The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมไม่มีบรรณานุกรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พลัฏฐ์พร สิงห์งาม, 2022-12-18 11:19:47

รวมไม่มีบรรณานุกรม

รวมไม่มีบรรณานุกรม



สารบัญ
เรื่อง หน้า

สารบัญ ก

บรรณานุกรม ข

หวั ข้อท่ี 1 ลักษณะการเมืองการปกครอง 1-3

หวั ข้อที่ 2 รูปแบบของรัฐ 4

หวั ข้อท่ี 3 การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี 5-7
พระมหากษตั ริย์เป็ นประมขุ

หวั ข้อท่ี 4 อทิ ธพิ ลของระบอบการเมืองการปกครอง 8-10
ที่มผี ลต่อการดาเนนิ ชีวติ

หัวข้อที่ 5 สถานการณ์การเมืองการปกครองของสังคมไทย 11-12

หัวข้อที่ 6 ปัญหาการเมืองสาคัญทเี่ กดิ ขนึ้ ภายในประเทศ 13-14

หัวข้อท่ี 7 การดาเนินนโยบายด้านความสัมพนั ธ์ระหว่างประเทศของไทย 15-19

ลกั ษณะการเมืองการปกครอง

ประเทศต่างๆ ยอ่ มมีระบบการเมืองการปกครองท่ีประชาชนส่วนใหญข่ องประเทศ เช่ือวา่ เหมาะสม
กบั สภาพทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรม

รูปแบบการเมืองการปกครองในโลกปัจจุบนั มีลกั ษณะการปกครองแบ่งคร่าวๆ ไดเ้ ป็น 2 แบบ คือ
ระบอบประชาธิปไตย ซ่ึงแบ่งยอ่ ยออกไดอ้ ีกเป็น 2 ประเภทคือ แบบมีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุข และแบบ
มีประธานาธิบดีเป็ นประมุข ส่วนระบอบการเมืองการปกครองอีกประเภทหน่ึงก็คือ ระบอบเผด็จการ ซ่ึง
แบ่งยอ่ ยอีกไดเ้ ป็น 3 ประเภทคอื เผดจ็ การทหาร เผดจ็ การฟาสซิสต์ และเผดจ็ การคอมมิวนิสต์

ระบอบประชาธิปไตย
สามารถแบง่ ตามลกั ษณะของผนู้ าประเทศหรือประมขุ ได้ 2 ลกั ษณะ

แบบมพี ระมหากษัตริย์เป็ นประมุข
พระมหากษตั ริยจ์ ะทรงใชอ้ านาจอธิปไตย ซ่ึงเป็นของปวงชน แยกผา่ นเป็น 3 ทางคือ ทรงใชอ้ านาจ

นิติบญั ญตั ิโดยผา่ นทางรัฐสภา ใชอ้ านาจบริหารโดยผา่ นทางคณะรัฐมนตรี และใชอ้ านาจตุลาการโดยผา่ น
ทางศาล ส่วนองคพ์ ระมหากษตั ริยจ์ ะทรงเป็นกลางในทางการเมือง ประเทศที่ใชก้ ารปกครองในรูปแบบน้ี
เช่น ประเทศไทย และองั กฤษ

แบบมีประธานาธบิ ดีเป็ นประมขุ
ผดู้ ารงตาแหน่งประธานาธิบดีจะมาจากการเลือกต้งั ของประชาชน บางประเทศน้นั ประธานาธิบดี

จะทาหนา้ ท่ีเป็นประมขุ ของรัฐเพียงหนา้ ท่ีเดียว เช่น สิงคโปร์ อินเดีย แตใ่ นบางประเทศ ประธานาธิบดีจะทา
หนา้ ที่เป็นประมขุ ของฝ่ายบริหารดว้ ย เช่น สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ฯลฯ
การปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็คือ การปกครองที่อานาจในการปกครองภายในประเทศเป็ นของ
ประชาชนทุกคน ใชห้ ลกั สิทธิและเสรีภาพ ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพอนั พึงมีตามกฎหมาย ใชห้ ลกั
ความเสมอภาค คือ ประชาชนทกุ คนมีความเท่าเทียมกนั ใชห้ ลกั นิติธรรม การใชก้ ฎหมายท่ีเป็นธรรม ในการ
รักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ และใชห้ ลกั เสียงขา้ งมากโดยคานึงถึงเสียงส่วนนอ้ ยดว้ ย
ระบอบเผด็จการ

เป็นหลกั การปกครองที่เน้นความสาคญั ที่รัฐและผูน้ า คือ ประชาชนไม่มีสิทธิและเสรีภาพ ตอ้ งทา
ตามคาสั่งของรัฐอย่างเขม้ งวด ประเทศจะมีผูน้ าเพียงคนเดียว หรืออาจมีคณะของผูน้ าร่วมด้วย มีพรรค
การเมืองเดียวซ่ึงมีอานาจสูงสุด สามารถใชอ้ านาจน้นั ไดอ้ ยา่ งเตม็ ที่ โดยไมจ่ าเป็นตอ้ งใส่ใจเสียงของคนส่วน
ใหญใ่ นประเทศ

ระบอบเผดจ็ การทหาร

เป็นระบอบเผด็จการท่ีคณะผนู้ าฝ่ายทหารเป็นผใู้ ชอ้ านาจเผด็จการ ในการปกครองโดยตรงหรือโดย
ออ้ ม และมกั จะใชก้ ฎอยั การศึก หรือรัฐธรรมนูญท่ีคณะของตนสร้างข้ึนเป็นเคร่ืองมือในการปกครอง

ระบอบเผดจ็ การฟาสซิสต์

เป็นระบอบเผด็จการท่ีผนู้ าไดร้ ับการสนบั สนุนจากกลมุ่ นกั ธุรกิจ และกองทพั ใหใ้ ชอ้ านาจเผด็จการ
ปกครองประเทศ ผูน้ าในระบอบการปกครองเผด็จการฟาสซิสต์ มกั จะมีลทั ธิการเมืองที่เรียกกันว่า ลทั ธิ
ฟาสซิสต์ เป็นลทั ธิช้ีนาในการปกครอง และมุ่งท่ีจะใชอ้ านาจเผด็จการปกครองประเทศเป็นการถาวร

ระบอบเผด็จการคอมมวิ นสิ ต์

ระบอบเผด็จการท่ีพรรคคอมมิวนิสต์เพียงพรรคเดียวไดร้ ับการยอมรับ หรือสนับสนุนจากกลุ่ม
บุคคลต่างๆ รวมท้ังกองทัพ ให้เป็ นผู้ใช้อานาจเผด็จการปกครองประเทศ ประชาชนไม่สามารถ
วิพากษว์ จิ ารณ์การทางานของผนู้ าอยา่ งเปิ ดเผยได้ ผนู้ าสามารถดารงตาแหน่งไดต้ ลอดชีวิต อาจอยนู่ านตราบ
เทา่ ท่ีกองทพั ยงั ใหก้ ารสนบั สนุนอยู่ ประชาชนไมอ่ าจท่ีจะเปล่ียนผนู้ าประเทศไดเ้ ลย

รูปแบบของรัฐ

รูปแบบของรัฐแบง่ ไดเ้ ป็น 2 รูปแบบ ไดแ้ ก่

1. เอกรัฐ หรือรัฐเดียว หมายถึงรัฐที่มีรัฐบาลกลางเพียงรัฐเดียวใช้อานาจอธิปไตยปกครองดิ นแดน
ท้งั หมดอาจมีการกระจาย อานาจใหท้ อ้ งถิ่นไดบ้ ริหารกิจการของทอ้ งถ่ินไดต้ ามที่รัฐเห็นสมควรประเทศที่มี
รูปแบบรัฐเดี่ยวเช่นราชอาณาจกั รสเปน ญ่ีป่ นุ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ราชอาณาจกั รไทย เป็นตน้

ผลดีท่ีเกิดจากการปกครองรูปแบบน้ี คือคือ มีความเป็นเอกภาพสูงมีความ เป็นปึ กแผ่นมน่ั คงและประหยดั
งบประมาณในการบริหารประเทศ

