The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือกฐินพระราชทานศาลปกครอง ปี 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krissy2728, 2021-11-11 22:24:29

หนังสือกฐินพระราชทานศาลปกครอง ปี 2564

หนังสือกฐินพระราชทานศาลปกครอง ปี 2564

งานถวายผา้ พระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง
ณ วัดเขมาภริ ตารามราชวรวิหาร

วันพฤหสั บดีที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

เอกสารประชาสมั พันธค์ วามรเู้ กยี่ วกบั ศาลปกครอง











นับเป็นเวลากว่า ๒๐ ปีแล้ว ท่ีศาลปกครองได้ท�ำหน้าท่ีในฐานะองค์กรศาลในกระบวนการ
ยตุ ธิ รรมทางปกครอง เพอ่ื ปกปอ้ งคมุ้ ครองสทิ ธขิ องประชาชน และสรา้ งบรรทดั ฐานในการปฏบิ ตั ริ าชการ
ที่ดีให้แก่หน่วยงานของรัฐมาโดยตลอดนับตั้งแต่เปิดท�ำการศาลปกครอง โดยปัจจุบันศาลปกครอง
ยังคงมุ่งม่ันปฏิบัติหน้าท่ีในการอ�ำนวยความยุติธรรมทางปกครอง เพ่ือสร้างความเป็นธรรมให้เกิดข้ึน
ในสังคมไทยมาอย่างตอ่ เนือ่ ง
นอกเหนือจากภารกิจหลักของศาลปกครองในเร่ืองการอ�ำนวยความยุติธรรมทางปกครอง
ให้แก่สังคมไทยแล้ว ศาลปกครองยังได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมด้วยเช่นกัน
ซึ่งหน่ึงในกิจกรรมทางสังคมที่ศาลปกครองได้ปฏิบัติสืบทอดมาเป็นประจ�ำทุกปี คือ การขอรับ
พระราชทานผ้าพระกฐิน เพ่ืออญั เชญิ ไปถวายวดั พระอารามหลวงตา่ งๆ
โดยในปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ นี้ ศาลปกครองไดร้ บั พระราชทานผา้ พระกฐนิ จากพระบาทสมเดจ็
พระวชิรเกล้าเจา้ อยหู่ วั เพอื่ อญั เชญิ ไปถวาย ณ วดั เขมาภิรตารามราชวรวิหาร (พระอารามหลวง ชัน้ โท
ชนิดราชวรวิหาร สังกัด คณะสงฆ์ธรรมยุต) ในวันพฤหัสบดีท่ี ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ พร้อมทั้งได้
เชิญชวนชาวพุทธศาสนกิ ชนและผ้มู จี ติ ศรัทธาร่วมบริจาคปัจจัยเพื่อร่วมอนโุ มทนาในครั้งนีด้ ้วย
การถวายผ้าพระกฐินในครง้ั นี้ ศาลปกครองไดจ้ ัดท�ำหนังสือทร่ี ะลกึ ข้ึนโดยได้รวบรวมความรู้
เกยี่ วกบั ประวตั คิ วามเปน็ มาของพธิ ที อดกฐนิ พธิ ถี วายผา้ พระกฐนิ พระราชทาน ประวตั คิ วามเปน็ มาของ
วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร ปูชนียวัตถุส�ำคัญของวัด นอกจากนี้ยังได้สอดแทรกเร่ืองราวเก่ียวกับ
ศาลปกครองรวมไวภ้ ายในเล่มเพอื่ มอบเปน็ ที่ระลกึ แด่ผู้มเี กยี รติท่ีเขา้ รว่ มงานในครงั้ นี้
ในโอกาสนี้ ศาลปกครองขอขอบคุณทุกท่านท่ีได้ร่วมบริจาคปัจจัยในการถวายผ้าพระกฐิน
พระราชทาน ประจ�ำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ จนส�ำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอให้ผลานิสงส์แห่งผลบุญ
ในการบ�ำเพ็ญกุศลในคร้ังน้ี จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญและ
ส�ำเร็จในสิง่ ที่ปรารถนาทกุ ประการ

(นายชาญชยั แสวงศักด์ิ)
ประธานศาลปกครองสงู สดุ
๑๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔

ประวตั กิ ารทอดกฐิน

ในสมัยพุทธกาล เม่ือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับ ณ พระเชตวนารามซ่ึงเป็นพระอารามท่ีอนาถ-
บณิ ฑิกเศรษฐไี ด้สรา้ งถวายเปน็ พทุ ธนวิ าสทเี่ มอื งสาวตั ถี ไดม้ ีภิกษุ ๓๐ รปู ชาวเมอื งปาฐา ซึง่ อยดู่ ้านทิศตะวันตก
ในแคว้นโกศล เดินทางมาหมายจะเฝ้าพระพุทธองค์แต่มาไม่ทันเพราะใกล้ถึงวันเข้าพรรษา จึงเข้าพักจ�ำพรรษา
ณ เมืองสาเกตอนั มีระยะทางห่างจากเมอื งสาวัตถรี าว ๖ โยชน์ ภิกษุท้งั ๓๐ รปู นนั้ ล้วนแต่เป็นผเู้ ครง่ ครดั ปฏิบัติ
ธดุ งค์ และตา่ งมคี วามศรทั ธาอย่างแรงกล้าที่จะได้เข้าเฝ้าพระบรมศาสดา เมือ่ ถึงวนั ออกพรรษาแลว้ กร็ บี เดินทาง
ไปยังเมืองสาวัตถีโดยไม่มีการรั้งรอ แม้ว่ายังเป็นช่วงที่ฝนยังตกหนักน้�ำท่วมอยู่ท่ัวไป แม้จะต้องฝ่าแดดกร�ำฝน
ลุยโคลนอย่างไร ก็ไม่ย่อท้อ เม่ือภิกษุท้ัง ๓๐ รูป ได้เข้าเฝ้าพระบรมศาสดาสมความตั้งใจแล้ว ครั้นพระองค์
ตรัสถามถึงการเดินทาง ภิกษุทั้ง ๓๐ รูป จึงได้เล่าเรื่องราวท้ังหมดให้ทรงทราบ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงตระหนักถึงความล�ำบากของภิกษุเหล่าน้ัน จึงเรียกประชุมภิกษุแล้วตรัสอนุญาตให้ภิกษุรับผ้ากฐินได้
เม่อื ออกพรรษาแลว้ นางวสิ าขาไดท้ ราบพทุ ธานุญาตและไดเ้ ป็นผถู้ วายผ้ากฐินเป็นคนแรก
การรับกฐินน้ันได้ก�ำหนดเอาไว้ตามพระวินัยคือ ๑ เดือน หลังจากออกพรรษาแล้ว ต้ังแต่วันแรม ๑ ค�่ำ
เดือน ๑๑ ถึงวันข้ึน ๑๕ ค่�ำ เดือน ๑๒ ซึ่งเรียกว่า สุดกฐินกาล ผู้มีจิตศรัทธาจะทอดกฐินก่อนหรือหลังเวลา
ท่ีก�ำหนดไว้ไม่ได้ ยกเว้นแต่ถ้าทายกผู้จะทอดกฐินนั้นมีเหตุจ�ำเป็น เช่น ต้องไปในทัพไม่สามารถอยู่ทอดกฐินได้
กม็ พี ทุ ธานญุ าตใหภ้ กิ ษรุ บั กฐนิ ได้ ตอ่ มาเมอื่ ภกิ ษมุ จี ำ� นวนมากขน้ึ ผา้ กฐนิ ทพ่ี ทุ ธศาสนกิ ชนทำ� ขน้ึ ไมพ่ อทจี่ ะถวาย
และภิกษุเองก็ไม่กล้าพอที่จะรับด้วยเกรงว่าจะเป็นการแก่งแย่งกันท�ำให้เกิดแตกความสามัคคี พระพุทธองค์จึง
ทรงบญั ญัติเป็นธรรมวินยั ขน้ึ วางหลักเกณฑก์ �ำหนดให้ภิกษุผมู้ ีจวี รครองเกา่ กวา่ ภกิ ษุรูปอน่ื ในอาวาสทีจ่ �ำพรรษา
ดว้ ยกนั ภกิ ษผุ รู้ อบรพู้ ระธรรมวนิ ยั ปฏบิ ตั ศิ าสนกจิ เปน็ ทย่ี กยอ่ งสรรเสรญิ เปน็ ทเี่ คารพนบั ถอื ของหมภู่ กิ ษใุ นอาวาส
ที่จ�ำพรรษาพร้อมกันเห็นชอบอนุโมทนาให้เป็นผู้รับครองผ้ากฐิน ซึ่งผู้น�ำมาถวายจะเจาะจงถวายผ้ากฐินแด่ภิกษุ
รูปใดรูปหนึ่งไมไ่ ด้ ต้องวางไว้แล้วกล่าวคำ� ถวายโดยไม่เจาะจง จึงเรยี กวา่ “การทอดกฐิน”
“กฐิน” เป็นงานบุญท่ีมีปีละครั้ง จึงจัดเป็น กาลทาน แปลว่า “ถวายทานตามกาลสมัย” ค�ำว่า “กฐิน”
มีความหมายท่เี ก่ียวข้องกันอย่หู ลายความหมายดังน้ี


งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔

กฐินท่ีเป็นชื่อของกรอบไม้ หมายถึง กรอบไม้แม่แบบส�ำหรับท�ำจีวรซ่ึงอาจเรียกว่าสะดึงก็ได้ เนื่องจาก
ในครั้งพุทธกาล การท�ำจีวรให้มีรูปลักษณะตามที่ก�ำหนดกระท�ำได้โดยยาก จึงต้องท�ำกรอบไม้ส�ำเร็จรูปไว้เพื่อ
เปน็ อปุ กรณส์ ำ� คญั ในการทำ� ผา้ นงุ่ ผา้ หม่ หรอื ผา้ หม่ ซอ้ นผนื ใดผนื หนง่ึ กไ็ ด้ ในภาษาไทยนยิ มเรยี กผา้ นงุ่ วา่ สบง
ผา้ หม่ ว่า จวี ร และ ผา้ หม่ ซ้อน วา่ สงั ฆาฏิ
การทำ� ผ้าโดยอาศัยแม่แบบเชน่ น้ีคือทาบผา้ ลงไปกบั กรอบไมแ้ ม่แบบแลว้ ตัดเยบ็ ยอ้ ม ท�ำใหเ้ สร็จในวันนน้ั
ด้วยความสามัคคีของสงฆ์ เป็นการร่วมใจกันท�ำกิจที่เกิดข้ึน และเม่ือท�ำเสร็จหรือพ้นก�ำหนดแล้ว แม่แบบหรือ
กฐินนั้นก็รื้อเก็บไว้ในการท�ำผ้าเช่นนั้นในปีต่อๆ ไป การร้ือไม้แม่แบบน้ีเรียกว่า เดาะ ฉะนั้น ค�ำว่า กฐินเดาะ
หรอื เดาะกฐนิ จึงหมายถงึ การรือ้ ไมแ้ ม่แบบเพ่ือเก็บไว้ใช้ในโอกาสหน้า
กฐินท่ีเป็นช่ือของผา้ หมายถึง ผ้าท่ถี วายใหภ้ กิ ษุภายในก�ำหนด ๑ เดือน นบั ต้ังแตว่ นั แรม ๑ คำ�่ เดือน ๑๑
ถึงขึ้น ๑๕ ค่�ำเดือน ๑๒ ผ้าท่ีจะถวายนั้นจะเป็นผ้าใหม่หรือผ้าเทียมใหม่ เช่น ผ้าฟอกสะอาดหรือผ้าเก่าหรือ
ผา้ บังสกุ ลุ คอื ผ้าที่เขาทิง้ แลว้ และเปน็ ผ้าเปอื้ นฝ่นุ หรอื ผา้ ตกตามร้านก็ได้ ผู้ถวายจะเปน็ คฤหัสถ์กไ็ ด้ เปน็ ภิกษุ
หรอื สามเณรกไ็ ด้ ถวายแกภ่ ิกษุแลว้ ก็เปน็ อนั ใชไ้ ด้
กฐินท่ีเป็นช่ือของการท�ำบุญ คือ การถวายผ้ากฐินแก่ภิกษุผู้จ�ำพรรษาอยู่ในวัดใดวัดหนึ่งครบ ๓ เดือน
เพ่ือสงเคราะห์ผู้ประพฤติปฏิบัติชอบให้มีผ้านุ่งหรือผ้าห่มใหม่ จะได้ใช้ผลัดเปล่ียนของเก่าที่จะขาดหรือช�ำรุด
การทำ� บญุ ถวายผา้ กฐนิ หรอื ทเี่ รยี กวา่ ทอดกฐนิ คอื ทอดหรอื วางผา้ ลงไปแลว้ กลา่ วคำ� วา่ ถวายในทา่ มกลางสงฆ์
กฐินท่ีเป็นชื่อของสังฆกรรม คือ กิจกรรมของสงฆ์ท่ีจะต้องมีการสวดประกาศขอรับความเห็นชอบจาก
ทป่ี ระชมุ สงฆ์ ในการมอบผา้ กฐนิ ให้แก่ภกิ ษรุ ูปใดรูปหน่งึ ย้อมทำ� เป็นจีวรผนื ใดผืนหนึง่

ประเภทของกฐิน

การทอดกฐนิ ทีป่ ฏิบตั ิกันในประเทศไทยตั้งแต่อดตี จนถึงปจั จบุ ัน แยกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ ๒ ประเภท คอื

กฐินหลวง และกฐนิ ราษฎร์

กฐนิ หลวง

เม่ือพระพุทธศาสนาได้เผยแผ่เข้ามายังประเทศไทย การทอดกฐินก็ได้กลายเป็นประเพณีท่ีสืบทอดกันมา
พระเจ้าแผ่นดินผู้ครองแผ่นดินสยามได้ทรงรับเร่ืองกฐินน้ีขึ้นเป็นพระราชพิธีอย่างหนึ่ง การท่ีพระเจ้าแผ่นดิน
ทรงบ�ำเพ็ญพระราชกุศลเก่ียวกับกฐินเป็นพระราชพิธีท�ำให้เรียกกฐินนี้ว่า กฐินหลวง วัดใดก็ตามไม่ว่าจะเป็น
วดั ราษฎรห์ รอื วดั หลวง หากพระเจา้ แผน่ ดนิ เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงถวายผา้ พระกฐนิ เรยี กวา่ กฐนิ หลวง ทง้ั สน้ิ
ในสมยั ตอ่ ๆ มา เมอื่ บา้ นเมอื งเจรญิ ขน้ึ ประชาชนมศี รทั ธาเจรญิ รอยตาม
พระราชศรัทธาของพระเจ้าแผ่นดินก็ได้รับพระมหากรุณาคุณให้ถวาย
ผ้าพระกฐินได้ตามสมควรแก่ฐานะ เป็นเหตุให้สามารถแบ่งแยกกฐินหลวง
ออกเปน็ ประเภทตา่ งๆ ดงั น้ี
๑. กฐินที่กำ� หนดเป็นพระราชพธิ ี
๒. กฐนิ ตน้
๓. กฐินพระราชทาน

งานถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ๗

๑. กฐนิ ทีก่ �ำหนดเป็นพระราชพธิ ี

กฐินดังกล่าวน้ีเป็นกฐินที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชด�ำเนินไปถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เองเป็น
ประจ�ำ ณ วัดส�ำคัญๆ ซ่ึงทางราชการก�ำหนดขึ้น มีหมายก�ำหนดการเสด็จพระราชด�ำเนินไว้อย่างเรียบร้อย
วัดส�ำคญั ดังกล่าวในต้ังอยู่ในกรุงเทพมหานคร และ สว่ นภมู ิภาค มีจ�ำนวน ๑๖ วดั คอื
๑. วดั พระเชตพุ นวิมลมังคลาราม (มพี ระบรมราชสรีรางคารรชั กาลที่ ๑)
๒. วัดมหาธาตุยวุ ราชรังสฤษฎ์ิ (เปน็ วดั คูพ่ ระบรมราชวงศจ์ ักรี)
๓. วดั สุทศั นเทพวราราม (มีพระบรมราชสรีรางคารรัชกาลท่ี ๘)
๔. วดั บวรนิเวศวหิ าร (มีพระบรมราชสรรี างคารรชั กาลที่ ๖)
๕. วดั เบญจมบพติ รดสุ ติ วนาราม (มีพระบรมราชสรรี างคารรัชกาลท่ี ๕)
๖. วดั ราชบพธิ สถิตมหาสมี าราม (มีพระบรมราชสรีรางคารรัชกาลท่ี ๗)
๗. วดั ราชประดษิ ฐสถิตมหาสมี าราม (มีพระบรมราชสรีรางคารรัชกาลที่ ๔)
๘. วดั เทพศิรินทราวาส (รชั กาลที่ ๕ ทรงสรา้ งอทุ ศิ ถวายพระบรมราชชนนี)
๙. วัดราชาธิวาส (มีพระบรมราชสรีรางคารสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถและพระบรมราช-
สรรี างคาร สมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวสั สาอยั ยกิ าเจ้า)
๑ ๐. วดั มกุฏกษัตรยิ าราม (มพี ระบรมราชานสุ รณ์รชั กาลที่ ๔)
๑๑. วดั อรุณราชวราราม (มพี ระบรมราชสรีรางคารรัชกาลที่ ๒)
๑๒. วัดราชโอรสาราม (มีพระบรมราชสรีรางคารรัชกาลท่ี ๓)
๑ ๓. วดั พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม (มพี ระบรมราชสรรี างคารรัชกาลที่ ๖)
๑๔. วัดสุวรรณดาราราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (เป็นวัดท่ีพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราช ทรงโปรดเกลา้ ฯ ใหบ้ รู ณปฏสิ งั ขรณเ์ พอื่ เปน็ อนสุ รณแ์ ดพ่ ระบรมชนกนาถและพระบรมราชชนนี
๑๕. วัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (เป็นวัดท่ีรัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชด�ำริให้สร้างเป็น
วดั ประจ�ำพระราชวังบางปะอิน)
๑๖. วัดพระศรรี ัตนมหาธาตุ จงั หวดั พิษณโุ ลก

วัดหลวงท้ังหมดนพ้ี ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวจะเสดจ็ พระราชด�ำเนนิ ไปถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองคเ์ อง
และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์หรือองคมนตรีหรือผู้ท่ีทรงเห็นสมควรเป็นผู้แทนพระองค์
ไปถวาย
กฐินที่ก�ำหนดเป็นพระราชพิธีนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส�ำนักพระราชวังออกหมายก�ำหนดการ
เป็นประจ�ำทกุ ปี จึงไม่มีการจองลว่ งหน้า

(คัดตดั ตอนจากหนงั สือแนวทางการจัดกิจกรรมเกย่ี วกบั พระมหากษัตรยิ ์ สำ� นักงานคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาต)ิ


งานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๖๔

๒ . กฐนิ ต้น

กฐินดังกล่าวนี้เกิดข้ึนเพราะพระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชด�ำเนินไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดที่มิใช่วัดหลวง
และมิไดเ้ สด็จไปอย่างเป็นทางการหรืออยา่ งเป็นพระราชพิธี แต่เปน็ การบ�ำเพญ็ พระราชกศุ ลสว่ นพระองค์
คำ� วา่ กฐนิ ตน้ นนั้ เกดิ ขนึ้ ในสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี ๕ ซงึ่ เปน็ พระมหากษตั รยิ ์
ผู้ทรงโปรดการเสด็จประพาสหัวเมืองต่างๆ เป็นการส่วนพระองค์ การเสด็จประพาสในลักษณะน้ันเรียกกันว่า
เสด็จประพาสต้น จึงเป็นมูลเหตุให้เรียกการเสด็จพระราชด�ำเนินถวายผ้าพระกฐินเป็นการส่วนพระองค์ว่า
พระกฐนิ ต้น เรยี กแบบเรอื นไทยทีท่ รงสรา้ งสำ� หรับประทบั อยา่ งชาวบา้ นว่า เรอื นต้น กันต่อมาอีกดว้ ย
การจะเสด็จพระราชดำ� เนินไปถวายผา้ พระกฐินต้นทวี่ ัดใดมหี ลกั เกณฑ์ ดงั นี้
๑. เป็นวัดที่ยงั ไม่เคยเสดจ็ พระราชดำ� เนินถวายผ้าพระกฐินมาก่อน
๒. ประชาชนมีความเล่อื มใสในวัดนนั้ มาก
๓. ประชาชนในท้องถิ่นน้ันไม่ค่อยมีโอกาสได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเมื่อเสด็จพระราชด�ำเนินไปจะได้
มโี อกาสเขา้ เฝ้าทูลละอองธลุ ีพระบาทอยา่ งใกล้ชิดดว้ ย

๓. กฐินพระราชทาน

เป็นกฐินที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานผ้าของหลวงแก่ผู้กราบบังคมทูลขอพระราชทานเพ่ือไปถวายยัง
วดั หลวง นอกจากวดั ส�ำคัญทีท่ รงกำ� หนดไวว้ ่าจะเสด็จพระราชดำ� เนนิ ด้วยพระองค์เอง (๑๖ วัดดงั ทีก่ ล่าวมาแลว้ )
เหตุท่ีเกิดกฐินพระราชทานเพราะว่าปัจจุบันวัดหลวงมีจ�ำนวนมาก จึงเปิดโอกาสให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ
ตลอดจนคณะบุคคลหรือบุคลากรท่ีสมควรรับพระราชทานผ้ากฐินไปถวายได้และผู้ที่ได้รับพระราชทานจะเพ่ิม
ไทยธรรมเปน็ สว่ นตวั โดยเสดจ็ พระราชกศุ ลดว้ ยตามก�ำลังศรัทธากไ็ ด้
ปัจจุบันกระทรวง ทบวง กรม คณะบุคคลหรือบุคคลใดมีความประสงค์จะรับพระราชทานผ้ากฐินไปถวาย
ณ วดั หลวงใดก็ตดิ ตอ่ ไปยงั กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ตามระเบียบ ซง่ึ เทา่ กบั เปน็ การจองกฐินไวก้ ่อน
น่ันเอง

เครื่องบริวารพระกฐินพระราชทาน

เปน็ สว่ นประกอบในการถวายพระกฐิน องค์พระกฐนิ คอื ผา้ ไตรจีวร นอกน้นั เปน็ บริวารพระกฐิน ดงั น้ี
- เครอ่ื งสักการบชู า เช่น เทียนพระปาตโิ มกข์ ผ้าหม่ พระประธาน เปน็ ต้น
- เครอ่ื งนอน เชน่ พรมปนู อน หมอน ผา้ แพรสีเหลอื งอ่อน เป็นต้น
- เครอ่ื งกิน เช่น บาตรพร้อมถุงบาตร ปิ่นโตสแตนเลส ช้อนสอ้ มคาว-หวาน เป็นต้น
- เครื่องใช้ เช่น ชดุ แกว้ นำ�้ กระบะมุก กระตกิ น�้ำรอ้ น โคมไฟตงั้ โต๊ะ เปน็ ตน้
- เครอ่ื งมอื โยธา เชน่ เครื่องมือช่าง เปน็ ต้น

ซ่ึงเม่ือใกล้เวลากฐินกาล ทางกรมการศาสนาจะมีหนังสือแจ้งมายังเจ้าภาพ ให้ไป
รับผา้ พระกฐินและเคร่อื งกฐินพระราชทาน ณ กลุ่มพธิ ี กองศาสนปู ถัมภ์ กรมการศาสนา
กระทรวงวัฒนธรรม (เจา้ ภาพผขู้ อรบั พระราชทานจะถวาย พัดรอง และเครอ่ื งไทยธรรม
อนื่ ๆ ได้ตามความประสงค์)

งานถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปีพทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ๙

ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับพระกฐินพระราชทาน ส�ำหรับผู้ขอรับพระราชทานและเจ้าหน้าท่ี
ท่ปี ฏบิ ัติงานพธิ ถี วายผา้ พระกฐนิ พระราชทาน

ประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน มิใช่ผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่เป็น
ผู้ท่ีได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินตามท่ีขอพระราชทานเพ่ืออัญเชิญไปถวาย ณ พระอารามหลวง ซึ่งพระบาท-
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยถือเป็นเกียรติแก่องค์กร หน่วยงานและวงศ์ตระกูลของ
ผู้ที่ขอรับพระราชทาน อันเป็นการสนองงานสถาบันพระมหากษัตริย์ในด้านการจรรโลงพระพุทธศาสนาให้มี
ความเจรญิ ม่นั คงสืบไป ดงั นนั้ เมอื่ ได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินพระราชทานแล้ว ผทู้ ่ไี ดร้ ับพระราชทานจะต้อง
ปฏบิ ตั ิให้ถูกตอ้ งและสมพระเกียรติ จึงกำ� หนดขอ้ ปฏบิ ัตเิ กย่ี วกบั พระกฐินพระราชทาน ดังนี้
๑. ผทู้ ข่ี อรบั พระราชทานผา้ พระกฐนิ จะตอ้ งเปน็ ผอู้ ญั เชญิ ผา้ พระกฐนิ ไปถวายดว้ ยตนเอง เนอ่ื งจากเปน็ การ
พระราชทานให้แก่บุคคลน้ัน ยกเว้น ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กร องค์การ สมาคมหรือหน่วยงาน สามารถ
มอบใหผ้ ู้บรหิ ารระดับรองลงมาเป็นประธานพิธีอัญเชิญไปทอดถวายได้
๒. ไม่มีการเรี่ยไร ลักษณะการบอกบุญบุคคลท่ัวไปหรือการพิมพ์เป็นฎีกาบอกบุญหรือการให้บุคคลใด
บุคคลหนึง่ ไปเร่ียไรในสถานที่สาธารณะ
๓. ไม่มกี ารเกณฑ์หรือจดั ให้หัวหนา้ ส่วนราชการไปร่วมพธิ ีถวายผา้ พระกฐินพระราชทาน

ข้นั ตอนการจดั เตรียมพธิ ีสงฆ์ในการถวายผ้าพระกฐนิ

๑. เมือ่ ขอรับพระราชทานผา้ พระกฐินแล้ว
- ประสานวนั เวลา ที่จะถวายผา้ พระกฐนิ กับทางวัด
- เตรียมสถานท่ีโดยการประสานกับทางวัด เช่น การจัดโต๊ะหมู่หน้าพระอุโบสถ การจัดสถานที่ การจัด
บริการเคร่อื งด่มื น�ำ้ ชา กาแฟ อาหาร เปน็ ต้น
๒. จัดเครื่องพระกฐิน (ผ้าไตรพร้อมบริวารกฐิน) เช่น บาตร หมอน ผ้าห่ม ปิ่นโต ฯลฯ จัดแต่งให้สวยงาม
เช่น หอ่ หรือผกู ริบบน้ิ แลว้ เชิญไปจัดต้งั ท่ีวดั ดา้ นท้ายอาสนส์ งฆใ์ นพระอโุ บสถ
๓. หากมีการสมโภชองค์พระกฐินในตอนเย็นวันก่อนวันถวายกฐิน ให้นิมนต์พระสงฆ์ ๙ หรือ ๑๐ รูป
มาเจริญพระพุทธมนต์ จบแลว้ ถวายไทยธรรม กรวดน้ำ� รับพร
๔. ในวันถวาย ควรหาศาสนพิธีกรและเจ้าหน้าที่ผู้มีความช�ำนาญมาปฏิบัติพิธี เพื่อควบคุมและล�ำดับ
ขั้นตอนตามก�ำหนดการที่ก�ำหนดไว้

๑๐
งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปพี ุทธศักราช ๒๕๖๔

การจดั โต๊ะหมูถ่ วายราชสักการะ

การจัดโต๊ะหมู่ถวายราชสักการะและการวางผ้าพระกฐินพระราชทาน หน้าพระอุโบสถ จะต้องประดิษฐาน
พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัว ไวท้ ่โี ตะ๊ กลางแถวบนสุด จากนั้นให้จัดวาง ดงั น้ี
๑. พาน หรือตะล่มุ มกุ สำ� หรับวางผ้าพระกฐนิ วางทโี่ ต๊ะตัวกลาง แถวกลาง พรอ้ มผา้ พระกฐนิ
๒. เครื่องราชสกั การะ (ธปู เทียนแพ กรวย ดอกไม้วางบนพาน) ทโี่ ต๊ะ ตวั กลางแถวลา่ ง
๓. พานพุ่ม แจกนั ดอกไม้ จัดวางบนโต๊ะทีใ่ ห้ดเู หมาะสมสวยงาม
๔. ไม่นิยมประดับธงชาติและธงใดๆ ติดกับโต๊ะหมู่ เพราะเม่ือลมพัด ธงอาจสะบัดท�ำให้อุปกรณ์ต่างๆ
บนโตะ๊ หมูต่ กหลน่ เสยี หายได้
๕. หากมีวงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ต้องจัดสถานที่ ต้ังแถวให้เหมาะสม ไม่กีดขวางทาง
เขา้ ออกของประธานในพธิ แี ละใหบ้ รรเลงเพลงสรรเสรญิ พระบารมใี นขณะทป่ี ระธานในพธิ ยี กผา้ ไตรขน้ึ อมุ้ ประคอง
ข้อสังเกต
๑. หากต้ังโต๊ะหมู่ถวายราชสักการะเป็นประจ�ำ เช่น การต้ังในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ซ่ึงไม่มีพิธีเปิด
จะต้องเปิดฝากรวยวางไว้เสมอ แต่หากงานใดมีพิธีเปิด ต้องปิดฝากรวยไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาประกอบพิธี
ประธานในพธิ ีจะเปน็ ผู้เปดิ กรวยเอง
๒. ให้ติดค�ำถวายกฐินไว้บนผ้าพระกฐินพระราชทาน เน่ืองจากเวลาถวาย ประธานในพิธีจะได้อ่านสะดวก
และควรท�ำสำ� เนาให้ฝกึ อ่านให้คล่องกอ่ นวนั พิธี

การเตรียมการในพิธีถวายผา้ พระกฐินพระราชทาน

วนั ถวายผา้ พระกฐนิ ศาสนพธิ กี รจดั เจา้ หนา้ ทน่ี ำ� เครอื่ งพระกฐนิ ทง้ั หมดตง้ั ไว้ ณ สถานทท่ี จี่ ะประกอบพธิ ถี วาย
เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร เป็นต้น โดยจัดโต๊ะตั้งไว้ด้านหน้าหรือท้ายอาสน์สงฆ์จัดหาภาชนะ เช่น โตก ตะลุ่ม
พาน ถาด ฯลฯ จัดต้ังวางเคร่ืองพระกฐินให้ดูเรียบร้อยสวยงามส�ำหรับไตรพระกฐิน ไม่ต้องห่อ หากมีผ้าขาวให้
วางทับบนผ้าไตรรัดติดกันไว้ พร้อมน�ำค�ำถวายพระกฐินปิดไว้ด้านบน น�ำผ้าห่มพระประธานวางทับค�ำถวาย
ใช้สก็อตเทปใสตดิ ไวก้ นั หลน่

ภายในพระอโุ บสถ

๑. จัดโตะ๊ ตัง้ ไวห้ นา้ พระสงฆ์รปู ท่ี ๒ วางพานแว่นฟ้าและพานพรอ้ มเทียนพระปาตโิ มกข์ หากประธานในพธิ ี
เปน็ ผูห้ ญิง ให้ตดิ ผา้ รับประเคนไวใ้ ต้พานทง้ั สองส�ำหรับพระสงฆ์ใช้จบั รับประเคนด้วย
๒. ท่ีนง่ั ประธาน จัดหันหน้าเขา้ หาพระสงฆ์ ผรู้ ่วมพิธีอน่ื ๆ จดั หันหนา้ ไปทางประธาน
๓. เตรยี มธูปเทยี นทีบ่ ูชา เทยี นชนวน ที่กรวดน�้ำ ชดุ น้ำ� ดมื่ ส�ำหรับประธาน เปน็ ต้น

งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ๑๑

การปฏิบตั ิพิธีถวายผา้ พระกฐินพระราชทาน

เมอ่ื ประธานพธิ เี ดนิ ทางถงึ สถานทป่ี ระกอบพธิ ี พธิ กี รเชญิ ประธานไปทโ่ี ตะ๊ หมปู่ ระดษิ ฐานพระบรมฉายาลกั ษณ์
และผา้ พระกฐินและปฏิบตั ิ ดงั นี้
๑. ยืนตรงห่างจากพระบรมฉายาลกั ษณ์เล็กน้อย พอเออ้ื มมือไปรบั ผ้าพระกฐนิ ได้
๒. ถวายความเคารพ (ชายถวายคำ� นับ หญงิ ถอนสายบัว)
๓. ยน่ื มอื ไปเปดิ ฝากกรวยกระทงดอกไมบ้ นธปู เทยี นแพ (เครอ่ื งราชสกั การะ) วางไวด้ า้ นขา้ ง ถวายความเคารพ
อกี ครงั้ หนง่ึ ยน่ื มอื ทงั้ สองขา้ งออกไปยกผา้ พระกฐนิ จากพานแวน่ ฟา้ อมุ้ ประคองไวย้ นื ตรง วงดรุ ยิ างคบ์ รรเลงเพลง
สรรเสริญพระบารมี ขณะผู้เป็นประธานอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานมาประคองไว้ระหว่างมือทั้งสอง จบ
ถวายความเคารพ
๔. ประธานเดนิ เขา้ สสู่ ถานทป่ี ระกอบพธิ ี ถงึ โตะ๊ ตรงหนา้ พระสงฆ์ วางผา้ พระกฐนิ บนพานแวน่ ฟา้ แลว้ หนั หนา้
ไปทางพระพทุ ธรปู รบั เทยี นชนวนจากศาสนพธิ กี ร จดุ ธปู เทยี นบชู าพระรตั นตรยั (โดยเรม่ิ จดุ เทยี นจากดา้ นซา้ ยมอื
ไปดา้ นขวามอื แล้วจดุ ธปู ในลักษณะเดยี วกนั ) สง่ เทียนชนวนคนื ใหศ้ าสนพิธีกร คุกเข่าลง กราบ ๓ ครงั้
๕. ลุกไปท่พี านแวน่ ฟ้า หยบิ ผ้าห่มพระประธานมอบใหเ้ จ้าหน้าทีห่ รือไวยาวจั กร
๖. ยกผ้าพระกฐินข้ึนอุม้ ประคอง พร้อมประนมมือ ผนิ หนา้ ไปทางพระพุทธรูป
๗. กลา่ วคำ� นมัสการ

ค�ำถวายผา้ พระกฐนิ พระราชทาน

“ นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พุทธธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พทุ ธธสั สะ ”
๘. ผินหน้ามาทางพระสงฆ์ กล่าวคำ� ถวายตามแบบที่ติดไวบ้ นผา้ พระกฐนิ ดังนี้
“ ผ้าพระกฐินทานกับทั้งผ้าอานิสงส์บริวารท้ังปวงน้ี ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร
มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ กอปรด้วยพระราชศรัทธา โปรดเกล้าโปรด
กระหม่อมพระราชทานให้.............................(ชื่อหน่วยงานองค์กร หรือบุคคลผู้ขอรับพระราชทาน) น้อมน�ำมา
ถวายแด่พระสงฆ์ ซึ่งจ�ำพรรษากาลถ้วนไตรมาสในอาวาสวิหารน้ี ขอพระสงฆ์จงรับผ้าพระกฐินทานน้ีกระท�ำ
กฐินตั ถารกจิ ตามพระบรมพทุ ธานุญาตนั้น เทอญ”
๙. กล่าวค�ำถวายจบแล้ว วางผ้าพระกฐินบนพานแว่นฟ้า ยกทั้งพานประเคนพระสงฆ์และประเคนพาน
เทียนพระปาติโมกข์ แล้วกลบั ไปน่ังทซ่ี ่ึงจัดไวส้ ำ� หรับประธาน
๑๐. พระสงฆ์กระท�ำพิธีอปโลกน์ และสวดญัตติทุริยกรรม พระสงฆ์รูปท่ีได้รับฉันทานุมัติให้เป็นผู้ครอง
กฐินลงไปครองผา้ แลว้ กลับขึน้ มานั่งท่ีอาสนะ
๑๑. ประธานถวายเคร่ืองบริวารกฐิน (เคร่ืองพระกฐินพระราชทานท้ังหมด) แล้วจึงถวายส่ิงของท่ีผู้ขอรับ
พระราชทานจัดมาทหี ลัง เช่น พดั รอง เปน็ ตน้ ผู้ร่วมพธิ ีถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆท์ ้ังหมด
๑๒. ศาสนพิธีหรือเจ้าหน้าที่การเงินประกาศยอดเงินที่ถวายให้ทราบท่ัวกัน ตามแบบเอกสารท่ีกรมการ
ศาสนาแนบมาพร้อมเคร่ืองพระกฐิน ประธานในพิธีถวายใบปวารณาจตุปัจจัยตามที่ประกาศแด่ประธานสงฆ์
พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานและผรู้ ่วมพธิ ีกรวดนำ้� รบั พร
๑๓. ประธานกราบลาพระรัตนตรัย กราบลาพระสงฆ์ หากพระสงฆ์มีของท่ีระลึกจะมอบให้ประธานก็มอบ
ตอนน้ี ประธานออกจากสถานที่ประกอบพธิ ี เปน็ เสรจ็ พธิ ีการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน

๑๒
งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปีพทุ ธศักราช ๒๕๖๔

กฐินราษฎร์

กฐินราษฎร์ เป็นกฐินท่ีประชาชนหรือราษฎรท่ีเล่ือมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนามีก�ำลังศรัทธาน�ำผ้ากฐิน
ของตนเองไปทอดถวาย ณ วัดต่างๆ (เว้นไว้แต่วัดหลวงท่ีกล่าวมาแล้วในกฐินหลวง) การทอดกฐินของราษฎร
ต้ังแต่อดตี ถึงปัจจุบันมีการเรยี กชอ่ื แตกตา่ งกนั ออกไปตามลักษณะวิธีการทอดถึง ๔ รปู แบบคือ
๑. กฐนิ หรือมหากฐนิ
๒. จุลกฐนิ หรือกฐนิ แล่น
๓. กฐนิ สามัคคี
๔. กฐินตกคา้ ง

๑. กฐนิ หรือมหากฐิน

เปน็ กฐนิ ทร่ี าษฎรนำ� ไปทอด ณ วดั ใดวดั หนงึ่ ซงึ่ ตนมศี รทั ธาเปน็ การเฉพาะ กลา่ วคอื ผใู้ ดมศี รทั ธาจะทอดกฐนิ
ณ วดั ใด กใ็ หท้ ำ� ใบปวารณาจองกฐนิ ตดิ ใบบอกไว้ ณ เขตวดั นน้ั ๆ เมอื่ ถงึ เวลากำ� หนดกน็ ำ� ผา้ กฐนิ ซง่ึ จะเปน็ ผนื เดยี ว
ก็ได้หลายผืนก็ได้ เป็นผ้าขาวซ่ึงยังมิได้ตัด หรือตัดออกเป็นชิ้นๆ พอท่ีจะประกอบเข้าเป็นจีวรผืนใดผืนหน่ึงก็ได้
ท�ำเสรจ็ แลว้ ยังมไิ ด้ยอ้ มหรอื ย้อมแล้วกไ็ ด้ อย่างใดอยา่ งหน่ึงจัดเป็นองค์กฐิน นำ� ไปทอด ณ วัดท่ีไดจ้ องไวน้ ั้น
นอกจากองค์กฐนิ แล้ว เจา้ ภาพบางรายอาจศรทั ธาถวายของอื่นๆ ไปพรอ้ มกับองคก์ ฐิน เรียกว่า บริวารกฐนิ
ตามที่นิยมกันประกอบด้วยปัจจยั ๔ คอื
๑. เครือ่ งอาศยั ของพระภิกษุสามเณร มไี ตร จวี ร บรขิ ารอ่นื ๆ ท่จี �ำเป็น
๒. เครือ่ งใชป้ ระจำ� ปี มีมงุ้ หมอน กลด เตยี ง ตง่ั โต๊ะ เกา้ อี้ โอง่ นำ้� กระถาง กระทะ กระโถน เตา ภาชนะสำ� หรบั
ใส่อาหารคาวหวาน
๓. เคร่ืองซอ่ มเสนาสนะ มีมีด ขวาน สิว่ เลื่อย ไมก้ วาด จอบ เสียม
๔. เคร่อื งคิลานเภสชั มียารกั ษาโรค ยาสฟี ัน แปรงสฟี นั อุปกรณ์ซกั ลา้ ง เปน็ ต้น
หรือจะมีอย่างอื่นนอกจากท่ีกล่าวมาน้ีก็ได้ ขอให้เป็นของที่สมควรแก่พระภิกษุสามเณรจะใช้อุปโภคบริโภค
เทา่ นน้ั หากจะมขี องทร่ี ะลกึ สำ� หรบั แจกจา่ ยแกค่ นทอี่ ยใู่ นวดั หรอื คนทมี่ ารว่ มงานกฐนิ ดว้ ยกไ็ ดส้ ดุ แตก่ ำ� ลงั ศรทั ธา
และอัธยาศยั ไมตรีของเจา้ ภาพ
นอกจากนนั้ ยงั มธี รรมเนยี มทเ่ี จา้ ภาพผทู้ อดกฐนิ จะตอ้ งมผี า้ หม่ พระประธานอกี หนง่ึ ผนื เทยี นสำ� หรบั จดุ ในเวลา
ทพี่ ระภกิ ษสุ วดปาตโิ มกขท์ เี่ รยี กสน้ั ๆ วา่ เทยี นปาตโิ มกข์ จำ� นวน ๒๔ เลม่ และมธี งผา้ ขาวเขยี นรปู จระเขห้ รอื สตั วน์ ำ้�
อยา่ งอน่ื เช่น ปลา นางเงือก ส�ำหรับปกั หนา้ วดั ที่อยตู่ ามรมิ น�้ำ เมอ่ื ทอดกฐินเสรจ็ แลว้ (ถ้าเปน็ วัดทีอ่ ยู่ไกลแม่น้�ำ
ให้มีธงผ้าขาวเขียนรูปตะขาบปักไว้หน้าวัดแทนรูปสัตว์น้�ำ) การปักธงนี้เป็นเคร่ืองหมายให้ทราบว่าวัดนั้นๆ ได้รับ
กฐนิ แลว้ และอนโุ มทนาร่วมกุศลด้วยได้ โดยธงแตล่ ะชนิดก็จะมีการสื่อความหมายแตกต่างกนั ไป ดงั น้ี

๑๓

งานถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปพี ุทธศักราช ๒๕๖๔

๑. ธงกฐินรูปจระเข้คาบดอกบัว หมายถึงความโลภ โดยปกติแล้วจระเข้เป็นสัตว์ขึ้นบกคร่ึงน�้ำ
ในบางช่วงขึ้นมานอนอ้าปากอยู่บนบกให้แมลงวันเข้ามาตอมอยู่ในปาก พอแมลงวันเข้าไปรวมกันหลายๆ ตัว
เข้าจึงงับปากเอาแมลงวันเป็นอาหาร ซึ่งเปรียบได้กับความโลภของมนุษย์ เม่ือมนุษย์มีความโลภจะปราศจาก
ความรู้สึกส�ำนึกช่ัวดี สนใจแต่ประโยชน์ของตน โดยไม่ค�ำนึงว่าสิ่งท่ีได้มานั้นมีความสกปรกแปดเปื้อนด้วย
ความไม่ดีไมง่ ามคือ อกุศลหรอื ไม่ ผอู้ นื่ จะได้รับผลอยา่ งไรจากการกระทำ� ของตนก็ไม่ไดใ้ ส่ใจ ดงั นัน้ ธงรูปจระเข้
ท่านจึงเปรียบเหมือนกบั ความโลภ ทท่ี �ำให้คนกอบโกยทุกสง่ิ ทกุ อยา่ งเทา่ ทีม่ ีช่องทางหรือโอกาส
๒. ธงกฐินรูปตะขาบหรือแมงป่องคาบดอกบัว หมายถึงความโกรธ โดยธรรมชาติแล้ว สัตว์ทั้งสอง
อยา่ งน้เี ปน็ สตั ว์ท่ีมีพิษรา้ ย ถา้ ใครโดนตะขาบและแมงป่องกดั หรอื ตอ่ ยเข้าแล้วจะรสู้ ึกเจ็บปวด แตค่ วามเจบ็ ปวด
เหล่านั้นมียาหรือของที่แก้ให้หายหรือบรรเทาปวดได้ เปรียบได้กับโทสะ เพราะโทสะนี้เป็นอารมณ์ท่ีเกิดขึ้นง่าย
เกิดขึ้นเร็วและรุนแรง แต่ก็หายเร็วหรือท่ีเรียกว่า โกรธง่ายหายเร็ว โทสะหรือความโกรธ มีความเจ็บปวดและ
มีความเสียหายเป็นผล ดังน้ันจึงเปรียบธงรูปตะขาบและธงรูปแมงป่องว่า เหมือนกับความโกรธ เพราะมี
ลักษณะคล้ายกนั คือ เกิดขึ้นง่าย เรว็ รนุ แรง มคี วามเจบ็ ปวดและหายเรว็ หรอื มที างท่ีจะรักษาใหห้ ายได้

๓. ธงกฐินรปู นางกินรีถอื ดอกบัว หมายถงึ ความหลงหรอื โมหะ โดยที่รปู รา่ งและศัพทท์ ใ่ี ช้เรียกกม็ คี วาม
ชัดเจนอยู่แล้ว กินรี แปลว่า คนอะไร หรือสัตว์อะไร ดูไม่ออกบอกไม่ถูกว่าเป็นรูปสัตว์หรือรูปคนกันแน่
เพราะว่าท่อนล่างมีรูปเป็นปลา ท่อนบนมีรูปร่างเป็นคน ศัพท์ว่า กินรีมาจากภาษาบาลีว่า “กึ นรี” แต่ผ่าน
กระบวนการแปลงศัพท์ของภาษาบาลีเป็น “กินนรี” แปลว่า “คนอะไร” หรือว่า คนผู้สงสัย, ผู้ยังสงสัย หรือ ผู้ที่
คนพบเห็นก็เกิดความสงสัย เพราะฉะน้ัน กินนรี หรือกินรีจึงเปรียบเสมือน โมหะ คือความหลงหรือผู้หลงหรือ
ความลังเลสงสยั นั่นเอง
๔. ธงกฐนิ รปู เต่าคาบดอกบวั มคี วามหมายถงึ ศีล หรืออินทรียส์ งั วร (การสำ� รวมระวงั อนิ ทรีย)์ โดยปกติ
สัญชาติญาณการหลบภัยของเต่า คือ การหดส่วนต่างๆ ของร่างกายเข้าไว้ในกระดอง อันตรายท่ีจะเกิดจาก
สตั วไ์ มว่ า่ จะมรี ปู รา่ งใหญโ่ ตสกั ปานใด กไ็ มส่ ามารถทจี่ ะทำ� อนั ตรายอะไรแกเ่ ตา่ ได้ หรอื สงั เกตงา่ ยๆ เวลาหมาเหา่
เต่าก็จะเก็บอวัยวะส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหัว หาง และขาไว้ภายในกระดอง หมาไม่สามารถท�ำอันตรายใดๆ
แก่เต่าได้ คนผู้สามารถท�ำบุญกฐินให้ได้บุญจริงๆ ต้องเป็นผู้ท่ีมีศีล คือ มีความส�ำรวมระวังไม่ให้อกุศลเกิดขึ้น
จากการที่อนิ ทรีย์ทั้ง ๖ ตา หู จมูก ล้นิ กาย ใจ กระทบสง่ิ ทเี่ ป็นสาเหตแุ หง่ อารมณ์ขัดเคือง หรอื ความไม่ไดด้ ัง่ ใจ
ตนคดิ อันทำ� ใหเ้ กดิ ความทอ้ ถอยโดยการอาศัย ศีล คือ ความม่ันคงในตวั เอง น่ันเอง

