ความรู้พื้นฐานของการเขียน นางวราภรณ์ วสุนธรารัตน์1 นางวรรณภา ปะวิโน 2 ความหมายของการเขียน มีผู้ให้ค านิยามความหมายของ ค าว่า “การเขียน” ไว้อย่างหลากหลาย ดังนี้ เขียน หมายถึง ขีดให้เป็นตัวหนังสือหรือเลข ขีดให้เป็นเส้นหรือรูปต่างๆ, วาด, แต่งหนังสือ (ราชบัณฑิตยสถาน, 2546, หน้า 203) การเขียน หมายถึง วิธีการสื่อความหมายที่เป็นผลผลิตทางความคิดจากความรู้ของผู้ส่งสาร แสดง ออกมาทางลายลักษณ์อักษรภาษาไทย (ประภาศรี สีหอ าไพ, 2527, หน้า 1) การเขียน หมายถึง การสื่อสารความรู้ ความคิด ทัศนคติ และอารมณ์เป็นตัวอักษร (สมพร มันตะสูตร แพ่งพิพัฒน์, 2540, หน้า 3) สอดคล้องกับ สนิท ตั้งทวี (2528, หน้า 152) อธิบายว่าการเขียน หมายถึง การแสดงความคิด ความรู้สึก และความรู้ซึ่งอยู่ในใจ ออกมาให้ผู้อื่นได้รับรู้ โดยวิธีการใช้สัญลักษณ์ที่เราเรียกว่าตัวหนังสือหรือ ตัวอักษร เพื่อให้ผู้อ่าน ได้เข้าใจเจตนาของผู้เขียน ดังนั้นกล่าวโดยสรุป การเขียน หมายถึง การถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้ความรู้สึกนึกคิดของตนเองเพื่อให้ ผู้อื่นได้รับรู้ โดยอาศัยสัญลักษณ์ที่เรียกว่าตัวหนังสือหรือตัวอักษรเป็นสื่อกลางในการท าความเข้าใจร่วมกัน ความส าคัญของการเขียน มีความส าคัญในหลายด้านด้วยกัน ดังนี้ (สนิท สัตโยภาส, 2541, หน้า 205-206) 1) การเขียนมีความส าคัญในแง่ที่เป็นเครื่องมือสื่อสารของมนุษย์ ที่มนุษย์ใช้ในการถ่ายทอด ความรู้สึกนึกคิดและสติปัญญาต่อกันและกัน 2) การเขียนเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดวัฒนธรรม อันเป็นมรดกด้านภูมิปัญญาของมนุษย์ 3) การเขียนช่วยเผยแพร่ กระจายความรู้ ความคิดและข่าวสารได้อย่างกว้างไกลและรวดเร็ว 4) การเขียนเป็นการบันทึกทางสังคมที่ให้คุณค่าอ านวยประโยชน์มหาศาลแก่ชนรุ่นหลัง ทั้งใน ปัจจุบันและอนาคต 5) การเขียนสามารถยึดเป็นอาชีพที่ส าคัญอย่างหนึ่ง 6) การเขียนสามารถสร้างความรักสามัคคีในมนุษยชาติได้เมื่องานเขียนนั้นมีความหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจ สร้างความรักเพื่อมนุษย์ เป็นงานเขียนที่สร้างสรรค์สันติสุขแก่สังคมโลก 7) การเขียนสามารถท าให้บุคคลประสบความส าเร็จในชีวิตได้ โดยเฉพาะด้านการศึกษาเล่าเรียน จากข้างต้นสรุปได้ว่าการเขียนนั้นมีความส าคัญอย่างยิ่ง เพราะการเขียนสามารถถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และวัฒนธรรมจากมนุษย์รุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง 1 ผู้อ านวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ 2 บรรณารักษ์ช านาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
วัตถุประสงค์ของการเขียน การเขียนมีจุดประสงค์ส าคัญ ดังนี้ (คณาจารย์ภาควิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2541, น.137 – 138) 1) การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง คือ การเขียนเพื่อบอกเล่าเรื่องราว เหตุการณ์หรือประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ผู้อ่านได้รับรู้ เช่น การเขียนอัตชีวประวัติ การเขียนข่าว การเขียนสารคดี เป็นต้น 2) การเขียนเพื่ออธิบาย คือ การเขียนเพื่อบอกวิธีการหรือวิธีกระท าการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น การ ตอนกิ่งมะม่วง การท าปุ๋ยหมัก เทคนิคการเขียนเรื่องสั้น เป็นต้น 3) การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นเป็นการเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น ทรรศนะ หรือความเชื่อ ของผู้เขียนที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น การเมือง การศึกษา เศรษฐกิจ หรือสังคม ฯลฯ 4) การเขียนเพื่อโฆษณา คือการเขียนเพื่อโน้มน้าวจูงใจหรือเชิญชวนให้ผู้อ่านสนใจในสิ่งที่เขียน ถึง รวมทั้งการแนะน า เช่น การเขียนค าโฆษณา ค าขวัญ เป็นต้น 5) การเขียนเพื่อสร้างจินตนาการ คือ การเขียนเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก จินตนาการให้ ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตามและเห็นภาพตามผู้เขียน เช่น การเขียนเรื่องสั้น นวนิยาย บท ละคร กวีนิพนธ์ เป็นต้น วิธีเขียนเพื่อสร้างจินตนาการ ผู้เขียนต้องเลือกใช้ถ้อยค าภาษาอย่าง ประณีต ละเอียดลออ ลึกซึ้ง ใช้ ภาษาที่ท าให้เกิดภาพพจน์ได้ การเลือกเรื่องในการเขียน (เสาวณีย์สิกขาบัณฑิต, 2534, หน้า 10-11) การเลือกเรื่อง เป็นการวางแผนก่อนลงมือเขียน ผู้เขียนควรมีวิธีการเลือกเรื่องที่เหมาะสม ดังนี้ 1) เลือกเรื่องที่ผู้เขียนถนัดและสนใจ การเขียนเรื่องที่ตนเองถนัดและสนใจ จะท าให้มีความสุข กับการเขียนและสามารถสร้างสรรค์งานเขียนที่ดีมีคุณค่าได้ 2) เลือกเรื่องที่ผู้เขียนมีความรู้และประสบการณ์ การเขียนเรื่องจ าเป็นต้องมีข้อมูลซึ่งหาได้จาก การค้นคว้าแหล่งความรู้ต่าง ๆ ข้อมูลที่ได้มาจ าเป็นต้องมีการวิเคราะห์ ตีความเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ ถ้าผู้เขียนมีความรู้และประสบการณ์ในเรื่องที่เลือกมาเขียนผู้เขียนก็จะสามารถหาข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือได้ 3) เลือกเรื่องที่ผู้อ่านสนใจ ความสนใจของผู้อ่านจะแตกต่างกันตามเพศ วัยการศึกษา รายได้ ฯลฯ ซึ่งมีส่วนทาให้เรื่องที่เขียนส าหรับผู้อ่านแต่ละกลุ่มแตกต่างกันด้วย เช่น เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าจะ เขียนให้กลุ่มผู้อ่านที่เป็นสมาชิกของสังคมเมืองอ่าน เนื้อหาก็ควรจะเน้นการดารงชีพอย่างประหยัด แต่ถ้าให้ ผู้เขียนที่เป็นเกษตรกรในสังคมชนบท เนื้อหาก็ควรจะเน้นการดารงชีพแบบพึ่งพาตนเอง โดยอาศัยปัจจัย ธรรมชาติรอบ ๆ ตัว ผู้อ่านแต่ละกลุ่มก็จะสนใจอ่านเพราะสามารถน าความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสภาพการด าเนิน ชีวิตจริงของตนได้ 4) เลือกเรื่องที่สามารถจ ากัดขอบเขตได้ การจากัดขอบเขตของเรื่องไม่ให้กว้าง หรือแคบ จนเกินไปจะทาให้การเขียนครอบคลุมเนื้อหา งานเขียนมีความสมบูรณ์
