โครงงาน
เร่ือง แบบสารวจคณะทนี่ ักเรียนสนใจจะศึกษาต่อ
โดย
นางสาว จิราพร หนูสลงุ เลขท่ี 17
นางสาว นิชารัตน์ ใยเย็น เลขที่ 19
นางสาว รุ้งตะวนั จติ จานงค์ เลขที่ 26
ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 6/1
ครูที่ปรึกษาโครงงาน
นางสาว ปัทมา เหรียญทอง
โรงเรียนพัฒนานคิ ม
สังกดั สานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 5
โครงงานฉบบั นเี้ ป็ นส่วนประกอบหน่ึงของโครงงานคณติ ศาสตร์
ประเภท สารวจ
ชื่อโครงงาน สำรวจคณะท่นี กั เรียนสนใจจะศึกษำต่อ
โครงงานสาขาวิชา โครงงำนคณิตศำสตร์ประเภทสำรวจ
ผ้จู ัดทาโครงงาน 1.นำงสำวจิรำพร หนูสลงุ
2.นำงสำวนิชำรัตน์ ใยเยน็
3.นำงสำวรุง้ ตะวนั จติ จำนงค์
โรงเรียน พฒั นำนคมิ อำเภอพฒั นำนิคมจงั หวดั ลพบุรี
ครูทีป่ รึกษาโครงงาน 1. นำงสำวปัทมำ เหรียญทอง
บทคดั ย่อ
โครงงำนคณิตศำสตร์ เร่ืองสำรวจคณะที่นกั เรียนสนใจจะศกึ ษำต่อ เป็นโครงงำนของนกั เรียนระดบั ช้นั
มธั ยมศกึ ษำตอนปลำยโรงเรียนพฒั นำนิคม โดยนำควำมรู้เรื่องสถิติเบ้ืองตน้ มำใชใ้ นกำรจดั ทำโครงกำรน้ี
เพ่อื ใหไ้ ดค้ ำ่ เฉลี่ยของนกั เรียนท่ีตอบแบบสอบถำม โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พือ่ สำรวจควำมตอ้ งกำรศกึ ษำต่อของ
นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย/ปวช.และเพ่อื สำรวจคณะท่ีนกั เรียนสนใจจะศึกษำตอ่ กำหนดขอบเขต
กำรศึกษำ คือนกั เรียนช้ันมธั ยมศกึ ษำตอนปลำยและปวช.จำนวน 80คน แลว้ นำมำสรุปผลและอภปิ รำยผล
กำรวิเครำะห์ขอ้ มลู
ผลการดาเนินงานพบว่า
จำกกำรทำโครงงำนคณิตศำสตร์ เพือ่ ศกึ ษำ เรื่อง กำรสำรวจคณะท่ีนกั เรียนสนใจจะศึกษำตอ่ ไดม้ กี ำร
สำรวจควำมคดิ เห็นจำกกลุ่มตวั อย่ำงและจำกกำรสำรวจจะเห็นไดว้ ่ำกลุ่มตวั อยำ่ งส่วนใหญ่สนใจทจ่ี ะเขำ้
ศึกษำตอ่ คณะมนุษยศำสตร์จำนวน 14 คน จำกจำนวน 80 คน
กิตติกรรมประกาศ
โครงงำนฉบบั น้ีสำเร็จดว้ ยควำมกรุณำใหค้ ำปรึกษำแนะนำตลอดจนขอ้ แนะนำและกำรแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง
ตำ่ งๆอย่ำงดยี ิง่ จำก คุณครู ปัทมำ เหรียญทอง ทใี่ ห้กำรสนบั สนุนชว่ ยเหลอื ใหข้ อ้ คิดเห็นและคำแนะนำทำให้
โครงงำนฉบบั น้ีสมบูรณ์มำกยิง่ ข้นึ กลุ่มผจู้ ดั ทำซำบซ้ึงในควำมเมตตำกรุณำและขอกรำบขอบคณุ เป็นอยำ่ ง
สูงไว้ ณ น้ีดว้ ย
ขอขอบคณุ เพอ่ื นๆกลมุ่ ผจู้ ดั ทำเป็นอยำ่ งยิ่งทค่ี อยให้ควำมช่วยเหลือและเป็นกำลงั ใจใหแ้ ก่กลุ่มขำ้ พเจำ้
ตลอดมำพร้อมท้งั ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ตอ่ กำรทำโครงงำนจนทำให้โครงงำนสำเร็จลลุ ว่ งไปเป็น
อยำ่ งดี
คุณคำ่ และประโยชน์ของ โครงงำนเล่มน้ีกล่มุ ผูจ้ ดั ขอมอบเป็นเครื่องบูชำพระคุณบดิ ำมำรดำทอ่ี บรมบ่ม
นิสัยให้มคี วำมเขม้ แขง็ อดทนและไม่ยอ่ ทอ้ ตอ่ อปุ สรรคท้งั ปวงรวมท้งั ครูอำจำรยท์ ุกทำ่ นที่ไดอ้ บรมสง่ั สอน
และประสิทธิศำสตร์วิชำให้แก่กลุ่มผูจ้ ดั ทำ
คณะผ้จู ดั ทา
สารบญั หนำ้
ก
เร่ือง ข
บทคดั ย่อ 1-2
กติ ตกิ รรมประกำศ 1
บทที่ 1 ทีม่ ำและควำมสำคญั 1
1
ทม่ี ำและควำมสำคญั 2
วตั ถุประสงค์ 3-5
ขอบเขตกำรศึกษำ 3
นิยำมศพั ทเ์ ฉพำะ 3-4
บทที่ 2 เอกสำรท่เี ก่ียวขอ้ ง 4
กำรศกึ ษำต่อเน่ือง 4-5
ควำมรูท้ วั่ ไปเกี่ยวกบั ระดบั กำรศึกษำ 6-9
ควำมรู้ทวั่ ไปเก่ยี วกบั สถำบนั กำรศึกษำ 6
ควำมรูท้ วั่ ไปเก่ียวกบั หลกั สูตรกำรสอน 7
บทที่ 3 วธิ ีกำรดำเนินงำน 7
ตำรำงปฏิทินปฏิบตั ิงำน 8
ข้นั ตอนกำรดำเนินงำน 9
กำรเก็บรวบรวมขอ้ มูล 10-14
กำรวิเครำะห์ขอ้ มลู 10-14
เกณฑก์ ำรแปลควำมหมำย 15-16
บทท่ี 4 ผลกำรดำเนินงำน 15
ผลกำรวเิ ครำะหข์ อ้ มูล 16
บทที่ 5 สรุป อภปิ รำยผล และขอ้ เสนอแนะ 16
สรุปผลจำกกำรดำเนินงำน 17
อภปิ รำยผล 18
ขอ้ เสนอแนะ
บรรณำนุกรม
ภำคผนวก
บทท่ี 1
ท่ีมาและความสาคัญ
ท่มี าและความสาคัญ
กำรศึกษำตอ่ ในมหำวทิ ยำลยั เป็นส่ิงทม่ี คี วำมจำเป็นมำกเพรำะฉะน้นั กำรตดั สินใจในกำรเลอื กของท่ี
จะเขำ้ ศึษำตอ่ ตอ้ งเลือกมหำวิทยำลยั คณะทมี่ ำจำกควำมชอบ และควำมถนดั ของตวั เรำเพรำะกำรศกึ ษำใน