2. สหพนั ธรัฐหรือรัฐรวมหมายถึงรัฐท่ีมีรัฐบาลสองระดบั คือรัฐบาลกลางและรัฐบาลทอ้ งถ่ินของแตล่ ะ
มณฑลรัฐรัฐบาลแต่ละระดบั จะใชอ้ านาจอธิปไตยปกครองตามที่รัฐธรรมนูญกาหนดไวโ้ ดยทวั่ ไปรัฐบาล
กลางของสหพนั ธรัฐมกั จะเป็นผูใ้ ชอ้ านาจในกิจการท่ีเก่ียวขอ้ งหรือกระทบต่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติ
เช่น การทหาร การต่างประเทศ การคลงั เป็นตน้ สาหรับรัฐบาลของทอ้ งถ่ินจะมีอานาจในกิจการท่ีเก่ียวขอ้ ง
กบั ทอ้ งถ่ินของตนโดยเฉพาะ เช่น การศึกษาการสาธารณสุขการไฟฟ้าการรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นตน้
ประเทศท่ีมีรูปแบบของรัฐในลกั ษณะดงั กลา่ วเช่นสหรัฐอเมริกา สหรัฐ รัสเซียมาเลเซียเป็นตน้ ผลดีจากการ
ปกครองรูปแบบน้ีคือทาให้การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็ นไปอย่างทัว่ ถึงสามารถแกป้ ัญหาต่างๆได้อย่าง
รวดเร็วรวมท้งั ลดภาระของรัฐบาลกลาง ในระดบั ทอ้ งถิ่นลงทาให้สามารถดาเนินการเพื่อรักษาเอกราชและ
ความเจริญกา้ วหนา้ ของประเทศไดม้ าก ส่งผลใหก้ ารพฒั นาประเทศเป็นไปอยา่ งรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สาหรับประเทศไทยมีรูปแบบการปกครองแบบเอกรัฐหรือรัฐเดียว โดยมี ไดบ้ ญั ญตั ิไวใ้ นรัฐธรรมนูญว่า
ประเทศไทยเป็ นราชอาณาจักรอันหน่ึงเดียวจะแบ่งแมิได้และรัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซ่ึ งสถาบัน
พระมหากษัตริย์เอกราชอธิปไตยและบูรณภาพแห่งเขตอานาจรัฐและต้องจัดให้มีกาลังทหาร อาวุธ
ยทุ โธปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทนั สมยั จาเป็นและพอเพียง เพ่ือพิทกั ษร์ ักษาเอกราชอธิปไตยความมน่ั คงของ
รัฐสถาบนั พระมหากษตั ริยผ์ ลประโยชนแ์ ห่งชาติและการปกครองของประเทศอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็น
ประมุขและเพ่ือการพฒั นาประเทศ

การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็ นประมขุ

ประมุขของประเทศในระบอบประชาธิปไตยมีรูปแบบสาคญั ๒ รูปแบบคือพระมหากษตั ริยท์ รง
เป็นประมุขและประธานาธิบดีเป็นประมุขโดยท้งั ๒ รูปแบบน้ีประมุขจะใชอ้ านาจตามรัฐธรรมนูญกาหนด
ไวโ้ ดยประเทศที่มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุขพระองคจ์ ะ ทรงอานาจอธิปไตยผ่านสถาบนั การปกครอง
ได้แก่ รัฐสภาคณะรัฐมนตรีและศาลโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็ นหัวหน้ารัฐบาลหรือฝ่ ายบริหารเช่นสหราช
อาณาจกั รไทยนอร์เวยส์ วีเดนเป็นตน้ สาหรับประเทศท่ีมีประธานาธิบดีเป็นประมขุ น้นั ประธานาธิบดีจะดารง
ตาแหน่งท้งั ประมุขของประเทศและหัวหนา้ ฝ่ ายบริหารโดย ประธานาธิบดีจะมาจากการเลือกต้งั และอยู่ใน
ตาแหน่งจนกว่าจะครบวาระเช่นสหรัฐอเมริ กาเกาหลีใต้อินโดนีเซียเป็ นต้นสาหรับประเทศไทย
พระมหากษตั ริยจ์ ะทรงอยู่เหนือการเมืองและทรงใช้อานาจอธิปไตยแทนปวงชนรวมท้งั ปฏิบตั ิพระราช
กรณียกิจอ่ืน ๆ ตามที่กาหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญสถาบนั พระมหากษตั ริยม์ ีบทบาทสาคญั ต่อการเมืองการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยในฐานะท่ีเป็ นสถาบนั ให้ความชอบธรรมแก่สถาบนั การปกครองอ่ืนเป็ น
สถาบนั ที่อยู่ในฐานะจะให้คาแนะนาตักเตือนรัฐบาลอยู่ในฐานะสูงสุดในการที่จะแกไ้ ข วิกฤตการณ์ทาง
การเมืองใหล้ ดความรุนแรงลงหรือขจดั ใหห้ มดไปได้

การใช้อานาจอธิปไตยการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็ นประมุข
พระมหากษตั ริยม์ ิไดเ้ ป็นหวั หนา้ รัฐบาลเหมือนในสมยั
สมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่พระองค์จะทรงใช้อานาจ
อธิ ปไตยหรื ออานาจในการปกครองประเท ศ ตา ม ที่
รัฐธรรมนูญไดก้ าหนดไวค้ ือพระองค์จะทรงใชอ้ านาจ
นิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภาอานาจบริ หารผ่านทาง
คณะรัฐมนตรีและอานาจตุลาการผา่ นทางศาล

๑) การใช้อานาจนิติบญั ญตั ิ ทางรัฐสภารัฐสภามีโครงสร้าง ๒ แบบดว้ ยกนั คือแบบสภาเดียวและแบบสอง
สภากล่าวคือถา้ เป็นแบบสภาเดียวผแู้ ทนปวงชนซ่ึงเป็นสมาชิกของสภาจะประชุมร่วมกนั เพียงแห่งเดียวถา้
เป็นแบบสองสภาผแู้ ทนปวงชนซ่ึง เป็นสมาชิกของแต่ละสภาจะประชุมแยกกนั และจะประชุมร่วมกนั เฉพาะ
ในกรณีพิเศษตามท่ีรัฐธรรมนูญกาหนดไวเ้ ท่าน้นั โครงสร้างของรัฐสภาไทยรัฐธรรมนูญกาหนดให้มีสอง
สภาคอื สภาผแู้ ทนราษฎรและวุฒิสภา

๑.๑) อานาจหนา้ ท่ีของรัฐสภาใน ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุขมีหนา้ ที่
สาคญั ทางการปกครองดงั น้ี

๑.๒) บญั ญตั ิกฎหมายและยกเลิกกฎหมายเพอื่ ใชเ้ ป็นแนวทางและเคร่ืองมือการบริหารกิจการต่างๆของ
ประเทศและเป็ นมาตรฐานในการปฏิบตั ิตนของประชาชนในประเทศกฎหมายท่ีรัฐสภาบญั ญตั ิ ข้ึนและ
พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยเพ่ือประกาศใช้เรียกว่าพระราชบัญญัติ” เช่นพระราชบัญญัติ
การจราจรพระราชบญั ญตั ิงบประมาณรายจ่ายประจาปี พระราชบญั ญตั ิระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเป็ น
ตน้

๒. ใหค้ วามเห็นชอบในเร่ืองสาคญั เช่นการใหค้ วามเห็นชอบในการแต่งต้งั ผูส้ าเร็จราชการแทนพระองคใ์ น
กรณีที่พระมหากษตั ริยไ์ ม่สามารถทรงแต่งต้งั ผสู้ าเร็จราชการแทนพระองคไ์ ดก้ ็ใหค้ ณะองคมนตรีเสนอชื่อ
ผสู้ าเร็จราชการ แทนพระองคต์ อ่ รัฐสภาเพ่อื ขอความเห็นชอบ

๒.๑) อานาจหนา้ ที่ของสภาผูแ้ ทนราษฎรและวุฒิสภารัฐสภาของไทยประกอบดว้ ยสภา ๒ สภา ไดแ้ ก่
สภาผแู้ ทนราษฎรและวุฒิสภา

๒.๒) การใชอ้ านาจบริหารทางคณะรัฐมนตรีคณะรัฐมนตรีประกอบดว้ ยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่น
อีกตามจานวนที่รัฐธรรมนูญกาหนดมีหนา้ ท่ีบริหารราชการแผ่นดินตามหลกั ของความรับผิดชอบร่วมกนั
โดยนายกรัฐมนตรีตอ้ งไดร้ ับการโปรดเกลา้ ฯแต่งต้งั จากพระมหากษตั ริยแ์ ละนายกรัฐมนตรีตอ้ งเป็น ผเู้ สนอ
บุคคลที่มีคุณสมบตั ิเหมาะสมกับการเป็ นรัฐมนตรีต่อพระมหากษตั ริยเ์ พื่อทรงโปรดเกลา้ ฯแต่งต้งั เป็ น
รัฐมนตรีประจากระทรวงต่างๆอานาจหนา้ ท่ีของคณะรัฐมนตรีในการบริหารประเทศมี
หนา้ ที่สาคญั ในดา้ นตา่ งๆ

๓) การใชอ้ านาจตุลาการทางศาลศาลมีอานาจหนา้ ที่พจิ ารณาพิพากษาอรรถคดีให้
เป็ นไปโดยยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมายและในพระปรมาภิไธยของ
พระมหากษตั ริย์ โดยแบ่งเป็น ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยตุ ิธรรม และศาลปกครอง

๓.๑) ฐานะและพระราชอานาจของพระมหากษตั ริยร์ ัฐธรรมนูญ บญั ญตั ิวา่

“ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็ นประมุข” และอานาจ
อธิปไตยเป็ นของปวงชนชาวไทยพระมหากษัตริย์ผูท้ รงเป็ นประมุขทรงใช้อานาจ น้ันทางรัฐสภา
คณะรัฐมนตรีและศาลตามบทบญั ญตั ิแห่งรัฐธรรมนูญน้ีพระมหากษตั ริยข์ องประเทศไทยจึงทรงอยู่เหนือ
การเมืองและทรงมีฐานะและพระราชอานาจตามรัฐธรรมนูญดงั น้ี

