เทศกาล
ใน
ประเทศจีน
เทศกาศคืออะไร?
เทศกาล (Festival) คือเหตุการณ์ชนิดหนึ่ง (งานหรือกิจกรรมก็ได้)
ซึ่งตามปกติธรรมดาจัดตั้งขึ้นโดยชุมชนท้องถิ่น ที่มุ่งความสนใจและเฉลิม
ฉลองเอกลักษณ์บางอย่างของชุมชนนั้นและเทศกาลนั้น เทศกาลมัก
เกี่ยวข้องกับประเพณี ความเชื่อ หรือศาสนาของชุมชน ตัวอย่างเช่น
สงกรานต์ ลอยกระทง สารทไทย สารทจีน ตรุษจีน กินเจ อีสเตอร์ ฮัลโลวีน
คริสต์มาส เป็นต้น เทศกาลส่วนใหญ่มักจัดขึ้นปีละครั้ง คือการถือเอาวันครบ
รอบปีของเทศกาลครั้งก่อนมาตั้งเป็นครั้งถัด
ที่มา https://unsplash.com/photos/BIR-C7RSNzI
ชาวจีนให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอย่างมาก ดังนั้นงานเทศกาลใน
จีนจึงไม่ใช่เพื่อเฉลิมฉลองอย่างเดียวเท่านั้น แต่ชาวจีนจะถือโอกาสวันหยุด
ในช่วงเทศกาลต่างๆกลับไปพบปะกับครอบครัวหลังจาก ที่ต้องเหินห่าง
เนื่องด้วยเหตุผลเรื่องงานหรือการแยกครอบครัวออกมา
เทศกาลตรุษจีน
ที่มา:https://pixabay.com/images/id- ตรุษจีน หรือวันปีใหม่จีน (Chinese New
4782222/ Year) เป็นวันหยุดตามประเพณีของจีนที่สำคัญ
ที่สุด ในประเทศจีน เทศกาลนี้เริ่มต้นในวันที่ 1
วันที่: วันแรกของเดือนแรกในปฏิทินจีน เดือน 1 ในปฏิทินจีนโบราณและสิ้นสุดลงในวันที่
(ระหว่าง 21 มกราคมถึง 20 กุมภาพันธ์ 15 ด้วยเทศกาลโคมไฟ หรือวันแรกของเดือน
การเฉลิมฉลอง: การเชิดสิงโต, การเชิด แรกในปฏิทินจีน (ระหว่าง 21 มกราคมถึง 20
มังกร, ดอกไม้ไฟ, การพบปะรวมตัวของ กุมภาพันธ์) ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณี
ครอบครัว, การกินเลี้ยงของครอบครัว, ปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว
การเยี่ยมเพื่อนและญาติ, การให้และรับ
เงินอั่งเปา, การแต่งและประดับคำขวัญคู่ วันการเตรียมงานฉลองส่วนใหญ่จะเริ่มหนึ่ง
ชุนเหลียน เดือนก่อนวันตรุษจีน เมื่อผู้คนเริ่มซื้อของ
ขวัญ,สิ่งต่างๆเพื่อประดับบ้านเรือน,อาหารและ
春節อักษรจีนตัวเต็ม: เสื้อผ้า การทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นในวัน
春节อักษรจีนตัวย่อ: ก่อนตรุษจีน บ้านเรือนจะถูกทำความสะอาดตั้งแต่
บนลงล่าง หน้าบ้านยันท้ายบ้าน ซึ่งหมายถึงการก
ความหมายตามตัวอักษร วาดเอาโชคร้ายออกไป ประตูหน้าต่างมีการขัดสี
"เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ" เพื่อทาสีใหม่เป็นสีแดง ซึ่งเป็นสีนิยม ประตู
พินอิน: Chūn jié หน้าต่างจะถูกประดับประดาด้วยกระดาษที่มีคำ
อวยพรเช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืนเป็นต้น
ที่มา:https://www.pexels.com/th-
th/photo/6691720/ คืนก่อนตรุษจีนเป็นวันซึ่งครอบครัวจีนมารวม
ญาติเพื่อรับประทานอาหารเย็นเป็นประจำทุกปี ซึ่ง
เกร็ดความรู้ เรียกว่า ฉูซี่ หรือ "การผลัดเปลี่ยนยามค่ำคืน"
เทศกาลตรุษจีนยังมีอีกชื่อว่า เทศกาลฤดู เนื่องจากปฏิทินจีนเป็นแบบสุริยจันทรคติ ตรุษจีน
จึงมักเรียกว่า "วันขึ้นปีใหม่จันทรคติ"
春节ใบไม้ผลิ(Spring Festival) ในภาษาจีน
สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของตรุษจีน คือ อั่งเปา
เรียกว่า ชุนเจี๋ย ( Chūn jié) เพราะ (ซองแดง) คือ ซองใส่เงินที่ผู้ใหญ่แล้วจะมอบให้ผู้
ฤดูใบไม้ผลิตามปฏิทินของจีนเริ่มต้นด้วย น้อย และมีการแลกเปลี่ยนกันเอง หรือ หรือจะใช้
วันลีชุนซึ่งเป็นวันแรกในทางสุริยคติของ คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว)
ปีปฏิทินจีนอีกทั้งยังเป็นวันสิ้นสุดฤดูหนาว
ข้อห้ามในวันตรุษจีน
1.ห้ามทความสะอาดบ้าน เพราะเชื่อว่าจะเป็นการกวาดเอาโชคลาภ เงินทอง ออกไปจากบ้าน
2.ห้ามร้องไห้ ถ้าร้องไห้คนจีนเชื่อว่าจะทำให้พบกับเรื่องไม่ดีและเสียใจไปตลอด
3.ห้ามซักผ้า เชื่อว่าการซักผ้าในวันนี้ถือว่าเป็นการลบหลู่เทพเจ้าน้ำ เพราะท่านเกิดในวันนี้
4.ห้ามตัดผมหรือสระผม เหมือนเป็นการนำความมั่นคงออกไป เพราะคำว่า ผม เป็นคำพ้อง
เสียงและพ้องรูปกับคำว่า มั่งคั่ง
5.ห้ามพูดคำหยาบ และทะเลาะเบาะแว้ง จะนำความโชคร้ายมาให้ตลอดปี รวมถึงการทะเลาะ