ระดบั มหำวิทยำลยั เป็นกำรต่อยอดในควำมถนดั และควำมสำมำรถของเรำ และเป็นกำรกำหนดอนำคตและ
ควำมฝนั ของเรำ เพื่อนำไปใชใ้ นกำรทำงำน แตก่ ำรศึกษำไมส่ ำมำรถใชเ้ ป็นส่ิงทกี่ ำหนดอนำคตของเรำได้
ปัจจบุ นั มีผูท้ จี่ บกำรศึกษำในระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษำปี ที6่ มที ้งั ผสู้ นใจท่ีจะเลอื กศกึ ษำตอ่ ในระดบั ช้นั
มหำวิทยำลยั และไม่ศึกษำตอ่ ในระดบั ช้นั มหำวิทยำลยั เน่ืองจำกวำ่ มคี นบำงส่วนน้ันมีควำมคิดและควำมฝันที่
แตกต่ำงกนั ไป และมคี นบำงส่วนท่ีอยำกจะลองหยุดเพื่อคน้ หำควำมชอบและควำมสำมำรถของตนเอง
ดว้ ยเหตทุ กี่ ลำ่ วมำขำ้ งตน้ กลุ่มของขำ้ พเจำ้ จึงเกดิ ควำมคดิ ทีจ่ ะนำควำมรู้เร่ืองสถติ ิเบ้ืองตน้ มำใชใ้ น
กำรจดั ทำโครงงำนน้ี เพ่อื ท่ีจะให้ไดค้ ่ำเฉลยี่ ของนกั เรียนทจ่ี ะสอบถำมเก่ียวกบั คณะท่นี กั เรียนในระดบั ช้นั
มธั ยมศกึ ษำตอนปลำยสนใจ
วัตถุประสงค์
1.เพอ่ื สำรวจนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนปลำยท่ีจะศึกษำในมหำวิทยำลยั
2.เพ่อื สำรวจคณะทน่ี กั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษำตอนปลำยสนใจอยำกจะศึกษำตอ่
ขอบเขตการศึกษา
ในกำรทำโครงงำนคร้งั น้ีคณะผูจ้ ดั ทำไดก้ ำหนดขอบเขตของกำรศึกษำดงั น้ี
1. เน้ือหำวิชำคณิตศำสตร์ท่ีเก่ยี วขอ้ ง
ในกำรจดั ทำคร้ังน้ีมีเน้ือหำตำมกลุ่มสำระคณิตศำสตร์ข้นั พ้ืนฐำน เรื่องต่อไปน้ี
1.1 สถิตเิ บ้อื งตน้
2. กล่มุ ประชำกร
กลุม่ ประชำกรทใ่ี ชใ้ นกำรศกึ ษำในคร้ังน้ีคือนกั เรียนที่กำลงั ศึกษำระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนปลำยและ
นกั ศึกษำระดบั ประกำศนียบตั วิชำชีพ
3. กลุ่มตวั อยำ่ ง
กลุ่มตวั อยำ่ งท่ใี ชใ้ นกำรศึกษำคร้งั น้ีคือนกั เรียนท่ีกำลงั ศึกษำระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำตอนปลำยและ
นกั ศึกษำระดบั ประกำศนียบตั วิชำชีพ
จำนวน 80 คน
4. ระยะเวลำในกำรศึกษำ
ผวู้ ิจยั จะดำเนินกำรเก็บรวบรวมขอ้ มูล ในภำคเรียนที่ 1 ปี กำรศึกษำ 2565 โดยใชเ้ วลำในกำร
ดำเนินกำรท้งั หมด 2 คำบ คำบละ 50 นำที
นยิ ามศัพท์เฉพาะ
1.กำรศึกษำต่อเน่ือง กำรศกึ ษำที่จดั ข้นึ เพอื่ สนองควำมตอ้ งกำรและควำมจำเป็นของบุคคลต่อเนื่องไป
จำกกำรศกึ ษำข้นั พ้ืนฐำนและกำรศึกษำอดุ มศกึ ษำในรูปของกิจกรรมกำรเรียนรู้หรือหลกั สูตรกำรเรียนรู้
ประเภทมหี น่วยกติ และไม่มีหน่วยกติ ซ่ึงมใิ ชก่ ำรศกึ ษำตำมระบบปกติ กำรศึกษำต่อเน่ือง เป็นไดท้ ้งั กำร
ฝึกอบรมดำ้ นอำชีพกำรยกระดบั ฝีมือในกำรทำงำน รวมท้งั หลกั สูตรกำรพฒั นำตนเองเพ่อื กำรทำงำน และ
กำรเรียนรู้เพอื่ กำรแกไ้ ขปัญหำ กำรศึกษำตอ่ เนื่องยงั เป็นกำรศึกษำที่บคุ คลภำยนอกสำมำรถลงทะเบยี นเรียน
ในหลกั สูตรต่ำง ๆ ท่จี ดั โดยภำควิชำหรือคณะกำรศึกษำตอ่ เน่ืองของวทิ ยำลยั หรือมหำวทิ ยำลยั
2.สถำบนั กำรศกึ ษำ แนวแผนในกำรคิดและกำรกระทำเก่ยี วกบั เร่ืองกำรอบรมใหก้ ำรศึกษำแก่สมำชิก
ใหมข่ องสังคมรวมท้งั ถ่ำยทอดวฒั นธรรมจำกรุ่นหน่ึงไปยงั อีกรุ่นหน่ึง
3.หลกั สูตรกำรสอน เคำ้ โครงสรำ้ งทว่ั ไปของเน้ือหำหรือส่ิงเฉพำะทจี่ ะตอ้ งสอนซ่ึงโรงเรียนจดั ใหแ้ ก่
เดก็ เพอ่ื ให้สำเร็จกำรศกึ ษำและสำมำรถเขำ้ ศึกษำต่อในทำงอำชีพตอ่ ไป
หนำ้
บทที2่
เอกสารที่เกย่ี วข้อง
ในกำรจดั ทำโครงงำนคณิตสำดเรื่องกำรสำรวจขณะท่ีนกั เรียนสนใจจะศึกษำตอ่ ผจู้ ดั ทำโครงงำนได้
ศกึ ษำขอ้ มูลจำกเวบ็ ไซตต์ ่ำงๆมีเอกสำรทเ่ี กี่ยวขอ้ งดงั ตอ่ ไปน้ี
1. กำรศึกษำตอ่ เนื่อง
2. ควำมรูท้ ว่ั ไปเกีย่ วกบั ระดบั กำรศึกษำ
2.1 กำรศกึ ษำระดบั กอ่ นประถมศึกษำ
2.2 กำรศึกษำระดบั ประถมศึกษำ
2.3 กำรศกึ ษำระดบั มธั ยมศกึ ษำ
2.4 กำรศึกษำระดบั อดุ มศกึ ษำ
3. ควำมรูท้ ว่ั ไปเกยี่ วกบั สถำบนั กำรศึกษำ
3.1 โรงเรียน
3.2 วทิ ยำลยั
3.3 มหำวิทยำลยั
4. ควำมรูท้ วั่ ไปเก่ยี วกบั หลกั สูตรกำรสอน
4.1 คณะวชิ ำ
4.2 สำขำวิชำ
1. การศกึ ษาต่อเน่ือง
กำรศึกษำตอ่ เนื่อง (Continuing Education) หมำยถึง กำรศกึ ษำที่จดั ข้นึ เพื่อสนองควำมตอ้ งกำรและ