5) เลือกเรื่องที่เป็นประโยชน์ ผู้เขียนควรเขียนเรื่องที่จะท าให้ผู้อ่านได้รับความรู้ให้แนวคิด ให้ ความเพลิดเพลิน และช่วยจรรโลงสังคมปลูกฝังให้ผู้อ่านเป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม เอกสารอ้างอิง ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์. ประภาศรี สีหอ าไพ. (2527). การเขียนแบบสร้างสรรค์. กรุงเทพฯ: โครงการต าราคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. สมพร มันตะสูตร แพ่งพิพัฒน์. (2540). การอ่านทั่วไป. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. สนิท สัตโยภาส. (2541). ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและสืบค้น. เชียงใหม่: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันราชภัฏเชียงใหม่. คณาจารย์ภาควิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. (2541). ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: ดอกหญ้า. เสาวณีย์ สิกขาบัณฑิต. (2534). การเขียนเพื่อการสื่อสาร. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: แสงดาว. ตัวอย่างรางวัลเกี่ยวกับวรรณกรรมในประเทศไทย รางวัลซีไรท์ รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน รางวัลซีไรท์(S.E.A. WRITE AWARD) ประเทศ ไทย โดยบริษัทสายการบินไทย จ ากัด และโรงแรมโอเรียนเต็ล ได้ร่วมกันจัดตั้งรางวัลวรรณกรรมอาเซียน ส าหรับนักเขียนในกลุ่มประเทศอาเซียน 5 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย ต่อมาได้มีสมาชิกเพิ่มอีก 5 ประเทศ คือ บรูไน เวียดนาม ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา จนครบ 10 ประเทศ โดยมีเจตนารมย์เพื่อส่งเสริมนักเขียนในกลุ่มประเทศอาเซียนและเผยแพร่วัฒนธรรมของวรรณกรรม ของภูมิภาคนี้ มีกติกาการส่งประกวดดังนี้ 1) ต้องเป็นงานที่ริเริ่มของผู้เขียนเอง ไม่ใช่แปลมาจากผู้อื่น 2) ต้องเป็นงานที่สัมพันธ์กับชาติหรือภูมิภาคที่ผู้สร้างสรรค์มีภูมิล าเนา
3) ต้องเป็นเรื่องแต่งหรือเรื่องสร้างสรรค์ในรูปแบบใดก็ได้อันหมายถึง นวนิยาย บทละคร และ กวีนิพนธ์ 4) ต้องเป็นงานที่ดีพร้อมในช่วงเวลา 5 ปี นับจากที่ทางการเลือกสรรเป็นเกณฑ์ 5) ผลงานเคยได้รับรางวัลใดๆ ก็ได้ที่ใช้ในขอบเขตประเทศตน 6) ผลงานจะเขียนเป็นภาษาใดก็ได้ที่ใช้ในขอบเขตประเทศตน 7) ผู้สร้างสรรค์มีส่วนช่วยหรือช่วยพัฒนาวัฒนธรรมและวรรณกรรมของประเทศตนจากงาน เขียนของตน 8) ผู้สร้างสรรค์จะมีเชื้อชาติศาสนา เพศใด ๆ ก็ได้ และยังมีชีวิตอยู่ขณะส่งงานเข้าประกวด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : คณะกรรมการด าเนินงานรางวัลซีไรต์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมแมนดา ริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เลขที่ 48 ถนนเจริญกรุง 40 เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 การประกวดหนังสือดีเด่นของกระทรวงศึกษาธิการ สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เป็นผู้สนับสนุน โดยใช้ชื่อการประกวดหนังสือใหม่ เป็น “การประกวดหนังสือ ดีเด่น” ผู้มีสิทธ์ส่งหนังสือเข้าประกวด ได้แก่ ส านักพิมพ์ ผู้ประพันธ์ ผู้จัดท าภาพประกอบ ผู้ออกแบบและ จัดท ารูปเล่ม ผู้จัดพิมพ์ บรรณารักษ์ ส่วนราชการ สมาคม และผู้สนใจทั่วไป หนังสือที่รับเข้าประกวด แบ่งเป็น 9 กลุ่ม ดังต่อไปนี้ 1) หนังสือสารคดีทุกประเภทที่มิใช่ต าราหรือหนังสือเรียน หรือหนังสือที่มีวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะจะให้เป็นต าราเรียนหรือหนังสือเรียน 2) หนังสือนวนิยาย 3) หนังสือกวีนิพนธ์ 4) หนังสือรวมเรื่องสั้น 5) หนังสือส าหรับเด็กเล็ก อายุ3-5 ปี 6) หนังสือส าหรับเด็ก อายุ6-11 ปี มี2 ประเภท (หนังสือบันเทิงคดีส าหรับเด็ก, หนังสือสารคดี ส าหรับเด็ก) 7) หนังสือส าหรับเด็กวัยรุ่น อายุ12-18 ปี มี3 ประเภท(หนังสือบันเทิงคดีส าหรับเด็ก, หนังสือ สารคดีส าหรับเด็กวัยรุ่น, หนังสือค าประพันธ์ส าหรับเด็กวัยรุ่น)