คดั จากหนงั สือกฎแห่งกรรม ท�ำดไี ดด้ ี ทำ� ชั่วได้ช่วั เลม่ ๓

๑๔
งานถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปีพทุ ธศักราช ๒๕๖๔

๒. จลุ กฐิน หรอื กฐินแลน่

เปน็ กฐนิ ทตี่ อ้ งอาศยั ความรว่ มมอื ของคนหมมู่ าก ตอ้ งเรง่ รบี ทำ� ใหเ้ สรจ็ เลยเรยี กวา่ กฐนิ แลน่ (ความหมายคอื
เรง่ รบี ตอ้ งแลน่ (วงิ่ ) จงึ จะเสรจ็ ทนั กาล) เจา้ ภาพผทู้ จี่ ะคดิ ทำ� จลุ กฐนิ เพอื่ ทอดถวาย ณ วดั ใดวดั หนงึ่ จะตอ้ งมบี ารมี
มีพวกพ้องคอยช่วยเหลือ เพราะต้องเร่ิมจากการน�ำฝ้ายท่ีแก่ใช้ได้แล้วแต่ยังอยู่ในฝัก มีปริมาณมากพอที่จะท�ำ
เป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่งได้แล้ว ท�ำพิธีสมมติว่าฝ้ายจ�ำนวนนั้นได้มีการหว่านแตกงอก ออกต้น เติบโต ผลิดอก
ออกฝกั แกส่ ุก แล้วเกบ็ มาผ่านกระบวนการเพ่ือนำ� ไปทอเป็นแผน่ ผ้าตามขนาดท่ีต้องการนำ� ไปทอดเป็นผ้ากฐนิ
เมื่อพระสงฆ์รับผ้านั้นแล้ว มอบแก่พระภิกษุผู้เป็นองค์ครองซ่ึงพระภิกษุองค์ครองจะจัดการต่อไปตาม
พระวินัยหลังจากน้ันผู้ทอดต้องช่วยท�ำต่อ คือ น�ำผ้านั้นมาขย�ำทุบซักแล้วไปตากให้แห้งน�ำมาตัดเป็นจีวรผืนใด
ผืนหนึ่งแล้วเย็บย้อม ตากแห้ง พับ ทับรีดเสร็จเรียบร้อยน�ำไปถวายพระภิกษุองค์ครองอีกคร้ังหน่ึง เพื่อให้
ท่านท�ำพินทุอธิษฐานเสร็จการพินทุอธิษฐานแล้วจะมีการประชุมสงฆ์แจ้งให้ทราบ พระภิกษุสงฆ์ท้ังหมดจะ
อนุโมทนาเปน็ เสรจ็ พธิ ีจลุ กฐนิ
แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม ในกรณีที่ผทู้ อดกฐนิ ไมม่ ีก�ำลงั มาก ก็สามารถตดั วธิ กี ารในตอนต้นๆ ออกเสยี ก็ได้ โดยเรมิ่
ต้ังแต่การน�ำเอาผ้าขาวผืนใหญ่มากะประมาณให้พอที่จะตัดเห็นจีวรผืนใดผืนหนึ่งแล้วน�ำไปทอด เม่ือภิกษุสงฆ์
ท่านน�ำไปด�ำเนินการตามพระวินัยแล้ว ก็ช่วยท�ำต่อจากท่าน คือ ซัก กะ ตัด เย็บ ย้อมให้เสร็จ แล้วน�ำกลับไป
ถวายพระภิกษุองค์ครองเพอื่ พินทุอธษิ ฐานต่อไปเหมอื นวิธีท�ำท่กี ล่าวมาแล้วในการทำ� จลุ กฐนิ เตม็ รูปแบบ
สว่ นบริวารของจุลกฐิน ผ้าห่มพระประธาน และเทียนปาติโมกข์ ตลอดจนธงจระเข้ ตะขาบ กเ็ ป็นเช่นเดยี ว
กับมหากฐนิ

๓. กฐินสามคั คี

เป็นกฐินที่มีเจ้าภาพหลายคนร่วมกัน จะบริจาคมากน้อยอย่างไรไม่ก�ำหนด เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก
ในการด�ำเนินการก็มักจะตั้งคณะท�ำงานข้ึนมาคณะหน่ึงเป็นผู้ด�ำเนินการ ตั้งแต่มีหนังสือบอกบุญไปยังผู้อ่ืน
เมื่อได้ปัจจัยมาก็น�ำมาจัดผ้าอันเป็นองค์กฐินรวมท้ังบริวารต่างๆ เมื่อมีปัจจัยเหลือ ก็น�ำถวายวัดเพ่ือช่วยเป็น
ค่าใช้จ่ายในการบูรณปฏิสังขรณ์ กุฏิ โบสถ์ เจดีย์ เป็นต้น กฐินสามัคคีนี้มักจะน�ำไปทอดยังวัดที่ก�ำลังมีการ
กอ่ สรา้ งหรือปฏสิ ังขรณเ์ พื่อเป็นการสมทบทนุ ให้สิง่ อันพงึ ประสงค์ของวดั ให้ส�ำเรจ็ เสร็จสน้ิ ไปโดยเร็ว
เรื่องของกฐินสามัคคีเป็นท่ีนิยมแพร่หลายกันมาก เพราะนอกจากจะถือกันว่าเป็นบุญเป็นกุศลแล้ว
ยังเป็นการช่วยท�ำนุบ�ำรุงวัด ตลอดจนเป็นการสร้างความสมานสามัคคีของชุมชนให้มีความรักมั่นกลมเกลียว
อนั เน่ืองมาจากอานสิ งส์ของกฐนิ สามัคคนี ่ันเอง

๔. กฐินตกค้าง

กฐินประเภทนี้มีช่ือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กฐินตกหรือกฐินโจร หมายถึงการท่ีมีผู้ศรัทธาไปสืบเสาะหา
วัดในท้องถ่ินห่างไกลท่ีเป็นวัดตกค้างไม่มีผู้ทอดกฐิน เพ่ือทอดกฐินตามปกติในวันใกล้ๆ จะส้ินหน้าทอดกฐิน
หรือในวันสุดท้ายของกาลกฐิน (คือวันก่อนวันแรม ๑ ค�่ำ เดือน ๑๒) เหตุที่การทอดกฐินอย่างนี้เรียกว่า
กฐินตกค้างหรือเรียกว่า กฐินตก บางถิ่นก็เรียก กฐินโจร เพระกิริยาอาการที่ไปทอดอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว จู่ๆ ก็
ไปทอด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้าให้วัดรู้ เพ่ือเตรียมตัวกันได้พร้อมและเรียบร้อย การทอดกฐินตกถือว่าได้บุญ
อานิสงส์แรงกว่าทอดกฐินตามธรรมดา บางคนเตรียมข้าวของไปทอดกฐินหลายๆ วัด แต่ได้ทอดน้อยวัด
เครื่องไทยธรรมท่ีตระเตรียมเอาไปทอดยังมีเหลืออยู่ หรือบางวัดทอดไม่ได้ (อาจเป็นที่ไม่ครบองค์สงฆ์) ก็เอา
เคร่อื งไทยธรรมเหลา่ นน้ั จดั ท�ำเปน็ ผ้าปา่ เรียกกันวา่ ผ้าป่าแถมกฐนิ

๑๕

งานถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๖๔

ศาลปกครองกบั การสง่ เสรมิ พระพทุ ธศาสนา

ศาลปกครอง องคก์ รตลุ าการทที่ ำ� หนา้ ทอี่ ำ� นวยความยตุ ธิ รรมทางปกครอง นอกจากจะมบี ทบาท
หนา้ ทใ่ี นการปกปอ้ งสทิ ธขิ องประชาชนและคมุ้ ครองประโยชนส์ ว่ นรวมใหไ้ ดด้ ลุ ยภาพกนั แลว้ ในฐานะทเ่ี ปน็
องค์กรหน่ึงของสังคมไทยท่ีมีพระพุทธศาสนาเป็นหลักปฏิบัติ ศาลปกครองจึงมีบทบาทในการท�ำนุบ�ำรุง
พระพทุ ธศาสนาเพอ่ื ใหม้ น่ั คงถาวรสบื ไปอกี ดว้ ย
สำ� หรบั ปที ผี่ า่ นๆมาศาลปกครองไดร้ บั พระมหากรณุ าธคิ ณุ โปรดเกลา้ ฯใหเ้ ปน็ ตวั แทนนำ� ผา้ พระกฐนิ
พระราชทานไปถวายแดพ่ ระสงฆผ์ จู้ ำ� พรรษามาแลว้ ๑๙ ครงั้ ดงั นี้
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๔๓ ณ วดั พชิ ยญาตกิ ารามวรวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๔๔ ณ วดั ทองธรรมชาติ
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๔๖ ณ วดั สระเกศราชวรมหาวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๔๗ ณ วดั โสมนสั ราชวรวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๔๙ ณ วดั มหรรณพารามวรวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ ณ วดั ราชคฤหว์ รวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ณ วดั โมลโี ลกยารามราชวรวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ ณ วดั คฤหบดี
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓ ณ วดั บรุ ณศริ มิ าตยาราม
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๔ ณ วดั บรมนวิ าสราชวรวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๕ ณ วดั ระฆงั โฆสติ ารามวรมหาวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๖ ณ วดั สระเกศราชวรมหาวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๗ ณ วดั พระศรมี หาธาตุ วรมหาวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๘ ณ วดั ชนะสงคราม ราชวรมหาวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๙ ณ วดั บวั ขวญั (พระอารามหลวง)
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ณ วดั อนงคาราม วรวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑ ณ วดั ชลประทานรงั สฤษด์ิ พระอารามหลวง
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ ณ วดั เฉลมิ พระเกยี รตวิ รวหิ าร
ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓ ณ วดั สรอ้ ยทอง พระอารามหลวง
และในปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ นี้ พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ศาลปกครองโดย
นายชาญชยั แสวงศกั ดิ์ ประธานศาลปกครองสงู สดุ เปน็ ผนู้ ำ� ผา้ พระกฐนิ ไปถวายแดพ่ ระสงฆ์ ผอู้ ยจู่ ำ� พรรษา
ณ วดั เขมาภริ ตารามราชวรวหิ าร ในวนั พฤหสั บดที ่ี ๑๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔

๑๖
งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปพี ุทธศกั ราช ๒๕๖๔

วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร มีพ้ืนที่

๒๖ ไร่ ตงั้ อยเู่ ลขท่ี ๗๔ หมทู่ ี่ ๘ ถนนพบิ ลู สงคราม ตำ� บลสวนใหญ่ อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั นนทบรุ ี
อยทู่ างดา้ นใตต้ วั เมอื งนนทบรุ ี รมิ ฝง่ั ตะวนั ออกของแมน่ ำ�้ เจา้ พระยา
อาณาเขตตดิ ต่อ
ทศิ ตะวนั ออก จรดโรงเรยี นสตรนี นทบรุ ี
ทศิ เหนอื จรดโรงเรยี นกลาโหมอทุ ศิ และโรงเรยี นวดั เขมาภริ ตาราม ถงึ ถนนพบิ ลู สงคราม
ทศิ ตะวนั ตก จรดแมน่ ำ้� เจา้ พระยา
ทศิ ใต้ จรดวดั พลบั พลา เลยี บไปตามคคู น่ั รอบวดั

งานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ๑๗

วดั เขมาภริ ตาราม เปน็ วดั โบราณสรา้ งขน้ึ ในสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยาตอนตน้ เรยี กวา่ “วดั เขมา”ตอ่ มา
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์บรมราชินี
พระอคั รมเหสี ทรงขอวดั นมี้ าอยใู่ นพระบรมราชนิ ปู ถมั ภ์ และทรงปฏสิ งั ขรณใ์ หม่ ใหข้ ยายพระอโุ บสถ
โดยการสรา้ งครอบพระอโุ บสถหลงั เกา่ และไดโ้ ปรดฯใหห้ ลอ่ พระประธานองคใ์ หมส่ วมทบั พระประธาน
องคเ์ กา่ ไวภ้ ายในปฏสิ งั ขรณพ์ ระพทุ ธรปู ทกุ องคร์ วมทง้ั โปรดฯใหก้ อ่ กำ� แพงรอบพระอโุ บสถมพี ระเจดยี ์
ทง้ั สท่ี ศิ แลว้ ทรงสรา้ งศาลาการเปรยี ญฝากระดานหลงั หนงึ่ หนา้ พระอโุ บสถและไดท้ ำ� การฉลองสมโภช
การปฏสิ งั ขรณท์ ง้ั หมดในปี พ.ศ. ๒๓๗๑ การปฏสิ งั ขรณใ์ นครง้ั นี้ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้
นภาลยั และกรมพระราชวงั บวรฯ ไดเ้ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ มาวางศลิ าฤกษถ์ งึ ๒ ครงั้
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้ร้ือพระต�ำหนักแดงทั้งหมู่ไปถวาย
กรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ซ่ึงขณะนั้นย้ายไปประทับกับพระราชโอรสที่พระราชวังเดิม
กรุงธนบุรี เม่ือกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ สวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า
เจา้ อยหู่ วั ไดโ้ ปรดฯ ใหร้ อื้ พระตำ� หนกั แดงไปปลกู ถวายเปน็ กฏุ พิ ระราชาคณะทวี่ ดั โมลโี ลกยาราม
จนต่อมารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดเขมาฯ ใหม่
ท้ังพระอาราม และพระราชทานสร้อยนามต่อท้ายว่า “วัดเขมาภิรตาราม” ทรงจัดซ้ือที่สวนถวาย
เพม่ิ เตมิ และขดุ ครู อบวดั ปฏสิ งั ขรณซ์ อ่ มแซมในพระอโุ บสถ ทรงสรา้ งพระอสตี มิ หาสาวก ๘๐ องค์
ให้ย้ายพระเจดีย์เดิมของกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ท่ีอยู่มุมทั้งส่ีของพระอุโบสถให้ไป
ตงั้ อยใู่ นมมุ พระมหาเจดยี แ์ ละทรงสรา้ งพระวหิ ารนอ้ ย ๒ หลงั ทมี่ มุ กำ� แพงดา้ นหนา้ พระอโุ บสถเปน็
ที่ไว้พระพุทธรูปทรงสร้างศาลาการเปรียญใหม่เป็นตึก รวมท้ังกุฏิทรงไทยที่อยู่ของพระภิกษุสงฆ์
หอพระไตรปฏิ ก หอสวดมนต์ หอระฆงั สะพาน ศาลา โรงไฟ ฯลฯ

๑๘
งานถวายผา้ พระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปีพุทธศักราช ๒๕๖๔