ควำมจำเป็นของบุคคลต่อเน่ืองไปจำกกำรศกึ ษำข้นั พ้นื ฐำนและกำรศกึ ษำอุดมศกึ ษำในรูปของกจิ กรรมกำร
เรียนรู้หรือหลกั สูตรกำรเรียนรู้ ประเภทมหี น่วยกิตและไมม่ ีหน่วยกิตซ่ึงมิใช่กำรศกึ ษำตำมระบบปกติ
กำรศกึ ษำต่อเน่ือง เป็นไดท้ ้งั กำรฝึกอบรมดำ้ นอำชีพกำรยกระดบั ฝีมอื ในกำรทำงำน รวมท้งั หลกั สูตรกำร
พฒั นำตนเองเพื่อกำรทำงำน และกำรเรียนรูเ้ พอ่ื กำรแกไ้ ขปัญหำ กำรศกึ ษำต่อเน่ืองยงั เป็นกำรศกึ ษำท่ี
บคุ คลภำยนอกสำมำรถลงทะเบยี นเรียนในหลกั สูตรตำ่ ง ๆ ท่จี ดั โดยภำควิชำหรือคณะกำรศกึ ษำต่อเน่ืองของ
วทิ ยำลยั หรือมหำวิทยำลยั
2. ความรู้ทวั่ ไปเกีย่ วกบั ระดับการศึกษา
กำรจดั กำรศึกษำของไทยไดม้ กี ำรจดั ควบคกู่ นั ไปท้งั ที่เป็นกำรจดั กำรศกึ ษำในระบบโรงเรียน และกำรจดั
กำรศกึ ษำนอกโรงเรียน แบง่ ระดบั ของกำรศึกษำออกไดเ้ ป็น 4 ระดบั คอื
2.1 กำรศกึ ษำระดบั ก่อนประถมศึกษำ เป็นกำรศึกษำท่ีม่งุ อบรมเล้ยี งดูเดก็ ก่อนกำรศกึ ษำภำคบงั คบั เพอ่ื
เตรียมเดก็ ใหม้ ีควำมพรอ้ มทกุ ดำ้ นดีพอที่จะเขำ้ รบั กำรศึกษำตอ่ ไป
2.2 กำรศกึ ษำระดบั ประถมศึกษำ เป็นกำรศกึ ษำทีม่ ุ่งใหผ้ เู้ รียนมคี วำมรู้ควำมสำมำรถข้นั พ้ืนฐำน
2.3 กำรศึกษำระดบั มธั ยมศกึ ษำ เป็นกำรศกึ ษำหลงั ระดบั ประถมศึกษำทมี่ ุ่งใหผ้ ูเ้ รียนมคี วำมรู้ท้งั วชิ ำกำร
และวชิ ำชีพ
2.4 กำรศกึ ษำระดบั อุดมศึกษำ เป็นกำรศึกษำหลงั ระดบั มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย มุ่งพฒั นำควำมเจริญงอก
งำมทำงสตปิ ัญญำและควำมคิด
เพ่ือควำมกำ้ วหนำ้ ทำงวิชำกำร กำรศึกษำระดบั น้ีจดั แบบกวำ้ งใหผ้ ูเ้ รียนมคี วำมรูร้ อบ และเนน้ เฉพำะสำขำ
วชิ ำชีพให้ผเู้ รียนมีควำมรูส้ ึกและชำนิชำนำญท้งั ในดำ้ นทฤษฎี ปฏิบตั แิ ละมีจรรยำบรรณของวชิ ำชีพน้นั ๆ
3. ความรู้ท่ัวไปเกี่ยวกับสถาบนั การศึกษา
ทกุ สังคมยอ่ มจะตอ้ งมีหนำ้ ทใ่ี นกำรใหก้ ำรศึกษำแก่มวลชน เพอ่ื ใหเ้ ขำเหลำ่ น้นั ไดร้ ู้จกั บรรทดั ฐำนของ
สังคม เรียนรูเ้ ก่ียวกบั วิถีกำรดำเนินชีวติ กำรทำมำหำเล้ยี งชีพ และวฒั นธรรมทีบ่ รรพบรุ ุษไดส้ ร้ำงสมไวใ้ ห้
เพื่อสืบทอดต่อไป
ควำมหมำยของสถำบนั กำรศึกษำ สถำบนั กำรศึกษำ หมำยถึง แนวแผนในกำรคิดและกำรกระทำเกย่ี วกบั
เร่ืองกำรอบรมให้กำรศึกษำแก่สมำชิกใหม่ของสงั คม รวมท้งั กำรถ่ำยทอดวฒั นธรรมจำกคนรุ่นหน่ึงไปยงั อีก
รุ่นหน่ึงดว้ ย เป็นสถำบนั ทค่ี รอบคลุมหัวขอ้ ต่ำงๆ ดงั น้ี เช่น เร่ืองกบั หลกั สูตร กำรสอบเขำ้ กำรเรียนกำรสอน
กำรฝึกอบรมในดำ้ นต่ำงๆ และกำรเลื่อนช้นั เป็นตน้
องคป์ ระกอบของสถำบนั กำรศึกษำทีส่ ำคญั ไดแ้ ก่ โรงเรียน วิทยำลยั มหำวทิ ยำลยั
3.1 โรงเรียน คือ สถำนท่ีสำหรับฝึกสอนนกั เรียนภำยใตก้ ำรดูแลของครูหรืออำจำรย์ หลำยประเทศมรี ะบบ
กำรศกึ ษำอย่ำงเป็นทำงกำร ส่วนใหญเ่ ป็นกำรศึกษำภำคบงั คับ ในระบบกำรเรียนน้ี นกั เรียนจะผำ่ นโรงเรียน
ตำมลำดบั ช่ือของโรงเรียนเหล่ำน้ีอำจแตกตำ่ งไปตำมภำษำและประเทศ แต่โดยหลกั จะมโี รงเรียนประถม
สำหรับเด็กเล็ก และโรงเรียนมธั ยมสำหรบั เดก็ โตท่ีไดส้ ำเร็จกำรศึกษำระดบั ประถมมำแลว้
3.2 วทิ ยำลยั หมำยถึงสถำบนั อดุ มศึกษำที่เนน้ กำรฝึกทกั ษะเฉพำะสำขำวชิ ำ เชน่ กำรจดั กำร เศรษฐศำสตร์
วศิ วกรรมศำสตร์ ช่ำง ดนตรี เป็นตน้ มีกำรเรียนกำรสอนต้งั แต่ ระดบั ปวช. - ป.เอก
3.3 มหำวิทยำลยั หมำยถงึ สถำนศึกษำทจ่ี ดั กำรศกึ ษำระดบั อุดมศึกษำท้งั ในดำ้ นวชิ ำกำรและวชิ ำชีพช้นั สูง
หลำกหลำยสำขำวิชำ เพอ่ื ใหป้ ระกำศนียบตั ร อนุปริญญำ หรือปริญญำ แก่ผสู้ ำเร็จกำรศึกษำในหลำยระดบั
รวมถึง ปริญญำตรี ปริญญำโท และปริญญำเอก รวมท้งั กำรทำกำรวิจยั และให้บริกำรทำงวชิ ำกำรแก่สังคม
4. ความรู้ทัว่ ไปเกี่ยวกบั หลักสูตรการสอน
หลกั สูตร หมำยถึง เน้ือหำวชิ ำทจี่ ดั ไวเ้ ป็นระบบให้ผูเ้ รียนไดศ้ ึกษำ เพอื่ สำเร็จหรือรบั ประกำศนียบตั รใน
สำขำวชิ ำหน่ึง หรือหมำยถงึ เคำ้ โครงสร้ำงทวั่ ไปของเน้ือหำหรือสิ่งเฉพำะท่ีจะตอ้ งสอน ซ่ึงโรงเรียนจดั
ให้แก่เด็กเพอ่ื ใหส้ ำเร็จกำรศึกษำและสำมำรถเขำ้ ศึกษำตอ่ ใน ทำงอำชีพตอ่ ไป
