หนงสือเรยนวชาพื้นฐาน พ 22103
กลุมสาระการเรยนรสู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ม.2
พลศึกษา
ชือ่ หนังสอื หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน พ 22103 พลศึกษา
กล่มุ สาระการเรยี นร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา
คร้ังทีพ่ มิ พ ์ พิมพค์ ร้ังที่ 1
จดั ทำ� โดย กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ ปทมุ วนั
โรงพิมพ ์ บรษิ ัท เพจเมคเกอร์ จ�ำกัด
โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ ปทุมวนั
หนังสือเรียนรายวิชาพลศึกษา พ 22103 พลศึกษา. กรุงเทพมหานคร/
โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ปทมุ วนั , 2562.
1. แบบเรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน พ 22103 พลศึกษา 2. ชอื่ เรือ่ ง
I. พชิ ญน์ ิตา สองสน,ู บรรณาธิการ.
II. โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
ISBN 000-000-000-000-0
คณะผจู้ ดั ทำ�
ทปี่ รึกษา ผศ. ชัยศกั ด์ิ ลีลาจรัสกลุ ผ้อู �ำนวยการ
นายชยั ณรงค์ แย้มขจร อดตี หัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษา
และพลศึกษา
บรรณาธิการ นางสาวพชิ ญน์ ติ า สองสนู
กองบรรณาธิการ นายพหกุ ร ทศั นสวุ รรณ
ออกแบบภาพ นางสาวอภิชญา ใจอักษร
คำ�นำ�
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ
พลศึกษา จะศึกษาเกี่ยวกับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ชีวติ และครอบครัว
การเคลอื่ นไหว การออกกำ� ลงั กาย การเลน่ เกม กฬี าไทย กฬี าสากล การสรา้ งเสริมสขุ ภาพ สมรรถภาพ
การปอ้ งกันโรค และความปลอดภยั ในชีวติ โดยมเี ปา้ หมายเพื่อการด�ำรงสุขภาพ การสรา้ งเสริมสขุ ภาพ
การพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตของบคุ คล ครอบครวั และชุมชนให้ย่งั ยืน
ส�ำหรับสาระการเรียนรู้วชิ าพลศึกษา เป็นสาระการเรยี นรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนใช้กิจกรรม
การเคลื่อนไหว การออกก�ำลังกาย การเล่นเกมและกีฬา เป็นเครอ่ื งมือในการพัฒนาโดยรวม
ทงั้ ด้านรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม สติปัญญา รวมทง้ั สมรรถภาพเพ่อื การมสี ุขภาพทีด่ ีและการกฬี า
ในการจัดท�ำหนังสือประกอบการเรยี นการสอนรายวชิ าพลศึกษา 3 (พ 22103) กลุ่มสาระ
การเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัย
ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ปทุมวัน เล่มน้ีจะเน้นที่สาระ 3 การเคลื่อนไหว การออกก�ำลังกาย การเล่นเกม
กีฬาไทย และกีฬาสากล ซ่ึงภายในเล่มประกอบด้วยหน่วยการเรยี นรู้ท่ีมีเนื้อหาสาระตรงตาม
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง เพอื่ นำ� ไปใช้ในการเรยี นการสอนรายวชิ าพลศกึ ษาใหบ้ รรลตุ ามตวั ชวี้ ดั ตามท่ี
หลักสูตรได้ก�ำหนดไว้ โดยใช้ทักษะ การเคลื่อนไหวร่างกายที่น�ำไปสู่การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬา
เพอื่ สรา้ งเสริมสขุ ภาพและสมรรถภาพทางกายของผเู้ รียน นอกจากน้กี จิ กรรมพลศกึ ษาทมี่ คี วามหลากหลาย
จะเปน็ การเสริมสรา้ งความสามารถ ความมนั่ ใจ และความเชี่ยวชาญทางดา้ นเทคนิคตา่ งๆ ทแ่ี ตกตา่ งกนั
ของกิจกรรมและกีฬาใหแ้ กผ่ ูเ้ รยี นได้มากย่ิงข้นึ
ผู้เรยี บเรียงหวังเป็นอย่างยงิ่ ว่า หนังสือประกอบการเรยี นการสอนรายวิชาพลศึกษา 3
(พ 22103) กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรยี นสาธิต
มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ ปทมุ วนั เลม่ น้ี จะชว่ ยอำ� นวยประโยชน์ใหผ้ เู้ รียนไดท้ ง้ั ความรคู้ วามเขา้ ใจ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และมีผลสัมฤทธิท์ างการเรียนท่ีดีตามท่ีหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพืน้ ฐานไดก้ �ำหนดไว้เปน็ อย่างดี
คณะผู้จดั ทำ�
สารบญั
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 กจิ กรรมสร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกาย
• ความหมายของสมรรถภาพทางกาย......................... 07
• องคป์ ระกอบของสมรรถภาพทางกาย....................... 07
• ประเภทของสมรรถภาพทางกาย............................. 07
• คุณคา่ การมีสมรรถภาพทางกายท่ีด.ี ........................ 10
• ข้อควรคำ� นึงในการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย........ 10
• การทดสอบสมรรถภาพทางกาย............................. 11
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 กฬี าไทย : กระบกี่ ระบอง
• ประวตั ิความเปน็ มาของกระบี่กระบอง....................... 17
• คณุ ค่าและประโยชนข์ องการเลน่ กระบก่ี ระบอง............. 17
• อปุ กรณก์ ระบ่ีกระบอง......................................... 18
• ขนั้ ตอนในการเล่นกระบก่ี ระบอง (ทา่ ไม้ตี).................. 19
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 กฬี าสากล : แชรบ์ อล
• ประวัติความเป็นมาของกฬี าแชรบ์ อล........................ 27
• กฎ กติกา กีฬาแชร์บอล....................................... 29