เบาะแว้ง และควรหลีกเลี่ยงการพูดเลข 4 เพราะเลข 4 เป็นเลขที่ออกเสียงคล้ายกับคำว่า
ตายนั่นเอง
6.ห้ามรับประทานโจ๊กหรือเนื้อสัตว์ คนจีนเชื่อว่า การกินโจ๊กในตอนเช้าของวันตรุษจีน
เหมือนเป็นการขัดขวางไม่ให้ตัวเองร่ำรวย และการไม่กินเนื้อสัตว์เพราะเทพเจ้าที่ลงมาใน
ตอนเช้าของวันตรุษจีนนั้นเป็นมังสวิรัติ
7.ห้ามซื้อรองเท้าใหม่ เพราะคำว่ารองเท้าในภาษาจีน ออกเสียงว่า Hai ทำให้เสียงที่ออกนั้น
คล้ายกับเสียงถอนหายใจ จึงถือว่าการซื้อร้องเท้าใหม่ในวันปีใหม่นั้นเป็นสัญญาณที่ไม่ดี
สำหรับการเริ่มต้นปีที่ดี
8.ห้ามเข้าไปในห้องนอนของคนอื่น ความเชื่อนี้ระบุชัดว่า หากเข้าห้องนอนคนอื่นจะโชคร้าย
รวมไปถึงหากเจ้าของห้องยินยอมให้บุคคลอื่นเข้ามาในห้องนอนของตัวเองก็อาจจะส่งผลให้
โชคร้ายเช่นกัน
9.ห้ามใส่ชุดขาว หรือดำ เพราะว่าชุดสีขาว หรือชุดสีดำ นั่นหมายถึงลางร้าย ดังนั้นส่วนใหญ่
จึงใส่ชุดสีแดงหรืชุดที่มีสีสันเท่านั้น เพราะเชื่อว่าสีแดงจะนำความโชคดีและความสุขมาให้ชีวิ
ตปังๆ
10.ห้ามทำของแตก หากใครทำของแตกถือเป็นลางร้ายมาเยือน อาจจะมีคนในครอบครัว
เจ็บไข้ได้ป่วย ครอบครัวจะแตกแยกหรือมีคนเสียชีวิต
11.ห้ามใช้ของมีคม เพราะหากใช้ของมีคมจะเหมือนว่าเราทำการตัดความโชคดี โชคลาภ
ออกไป
12.ห้ามให้ยืมเงิน หรือพูดว่าไม่มีเงิน เพราะเชื่อว่าการให้ยืมเงินในวันตรุษจีน จะทำให้มีคน
เข้ามาขอยืมเงินตลอดทั้งปี
หากใครที่ติดเงิน หรือเป็นหนี้ใครไว้ ก็ควรที่จะคืนเงินก่อนวันตรุษจีน เพราะเชื่อกันว่าการติด
เงินใครในวันตรุษจีนคนนั้นก็จะมีหนี้สินตลอดปีไม่จบไม่สิ้น
ที่มา https://www.pexels.com/th- เทศกาลหยวนเซียว
th/photo/6068533/
เทศกาลหยวนเซียว หรือเทศกาลโคมไฟ
วันที่: วันที่ 15 ของเดือนแรก (ปี (Lantern Festival) ฉลองในวันที่ 15 เดือน 1
จันทรคติ) ตามปฏิทินจันทรคติของจีนจะนับเอาวันที่พระอาทิตย์
การถือปฏิบัติ: ปล่อยโคมกระดาษ โลกและพระจันทร์มาอยู่ในระนาบเดียวกันเป็นวันแรก
ของปี หรือขึ้นหนึ่ง 1 ค่ำเดือนอ้าย มีต้นกำเนิดจาก
元宵節อักษรจีนตัวเต็ม: สมัยราชวงศ์ฮั่น เป็นสัญลักษณ์ของวันสุดท้ายในการ
元宵节อักษรจีนตัวย่อ: ฉลองเทศกาลปีใหม่ของจีนตามปฏิทินทางจันทรคติ
พินอิน: yuánxiāo jié ในเทศกาลโคมไฟ เด็กๆ จะถือโคมไฟกระดาษ
ชื่ออื่น: เทศกาลซ่างหยวน ออกไปวัดกันในตอนกลางคืน และพากันทายปริศนาที่
อยู่บนโคมไฟ เรียกว่า ไชเติงหมี ผู้คนจะพร้อมใจ
上元節อักษรจีนตัวเต็ม แขวนโคมไฟเพื่อเฉลิมฉลองท่ามกลางการละเล่น
上元节อักษรจีนตัวย่อ ต่างๆ อาทิ ชมจันทร์ จุดพลุและดอกไม้ไฟ ทานขนม
หยวนเซียวหรือบัวลอย เป็นต้น
พินอิน
shàngyuán jié ในสมัยโบราณ, โคมไฟจะทำเป็นรูปแบบง่ายๆ จะมี
เพียงแต่ของกษัตริย์ และขุนนางเท่านั้นที่จะมีโคมไฟ
ที่มา https://www.pexels.com/th- ที่หรูหราใหญ่โต แต่ในสมัยปัจจุบัน, โคมไฟได้ถูก
th/photo/431722/ ประดับประดาด้วยรูปแบบที่ซับซ้อนมากขึ้น. ตัวอย่าง
เช่น มักจะทำโคมไฟเป็นรูปสัตว์ต่างๆ โคมไฟมักจะทำ
เป็นสีแดงเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี
ชาวจีนเชื่อว่าวันนี้เป็นวันแห่งการเริ่มต้นใหม่และ
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกจะเริ่มฟื้ นตัว
เกร็ดความรู้
ในฮ่องกง, ยกให้วันนี้เปรียบเสมือนกับวัน
วาเลนไทน์ ในบางแห่งเทศกาลไหว้
พระจันทร์ ก็จะถูกรู้จักกันในชื่อของ
เทศกาลโคมไฟเหมือนกัน เช่น
Singapore และ Malaysia
ตำนานกำเนิด
มีหนึ่งตำนานที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ก่อกำเนิดจริงๆ คือ "ความมืดลง
ของฤดูหนาว" และ ผู้คนในชุมชนสามารถที่จะ "ลบความมืดนั้นออกไป
ด้วยแสงสว่างที่เกิดจากฝีมือมนุษย์" ที่เรียกว่า โคมไฟ ในสมัยของ
ราชวงศ์ฮั่น เทศกาลนี้มีความเชื่อมโยงกับเทพเจ้าไท่อี่,เทพเจ้าแห่งดาวขั้ว
ฟ้าเหนือ
มีหนึ่งตำนานบอกว่า มันคือช่วงเวลาของการบูชาเทพเจ้าไท่อี่ เป็น
เทพเจ้าแห่งฟ้า เชื่อว่าเทพแห่งฟ้านี้คือผู้กุมโชคชาตะชีวิตของมนุษย์.