4.1 คณะวชิ ำ หรือเรียกอย่ำงส้ัน ๆ ว่ำ คณะ เป็นองคก์ รในสถำบนั อุดมศึกษำท่ีมหี นำ้ ที่จดั กำรเรียนกำร
สอนและให้บริกำรควำมรู้เก่ียวกบั วิชำกำรสำขำท่ีอยู่ในประเภทเดียวกนั มหี วั หนำ้ องคก์ รเรียก "คณบดี" บำง
แห่งเรียก "สำนกั วชิ ำ" "สำขำวชิ ำ" หรือ "วิทยำลยั " แทน ตำแหน่งในมหำวทิ ยำลยั บคุ คลฝ่ำยบริหำร
4.2 สำขำวิชำ หลกั สูตรกำรจดั กำรเรียนกำรสอนเฉพำะ โดยแบ่งเป็นแขนงยอ่ ยมำจำกคณะวิชำกำรแบ่ง
สำขำวชิ ำและหมวดหมู่ ส่วนใหญ่แบง่ ตำมเน้ือหำสำขำ หรือทศิ ทำงของกำรจดั กำรศึกษำที่ไปในทศิ ทำง
เดยี วกนั หรือใกลเ้ คียงกนั ยกตวั อย่ำงเชน่ หมวดหมู่ใหญ่ คอื คณะวชิ ำ หมวดหมู่ยอ่ ยคือสำขำวชิ ำ
คณะศกึ ษำศำสตร์ มีสำขำวชิ ำ
สำขำวชิ ำปฐมวยั
สำขำวิชำภำษำไทย
สำขำวิชำสงั คมศกึ ษำ
สำขำวชิ ำเทคโนโลยีเพ่ือกำรศกึ ษำ
สำขำวิชำกำรศึกษำและกำรแนะแนว เป็นตน้
ดงั น้นั ในคณะศกึ ษำศำสตร์ ทกุ สำขำวิชำในหมวด จะมกี ำรจดั หลกั สูตรทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั วชิ ำชีพครู และ
เนน้ ให้ผศู้ ึกษำมีควำมรูเ้ ร่ืองกำรจดั กำรเรียนกำรสอน และควรรูพ้ ้ืนฐำนเกย่ี วกบั กำรศึกษำ หลกั สูตรของ
กระทรวง สอนหลกั ควำมเป็นครู และอื่น ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง เช่น วชิ ำครูบงั คบั วิชำครูเลอื ก ท่นี กั ศึกษำคณะ
ศกึ ษำศำสตร์ทกุ คนตอ้ งเรียนและควรเลือกเรียนในวชิ ำเลือก ส่วนสำขำวิชำ จะเนน้ กำรจดั กำรเรียนกำรสอน
และหลกั สูตรเฉพำะลงไป เพอ่ื ให้ผูศ้ ึกษำมคี วำมรูเ้ ฉพำะทำงในสำขำน้นั ๆ สำหรับนำไปประกอบอำชีพใน
อนำคตเม่ือจบกำรศกึ ษำ เช่น สำขำวิชำเก่ียวกบั แนะแนว ก็จะเนน้ ควำมรูเ้ ฉพำะทำงเกยี่ วกบั กำรแนะแนวทุก
รูปแบบ เป็นตน้
บทท่ี 3
วธิ กี ารดาเนนิ การ
ในกำรทำโครงงำนคณิตศำสตร์คร้ังน้ี กลมุ่ ผูจ้ ดั ทำไดด้ ำเนินกำร ตำมหัวขอ้ ต่อไปน้ี
1. ปฏทิ นิ ปฏบิ ตั งิ ำน
2. ข้นั ตอนกำรดำเนินงำน
3. กำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู
4. กำรวเิ ครำะห์ขอ้ มลู
1.ปฏิทินปฏิบตั ิงาน
ตำรำงท่ี 1 ปฏิทนิ ปฏบิ ตั ิงำน มลี ำดบั ดงั ต่อไปน้ี
ท่ี รำยกำรกำรปฏบิ ตั ิงำน ระยะเวลำ
1 ศึกษำวิธีกำรทำโครงงำนคณิตศำสตร์ 18 พฤษภำคม 2565
2 ประชุมวำงแผนกำรจดั ทำโครงงำน 25 พฤษภำคม 2565
3 คดิ หวั ขอ้ โครงงำน นำเสนอหวั ขอ้ โครงงำนกบั ครูทีป่ รึกษำโครงงำน 29 มถิ นุ ำยน 2565
และปรับแกต้ ำมคำแนะนำ
4 ศึกษำขอ้ มูล ควำมรูเ้ ก่ยี วกบั กำรศกึ ษำต่อ 29มถิ ุนำยน 2565
5 เขียนเคำ้ โครง โครงงำนคณิตศำสตร์นำเสนอกบั ครูทป่ี รึกษำโครงงำน 6 กรกฎำคม 2565
และปรับแกต้ ำมคำแนะนำ
6 แบง่ หนำ้ ที่แตล่ ะคนรับผิดชอบกำรทำแบบสอบถำมนำไปปรึกษำครูท่ี 17 สิงหำคม 2565
ปรึกษำโครงงำน
7 ผรู้ บั ผิดชอบในกำรสำรวจ 24-28 สิงหำคม 2565
8 นำขอ้ มลู ท่ีไดม้ ำวิเครำะห์ขอ้ มลู 31 สิงหำคม 2565
9 นำเสนอครูท่ีปรึกษำโครงงำน 31 สิงหำคม 2565
10 นำขอ้ มลู ทวี่ ิเครำะหม์ ำสรุปและอภิปรำยผลกำรดำเนินกำร 31 สิงหำคม 2565
11 นำเสนอครูท่ปี รึกษำโครงงำน 31 สิงหำคม 2565
12 เขียนรำยงำนโครงงำนคณิตศำสตร์ 26 กรกฎำคม-31
สิงหำคม 2565
13 นำเสนอตอ่ ครูท่ปี รึกษำและแกไ้ ขปรับปรุงตำมคำแนะนำ 7 กนั ยำยน 2565
14 ส่งรำยงำนฉบบั แกไ้ ข 16 กนั ยำยน 2565
15 นำเสนอโครงงำนคณิตศำสตร์ฉบบั สมบูรณ์
21 กนั ยำยน 2565
2. ข้นั ตอนการดาเนินงาน มีดงั นี้
2.1 ศกึ ษำกำรวธิ ีกำรสำรวจคณะท่นี ักเรียนสนใจจะศกึ ษำตอ่
กำรศกึ ษำคร้ังน้ีเป็นกำรศึกษำเชิงสำรวจ เพอ่ื ศกึ ษำถงึ คณะทน่ี กั เรียนวำงแผนจะศกึ ษำตอ่
2.2 วำงแผนและกำหนดขอบเขตของกำรสำรวจคณะทน่ี กั เรียนสนใจจะศึกษำต่อ
ประชำกร นกั เรียนช้นั มธั ยม
กลุ่มตวั อยำ่ ง นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษำตอนปลำยและปวช. จำนวน 80 คน
2.3 เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นกำรศึกษำ
กำรศกึ ษำคร้ังน้ีเป็นกำรศึกษำคณะท่ีสนใจจะศกึ ษำต่อ ดงั น้นั จึงใชแ้ บบสอบถำม
คณะท่ีนกั เรียนสนใจจะศึกษำตอ่ ซ่ึงแบบสอบถำมแบ่งเป็น 2 ส่วน ดงั น้ี
ส่วนที่1แบบสอบถำมในเรื่องเกยี่ วกบั ขอ้ มูลส่วนตวั หรือปัจจยั ส่วนบคุ คลของผตู้ อบ