ในปี พ.ศ.๒๓๙๗ โปรดฯ ใหน้ มิ นตพ์ ระภกิ ษจุ ากวดั ไชยฉมิ พลไี ปอยวู่ ดั เขมาฯ ๑๑ รปู และเสดจ็
พระราชดำ� เนนิ ไปทอดกฐนิ ทว่ี ดั เขมาฯ ดว้ ยพระองคเ์ องอกี ดว้ ย
ในปี พ.ศ.๒๔๐๑ ทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้อัญเชิญพระอินทร์แปลง ซึ่งเป็นพระพุทธรูป
สัมฤทธ์ิจากพระราชวังจันทรเกษมพระนครศรีอยุธยา ลงมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถวัดเขมาฯ
พระพุทธรูปองค์นี้เป็นแบบสุโขทัย ปัจจุบันก็ยังคงประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ หน้าพระประธาน
และพระอสีติมหาสาวก นอกจากน้ันยังได้โปรดฯ ให้ย้ายพระต�ำหนักแดงจากวัดโมลีโลกยาราม
มาปลูกไว้ทางทิศใต้ของพระอุโบสถเป็นกุฏิเจ้าอาวาสวัดเขมาฯ และทรงสร้างกุฏิตึกถวายแทน
ปจั จบุ นั พระตำ� หนกั แดงกย็ งั คงอยทู่ ว่ี ดั เขมาฯ
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้ร้ือพระท่ีนั่งมูลมณเฑียร ซ่ึง
เดิมอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ย้ายมาปลูกไว้ทางด้านเหนือของวัดเขมาฯ ปลูกตามแบบเดิมมี
เสาสงู ยนั ชายคาอยรู่ อบตกึ ปจั จบุ นั ใชเ้ ปน็ หอ้ งสมดุ ของโรงเรยี นกลาโหมอทุ ศิ
พระอโุ บสถในปจั จบุ นั เปน็ แบบสมยั รชั กาลที่๔ ภายในมรี ปู วาดเปน็ แบบจติ รกรรมไทยผสมผสาน
กับศิลปะจีนและยุโรป ประกอบไปด้วยรูปเทพชุมนุม รูปกระถางต้นไม้แบบจีน และดอกไม้ที่เป็น
ลวดลายเลยี นแบบฝรงั่ ฝาผนงั เบอ้ื งหลงั พระประธานเจาะเปน็ ชอ่ งมพี ระนอนและดา้ นหลงั พระประธาน
ยังมีพระพุทธรูปทรงเครื่องขนาดใหญ่สมัยรัตนโกสินทร์ประทับยืนอยู่ ๒ องค์ ปัจจุบันด้านหน้า
พระประธานและพระอสีติมหาสาวก มีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ
พระรูปของสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ช่ืน นพวงศ์) ประดิษฐานอยู่
ภายนอกพระอุโบสถด้านทิศตะวันออก คือด้านหลังพระประธานสร้างเป็นซุ้มจารนังยื่นออกไป
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้ช่างปั้นพระศรีอาริยเมตไตรยไว้เพ่ือแก้เคล็ดคติ
ความเชอื่ โบราณทไ่ี มน่ ยิ มสรา้ งพระประธานหนั พระพกั ตรไ์ ปทางทศิ ตะวนั ตก
๑๙
งานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔

พระมหาเจดยี แ์ ละพระเจดยี ์ทั้ง ๔
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งเมอื่ ๒๖ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๓๙๗ อยู่
ดา้ นหลงั พระอโุ บสถแบบศลิ ปอยธุ ยา มคี วามสงู ประมาณ ๓๐ เมตร ภายในบรรจพุ ระบรมสารรี กิ ธาตุ
๓ องค์ ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง แล้วโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดงานฉลองในวันพุธ ขึ้น ๔ ค่�ำ เดือนย่ี
ตรงกบั วนั ท่ี ๒๔ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๐๖ ตอ่ มาไดร้ บั ความเสยี หายจากสงครามโลกครงั้ ที่ ๒ สว่ นยอด
พระมหาเจดีย์ได้หักลงมาถึงปล่องไฉน เม่ือซ่อมเสร็จเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๖ สมเด็จ
พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์ (ชนื่ นพวงศ)์ ทรงดำ� รจิ ดั ใหม้ กี ารสมโภชเปน็ งานนมสั การ
พระบรมสารรี กิ ธาตเุ ปน็ ประจำ� ทกุ ปกี อ่ นวนั มาฆบชู า
ในชั้นเดิมกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ได้ทรงสร้างเจดีย์ ๔ องค์ไว้ที่มุมพระอุโบสถ
ทง้ั ๔ ตอ่ มาพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดช้ ะลอพระเจดยี จ์ ากมมุ พระอโุ บสถทงั้ ๔ องค์
มาไวอ้ ยปู่ ระจำ� มมุ ทงั้ ๔ ของเจดยี อ์ งคใ์ หญ่ และไดแ้ บง่ พระบรมสารรี กิ ธาตจุ ากครี บี รรพต (ภเู ขาทอง)
มาบรรจไุ วท้ ค่ี อระฆงั
๒๐

งานถวายผา้ พระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปพี ุทธศกั ราช ๒๕๖๔

พระอโุ บสถ
เดิม กรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
มพี ระราชศรทั ธาทรงโปรดเกลา้ ฯ ใหข้ ดุ รากใหม่ กอ่ ผนงั ขยายออกใหก้ วา้ งกวา่ เดมิ และถมพนื้ ภายใน
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงโปรดฯ ให้ก่อพระประธานองค์ใหม่สวม
พระพทุ ธรปู องคเ์ กา่ เพราะทรงเหน็ วา่ พระอโุ บสถมคี วามกวา้ งขวางมาก ตอ่ จากนน้ั ไดม้ รี บั สง่ั ใหก้ อ่
ก�ำแพงรอบพระอุโบสถจนส�ำเร็จเรียบร้อย และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ไดท้ รงรบั สงั่ ใหป้ ฏสิ งั ขรณว์ ดั เขมาฯ โดยใหข้ ดุ ครู อบวดั และใหข้ รวั อนิ โขง่ วาดภาพจติ รกรรมภายใน
พระอโุ บสถ และไดท้ รงสรา้ งพระอสตี มิ หาสาวกลอ้ มพระประธาน
สำ� หรบั จติ รกรรมภายในพระอโุ บสถจะประกอบไปดว้ ยจติ รกรรมทผ่ี สมผสานกนั ระหวา่ งศลิ ปะ
ไทย จนี ฝรงั่
ศลิ ปะไทย ไดแ้ ก่ รปู เทวดาทวารบาลทป่ี ระตู - หนา้ ตา่ ง เทพชมุ นมุ ถอื ดอกมณฑาทพิ ยเ์ ครอ่ื ง
ประโคมดนตรไี ปเขา้ เฝา้ พระพทุ ธเจา้ ทเ่ี สดจ็ ดบั ขนั ธปรนิ พิ พานอยใู่ นซมุ้ เรอื นแกว้ ดา้ นหลงั พระอโุ บสถ
ดอกเขม็ ในแจกนั ซงึ่ แสดงถงึ ความเฉลยี วฉลาดและหลกั แหลม
ศิลปะจีน ได้แก่ แจกันจีนสีขาว มีอักษรภาษาจีน อ่านว่า “ซางฮี้” ซ่ึงเป็นตัวมงคลคู่ แปลว่า
มงคลอยา่ งยงิ่
ศลิ ปะฝรง่ั ไดแ้ ก่ แจกนั มลี กั ษณะเปน็ ชอ่ ชยั พฤกษ์

งานถวายผา้ พระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ ๒๑

พทั ธสีมา
ใบสมี าของวดั เขมาฯ จะมลี กั ษณะเปน็ ใบคู่ ซง่ึ จะมเี ฉพาะพระอารามหลวงเทา่ นนั้ สบื เนอ่ื งจาก
ในสมัยก่อนพระฝ่ายอรัญวาสีและพระฝ่ายคามวาสีจะไม่ท�ำสังฆกรรมร่วมกัน ท�ำให้เป็นท่ีล�ำบาก
ในคราวทพี่ ระฝา่ ยอรญั วาสเี ดนิ ทางเขา้ มาในเมอื ง ในกาลตอ่ มาพระฝา่ ยอรญั วาสแี ละฝา่ ยคามวาสี
มคี วามสมั พนั ธท์ ดี่ ตี อ่ กนั มากขน้ึ ทำ� ใหม้ กี ารทำ� สงั ฆกรรมรว่ มกนั บา้ งบางโอกาส ดงั นนั้ เพอื่ ใหฝ้ า่ ย
อรัญวาสีมีความสบายใจในการท�ำสังฆกรรม จึงได้ก�ำหนดให้มีใบสีมาคู่ เพ่ือแสดงถึงการให้ท�ำ
สงั ฆกรรมรว่ มกนั ของพระฝา่ ยอรญั วาสแี ละฝา่ ยคามวาสี
พระวหิ าร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างพระวิหาร ๒ หลัง ไว้ท่ีมุมก�ำแพงด้านหน้า
พระอโุ บสถเปน็ ทเ่ี กบ็ พระพทุ ธรปู

๒๒
งานถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔

พระต�ำหนกั แดง
เป็นต�ำหนักท่ีสร้างข้ึนด้วยเครื่องไม้เพื่อเป็นท่ีประทับของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์
ต้ังอยู่บริเวณหลังพระท่ีนั่งดุสิตมหาปราสาทภายในพระบรมมหาราชวัง เน่ืองจากต�ำหนักแห่งนี้
ทาสแี ดง จงึ เรยี กวา่ พระตำ� หนกั แดง
พระตำ� หนกั แดงภายในพระบรมมหาราชวงั ประกอบดว้ ย ตำ� หนกั ๒ หลงั โดยหลงั แรกเปน็ ที่
ประทบั ของสมเดจ็ เจา้ ฟา้ กรมพระศรสี ดุ ารกั ษ์ จนพระองคส์ น้ิ พระชนม์ ตอ่ มา เมอ่ื พระบาทสมเดจ็
พระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว ทรงเชิญสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี
สมเดจ็ พระบรมราชชนนใี นพระองคม์ าประทบั ภายในพระบรมมหาราชวงั โดยประทบั ณ ตำ� หนกั แดง
หลงั น้ี ชาววงั จงึ เรยี กตำ� หนกั แหง่ นว้ี า่ “พระตำ� หนกั ตกึ ” สว่ นตำ� หนกั แดงหลงั ท่ี ๒ นน้ั สรา้ งขนึ้ ใน
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย บริเวณหลังพระที่น่ังจักรพรรดิพิมาน เพื่อใช้เป็น
ทปี่ ระทบั ของสมเดจ็ ฯพระศรสี รุ เิ ยนทราบรมราชนิ ี พระอคั รมเหสใี นพระองคจ์ นสวรรคต ตำ� หนกั แดง
ในสว่ นทป่ี ระทบั ของพระองคไ์ ดร้ อื้ ไปถวายเปน็ กฏุ เิ จา้ อาวาสวดั โมลโี ลกยารามตอ่ มาพระบาทสมเดจ็
พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้รื้อต�ำหนักแดงท่ีถวายเป็นกุฏิเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม รวมไป
ปลูกถวายเป็นกุฏิเจ้าอาวาสวดั เขมาภริ ตาราม จงั หวดั นนทบุรี พร้อมท้ังทรงรอ้ื ตำ� หนักแดงในสว่ น
ทปี่ ระทบั เดมิ ของพระองคท์ พ่ี ระราชวงั เดมิ นนั้ มาปลกู ณ พระบรมมหาราชวงั

งานถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปพี ุทธศักราช ๒๕๖๔ ๒๓

พระท่นี ั่งมณเฑยี ร
เดมิ ปลกู เปน็ ตำ� หนกั ไมอ้ ยใู่ นพระบรมมหาราชวงั ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั
ตอ่ มาในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงโปรดเกลา้ ฯ ใหร้ อ้ื พระทน่ี ง่ั มณเฑยี ร
จากพระบรมมหาราชวงั ยา้ ยมาปลกู ไว้ ณ วดั เขมาภริ ตาราม ทรงพระราชอทุ ศิ เปน็ ทเี่ รยี นชนั้ เดก็ โต
จนถงึ ปี พ.ศ.๒๔๙๗ ตอ่ มาใชเ้ ปน็ หอ้ งสมดุ ประชาชน เมอ่ื หอ้ งสมดุ ประชาชนยา้ ยไปอยทู่ ห่ี ลงั พพิ ธิ ภณั ฑ์
จงั หวดั นนทบรุ ี พระตำ� หนกั จงึ ใชเ้ ปน็ หอ้ งสมดุ และหอ้ งเรยี นของโรงเรยี นกลาโหมอทุ ศิ
ศาลาการเปรยี ญ
เดมิ ทกี่ รมสมเดจ็ พระศรสี รุ เิ ยนทรามาตย์ทรงโปรดใหส้ รา้ งขน้ึ มลี กั ษณะเปน็ ไม้ฝาผนงั เปน็ กระดาน
ทบ่ี ริเวณหนา้ พระอุโบสถ คร้ังมาถงึ รัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั ทรงโปรดเกลา้ ฯ
ให้ร้ือแล้วสร้างใหม่แบบตึกโบราณไว้ด้านขวาหน้าพระอุโบสถ ต้ังอยู่นอกก�ำแพงหน้าพระอุโบสถ
เยอื้ งไปทางซา้ ยมอื บรเิ วณรมิ แมน่ ำ�้

๒๔
งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔

ศาลาจตรุ มุข
เปน็ ศาลา ๔ หนา้ สถาปตั ยกรรมไทย หนา้ จวั่ หางหงส์ และใบระกา ปดิ กระจกและลงรกั ปดิ ทอง
ในคราวทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เสดจ็ ประพาสตน้ ไดใ้ ชศ้ าลาแหง่ นปี้ ระทบั คา้ งแรม
ถงึ ๒ คราว คอื ในปี พ.ศ. ๒๔๔๗ และปี พ.ศ. ๒๔๕๐
กฏุ ทิ รงไทย
เปน็ กฏุ ไิ มย้ กเสาสงู มใี ตถ้ นุ เพราะวา่ สมยั กอ่ นวดั เขมาฯประสบกบั ปญั หานำ้� ทว่ มทกุ ปี จนสมยั
พระธรรมรัชมงคล (จับ อุคฺคเสโน) เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้ทยอยปรับกุฏิทรงไทยให้มีใต้ถุนสูง
เพอื่ ประโยชนใ์ ชส้ อยไดม้ ากขน้ึ

งานถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปพี ุทธศักราช ๒๕๖๔ ๒๕

พระประธานในพระอุโบสถ
ดว้ ยเหตทุ ก่ี รมสมเดจ็ พระศรสี รุ เิ ยนทรามาตยไ์ ด้
สร้างพระอุโบสถมีขนาดใหญ่ครอบพระอุโบสถเดิม
ทำ� ใหพ้ ระประธานองคเ์ ดมิ มขี นาดเลก็ ดไู มไ่ ดส้ ดั สว่ น
กบั พระอโุ บสถใหม่ จงึ สง่ั ใหช้ า่ งปน้ั พระประธานองค์
ทเี่ หน็ ในปจั จบุ นั ครอบองคเ์ กา่ ทเ่ี ปน็ ทองคำ� ซง่ึ มขี นาด
พระเพลา ๒.๙๐ เมตร สงู ตลอดพระรศั มี ๔ เมตร

พระศรอี ารยิ เมตไตรย (พระศรีอาริย)์
เปน็ พระพทุ ธรปู ทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระจอม-
เกล้าเจ้าอยู่หัว รับสั่งให้ช่างปั้นไว้เพื่อแก้เคล็ด
ความเชอ่ื คตโิ บราณทไ่ี มน่ ยิ มสรา้ งพระประธาน
หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก พระองค์จึง
ให้ช่างปั้นพระศรีอาริย์ประดิษฐานไว้ด้านหลัง
นอกพระอุโบสถโดยมีพระพักตร์หันไปทาง
ทศิ ตะวนั ออก
พระอนิ ทรแ์ ปลง
เป็นพระพุทธรูปโลหะสัมริด มีขนาดพระเพลา
๗๔ เซนตเิ มตร สงู ตลอดพระรศั มี ๑๐๙ เซนตเิ มตร
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั อญั เชญิ มา
จากพระราชวงั จนั ทรเกษม จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
มาประดษิ ฐาน
๒๖

งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔

พระนิรันตราย
เปน็ พระพทุ ธรปู สำ� คญั ประจำ� รชั สมยั พระบาทสมเดจ็
พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั มลี กั ษณะเปน็ พระพทุ ธรปู หลอ่ ดว้ ย
ทองคำ� โดยกำ� นนั อนิ และบตุ รชายเปน็ ผถู้ วายให ้ พระบาท
สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้อัญเชิญไป
ประดิษฐาน ณ หอพระเสถียรธรรมปริตรคู่กับพระกริ่ง
ทองค�ำน้อย ในปี พ.ศ. ๒๔๐๓ มีคนร้ายลอบเข้าหอ
พระเสถยี รธรรมปรติ ร ลกั เอาพระกรง่ิ ทองคำ� นอ้ ยไป โดย
ทง้ิ พระพทุ ธรปู ทองคำ� ไว ้ พระองคจ์ งึ ทรงถวายพระนามวา่
“พระนริ นั ตราย” ตอ่ มารชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอม-
เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ใหท้ ำ� การหลอ่ พระพทุ ธรปู นงั่ ปางขดั สมาธิ
เพชรเนอ้ื ทองคำ� ขนาดพระเพลา ๕ นวิ้ ครง่ึ สงู ตลอดพระ
รศั ม ี ๓๑ เซนตเิ มตร เพอื่ สวมพระนริ นั ตรายไวอ้ กี ชนั้ หนงึ่
และโปรดฯ ใหห้ ลอ่ เปน็ เนอื้ เงนิ บรสิ ทุ ธอิ์ กี องคห์ นง่ึ ไวค้ กู่ นั
เม่ือพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยตุ มีพระอารามมากขึ้น จึงโปรดฯ
ใหห้ ลอ่ พระพทุ ธรปู พมิ พเ์ ดยี วกนั เปน็ เนอื้ ทองเหลอื ง โดย
มีเรือนแก้วเป็นพุ่มพระมหาโพธ์ิ มีอักขระขอมจ�ำหลักลง
ในวงกลีบบัว เบื้องหน้า ๙ เบ้ืองหลัง ๙ ยอดเรือนแก้ว
เปน็ รปู พระมหามงกฎุ จำ� นวน ๑๘ องค์ เพอ่ื พระราชทาน
เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจ�ำพระอารามต่าง ๆ แต่
เสดจ็ สวรรคตเสยี กอ่ น พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ -
เจ้าอยู่หัว จึงส่ังให้นายช่างท�ำเป็นกะไหล่ทองค�ำท้ัง ๑๘
องค์ พระราชทานตามวดั ตา่ งๆ ทส่ี งั กดั ธรรมยตุ ๑๘ วดั
ส�ำหรับวัดเขมาฯ น้ัน ได้รับพระราชทานองค์ที่สลักเลข
๕ ไวท้ ฐี่ านรององคพ์ ระนริ นั ตราย

พระอสีตมิ หาสาวก ๒๗
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงเหน็
วา่ พระอโุ บสถวดั เขมาฯ มขี นาดใหญ่ มพี ระพทุ ธรปู
ทเ่ี ปน็ พระประธานอยอู่ งคเ์ ดยี ว และยงั มพี น้ื ทเี่ หลอื
อกี พอทจี่ ะสรา้ งพระอสตี มิ หาสาวกได้ จงึ มรี บั สง่ั ให้
ช่างปั้นพระอสีติฯ น่ังล้อมรอบพระประธาน แต่ละ
องค์จะสลักปรากฏอยู่ที่ฐานอาสนะ ซึ่งในประเทศ
ไทยจะมพี ระอสตี มิ หาสาวกอยแู่ ค่ ๒ วดั เทา่ นน้ั คอื
วดั สทุ ศั นเทพวนาราม และวดั เขมาภริ ตาราม

งานถวายผา้ พระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปีพุทธศักราช ๒๕๖๔

การจดั ตง้ั ศาลปกครองในประเทศไทยไดม้ กี ารดำ� เนนิ การและพฒั นามาเปน็ เวลานานแลว้ นบั ตง้ั แต่
เมอื่ วนั ท่ี ๑๔ มถิ นุ ายน พทุ ธศกั ราช ๒๔๑๗ เมอื่ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงตราพระราช-
บญั ญตั เิ คานซ์ ลิ ออฟสเตดคอื ทปี่ ฤกษาราชการแผน่ ดนิ ขน้ึ เพอ่ื จดั ตงั้ ทปี่ รกึ ษาราชการแผน่ ดนิ ใหท้ ำ� หนา้ ที่
เปน็ ทปี่ รกึ ษาของพระองคใ์ นการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ และการรา่ งกฎหมายกบั พจิ ารณาเรอ่ื งทร่ี าษฎรไดร้ บั
ความเดอื ดรอ้ นการจดั ตง้ั ทปี่ รกึ ษาราชการแผน่ ดนิ ดงั กลา่ วถอื เปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ ของศาลปกครองไทยซงึ่ จดั ตง้ั ขนึ้
สำ� เรจ็ ในอกี ๑๒๗ปีตอ่ มา ภายหลงั การเปลย่ี นแปลงการปกครองเมอ่ื ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๗๕รฐั บาลในขณะนนั้
โดยด�ำริของนายปรีดี พนมยงค์ มีนโยบายที่จะจัดตั้งสถาบันที่มีอ�ำนาจหน้าที่เป็นท้ังที่ปรึกษากฎหมาย
ของรฐั บาลและองคก์ รช้ีขาดคดปี กครองตามแบบ Conseil d’État ของประเทศในกลมุ่ Civil Law ขนึ้ ใน
ประเทศไทยอีกครั้งหน่ึง จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๗๖ ข้ึน
แตต่ ามกฎหมายดงั กลา่ ว การดำ� เนนิ การในสว่ นทจ่ี ะใหม้ กี ารพจิ ารณาคดปี กครองจะตอ้ งมกี ารตรากฎหมาย
เพ่ือก�ำหนดประเภทคดีปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองประกอบขึ้นอีกคร้ังหน่ึงก่อน คณะกรรมการ
กฤษฎกี าในขณะนนั้ จงึ ยงั มไิ ดท้ ำ� หนา้ ทว่ี นิ จิ ฉยั ชขี้ าดคดปี กครอง หลงั จากนนั้ ไดม้ คี วามพยายามในการตรา
กฎหมายอยหู่ ลายครง้ั แตก่ ย็ งั ไมเ่ ปน็ ผล จนตอ้ งมกี ารตราพระราชบญั ญตั เิ รอ่ื งราวรอ้ งทกุ ข์ พ.ศ. ๒๔๙๒ เพอื่
ชว่ ยผอ่ นคลายทกุ ขข์ องประชาชนทไ่ี ดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นจากการปฏบิ ตั งิ านของเจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในขณะนน้ั
แตค่ ณะกรรมการเรอื่ งราวรอ้ งทกุ ขท์ จี่ ดั ตง้ั ขน้ึ ในครงั้ นน้ั ไมม่ กี ารจดั องคก์ รและไมไ่ ดม้ วี ธิ พี จิ ารณาคดอี ยา่ ง
เปน็ ระบบเพอ่ื ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพอยา่ งแทจ้ รงิ

๒๘
งานถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปพี ุทธศักราช ๒๕๖๔

ตอ่ มาในปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๒๒ สำ� นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า โดย ศ.ดร.อมร จนั ทรสมบรู ณ ์
เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎกี าในขณะนนั้ เหน็ วา่ การจดั ตงั้ ศาลปกครองขนึ้ โดยทยี่ งั มไิ ดม้ กี ารจดั ระบบ
กระบวนการยุติธรรมทางปกครองและยังมิได้มีการเตรียมความพร้อมของบุคลากรและปัจจัยความพร้อม
เสยี แตเ่ นน่ิ ๆ กอ่ นทจี่ ะมกี ารจดั ตงั้ ศาลปกครองอาจมปี ญั หาเกดิ ขน้ึ ได้ จงึ ไดม้ กี ารปรบั ปรงุ กฎหมายวา่ ดว้ ย
คณะกรรมการกฤษฎีกาเสียใหม่โดยรวมกรรมการร่างกฎหมายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการ
กฤษฎกี า พ.ศ. ๒๔๗๖ และกรรมการเรอ่ื งราวรอ้ งทกุ ขต์ ามพระราชบญั ญตั เิ รอื่ งราวรอ้ งทกุ ข์ พ.ศ. ๒๔๙๒
เข้าด้วยกัน โดยตราเป็นพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒ และจัดตั้งคณะกรรมการ
วนิ จิ ฉยั รอ้ งทกุ ขค์ วบคกู่ บั คณะกรรมการรา่ งกฎหมายขน้ึ เพอื่ ทำ� หนา้ ทวี่ นิ จิ ฉยั ขอ้ พพิ าทในคดปี กครอง
หลังจากน้ัน ได้มีแนวความคิดจากการสนับสนุนของรัฐบาลต่อๆ มาที่ให้พัฒนาคณะกรรมการ
วนิ จิ ฉยั รอ้ งทกุ ขเ์ พอ่ื นำ� ไปสกู่ ารจดั ตงั้ ศาลปกครอง จนในทส่ี ดุ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช
๒๕๔๐ ไดม้ บี ทบญั ญตั กิ ำ� หนดหลกั การใหม้ รี ะบบศาลคโู่ ดยใหจ้ ดั ตงั้ ศาลปกครองแยกเปน็ เอกเทศตา่ งหาก
จากศาลยตุ ธิ รรมและใหม้ กี ารตรากฎหมายจดั ตงั้ ศาลปกครองใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายใน ๒ ปี และในเวลาตอ่ มา
พระราชบญั ญตั จิ ดั ตง้ั ศาลปกครองและวธิ พี จิ ารณาคดปี กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดม้ ผี ลบงั คบั ใชเ้ มอ่ื วนั ท่ี ๑๑
ตุลาคม ๒๕๔๒ และความพยายามที่จะจัดตั้งและเปิดท�ำการศาลปกครองในประเทศไทยได้ส�ำเร็จลุล่วง
เป็นรูปธรรมในที่สุดเม่ือศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองกลางเปิดท�ำการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
เมอื่ วนั ท่ี ๙ มนี าคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๔

งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปีพทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ๒๙

โครงสรา้ งและเขตอำ� นาจหนา้ ทขี่ องศาลปกครอง

ศาลปกครอง คอื องคก์ รตลุ าการทท่ี ำ� หนา้ ทพ่ี จิ ารณาพพิ ากษาคดปี กครอง
ซึ่งได้แก่ คดีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน
หรือ เป็นคดพี พิ าทระหวา่ งหนว่ ยงานทางปกครองหรอื เจ้าหนา้ ที่ของรัฐด้วยกนั เอง
โดยเป็นคดีพิพาทอันเน่ืองมาจากการใช้อ�ำนาจทางปกครอง หรือเน่ืองมาจากการ
ดำ� เนนิ กจิ การทางปกครองของหนว่ ยงานทางปกครองหรอื เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั
ศาลปกครองแบง่ ออกเปน็ สองชนั้ คอื
ศาลปกครองสูงสุด
ศาลปกครองชน้ั ตน้ ไดแ้ ก่ ศาลปกครองกลางและศาลปกครองในภมู ภิ าค

คดปี กครอง

คดปี กครองคอื คดที เ่ี ปน็ ขอ้ พพิ าทระหวา่ งหนว่ ยงานทางปกครองหรอื เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั กบั เอกชนหรอื
ขอ้ พพิ าทระหวา่ งหนว่ ยงานทางปกครองหรอื เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ดว้ ยกนั เอง และเปน็ คดใี นเรอ่ื งดงั ตอ่ ไปนี้
๑. คดพี พิ าทเกยี่ วกบั การทห่ี นว่ ยงานทางปกครองหรอื เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ออกกฎ คำ� สง่ั หรอื
กระท�ำการอื่นใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น กฎกระทรวงก�ำหนดเวลาเปิดหรือปิดสถานบริการ
ระเบยี บมหาวทิ ยาลยั ทก่ี ำ� หนดใหน้ กั ศกึ ษาตอ้ งทำ� วทิ ยานพิ นธเ์ ปน็ ภาษาองั กฤษ หรอื กรณผี ฟู้ อ้ งคดเี หน็ วา่
เจา้ พนกั งานทอ้ งถนิ่ ปฏเิ สธการออกใบอนญุ าตกอ่ สรา้ งอาคารโดยไมช่ อบดว้ ยกฎหมาย กรณผี ฟู้ อ้ งคดเี หน็ วา่
ผบู้ งั คบั บญั ชามคี ำ� สงั่ ลงโทษทางวนิ ยั โดยไมเ่ ปน็ ธรรม เปน็ ตน้
๒. คดพี พิ าทเกยี่ วกบั การทหี่ นว่ ยงานทางปกครองหรอื เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ละเลยตอ่ หนา้ ทตี่ าม
ทก่ี ฎหมายกำ� หนดใหต้ อ้ งปฏบิ ตั ิ หรอื ปฏบิ ตั หิ นา้ ทดี่ งั กลา่ วลา่ ชา้ เกนิ สมควร เชน่ กรณที เี่ จา้ พนกั งาน
ทอ้ งถน่ิ ละเลยตอ่ หนา้ ทไ่ี มต่ รวจตราและออกคำ� สงั่ ใหเ้ จา้ ของอาคารรอื้ ถอนอาคารทกี่ อ่ สรา้ งหรอื ตอ่ เตมิ โดย
ไมไ่ ดร้ บั ใบอนญุ าต กรณที เ่ี จา้ พนกั งานทดี่ นิ ดำ� เนนิ การออกโฉนดทดี่ นิ ลา่ ชา้ เกนิ สมควร เปน็ ตน้
๓. คดพี พิ าทเกยี่ วกบั การกระทำ� ละเมดิ หรอื ความรบั ผดิ อยา่ งอนื่ ของหนว่ ยงานทางปกครอง
หรอื เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั อนั เกดิ จากการใชอ้ ำ� นาจตามกฎหมายหรอื จากกฎ คำ� สง่ั หรอื จากการละเลย

๓๐
งานถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปพี ุทธศกั ราช ๒๕๖๔

ต่อหน้าท่ีหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร เช่น การท่ีเจ้าพนักงานท่ีดินออกค�ำสั่งเพิกถอนโฉนดท่ีดิน
โดยไมช่ อบดว้ ยกฎหมายทำ� ใหผ้ ฟู้ อ้ งคดไี ดร้ บั ความเสยี หายและผฟู้ อ้ งคดเี รยี กคา่ เสยี หายดงั กลา่ ว เปน็ ตน้
๔. คดพี พิ าทเกยี่ วกบั สญั ญาทางปกครอง เชน่ ขอ้ พพิ าทเกยี่ วกบั สญั ญาจา้ งเอกชนกอ่ สรา้ งถนน
สะพาน อาคารเรยี น หรอื ขอ้ พพิ าทเกย่ี วกบั การเรยี กเกบ็ คา่ สมั ปทานตามสญั ญาสมั ปทานทำ� ไมป้ า่ ชายเลน
หรอื สญั ญาทห่ี นว่ ยงานทางปกครองทำ� กบั ขา้ ราชการทไ่ี ดร้ บั อนญุ าตใหล้ าศกึ ษาตอ่ เปน็ ตน้
๕. คดที ม่ี กี ฎหมายกำ� หนดใหห้ นว่ ยงานทางปกครองหรอื เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ตอ้ งฟอ้ งคดตี อ่ ศาล
เพื่อบังคับให้บุคคลกระท�ำการหรือละเว้นกระท�ำการ เช่น กรณีเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าฟ้องคดีต่อ
ศาลปกครอง เพอ่ื มคี ำ� สงั่ ใหเ้ อกชนรอ้ื ถอนสะพานหรอื บา้ นทปี่ ลกู รกุ ลำ�้ แมน่ ำ้� กรณเี จา้ พนกั งานทอ้ งถน่ิ ฟอ้ งคดี
ต่อศาลปกครองเพื่อมีค�ำสั่งให้จับกุมและกักขังบุคคลซึ่งมิได้ปฏิบัติตามค�ำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม
พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคารฯ เปน็ ตน้
๖. คดที ม่ี กี ฎหมายกำ� หนดใหอ้ ยใู่ นเขตอำ� นาจของศาลปกครอง เชน่ กรณที ฟ่ี อ้ งขอใหเ้ พกิ ถอน
คำ� ชข้ี าดหรอื บงั คบั ตามคำ� ชขี้ าดของอนญุ าโตตลุ าการเกยี่ วกบั สญั ญาทางปกครอง เปน็ ตน้

งานถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปพี ุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ๓๑

คดปี กครองทตี่ อ้ งยนื่ ฟอ้ งตอ่ ศาลปกครองสงู สดุ โดยตรง

ประชาชนท่ีมีปัญหาพิพาทกับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าท่ีของรัฐในคดีปกครอง และ
มคี วามประสงคจ์ ะใชส้ ทิ ธฟิ อ้ งคดตี อ่ ศาลปกครอง สามารถยน่ื ฟอ้ งคดตี อ่ ศาลปกครองชนั้ ตน้ ทต่ี นมภี มู ลิ ำ� เนา
หรอื ทมี่ ลู คดเี กดิ ขนึ้ แตก่ ม็ บี างกรณที ต่ี อ้ งยน่ื ฟอ้ งตอ่ ศาลปกครองสงู สดุ โดยตรง กรณเี หลา่ นไี้ ดแ้ ก่
๑. คดีพิพาทเกี่ยวกับค�ำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท ตามที่ท่ีประชุมใหญ่
ตลุ าการในศาลปกครองสงู สดุ ประกาศกำ� หนด หมายถงึ เมอื่ ทปี่ ระชมุ ใหญต่ ลุ าการในศาลปกครองสงู สดุ
ประกาศก�ำหนดให้ค�ำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาทใดต้องฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุด
ประชาชนผไู้ ดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นหรอื เสยี หายจากคำ� วนิ จิ ฉยั ของคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั ขอ้ พพิ าทดงั กลา่ วกต็ อ้ ง
ยนื่ ฟอ้ งตอ่ ศาลปกครองสงู สดุ โดยตรง
๒. คดีพิพาทเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของพระราชกฤษฎีกาหรือกฎท่ีออกโดย
คณะรฐั มนตรหี รอื โดยความเหน็ ชอบของคณะรฐั มนตรี หมายถงึ โดยปกตแิ ลว้ เมอื่ ประชาชนไดร้ บั ความ
เดอื ดรอ้ นหรอื เสยี หายจาก “กฎ” ประชาชนตอ้ งยนื่ ฟอ้ งคดตี อ่ ศาลปกครองชน้ั ตน้ ทมี่ เี ขตอำ� นาจ แตถ่ า้ เปน็
กฎที่ตราข้ึนหรือออกโดยคณะรัฐมนตรีหรือโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ในกรณีเช่นนี้กฎหมายได้
กำ� หนดใหย้ นื่ ฟอ้ งตอ่ ศาลปกครองสงู สดุ โดยตรง
๓. คดที ม่ี กี ฎหมายกำ� หนดใหอ้ ยใู่ นอำ� นาจศาลปกครองสงู สดุ หมายถงึ เมอ่ื มกี ฎหมายกำ� หนด
ให้เร่ืองใดต้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด ประชาชนท่ีมีความประสงค์จะใช้สิทธิยื่นฟ้องในเร่ืองดังกล่าว
กต็ อ้ งยน่ื ฟอ้ งคดตี อ่ ศาลปกครองสงู สดุ โดยตรง
การฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุดจะต้องย่ืนฟ้องคดีท่ีศาลปกครองสูงสุด ซ่ึงมีแห่งเดียวต้ังอยู่ใน
กรงุ เทพมหานคร

คดที ไ่ี มอ่ ยใู่ นอำ� นาจของศาลปกครอง

๑. พระราชบญั ญตั จิ ดั ตงั้ ศาลปกครองและวธิ พี จิ ารณาคดปี กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดบ้ ญั ญตั ิ
ยกเวน้ คดพี พิ าทเกยี่ วกบั หนว่ ยงานทางปกครองหรอื เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั บางประเภททไี่ มส่ ามารถนำ� มา
ฟอ้ งตอ่ ศาลได้ ไดแ้ ก่
- การดำ� เนนิ การเกย่ี วกบั วนิ ยั ทหาร ไมว่ า่ จะเปน็ การลงทณั ฑแ์ กผ่ กู้ ระทำ� ผดิ ตอ่ วนิ ยั ทหารหรอื
เปน็ ดำ� เนนิ การทางวนิ ยั อยา่ งอนื่
- การดำ� เนนิ การของคณะกรรมการตลุ าการ (ก.ต.) ตามพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บขา้ ราชการฝา่ ย
ตลุ าการศาลยตุ ธิ รรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซง่ึ มใิ ชเ่ ปน็ การพจิ ารณาพพิ ากษาคดี แตเ่ ปน็ การบรหิ ารงานบคุ คลของ
ผพู้ พิ ากษาศาลยตุ ธิ รรม เชน่ การแตง่ ตงั้ โยกยา้ ย การเลอื่ นตำ� แหนง่ การลงโทษทางวนิ ยั เปน็ ตน้
- คดที อี่ ยใู่ นอำ� นาจของศาลชำ� นญั พเิ ศษตา่ งๆทอ่ี ยใู่ นระบบศาลยตุ ธิ รรมซง่ึ ไดจ้ ดั ตงั้ ขนึ้ กอ่ นทจี่ ะ
มีการจัดต้ังศาลปกครอง ได้แก่ คดีท่ีอยู่ในอ�ำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว คดีท่ีอยู่ในอ�ำนาจของ

๓๒
งานถวายผ้าพระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปพี ุทธศักราช ๒๕๖๔

ศาลแรงงานคดีที่อยู่ในอ�ำนาจของศาลภาษีอากร คดีที่อยู่ในอ�ำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ
การคา้ ระหวา่ งประเทศ คดที อี่ ยใู่ นอำ� นาจของศาลลม้ ละลาย
๒. คดีท่ีมีกฎหมายตัดอ�ำนาจศาลปกครองไว้โดยเฉพาะ เช่น พระราชก�ำหนดบรรษัทบริหาร
สนิ ทรพั ยไ์ ทยพ.ศ.๒๕๔๔บญั ญตั วิ า่ มใิ หน้ ำ� กฎหมายวา่ ดว้ ยการจดั ตงั้ ศาลปกครองและวธิ พี จิ ารณาคดปี กครอง
มาใชบ้ งั คบั แกก่ ารดำ� เนนิ การเกย่ี วกบั การบรหิ ารสนิ ทรพั ยด์ อ้ ยคณุ ภาพของบรรษทั บรหิ ารสนิ ทรพั ยไ์ ทย (บสท.)
และการออกระเบียบ ข้อบังคับ ค�ำส่ัง ค�ำวินิจฉัย การอนุญาต และการกระท�ำอ่ืนใดของคณะกรรมการ
และคณะกรรมการบรหิ าร อนั เกย่ี วกบั การบรหิ ารสนิ ทรพั ยด์ อ้ ยคณุ ภาพตามพระราชกำ� หนดน้ี
๓. คดที คี่ กู่ รณหี รอื ผถู้ กู ฟอ้ งคดมี ใิ ชห่ นว่ ยงานทางปกครองหรอื เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั เชน่ สหกรณ์
ออมทรพั ย์ รฐั วสิ าหกจิ ทจี่ ดั ตง้ั ขนึ้ ในรปู ของบรษิ ทั หรอื บรษิ ทั มหาชนจำ� กดั เชน่ ธนาคารกรงุ ไทยจำ� กดั (มหาชน)
บรษิ ทั ทา่ อากาศยานสากลกรงุ เทพแหง่ ใหม่ จำ� กดั เปน็ ตน้
๔. คดีทค่ี ู่กรณเี ปน็ หน่วยงานทางปกครองหรอื เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั แต่การกระท�ำดังกล่าวเป็น
การกระท�ำส่วนตัว มิได้เป็นการกระท�ำท่ีใช้อ�ำนาจทางปกครองหรือด�ำเนินกิจการทางปกครอง เช่น
เทศบาลไมย่ อมชำ� ระหนคี้ า่ จา้ งทำ� อาหารเลยี้ งรบั รองในงานเลยี้ งของเทศบาล มหาวทิ ยาลยั ของรฐั ทำ� สญั ญา
กับเอกชนให้เช่าห้องประชุมเพื่อจัดงานแต่งงาน แต่ผิดสัญญาไม่สามารถให้เอกชนใช้ห้องประชุมในวัน
ดังกล่าวได้ พลทหารอาสาสมัครบุกรุกเข้าไปท�ำลายทรัพย์สินในเคหสถานของเอกชนเพราะมีเร่ืองทะเลาะ
ววิ าทกนั เปน็ การสว่ นตวั เปน็ ตน้
๕. คดแี พง่ หรอื คดอี าญาซง่ึ เปน็ การดำ� เนนิ งานตามกระบวนการยตุ ธิ รรมทางแพง่ หรอื ทางอาญา
เช่น การฟ้องว่าเจ้าพนักงานบังคับคดียึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยไม่ชอบ ซึ่งการบังคับคดีดังกล่าว
เป็นการบังคับคดีแพ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่อยู่ในอ�ำนาจของศาลยุติธรรม
การจบั กมุ ของเจา้ หนา้ ทตี่ ำ� รวจ การสอบสวน และการเปรยี บเทยี บปรบั ของพนกั งานสอบสวน และการสงั่ ฟอ้ ง
หรอื สงั่ ไมฟ่ อ้ งคดอี าญาของพนกั งานอยั การ ซงึ่ เปน็ ขนั้ ตอนการดำ� เนนิ งานในกระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญา
ทจ่ี ะนำ� ไปสกู่ ารนำ� ตวั ผกู้ ระทำ� ความผดิ มาลงโทษทางอาญาตามทบี่ ญั ญตั ไิ วใ้ นประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณา
ความอาญา เปน็ ตน้
๖. คดีท่ีฟ้องขอให้ศาลปกครองลงโทษทางวินัยหรือลงโทษทางอาญาแก่เจ้าหน้าท่ีของรัฐ
ซงึ่ การลงโทษทางวนิ ยั เปน็ เรอ่ื งทอี่ ยใู่ นอำ� นาจของผบู้ งั คบั บญั ชา สว่ นการลงโทษทางอาญาเปน็ อำ� นาจ
ของศาลยตุ ธิ รรม ไมไ่ ดอ้ ยใู่ นอำ� นาจของศาลปกครอง

งานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ ๓๓

การฟอ้ งคดปี กครอง

การฟอ้ งคดปี กครองนน้ั ไมม่ หี ลกั เกณฑท์ ซ่ี บั ซอ้ นใหเ้ ปน็ ภาระแกผ่ ปู้ ระสงคจ์ ะฟอ้ งคดี เวน้ แตเ่ งอื่ นไข
บางประการที่ต้องก�ำหนดเป็นกรอบในการด�ำเนินคดี อีกทั้งยังเสียค่าใช้จ่ายน้อยหรืออาจไม่ต้องเสีย
คา่ ใชจ้ า่ ยเลย และยงั ไมบ่ งั คบั ใหต้ อ้ งมที นายความในการฟอ้ งคดอี กี ดว้ ย

เงอ่ื นไขในการฟอ้ งคดี

ถึงแม้ว่าการฟ้องคดีปกครองจะกระท�ำได้โดยง่าย แต่ก็มีความจ�ำเป็นที่ต้องก�ำหนดเงื่อนไขบาง
ประการเอาไว้ ทงั้ นี้ เพอ่ื มใิ หม้ กี ารกลน่ั แกลง้ ฟอ้ งคดกี นั อยา่ งพรำ�่ เพรอื่ หรอื โดยไมม่ มี ลู ใดๆ ซง่ึ จะเปน็ การสรา้ ง
ความยุ่งยากให้กับผู้ถูกฟ้องคดีและยังเป็นภาระแก่ศาล หรือเพ่ือให้การแก้ไขความเดือดร้อนเสียหายเป็น
ระบบและมคี วามชดั เจน เงอื่ นไขเหลา่ นี้ กฎหมายกำ� หนดไวเ้ พยี ง ๔ ประการเทา่ นน้ั ไดแ้ ก่
๑. ผฟู้ อ้ งคดี
ตอ้ งเปน็ ผไู้ ดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นหรอื เสยี หาย หรอื อาจจะเดอื ดรอ้ นหรอื เสยี หายโดยมอิ าจหลกี เลยี่ งได้
จากการกระทำ� หรอื การงดเวน้ การกระทำ� ของทางราชการ หรอื เปน็ ผทู้ มี่ ขี อ้ โตแ้ ยง้ เกยี่ วกบั สญั ญาทางปกครอง
หรอื เปน็ ผทู้ ม่ี ขี อ้ โตแ้ ยง้ อน่ื ใดทกี่ ฎหมายกำ� หนดใหฟ้ อ้ งตอ่ ศาลปกครอง
๒. ระยะเวลาการฟอ้ งคดี
ตอ้ งฟอ้ งภายในระยะเวลาทก่ี ฎหมายกำ� หนด ซงึ่ โดยหลกั คอื ภายใน ๙๐ วนั นบั แตว่ นั ทรี่ หู้ รอื ควรรู้
ถงึ เหตแุ หง่ การฟอ้ งคดี หรอื ภายใน ๑ ปี ในกรณที ฟี่ อ้ งคดเี กยี่ วกบั การกระทำ� ละเมดิ หรอื ความรบั ผดิ อยา่ งอน่ื
ของทางราชการ หรอื ในกรณที ฟี่ อ้ งคดเี กยี่ วกบั สญั ญาทางปกครอง
๓. คำ� ฟอ้ ง
ไมม่ แี บบฟอรม์ บงั คบั โดยเฉพาะ เพยี งแตม่ เี งอื่ นไขวา่ ตอ้ งใชถ้ อ้ ยคำ� สภุ าพและตอ้ งมเี นอื้ หาสาระให้
เขา้ ใจไดว้ า่ เปน็ คำ� ฟอ้ ง ซง่ึ ประกอบดว้ ยชอื่ และทอี่ ยขู่ องผฟู้ อ้ งคดแี ละของหนว่ ยงานทเี่ ปน็ เหตแุ หง่ การฟอ้ งคดี
การกระทำ� ทเ่ี ปน็ เหตแุ หง่ การฟอ้ งคดี พรอ้ มขอ้ เทจ็ จรงิ หรอื พฤตกิ ารณต์ ามสมควร คำ� ขอวา่ ประสงคจ์ ะใหศ้ าล
สงั่ อยา่ งไรเพอ่ื แกไ้ ขความเดอื ดรอ้ นเสยี หายของตน และตอ้ งลงลายมอื ชอื่ ของผฟู้ อ้ งคดี
๔. การขอใหม้ กี ารแกไ้ ขเยยี วยาในเบอื้ งตน้ กอ่ นนำ� เรอื่ งมาฟอ้ งศาลปกครอง
หากในเรื่องท่ีจะฟ้องคดีนั้นมีกฎหมายก�ำหนดให้ต้องด�ำเนินการอย่างใดเพ่ือแก้ไขความเดือดร้อน
หรอื เสยี หายนนั้ เสยี กอ่ น ผฟู้ อ้ งคดกี ต็ อ้ งดำ� เนนิ การเชน่ นนั้ ใหเ้ สรจ็ สน้ิ แลว้ จงึ จะมสี ทิ ธมิ าฟอ้ งคดตี อ่ ศาลได้

๓๔
งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปพี ุทธศกั ราช ๒๕๖๔

การยน่ื ฟอ้ งคดี

นอกจากสามารถยน่ื ฟอ้ งไดด้ ว้ ยตนเองตอ่ เจา้ หนา้ ทขี่ องศาลปกครองแลว้ ผฟู้ อ้ งคดอี าจใชว้ ธิ สี ง่ คำ� ฟอ้ ง
ทางไปรษณยี ล์ งทะเบยี น หรอื ยน่ื ฟอ้ งผา่ นระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สข์ องศาลปกครองกไ็ ด้
โดยหากเป็นคดีท่ีอยู่ในเขตอ�ำนาจของศาลปกครองชั้นต้น ก็ถือหลักง่ายๆว่าจะต้องย่ืนฟ้อง
ต่อศาลปกครองชั้นต้นท่ีผู้ฟ้องคดีมีภูมิล�ำเนา หรือท่ีมูลคดีเกิดข้ึน ถ้าเป็นคดีที่อยู่ในอ�ำนาจของ
ศาลปกครองสูงสุดก็ต้องยื่นฟ้องโดยตรงต่อศาลปกครองสูงสุด เว้นแต่การยื่นอุทธรณ์ค�ำพิพากษาของ
ศาลชน้ั ตน้ จะตอ้ งยน่ื อทุ ธรณต์ อ่ ศาลปกครองชนั้ ตน้ ทมี่ คี ำ� พพิ ากษานน้ั ๆ