๑) ทรงอยใู่ นฐานะประมุขของประเทศ รัฐธรรมนูญไดบ้ ญั ญตั ิใหพ้ ระมหากษตั ริย์ ทรงอยู่ในฐานะ
ประมขุ ของประเทศโดยจะทรงใชอ้ านาจอธิปไตย

๒) ทรงเป็นกลางและทรงอยู่เหนือการเมือง หมายความว่า จะไม่ทรงสนบั สนุนนกั การเมืองคนใด
หรือพรรคการเมืองใด แต่พระองค์จะทรงมีพระราชอานาจในการแนะนาตักเตือนและให้กาลังใจ
นกั การเมืองและประชาชนท้งั ปวงใหท้ าหนา้ ที่อยา่ งซื่อสัตยส์ ุจริตเพื่อประโยชนส์ ่วนรวมของประชาชนและ
ประเทศชาติ

๓) ทรงดารงอยู่ในฐานะอันเป็ นท่ีเคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดกล่าวหาหรื อฟ้องร้อง
พระมหากษตั ริยใ์ นทางใด ๆ มิไดอ้ ีกท้งั พระองคย์ งั ทรงเป็นพุทธมามกะและทรงเป็นอคั รศาสนูปถมั ภกทรง
ดารงตาแหน่งจอมทพั ไทยรวมท้งั ทรงไวซ้ ่ึงพระราช อานาจที่จะสถาปนาฐานันดรศกั ด์ิและพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์

๔) ทรงเป็นตวั แทนของปวงชนชาวไทย ในการติดต่อกบั ประมุขของต่างประเทศโดยจะทรงแต่งต้งั
เอกอคั รราชทูตไปประจา ณ ประเทศตา่ ง ๆ

๕) ทรงเป็ นเอกลกั ษณ์และศูนยร์ วมแห่งความสามคั คีของประชาชนท้งั ประเทศ ดังจะเห็นไดว้ ่า
เม่ือใดก็ตามที่นักการเมืองหรือประชาชนแตกความสามคั คีหรือเกิดความขดั แยง้ อย่างรุนแรงในสังคม
พระมหากษตั ริยจ์ ะทรงแผ่พระบารมี ระงบั ความขดั แยง้ และช้ีแนะให้ประชาชนที่ขดั แยง้ กนั หันกลบั มารัก
และสามคั คีกนั

อทิ ธิพลของระบอบการเมืองการปกครอง

อทิ ธิพลของระบบการเมืองการปกครองทมี่ ีผลต่อการดาเนนิ ชีวิต

การเมืองการปกครองเป็ นแบบแผนความสัมพนั ธ์ของประชาชนท่ีอาศยั อยู่ในสังคมเดียวกนั การมี
อานาจบงั คบั สมาชิกในสังคมตอ้ งปฏิบตั ิตาม

ดงั น้นั ระบบการเมืองการปกครองจึงมีอิทธิพลต่อการดาเนินชีวิต โดยประชาชนทุกคนในสังคม
จะตอ้ งเคารพ และปฏิบตั ิตนตามแนวทางเดียวกัน ตามที่ระบบการเมืองการปกครองน้ันกาหนด เช่น
ประชาชนท่ีอย่ภู ายใตก้ ารปกครองในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลก็จะให้สิทธิเสรีภาพในการดาเนินชีวิต
แก่ประชาชนอย่างมาก แต่หากเป็ นระบบการเมืองการปกครองในระบอบเผด็จการสิทธิเสรีภาพของ
ประชาชนกจ็ ะถูกจากดั โดยอานาจรัฐ เป็นตน้

ในการศึกษาเร่ืองประชาชนกบั บทบาททางการเมืองน้ัน มีความจาเป็ นอย่างยิ่ง ท่ีจะตอ้ งทราบถึง
เร่ืองสิทธิ หนา้ ที่เสรีภาพและความสานึกทางการเมือง ตลอดจนมีความเขา้ ใจถึงพรรคการเมือง รวมไปถึง
กลุ่มต่างๆ ท่ีอยู่ในสังคมไทยและมีอิทธิพลต่อระบบการเมืองการปกครอง เช่น กลุ่มอิทธิพล กลุ่ม
ผลประโยชน์ ส่ือมวลชน ระบบราชการรวมท้งั การแสดงประชามติ หรือมติมหาชน หรือการทาประชา
พิจารณ์ในเร่ืองต่างๆ และจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ยงั มีองคก์ รอิสระต่างๆ ที่ช่วยในการตรวจสอบ จาก
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2550 ยงั กาหนดสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย โดย
รัฐธรรมนูญรับรอง การใชอ้ านาจโดยองคก์ รของรัฐทุกองคก์ ร ตอ้ งคานึงถึงศกั ด์ิศรีความเป็นมนุษยส์ ิทธิและ
เสรีภาพ ตามมาตรา 26 และมาตรา 27 สิทธิและเสรีภาพท่ีรัฐธรรมนูญน้ีรับรองไวโ้ ดยชดั แจง้ โดยปริยาย
หรือโดยคาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมไดร้ ับความคุม้ ครองและผูกพนั รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล
รวมท้งั องคก์ รตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐโดยตรงในการตรากฎหมาย การใช้บงั คบั กฎหมาย
และการตีความกฎหมายท้งั ปวง รวมท้งั บุคคลยอ่ มอา้ งศกั ด์ิศรีความเป็นมนุษย์ หรือใชส้ ิทธิและเสรีภาพของ
ตนไดเ้ ท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษต์ ่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขดั ต่อศีลธรรม
อนั ดีของประชาชนบุคคลซ่ึงถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพท่ีรัฐธรรมนูญน้ีรับรองไว้ สามารถยกบทบญั ญตั ิ
แห่งรัฐธรรมนูญน้ีเพื่อใชส้ ิทธิทางศาลหรือยกข้ึนเป็ นขอ้ ต่อสู้คดีในศาลได้ รัฐธรรมนูญฉบบั น้ีรับรองเรื่อง
การใช้สิทธิและเสรีภาพในเรื่องน้ันเป็ นไปตามที่กฎหมายบัญญัติบุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการส่งเสริม
สนับสนุน และช่วยเหลือจากรัฐ ในการใชส้ ิทธิ นอกจากน้ีในมาตรา 29 ยงั กาหนดว่า การจากดั สิทธิและ
เสรีภาพของบุคคลท่ีรัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทามิได้เว้นแต่โดยอาศยั อานาจตามบทบัญญัติแห่ง
กฎหมาย

ประชาชนทุกคนอยู่ใตอ้ ิทธิพลของระบอบการเมืองการปกครองแบบใดแบบหน่ึงดว้ ยกนั ท้งั สิ้น
เช่น ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการ ประชาชนก็จะตองปฏิบตั ิตามคาสั่งของรัฐบาลเผด็จการ
ตลอดเวลา ถึงแมว้ า่ จะถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพก็ไม่สามารถที่จะเรียกร้องหรือแสดงปฏิกิริยาคดั คา้ นได้ เพราะ
อาจจะถูกรัฐบาลเผด็จการเผด็จการใช้อานาจรัฐกดข่ี รักแก หรือประชาชนที่อาศยั อยู่ในประเทศท่ีมีการ
ปกครองดว้ ยระบอบประชาธิปไตย กจ็ ะมรสิทธิเสรีภาพตามท่ีรัฐธรรมนูญบญั ญตั ิคมุ้ ครองไวอ้ ยา่ งเสมอภาค
และเทา่ เทียมกนั เป็นตน้

อน่ึง ประชาชนในประเทศท่ีมีการปกครองเผดจ็ การ ส่วนใหญ่จะพยายามตอ่ สูก้ บั รัฐบาลของตนเอง
เพ่ือเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ส่งผลใหพ้ วกเขาเหล่าน้นั ถูกตอบโตจ้ ากรัฐบาลเผด็จการอย่างรุนแรง เช่น ทาร้าย
ร่างกาย กกั บริเวณไวใ้ นบา้ น จบั กุมคมุ ขงั ใหส้ ูญเสียอิสรภาพ เป็นตน้

ดงั น้นั ประเทศที่ใชร้ ะบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยจึงไดร้ วมตวั กนั พยายามกดดนั ประเทศ
ที่ใชร้ ะบอบการปกครองแบบเผดจ็ การ ใหด้ าเนินการปฏิรูประบอบการเมืองการปกครองและไดเ้ รียกร้องให้
ประเทศเหลา่ น้นั ใหค้ วามเคารพสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนของประชาชนในประเทศใหม้ ากข้นึ โดยใช้
วิธีการกดดนั ในหลายรูปแบบ เช่น ร่วมกนั ประณามรัฐบาลของประเทศเหล่าน้นั ในเวทีโลก เป็นตน้

ประเทศไทยเป็นประเทศหน่ึงที่เคยถูกตาหนิว่าการปกครองดว้ ยระบอบเผด็จการ เม่ือ พ.ศ.๒๔๒๔

จากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่ประชาชนและนักศึกษารวมตัวกัน

เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีของประเทศตอ้ งออกมาเลือกต้งั และตอ้ ง