แบบสอบถำม ดว้ ยคำถำมเกยี่ วกบั
1) เพศ
2) ระดบั ช้นั
ส่วนท่2ี แบบสอบถำมเกย่ี วกบั ควำมตอ้ งกำรทีจ่ ะศึกษำตอ่ รวมท้งั ส้ิน1ขอ้
ส่วนท3ี่ แบบสอบถำมเกย่ี วกบั คณะทส่ี นใจจะศกึ ษำตอ่ รวมท้งั ส้ิน 1 ขอ้
ส่วนท่ี4แบบสอบถำมเกย่ี วกบั เหตุผลท่ีจะศึกษำตอ่ คณะท่เี ลอื ก/เหตุผลที่ไมศ่ กึ ษำต่อ รวม
ท้งั ส้ิน 1 ขอ้
2.4 กำรสรำ้ งเคร่ืองมอื
ผศู้ ึกษำไดด้ ำเนินกำรสรำ้ งเครื่องมือตำมลำดบั ดงั น้ี
1) ศกึ ษำเอกสำร แนวคดิ ทฤษฎีเกีย่ วกบั ควำมสนใจทจี่ ะศกึ ษำตอ่ เพื่อใชเ้ ป็นแนวทำงในกำร
สรำ้ งแบบสอบถำม
2) นำขอ้ มลู ที่ไดจ้ ำกกำรรวบรวมมำสร้ำงแบบสอบถำม
3) นำแบบสอบถำมฉบบั ร่ำงเสนอต่อครูทป่ี รึกษำโครงงำน เพ่อื ตรวจสอบและเสนอแนะ เพ่อื
ทำกำรปรบั ปรุงแกไ้ ข
4) ปรับปรุงแบบสอบถำมตำมขอ้ แนะนำของครูทปี่ รึกษำโครงงำน
3. การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
3.1 ดำเนินกำรทดสอบในวนั ที่ 24-28 สิงหำคม 2565
3.2 ระยะเวลำทีใ่ ชใ้ นกำรทดสอบ คือ 5วนั
4. การวเิ คราะห์ข้อมลู
สถิติท่ใี ชใ้ นกำรวเิ ครำะห์ขอ้ มลู
กำรหำค่ำสถิตพิ ้นื ฐำนไดแ้ ก่ ค่ำร้อยละ คำ่ เฉลย่ี และค่ำส่วนเบย่ี งเบนมำตรฐำนจำกกลุ่ม
ประชำกร มสี ูตรดงั น้ี
1. คำ่ รอ้ ยละ (Percentage) ใชส้ ูตร
P = 100
เม่ือ P แทน ร้อยละ
f แทน ควำมถที่ ตี่ อ้ งกำรแปลงเป็นร้อยละ
N แทน จำนวนควำมถ่ที ้งั หมด
2. ค่ำเฉล่ยี (Mean) ใชส้ ูตร
=
เมื่อ แทน คำ่ เฉลย่ี
แทน ผลรวมของคะแนนท้งั หมดในกล่มุ
N แทน จำนวนคนในกลมุ่
3. คำ่ ส่วนเบ่ยี งเบนมำตรฐำน ใชส้ ูตร
เมื่อ S.D. แทน คำ่ เบย่ี งเบนมำตรฐำน
แทน ผลรวมของคะแนนท้งั หมด
แทน ผลรวมของกำลงั สองของคะแนนแตล่ ะตวั
N แทน จำนวนคนในกลมุ่
เกณฑก์ ำรแปลควำมหมำย
กำรแปลควำมหมำยขอ้ มลู โดยกำรคำนวณค่ำเฉลี่ยและคำ่ เบ่ียงเบนมำตรฐำนของขอ้ มูลแลว้ นำค่ำเฉลยี่ มำ
แปลควำมหมำย โดยประยุกตใ์ ชเ้ กณฑ์ ดงั น้ี
คำ่ เฉล่ยี เพศหญิง 78.8%
ค่ำเฉล่ยี เพศชำย 21.3%
ค่ำเฉลยี่ สนใจศกึ ษำตอ่ 96.3%
ค่ำเฉลีย่ ไมส่ นใจศึกษำต่อ 3.8%
บทท่ี 4
ผลการดาเนนิ งาน
ในกำรทำโครงงำนเร่ืองกำรสำรวจคณะทนี่ กั เรียนสนใจจะศึกษำต่อ ผจู้ ดั ทำไดน้ ำเสนอวเิ ครำะห์ขอ้ มูล
ดงั ตอ่ ไปน้ี
4.1 ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู
ตอนที่1 ผลกำรวิเครำะหข์ อ้ มลู ดำ้ นประชำกรศำสตร์ของผูต้ อบแบบสอบถำม ไดแ้ ก่ ระดบั ช้นั เพศ
ควำมตอ้ งกำรทีจ่ ะศึกษำตอ่ ชื่อคณะ
แผนภูมิท่ี 4.1 แสดงจานวนร้อยละของกล่มุ ตัวอย่างจาแนกตามระดับช้ัน
จำกแผนภูมทิ ่ี 4.1 พบว่ำ กลมุ่ ตวั อย่ำงทต่ี อบแบบสอบถำมส่วนใหญเ่ ป็นนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำปี ที6่
จำนวน 51 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 63.7 นกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษำปี ที่5 จำนวน 20 คน คดิ เป็นร้อย 25.0
นกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำปี ที่ 4 จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 5.0 นกั เรียนระดบั ช้นั ปวช2. จำนวน 1 คน
คิดเป็นรอ้ ยละ 1.2 และนกั เรียนระดบั ช้นั ปวช3. จำนวน 5 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 5.0
ตารางท4่ี .1 แสดงจานวนร้อยละของกล่มุ ตวั อย่างจาแนกตามระดบั ช้ัน
ระดบั ช้นั จำนวน ร้อยละ
มัธยมศึกษาปี ที่ 4 4 5.0
มัธยมศึกษาปี ท่ี 5 20 25.0
51 63.7
มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 6 --
ปวช 1 1 1.2
ปวช 2 4 5.0
ปวช 3
รวม 80 100
จำกตำรำงท่ี 4.1 พบวำ่ กลมุ่ ตวั อย่ำงทีต่ อบแบบสอบถำมส่วนใหญเ่ ป็นนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษำปี ท่6ี
จำนวน 51 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 63.7 นกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษำปี ที่5 จำนวน 20 คน คดิ เป็นรอ้ ย 25.0
นกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำปี ที่ 4 จำนวน 4 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 5.0 นกั เรียนระดบั ช้นั ปวช2. จำนวน 1 คน