• คุณค่าและประโยชนข์ องกีฬาแชร์บอล....................... 32
• ทกั ษะเบื้องต้นของกีฬาแชรบ์ อล.............................. 32
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 กีฬาสากล : เทนนิส
• ประวตั ิความเปน็ มาของกฬี าเทนนสิ ......................... 38
• กฎ กติกา กีฬาเทนนสิ ......................................... 40
• คณุ คา่ และประโยชนข์ องกีฬาเทนนสิ ......................... 43
• ทักษะเบอื้ งตน้ ของกีฬาเทนนสิ ............................... 44
4 หนังสือเรยี นพลศึกษา
ผังมโนทัศนห์ นงั สือประกอบการเรียนการสอน
รายวิชาพลศึกษา 3 (พ 22103)
สสมมรรรรถถภภาาพพททาางงกกาายย
ทกั ษะชวี ติ
คคววาามมรรูู้้ สขุ ภาพดี ททัักกษษะะ
ทกั ษะสขุ ภาพ
คณุ ธรรม เจตคติ
กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ ปทมุ วัน
โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ ปทมุ วนั 5
1หนวยการเรยี นรูที่
กจิ กรรมการสรา งเสรมสมรรถภาพทางกาย
แผนผงั สาระการเรียนรู
กิจกรรมการสรางเสรมสมรรถภาพทางกาย
ความรเู บอ้ื งตนเก่ียวกับ การทดสอบสมรรถภาพทางกาย
การสรางเสรมสมรรถภาพทางกาย
ความสำคัญของ
ความหมายของสมรรถภาพทางกาย การทดสอบสมรรถภาพทางกาย
วธการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
องคประกอบของสมรรถภาพทางกาย
ประเภทของสมรรถภาพทางกาย วธการสรางเสรมสมรรถภาพทางกาย
ประโยชนของ
การมีสมรรถภาพทางกายทีด่ ี
คุณคา
การมีสมรรถภาพทางกายที่ดี
ขอ ควรคำนงของ
การสรางเสรมสมรรถภาพทางกาย
สาระส�ำคัญ
นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมรรถภาพทางกาย องค์ประกอบและประเภทของ
สมรรถภาพทางกาย รวมถึงประโยชน์และคุณค่าของการมีสมรรถภาพทางกายท่ีดี อีกทั้งมีความรู้
ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั การทดสอบสมรรถภาพทางกาย และวธิ ีการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกายของตนเอง
ตามผลการทดสอบ เพอ่ื ใหร้ า่ งกายไดป้ ระกอบกจิ กรรมตา่ งๆ อยา่ งมรี ะบบและเปน็ องคป์ ระกอบพนื้ ฐาน
ท่ีจะน�ำไปสูก่ ารมสี มรรถภาพท่ดี ีต่อไป
6 หนงั สือเรยี นพลศกึ ษา
ความหมายของสมรรถภาพทางกาย กิจกรรมการสรา้ งเสริม
สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถของร่างกายในการประกอบการงานหรอื สมรรถภาพทางกาย
กิจกรรมทางกายอยา่ งใดอยา่ งหนึง่ เป็นอย่างดี โดยไม่รู้สกึ เหน็ดเหน่อื ย สมรรถภาพทางกายเปน็ ส่วน
ส�ำคัญในการพัฒนาการทางด้านร่างกายของมนุษย์ สมรรถภาพทางกายของบุคคลท่ัวไปจะเกิดขน้ึ ได้
จากการเคล่อื นไหวร่างกายหรอื ออกกำ� ลงั กายอย่างสม่�ำเสมอ
องคป์ ระกอบของสมรรถภาพทางกาย
องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย ประกอบด้วย
1. ความทนทานของระบบหมนุ เวียนโลหิต
2. ความทนทานของกล้ามเนอื้
3. ความแขง็ แรงของกล้ามเน้ือ
4. พลังของกล้ามเนอื้
5. ความเรว็
6. ความคลอ่ งแคลว่ ว่องไว
7. ความออ่ นตวั
8. การทรงตวั
ประเภทของสมรรถภาพทางกาย
ประเภทของสมรรถภาพทางกายแบ่งเปน็ 2 ประเภท ดังนี้
1. สมรรถภาพทางกายเพอ่ื สขุ ภาพ หมายถงึ ความสามารถของระบบตา่ ง ๆ ในรา่ งกาย
ที่เป็นความสามารถเชงิ สรีรวิทยาของระบบท่ีจะช่วยป้องกันบุคคลจากโรคต่างๆ ซ่ึงมีสาเหตุจากภาวะ
ของการขาดการออกก�ำลังกาย และถือว่าเป็นปัจจัยส�ำคัญที่จะช่วยให้คนเรามีสุขภาพที่ดี สมรรถภาพ
ทางกายเพื่อสขุ ภาพมีองค์ประกอบ ดังนี้
โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทมุ วนั 7
กิจกรรมการสร้างเสริม 1) องค์ประกอบของร่างกาย หมายถึง สัดส่วนปรมิ าณไขมันในร่างกายกับมวล
สมรรถภาพทางกาย ร่างกายที่ปราศจากไขมนั โดยการวดั ออกมาเปน็ เปอร์เซน็ ต์ไขมนั (% fat) โดยใช้เครอ่ื งมือและอุปกรณ์
วดั ทีเ่ รยี กว่า “เครอื่ งหนบี ไขมัน”
2) ความอดทนของระบบไหลเวียนเลือด หมายถึง สมรรถนะเชิงปฏิบัติของระบบ
ไหลเวยี นเลือด และระบบหายใจในการล�ำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์กล้ามเนอ้ื ท�ำให้ร่างกายสามารถ
ทำ� งานหรอื ออกกำ� ลงั กายท่ีใชก้ ลา้ มเนอื้ มดั ใหญเ่ ปน็ ระยะเวลายาวนาน เปน็ องคป์ ระกอบของสมรรถภาพ
ทางกายทม่ี คี วามสำ� คญั มาก ระบบการไหลเวยี นและการหายใจ จะเกย่ี วขอ้ งกบั หวั ใจ ปอด ทง้ั สองระบบ
มีความสัมพนั ธ์กับโครงสร้างและหน้าที่ดว้ ยกัน กลา่ วคือ กล้ามเนอื้ หัวใจทำ� หน้าท่ีปัม๊ เลอื ด เพ่ือขนส่ง
ออกซเิ จนและสารอาหารไปใหแ้ กเ่ ซลลท์ ว่ั รา่ งกาย สว่ นปอดกจ็ ะนำ� คารบ์ อนไดออกไซด์ และผลผลติ ของ
เสียขับออกไปจากร่างกาย ท�ำให้ร่างกายสามารถท�ำงานหรอื ออกก�ำลังกายท่ีใช้กล้ามเนอ้ื มัดใหญ่
เป็นระยะเวลายาวนานได้
3) ความออ่ นตวั หรอื ความยดื หยนุ่ หมายถงึ ความสามารถของขอ้ ตอ่ ทจี่ ะเคลอ่ื นไหว
ได้อย่างอสิ ระตลอดช่วงการเคล่อื นไหว ซ่งึ ส่งผลตอ่ ความยาวของกล้ามเนอื้ โครงสรา้ งของขอ้ ตอ่ และ
ปจั จยั อนื่ ๆ
4) ความอดทนของกลา้ มเน้ือ หมายถงึ ความสามารถของกล้ามเน้ือมดั ใดมัดหนงึ่
หรือกลุ่มกล้ามเนื้อ ในการหดตวั ซ�้ำๆ เพือ่ ตา้ นแรงหรือความสามารถในการหดตวั ครัง้ เดยี วได้เปน็ ระยะ
เวลายาวนาน
5) ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หมายถึง เป็นความสามารถของกล้ามเน้ือ
กลุ่มหนึ่งที่พยายามออกแรงตา้ นภายนอก หรือออกแรงยกน�้ำหนัก เช่น การดันพืน้ เปน็ ต้น
2. สมรรถภาพทางกลไก หมายถงึ ความสามารถของกลมุ่ กลา้ มเน้อื ใหญ่ ๆ ทจ่ี ะปฏบิ ตั ิ
กิจกรรมได้เป็นระยะเวลานาน ๆ เป็นความสามารถของบุคคลที่จะเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึง่ สามารถดูได้จากกิจกรรมทีอ่ าศยั องค์ประกอบหลาย ๆ ด้าน หรือความสามารถของร่างกายทจ่ี ะชว่ ย
ให้บุคคลสามารถประกอบกจิ กรรมทางกายได้ สมรรถภาพทางกลไกมีองคป์ ระกอบ ดังน้ี
1) ความคลอ่ งตวั หมายถงึ ความสามารถในการเปลยี่ นทศิ ทางในการเคลอ่ื นท่ีได้
อย่างรวดเร็ว พรอ้ มทัง้ สามารถควบคมุ การเคลอ่ื นไหวน้นั ได้
2) การทรงตวั หมายถงึ ความสามารถในการรักษาสมดลุ ของร่างกาย ท้งั ในขณะ
อยู่กับท่ีและเคลื่อนไหว หรือความสามารถในการควบคุมร่างกายให้อยู่ในแนวตั้งตรง และการท�ำให้
จุดศนู ยถ์ ว่ งของรา่ งกายอยู่ภายในฐานรองรบั
3) การประสานสัมพันธ์ หมายถึง ความสามารถในการเคล่ือนไหวอย่างราบร่นื
กลมกลืน และมปี ระสิทธภิ าพ ซ่งึ เปน็ การท�ำงานทีป่ ระสานสมั พันธก์ นั ระหวา่ งตา มือ และเท้า
8 หนงั สือเรยี นพลศกึ ษา
4) พลังกล้ามเนื้อ หมายถึง ความสามารถของกล้ามเน้ือส่วนหนึง่ ส่วนใดหรือ กิจกรรมการสรา้ งเสริม
หลายๆ ส่วนของร่างกายในการหดตัวเพื่อท�ำงานด้วยความเร็วสูง แรงหรืองานที่ได้เป็นผลรวมของ สมรรถภาพทางกาย
ความแข็งแรงและความเรว็ ที่ใช้ในช่วงระยะเวลาสน้ั ๆ เช่น การยนื อย่กู บั ที่ กระโดดไกล การทุ่ม นำ�้ หนกั
เป็นต้น
5) เวลาปฏิกิรยิ าตอบสนอง หมายถึง ระยะเวลาที่รา่ งกายใช้ในการตอบสนองต่อ
สิ่งเรา้ ต่าง ๆ เช่น แสง เสียง สมั ผัส
6) ความเรว็ หมายถึง ความสามารถในการเคลอื่ นทจ่ี ากทห่ี น่งึ ไปยงั อีกท่หี น่ึงได้
อยา่ งรวดเรว็
ประโยชนข์ องการมสี มรรถภาพทางกายทด่ี ี
ประโยชนท์ ว่ั ไป
1. ทำ� ให้ทรวดทรงดี
2. ร่างกายมคี วามต้านทานโรค
3. ระบบต่าง ๆ ท�ำงานมปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ
4. การตดั สินใจดีขึน้
5. มีทักษะดขี ้นึ
ประโยชนท์ างร่างกาย
1. กล้ามเนอื้ มคี วามแขง็ แรง
2. กล้ามเนอื้ มคี วามทนทาน
3. อตั ราการเตน้ ของหวั ใจจำ� นวนครง้ั นอ้ ยลง
แตก่ ารสบู ฉีดของหวั ใจมปี ระสทิ ธภิ าพเพิม่ ขนึ้
4. การควบคมุ อณุ หภมู ิของรา่ งกายดขี ึ้น
5. ความออ่ นตัวดีขน้ึ
6. กล้ามเน้ือฉีกขาดไดย้ าก
7. พลงั กล้ามเน้อื สงู ข้นึ
8. ความสัมพันธ์ในการใชม้ ือใช้เทา้ ดขี ึ้น
9. การประกอบกจิ กรรมในแง่ ทุ่ม พงุ่ ขว้าง กระโดด มีประสทิ ธิภาพย่งิ ขนึ้
10. การทรงตวั ดขี นึ้
โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวนั 9
กิจกรรมการสร้างเสริม คณุ คา่ การมีสมรรถภาพทางกายท่ีดี
สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางกายจะเกิดข้ึนได้ก็ต่อเม่ือร่างกายได้มีการเคลื่อนไหวและออกก�ำลังกาย
เป็นประจ�ำสม�่ำเสมอ การท่ีบคุ คลมีสมรรถภาพทางกายที่ดี จะส่งผลใหม้ คี ุณคา่ และประโยชน์ดังนี้
1. ผมู้ ีสมรรถภาพทางกายดีจะเปน็ ผ้ทู ่มี สี ุขภาพดี
2. ผู้มีสมรรถภาพทางกายท่ีดีจะช่วยให้มีบุคลิกลักษณะสง่าผ่าเผย คล่องแคล่ว
กระฉบั กระเฉง
3. ผ้มู ีสมรรถภาพทางกายท่ดี จี ะมีการท�ำงานประสานกนั ระหว่างระบบต่างๆ
4. ผมู้ สี มรรถภาพทางกายทด่ี จี ะทำ� งานสำ� เรจ็ ได้โดยใชแ้ รงนอ้ ยกวา่ เหนื่อยนอ้ ยกวา่ ทำ� ให้
รา่ งกายสามารถน�ำกำ� ลงั ไปใช้ในงานอน่ื ได้ตอ่ ไป
5. ผู้มีสมรรถภาพทางกายท่ีดีในวัยเด็กจะท�ำให้เป็นผู้ที่มีความกระตือรอื ร้น และมีความ
เชอ่ื มนั่ ในตนเองสูง
ข้อควรคำ� นงึ การสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย
1. อายแุ ละวยั ตา่ ง ๆ จะมคี วามเหมาะสมกบั การออกกำ� ลงั กายหรอื การเลน่ กฬี าที่ไมเ่ หมอื นกนั
ดังนัน้ การเลอื กกจิ กรรมการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกายจงึ แตกต่างกันในแต่ละวัย
2. สมรรถภาพทางกายของเพศหญิงและเพศชายย่อมมีความแตกต่างกนั
3. สภาพรา่ งกาย จิตใจ และ พรสวรรค์ เปน็ เรือ่ งของตวั บคุ คล ซง่ึ เปน็ ผลมาจากกรรมพนั ธ์ุ
และอทิ ธพิ ลของสิ่งแวดล้อม ขนาดรปู ร่างและลักษณะทางกาย
4. อาหาร มผี ลต่อการสร้างเสรมิ สรรถภาพทางกาย
5. ภูมิอากาศ มีอิทธพิ ลต่อการสร้างเสรมิ สรรถภาพทางกายมาก ความร้อนท�ำให้
ความอดทนลดลง เพราะท�ำให้การระบายความร้อนที่เกิดจากการท�ำงานของกล้ามเนือ้ ท�ำได้ยากข้ึน
ดงั นั้นกลางวนั เหมาะสำ� หรับการฝกึ ความอดทน
6. เคร่ืองแต่งกาย ลักษณะของเส้ือผ้า เช่น แขนส้ัน แขนยาว เน้ือผ้า สีของเส้ือผ้า
จะมผี ลกระทบตอ่ การออกก�ำลงั การของในแง่ของความคลอ่ งตัวและการระบายความรอ้ น
10 หนังสอื เรยี นพลศึกษา
การทดสอบสมรรรถภาพทางกาย กิจกรรมการสรา้ งเสริม
การทดสอบสมรรถภาพทางกาย หมายถึง การทดสอบเพ่ือประเมินความสามารถและ สมรรถภาพทางกาย
ประสิทธภิ าพในการท�ำงานของอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเฉพาะเจาะจงที่ โดยมีวัตถุประสงค์
เพอ่ื ตอ้ งการทราบถงึ ขีดความสามารถในการทำ� งานของอวยั วะสว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกายวา่ มคี วามสามารถ