ท่านมีมังกร16 ตัวอยู่ที่หลัง ยามที่เกิดภัยแล้ง พายุ โรคระบาดในมนุษย์
ก็จะต้องเรียกให้ท่านช่วย นับตั้งแต่กษัตริย์จินซีฮ่องเต้ กษัตริย์องค์แรก
ของจีน มาจนถึงกษัตริย์ทุกพระองค์จะต้องมีการจัดเทศกาลฉลองอย่าง
สวยงามในทุกๆ ปี โดยที่กษัตริย์ก็จะขอให้เทพเจ้าไท่อี่ดลบรรดาลให้
อากาศดี และสุขภาพร่างกายแข็งแรงจงเกิดกับตัวเขาเองและประชาชน
ตำนานเทศกาลโคมไฟอีกอันหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับลัทธิเต๋า เทียนกวน
เป็นเทพแห่งลัทธิเต๋ารับผิดชอบเกี่ยวความโชคดี ท่านเกิดตรงกับวันที่
15 ในเดือนแรกของปีจันทรคติ. กล่าวกันว่าท่านเทียนกวนชอบความ
บันเทิงทุกประเภท ดังนั้นผู้ที่นับถือจึงจัดเตรียมกิจกรรมความสนุกที่
หลากหลายในเวลาที่ขอพรให้ตนเองโชคดี
ตำนานเทศกาลโคมไฟอีกอันหนึ่ง ก็จะมีที่เกี่ยวข้องกับนักรบที่ชื่อว่า
Lan Moon, เขาเป็นผู้นำการก่อกบฏต่อต้านกษัตริย์เผด็จการสมัยจีน
โบราณ เขาถูกฆ่าลงท่ามกลางพายุกลางเมือง และการทำกบฏสำเร็จจึงได้
ใช้ชื่อเขาเป็นชื่อเทศกาลเพื่อเป็นอนุสรณ์
ตำนานเทศกาลโคมไฟอีกอันหนึ่ง กล่าวถึงนกกระเรียนสวยงามที่บิน
ลงมาจากสวรรค์สู่โลกมนุษย์ หลังจากที่บินลงถึงโลกมนุษย์ก็ถูกฆ่าตาย
โดยชาวบ้านของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทำให้พระเจ้ายวู่ฮวงต้าตี้ ที่อยู่บน
สวรรค์โกรธมาก เพราะท่านโปรดปรานนกกระเรียนมาก ดังนั้นท่านจึงได้
วางแผนจะให้เกิดพายุไฟขึ้นในหมู่บ้านแห่งนั้นในวันที่ 15 เดือนแรกของปี
จันทรคติ ลูกสาวของพระเจ้ายวู่ฮ่วงต้าตี้ทราบเข้า จึงได้ไปเตื่อนชาวบ้านที่
อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนั้น ชาวบ้านต่างวุ่นวายโกลาหลเพราะไม่มีใครรู้ว่า
จะหนีจากภัยที่กำลังใกล้เข้ามานี้ได้ยังไง อย่างไรก็ตาม ก็มีชายผู้มีปัญญา
เฉลียวฉลาดจากหมู่บ้านอื่นมาแนะนำให้ทุกบ้านจงแขวนโคมไฟสีแดง
รอบๆ บ้าน ก่อกองไฟบนถนน และจุดประทัดในวันที่ 14 15 และ 16
แบบนี้ก็จะทำให้หมู่บ้านนี้ปรากฏแสงไฟต่อพระเจ้ายวู่ฮวงต้าตี้ และแล้วใน
วันที่ 15 กองกำลังทหารก็ถูกส่งลงมาจากสวรรค์เพื่อมาทำลายล้าง
หมู่บ้านนี้ เหล่าทหารก็ได้เห็นว่าหมู่บ้านเต็มไปด้วยแสงไฟที่ร้อนแรง ก็เลย
กลับไปรายงานพระเจ้ายวู่ฮวงต้าตี้ ทำให้ พระเจ้ายวู่ฮวงต้าตี้เกิดความ
พอใจ และไม่คิดจะเผาทำลายหมู่บ้านนี้อีก จากวันนั้นเป็นต้นมา ผู้คนก็
ฉลองในวันที่ 15 ในเดือนแรกของปีจันทรคติของทุกปี ด้วยการแขวน
โคมไฟตามถนน และจุดประทัด ดอกไม้ไฟ
ตำนานเทศกาลโคมไฟอีกอันหนึ่ง เกี่ยวข้องกับสาวใช้ที่ชื่อ หยวนเซียว ในสมัยราชวงศ์ฮั่น
Han Dynasty, ตงฟางซั่ว Dongfang Shuo คือ ขุนนางคนโปรดของกษัตริย์ฮั่นหวู่ตี้ ในฤดู
หนาวปีหนึ่งเขาได้เดินไปในสวนและได้เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังร้องไห้ และกำลังจะโดดลงไปใน
บ่อน้ำเพื่อฆ่าตัวตาย ตงฟางจึงได้ห้ามเธอไว้และถามว่าทำไมจึงคิดฆ่าตัวตาย เธอบอกว่าเธอชื่อ
หยวนเซียว เป็นสาวใช้ในวัง และตั้งแต่เธอมาทำงานในวัง เธอก็ไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมครอบครัว
เลย ถ้าเธอไม่มีโอกาสได้แสดงความกตัญญู filial piety ต่อครอบครัว เธอก็ตายซะดีกว่า ตง
ฟางสัญญากับเธอว่าจะหาวิธีทำให้เธอได้กลับไปเยี่ยมครอบครัวให้ได้ ตงฟางจึงแอบออกจากวัง
และไปตั้งโต๊ะทำนายดวงชะตาบนถนน จากปากต่อปากทำให้ประชาชนต่างมาให้เขาทำนายกัน
มากมาย แต่ทุกคนก็ได้คำทำนายเดียวกันคือ จะเกิดไฟหายนะในวันที่ 15 ของเดือนแรกในปฏิทิน
จันทรคติ. ข่าวลือแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ทุกคนต่างกังวลเกี่ยวกับคำทำนายและขอให้ตงฟางช่วย ตงฟางจึงบอกว่า ในวันที่ 13 เทพเจ้า
แห่งไฟจะส่งนางฟ้าชุดแดงขี่ม้าดำลงมาเผาเมือง เมื่อประชาชนเห็นนางฟ้าจะต้องร้องขอความ
เมตตาจากท่าน ในวันนั้นหยวนเซียวแกล้งปลอมตัวเป็นนางฟ้าชุดแดง. เมื่อประชาชนร้องขอให้