คิดเป็นร้อยละ 1.2 และนกั เรียนระดบั ช้นั ปวช3. จำนวน 5 คน คดิ เป็นร้อยละ 5.0
แผนภูมิท่ี4.2 แสดงจานวนร้อยละของกล่มุ ตัวอย่างจาแนกตามเพศ
จำกแผนภูมิท4ี่ .2 พบว่ำ กลุ่มตวั อย่ำงทตี่ อบแบบสอบถำมส่วนใหญเ่ ป็นเพศหญงิ จำนวน 63 คน คิดเป็นรอ้ ย
ละ 78.8 และเพศชำย จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 21.2
ตารางที่4.2 เสื้อแดงจานวนร้อยละของกล่มุ ตวั อย่างจาแนกตามเพศ
เพศ จานวน ร้อยละ
ชาย 17 21.2
หญงิ 63 78.8
รวม 80 100
จำกตำรำงที4่ .2 พบวำ่ กลมุ่ ตวั อย่ำงทตี่ อบแบบสอบถำมส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 63 คน คิดเป็นรอ้ ย
ละ 78.8 และเพศชำย จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 21.2
แผนภูมทิ ่4ี .3 แสดงจานนร้อยละของกล่มุ ตวั อย่างจาแนกตามการศึกษาต่อ
จำกแผนภมู ทิ 4่ี .3 พบวำ่ กลุ่มตวั อย่ำงท่ตี อบแบบสอบถำมส่วนใหญ่ สนใจทจี่ ะศึกษำตอ่ เป็นจำนวน 77 คน
คิดเป็นร้อยละ 96.2 และไมส่ นใจทจ่ี ะศกึ ษำต่อจำนวน 3 คน คดิ เป็นร้อยละ 3.8
ตารางที4่ .3 แสดงจานวนร้อยละของกล่มุ ตัวอย่างจาแนกตามการศึกษาต่อ
ควำมตอ้ งกำรในกำรศึกษำต่อ จำนวน รอ้ ยละ
ต้องการศกึ ษาต่อ 77 96.2
3 3.8
ไม่ต้องการศึกษาต่อ
รวม 80 100
จำกตำรำงที่4.3 พบวำ่ กลมุ่ ตวั อยำ่ งทตี่ อบแบบสอบถำมส่วนใหญ่ สนใจทจ่ี ะศึกษำต่อเป็นจำนวน 77 คน
คดิ เป็นร้อยละ 96.2 และไมส่ นใจทจ่ี ะศกึ ษำต่อจำนวน 3 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 3.8
แผนภมู ทิ ่4ี .4 แสดงจานวนร้อยละของกล่มุ ตวั อย่างจาแนกตามคณะที่สนใจ
จำกแผนภูมิที่4.4 พบวำ่ กล่มุ ตวั อยำ่ งท่ตี อบแบบสอบถำมส่วนใหญ่สนใจคณะมนุษยศำสตร์จำนวน 14 คน
คดิ เป็นรอ้ ยละ 18.2 คณะวิศวกรรมศำสตร์จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 10.4 คณะศกึ ษำศำสตร์/ครุศำสตร์
จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 9.1 คณะพยำบำลศำสตร์จำนวน 7 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 9.1 คณะวทิ ยำศำสตร์
จำนวน 6 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 7.8 คณะนิเทศศำสตร์จำนวน 4 คดิ เป็นรอ้ ยละ 5.2 คณะเทคนิคกำรแพทย์
จำนวน 4 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 5.2 คณะเภสัชศำสตร์จำนวน 3 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 3.9 คณะสำธำรณสุขศำสตร์
จำนวน 3 คน คดิ เป็ยรอ้ ยละ 3.9 คณะเทคโนโลยสี ำรสนเทศจำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 3.9 คณะ
สงั คมศำสตร์จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 2.6คณะสถำปัตยกรรมจำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 2.6 คณะสัตว
แพทยจ์ ำนวน 2 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 2.6 คณะบริหำรจำนวน2 คน คดิ เป็นร้อยละ 2.6 คณะศลิ ปกรรมศำสตร์
จำนวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1.3 คณะวิศวะโปรแกรมคอมพวิ เตอร์จำนวน 1 คน คดิ ป็นรอ้ ยละ 1.3 คณะกำร
ทอ่ งเทย่ี วจำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ1.3 คณะแพทยศำสตร์จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1.3 คณะ
กำยภำพบำบดั จำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 1.3 คณะนิตศิ ำสตร์จำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 1.3 คณะ
เศรษฐศำสตร์จำนวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1.3 ยงั ไมแ่ น่ใจจำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1.3 ยงั ไมไ่ ดเ้ ลอื ก
จำนวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1.3 และยงั ไมท่ รำบจำนวน 1คน คิดเป็นร้อยละ 1.3
ตารางที่4.4 แสดงจานวนร้อยละของกล่มุ ตัวอย่างตามคณะทส่ี นใจ
คณะ จำนวน รอ้ ยละ
คณะมนษุ ยศาสตร์ 14 18.2
10.4
คณะวิศวกรรมศาสตร์ 8 9.1
7 9.1
คณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ 7.8
7 5.2
คณะพยาบาลศาสตร์ 6 5.2
4 3.9
คณะวิทยาศาสตร์ 4 3.9
คณะนเิ ทศศาสตร์ 3 2.6