หรอื มคี วามพรอ้ มมากนอ้ ยเพียงใด มจี ดุ อ่อนหรือจดุ บกพร่องท่ีจะต้องปรบั ปรุงสว่ นใดบ้าง ท้งั น้เี พื่อให้
ร่างกายส่วนนนั้ ได้ประกอบกิจกรรมต่างๆ อย่างมีระบบและจะเป็นองค์ประกอบพ้ืนฐานที่จะนำ� ไปสู่
การมสี มรรถภาพท่ดี ีต่อไป
ความส�ำคัญของการทดสอบสมรรรถภาพทางกาย
การทดสอบสมรรถภาพทางกายท�ำให้ทราบถึงระดับความสามารถ หรือระดับสมรรถภาพ
ทางกายแตล่ ะดา้ นของบคุ คล ซง่ึ ทำ� ใหส้ ามารถเลอื กกจิ กรรมการออกกำ� ลงั กายทเ่ี หมาะสมกบั ตนเองได้
โดยการทดสอบสมรรถภาพทางกายมีความสำ� คญั ดงั น้ี
1. การทดสอบสมรรถภาพทางกาย สามารถใชเ้ ป็นแนวทางในการพัฒนาความสามารถ
ของร่างกาย หรอื สว่ นที่บกพร่องใหม้ ีความสมบรู ณ์และมปี ระสทิ ธิภาพอยา่ งเตม็ ที่
2. การทดสอบสมรรถภาพทางกาย สามารถใชเ้ ปน็ แนวทางในการตดั สินความสามารถ
ของรา่ งกาย เพอ่ื นำ� ไปสแู่ นวทางในการออกกำ� ลังกายหรอื เลน่ กฬี าประเภทตา่ งๆ
3. การทดสอบสมรรถภาพทางกาย สามารถชว่ ยในการรักษาความสมบรู ณ์ของร่างกาย
ให้คงอยอู่ ย่างสม�ำ่ เสมอ
โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวนั 11
วธิ กี ารทดสอบสมรรรถภาพทางกาย
การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ก่อนการทดสอบจะต้องตรวจเช็คสุขภาพท่ัวไปก่อน
เพื่อตรวจสอบว่ามีโรคท่ีขัดต่อการออกก�ำลังกาย หรอื ความบกพร่องทางสุขภาพหรอื ไม่ โดยผู้รับ
การทดสอบจะได้รับการวัดและประเมินการท�ำงานของอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายจากแบบทดสอบ
ซึง่ วิธีการทดสอบสามารถท�ำไดห้ ลายวธิ ี ดงั ตัวอยา่ งดา้ นลา่ งน้ี
วิธีการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
ความแข็งแรงของกล้ามเน้ือ ความทนทานของกลา้ มเนอื้ พลังของกลา้ มเน้ือ ความอ่อนตวั
• วดั แรงบีบมือ • ลุก – นั่ง • ยืนกระโดดไกล • ยนื กม้ ตัว
• วัดแรงเหยียดขา • ดงึ ข้อ ราวเดีย่ ว • กระโดดสงู • นงั้ กม้ ตวั ไป
• วดั แรงเหยยี ดหลัง งอแขน หอ้ ยตวั • ท่มุ น�ำ้ หนัก ข้างหนา้
ความคลอ่ งตัว ความเรว็ สมรรถภาพของระบบหายใจ
• วิ่งเกบ็ ของ • วงิ่ เรว็ 50 เมตร • วัดความจปุ อด
• ว่ิงอ้อมหลัก • วิ่งเรว็ 100 เมตร • วดั สมรรถภาพการหายใจสงู สุด
กิจกรรมการสร้างเสริม
สมรรถภาพทางกาย
12 หนังสอื เรียนพลศกึ ษา
วิธีการทดสอบสมรรรถภาพทางกาย
การทดสอบสมรรถภาพทางกาย จะทำ� ใหบ้ คุ คลทราบสามารถตดั สนิ ใจหรือเลอื กทจี่ ะปรบั ปรงุ
ตนเอง เพอ่ื สรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกายใหด้ ขี ึน้ หรอื คงท่ีไมเ่ ปลย่ี นแปลง โดยมวี ิธกี ารสรา้ งเสรมิ และ
ปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย ดงั นี้
ตัวอยา่ ง กจิ กรรมการออกกำ� ลงั กายเพอื่ สรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย
รายการ กจิ กรรมการสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกาย กิจกรรมการสรา้ งเสริม
ความอดทนของระบบไหลเวยี นโลหิต สมรรถภาพทางกาย
และระบบหายใจ ท่ีสามารถฝกึ เพิ่มเตมิ
ความแขง็ แรงของกล้ามเนอื้
ความทนทานของกลา้ มเน้ือ • การวงิ่ การเดินเร็ว
ความออ่ นตวั • การว่ายน�้ำ
• การเตน้ แอโรบคิ
ความคลอ่ งแคล่วว่องไว
• การเลน่ ฟุตบอล บาสเกตบอล
• กรีฑา ประเภทลู่ / ลาน
• การดนั พนื้ การดงึ ขอ้
• การเลน่ เทนนิส แบดมินตนั
• การชกมวย
• การเล่นยมิ นาสติก
• การฝกึ โยคะ
• การบรหิ ารร่างกาย
• การวิง่ เร็ว
• การวิง่ ซิกแซก
• การวิง่ กลบั ตัว
โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ปทุมวนั 13
กจิ กรรมหนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 กจิ กรรมสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย
1. บันทกึ ข้อมูลลงในแบบบนั ทึกการทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรยี น
แบบบนั ทกึ การทดสอบสมรรถภาพทางกาย
นกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
ชอ่ื ...........................................................หอ้ ง........................เลขท่.ี .....................
สว่ นสูง..............................นำ�้ หนกั ...........................ดัชนีมวลกาย.............................
รายการทดสอบ จำ� นวนครง้ั / เวลา เกณฑ์
กิจกรรมการสร้างเสริม 1. น่งั งอตวั ไปขา้ งหนา้ เซนติเมตร
สมรรถภาพทางกาย 2. ยนื กระโดดไกล เซนตเิ มตร
3. ลกุ - น่ัง 30 วินาที
4. วิง่ เก็บของ คร้งั
5. วิ่งเรว็ 50 เมตร วนิ าที
6. ดนั พ้ืน 30 วินาที วนิ าที
7. วิ่งระยะไกล ครั้ง
นาที
14 หนังสือเรยี นพลศกึ ษา
2. หลังจากการทดสอบสมรรถภาพทางกายแลว้ ใหน้ กั เรยี นตอบคำ� ถาม
2.1 นักเรยี นทดสอบสมรรถภาพทางกายรายการใดบ้าง และแตล่ ะรายการเปน็ การทดสอบสมรรถภาพ
ทางกายด้านใด
รายการ ทดสอบสมรรถภาพทางกายในดา้ น
2.2 นกั เรยี นมแี นวทางในการปฏิบตั ติ นเพ่ือสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกายอยา่ งไร กิจกรรมการสรา้ งเสริม
…………………………………………………………………………………............………………..….. สมรรถภาพทางกาย
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………....
