โครงงานวชิ าหน้าทพี่ ลเมือง
เรื่อง เศรษฐกจิ พอเพยี ง
เสนอ
ดร.พชั ราวรรณ เจริญพนั ธ์ุ
จัดทาโดย
นายชาญณรงค์ เฉกแสงทอง เลขท่ี 4
นางสาวพลฏั ฐ์พร สิงห์งาม เลขท่ี 22
นางสาวเกล้าขวัญ คงขวัญเมือง เลขที่ 23
นางสาวธนสิ รา ชูเชิด เลขที่ 24
นางสาวธวลั หทยั ปานเมฆ เลขที่ 25
นางสาวชิดชนก เดชศิริวนชิ เลขท่ี 26
นางสาวอรวรรยา กางก้นั เลขท่ี 27
นกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4/2
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565
โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลยั จังหวัดสุพรรณบุรี
สานักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี
ชื่อโครงงาน เศรษฐกิจพอเพยี ง
คณะผจู้ ดั ทา นายชาญณรงค์ เฉกแสงทอง เลขที่ 4
นางสาวพลฏั ฐ์พร สิงหง์ าม เลขท่ี 22
นางสาวเกลา้ ขวญั คงขวญั เมือง เลขท่ี 23
นางสาวธนิสรา ชูเชิด เลขท่ี 24
นางสาวธวลั หทยั ปานเมฆ เลขท่ี 25
นางสาวชิดชนก เดชศิริวนิช เลขท่ี 26
นางสาวอรวรรยา กางก้นั เลขที่ 27
อาจารยท์ ี่ปรึกษา ดร.พชั ราวรรณ เจริญพนั ธุ์
ปี การศึกษา 2565
ค หน้า
สารบญั ก
ข
เร่ือง ค
บทคดั ย่อ 1
กติ ติกรรมประกาศ 1
สารบัญ 1
บทท่ี 1 บทนา 1
1
- ความเป็นมาของโครงงาน 2
- วตั ถปุ ระสงค์ 2
- ขอบเขตของโครงงาน 2
- ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ ับ 2
2
บทท่ี 2 เอกสารและทฤษฏีที่เกยี่ วข้อง
10
- สถานที่ทอ่ งเท่ียวในภาคเหนือ 11
- สถานท่ีท่องเท่ียวในจงั หวดั เชียงราย 12
- สถานท่ีท่องเท่ียวในจงั หวดั เชียงใหม่
- สถานท่ีทอ่ งเท่ียงท่ีไดร้ ับความนิยมและน่าสนใจ
บทที่ 3 วสั ดอุ ปุ กรณ์และข้ันตอนการดาเนนิ งาน
-ข้นั ตอนและวธิ ีการดาเนินงาน
บทท่ี 4 ผลการศึกษาค้นคว้า
บทที่ 5 สรุปผล และอภิปรายผลการดาเนินงาน
บรรณานุกรม
ก
บทคัดย่อ
โครงงานหนา้ ที่พลเมือง เร่ืองเศรษฐกิจพอเพียง จดั ทาข้ึนเพอื่ หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ตามแนว
พระราชดารัส มีจุดม่งุ หมายเพือ่ ศึกษาเรื่องเกี่ยวกบั เกษตรต่าง ๆ เพอื่ ที่จะสามารถนามาใชก้ บั ชีวติ ประจาวนั
และสอดคลอ้ งกบั แนวพระราดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัว โดยคณะผจู้ ดั ทาไดอ้ อกศึกษาคน้ ควา้
จากอินเทอร์เนต็ ก็มีแนวความคิดจดั ทาข้นึ เป็นโครงงาน เพอื่ ใหท้ กุ คน มีความรู้เร่ืองหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง และเมื่อไดค้ วามรู้แลว้ ก็สามารถที่จะนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจาวนั ได้ เม่ือนาไปประยกุ ต์ใชก้ ็
ทาใหเ้ กิด ความพอเพียง พอมี พอกิน
ผลการศึกษาโครงงาน โครงงานพบว่ามีหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากอินเทอร์เน็ต โดยสรุป
โครงงานเรื่องหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการนามาใชเ้ พื่อศึกษา และสามารถ
นาความรู้ท่ีไดไ้ ปเผยแพร่ ใหแ้ ก่ประชาชนทุกคน เพ่อื ประยกุ ตใ์ ชก้ บั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ข