กาให้มีรัฐธรรมนูญใชใ้ นการปกครอง แต่รัฐบาลในขณะน้ันไดส้ ่ัง

การให้ใช้กาลงั สลายการชุมนุม จนทาให้มีผูค้ นต้องเสียชีวิตและ

ไดร้ ับบาดเจ็บเป็ นจานวนมาก หลงั เหตุการณ์ความไม่สงบคล่ีคลาย

ลง ผู้คนในสังคมไทยเห็นคุณค่าและความสาคัญของระบอบ

รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย ประชาธิปไตยมากข้ึน จึงรวมตัวกันผลักดันให้มีการประกาศใช้

พทุ ธศกั ราช 2550 รัฐธรรมนูญฉบบั ใหมไ่ ดส้ าเร็จเม่ือวนั ที่ 11 ตลุ าคม พ.ศ. 2540

รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว จึงได้ชื่อว่าเป็ น “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” ซ่ึงหลักการและ
สาระสาคญั ส่วนใหญ่ที่บญั ญตั ิไวใ้ นรัฐธรรมนูญมีความสอดคลอ้ งกบั หลกั การของระบอบประชาธิปไตย
อยา่ งมาก อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอีกคร้ัง เมื่อคณะปฏิรูปการปกครอง
ในระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมขุ ทาการรัฐประหารในวนั ท่ี 11 กนั ยายน พ.ศ. 2549
นามาสู่การจดั รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทยพุทธศกั ราช 2550 จากรัฐธรรมนูญ จะเห็นว่าไดก้ าหนด
เรื่องสิทธิ ของบคุ คลไวอ้ ยา่ งชดั เจนคือหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย มาตรา 26-69 และหมวด 4

หนา้ ที่ของชนชาวไทย มาตรา 70-74 และท่ีผา่ นมาไม่เคยปรากฏในรัฐธรรมนูญไทยฉบบั ใด ท่ีมีการรับรอง
ศกั ด์ิศรีความเป็ นมนุษย์ จึงนับไดว้ ่า รัฐธรรมนูญฉบบั น้ีไดร้ ับรองศกั ด์ิศรีความเป็ นมนุษยข์ องชนชาวไทย
เท่าเทียมกบั กฎหมายสากลทว่ั ไป ส่ิงที่ควรรู้ต่อไปคือคาวา่ สิทธิหมายถึงอะไรและบุคคลมีสิทธิเร่ืองใดบา้ ง
แต่กลบั เป็นปัญหาเพราะประชาชนบางกล่มุ มีความคดิ เห็นวา่ ควรแกไ้ ขรัฐธรรมนูญในบางมาตร ขณะท่ีบาง
กลุ่มคดั คา้ นการแก้ไข เกิดเป็ นความขดั แยง้ ทางการเมืองท่ียืดเย้ือและบานปลาย ส่งผลกระทบต่อระบบ
เศรษฐกิจ สังคม และภาพลกั ษณ์ของประเทศ ซ่ึงเป็นปัจจยั สาคญั ท่ีนามาสู่การทารัฐประหารของคณะรักษา
ความสงบแห่งชาติในวนั ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 โดยมีเจตนารมณ์สาคญั คือ สร้างความรักความสามคั คี
ของคนในชาติ และแกป้ ัญหาสงั คมในดา้ นตา่ งๆ เพื่อสร้างความปรองดองของคนในชาติ

กล่าวโดย อิทธิพลของระบอบการเมืองการปกครองมีผลตอ่ การดาเนินชีวิต

1. ทาใหค้ นในสังคมไดเ้ ห็นความสาคญั ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่ประชาชนทกุ คนมี
สิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน และตระหนกั ถึงหนา้ ท่ีของตนต่อการปกครองดว้ ยการเขา้ ไปมีส่วนร่วม
ในการปกครองทกุ ระดบั

2. ทาใหป้ ระชาชนตื่นตวั ทางการเมือง

3. ส่งเสริมใหเ้ กิดการแสดงความคิดเห็น ท้งั เห็นดว้ ยและไม่เห็นดว้ ย

4. ทาให้เกิดการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ กลุ่มผลประโยชน์ โดยคนท่ีประกอบอาชีพเดียวกนั มา
รวมกลมุ่ กนั สร้างเครือข่ายของกลมุ่ ท่ีมีอาชีพเดียวกนั สร้างความเขม้ แขง็ ใหก้ บั กลุ่มของตน

5. ทาให้ชีวิตของคนในทองถ่ินมีโอกาสติดต่อประชาสัมพันธ์ในเร่ื องต่างๆ เพ่ือปกป้อง
ผลประโยชนใ์ นทอ้ งถ่ินของตน

สถานการณ์การเมืองการปกครองของสังคมไทย

การเปลี่ยนแปลงการปกครองเม่ือวนั ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 โดย คณะราษฎร ซ่ึงนาโดยพนั เอก
พระยาพหลพลพยหุ เสนา นบั เป็นการเปล่ียนแปลงคร้ังสาคญั ท่ีสุดในการเมืองการปกครองของไทย เพราะ
เป็ นการเปลี่ยนจากระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็ นระบอบการปกครองโดย
รัฐธรรมนูญมีเป้าหมายจะสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมขุ เป็นหลกั ในการ
ปกครองจนถึงปัจจุบนั ประเทศไทยนบั วา่ ไดเ้ ปรียบประเทศที่กาลงั พฒั นา ซ่ึงอยรู่ ะดบั เดียวกนั ค่อนขา้ งมาก
เพราะพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร พระราชทานหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงเพ่ือใชเ้ ป็นแนวทางในการดาเนินชีวิตของราษฎร ทาใหส้ ามารถพ่งึ ตวั เองได้ ประเทศไทย
มีความขดั แยง้ ทางดา้ นการเมืองการปกครองระหวา่ งรัฐบาลกับประชาชนนอ้ ยกวา่ บางประเทศ เช่น ยเู ครน
เลบานอน ยโู กสลาเวีย (ในอดีต) เป็นตน้ ปัจจยั สาคญั ที่เก้ือหนุนให้สถานการณ์การเมืองการปกครองของ
ไทย

มีความขดั แยง้ ระหวา่ ง รัฐบาลกบั ประชาชนนอ้ ยกวา่ บางประเทศ มีดงั น้ี

1. ประเทศไทยสามารถปรับสถานการณ์ดา้ นตา่ งๆ ของประเทศให้สอดคลอ้ งกบั กระแสโลกาภิวตั น์ ท้งั ดา้ น
การเมือง เศรษฐกิจ และสงั คม รวมท้งั พยายามพ่งึ พาตวั เองในดา้ น เศรษฐกิจและสังคมใหม้ ากที่สุด ดว้ ยการ
น้อมนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถ
บพิตร ทรงพระราชทานให้ เพ่ือนามาใช้ในการพฒั นาและแกป้ ัญหาเศรษฐกิจของชาติ โดยเฉพาะในภาค
เกษตรกรรม เช่น การทาเกษตรแบบยงั่ ยืน เป็นตน้ จากลกั ษณะดงั กล่าวจึงทาใหป้ ระเทศไทยมีพ้ืนฐานทาง
เศรษฐกิจที่เขม้ แขง็ สามารถเผชิญกบั ปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกตา่ํ ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้ ถึงแมใ้ นช่วงแรกจะ
ประสบความลาบากอย่บู า้ ง แต่การร่วมมือร่วมใจกนั แกป้ ัญหาของคนไทย ก็ทาให้สามารถฟ้ื นตวั และพน้
จากการกากบั ดูแลของกองทุนการเงินระหวา่ งประเทศ (IMF) ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว

2. ประเทศไทยไม่มีความขดั แยง้ ระหว่างกลุ่มต่างเช้ือชาติหรือกลุ่มต่างศาสนา เหมือนกบั ในบางประเทศ
เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไมล่ บหลู่ศาสนาอื่น มีจิตใจเอ้ืออารีต่อคนต่างชาติ ที่เขา้ มาอาศยั หรือทามาหากินใน
ประเทศไทยเสมอ จึงทาใหค้ นทุกเช้ือชาติทกุ ศาสนาสามารถอยรู่ ่วมกนั ไดอ้ ยา่ งสนั ติ

3. ประเทศไทยมีสถาบนั พระมหากษตั ริยท์ ่ีเป็นท้งั เอกลกั ษณ์ของชาติและศนู ยร์ วมแห่งความสามคั คีของคน
ในชาติ องคพ์ ระมหากษตั ริยข์ องไทยทรงเป็นอคั รศาสนูปถมั ภก และทรงห่วงใยชนชาวไทยทุกหมู่เหลา่ ทกุ
ภมู ิภาค จึงทาใหพ้ ระองคท์ รงเป็นท่ีเคารพสกั การะและเป็นศนู ยร์ วมจิตใจของชาวไทยท้งั ประเทศ

4. ประเทศไทยไดท้ าการปฏิรูปการเมืองไทยท้งั ระบบ ให้เป็นการเมืองของพลเมือง เพ่ือใหก้ ารเมืองมีความ
โปร่งใส ตรวจสอบได้ นักการเมืองมีคุณธรรมจริยธรรม เพ่ือลดปัญหาการ ทุจริตคอร์รัปชนั การแสวงหา
ผลประโยชน์เพ่ือพวกพอ้ งและกลุ่มของตน และมีบทลงโทษที่เด็ดขาด กบั นกั การเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชนั
โดยมีองคก์ รทางการเมืองและประชาชนเป็นผตู้ รวจสอบ