8) หนังสือการ์ตูน 9) หนังสือสวยงาม มี2 ประเภท (หนังสือสวยงามทั่วไป, หนังสือสวยงามส าหรับเด็ก) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จ าหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย 83/159 ซอยชิน เขต 2 ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 E-mail : [email protected] http://www.pubat.or.th รางวัล "7 BookAwards" รางวัลที่จัดขึ้นโดย บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จ ากัด (มหาชน) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กับเยาวชน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อพิจารณาคัดเลือกหนังสือดีเด่น และมีคุณภาพ (วรรณกรรมเยาวชน, นวนิยาย, กวีนิพนธ์, สารคดี(ปรัชญาและศาสนา), หนังสือดีในอดีต และนิยายภาพการ์ตูน) 2) เพื่อส่งเสริมนักเขียนคุณภาพที่ไม่มีโอกาสน าเสนอและเผยแพร่ผลงาน 3) เพื่อสนับสนุนและจ าหน่ายหนังสือดีในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม 4) เพื่อสนับสนุนหนังสือดีในอดีตที่ไม่มีโอกาสเผยแพร่ 5) เพื่อสนับสนุนงานเขียนที่ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ส านักประชาสัมพันธ์และกิจกรรมสังคม บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จ ากัด (มหาชน) Email : [email protected] http://www.pr7eleven.com โครงการประกวดงานเขียน " นายอินทร์อะวอร์ด " ร้านน ายอินท ร์ เป็น ร้านค้ าปลีกหนังสือในเครือบ ริษัทอมรินท ร์พ ริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จ ากัด (มหาชน ) ด าเนินธุรกิจโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการศึกษา มุ่งเน้นกระจายความรู้ ความคิด และ วัฒนธรรมสู่ชุมชน ตลอดจนการเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน การเขียน และเรียนรู้รอบด้าน โครงการประกวด
งานเขียนรางวัลนายอินทร์อะวอร์ดนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ร้านนายอินทร์มุ่งหวังให้เป็นเวทีแสดง ความสามารถของนักเขียนหน้าใหม่ อีกทั้งเป็นแรงสนับสนุนให้เกิดงานเขียนใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพในสังคมไทย ประกอบไปด้วยการประกวดงานเขียน 3 ประเภท ดังนี้ 1) ประเภทสารคดีไม่จ ากัดประเภท 2) ประเภทวรรณกรรมเยาวชน 3) ประเภทหนังสือภาพส าหรับเด็ก ผลงานที่ได้รับการตัดสินให้ชนะเลิศจะได้รับการตีพิมพ์เป็น หนังสือ โดยส านักพิมพ์ในเครืออมรินทร์ พร้อมค่าลิขสิทธิ์ให้แก่ผู้สร้างสรรค์ผลงาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ร้านนายอินทร์ทุกสาขา หรือฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ 7/129 อาคารส านักงาน เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น 14 ถนน บรมราชชนนี อรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 E-Mail: [email protected] http://www.naiin.com