เธอช่วย เธอบอกว่าเธอได้รับคำสั่งจากเทพเจ้าแห่งไฟให้มาจับตัวกษัตริย์ไป หลังจากที่เธอจากไป
ประชาชนจึงเข้าไปในวังและกล่าวทูลว่าบ้านเมืองจะถูกเผาในวันที่ 15. กษัตริย์ฮั่นหวู่ตี้ขอคำแนะนำ
จากตงฟางว่าควรทำอย่างไรดี ตงฟางบอกว่าเทพเจ้าแห่งไฟชอบกินทังหยวน tangyuan
(sweet dumplings) หยวนเซียวควรจะทำทังหยวนในวันที่ 15 และกษัตริย์ควรจะต้องสั่งให้
ทุกบ้านทำทังหยวนเพื่อบูชาแก่เทพเจ้าแห่งไฟในวันนั้นด้วย และในเวลาเดียวกันทุกบ้านควรจะ
ต้องแขวนโคมไฟสีแดงและจุดประทัด และท้ายสุดคือทุกคนในวัง และประชาชนภายนอกในเมือง
ควรจะถือโคมไฟของตนเองเดินไปตามถนนเพื่อชมการตกแต่งโคมไฟและดอกไม้ไฟ. พระเจ้ายวู่ฮ
วงต้าตี้ก็จะถูกหลอกจากอุบายกลลวงนี้และทุกคนก็จะรอดพ้นจากไฟไหม้
กษัตริย์ฮั่นหวู่ตี้พอใจกับแผนการนี้. โคมไฟถูกประดับไปทั่วเมืองในคืนวันที่ 15 ประชาชนเดินไป
ตามถนน เสียงประทัดดังไปทั่ว มันดูราวกับว่าในเมืองถูกไฟเผา พ่อแม่ของหยวนเซียวเข้ามาในวัง
เพื่อดูการตกแต่งโคมไฟจึงทำให้ได้เจอกับลูกสาวอีกครั้ง. กษัตริย์ฮั่นหวู่ตี้ได้สั่งให้ประชาชนควรจะ
ต้องทำแบบนี้ทุกๆ ปี และนับตั้งแต่นั้นมาที่หยวนเซียวได้ทำขนมทังหยวน ประชาชนก็เลยต่างพา
กันเรียกเทศกาลนี้ว่า เทศกาลหยวนเซียว
เทศกาลไหว้พระจันทร์
เทศกาลไหว้พระจันทร์ (Moon Festival)มีขึ้น
ในกลางฤดูใบไม้ร่วง เพื่อระลึกถึงฉางเอ๋อ เทพธิดา
ที่มา https://pixabay.com/images/id- แห่งพระจันทร์ซึ่งเชื่อกันว่าถือกำเนิดในวันนี้ และมี
3668762/
ความเชื่อที่ว่าในคืนนี้จะสามารถมองเห็นดวงจันทร์
วันที่: จะมีขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือน 8 หรือ กลม ใหญ่ และสว่างมากที่สุดในรอบปี กิจกรรมต่างๆ
ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทิน จึงจัดขึ้นในคืนนี้
จันทรคติ (กันยายนตามปฏิทินสากล)
การปฏิบัติ: ชาวจีนจะเฉลิมฉลองด้วยการ การไหว้พระจันทร์เป็นหนึ่งในพระราชพิธีประจำปี
ไหว้ดวงจันทร์ในเวลากลางคืน ในบาง สำคัญ สำหรับจักรพรรดิเป็นตัวแทนของราษฎรทรง
ประเทศ เช่น สิงคโปร์ หรือเวียดนาม จะ
จัดเป็นประเพณีใหญ่ มีการเฉลิมฉลอง ต้องเสร็จประกอบพิธีบวงสรวงเป็นประจำทุกปีควบคู่
ด้วยโคมไฟสีแดง เป็นสีสันยามค่ำคืน กับการบวงสรวงฟ้า,ดิน,พระอาทิตย์ และเทพเจ้าแห่ง
หรือบางแห่งอาจมีการเชิดมังกร ทั้งนี้จะ การเกษตรทุกปีเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน
中秋節มีชื่อเรียกต่างกันออกไปตามแต่ท้องถิ่น
โดยเป็นพระราชพิธีสำคัญที่จะต้องประกอบพระราช
จีนตัวเต็ม
พิธีทุกปี ในสมัยรัชกาลหมิงซื่อจงแห่งราชวงศ์หมิง
中秋节จีนตัวย่อ
ทรงมีพระราชศรัทธาพิเศษอย่างยิ่งยวดในลัทธิเต๋า
พินอิน โดยโปรดให้สร้างเย่วถานขึ้นทางทิศตะวันตก ณ ตรง
zhōngqiū jié
ประตูฟู่เฉิงเหมิน เพื่อใช้ในการพระราชพิธีพิธีไหว้
ชื่ออื่น: เทศกาลกลางฤดูใบไม้ล่วง พระจันทร์โดยเฉพาะ คู่กับวิหารแห่งพระอาทิตย์ขึ้น
(Mid-Autumn Festival
ทางทิศตะวันออกของปักกิ่ง และวิหารแห่งโลกทาง
ทิศเหนือ และโปรดให้ทำการต่อเติมหอสักการะแผ่น
ดินและฟ้า และให้เปลี่ยนชื่อเป็น"หอสักการะฟ้า" ใน
พระราชพิธีจักรพรรดิจะทรงฉลองพระองค์สีขาวนวล
ทรงพระประคำรอบพระศอ เข็มขัดรัดพระองค์เป็น
ที่มา https://pixabay.com/images/id- หยกขาว โดยการบูชาพระจันทร์นั้นจะเสด็จ
3668762/
พระราชดำเนินไปยามค่ำ โดยเน้นสิ่งสำคัญที่สุดในพิธี
คือขนมไหว้พระจันทร์จำนวนมากและหลังจากเสร็จ
เกร็ดความรู้ พระราชพิธีบวงสรวงแล้วจะทรงพระราชทานขนมไหว้
ปัจจุบันเย่วถานได้กลายเป็นสวน พระจันทร์แด่พระมเหสีและพระบรมวงศ์ทั้งปวงและ
สาธารณะประจำนครปักกิ่งแล้วแต่โดย เฉลิมฉลองอย่างเป็นพิเศษ
รวมยังคงสภาพความเป็นโบราณสถานไว้
ที่มาของเทศกาลแบ่งเป็นสองส่วนคือ ในส่วนของราชสำนักและส่วนของชาว