ปัญหาการเมืองสาคญั ท่ีเกดิ ขนึ้ ภายในประเทศ

จากการที่ประเทศไทยมีการพฒั นาอย่างรวดเร็วส่งผลทาให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในดา้ นตา่ ง ๆ เพ่มิ
มากข้ึนรวมท้งั พฒั นาการทางดา้ นการเมืองการปกครองท่ีเป็นระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม
ในดา้ นการเมืองการปกครองมากข้ึนส่งผลทาให้เกิดปัญหาต่อการเมืองการปกครองข้ึนภายในประเทศ
ปัญหาวกิ ฤตการเมืองไทยในปัจจุบนั เป็นเหตกุ ารณ์ที่เกิดข้ึนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในตลอดระยะเวลา
ที่ผ่านมา ปัญหาเหล่าน้ีเกิดจากความขดั แยง้ ระหว่างกลุ่มการเมืองท่ีมีอยู่ในปัจจุบนั ซ่ึงมีความเห็นต่อตา้ น
และสนบั สนุนต่างๆนานา และยงั สะทอ้ นถึงความไม่เสมอภาคและความแตกแยก ระหวา่ งชาวเมืองและชาว
ชนบทอีกดว้ ยจึงทาใหก้ ารเมืองไทยป่ันป่ วนวุน่ วายไม่มีที่จะยตุ ิลง และยงั ส่งผลถึงปัญหาในหลายๆดา้ น ทา
ใหป้ ัญหาเหล่าน้ีส่งผลกระทบอยา่ งมากมายและทาให้เส่ือมลงอยา่ งเรื่อยๆจนไม่สามารถแกไ้ ขปัญหาไดอ้ ยา่ ง
ทนั ทว่ งที และในปัจจุบนั การเมืองไทยยงั ขาดประสิทธิภาพและความสามรถของระบบการเมืองในการแกไ้ ข
ปัญหาของสงั คมซ่ึงยงั เป็นปัญหาของระบบการเมืองไทยท่ีจะตอ้ งแกไ้ ขปัญหาในดา้ นต่างๆ ในที่น้ีจะขอ
ยกตวั อยา่ งปัญหาการเมืองที่สาคญั ท่ีเกิดข้ึนภายในประเทศไทยมาเพยี งสังเขป ดงั น้ี

๑) ปัญหาความคิดเห็นทางการเมืองของคนไทยที่แตกต่างกนั นับต้งั แต่ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็ นตน้ มา
ความขดั แยง้ ทางการเมืองของไทยไดด้ าเนินมาอย่างต่อเน่ือง และมีแนวโนม้ ทวีความรุนแรงมากข้ึน สาเหตุ
สาคญั ของตวามขดั แยง้ ทางการเมืองเกิดจากคนในชาติมีความคิดเห็นทางการเมืองท่ีแตกตา่ งกนั ส่งผลใหเ้ กิด
ความวุ่นวายทางการเมืองเกิดข้ึนจนกระทง่ั วนั ที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ คณะรักษาความมนั่ คง
แห่งชาติ (คสช.) ไดเ้ ขา้ ควบคุมอานาจทางการปกครอง โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสถานการณ์ความขดั แยง้ ทาง
การเมือง และสร้างความสามคั คีปรองดองของคนในชาติ

๒) ปัญหาความอ่อนแอของฝ่ ายบริหาร เห็นไดอ้ ย่างชดั เจนจากเหตุการณ์ท่ีประเทศไทยมีการเปลี่ยน
รัฐบาลมาถึง ๖ คณะ ในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ - เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ สาเหตุสาคญั เกิด
จากความไม่โปร่งใสในการบริหารประเทศ การขาดภาวะผนู้ า และการให้อานาจแก่หน่วยงานหรือองคก์ าร
อิสระตามรัฐธรรมนูญ เขา้ มาตรวจสอบการทางานของฝ่ายบริหารมากข้ึน

๓) ปัญหาท่ีเกิดจากระบบพรรคการเมือง การมีพรรคการเมืองหลายพรรคถือเป็นปัจจยั หน่ึงท่ีทาให้เกิด
ความเหล่ือมล้า และความแตกต่างกันทางดา้ นความคิดในการจดั การบริหารประเทศ ช่วง พ.ศ. ๒๕๔๘
ปัญหาน้ีเคยไดร้ ับการแกไ้ ขจนสาเร็จมาแลว้ แต่ความสาเร็จดงั กล่าวก็ดารงอยู่ไดเ้ พียงสองปี เพราะหลงั จาก
การ

เลือกต้งั ทวั่ ไปในเดือนธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ระบบพรรคการเมืองหลายพรรคก็กลบั สู่ประเทศไทยอีกคร้ัง
และนอกจากน้ียงั มีปัญหาการผกู ขาดของพรรคการเมืองใหญ่ ทาใหก้ ารเมืองแบ่งข้วั กนั อยา่ งชดั เจน

๔) จริยธรรมนักการเมือง รัฐธรรมนูญได้กาหนดให้รัฐพึงจดั ให้มีมาตรฐานทางจริยธรรมเพ่ื อให้
หน่วยงานของรัฐใชเ้ ป็ นหลกั ในการกาหนดประมวลจริยธรรมสาหรับเจา้ หน้าที่ของรัฐในหน่วยงานน้นั ๆ
โดยกาหนดใหศ้ าลรัฐธรรมนูญกบั องคก์ รอิสระ เป็นผกู้ าหนดมาตรฐานทางจริยธรรมข้นึ บงั คบั ใชแ้ ละเน้ือหา
ตอ้ งระบุให้ชดั แจง้ วา่ การฝ่ าฝื นมาตรฐานทางจริยธรรม ข้ึนบงั คบั ใชแ้ ละเน้ือหาตอ้ งระบุให้ชดั เจนวา่ การฝ่ า
ฝื นมาตรฐานทางจริยธรรมใดมีลกั ษณะร้ายแรง โดยมาตรฐานทางจริยธรรมจะบงั คบั ใช้กบั ตุลาการศาล
รัฐธรรมนูญ และองคก์ รอิสระรวมท้งั ส.ส. ส.ว. และคณะรัฐมนตรีดว้ ย

คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีอานาจหนา้ ท่ีไต่สวน
และเสนอความเห็น หากมีการกล่าวว่าผูด้ ารงตาแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผูด้ ารง
ตาแหน่ง ในองค์กรอิสระฝ่ าฝื นหรื อไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่ศาล
รัฐธรรมนูญและองคก์ รอิสระกาหนด

การดาเนนิ นโยบายด้านความสัมพนั ธ์ระหว่างประเทศของไทย

ในยุคปัจจุบนั ประเทศต่างๆทั่วโลกให้ความสาคัญกับการสร้างสันติภาพและความมั่นคงทาง
เศรษฐกิจ มีการติดต่อแลกเปลี่ยนช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ท้งั ภายในภูมิภาคและภายนอก ภูมิภาค รูปแบบ
การสร้างความสัมพนั ธ์มีหลากหลาย ท้งั ทางดา้ นการทูต การคา้ การแลกเปล่ียน ทางดา้ นวฒั นธรรม การ
ศึกษ า กีฬา และเทคโนโลยี ประเทศไทยเป็ นประเทศหน่ึงท่ีได้มีการร่วมมือแลกเปลี่ยนและสร้าง
ความสัมพนั ธ์กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้และประเทศต่างๆทว่ั โลก โดยมี
วตั ถุประสงค์ เพื่อการประสานประโยชน์ร่วมกนั และสร้างความสัมพนั ธ์ที่ดีต่อกันในรูปแบบต่างๆ เช่น
ร่วมกนั จดั ต้งั องคก์ รระหวา่ งประเทศ เขา้ ร่วมเป็นสมาชิกองคก์ ารดา้ นความร่วมมือตา่ งๆ เป็นตน้

1.การเข้าร่วมเป็ นสมาชิกองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศ

ประเทศไทยเขา้ ร่วมเป็ นสมาชิกองคก์ ารความร่วมมือระหวา่ งประเทศหลายองคก์ าร แต่ที่มีบทบาทอยา่ งมาก
ไดแ้ ก่

1.1 องค์การสหประชาชาติ (The United Nations : UN) ไดร้ ับการจดั ต้งั ข้ึน เม่ือวนั ที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ.
๒๔๘๘ (ค.ศ. ๑๙๔๕) หลงั สงครามโลกคร้ังที่สองยุติลง มีสานกั งานใหญ่ต้งั อยู่ท่ีกรุงนิวยอร์ก ประเทศ
สหรัฐอเมริกา ปัจจุบนั มีประเทศเอกราชทุกภมู ิภาคเป็นสมาชิกไม่ตา่ํ กวา่ ๑๙๐ ประเทศ