2.3 การมสี มรรถภาพทางกายที่ดี มคี ณุ ค่าและประโยชนอ์ ยา่ งไร
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………....
2.4 การมสี มรรถภาพทางกายทด่ี ี สามารถนำ� ไปใช้ในการเล่นกฬี าประเภทใดได้บา้ ง อย่างไร
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………....
โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ ปทมุ วนั 15
2หนวยการเรยี นรูท่ี กฬี าไทย: กระบกี่ ระบอง
แผนผงั สาระการเรียนรู
กระบ่กี ระบอง
ความรูเ บ้ืองตน เกี่ยวกบั ทกั ษะกระบ่กี ระบอง
กระบีก่ ระบอง
กระบี่กระบอง
ประวัตคิ วามเปนมาของ ทา ไมต ที ่ี 1
กระบ่ีกระบอง ทาไมต ีที่ 2
ทา ไมตีท่ี 3
คุณคาและประโยชน ทา ไมต ีท่ี 4
ของกระบ่กี ระบอง ทาไมต ที ี่ 5
ทาไมตีที่ 6
อุปกรณ
กระบก่ี ระบอง
สาระส�ำคัญ
นักเรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ประวตั คิ วามเปน็ มา คณุ คา่ และประโยชนข์ องกระบกี่ ระบอง
และสามารถปฏิบัติทักษะพ้ืนฐานของกระบ่ีกระบองในท่าไม้ตีต่างๆ ได้ ตลอดจนสามารถนำ� ความรู้
ท่ีไดร้ ับไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจ�ำวัน และสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายดว้ ยกีฬากระบีก่ ระบอง
16 หนังสอื เรยี นพลศกึ ษา
ประวัตคิ วามเปน็ มาของกระบี่กระบอง กฬี าไทย: กระบ่กี ระบอง
กระบกี่ ระบองเปน็ อาวธุ หลกั ที่ใช้ในการรบ ซง่ึ ใชส้ ำ� หรบั ฟนั และแทงศตั รใู นการตอ่ สรู้ ะยะประชิด
การตีกระบี่กระบองเป็นกีฬาเพ่ือออกกําลังและฝึกฝนความแข็งแกร่ง เพ่ือเตรยี มพร้อมท่ีจะรับศึก และ
เปน็ กฬี าทเี่ หมาะทสี่ ดุ ในการฝกึ ซอ้ มรบ เพราะคลา้ ยกบั การรบจาํ ลอง โดยมวี สั ดุ คอื หวาย นำ� มาทาํ เปน็
กระบี่ ดาบ งา้ ว ฯลฯ และน�ำหนังหรอื หวายมา ทาํ เปน็ โล่ห์ เขน ดัง้ ฯลฯ แล้วก็มาตีสู้กัน หรือแขง่ ขนั กัน
เป็นคู่ ๆ เป็นการฝึกหัดการรุกและการรับไปในตัว ฝ่ายใดพลาดท่าก็จะเจ็บตัว เพราะไม้ได้สวมเกราะ
ป้องกันตัว จึงถือเปน็ กีฬาที่สามารถฝกึ กายและใจไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
กระบ่กี ระบองเปน็ เกมของนักรบทเ่ี ลน่ กันมาช้านานต้งั แต่รัชกาลที่ 2 และรชั กาลที่ 3 ตอ่ มา
ในสมัยรชั กาลท่ี 4 กระบ่กี ระบองได้เฟ่อื งฟมู าก เพราะพระองค์ทรงโปรดปรานมากเป็นพิเศษ ทรงโปรด
ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ทรงหัดกระบ่ีกระบองจนครบวง และในสมัยรัชกาลท่ี 6
การเล่นกระบ่ีกระบองจึงไดล้ ดนอ้ ยลงไปจากเดิม
วิชากระบี่กระบองได้ถูกนำ� มาทดลองสอนนกั เรยี นพลศึกษากลาง ขึน้ เป็นคร้ังแรกเม่ือปี
พ.ศ. 2478 โดยขณะนั้น อาจารยน์ าค เทพหัสดิน ณ อยธุ ยา ผ้มู คี วามสนใจและมีความรู้ทางด้านน้ีมาก
เป็นอาจารย์ ใหญ่ของโรงเรยี นพลศึกษากลาง ได้ทดลองสอนอยู่ 1 ปี ได้ผลเป็นท่ีพึงพอใจ
จึงไดก้ าํ หนดวชิ ากระบีก่ ระบองเข้าไว้ในหลกั สตู รของประโยคผสู้ อนพลศึกษา เม่ือปี 2479 พวกนกั เรียน
ที่จบไปก็ได้รับราชการเป็นครูสอนวิชาพลศึกษาตามจังหวัดต่าง ๆ ได้นําวชิ าน้ีไปเผยแพร่ ปรากฏว่า
ประชาชนคนไทยได้ใหค้ วามสนใจในวิชาชนดิ นี้มาก
ตอ่ มา พ.ศ.2518 กระทรวงศึกษาธิการไดป้ ระกาศใช้หลักสูตรประโยคมธั ยมศึกษาตอนปลาย
และได้มีการก�ำหนดให้วชิ ากระบ่ีกระบองเป็นส่วนหนึง่ ของวิชาพลศึกษาในรายวชิ าบังคับ ในระดับ
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 และตอ่ มาในปี พ.ศ.2521 กระทรวงศกึ ษาฯได้ประกาศหลักสูตรมัธยมศกึ ษาตอนต้น
ตามแนวแผนการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2520 และได้ก�ำหนดวชิ ากระบ่ี 1 เป็นวชิ าบังคับเรียน
ในชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 นับแตน่ นั้ มา
คุณคา่ และประโยชนข์ องกระบก่ี ระบอง
กระบ่ีกระบองเป็นกีฬาไทยที่เล่นภายใต้กฎ กติกา และประเพณีอันดีงาม ซ่ึงมีคุณค่าและ
ประโยชนด์ ังน้ี
1. กระบีก่ ระบองเปน็ วิชาศลิ ปะการป้องกันตัว เพราะในสมยั โบราณกระบ่ีกระบองเปน็ วชิ า
ของนกั รบ และใชป้ อ้ งกนั ตัวในยามปกติ รวมทั้งเปน็ กีฬาไทยทั้งในอดีตและปัจจบุ นั
2. กระบี่กระบองช่วยสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย การเล่นกระบ่ีกระบองเป็น
การออกกำ� ลงั กายทุกสว่ นของร่างกาย ท�ำใหอ้ วัยวะต่างๆ ไดท้ ำ� งานสมั พธั ก์ นั อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ และ
เกดิ ความคลอ่ งแคลว่ ว่องไว สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหนา้ ไดเ้ ปน็ อย่างดี
โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ ปทุมวนั 17
ีกฬาไทย: กระ ่บีกระบอง 3. กระบ่ีกระบองช่วยฝึกประสาท ปฏิภาณและไหวพรบิ การเล่นกระบ่ีกระบองเป็น
การฝกึ สมองใหค้ ดิ และตดั สนิ ใจได้โดยเรว็ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ สายตาตอ้ งทำ� งานไดเ้ ปน็ อยา่ งดี สมั พนั ธก์ บั
การสง่ั การใหก้ ล้ามเนือ้ ต่างๆ ท�ำงานได้อยา่ งรวดเรว็ และแมน่ ย�ำ
4. กระบกี่ ระบองเปน็ ศลิ ปะการตอ่ สปู้ อ้ งกนั ตวั ประจำ� ชาติไทย กระบกี่ ระบองนับเปน็ ศาสตร์
ที่เป็นมรดกอันล้�ำค่าของบรรพบุรุษไทย จึงควรช่วยกันรักษาไว้ เพราะวชิ ากระบ่ีกระบองไม่ใช่มีเพียง
การรุกและการรับเทา่ นั้น แตย่ ังมีการร่ายรำ� ไหวค้ รแู ละไม้ร�ำต่างๆ ทสี่ วยงามตามประเพณที ีก่ �ำหนดไว้
5. กระบก่ี ระบองเป็นการเลน่ ทฝี่ ึกจติ ใจให้มีนำ�้ ใจนักกีฬา รู้แพ้ รชู้ นะ และรอู้ ภัย
อุปกรณก์ ระบีก่ ระบอง
1. สนาม
สนามแสดงกระบี่-กระบอง ควรเป็นสนามหญ้าหรือสนามดิน ความกว้างประมาณ
8 X 16 เมตร ควรจะมีเส้นแสดงเขตแดนเพ่ือป้องกนั อันตรายท่ีอาจจะเกดิ กับทา่ นผูช้ มการแสดง
2. เครอื่ งกระบี่กระบอง
เครื่องกระบี่กระบอง ประกอบด้วย กระบ,ี่ ดาบ, งา้ ว, พลอง, ด้งั , เขน, โล่ห์, และไม้สน้ั
เครื่องกระบกี่ ระบองที่จ�ำลองมาจากอาวธุ จริง ได้แก่ กระบี่, ดาบ, งา้ ว, และพลองเท่านน้ั ส่วนท่เี หลอื
จะน�ำของจรงิ มาใช้ในการแสดง เคร่อื งอปุ กรณ์เหลา่ นมี้ ักจะเรียกวา่ “เครอื่ งไม”้ ซ่ึงมี 2 ชนิด คอื
2.1 เครอื่ งไม้รำ�
2.2 เครอ่ื งไม้ตี
18 หนงั สอื เรียนพลศกึ ษา
ข้ันตอนในการเล่นกระบก่ี ระบอง (ท่าไมต้ ี) กฬี าไทย: กระบ่กี ระบอง
ไม้ตที ่ี 1 (คอ - คอ)
ท่าคมุ ตีลกู ไม้
ทา่ คมุ ตลี กู ไมเ้ ปน็ ทา่ ยนื เตรียมพรอ้ มกอ่ นทจ่ี ะฝกึ หดั ตลี กู ไม้ โดยยนื เทา้ ชิด หนั หนา้ เขา้ หากนั
มอื จับกระบอ่ี ยทู่ างขวา ปลายกระบพี่ งิ อยทู่ ่ีไหลข่ วา แขนเหยยี ดตงึ โกร่งกระบีอ่ ย่ขู า้ งหน้า แขนซา้ ยอยู่
ขา้ งล�ำตัว
จังหวะที่ 1
- ฝา่ ยรกุ ก้าวเท้าขวาไปข้างหนา้ พรอ้ มกบั ยกกระบีข่ ึ้นตลี งทางไหล่ซา้ ยของฝ่ายรบั มอื ซ้าย
ยกขนึ้ ป้องระดับหู มือกำ� หลวม ๆ
- ฝ่ายรบั ถอยเท้าซา้ ย พร้อมกับยกกระบีข่ น้ึ รับทางไหล่ซ้าย ให้ปลายกระบเี่ ฉียงเขา้ หาล�ำตัว
มือซา้ ยกำ� หลวม ๆ ยกข้นึ ข้างหลังทางซา้ ย
จังหวะที่ 2
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตีลงทางด้านไหล่ขวาของคู่ต่อสู้
มือซ้ายลดลงป้องอย่ขู า้ งหนา้ ล�ำตวั
- ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พลิกกระบ่ีหมุนกลับไปทางขวาเพื่อรับการตีของฝ่ายรุก
ใหป้ ลายกระบเี่ ฉียงเข้าหาตวั พร้อมกับลดแขนซา้ ยลงป้องกันอยู่ข้างหนา้
โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ปทุมวัน 19
ีกฬาไทย: กระ ่บีกระบอง ไมต้ ที ี่ 2 (คอ - คอ - ขา - ขา)
จากท่าคุมตลี กู ไม้ จงั หวะท่ี 1
- ฝ่ายรุก ก้าวเทา้ ขวาไปข้างหน้า พรอ้ มกบั ยกกระบ่ขี ึ้นตลี งทางไหลซ่ ้ายของฝ่ายรับ มอื ซ้าย
ยกขึ้นปอ้ งระดบั หู มือก�ำหลวม ๆ
- ฝา่ ยรับ ถอยเท้าซา้ ย พร้อมกับยกกระบข่ี นึ้ รบั ทางไหล่ซา้ ยให้ปลายกระบเ่ี ฉยี งเข้าหาลำ� ตัว
มอื ซ้ายก�ำหลวม ๆ ยกข้ึนขา้ งหลังทางซา้ ย
จังหวะที่ 2
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้ พร้อมกับตวัดกระบ่ีไปตี ลงทางด้านไหล่ขวาของคู่ต่อสู้
มอื ซ้ายลดลงป้องอยูข้างหนา้ ลำ� ตวั
- ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พลิกกระบี่หมุนกลับไปทางขวา เพื่อรับการตีของฝ่ายรุก
ให้ปลายกระบ่เี ฉียงเข้าหาตัวพรอ้ มกบั ลดแขนซ้ายลงป้องกนั อยขู่ า้ งหน้า
จังหวะท่ี 3
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าขวาเข้าหาฝ่ายรับ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตีลงทางด้านขาซ้ายของฝ่ายรับ
มือซา้ ยยกขน้ึ
- ฝา่ ยรับ ถอยเท้าซ้ายไปขา้ งหลงั พร้อมกับลดปลายกระบ่ีลงไปรบั การตีของฝ่ายรุกทางซ้าย
มอื ซา้ ยยกขน้ึ
จังหวะท่ี 4
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาฝ่ายรับ พร้อมกับยกกระบ่ีตวัดไปตีลงทางขาขวาของฝ่ายรับ
มอื ซา้ ยลดลง
- ฝา่ ยรบั ถอยเทา้ ขวาไปขา้ งหลัง พร้อมกบั พลกิ กระบ่ีกลบั ไปรับทางขวา มือซ้ายลดลง
20 หนังสอื เรียนพลศึกษา
ไม้ตที ี่ 3 (คอ - คอ - ขา - ไขว)้ กฬี าไทย: กระบ่กี ระบอง
จากท่าคมุ ตลี กู ไม้ จงั หวะท่ี 1
- ฝ่ายรกุ กา้ วเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกบั ยกกระบข่ี ึ้นตลี งทางไหล่ซา้ ยของฝา่ ยรบั มือซ้าย