บ้านนี้ ในส่วนของราชสำนักถือเป็นพระราชพิธีหลวงที่จักรพรรดิจีนโบราณ จะ
ทรงประกอบพระราชพิธีบวงสรวงสักการะบูชาพระจันทรเทวี(เทพธิดารักษา
พระจันทร์) ซึ่งต้องกระทำเป็นทางราชการประจำปี ณ ที่บูชาด้านทิศตะวันตก
ของกรุงปักกิ่งคือ เย่วถาน ประมาณวันที่ยี่สิบสองหรือยี่สิบสิบสามกันยายน
ตามปฏิทินจีน โดยถือเป็นพระราชพิธีหลักของราชสำนักจีนโบราณรวมกับพิธี
บูชาฟ้า(ทีกง) ดิน(พระแม่ธรณี) พระอาทิตย์ และเทพเจ้าแห่งการเกษตร โดย
พิธีดังกล่าวมีมานานก่อนสมัยของขงจื๊อ แต่ขงจื๊อเล็งเห็นคุณประโยชน์ต่อ
จิตใจ จึงรวบรวมประเพณีพิธีกรรมเหล่านี้ไว้ในตำราของท่าน กลายเป็นส่วน
หนึ่งของศาสนาขงจื๊อไปด้วย โดยถึงแม้จะระบบราชสำนักจีนโบราณจะสิ้นสุด
แล้ว แต่ธรรมเนียมประเพณีการไหว้พระจันทร์แบบราชสำนักยังคงต่อมาและ
รักษาด้วยลัทธิเต๋าและศาสนาพื้นบ้านจีนในปัจจุบันและเป็นพื้นฐานของหยิน
หยางในโหราศาสตร์จีนและดวงจีน ในส่วนของชาวบ้านเกี่ยวกับเทพปกรณัม
จีนที่เล่าถึง เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ นามว่า "ฉางเอ๋อ" ซึ่งเป็นหญิงคนรัก
ของโฮวอี้ นักยิงธนูแห่งสวรรค์ ที่ใช้ธนูยิงดวงอาทิตย์ตกลงไปถึง 9 ดวงจาก
ทั้งหมด 10 ดวง ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนบัญชาสวรรค์ จึงโดนลงทัณฑ์ให้
ไปใช้ชีวิตธรรมดาเช่นมนุษย์ทั่วไปบนโลกมนุษย์กับฉางเอ๋อ แต่แล้วโฮวอี้ก็ถูก
คนสนิททรยศฆ่าตาย ส่วนฉางเอ๋อนางได้ดื่มน้ำอมฤตเพื่อที่จะมีชีวิตอมตะ
แล้วเหาะกลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้งตามลำพังด้วยความเศร้าสร้อย ในยุค
ของฮั่นเหวินตี้ แห่งราชวงศ์ฮั่น ได้ทรงพระสุบินว่า พระองค์ลอยขึ้นไปเที่ยว
ชมพระราชวังบนดวงจันทร์ และได้พบกับฉางเอ๋อกำลังร่ายรำอยู่อย่างงดงาม
ในสุบินนั้น พระองค์ทรงเพลิดเพลินและเกษมสำราญเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งเมื่อ
ตื่นพระบรรทมและโปรดให้สุบินนั้นเป็นความจริง จึงมีรับสั่งให้นางสนมแต่ง
ตัวและร่ายรำเลียนแบบเทพธิดาฉางเอ๋อที่พระองค์ได้พบเจอมา จนแพร่หลาย
ไปสู่ราษฎรและเป็นประเพณีมา ซึ่งในอดีต ชาวจีนโดยเฉพาะหญิงสาวจะสวด
ขอพรจากฉางเอ๋อเพื่อที่ขอให้มีความเยาว์วัยและงดงามตลอดไปดุจดั่งนาง
เทศกาลเช็งเม้ง
เทศกาลเช็งเม้ง หรือ ชิงหมิง,เชงเม้ง (Qing-
Ming) ในประเทศจีน เริ่มต้นประมาณ 4-5 เมษายน
ไปจนถึง 19-20 เมษายน เป็นฤดูใบไม้ผลิ อากาศจะ
ที่มา https://pixabay.com/images/id- คลายความหนาวเย็น เริ่มเข้าสู่ความอบอุ่น มีฝนตก
ปรอย ๆ มีบรรยากาศสดชื่น ท้องฟ้าใสสว่าง (เป็น
3592399/
วันที่: ในประเทศจีน เริ่มต้นประมาณ 4-5 ที่มาของชื่อ เช็งเม้ง)
เมษายน ไปจนถึง 19-20 เมษายน ใน
ประเทศไทยเทศกาลเช็งเม้ง ถือวันที่ 5 สำหรับในประเทศไทยเทศกาลเช็งเม้ง ถือวันที่ 5
เมษายนเป็นหลัก (บางปีจะเป็นวันที่ 4) เมษายนเป็นหลัก (บางปีจะเป็นวันที่ 4 เช่น เชงเม้งใน
การปฏิบัติ: ทำพิธีเซ่นไหว้และปัดกวาด ปี 2559,2560) แล้วนับวันก่อนถึง 3 วัน และเลยไป
หลุมศพบรรพบุรุษ เพื่อแสดงความ
กตัญญูและรำลึกถึงคุณ งามความดีของ อีก 3 วัน รวมเป็น 7 วัน (2 - 8 เมษายน) แต่ใน
บรรพบุรุษ ปัจจุบันเนื่องจากมีปัญหาการจราจรคับคั่ง เลยขยาย
ช่วงเวลาเทศกาลให้เร็วขึ้นอีก 3 สัปดาห์ (ประมาณ
清明節จีนตัวเต็ม
15 มีนาคม - 8 เมษายน) แต่ในภาคใต้บางพื้นที่ เช่น
清明节จีนตัวย่อ จังหวัดตรังจะจัดเร็วกว่าที่อื่น 1 วัน ประมาณวันที่ 4
เมษายนของทุกปี
พินอิน
Qīngmíngjié
ประเพณีที่สำคัญมากที่สุดของของชาวจีน คือ
ไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน ฮวงซุ้ย(แต้จิ๋ว) แต่คนฮกเกี้ยน
เรียกว่า บ่องป้าย เป็นการแสดงความกตัญญูต่อ
เกร็ดความรู้ บรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื๊อ ที่เน้น
พระเจ้าฮั่นเกาจูปราบดาภิเษกและ เรื่องความกตัญญูเป็นสำคัญ
สถาปนาราชวงศ์ฮั่นขึ้น เกิดระลึกถึงบุญ