การประกวดวรรณกรรมเยาวชน "แว่นแก้ว" จัดโดย บริษัท นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์จ ากัด เพื่อคัดสรรผลงานที่เป็นวรรณกรรมส าหรับเยาวชน ผลงานที่ส่งเข้าประกวด มี2 ประเภท คือ 1) นวนิยายส าหรับเยาวชน 2) สารคดี ส าหรับเยาวชน ทั้ง 2 ประเภทไม่จ ากัดแนว มีความยาวไม่ต่ ากว่า 80 - 120 หน้า กระดาษ A4 และไม่เคยได้รับรางวัลที่ใดมาก่อน , ไม่เคยส่งประกวดที่ใดมาก่อน และไม่ส่งประกวดที่ใดใน ระหว่างส่งเข้าประกวดรางวัลนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : บริษัท นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์ จ ากัด 947/158-159 หมู่ 12 บางนาคอม เพล็กซ์ ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กทม. 10260 E-mail : [email protected] http://www.Nanmeebooks.com รางวัลพานแว่นฟ้า จัดโดย รัฐสภา ร่วมกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เพื่อประกวดวรรณกรรมเรื่องสั้นและบทกวี การเมือง มีหลักเกณฑ์ 1) เป็นวรรณกรรมประเภทเรื่อสั้นการเมือง 2) ต้องเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเอง ไม่ได้ลอกเลียนหรือดัดแปลงจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หากมีการลอก เลียนหรือดัดแปลงหรือละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เขียนจะต้องรับผิดชอบ 3) เป็นผลงานที่เขียนขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2540 (เป็นปีที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน) จนถึงปี ปัจจุบัน จะเคยตีพิมพ์หรือไม่เคยตีพิมพ์ก็ได้ หรือเคยส่งประกวดหรือไม่เคยส่งประกวด ตลอดทั้งเคยได้รับ รางวัลอื่นมาแล้วก็ได้ ในกรณีที่ผู้เขียนเคยส่งผลงานเข้าประกวดในปีที่ผ่านมาแต่ยังไม่ได้รับรางวัลพานแว่นฟ้า
หรือเป็นงานเขียนที่เคยได้รับรางวัลอื่นมาแล้วแต่ยังไม่เคยได้รับรางวัลพานแว่นฟ้า ก็สามารถส่งผลงานเข้า ประกวดในปีนี้ได้ อาจจะเป็นผลงานเดิมหรือผลงานที่เรียบเรียงใหม่ก็ได้ 4) ต้นฉบับต้องเป็นภาษาไทย และพิมพ์หรือเขียนด้วยตัวบรรจงลงในกระดาษ A4 จ านวนไม่ เกิน 10 หน้า 5) ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดมีสิทธิ์ส่งผลงานไม่เกิน 2 เรื่อง 6) ผลงานที่ส่งเข้าประกวด คณะกรรมการจะไม่ส่งต้นฉบับคืนให้ 7) การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาด และกรรมการมีสิทธิ์ไม่ให้รางวัลใดรางวัลหนึ่ง 8) ผู้เขียนมีชีวิตอยู่ในขณะที่ส่งผลงาน 9) ผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานเข้าประกวดได้คือ ผู้ประพันธ์ ส านักพิมพ์ และบุคคลทั่วไปโดยได้รับการ ยินยอมจากผู้เขียน 10) การเผยแพร่รางวัลให้เป็นสิทธิ์ของคณะกรรมการฯ ในการพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก บทกวี การเมือง เป็นผลงานร้อยกรอง ไม่ก าหนดหัวข้อ ขนาดความยาว 6-10 บท หลักเกณฑ์อื่นๆ เช่นเดียวกับ วรรณกรรมเรื่องสั้นการเมือง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : กลุ่มงานเผยแพร่ประชาธิปไตยฯ ส านักประชาสัมพันธ์ ส านักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร http://www.parliament.go.th ตัวอย่างหนังสือที่ได้รับรางวัล