ยกข้ึนปอ้ งระดับหู มอื กำ� หลวม ๆ
- ฝ่ายรบั ถอยเทา้ ซา้ ย พรอ้ มกับยกกระบี่ขึน้ รับทางไหล่ซ้าย ให้ปลายกระบเ่ี ฉียงเข้าหาลำ� ตัว
มือซา้ ยกำ� หลวม ๆ ยกขึ้นขา้ งหลงั ทางซ้าย
จงั หวะท่ี 2
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตีลงทางด้านไหล่ขวาของคู่ต่อสู้
มอื ซา้ ยลดลงปอ้ งอยขู่ า้ งหนา้ ล�ำตวั
- ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พลิกกระบ่ีหมุนกลับไปทางขวาเพ่ือรับการตีของฝ่ายรุก
ให้ปลายกระบี่เฉยี งเข้าหาตัวพรอ้ มกบั ลดแขนซา้ ยลงปอ้ งกนั อยขู่ ้างหนา้
จังหวะที่ 3
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าขวาเข้าหาฝ่ายรับ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตีลงทางด้านขาซ้ายของฝ่ายรับ
มือซา้ ยยกขึน้
- ฝ่ายรบั ถอยเทา้ ซ้ายไปขา้ งหลัง พรอ้ มกบั ลดปลายกระบ่ลี งไปรบั การตีของฝา่ ยรุกทางซา้ ย
มือซา้ ยยกข้นึ
จังหวะที่ 4
- ฝา่ ยรกุ ยกเทา้ ขวาเหวย่ี งขึน้ ไปทางซ้าย หมุนตวั ไปทางซา้ ย พรอ้ มกบั ยกกระบี่ตวดั ไปตีลง
ทางขวาของคู่ต่อสู้ มือซ้ายลดลง
- ฝ่ายรับ ยกเท้าขวาเหวีย่ งขึ้นไปทางซ้าย หมุนตัวไปทางซ้าย พร้อมกับพลิกกระบี่ไปรับ
การตขี องฝ่ายรกุ มือซ้ายลดลง
โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ปทมุ วนั 21
ีกฬาไทย: กระ ่บีกระบอง ไม้ตีท่ี 4 (คอ - คอ - เอว - เอว)
จากทา่ คุมตลี ูกไม้ จงั หวะที่ 1
- ฝา่ ยรกุ กา้ วเท้าขวาไปข้างหนา้ พรอ้ มกบั ยกกระบีข่ น้ึ ตลี งทางไหล่ซ้ายของฝา่ ยรับ มอื ซ้าย
ยกขึ้นปอ้ งระดับหู มือกำ� หลวม ๆ
- ฝา่ ยรบั ถอยเท้าซ้าย พร้อมกบั ยกกระบ่ขี ้ึนรบั ทางไหล่ซ้าย ให้ปลายกระบ่เี ฉยี งเข้าหาลำ� ตวั
มือซ้ายกำ� หลวม ๆ ยกขนึ้ ข้างหลงั ทางซ้าย
จงั หวะท่ี 2
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตี ลงทางด้านไหล่ขวาของคู่ต่อสู้
มอื ซา้ ยลดลงปอ้ งอยูข้างหน้าล�ำตวั
- ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พลิกกระบี่หมุนกลับไปทางขวา เพื่อรับการตีของฝ่ายรุก
ให้ปลายกระบเ่ี ฉยี งเขา้ หาตัวพรอ้ มกับลดแขนซา้ ยลงป้องกันอย่ขู ้างหนา้
จังหวะที่ 3
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าขวาเข้าหาฝ่ายรับ พร้อมกับตวัดกระบ่ีไปตีลงทางด้านขาซ้ายของฝ่ายรับ
มือซา้ ยยกขึน้
- ฝา่ ยรับ ถอยเทา้ ซ้ายไปข้างหลัง พรอ้ มกับลดปลายกระบลี่ งไปรบั การตีของฝา่ ยรกุ ทางซ้าย
มือซา้ ยยกขน้ึ
จังหวะท่ี 4
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาฝ่ายรับ พร้อมกับยกกระบี่ตวัดไปตีลง ทางขาขวาของฝ่ายรับ
มือซา้ ยลดลง
- ฝา่ ยรบั ถอยเท้าขวาไปข้างหลงั พร้อมกับพลิกกระบก่ี ลับไปรับทางขวา มือซา้ ยลดลง
22 หนงั สอื เรียนพลศกึ ษา
ไม้ตีท่ี 5 (คอ - คอ - เอว - เอว - หัว) กฬี าไทย: กระบ่กี ระบอง
จากท่าคมุ ตีลกู ไม้ จังหวะท่ี 1
- ฝา่ ยรกุ ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พรอ้ มกบั ยกกระบ่ขี น้ึ ตีลงทางไหล่ซา้ ยของฝ่ายรบั มอื ซ้าย
ยกข้ึนปอ้ งระดบั หู มอื ก�ำหลวม ๆ
- ฝ่ายรับ ถอยเท้าซ้าย พร้อมกับยกกระบ่ีข้ึนรับทางไหล่ซ้าย ใหป้ ลายกระบเ่ี ฉยี งเข้าหาลำ� ตัว
มอื ซ้ายก�ำหลวม ๆ ยกข้นึ ขา้ งหลังทางซา้ ย
จังหวะท่ี 2
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้ พร้อมกับตวัดกระบ่ีไปตีลงทางด้านไหล่ขวาของคู่ต่อสู้
มอื ซา้ ยลดลงปอ้ งอยขู่ ้างหน้าลำ� ตวั
- ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พลิกกระบี่หมุนกลับไปทางขวา เพื่อรับการตีของฝ่ายรุก
ให้ปลายกระบ่ีเฉียงเขา้ หาตัวพร้อมกับลดแขนซ้ายลงป้องกันอย่ขู ้างหนา้
จังหวะท่ี 3
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับตวัดกระบ่ีกลับไปตีตัดล�ำตัวทางซ้ายของคู่ต่อสู้
มือซา้ ยก�ำหลวม ๆ ยกข้ึนข้างหลัง
- ฝ่ายรับ ลดกระบี่ลงมารับทางซา้ ยของล�ำตวั มอื ซา้ ยจับสว่ นปลายของกระบ่ี หันฝา่ มือออก
ข้างนอก กระบ่ตี ้ังตรงและถอยเทา้ ซา้ ยไปขา้ งหลัง
จังหวะท่ี 4
- ฝา่ ยรกุ กา้ วเท้าซา้ ยไปขา้ งหน้า พร้อมกับตวดั กระบกี่ ลบั ไปตตี ัดล�ำตวั ทางขวาของค่ตู ่อสู้
- ฝ่ายรบั พลิกกระบี่ ไปรบั ทางขวา มือขวาอยู่บน พร้อมกับถอยเท้าขวาไปข้างหลงั
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ ปทมุ วัน 23
ีกฬาไทย: กระ ่บีกระบอง จังหวะที่ 5
- ฝ่ายรกุ กา้ วเทา้ ขวาไปข้างหนา้ พรอ้ มกบั ยกกระบตี่ ีลงตรงศรี ษะของฝา่ ยรับ มอื ซ้ายยกขน้ึ
ดา้ นหลัง