กติ ตกิ รรมประกาศ
โครงงานน้ีจดั ทาข้ึนเพื่อเร่ืองหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฉบบั น้ีสาเร็จไดด้ ว้ ยความอนุเคราะห์
ของผมู้ ีพระคุณทา่ นแรกที่ผศู้ ึกษาใคร่ขอกราบพระคุณคือ ทา่ นคุณครูพชั ราวรรณ เน่ืองสิทธะ ครูผสู้ อนท่ีได้
ใหค้ วามรู้ คาแนะนาตรวจทาน และแกไ้ ขขอ้ บกพร่องต่าง ๆ ดว้ ยความเอาใจใส่ทุกข้นั ตอน เพื่อให้การทา
โครงงาน เรื่องหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฉบบั น้ีสมบูรณ์ท่ีสุด ผศู้ ึกษาใคร่ขอกราบขอบพระคุณเป็ นอย่า
สูง ไว้ ณ โอกาส
ขอขอบพระคุณคุณพ่อ และคุณแม่ ท่ีอยเู่ บ้ืองหลงั ในความสาเร็จท่ีไดใ้ หค้ วามช่วยเหลือสนบั สนุนแ
ละใหก้ าลงั ใจตลอดมา
คณะผจู้ ดั ทา
1
บทท่ี 1
บทนา
1. ความเป็ นมาของโครงงาน
เน่ืองดว้ ยคณะผศู้ ึกษาไมม่ ีความเช่ียวชาญเก่ียวกบั เกษตรต่าง ๆ มีแนวความคิดจดั ทาโครงงานการงาน
อาชีพ เร่ือง เกษตรพอเพียง ตามแนวพระราชดารัส อยากมีความรู้เรื่องเกษตรต่าง ๆ เพ่ือประยุกต์ใชก้ บั
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว เพื่อท่ีจะไดอ้ อก สัมภาษณ์ ลงมือปฏิบตั ิจริง
และไดศ้ ึกษาคน้ คา้ หาความรู้เรื่องเกษตรพอเพียง ตามแนวพระราชดารัส ดว้ ยตนเอง และนาความรู้ท่ีไดไ้ ป
เผยแพร่ให้ความรู้นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4 และชาวบา้ นหมู่บา้ นใกลเ้ คียง และมีควาเช่ียวชาญเรื่อง
เกษตรตา่ ง ๆ มาก ๆ และมีโอกาสไดล้ งมือปฏิบตั ิจริงและสามารถสอบเรื่องเกษตร ไดผ้ ลสัมฤทธ์ิ ในระดบั
ดี ในภาคเรียนตอ่ ๆมา วชิ าการงานอาชีพทุกคนตอ้ งมีความรู้ความเช่ียวชาญ เกี่ยวกบั เกษตรตา่ ง ๆ การศึกษา
โครงงาน เรื่อง เกษตรพอเพียง พระราชดารัส จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสาหรับผทู้ ่ีตอ้ งการศึกษาคน้ ควา้
ตอ้ งการรู้จกั เร่ืองเกษตรต่าง ๆ ของพืชผกั ต่าง ๆ เช่น ผกั กาด ผกั หอม เป็ นตน้ ไดค้ วามรู้จากการศึกษา
คน้ ควา้ ในคร้ังน้ีมาก
2. วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่อื ศึกษาเรื่องเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. เพือ่ เผยแพร่ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ใหผ้ ทู้ ี่สนใจไดศ้ ึกษา
3. ขอบเขตของโครงงาน
ทาเพือ่ ใหบ้ คุ คลทวั่ ไปไดร้ ู้เกี่ยวกบั เศรฐกิจพอเพียงเเละไดค้ วามรู้การทาการเกษตรอีกท้งั การ
ทาเกษตรเป็นการพกั ผ่อนที่ช่วยลดความตึงเครียด พร้อมสร้างอาชีพและรายได้
4. ประโยชน์คาดว่าทจ่ี ะได้รับ
1.ไดศ้ ึกษาเก่ียวกบั เศรษฐกิจพอเพียง
2.ไดเ้ ผยแพร่ความรู้เร่ืองเศรษฐกิจพอเพยี งใหผ้ ทู้ ี่สนใจ
5. นยิ ามศัพท์
เศรษฐกิจ หมายถึง งานที่เกี่ยวกบั การผลิต การจาหน่ายจ่ายแจก และการบริโภคใชส้ อยส่ิงตา่ ง ๆ ของชุมชน
พอเพยี ง หมายถึง ที่มาก หรือพอดีกบั ความตอ้ งการ, เตม็ เท่าที่จาเป็น
เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจาเป็นที่ตอ้ งมีภูมิคมุ้ กนั ในตวั ที่ดี