คุณบิดามารดาที่เสียชีวิตไป จึงเร่งรัด
กลับบ้านเกิดไป แต่ทว่าป้ายชื่อของ
ฮวงซุ้ยแต่ละที่เลือนรางเต็มทน พระองค์
จึงโปรยกระดาษสีขึ้นบนฟ้าแล้วให้ลมพัด
ปลิวไปเพื่ออธิษฐานต่อสวรรค์ ถ้า
กระดาษตกที่ฮวงซุ้ยไหนถือว่าเป็นฮวงซุ้ย
ของบิดามารดาพระองค์ และเมื่อดูป้ายชื่อ
ชัดๆ แล้วก็พบว่าเป็นฮวงซุ้ยของบิดา
มารดาพระองค์ จึงเกิดประเพณีการ
ทำความสะอาดฮวงซุ้ยและโปรยกระดาษสี
บนหลุมศพ
ข้อห้ามและสิ่งที่ไม่ควรทำ
1.ไปด้วยความเคารพ ไม่พูดคุยเรื่องไร้สาระ หรือหยอกล้อ
กันต่อหน้าสุสานบรรพบุรุษ
2.ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง พูดคำหยาบ
3.ไม่นั่ง หรือเหยียบย่ำสุสานผู้อื่น
สำหรับขั้นตอนการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้า
กระดาษ เป็นความเชื่อตามยุคเก่า ส่วนใหญ่จะเตรียมเท่าที่
เตรียมได้ เป็นการเผาเชิงสัญลักษณ์ว่า ลูกหลานได้มาเยี่ยม
สุสานแล้ว และอีกสิ่งหนึ่งที่คนนิยมใช้กันคือ แถบกระดาษสี
โปรยบนหลุมศพ เป็นสัญลักษณ์ว่าลูกหลานได้มาเยี่ยมแล้ว
หลังจากเผากระดาษเสร็จ ลูกหลานจะจุดธูปกล่าวลา ซึ่งปกติ
คนจีนจะจุดธูปไหว้ 3 ครั้ง
ครั้งที่ 1 เป็นการบอกกล่าวว่าเราได้มาเยี่ยมแล้ว
ครั้งที่ 2 เป็นการไหว้ ทำความเคารพ
ครั้งที่ 3 เป็นการบอกลา และเผากระดาษ
เทศกาลตวนอู่
เทศกาลตวนอู่,เทศกาลต่วนหงอ (Tuan wu
Festival) หรือเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง (Zongzi
Festival) ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินทาง
ที่มา https://pixabay.com/images/id- จันทรคติ หรือ "โหงวเหว่ยโจ่ว" เป็นการระลึกถึงวันที่
6347801/
คุดก้วน หรือ ชฺวี ยฺเหวียน กวีผู้รักชาติแห่งรัฐฉู่
วันที่: ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทิน กระโดดน้ำเสียชีวิต
ทางจันทรคติ นอกจากนี้ ในประเทศจีน บริเวณแม่น้ำฉางเจียง
การปฏิบัติ: การกินขนมบ๊ะจ่างเป็น (แยงซีเกียง), ฮ่องกง, ไต้หวัน, มาเก๊า ยังมีการละ
ประเพณีสำคัญที่สุดในเทศกาลตวนอู่
เพื่อรำลึกชฺวีหยวนในยุคจ้านกั๋ว และมี เล่น แข่งเรือมังกร (Dragon Boat Festival) จัด
ประเพณีแข่งเรือมังกร
อย่างยิ่งใหญ่ในวันนี้ด้วย ทางรัฐบาลจีนยังกำหนดให้
端午節จีนตัวเต็ม วันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 นี้เป็น วันกวีจีน (The
端午节จีนตัวย่อ Chinese Poet's Day) อีกด้วย เนื่องจากชฺวียฺเห
พินอิน วียน นับเป็นอีกผู้หนึ่งที่เป็นกวีคนสำคัญของจีน
duānwǔ jié คนจีนโบราณยังเชื่อว่าเป็นวันที่เหล่าปิศาจจะออก
มาสำแดงเดช จึงต้องมีการป้องกันด้วยการปัดกวาด
ทำความสะอาดบ้าน และจุดเครื่องหอมรวมทั้งกำยาน
เพื่อให้บรรยากาศในบ้านดูสดชื่นขึ้น ภูตผีปิศาจจะได้
ไม่กล้าเข้ามากล้ำกราย ในวันนี้สัตว์มีพิษทั้ง 4 ชนิด
อันได้แก่ แมงป่อง แมงมุม ตะขาบ และงู จะพากัน
ที่มา https://th.lovepik.com/image- หลบซ่อนตัว จึงเป็นโอกาสที่เจ้าบ้านจะต้องอบบ้าน
401745052/dragon-boat-festival- ด้วยการจุดกำมะถัน เพื่อไม่ให้สัตว์มีพิษเหล่านี้กลับ
dragon-boat-festival.html เข้ามาอาศัยได้อีก
นอกจากนี้ยังมีการดื่มเหล้ายาที่ผสมด้วยผง
กำมะถันด้วย โดยเชื่อกันว่าจะสามารถป้องกันโรคภัย
เกร็ดความรู้ ไข้เจ็บได้เป็นอย่างดี
ชาวจีนภาคใต้ (ตอนใต้ของแม่น้ำแยงซี
เช่น มณฑลเจ้อเจียง และเมืองเซึ่ยงไฮ้)
ใช้กิ่งเฮียเฮียะกับใบว่านน้ำ แขวนประตูใน
ช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างเพื่อปัดเป่า
วิญญาณร้าย
เทศกาลฉงหยาง
เทศกาลฉงหยาง หรือเรียกว่า เทศการฉงจิ่ว
(Chong Yang Festival) สาเหตุที่เรียกว่าวันฉง
หยาง เพราะตามตำราอี้จิงอันเก่าแก่ของจีนได้ระบุไว้
ที่มา https://pixabay.com/images/id- ว่า เลข 6 เป็นเลข“หยิน”ส่วน 9 เป็นเลข“หยาง”ดัง
6541263/ นั้นวันที่ 9 เดือน 9 จึงเรียกว่า “ฉงหยาง”อีกทั้งเลข