งานถวายผา้ พระกฐนิ พระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ๓๕

เขตอำ� นาจศาลปกครอง

ศาลปกครองสงู สดุ มเี ขตอำ� นาจทวั่ ราชอาณาจกั ร
ศาลปกครองชนั้ ตน้ ประกอบดว้ ยศาลปกครองกลาง และศาลปกครองภมู ภิ าค
(๑) ศาลปกครองกลาง มีเขตอ�ำนาจตลอดท้องท่ีกรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี
จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร รวมท้ังจังหวัดที่มิได้อยู่ในเขตอ�ำนาจของ
ศาลปกครองในภูมิภาค คือ จังหวัดนครนายก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี
จงั หวดั สงิ หบ์ รุ ี และจงั หวดั อา่ งทอง
(๒) ศาลปกครองเชยี งใหม่ มเี ขตอำ� นาจตลอดทอ้ งทจี่ งั หวดั เชยี งใหม่ จงั หวดั เชยี งราย จงั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน
จงั หวดั ลำ� ปาง จงั หวดั ลำ� พนู และมเี ขตอำ� นาจเพม่ิ เตมิ ในจงั หวดั นา่ น จงั หวดั พะเยา และจงั หวดั แพร่
(๓) ศาลปกครองสงขลา มเี ขตอำ� นาจตลอดทอ้ งทจ่ี งั หวดั สงขลา จงั หวดั ตรงั จงั หวดั พทั ลงุ และจงั หวดั สตลู
(๔) ศาลปกครองนครราชสีมา มีเขตอ�ำนาจตลอดท้องท่ีจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ และมี
เขตอำ� นาจเพม่ิ เตมิ ในจงั หวดั บรุ รี มั ย์ และจงั หวดั สรุ นิ ทร์
(๕) ศาลปกครองขอนแกน่ มเี ขตอำ� นาจตลอดทอ้ งทจี่ งั หวดั ขอนแกน่ จงั หวดั กาฬสนิ ธ์ุจงั หวดั มหาสารคาม
และมเี ขตอำ� นาจเพมิ่ เตมิ ในจงั หวดั มกุ ดาหาร
(๖) ศาลปกครองพิษณโุ ลก มเี ขตอำ� นาจตลอดทอ้ งทจ่ี งั หวดั พษิ ณโุ ลก จงั หวดั กำ� แพงเพชร จงั หวดั ตาก
จงั หวดั พจิ ติ ร จงั หวดั สโุ ขทยั และมเี ขตอำ� นาจเพมิ่ เตมิ ในจงั หวดั อตุ รดติ ถ์
(๗) ศาลปกครองระยอง มีเขตอ�ำนาจตลอดท้องท่ีจังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา
จงั หวดั ชลบรุ ี จงั หวดั ตราด จงั หวดั ปราจนี บรุ ี และจงั หวดั สระแกว้
(๘) ศาลปกครองนครศรธี รรมราช มเี ขตอำ� นาจตลอดทอ้ งทจี่ งั หวดั นครศรธี รรมราช จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี
และมเี ขตอำ� นาจเพมิ่ เตมิ ในจงั หวดั ชมุ พร
(๙) ศาลปกครองอุดรธานี มีเขตอ�ำนาจตลอดท้องที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย
จงั หวดั หนองบวั ลำ� ภู และมเี ขตอำ� นาจเพม่ิ เตมิ ในจงั หวดั นครพนม จงั หวดั บงึ กาฬ และจงั หวดั สกลนคร
(๑๐) ศาลปกครองอบุ ลราชธาน ี มเี ขตอำ� นาจตลอดทอ้ งทจี่ งั หวดั อบุ ลราชธานี จงั หวดั ยโสธร จงั หวดั รอ้ ยเอด็
จงั หวดั ศรสี ะเกษ และจงั หวดั อำ� นาจเจรญิ
( ๑๑) ศาลปกครองเพชรบรุ ี มเี ขตอำ� นาจตลอดทอ้ งทจี่ งั หวดั เพชรบรุ ี จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์ จงั หวดั ราชบรุ ี
และจงั หวดั สมทุ รสงคราม
(๑๒) ศาลปกครองนครสวรรค์ มีเขตอ�ำนาจตลอดท้องท่ีจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัด
อทุ ยั ธานี และจงั หวดั ชยั นาท
(๑๓) ศาลปกครองสพุ รรณบรุ ี มเี ขตอำ� นาจตลอดทอ้ งทจ่ี งั หวดั สพุ รรณบรุ ี และจงั หวดั กาญจนบรุ ี
(๑๔) ศาลปกครองภเู กต็ มเี ขตอำ� นาจตลอดทอ้ งทจ่ี งั หวดั ภเู กต็ จงั หวดั กระบี่จงั หวดั พงั งาและจงั หวดั ระนอง
(๑๕) ศาลปกครองยะลา มีเขตอ�ำนาจตลอดท้องท่ีจังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี

๓๖
งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔

เขตอำ� นาจศาลปกครองชน้ั ตน้

(๑) ศาลปกครองกลาง
(๒) ศาลปกครองเชยี งใหม่
(๓) ศาลปกครองสงขลา
(๔) ศาลปกครองนครราชสมี า
(๕) ศาลปกครองขอนแกน่
(๖) ศาลปกครองพษิ ณโุ ลก
(๗) ศาลปกครองระยอง
(๘) ศาลปกครองนครศรธี รรมราช
(๙) ศาลปกครองอดุ รธานี
(๑๐) ศาลปกครองอบุ ลราชธานี
(๑๑) ศาลปกครองเพชรบรุ ี
(๑๒) ศาลปกครองนครสวรรค์
(๑๓) ศาลปกครองสพุ รรณบรุ ี
(๑๔) ศาลปกครองภเู กต็
(๑๕) ศาลปกครองยะลา

ศาลปกครองสงู สดุ ศาลปกครองกลาง และสำ� นกั งานศาลปกครอง

อาคารศาลปกครอง ถนนแจง้ วฒั นะ ๓๗
เลขท่ี ๑๒๐ หมทู่ ี่ ๓ ถนนแจง้ วฒั นะ
แขวงทงุ่ สองหอ้ ง เขตหลกั ส่ี กรงุ เทพมหานคร ๑๐๒๑๐
สายดว่ นศาลปกครอง ๑๓๕๕
โทรศพั ท์ ๐ ๒๑๔๑ ๑๑๑๑
www.admincourt.go.th

งานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปพี ทุ ธศักราช ๒๕๖๔

ศาลปกครองได้เปิดระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์เพ่ืออ�ำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน
ในการยน่ื ฟอ้ งคดปี กครอง โดยผทู้ ปี่ ระสงคจ์ ะฟอ้ งคดผี า่ นทางระบบงานคดปี กครองอเิ ลก็ ทรอนกิ สน์ นั้ สำ� หรบั
การใชง้ านครงั้ แรกจำ� เปน็ จะตอ้ งลงทะเบยี นกอ่ น การลงทะเบยี นนนั้ ไมย่ งุ่ ยากเพยี งทำ� ตามขน้ั ตอนงา่ ย ๆ ดงั นี้

ขนั้ ตอนการลงทะเบยี นเพอื่ ยน่ื ฟอ้ งคดที างอเิ ลก็ ทรอนกิ สข์ องศาลปกครอง

ขน้ั ตอนแรก
ผใู้ ชง้ านจะตอ้ งเขา้ สรู่ ะบบงานคดปี กครอง โดยสามารถเขา้ ได้ ๒ ชอ่ งทาง คอื เขา้ ใชง้ านผา่ นทาง
เวบ็ ไซตศ์ าลปกครอง www.admincourt.go.th จากนน้ั คลกิ ที่ Banner “ระบบงานคดปี กครองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส”์

หรอื เขา้ สรู่ ะบบงานคดปี กครองโดยตรงทาง พมิ พ์ URL https://elitigation.admincourt.go.th

https://elitigation.admincourt.go.th
๓๘

งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจ�ำปพี ุทธศกั ราช ๒๕๖๔

เมอื่ เขา้ มาแลว้ จะปรากฏหนา้ จอ ระบบงานคดปี กครองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ใหค้ ลกิ ทป่ี มุ่ เขา้ สรู่ ะบบ
จากนนั้ ใหส้ งั เกตขอ้ ความดา้ นซา้ ยลา่ ง “ผปู้ ระสงคจ์ ะฟอ้ งคดที างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ตอ้ งลงทะเบยี นในระบบงาน
คดปี กครองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ์ คลกิ ทน่ี ”ี่ ใหก้ ดทป่ี มุ่ คลกิ ทนี่ ี่ เพอื่ ลงทะเบยี น
เมอื่ กดคลกิ ทน่ี แี่ ลว้ หนา้ จอจะปรากฏหนา้ ขอ้ กำ� หนดในการใชง้ าน ใหผ้ ลู้ งทะเบยี นอา่ นขอ้ กำ� หนด
ใหเ้ ขา้ ใจทง้ั หมด จากนน้ั ใหท้ ำ� เครอ่ื งหมายถกู (P)โดยคลกิ ทชี่ อ่ งสเ่ี หลย่ี มดา้ นหนา้ ขอ้ ความวา่ “ขา้ พเจา้ ยอมรบั
ขอ้ กำ� หนดการใชง้ านระบบงานคดปี กครองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส”์ และคลกิ ทปี่ มุ่ ถดั ไป

ขนั้ ตอนถดั มา
ผใู้ ชง้ านจะตอ้ งกรอกรายละเอยี ดขอ้ มลู เพอ่ื ลงทะเบยี น โดยตอ้ งกรอกขอ้ มลู สว่ นบคุ คล และกำ� หนด
ชอ่ื ผใู้ ชแ้ ละรหสั ผา่ น โดยจะตอ้ งกรอกขอ้ มลู ในชอ่ งทมี่ เี ครอื่ งหมายดอกจนั (*) ใหค้ รบถว้ นในกรณที ก่ี รอกขอ้ มลู
ในชอ่ งทมี่ สี ญั ลกั ษณ์ * ไมค่ รบถว้ น ระบบจะไมส่ ามารถดำ� เนนิ การขน้ั ตอนตอ่ ไปได้ โดยเฉพาะขอ้ มลู ในชอ่ ง
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Mail ควรระบุอีเมลให้ถูกต้องและเป็นอีเมลที่ใช้งานเป็นประจ�ำ เน่ืองจาก
ศาลจะตดิ ตอ่ ผใู้ ชง้ านผา่ นทางอเี มลน้ี
เมอ่ื กรอกขอ้ มลู ครบถว้ นและตรวจสอบความถกู ตอ้ งแลว้ ใหค้ ลกิ ทป่ี มุ่ ถดั ไป ซงึ่ อยทู่ างดา้ นขวามอื
ระบบจะให้ก�ำหนดชือ่ ผูใ้ ช้ หรอื Username และรหัสผ่าน หรอื Password ซ่งึ ชอ่ื ผู้ใชแ้ ละรหสั ผ่านนจ้ี ะใช้
ทุกครั้งในการเข้าสู่ระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ใช้งานควรจดจ�ำและเก็บรักษาไว้เป็นความลับ
เพราะหากมกี ารนำ� ชอื่ ผใู้ ชแ้ ละรหสั ผา่ นของผใู้ ดเขา้ ใชง้ านในระบบ ศาลจะถอื วา่ เจา้ ของชอ่ื ผใู้ ชแ้ ละรหสั ผา่ น
นนั้ เปน็ ผเู้ ขา้ ใชง้ าน
๓๙
งานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปีพุทธศักราช ๒๕๖๔

เมอ่ื กรอกขอ้ มลู ครบถว้ นแลว้ ใหค้ ลกิ ทป่ี มุ่
ถัดไป ซ่ึงอยู่ทางด้านขวามือ ระบบจะแสดงข้อมูล
ทง้ั หมดท่ีผู้ใชง้ านได้กรอกไว้เพอ่ื ให้ตรวจสอบความ
ถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง หากพบว่าข้อมูลยังไม่ถูกต้อง
ครบถว้ น ผใู้ ชง้ านสามารถกลบั ไปแกไ้ ขขอ้ มลู ไดโ้ ดย
คลิกที่ปุ่ม ก่อนหน้า แต่หากผู้ใช้งานเห็นว่าข้อมูล
ถกู ตอ้ งครบถว้ นแลว้ ใหค้ ลกิ ทปี่ มุ่ ลงทะเบยี น
ขนั้ ตอนสดุ ทา้ ย
หลงั จากคลกิ ปมุ่ ลงทะเบยี นแลว้ ระบบจะ
ให้กรอกรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว หรือ OTP เป็น
เลข ๔ หลัก ซึ่งผู้ใช้งานจะได้รับผ่านทางอีเมลท่ีได้
แจ้งไว้ตอนกรอกข้อมูลเพ่ือลงทะเบียน เมื่อกรอก
OTP เสร็จแล้วให้คลิกที่ปุ่ม ตกลง ระบบจะแจ้ง
ยืนยันการลงทะเบียนทางอีเมลของผู้ใช้งาน ซึ่งจะ
ถอื วา่ ผใู้ ชง้ านไดล้ งทะเบยี นเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ และ
สามารถเขา้ สรู่ ะบบเพอ่ื ยนื่ ฟอ้ งคดปี กครองไดท้ นั ที
เมอื่ ลงทะเบยี นถกู ตอ้ งครบถว้ นแลว้ ใหเ้ ขา้ ไปสรู่ ะบบงานคดปี กครองอเิ ลก็ ทรอนกิ สอ์ กี ครงั้ และกรอก
ขอ้ มลู ชอื่ ผใู้ ช้ รหสั ผา่ น และรหสั Captcha แลว้ คลกิ เขา้ สรู่ ะบบ เพอื่ เขา้ สกู่ ารใชง้ านเพอ่ื การดำ� เนนิ การทางคดี
โดยเมื่อเข้าสูร่ ะบบแลว้ ให้ผู้ใช้เลือกใช้ให้สอดคลอ้ งตามตอ้ งการ เชน่ เลือกชั้นศาลท่ีจะย่ืนฟ้อง
เลอื กประเภทของการยน่ื เอกสาร เชน่ ยนื่ คำ� ฟอ้ ง คำ� ใหก้ าร คำ� รอ้ ง/คำ� ขอฯลฯ ซง่ึ สามารถดำ� เนนิ การในระบบ
ไดโ้ ดยตรง หรอื upload ไฟล์ โดยทำ� ตามคำ� แนะนำ� ในแตล่ ะขน้ั ตอนของระบบ และเลอื กชำ� ระคา่ ธรรมเนยี ม
ศาลตามวธิ กี ารทกี่ ำ� หนด (กรณฟี อ้ งคดลี ะเมดิ และความรบั ผดิ อยา่ งอน่ื และสญั ญาทางปกครอง) เปน็ ตน้

๔๐
งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทานศาลปกครอง ประจำ� ปีพทุ ธศักราช ๒๕๖๔



ศาลปกครองและส�ำนกั งานศาลปกครอง
เลขท่ี ๑๒๐ หม่ทู ่ี ๓ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทงุ่ สองห้อง
เขตหลกั สี่ กรงุ เทพมหานคร ๑๐๒๑๐
โทรศัพท์ ๐ ๒๑๔๑ ๑๑๑๑


Click to View FlipBook Version
Previous Book
การใช้สารเคมีในชีวิตประจำวัน
Next Book
Passive Voice By Lovely Girl