พอสมควรต่อการรับ ผลกระทบใด ๆ ท่ีอาจเกิดจากการเปล่ียนแปลงท้งั ภายในและภายนอก
2
บทท่ี 2
เอกสารและทฤษฏที ่เี กยี่ วข้อง
สามารถสรุปเน้ือหาไดด้ งั น้ี
- หลกั ปรัชญา
- การนาไปใช้
หลกั ปรัชญา
…การพฒั นาประเทศจาเป็ นตอ้ งทาตามลาดับข้นั ตอ้ งสร้างพ้ืนฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของ
ประชาชนส่วนใหญ่เป็ นอันพอควรและปฏิบตั ิได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะ
เศรษฐกิจข้นั ท่ีสูงข้ึนโดยลาดบั ต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจข้ึนให้รวดเร็วแต่
ประการเดียว โดยไม่ใหแ้ ผนปฏิบตั ิการสัมพนั ธก์ บั สภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคลอ้ ง
ดว้ ย กจ็ ะเกิดความไมส่ มดุลในเรื่องตา่ ง ๆ ข้ึน ซ่ึงอาจกลายเป็นความยงุ่ ยากลม้ เหลวไดใ้ นท่ีสุด…
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบตั รของ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ณ หอประชุม
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ วนั พฤหสั บดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2517
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาท่ียดึ หลกั ทางสายกลาง ท่ีช้ีแนวทางการดารงอยแู่ ละปฏิบตั ิของประชาชนใน
ทุกระดบั ให้ดาเนินไปในทางสายกลาง มีความพอเพียง และมีความพร้อมท่ีจะจดั การต่อผลกระทบจาก
การเปลี่ยนแปลง ซ่ึงจะตอ้ งอาศยั ความรอบรู้ รอบคอบ และระมดั ระวงั ในการวางแผนและดาเนินการทุก
ข้นั ตอน ท้งั น้ี เศรษฐกิจพอเพียงเป็นการดาเนินชีวิตอยา่ งสมดุลและยงั่ ยนื เพื่อใหส้ ามารถอยไู่ ดแ้ มใ้ นโลก
โลกาภิวตั นท์ ี่มีการแขง่ ขนั สูง
แผนภาพแสดงแนวคดิ เศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เง่ือนไข
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีทรงปรับปรุงพระราชทานเป็ นท่ีมาของนิยาม “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” ที่
คณะอนุกรรมการขบั เคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ นามาใช้ในการรณรงค์เผยแพร่ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผ่านช่องทางส่ือต่าง ๆ อยู่ใน
ปัจจุบนั ซ่ึงประกอบดว้ ยความ “พอประมาณ มีเหตผุ ล มีภูมิคมุ้ กนั ” บนเง่ือนไข “ความรู้” และ “คุณธรรม”
ดร.จริ ายุ อศิ รางกูร ณ อยุธยา ประธานคณะอนุกรรมการขบั เคล่อื นเศรษฐกจิ พอเพยี ง อธบิ าย
ถงึ การพฒั นาตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง ว่า เป็นการพฒั นาท่ตี งั้ อยู่บนพ้นื ฐานของทางสายกลางและ
ความไม่ประมาท โดยคานึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมคิ ุ้มกันท่ีดีในตัว
ตลอดจนการใชค้ วามรู้ ความรอบคอบละคุณธรรมประกอบการวางแผน การตดั สนิ ใจและการกระทาต่าง
ๆ ความพอประมาณ หมายถงึ ความพอดี ทไ่ี ม่มากและไม่น้อยจนเกนิ ไป ไม่เบยี ดเบยี นตนเองและผอู้ ่นื
เช่น การผลติ และการบรโิ ภคทพ่ี อประมาณ ความมเี หตุผล หมายถงึ การใชห้ ลกั เหตุผลในการตดั สนิ ใจ