โดยองคก์ ารสหประชาชาติมีวตั ถุประสงคห์ ลกั ที่สาคญั ดงั น้ี

1. เพื่อรักษาไวซ้ ่ึงสันติภาพและความมน่ั คงระหวา่ งประเทศ

2. เพื่อพฒั นาความสัมพนั ธ์ฉันมิตรระหว่างประชาชาติ โดยยึดการเคารพต่อหลกั การแห่งสิทธิอนั เท่า
เทียมกนั

3. เพื่อให้บรรลุถึงความร่วมมือระหว่างประเทศ ในอนั ท่ีจะแก้ไขปัญหาระหว่าง ประเทศทาง ด้าน
เศรษฐกิจ สังคม วฒั นธรรม มนุษยธรรม และส่งเสริมสนบั สนุนการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพข้นั
พ้ืนฐานของมนุษย์ โดยไมเ่ ลือกปฏิบตั ิในเรื่องเช้ือชาติ เพศ ภาษาหรือศาสนา

4. เพ่ือเป็นศูนยก์ ลางการประสานงานของประชาชาติท้งั หลาย ใหก้ ลมกลืนกนั ในอนั ท่ีจะบรรลุจุดหมาย
ปลายทางร่วมกนั

บทบาทสาคญั ของสหประชาชาติ เช่น การรักษาสันติภาพ ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมดา้ นสิทธิ
มนุษยชน พฒั นาความสัมพนั ธ์ทางการคา้ ระดบั โลก ให้ความคุม้ ครองทรัพยส์ ิน ทางปัญญา อนุรักษแ์ ละ
บรู ณะสถานที่สาคญั ทางประวตั ิศาสตร์ วฒั นธรรม และสถาปัตยกรรม เป็นตน้

ประเทศไทยไดเ้ ขา้ เป็นสมาชิกองคก์ ารสหประชาชาติเป็ นลาดบั ที่ ๕๕ เมื่อวนั ท่ี ๑๖ ธนั วาคม พ.ศ.
๒๔๘๙ โดยประเทศไทยใหค้ วามร่วมมือกบั สหประชาชาติในดา้ นต่างๆ ดงั น้ี

1. ส่งเสริมสันติภาพและรักษาความม่นั คงระหว่างประเทศ เช่น ส่งทหารไป เขา้ ร่วมปฏิบตั ิการกับ
สหประชาชาติในติมอร์ตะวนั ออก (ปัจจุบนั คือ ประเทศติมอร์ เลสเต) เม่ือ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
เพ่ือทาหน้าท่ีดูแลการลงประชามติ รักษาความสงบเรียบร้อย ให้คาแนะนาทางการเกษตรตามแนวคิด
เศรษฐกิจพอเพยี งแก่ชาวติมอร์ รวมท้งั ฝึกอบรมการจดั ต้งั หมบู่ า้ นป้องกนั ตนเอง เป็นตน้

2.ความร่วมมือดา้ นสงั คม เช่น ร่วมมือกนั แกไ้ ขปัญหาความยากจน การคา้ มนุษย์ สิ่งเสพติด การฟอก
เงิน การแพร่ระบาดของโรคเอดส์ เป็นตน้

3.ความร่วมมือดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม ซ่ึงรัฐบาลไทยถือเป็นนโยบายสาคญั และร่วม ดาเนินการกบั ประชาคม
โลกภายใตก้ รอบของสหประชาชาติ เช่น การเพ่ิมพ้ืนที่ป่ าไม้ การยกเลิก การใช้สารเคมีท่ีจะไปทาลายช้นั
บรรยากาศของโลก ส่งเสริมการใชพ้ ลงั งานที่สะอาด เป็นตน้

2.ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) พฒั นามาจากสมาคมประชาชาติแห่ง เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
ก่อต้งั เม่ือ พ.ศ. ๒๕๑๐ (ค.ศ. ๑๙๖๗) โดยมีสมาชิกเร่ิมแรก ๕ ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย
ฟิ ลิปปิ นส์ และสิงคโปร์ปัจจุบนั มีสมาชิก ๑๐ ประเทศ โดยสมาชิก เพิ่มเติม ไดแ้ ก่ บรูไน เวียดนาม ลาว
เมียนมา และ กมั พชู า มีสานกั งานใหญต่ ้งั อยทู่ ี่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

ใน พ.ศ. ๒๕๕๘ อาเซียนไดพ้ ฒั นาการ รวมตวั ใหก้ ระชบั แน่นแฟ้นมากข้ึนสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ซ่ึง
ประกอบดว้ ย ๓ เสาหลกั ท่ีสาคญั ไดแ้ ก่ ประชาคมการเมืองและความมนั่ คงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจ
อาเซียนและประชาคมสังคมและวฒั นธรรมอาเซียน ท้งั น้ีเพื่อส่งเสริมความเขา้ ใจอนั ดีระหวา่ งประเทศ ใน
ภูมิภาค ธารงไวซ้ ่ึงสันติภาพ ความมน่ั คงทางการเมือง สร้างความเจริญทางเศรษฐกิจ และพฒั นาสังคมและ
วฒั นธรรมในภูมิภาค เพือ่ ใหป้ ระชาชนมีคณุ ภาพชีวิตท่ีดีข้ึน

3. เขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา (Asean Free Trade Area : AFTA) เป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจของ
ประเทศในกล่มุ อาเซียน ซ่ึงเป็นความคิดริเริ่มของนายอานนั ท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรีของไทยในขณะน้นั
ท่ีเสนอตอ่ ท่ีประชุมสุดยอดอาเซียน ณ ประเทศ สิงคโปร์ เม่ือ พ.ศ. ๒๕๓๕

วตั ถุประสงคข์ องอาฟตาเพ่ือให้การคา้ ภายในอาเซียนขยายตวั เร็วข้ึน มีอตั ราภาษีต่าเพื่อดึงดูดการลงทุนจาก
ต่างชาติสู่ภูมิภาคอาเซียน รวมท้ังเพื่อให้สอดคลอ้ งกับสถานการณ์การค้า ของโลกที่เปล่ียนไป ซ่ึงเป็ น
ประโยชน์ตอ่ เศรษฐกิจของไทย เพราะทาใหไ้ ทยมีตลาดการคา้ เพิม่ ข้นึ

4. ความร่วมมือทางเศรษฐกจิ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิ ก หรือเอเปก (Asia- Pacific Economic Cooperation :
APEC) ก่อต้ังข้ึนใน พ.ศ. ๒๕๓๒ (ค.ศ. ๑๙๘๙) ตามขอ้ เสนอ ของนายบ็อบ ฮอร์ก (Bob Hawke) อดีต
นายกรัฐมนตรีประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบนั มีสมาชิก ๒๑ เขตเศรษฐกิจ

เอเปกเป็นเวทีความร่วมมือของกล่มุ ประเทศบนสองฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิ ก มีจุดมุ่งหมายเพ่อื เป็นเวทีสาหรับ
ให้สมาชิกปรึกษาหารือและแลกเปล่ียนขอ้ คิดเห็นกนั ทางดา้ นเศรษฐกิจ เพ่ือส่งเสริมให้การคา้ การลงทุน
เป็นไปอยา่ งเสรีและขจดั อุปสรรคทางการคา้ ตา่ งๆ โดยประเทศไทย เคยเป็นเจา้ ภาพจดั การประชุมเมื่อปี พ.ศ.
๒๕๔๖ การเป็นสมาชิกเอเปกทาให้ประเทศไทยมีโอกาสขยายการคา้ และการลงทุนในกลุ่มประเทศสมาชิก
ซ่ึงเป็นตลาดใหญ่มากยง่ิ ข้ึน

5. องค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) เป็ นองค์การ ระหว่างประเทศท่ีจดั ต้งั ข้ึนตาม
ขอ้ ตกลงทวั่ ไปวา่ ดว้ ยภาษีศุลกากรและการคา้ หรือแกตต์ (GATT) โดยไดร้ ับการจดั ต้งั อยา่ งเป็นทางการ เม่ือ
วนั ท่ี ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ สาหรับประเทศไทย ก็มีสถานะเป็นสมาชิกร่วมก่อต้งั ดว้ ย

การดาเนินงานขององคก์ ารการคา้ โลก ทาหนา้ ท่ีกาหนดกฎกติกาการคา้ ระหวา่ ง ประเทศ เป็นเวทีสาหรับใช้
เจรจาลดอุปสรรคและขอ้ กีดกนั ทางการคา้ เพื่อส่งเสริมให้การคา้ ระหว่าง ประเทศเป็ นไปโดยเสรีมากข้ึน
โดยต้งั อยู่บนพ้ืนฐานของการแข่งขนั ทางการคา้ ที่เสรีและเป็นธรรม ตามหลกั การไม่เลือกปฏิบตั ิ โดยเนน้ ให้

สมาชิกใช้ระบบภาษีศุลกากรเป็ นเคร่ืองมือเพียงอย่างเดียว ในการปกป้องสินคา้ ภายในประเทศของตน
รวมท้งั ยงั มีฐานะเป็นเวทีกลางเพื่อระงบั ขอ้ พิพาททางการคา้ ระหวา่ งประเทศ

