอวนไปทั่ว ผีกองกอยเห็นดังนั้นก็ร้องไห้เศร้าโศกเสียใจ ด้วยความอาลัยรัก เมื่อมั่นใจแน่ว่าเขาตายแล้วจริงๆ มันจึงเอาฆ้องวิเศษให้เขา 1 อัน พร้อมกับ บอกว่า “เมื่อเจ้าต้องการหยัง ก็ให้ตีฆ้องเทื่อหนึ่ง”


เนื้อเรื่อง พอผีกองกอยลับตาไปแล้วชายหนุ่มก็กลับเข้าบ้าน กลับมาแล้วความเป็นอยู่ของเขาก็ดีขึ้น เพราะว่าอยากได้อะไรก็แค่ตีฆ้องวิเศษ เมื่อน้องชายเห็นดังนั้นก็อยากได้บ้าง จึงได้ถามว่า เขาได้มัน มายังไง และหายไปไหนมาตั้ง 3 ปี เขาจึงเล่าให้น้องชายฟังอย่างละเอียด เมื่อน้องชายเขาฟังจบก็ พูดว่า “ข้อยก็อยากรวยคือกัน” เมื่อน้องชายเขาคิดดังนี้แล้วจึงได้ออกไปหาผีกองกอยให้ผีก่องกอย จับตัวไป แล้วก็หนี่กลับมา แต่เขาโชคไม่ดีเหมือนพี่ชายเขาเพราะ เขาไม่สามารถอดกลั้นเสียงหัวเราะ ไว้ได้ ตอนที่เขาโดนผีก่องกอยจี้ที่เอวนั้นเขาก็หัวเราะชักดิ้นชักงอ ผีกองกอยจึงรู้ว่าเขาไม่ได้ตาย มัน จึงเอามือจก(ล้วง)กินตับไตใส้พุงของเขาจนหมดเกลี้ยง


คติสอนใจ โลภมากลาภหาย


ความเชื่อ ชาวบ้านในพื้นที่ภาคอีสานมีความเชื่อว่า ผีกองกอยว่ามีอิทธิ์ฤทธิ์ต่างๆ คือ สามารถจำ แลงกายให้ใหญ่โตหรือเล็กก็ได้ สะกดคนให้สลบใสลและดูดเลือดกินขณะที่ คนนอนหลับ


สาระสำ คัญ ความเชื่อเรื่องเวทมนตร์คาถาและปาฏิหาริย์ของชาวจังหวัดเลย เวทมนตร์คาถา หมายถึง ข้อความที่ผูกขึ้น ถือว่ามีอำ นาจลึกลับแฝงอยู่ เมื่อนำ ไปใช้ตามลัทธิที่กำ หนดให้ก็จะเกิดความขลัง ศักดิ์สิทธิ์ สามารถดลบันดาลให้เกิดสิ่งต่างๆ ขึ้นตามความต้องการของผู้ใช้ได้ จากการศึกษา นิทานพื้นบ้านเมืองเลย พบว่า ชาวจังหวัดเลยในสมัยก่อนมีความเชื่อเรื่องเวทมนตร์คาถา และ เชื่อว่าภูตผีปีศาจมีเวทมนตร์คาถาเหนือมนุษย์สามารถบันดาลให้ เกิดสิ่งต่าง ๆ แปลงร่างเป็นสิ่ง ใดก็ได้ตามความต้องการ ส่วนกษัตริย์จะ เป็นผู้ที่มีบุญวาสนา มีอำ นาจ และมีเวทมนตร์คาถา สามารถปราบภูตผีปีศาจร้ายได้ ดังจะพบในนิทานเรื่องผีกองกอย


งานวิจัยที่พบ เรื่องการวิเคราะห์สุภาษิตอังกฤษและสุภาษิตไทย พบว่าสุภาษิตไทยได้สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของสังคมและวัฒนธรรมไทยในเรื่องการดำ รงชีวิตว่าสังคม ไทยนั้นคนไทยมักจะนับถือผี และโชคลาง รวมทั้งอำ นาจทางไสยศาสตร์ เวทย์มนต์คาถา สังเกตได้จาก สุภาษิตที่ ว่า " ผีบ้านไม่ดี ผีป่าก็เข้า ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก" แม้สังคมจะยึดมั่นในพุทธศาสนา แต่ ก็ยังนับถือผีและเชื่อในเรื่องโชคลางไสยศาสตร์ คนไทยเชื่อว่า มีอำ นาจที่อยู่เหนือปกติธรรมดา หรือ เกินกว่าวิสัย สามัญของคนเราจะสัมผัสได้ด้วยหู ตา จมูก ฯลฯ อำ นาจอย่างหนึ่งที่คนไทยเชื่อก็คือเรื่องผี และโชคลาง นอกจาก นี้สังคมไทยยังเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม เห็นได้จากสุภาษิตที่ว่า ทำ ดี ได้ดี ทำ ชั่วได้ชั่ว กงเกวียนกำ เกวียน คนดีตก น้ำ ไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ เป็นต้น


ทีมงาน รายชื่อสมาชิกในกลุ่ม นางสาวจิราพร จันทะคาล เลขที่ 10 นางสาวไพจิตรา นนทการ เลขที่ 26 นางสาวเมขลา ไกรษร เลขที่ 28 นางสาววรฎา บุดติ เลขที่ 29 นางสาวศิริวรรณ พุทธขันธ์ เลขที่ 40


ขอบคุณค่ะ


Click to View FlipBook Version