เร่อื งต่าง ๆ โดยพจิ ารณาจากเหตุปัจจยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ตลอดจนผลทค่ี าดว่าจะเกดิ ขน้ึ อย่างรอบคอบ การมี
ภูมคิ ุ้มกนั ท่ดี ี หมายถึง การเตรยี มตวั ให้พร้อมรบั ต่อผลกระทบท่เี กดิ ข้นึ จากการเปล่ยี นแปลงรอบตวั
ปัจจยั เหล่าน้ีจะเกดิ ขน้ึ ไดน้ ัน้ จะต้องอาศยั ความรู้ และคุณธรรม เป็นเงอ่ื นไขพน้ื ฐาน กล่าวคอื เงอ่ื นไข
ความรู้ หมายถงึ ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมดั ระวงั ในการดาเนินชวี ติ และการประกอบการ
งาน สว่ นเง่อื นไขคุณธรรม คอื การยดึ ถอื คุณธรรมต่าง ๆ อาทิ ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ความอดทน ความ
เพยี ร การมุง่ ตอ่ ประโยชน์สว่ นรวมและการแบง่ ปัน ฯลฯ ตลอดเวลาทป่ี ระยกุ ตใ์ ชป้ รชั ญา
อภชิ ยั พนั ธเสน ผูอ้ านวยการสถาบนั การจดั การเพ่อื ชนบทและสงั คม ได้จดั แนวคดิ เศรษฐกจิ
พอเพยี งว่าเป็น “ขอ้ เสนอในการดาเนินกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ตามแนวทางของพทุ ธธรรมอย่างแทจ้ รงิ ”
ทงั้ น้ีเน่ืองจากในพระราชดารสั หน่ึง ไดใ้ ห้คาอธบิ ายถงึ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ว่า “คอื ความพอประมาณ
ซ่อื ตรง ไมโ่ ลภมาก และตอ้ งไมเ่ บยี ดเบยี นผอู้ ่นื ”
ระบบเศรษฐกจิ พอเพยี งมุ่งเน้นใหบ้ ุคคลสามารถประกอบอาชพี ไดอ้ ย่างยงั่ ยนื และใชจ้ ่ายเงนิ ให้
ไดม้ าอยา่ งพอเพยี งและประหยดั ตามกาลงั ของเงนิ ของบุคคลนนั้ โดยปราศจากการกหู้ น้ียมื สนิ และถา้ มี
เงนิ เหลือ ก็แบ่งเก็บออมไว้บางส่วน ช่วยเหลือผู้อ่นื บางส่วน และอาจจะใช้จ่ายมาเพ่อื ปัจจยั เสรมิ อีก
บางสว่ น สาเหตุทแ่ี นวทางการดารงชวี ติ อย่างพอเพยี ง ไดถ้ ูกกล่าวถงึ อย่างกวา้ งขวางในขณะน้ี เพราะ
สภาพการดารงชวี ติ ของสงั คมทุนนิยมในปัจจุบนั ไดถ้ กู ปลูกฝัง สรา้ ง หรอื กระตนุ้ ใหเ้ กดิ การใชจ้ ่ายอย่าง
เกนิ ตวั ในเร่อื งท่ไี ม่เก่ยี วขอ้ งหรอื เกนิ กว่าปัจจยั ในการดารงชวี ติ เช่น การบรโิ ภคเกนิ ตวั ความบนั เทงิ
หลากหลายรปู แบบ ความสวยความงาม การแตง่ ตวั ตามแฟชนั่ การพนนั หรอื เสย่ี งโชค เป็นตน้ จนทาให้
ไม่มเี งนิ เพยี งพอเพ่อื ตอบสนองความต้องการเหล่านัน้ ส่งผลให้เกดิ การกู้หน้ียมื สนิ เกดิ เป็นวฏั จกั รท่ี
บคุ คลหน่งึ ไม่สามารถหลุดออกมาได้ ถา้ ไม่เปลย่ี นแนวทางในการดารงชวี ติ
ซ่ึง ดร. สุเมธ ตนั ติเวชกุล ได้กล่าวว่า “หลาย ๆ คนกลบั มาใช้ชวี ติ อย่างคนจน ซ่ึงเป็นการ
ปรบั ตวั เขา้ สคู่ ุณภาพ” และ “การลงมอื ทาดว้ ยความมเี หตุมผี ล เป็นคุณค่าของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ท่ีมา https://www.nhtech.ac.th/Sufficient/ สืบคน้ วนั ท่ี26สิงหาคม 2565
การนาไปใช้
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงน้ีถกู ใชเ้ ป็นกรอบแนวความคิดและทิศทางการพฒั นาระบบเศรษฐกิจมหภาคของ