วทกันาารงทีป่จ:ันฏติทบรัตรงิคก:ัตบิกวาันรทขีึ้่น9เขเาดืหอรนือเ9จดตียา์มสูปงฏ(ิโทิดนยเ9สี9ยงใกนับภคาษำวา่าจี“นยยืันงยอ่าาวน”อซึอ่งกมีเนสัียยงยวะ่ขา“อจงิ๋วคจิว่วา”มซมึ่ีงอพา้ยอุง
เฉพาะผู้สูงอายุ) ชมดอกเบญจมาศ ดื่ม ยืนยาว ดังนั้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1989 เป็นต้นมาประเทศ
เหล้าแช่ดอกเบญจมาศ (เก็กฮวย) ทานข
นมฉงหยางหรือที่เรียกว่า “ฮัวเกา” และ จีนจึงได้กำหนดให้วันฉงหยางเป็นวันผู้สูงอายุจีน และ
เสียบใบจูอี๋ว์ ยังถือเป็นเทศกาลชมดอกเบญจมาศด้วย
重陽節จีนตัวเต็ม ความเป็นมาของวันสองเก้าหรือเทศกาลฉงหยาง
重阳节จีนตัวย่อ เริ่มจากสมัยราชวงฮั่น “บันทึกปกิณกะซีจิง” บันทึก
ไว้ว่า “สนมของพระจักรพรรดิฮั่นอู่ ขื่อเจี่ยเผ้ยหลัน
พินอิน
ติดสมุนไพรจูหยวูในวันที่9 เดือน 9 รับประทานขนม
Chóngyáng jié
เผิงเอ่อ ดื่มเหล้าดอกเบญจมาศ มีอายุยืนยาว” เวลา
ผ่านพ้นไป 2,000 กว่าปีแล้ว เทศกาลฉงหยางได้
กลายเป็นเทศกาลที่ประกอบไปด้วยประเพณีพื้นเมือง
หลากหลายรูปแบบ
ปัจจุบันเทศกาลฉงหยางได้มีความหมายใหม่ ตั้ง
แต่ปีค.ศ. 1989 เป็นต้นมา รัฐบาลจีนกำหนดให้เท
ที่มา https://pixabay.com/images/id- ศกาลฉงหยางเป็นเทศกาลแห่งการเคารพผู้สูงอายุ
2585069/
เกร็ดความรู้ ผสมผสานประเพณีพื้นเมืองกับความหมายสมัยใหม่
เบญจมาศ หรือ สกุลเบญจมาศ เข้าด้วยกัน ทำให้เทศกาลนี้เป็นเทศกาลสมัยใหม่ที่มี
(chrysanthemum) เป็นสกุลไม้ตัด การแสดงความเคารพต่อผู้สูงอายุ และช่วยเหลือผู้
ดอกในวงศ์ทานตะวัน ที่นิยมปลูกประดับ
ตัดขาย และใช้กิน มีการซื้อขายมากที่สุด สูงอายุ
เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากกุหลาบ
เนื่องจากเป็นไม้ดอกที่มีรูปทรงสวยงาม
สีสันสดใส ปลูกเลี้ยงง่าย และมีหลาย
พันธุ์ให้เลือก มีถิ่นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น
และจีน
เทศกาลชีซี
เทศกาลหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า (The Night
Of Sevens ) หรือเทศกาลชีซี วันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7
ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ถ้าในปฏิทินสากล จะอยู่
ที่มา https://lovepik.com/image- ในเดือนสิงหาคมของทุกปี นับว่าเป็นเทศกาลแห่ง
ความรักของจีน และหลายประเทศในเอเชีย ทั้ง
401556534/qixi-niu-lang-
weaver-girl-meeting.html ญี่ปุ่น(เทศกาลทานาบาตะ) ฮ่องกง เวียดนาม และ
วันที่: วันขึ้น 7 ค่ำเดือน 7 ตามปฏิทิน เกาหลี
จันทรคติของจีน ถ้าในปฏิทินสากล จะอยู่
มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ถูกขึ้นทะเบียนเป็น 1
ในเดือนสิงหาคมของทุกปี
การปฏิบัติ: บางชุมชนในจีน, ในมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของชาติจีน มี
องกง,ไต้หวัน จัดพิธีฉลอง เทศกาลวันชี ความสำคัญเกี่ยวข้องกับความรู้ด้านดาราศาสตร์ของ
ซี บ้างแต่งชุดจีนโบราณนั่งเย็บปักถัก
ร้อย และขอพรเพื่อให้ได้คู่ครองที่ดี บางที่คนจีนโบราณอีกด้วย ในวันขึ้น 7 ค่ำเดือน 7 ในฤดู
ทำอาหารฉลองวันชีซี ในไต้หวัน มีอาหาร
และขนม ที่พ่อแม่จะทำให้ลูกสาวที่เพิ่ง ใบไม้ร่วง ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆบัง เราจะเห็นทางช้าง
ออกเรือน หรือทำกินกันเองในครอบครัว เผือกทอดตัวยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ มีดาวฤกษ์
七夕節จีนตัวเต็ม
2 ดวงสว่างสุกใสอยู่คนละด้านของทางช้างเผือก คือ
七夕节จีนตัวย่อ ดาวเวก้า (Vega) ตัวแทนของจือหนี่ว์ และดา
วอัลแทร์ (Altair) ตัวแทนของหนิวหลาง
พินอิน
Qīxì jié ในสมัยโบราณ เทศกาลชีซีไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง
ราวของความรักแต่อย่างใด ตามประเพณีเน้นการ
เฉลิมฉลองให้แก่เด็กผู้หญิง กิจกรรมในวันนั้นจะ
เกี่ยวข้องกับไหวพริบและสติปัญญา เป็นวันสำคัญ