- ฝา่ ยรับ ถอยเทา้ ซ้ายไปข้างหลงั พร้อมกับยกกระบข่ี น้ึ รบั เหนอื ศีรษะ มือซ้ายจับดา้ นปลาย
กระบี่ ให้กระบขี่ นานพนื้
ไม้ตที ี่ 6 (คอ - คอ - เอว - เอว – หัว - กระทุง้ )
จากท่าคมุ ตีลูกไม้ จงั หวะท่ี 1
- ฝา่ ยรุก ก้าวเท้าขวาไปข้างหนา้ พรอ้ มกบั ยกกระบขี่ ้ึนตลี งทางไหลซ่ ้ายของฝา่ ยรับ มอื ซา้ ย
ยกขน้ึ ป้องระดบั หู มอื กำ� หลวม ๆ
- ฝา่ ยรบั ถอยเทา้ ซ้าย พร้อมกับยกกระบ่ีขึ้นรับทางไหลซ่ ้ายใหป้ ลายกระบเ่ี ฉยี งเข้าหาลำ� ตวั
มือซา้ ยก�ำหลวม ๆ ยกข้นึ ข้างหลังทางซา้ ย
จังหวะท่ี 2
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้ พร้อมกับตวัดกระบ่ีไปตีลงทางด้านไหล่ขวาของคู่ต่อสู้
มอื ซ้ายลดลงป้องอยู่ขา้ งหนา้ ล�ำตวั
- ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พลิกกระบ่ีหมุนกลับไปทางขวาเพื่อรับการตีของฝ่ายรุก
ให้ปลายกระบีเ่ ฉยี งเข้าหาตัวพร้อมกบั ลดแขนซา้ ยลงปอ้ งกนั อยูข่ ้างหนา้
24 หนังสือเรยี นพลศึกษา
จังหวะท่ี 3 กฬี าไทย: กระบ่กี ระบอง
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับตวัดกระบ่ีกลับไปตีตัดล�ำตัวทางซ้ายของคู่ต่อสู้
มือซา้ ยกำ� หลวม ๆ ยกขึน้ ขา้ งหลงั
- ฝ่ายรบั ลดกระบล่ี งมารบั ทางซ้ายของลำ� ตวั มือซ้ายจับสว่ นปลายของกระบ่ี หันฝา่ มอื ออก
ข้างนอก กระบต่ี ้งั ตรงและถอยเทา้ ซ้ายไปขา้ งหลัง
จังหวะท่ี 4
- ฝ่ายรุก กา้ วเทา้ ซ้ายไปข้างหน้า พร้อมกับตวดั กระบ่กี ลบั ไปตีตดั ลำ� ตวั ทางขวาของคู่ตอ่ สู้
- ฝ่ายรบั พลิกกระบ่ี ไปรบั ทางขวา มือขวาอยูบ่ นพรอ้ มกับถอยเทา้ ขวาไปข้างหลงั
จังหวะท่ี 5
- ฝ่ายรุก กา้ วเทา้ ขวาไปขา้ งหน้า พร้อมกบั ยกกระบ่ตี ลี งตรงศรี ษะของฝา่ ยรบั มือซ้ายยกข้ึน
ขา้ งหลัง
- ฝ่ายรบั ถอยเทา้ ซ้ายไปขา้ งหลัง พร้อมกับยกกระบ่ขี น้ึ รับเหนือศีรษะ มอื ซ้ายจับดา้ นปลาย
กระบ่ี ใหก้ ระบี่ขนานพ้นื
จังหวะที่ 6
- ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า พร้อมกับยกโกร่งกระบ่ีข้ึน ให้ปลายกระบี่ช้ีไปข้างหลัง
ใช้โคนกระบ่กี ระแทกลงไปท่ีหนา้ ของฝ่ายรับมือซา้ ยลดลง
- ฝา่ ยรับ ถอยเทา้ ขวาไปขา้ งหลัง ยกกระบ่ีขนึ้ เหมือนจังหวะท่ี 5 ใช้ตวั กระบ่ีรบั โคนกระบ่ีของ
ฝ่ายรุก แล้วดนั ขนึ้
โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ ปทมุ วัน 25
ีกฬาไทย: กระ ่บีกระบอง กจิ กรรมหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 กีฬาไทย : กระบกี่ ระบอง
ให้นกั เรียนตอบค�ำถามถามเก่ียวกบั กีฬากระบี่กระบอง ดงั ตอ่ อไปนี้
1. การเลน่ กีฬากระบ่ีกระบองใหป้ ระโยชนอ์ ยา่ งไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………............………………..…..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………....
2. นกั เรียนสามารถนำ� ทกั ษะและความรทู้ ี่ไดจ้ ากกฬี ากระบก่ี ระบองไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำ� วนั
ไดอ้ ยา่ งไร
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………....
3. ให้นกั เรียนแสดงความคดิ เหน็ ตามหวั ขอ้ ดังน้ี
3.1 ความส�ำคญั ของกฬี าไทยที่มตี ่อคนไทย
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………....
3.2 แนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการอนุรกั ษก์ ีฬาไทย
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………..
…………………………………………………………………………………............…………………....
26 หนงั สือเรยี นพลศึกษา
3หนวยการเรยี นรทู ่ี กีฬาสากล : แชรบอล
แผนผังสาระการเรียนรู
แชรบ อล
ความรูเ บือ้ งตนเกยี่ วกับ ทักษะเบ้ืองตน ของ
กีฬาแชรบ อล กฬี าแชรบ อล
ประวัติความเปนมาของ การสง ลูกบอล
กีฬาแชรบ อล
การรบั ลกู บอล
กฎ กตกิ า
ในการเลน กีฬาแชรบ อล การยิงประตู
คุณคา และประโยชน
ของกฬี าแชรบ อล
สาระส�ำคญั
นักเรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความรเู้ บอ้ื งตน้ ของกฬี าแชรบ์ อล ไดแ้ ก่ ประวตั คิ วามเปน็ มา
กฎ กตกิ า ในการเลน่ กฬี าแชร์บอล รวมท้ังคณุ ค่าและประโยชนข์ องกีฬาแชรบ์ อล และสามารถปฏิบตั ิ
ทกั ษะพนื้ ฐานของกฬี าแชรบ์ อลทงั้ การสง่ ลกู บอล การรบั ลกู บอล และการยงิ ประตไู ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ตลอดจน
สามารถนำ� ความรู้ท่ีได้จากการเล่นกีฬาแชร์บอลไปประยุกต์ใช้ในการออกก�ำลังกายและเล่นกีฬา
ในชีวติ ประจำ� วนั ได้
โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทมุ วนั 27