การที่ประเทศไทยเขา้ เป็นสมาชิกขององคก์ ารการคา้ โลกมีขอ้ ดี คือ ทาให้สินคา้ สาคญั ของไทย โดยเฉพาะ
สินคา้ ทางดา้ นการเกษตร อาหารแปรรูป สิ่งทอและเส้ือผา้ ถูกกีดกนั ทางการคา้ น้อยลง การคิดอตั ราภาษี
นาเขา้ ในแต่ละประเทศเป็ นระบบเดียวกนั และในขณะเดียวกนั ประเทศไทยก็ตอ้ งเปิ ดเสรีให้กบั ประเทศ
อื่นๆ ไดส้ ่งสินคา้ เขา้ มาในประเทศเช่นกนั รวมท้งั ไทยตอ้ ง ปรับปรุงมาตรฐานการผลิตสินคา้ และบริการให้
เป็นไปตามหลกั สากลมากข้ึน เช่น สินคา้ ตอ้ ง ไมท่ าลายส่ิงแวดลอ้ ม ไม่มีสารเคมีเจือปน ไมล่ ะเมิดทรัพยส์ ิน
ทางปัญญา เป็นตน้

การแลกเปลยี่ นเพ่ือช่วยเหลือและส่งเสริมด้านเศรษฐกจิ การศึกษา สังคมและวฒั นธรรม

การดาเนินนโยบายต่างประเทศของไทย นอกจากการเป็ นสมาชิกองคก์ ารระหว่างประเทศแลว้ ยงั
ไดม้ ีการแลกเปล่ียนเพ่ือช่วยเหลือและส่งเสริมทางดา้ นเศรษฐกิจ การศึกษาสังคมและ วฒั นธรรมกบั ประเทศ
ตา่ งๆ อีกดว้ ย ดงั น้ี

1.ด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยไดร้ ่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศต่างๆ ท้งั ภายใน ภูมิภาคและภายนอก
ภูมิภาค โดยเฉพาะกบั ประเทศเพอื่ นบา้ นที่สาคญั ไดแ้ ก่

1. ความร่วมมือระหวา่ งไทย - ลาว เช่น การสร้างเส้นทางคมนาคมเช่ือมตอ่ กนั เช่น สะพานมิตรภาพไทย
- ลาว แห่งที่ ๑ (หนองคาย - เวียงจนั ทน์) สะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ ๒ (มุกดาหาร - สะหวนั นะเขต)
เพื่อความสะดวกในการเดินทางและช่วยเหลือเก้ือกูล ดา้ นเศรษฐกิจ

2. ความร่วมมือระหวา่ งไทย - ลาว - เวยี ดนาม - จีน ในการสร้างเส้นทางคมนาคม เช่ือมตอ่ กนั เพอ่ื ความ
สะดวกในการติดตอ่ คา้ ขายระหวา่ งกนั

3. ความร่วมมือระหว่างไทย - สหภาพพม่า - ลาว - กมั พูชา - เวียดนาม ตาม โครงการความร่วมมือทาง
เศรษฐกิจอิรวดี - เจา้ พระยา - แม่โขง เพ่ือสร้างความเจริญก้าวหน้า ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
วฒั นธรรม และการทอ่ งเที่ยว

4.ความร่วมมือระหวา่ งไทย - ลาว - กมั พูชา - เวียดนาม ในโครงการพฒั นา ทรัพยากรน้าในล่มุ แม่น้าโขง
ตอนล่าง เพ่ือการใชป้ ระโยชนจ์ ากแมน่ ้าโขงร่วมกนั

2.ด้านการศึกษา การศึกษาเป็ นปัจจัยพ้ืนฐานในการพฒั นาประเทศ และใน ปัจจุบันการศึกษามีความ
เจริญกา้ วหน้าอย่างมาก จึงเป็ นความจาเป็ นท่ีไทยจะตอ้ งพ่ึงพาและ แลกเปลี่ยนความรู้กับประเทศต่างๆ

โดยเฉพาะกบั ประเทศท่ีพฒั นาแลว้ เพื่อนามาพฒั นาการศึกษา ของไทยใหท้ ดั เทียมนานาประเทศ เช่น การ
ไปศึกษาดูงาน การไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ โครงการ ทุนการศึกษาจากประเทศต่างๆ การแลกเปล่ียน
นกั ศึกษา โครงการทาวจิ ยั ร่วมกนั เป็นตน้

3.ด้านสังคมและวัฒนธรรม ประเทศไทยมีความสัมพนั ธท์ างดา้ นสงั คมและ วฒั นธรรมกบั ประเทศตา่ งๆ เช่น
ความร่วมมือในการเผยแพร่และแลกเปล่ียนวฒั นธรรมกับ ประเทศในกลุ่มอาเซียน ด้วยการจดั แสดง
นิทรรศการดา้ นศิลปวฒั นธรรม ประกวดวรรณกรรม รางวลั ซีไรต์ แข่งขันกีฬา การจดั นิทรรศการทางด้าน
ศิลปะ เป็นตน้

กล่าวโดยสรุป ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ ทรงเป็ น
ประมุข เพราะเห็นว่ามีความเหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย และเชื่อมนั่ ว่าจะช่วยทาให้ประเทศไทย
พฒั นาเจริญกา้ วหนา้ ไดด้ ีท่ีสุด

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเองก็ยงั คงมีปัญหาทางการเมืองท่ีจะตอ้ งแก้ไขดว้ ยเช่นกนั โดยเฉพาะ
ปัญหาท่ีเกิดข้ึนจากการมีความคิดเห็นทางการเมืองท่ีแตกต่างกนั นาไปสู่ความขดั แยง้ ในสังคม ตอ้ งอาศยั
ความร่วมมือของคนไทยทุกคนในการแกป้ ัญหาร่วมกนั นอกจากน้ี ประเทศไทยยงั ไดเ้ ขา้ ร่วมเป็ นสมาชิก
ขององคก์ ารระหวา่ งประเทศ ที่มีส่วนช่วยในการพฒั นาดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาของประเทศให้
ขยายตวั และเจริญกา้ วหนา้ อีกหลายองคก์ าร ดว้ ยกนั จึงทาใหป้ ระเทศไทยมีภาพพจน์ที่ดีในสายตาของนานา
ประเทศมาอยา่ งต่อเนื่อง

บรรณานุกรม

บรรณานุกรม 1
หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้นื ฐาน หนา้ ท่พี ลเมือง วฒั นธรรมและการดาเนินชีวติ ในสังคม ม.๔-ม.๖ช้นั
มธั ยมศึกษาปี ที่ ๔-๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา วฒั นธรรมตามหลกั สูตรแกนกลางศกึ ษาข้นั
พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑
ผเู้ รียบเรียง ศ.ดร กระมล ทองธรรมชาติ

รศ. ดร. ดารงค์ ฐานดี
รศ. ดารง ธรรมารักษ์
ผตู้ รวจ
ผศ. ภาวินีย์ มผี ดุง
นายไพศาล ภไู่ พบลู ย์
นางสุคนธ์ สินธพานนท์
บรรณานธิการ ผศ. วิชยั ภู่โยธิน
กญั ญา ลีลาสัย ประวตั ิศาสตร์ชนชาติไทย. กรุงเทพมหานคร : สถาบนั วถิ ที รรศน,์ ๒๕๔๔. ขอ้ มลู มติ
ชน, ศนู ย.์ มติชนบนั ทึกประเทศไทย ปี ๒๕๕๙. กรุงเทพมหานคร : มติชน, ๒๕๕๒. คณะกรรมการพเิ ศษ
เพ่อื ประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ, สานกั งาน. การประกวดผลงาน
ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง. กรุงเทพมหานคร : อรุณการพมิ ท,์ ๒๕๔๙. คณะกรรมการ
วฒั นธรรมแห่งชาต,ิ สานกั งาน. แนวทางการสืบคน้ วฒั นธรรมทอ้ งถ่ินไทย, กรุงเทพมหานคร : โรง
พมิ ทค์ รุ ุสภาลาดพรา้ ว, ๒๕๔๔.
บริหารวชิ าบรูณาการ, โครงการ. มนุษยก์ บั สังคม. กรุงเทพมหานคร : มีหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์,
๒๕๔๒. เฉลียว ฤกษจ์ พิ ิมล. "การจดั ระเบยี บสงั คม" ใน สังคมวทิ ยา. กรุงเทพมหานคร :
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์, ๒๕๔๓.
ชนิดา ชิตบณั ฑติ ย.์ โครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดาริ : การสถาปนาพระราชอานาจนาในพระบาท
สมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัว. กรุงเทพมหานคร : มลู นิธิโครงการตาราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, ๒๕๕๐
ชาญชยั แสวงศกั ด์.ิ คู่มือประชาชนเรื่องความรู้เกีย่ วกบั สิทธิ เสรีภาพ และหนา้ ที่ของประชาชน.
กรุงเทพมหานคร : สานกั งานศาลปกครอง, ๒๕๔๕.
ดารงค์ ฐานดี. มานุษยวทิ ยาเบ้ืองตน้ . กรุงเทพมหานคร : โอเดยี นศโตร์, ๒๔๔๔.
ธีรยทุ ธ บญุ ม.ี ชาตนิ ิยมและหลงั ชาตินิยม. กรุงเทพมหานคร : สายธาร, ๒๕๕๖.
พระธรรมนูญศาลยุตธิ รรม พ.ศ ๒๕๔๓. กรุงเทพมหานคร : วิทยพฒั น์, ๒๕๔๔.
พระราชบญั ญตั ิรับราชการทหาร พ.ศ ๒๔๙๗. กรุงเทพมหานคร : สูตรไพศาล, ๒๕๔๗.
มานุษยวิทยาสิรินธร, ศนู ย.์ สงั คมและวฒั นธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพเ์ รือนแกว้ การ
พมิ พ,์ ๒๕๔๒.