ที่สุดของเด็กผู้หญิงในสมัยโบราณ โดยตอนเย็นจะมี
งานฉลอง ทุกคนต้องกลัดเข็มเย็บผ้าไว้ในเสื้อ เป็น
เคล็ดเพื่อให้มีสติปัญญาแหลมคม มีการขอพรจาก
เกร็ดความรู้ เทพเจ้าฮกลกซิ่ว และพี่สาวน้องสาวทั้งเจ็ดหรือดาว
และยังเป็นวันที่ผู้หญิงจะทำพิธีบวงสรวง ลูกไก่นั่นเอง
ด้วยผลไม้ ไหว้เทพธิดาจือหนี่ว์ที่ถือว่าเป็น
เทพแห่งการเย็บปักถักร้อย ขอพรจาก
เธอให้มีความสามารถและสติปัญญา รวม
ทั้งขอคู่ครองที่ดีและการแต่งงานที่มี
ความสุขให้แก่ตนเอง
เรื่อง สาวทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัว
เทศกาลนี้เกี่ยวข้องกับดวงดาวและนิทานโบราณ คือเรื่องของสาวทอ
牛郎ผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัว ตามตำนานเล่าว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่า หนิวหลาง
( แปลว่า หนุ่มเลี้ยงวัว) มีวัวแก่ 1 ตัวเป็นเพื่อน อยู่มาวันหนึ่ง
บังเอิญไปพบนางฟ้า 7 องค์กำลังอาบน้ำในลำธาร เจ้าวัวจึงช่วยให้หนิว
หลางขโมยเสื้อผ้าของนางฟ้ามา เมื่อนางฟ้าทั้งเจ็ดเล่นน้ำเสร็จ แล้วหา
织เสื้อผ้าของตนไม่พบ จึงให้น้องสาวคนสุดท้องที่สวยที่สุด คือ จือหนี่ว์ (
女 แปลว่า สาวทอผ้า) มาเจรจาขอเสื้อผ้าคืน หนิวหลางขอให้นาง
แต่งงานกับเขา และนางก็ยินยอม นางฟ้าผู้พี่ทั้งหมดจึงได้กลับคืนสู่
สวรรค์ ส่วนจือหนี่ว์ได้อาศัยอยู่กับหนิวหลาง มีลูกด้วยกัน 2 คน และใช้
ชีวิตอย่างมีความสุข
แต่เมื่อเจ้าแม่หวังหมู่ทรงรู้เรื่องนี้เข้าจึงโกรธมาก สั่งให้จือหนี่ว์กลับ
สวรรค์ และต่อมาเจ้าวัวก็ป่วยตาย ก่อนตายมันได้บอกแก่หนิวหลางว่า ให้
ใช้หนังวัวคลุมไหล่เพื่อเหาะขึ้นสวรรค์ไป หนิวหลางจึงคลุมไหล่ด้วยหนัง
วัว นำลูกทั้ง 2 คนเหาะไปยังสวรรค์เพื่อตามหาจือหนี่ว์ เจ้าแม่หวังหมู่จึง
ใช้ปิ่ นเงินบนพระเศียรขีดเส้นบนฟ้า กลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่ขวางกั้นไม่
ให้หนิวหลางและจือหนี่ว์มาพบกันได้
ต่อมาเหล่านกสี่เชว่บนสวรรค์รู้สึกซาบซึ้งใจกับความรักของคนทั้ง
สอง ในทุกวันขึ้น 7 ค่ำเดือน 7 ของทุกปี มันจะรวมปีกกันสร้างเป็น
สะพาน ให้หนิวหลางและจือหนี่ว์ได้มาพบกัน และเมื่อเจ้าแม่หวังหมู่ทรง
ทราบ จึงได้ตอบตกลงให้ทั้งสองมาพบกันได้ในทุกวันนี้ของปี
เอกสารอ้างอิง
เทศกาลของประเทศจีน. (ออนไลน์). สืบค้นจาก :
https://sites.google.com/site/angsutorntunma/theskal-cin
[วันที่สืบค้น : 13 สิงหาคม 2564]
เทศกาล. (ออนไลน์). สืบค้นจาก : https://th.m.wikipedia.org/wiki/
เทศกาล [วันที่สืบค้น : 13 สิงหาคม 2564]
ตรุษจีน. (ออนไลน์). สืบค้นจาก : https://th.m.wikipedia.org/wiki/ตรุษ
จีน [วันที่สืบค้น : 13 สิงหาคม 2564]
12 สิ่งที่ห้ามทำในวันตรุษจีน. (ออนไลน์). สืบค้นจาก :
https://www.muangthai.co.th/th/article/12-things-dont-do-it-cny-
2021 [วันที่สืบค้น : 26.สิงหาคม 2564)
เทศกาลโคมไฟ (ออนไลน์). สืบค้นจาก :
https://th.m.wikipedia.org/wiki/เทศกาลโคมไฟ [วันที่สืบค้น : 26
สิงหาคม 2564]
เทศกาลไหว้พระจันทร์ (ออนไลน์). สืบค้นจาก :
https://th.m.wikipedia.org/wiki/เทศกาลไหว้พระจันทร์ [วันที่สืบค้น : 27
สิงหาคม 2564]
เทศกาลเช็งเม้ง (ออนไลน์). สืบค้นจาก :
https://th.m.wikipedia.org/wiki/เทศกาลเเช็งเม้ง [วันที่สืบค้นจาก : 2
กันยายน 2564]
เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง (ออนไลน์). สืบค้นจาก :
https://th.m.wikipedia.org/wiki/เทศเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง [วันที่สืบค้น : 2
กันยายน 2564]
เทศกาลฉงหยางประเทศจีน (ออนไลน์). สืบค้นจาก :
http://finance.hcu.ac.th/?p=3198 [วันที่สืบค้น : 2 กันยายน 2564]
ซีซีเจี๋ย วันวาเลนไทน์สไตล์คนจีน (ออนไลน์). สืบค้นจาก :
https://www.yongfurniture.com/content/19752/chinese-valentines-
day [วันที่สืบค้น : 3 กันยายน 2564]