ไทย ซ่ึงบรรจุอยใู่ นแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 10 เพ่ือมุ่งสู่การพฒั นาท่ีสมดุล ยงั่ ยนื
และมีภมู ิคุม้ กนั เพอ่ื ความอยดู่ ีมีสุข มุ่งสู่สงั คมท่ีมีความสุขอยา่ งยง่ั ยนื หรือที่เรียกวา่ “สังคมสีเขยี ว” ดว้ ย
หลกั การดงั กล่าว แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 10 น้ีจะไม่เนน้ เร่ืองตวั เลขการเจริญเติบโต
ทางเศรษฐกิจ แตย่ งั คงใหค้ วามสาคญั ตอ่ ระบบเศรษฐกิจแบบทวิลกั ษณ์ หรือระบบเศรษฐกิจท่ีมีความ
แตกตา่ งกนั ระหวา่ งเศรษฐกิจชุมชนเมืองและชนบท
แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยงั ถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2550 ในส่วน
ที่ 3 แนวนโยบายดา้ นการบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 78 (1) ความวา่ : “บริหารราชการแผน่ ดินให้
เป็นไปเพ่อื การพฒั นาสงั คม เศรษฐกิจ และความมน่ั คง ของประเทศอยา่ งยงั่ ยนื โดยตอ้ งส่งเสริมการ
ดาเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและคานึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวมเป็นสาคญั ”
สุรเกียรติ เสถียรไทย ในฐานะรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงตา่ งประเทศ กลา่ วเมื่อวนั ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.
2547 ในการประชุมสุดยอด The Francophonie Ouagadougou คร้ังท่ี 10 ที่ประเทศบูร์กินาฟาโซ วา่
ประเทศไทยไดย้ ดึ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงควบค่กู บั “การพฒั นาแบบยงั่ ยนื ” ในการพฒั นาประเทศท้งั
ทางดา้ นการเกษตรกรรม เศรษฐกิจ และการแขง่ ขนั ซ่ึงเป็นการสอดคลอ้ งเป้าหมายแนวทางของนานาชาติ
ในประชาคมโลก โดยยกตวั อยา่ งการแกป้ ัญหาวกิ ฤตเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540 ซ่ึงเมื่อยดึ หลกั ปรัชญาในการ
แกป้ ัญหาสามารถทาใหผ้ ลิตภณั ฑม์ วลรวมภายในประเทศ ของไทยเติบโตไดถ้ ึงร้อยละ 6.7
นอกจากเศรษฐกิจพอเพยี งจะมีประโยชน์ต่อประเทศไทย ท้งั ยงั มีความสาคญั ต่อการพฒั นาในตา่ งประเทศ
การประยกุ ตน์ าหลกั ปรัชญาเพ่อื นาไปพฒั นาประเทศในต่างประเทศเหลา่ น้นั ประเทศไทยไดเ้ ป็นศูนยก์ ลาง
การแลกเปลี่ยนผา่ นทางสานกั งานความร่วมมือเพื่อการพฒั นาระหวา่ งประเทศ โดยมีหนา้ ที่คอยประสานงาน
รับความช่วยเหลือทางวิชาการดา้ นตา่ ง ๆ จากต่างประเทศมาสู่ภาครัฐ แลว้ ถ่ายทอดต่อไปยงั ภาคประชาชน
และยงั ส่งผา่ นความรู้ที่มีไปยงั ประเทศกาลงั พฒั นาอ่ืน ๆ เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงน้นั สานกั งานความ
ร่วมมือเพ่อื การพฒั นาระหวา่ งประเทศไดถ้ ่ายทอดมาไมต่ ่ากวา่ 5 ปี และประสานกบั สานกั งาน
คณะกรรมการพิเศษเพ่อื ประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ และคณะอนุกรรมการขบั เคล่ือน
เศรษฐกิจพอเพียง ซ่ึงต่างชาติกส็ นใจเร่ืองเศรษฐกิจพอเพยี ง เพราะพิสูจนแ์ ลว้ วา่ เป็นสิ่งท่ีดีและมีประโยชน์