คณะเทคนิคการเเพทย์ศาสตร์ 3 2.6
คณะเภสัชศาสตร์ 3 2.6
คณะสาธารณสุขศาสตร์ 2 2.6
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 1.3
คณะสังคมศาสตร์ 2 1.3
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 2 1.3
คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ 1
คณะบริหาร 1
คณะศิลปกรรมศาสตร์
คณะการท่องเทยี่ ว 1 1.3
คณะวศิ วะกรรมโปรแกรม 1 1.3
คอมพิวเตอร์
คณะแพทยศาสตร์ 1 1.3
คณะกายภาพบาบดั 1 1.3
คณะนติ ศิ าสตร์ 1 1.3
คณะเศรษฐศาสตร์ 1 1.3
ยังไม่แน่ใจ 1 1.3
ยังไม่ทราบ 1 1.3
ยังไม่ได้เลือก 1 1.3
รวม 80 100
จำกตำรำงที4่ .4 พบวำ่ กลมุ่ ตวั อยำ่ งท่ีตอบแบบสอบถำมส่วนใหญส่ นใจคณะมนุษยศำสตร์จำนวน 14 คน คดิ
เป็นรอ้ ยละ 18.2 คณะวศิ วกรรมศำสตร์จำนวน 8 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 10.4 คณะศกึ ษำศำสตร์/ครุศำสตร์
จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 9.1 คณะพยำบำลศำสตร์จำนวน 7 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 9.1 คณะวิทยำศำสตร์
จำนวน 6 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 7.8 คณะนิเทศศำสตร์จำนวน 4 คดิ เป็นรอ้ ยละ 5.2 คณะเทคนิคกำรแพทย์
จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 5.2 คณะเภสัชศำสตร์จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 3.9 คณะสำธำรณสุขศำสตร์
จำนวน 3 คน คิดเป็ยร้อยละ 3.9 คณะเทคโนโลยีสำรสนเทศจำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 3.9 คณะ
สงั คมศำสตร์จำนวน 2 คน คดิ เป็นร้อยละ 2.6คณะสถำปัตยกรรมจำนวน 2 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 2.6 คณะสตั ว
แพทยจ์ ำนวน 2 คน คดิ เป็นร้อยละ 2.6 คณะบริหำรจำนวน2 คน คดิ เป็นร้อยละ 2.6 คณะศิลปกรรมศำสตร์
จำนวน 1 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 1.3 คณะวศิ วะโปรแกรมคอมพวิ เตอร์จำนวน 1 คน คดิ ป็นร้อยละ 1.3 คณะกำร
ท่องเท่ยี วจำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ1.3 คณะแพทยศำสตร์จำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 1.3 คณะ
กำยภำพบำบดั จำนวน 1 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 1.3 คณะนิติศำสตร์จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1.3 คณะ
เศรษฐศำสตร์จำนวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1.3 ยงั ไม่แน่ใจจำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 1.3 ยงั ไมไ่ ดเ้ ลอื ก
จำนวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1.3 และยงั ไม่ทรำบจำนวน 1คน คิดเป็นร้อยละ 1.3
บทท่ี 5
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
ในกำรทำโครงงำน เร่ือง แบบสำรวจคณะทีน่ กั เรียนสนใจจะศกึ ษำต่อ สำมำรถสรุปผล อภิปรำยผล และ
ขอ้ เสนอแนะไดด้ งั น้ี
1.สรุปผลจากการดาเนนิ งาน
จำกผลกำรดำเนินงำน กลุม่ ผูจ้ ดั ทำสำมำรถสรุปไดด้ งั น้ี
1.จำกกำรศกึ ษำพบว่ำ กลุ่มตวั อยำ่ งที่ตอบแบบสอบถำมส่วนใหญ่เป็นนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษำปี
ท6ี่ จำนวน 51 คน คิดเป็นร้อยละ 63.7 นกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำปี ที5่ จำนวน 20 คน คดิ เป็นรอ้ ย 25.0
นกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำปี ท่ี 4 จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 5.0 นกั เรียนระดบั ช้นั ปวช2. จำนวน 1 คน
คดิ เป็นร้อยละ 1.2 และนกั เรียนระดบั ช้นั ปวช3. จำนวน 5 คน คดิ เป็นร้อยละ 5.0
สรุปไดว้ ำ่ กลุ่มตวั อย่ำงส่วนใหญ่เป็นนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษำปี ที่6
2.จำกกำรศึกษำพบว่ำ กลุ่มตวั อย่ำงที่ตอบแบบสอบถำมส่วนใหญ่เป็นเพศหญงิ จำนวน 63 คน คิดเป็น
ร้อยละ 78.8 และเพศชำย จำนวน 17 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 21.2
สรุปไดว้ ่ำเป็นกลุม่ ตวั อยำ่ งเป็นเพศหญิงมำกกวำ่ เพศชำย
3.จำกกำรศึกษำพบว่ำ กลุม่ ตวั อย่ำงที่ตอบแบบสอบถำมส่วนใหญ่ สนใจทจี่ ะศกึ ษำตอ่ เป็นจำนวน 77
คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 96.2 และไม่สนใจทีจ่ ะศกึ ษำต่อจำนวน 3 คน คดิ เป็นร้อยละ 3.8
4.จำกกำรศกึ ษำพบวำ่ กลมุ่ ตวั อย่ำงทีต่ อบแบบสอบถำมส่วนใหญ่สนใจคณะมนุษยศำสตร์จำนวน 14
คน คิดเป็นรอ้ ยละ 18.2 คณะวศิ วกรรมศำสตร์จำนวน 8 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 10.4 คณะศึกษำศำสตร์/ครุ
ศำสตร์ จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 9.1 คณะพยำบำลศำสตร์จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 9.1 คณะ
วิทยำศำสตร์จำนวน 6 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 7.8 คณะนิเทศศำสตร์จำนวน 4 คดิ เป็นรอ้ ยละ 5.2 คณะเทคนิค
กำรแพทยจ์ ำนวน 4 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 5.2 คณะเภสชั ศำสตร์จำนวน 3 คน คดิ เป็นร้อยละ 3.9 คณะ
สำธำรณสุขศำสตร์จำนวน 3 คน คิดเป็ยรอ้ ยละ 3.9 คณะเทคโนโลยีสำรสนเทศจำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ
3.9 คณะสงั คมศำสตร์จำนวน 2 คน คดิ เป็นร้อยละ 2.6คณะสถำปัตยกรรมจำนวน 2 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 2.6
คณะสตั วแพทยจ์ ำนวน 2 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 2.6 คณะบริหำรจำนวน2 คน คิดเป็นร้อยละ 2.6 คณะศิลปกรรม
ศำสตร์จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1.3 คณะวิศวะโปรแกรมคอมพวิ เตอร์จำนวน 1 คน คดิ ป็นรอ้ ยละ 1.3
คณะกำรท่องเทย่ี วจำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ1.3 คณะแพทยศำสตร์จำนวน 1 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 1.3 คณะ
กำยภำพบำบดั จำนวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1.3 คณะนิติศำสตร์จำนวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1.3 คณะ
เศรษฐศำสตร์จำนวน 1 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 1.3 ยงั ไมแ่ น่ใจจำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1.3 ยงั ไม่ไดเ้ ลือก
จำนวน 1 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 1.3 และยงั ไม่ทรำบจำนวน 1คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1.3
สรุปไดว้ ำ่ กลุม่ ตวั อยำ่ งส่วนมำกสนใจท่ีจะศกึ ษำต่อในคณะมนุษยศำสตร์
อภปิ รายผล
จำกกำรสำรวจคณะท่นี ักเรียนสนใจจะศกึ ษำตอ่ กบั กลมุ่ ตวั อย่ำงสำมำรถนำมำอภปิ รำยผลได้ ดงั น้ี
จำกกำรทำโครงงำนคณิตศำสตร์ เพ่ือศกึ ษำ เรื่อง กำรสำรวจคณะที่นกั เรียนสนใจจะศึกษำต่อ ไดม้ ี
กำรสำรวจควำมคิดเหน็ จำกกล่มุ ตวั อยำ่ งและจำกกำรสำรวจจะเห็นไดว้ ่ำกลมุ่ ตวั อยำ่ งส่วนใหญ่สนใจทจี่ ะเขำ้
ศึกษำตอ่ คณะมนุษยศำสตร์จำนวน 14 คน จำกจำนวน 80 คน
1.ควรเพ่มิ จำนวนในกำรสำรวจ ข้อเสนอแนะ
2.ควรเพม่ิ ระยะเวลำในกำรสำรวจ
บรรณานุกรม
ccs.nfe.go.th. (2565). กำรศึกษำต่อเนื่อง. สืบคน้ เม่ือ 7 สิงหำคม 2565, จำก
กำรศกึ ษำต่อเนื่อง(Continuing Education) - สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ฉะเชิงเทรำ
sites.google.com. (2565). ระดบั กำรศกึ ษำ. สืบคน้ เมือ่ 27 กรกฎำคม 2565, จำก
ระดบั กำรศกึ ษำ - Ajarn Toi - Google Sites
www.thaigoodview.com. (2565). สถำบนั กำรศึกษำ. สืบคน้ เมื่อ 27 กรกฎำคม
2565, จำก http://www.thaigoodview.com/node/45061
th.m.wikipedia.org. (2565). โรงเรียน. สืบคน้ เม่ือ 7 สิงหำคม 2565, จำก
โรงเรียน - วิกพิ เี ดีย
th.m.wikipedia.org. (2565). วิทยำลยั . สืบคน้ เม่อื 27 กรกฎำคม 2565, จำก
วทิ ยำลยั - วกิ พิ เี ดีย
th.m.wikipedia.org. (2565). มหำวทิ ยำลยั . สืบคน้ เมอื่ 27 กรกฎำคม 2565, จำก
มหำวทิ ยำลยั - วิกิพเี ดีย
th.m.wikipedia.org. (2565). คณะวชิ ำ. สืบคน้ เม่อื 27 กรกฎำคม 2565, จำก
จำก คณะวชิ ำ - วกิ พิ ีเดยี
naenaew.blogspot.com. (2565). สำขำวชิ ำ. สืบคน้ เมือ่ 27 กรกฎำคม 2565, จำก
https://naenaew.blogspot.com/2011/02/blog-post_6984.html
ภาคผนวก