ราชบณั ฑิตยสถาน. พจนานกรมศพั ทก์ ฎหมายไทย ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน. (พิมพค์ ร้งั ที่ ๒).
กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์การพิมพ,์ ๒๕๔๓.

วลยั ลกั ษณ์ ทรงศิริ. พิพธิ ภณั ฑข์ องธรรมดา. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยะพนั ธุ์,
๒๕๕๐.วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สานกั งานณะกรรมการการศกึ ษษข้นั พ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ,
สานกั . ตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมทช์ ุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย, ๒๕๕๑.
ศาลรัฐธรรมนูญ, สานักงาน. รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐.
กรุงเทพมหานคร : คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา, ๒๕๕๑
ศาลรัฐธรรมนูญ, สานกั งาน. ความรู้เบ้อื งตน้ เก่ยี วกบั ศาลรฐั ธรรมนูญ. กรุงเทพมหานคร : พี เพรส..
๒๕๕๑

ศรีศกั ร วลั ลิโภดม. พพิ ิธภณั ฑแ์ ละประวตั ิศาสตรท์ อ้ งถิน่ กระบวนการการเรียนรู้ร่วมกนั .
กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิเล็ก - ประไพ วริ ิยะพนั ธ์, ๒๕๕๑.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. สานกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแห่งชาต.ิ การศึกษารูปแบบและปัจจยั ที่
ชมุ นุมประสบความสาเร็จในการใชว้ ฒั นธรรมเสริมสร้างความมน่ั คงทางเศรษฐกจิ . กรุงเทพมหานคร
:โรงพิมพค์ ุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๔๕.
สภาทนายความ. กฎหมายเบ้อื งตน้ สาหรบั ประชาชน. กรุงเทพมหานคร : ประยรู วงศพ์ ริ้นต้ิง, ๒๕๔๐.

สีดา สอนตรี และคณะ. เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ : การเมือง เศรษฐกจิ และการต่างประเทศหลงั วก
ฤตเิ ศรษฐกจิ (พ.ศ ๒๔๔๐ - ๒๕๕0). กรุงเทพมหานคร : คณะรฐั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์,
๒๕๕๒.
สุทธิ ภบิ าลแทน และคณะ. จา้ วแผน่ ดินไทย ราชนั แห่งโลก. กรุงเทพมหานคร : อกั ษรเจริญทศั น,์
๒๕๕๐.
เสน่ห์ จามริก. การเมอื งไทยกบั พฒั นาการรัฐธรรมนูญ, กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิโครงการตารา
สงั คมศาสตร์และมนุษยศ์ าสตร์, ๒๕๔๙.
รมสังคมศาสตร์และมนุษยศ์ าสตร์, ๒๕๔๔.
สิทธิมนุษยชน : เกณฑค์ ุณคา่ และฐานความคิด. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิโครงการตา
สิทธิมนุษยชนในสังคมไทย, กรุงเทพมหานคร : มลู นิธิโครงการตาราสงั คมศาสตร์และ
มนุษยศ์ าสตร์, ๒๕๔๕.
สังคมศาสตร์และมนุษยศ์ าสตร์, ๒๔๔๗.
สิทธิมนุษยชน : เสน้ ทางสู่สันตปิ ระชาธรรม. กรุงเทพมหานคร : มลู นิธิโครงการตารา
ผตู้ รวจราชการแผน่ ดินและสานักงานคมุ้ ครองสิทธิและชว่ ยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน, สานกั งาน.
รวมกฎหมายทป่ี ระชาชนควรรู้. กรุงเทพมหานคร : ม.ป.n , ม.ป.ป
หยดุ แสงอทุ ยั . กฎหมายอาญาทวั่ ไป. กรุงเทพมหานคร : ศนู ยม์ านุษยวทิ ยาสิรินธร, ๒๕๕๑.

อนุกรรมการดาเนินงานและประสานงานวนั อนุรักษม์ รดกไทย, คณะ. แผนแม่บทวนั อนุรกั ษม์ รดกไทย
กรุงเทพมหานคร: ประชาชน, ม.ป.ป
อมร รักษาสัตย์ และคณะ. ประชาธิปไตย : อดุ มการณ์ หลกั การ และแบบอย่างการปกครองของหลาย
ประเทศ. กรุงเทพมหานคร : จฬุ ลงกรณม์ หาวิทยาลยั , ๒๕๔๓.
Kavaljit Singh. Questioning Globalization. London : Zed books Ltd, 2005.
Parker,John ; Mars,Leonard ; Ransome,Paul and Stanworth,Hilary. Social
A Basic Tool Kit. New Yok : Palvarge Macmillan, 2003
Trade and Human Development. Asia-Pacific Human Development Report
2006.
กรรมสรรพากร. ความรูเ้ รื่องภาษร. (ออนไลน)์ . สืบคน้ เม่อื ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๒, มาจาก
http://www.rd.go.th/publish/286.0.html
กระทรวงการต่างประเทศ. ๖o ปี ปฏญิ าสากลว่าดว้ ยสิทธิมนุษยชน. (ออนไลน)์ . สืบคน้ เม่อื ๒๑
กรกฎาคม ๒๕๕๒, มาจาก http://www.mfa.go.th/humanrights/
คณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ. แผ่นพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่
๑๑ (พ.ศ ๒๕๕๕ - ๒๔๔๙). (ออนไลน์). สืบคน้ เมอื่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗, มาจาก
http://www.nesdb.go.th
ศูนยม์ านุษยวทิ ยาสิรินธร (องคก์ ารมหาชน). กลมุ่ ชาตพิ นั ธุใ์ นประเทศไทย. (ออนไลน)์ . สืบคน้ เมื่อ
๑๐
กนั ยายน ๒๕๖๗, มาจาก http:/ /www.sac.or.th/databases/ethnic-groups/page/1

ภาคผนวก

ทรงออก“กฎหมายตราสามดวง” หรือเรียกอีกชื่อหน่ึงวา่ “ประมวลกฎหมายรัชกาลท่ี 1”
ทรงเปล่ียนธงชาติจากธงแดงเป็นธงชา้ งเผอื กบนพ้นื แดง

กบฏบวรเดช พ.ศ. 2476 ผนู้ าการเปล่ียนแปลง คอื พลเอกพระวรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ บวรเดช และพระยาศรีสิทธิ
สงคราม (ถิ่นท่าราบ) สาเหตุของการเปล่ียนแปลง เพ่ือลม้ ลา้ งการปกครองระบอบประชาธิปไตยและนาประเทศ
กลบั สู่การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

วนั มหาวปิ โยค 14 ตลุ าคม พ.ศ. 2516 ผนู้ าการเปลี่ยนแปลง คอื ประชาชน นิสิต นกั ศึกษา สาเหตขุ องการ
เปล่ียนแปลง เพื่อต่อตา้ นเผด็จการทหารท่ีครอบงาและลิดรอนสิทธ์ิเสรีภาพทางการเมืองของประชาชน

เหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ผนู้ าการเปลี่ยนแปลง คือ พลเรือเอกสงดั ชะลออยู่ สาเหตุของการเปลี่ยนแปลง
อา้ งวา่ นิสิตนกั ศึกษาที่เป็นผนู้ าการเปล่ียนแปลงทางการเมืองในวนั ท่ี 14 ต.ค. 2516 ไดร้ ับการสนบั สนุนจาก
คอมมิวนิสต์

การรัฐประหาร พ.ศ. 2534 (รสช.) ผนู้ าการเปล่ียนแปลง คือ พลเอกสุนทร คงสมพงษ,์ พลเอกสุจินดา คราประยรู
พลอากาศเอกเกษตร โรจนนิล สาเหตขุ องการเปลี่ยนแปลง การฉอ้ ราษฎร์บงั หลวงของคณะรัฐบาลที่มีพลเอก
ชาติชาย ชุณหะวณั เป็นนายกรัฐมนตรี

เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ (17-19 พ.ค. 2535) ผนู้ าการเปลี่ยนแปลง คือ ประชาชนทว่ั ไป นกั เรียน นกั ศึกษา สาเหตุ
ของการเปล่ียนแปลง นกั ศึกษา ประชาชน และนกั การเมืองบางกลมุ่ ร่วมกนั ต่อตา้ นการเขา้ ดารงตาแหน่งผนู้ า
ของพลเอกสุจินดา คราประยรู

รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 เหตุการณ์เม่ือวนั ท่ี 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16:30 น. โดยกองทพั ไทย
และสานกั งานตารวจแห่งชาติ ซ่ึงภายหลงั ไดจ้ ดั ต้งั เป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนั มี พลเอก
ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา


Click to View FlipBook Version