ซ่ึงแตล่ ะประเทศมีความตอ้ งการประยกุ ตใ์ ชป้ รัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไมเ่ หมือนกนั ข้ึนอยกู่ บั วิถีชีวิต สภาพ
ภูมิศาสตร์ของแต่ละประเทศ โดยไดใ้ หผ้ แู้ ทนจากประเทศเหล่าน้ีไดม้ าดูงานในหลายระดบั ท้งั เจา้ หนา้ ที่
ปฏิบตั ิงาน เจา้ หนา้ ที่ฝ่ายนโยบาย จนถึงระดบั ปลดั กระทรวง และรัฐมนตรีประจากระทรวงต่างๆ
7
บทที่ 3
วธิ ีการดาเนินโครงงาน
ในการศึกษาการจดั ทาโครงงาน เรื่อง เศษรฐกิจพอเพียง ผจู้ ดั ทาไดก้ าหนดแนวทางในการดาเนิน
โครงงานโดยมีรายละเอียด
1.ประชากรและกล่มุ ตัวอย่าง
1.1 ประชากรท่ีใชแ้ ละกลมุ่ ตวั อยา่ งนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลยั จงั หวดั
สุพรรณบุรี ปี การศึกษา 2564 มีจานวนท้งั หมด 42 คน
1.2 กลมุ่ ตวั อยา่ งประชากรที่ใชใ้ นการศึกษาคร้ังน้ี ไดแ้ ก่ นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4/2 โรงเรียน
กรรณสูตศึกษาลยั จงั หวดั สุพรรณบุรี ปี การศึกษา 2564 มีจานวนท้งั หมด 42 คน
2.เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใชใ้ นการรวบรวมคร้ังน้ี เป็นแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจโครงงานเร่ือง
เศรษฐกิจพอเพยี ง มีจานวน 42 ฉบบั
3.เครื่องมือที่ใช้ในการทา
ผจู้ ดั ทาไดส้ ร้างแบบประเมินสอบถามความพงึ พอใจในการจดั ทาโครงงานเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง
โดยมีลาดบั ข้นั ตอนการดาเนินดงั น้ี
3.1 ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวขอ้ งกบั เศรษฐกิจพอเพยี ง
3.2 กาหนดขอบเขตของเน้ือหาที่ตอ้ งการศึกษา
3.3 นาเอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง และขอ้ มูลตา่ งๆพฒั นาและสร้างเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการจดั ทาโครงงาน
4.การหาคณุ ภาพของเครื่องมือ
การศึกษาโครงงานสิ่งที่ใชแ้ บบสอบถามประเมินความพึงพอใจเป็นเครื่องมือในการจดั ทาโครงงาน
เรื่อง สถานที่ทอ่ งเท่ียวทางภาคเหนือโดยมีคุณภาพของเครื่องมือดงั น้ี
4.2 นาแบบสอบถามท่ีสร้างเสร็จแลว้ นาเสนอต่อคุณครู เพอ่ื พิจารณาสอบถามความถูกตอ้ ง
และเพ่ือแกไ้ ขปรับปรุงแบบสอบถามใหส้ มบรู ณ์ยง่ิ ข้นึ
4.3 นาแบบสอบถามท่ีผา่ นการตรวจสอบความถูกตอ้ งและแกไ้ ขปรับปรุงเรียบร้อยแลว้ ไปเก็บ
ขอ้ มลู สาคญั ในการทาโครงงานตอ่ ไป
8
5.การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู สาหรับการศึกษาคน้ ควา้ น้ี ผจู้ ดั ทาไดด้ าเนินการตามข้นั ตอนดงั น้ี
5.1 ผจู้ ดั ทาไดด้ าเนินการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลดว้ ยตนเองจากกลมุ่ ตวั อยา่ งท่ีกาหนดจานวน 42 ฉบบั
ผจู้ ดั ทาไดร้ ับแบบสอบถามเพ่ือการศึกษาวิเคราะห์ จานวน 42 ฉบบั คิดเป็นร้อยละ 100 ของแบบสอบถาม
ท้งั หมด
5.2 ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถามท่ีไดก้ นั แตล่ ะฉบบั เพ่อื นาแบบสอบถามท่ีสมบูรณ์
ไปดาเนินการวิเคราะห์ขอ้ มูลตอ่ ไป
6.วิเคราะห์ข้อมูล
6.1 แบบสอบถามประเมินความพึงพอใจโครงงานเรื่อง สถานท่ีทอ่ งเที่ยวทางภาคเหนือ ซ่ึงมี
ลกั ษณะคาตอบเป็นมาตรประมาณ 5 ระดบั ตงั น้ี
5 คะแนน หมายถึง อยใู่ นระดบั มากที่สุด
4 คะแนน หมายถึง อยใู่ นระดบั มาก
3 คะแนน หมายถึง อยใู่ นระดบั ปานกลาง
2 คะแนน หมายถึง อยใู่ นระดบั นอ้ ย
1 คะแนน หมายถึง อยใู่ นระดบั นอ้ ยที่สุด
6.1.1 วิเคราะห์ขอ้ มูลที่ไดโ้ ดยการหาค่าเฉลี่ย
6.1.2 นาผลการศึกษาที่ไดม้ าเขียนรายงานผลการศึกษา
9
บทท4ี่
ผลการศึกษาคน้ ควา้
จากการศึกษาเร่ือง เศรษฐกิจพอเพยี งในการจดั ทาโครงงานน้ีผจู้ ดั ทาได้ หาขอ้ มลู เเละ
ศึกษาเก่ียวกบั เศรษฐกิจพอเพยี งคณะผจู้ ดั ทาไดม้ ีการคน้ ควา้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั เศรษฐกิจพอเพียง
อยา่ งยงั่ ยนื ประเภทการเกษตรทางชุมชน ท่ีมีความสมบูรณ์ มีความสวยงามและความเป็น
เอกลกั ษณ์ มีกิจกรรมที่กลุ่มนกั ทอ่ งเท่ียวใหค้ วามสนใจ และมีความแปลกใหม่ โดยไดม้ ีการ
คน้ ควา้ หาขอ้ มลู จากนิตยสาร และคน้ ควา้ หาขอ้ มลู จากทางเวบ็ ไซตต์ า่ งๆประชากรท่ีไดศ้ ึกษา
จากเรื่องน้ีคือนกั เรียนมธั ยมศึกษาปี่ ที่ 4/2 จานวน 42 คน และไดท้ าแบบสอบถาม 42 ฉบบั คิด
เป็นอตั ราตอบกลบั ร้อยละ 100%
จากน้นั ผศู้ ึกษาไดน้ าขอ้ มูลการตอบแบบสอบถามมาวเิ คราะหโ์ ดยใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปทาง
สถิติโดยใชส้ ูตร
100 x จานวนแต่ละดา้ น
และการแสดงผลมี 3 แบบดงั น้ี
10
บทท่ี 5
สรุปผลการศึกษาและอภิปราย
1.สรุปผลการศึกษา
เพื่อทราบขอ้ มลู เศรษฐกิจพอเพยี งเพ่อื นาไปพฒั นาแนวทางการจดั การเกษตรใหเ้ หมาะสมและสร้าง
รายไดแ้ ก่ชุมชน
2.การนาผลการศึกษาไปใช้
ไดศ้ ึกษาเกี่ยวกบั เศรษฐกิจพอเพียง สามารถนาไปหารายไดแ้ ละสร้างอาชีพต่อไป
3.ข้อเสนอแนะ
ควรมีการประสานงานกบั หน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งกบั การเกษตรเพอ่ื เป็นไปไดส้ ะดวกเรียบร้อย
ควรมีการจดั ทาเน้ือหาของโครงงานใหห้ ลากหลายใหค้ รบทุกกลุ่มสาระ
ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการพฒั นา
11
บรรณานุกรม
มูลนิธิชัยพัฒนา. (2553)."เศรษฐกิจพอเพียง.กรุงเทพฯ สารคดี.
กรมขนส่งทางบก (2562).จุดเร่ิมต้นแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง (ออนไลน์)
เข้าถึงได้จาก
http://roadsafefund.dlt.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=301:series-
8&catid=8:2019-04-23-00-04-49&Itemid=107 . (วันที่ค้นหาข้อมูล/:/26 สิงหาคม 2565).
ANONYMOUS. (2555). หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง. [ออนไลน์]
เข้าถึงได้จาก
https://www.hii.or.th/wiki84/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%
E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A
8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8
%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87 (วันท่ีค้นหาข้อมูล/:/26 สิงหาคม
2565).
ภาคผนวก