The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สำเนา-เรื่องอุณหภูมิผิวหนังและอัตราการขับเหงื่อบนผิวหนังสีดำและสีขาวของโคนมเพศผู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by namkg430423, 2021-11-12 04:49:34

สำเนา-เรื่องอุณหภูมิผิวหนังและอัตราการขับเหงื่อบนผิวหนังสีดำและสีขาวของโคนมเพศผู้

สำเนา-เรื่องอุณหภูมิผิวหนังและอัตราการขับเหงื่อบนผิวหนังสีดำและสีขาวของโคนมเพศผู้

รายงาน

เรอื่ งอณุ หภมู ิผิวหนังและอตั ราการขับเหงอ่ื
บนผวิ หนงั สดี ำและสีขาวของโคนมเพศผู้

จดั ทำโดย

นาย ธวรรธน์ เสียงล้ำ 623030335-9
นางสาว พรพรรณ ภวภูตานนท์ 623030338-3
นางสาว หิมาลยั ไสยะมานนท์ 623030346-4
นางสาว อภิญญา แสงสดุ 623030347-2

รายงานนเี้ ป็นส่วนหน่ึงของรายวิชา
AG173331กายวภิ าคศาสตร์และสรีรวทิ ยาสัตวเ์ ลย้ี ง 1

ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

คำนำ

รายงานฉบบั นีเ้ ป็นสว่ นหนึ่งของรายวิชา AG173331กายวภิ าคศาสตร์และสรรี วิทยา
สัตว์เลยี้ ง 1 โดยมจี ุดประสงค์เพือ่ ศึกษาอุณหภมู ิผวิ หนงั และอัตราการขับเหหง่อื บนผวิ หนงั สี
ดำและสีขาว รวมท้งั อณุ หภูมร่างกายและอัตราการหายใจของโคนมเพศผู้พันธ์ุ โฮลสไตนฟ์ รี
เชีย่ น ท้ังน้ีสีผิวของสัตว์เป็นตวั กลางทีร่ บั อิทธพิ ลจากการแผ่รังสีจากดวงอาทติ ย์ รวมท้งั
อุณหภูมิอากาศเขา้ สู่ตัวโค และยังเป็นตวั กําหนดความสามารถของโคในการทนทานต่อ
ความเครียดจากความร้อนอันเกดิ จากการแผ่รงั สจี ากดวง อาทติ ย์ (Finch และคณะ, 1984)
สาํ หรับโคนมพนั ธโุ์ ฮลสไตน์นั้นมสี ัดส่วนของสีผิวขาวดําทถ่ี ูกปกคลุมขนสีต่าง กันนัน้
(Bercerril และคณะ, 1992) ซงึ่ สดั ส่วนของผิวสีขาวและสดี ําจะมีอิทธพิ ลต่อการดูดซบั การแผ่
รังสที แ่ี ตก ต่างกนั (Finch และคณะ, 1980) โดยทคี่ วามร้อนจากการแผ่รังสีบนโคท่ีมีผวิ หนังสี
เขม้ จะทําให้อุณหภูมผิ ิวหนัง และอุณหภูมิร่างกายสัตว์ รวมทัง้ อัตราการระเหยน้ำบนผวิ หนงั
สีเข้มมีมากกวา่ ในโคทม่ี ผี วิ หนงั สอี ่อน (Finch และ คณะ, 1984) ฉะน้นั การทดลองในครัง้ นจ้ี งึ
ศึกษาถึงการระบายความร้อนทแ่ี ตกต่างกนั บนผวิ หนงั สขี าวและสีดําใน โคนมพันธุ์โฮลสไตน์
ในสภาพอากาศทแี่ ตกต่างกัน

บทคัดยอ่ 4 เร่ืองทีส่ นใจ
•การศึกษาอุณหภมู ผิ ิวหนังและอัตราการขับเหงอื บนผวิ หนงั สีดำและสขี าวของโคนมเพศผู้
รวมท้งั อุณหภมู ิร่างกายและ อัตราการหายใจของโคนมเพศผพู้ นั ธุ์โฮลสไตน์ฟรเี ชอ่ี นจํานวน
4 ตัวช่งึ มีอายุเฉลี่ย 5 เดอื นและมนี า้ํ หนักตวั เฉลี่ย 115 กก. เปน็ โคมสี ัดส่วนพื่นท่ผี ิวสีดาํ ราว
60% และมขี นยาวปกคลุมรา่ ยกาย โดย ทดลอง 2 กลมุ่ สภาพอากาศทแี่ ตกตา่ งกนั คอื กลมุ่ ที่
1 สตั วอ์ ยู่ในสภาพอากาศในโรงเรือน และกลมุ่ ที่ 2 สัตว์อยูใ่ นสภาพอากาศในโรงเรือน จงึ
ยา้ ยออกไปอย่กู ลางแจ้งโดยศกึ ษาการเปลื่อนแปลงทางสรรี วทิ ยาของลกู โคเปน็ เวลา 7 วัน
เก็บขอ้ มูลการเปล่ียนแปลงทางสรรี วิทยาทกุ ๆครึง่ ชั่วโมงอณุ หภมู ริ ่างกายสตั วแ์ ละอตั ราการ
หายใจ จะสงู กว่าโคในสภาพอากาศในโรงเรือน ทัง้ นี้อณุ หภูมผิ วิ หนงั และอตั ราการขบั เหงื่อ
บนผวิ หนังสดี าํ จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศไดเ้ รว็ กวา่ ผิวหนังสีขาว
หนังสดี าํ มบี ทบาทสําคญั ตอ่ การดดู ซึมและการระบายความร้อนซ่งึ จะสง่ ผลตอ่ การควบคมุ
ความร้อนในร่างกายสตั วช์ ่ึงจะมีผลโดยตรงตอ่ ผลผลิตสัตว์
•การปรับปรงุ พนั ธุกรรมโคนมในสภาพอากาศรอ้ นชืน้

นอกเหนอื ไปจากการเปลีย่ นแปลงหรือความแปรปรวนตามธรรมชาติ ไดแ้ ก่ การ
เปลยี่ นแปลงของอุณหภูมิ ความชืน้ ปรมิ าณน้ำฝน รวมทง้ั ฤดกู าล รายงานผลการศกึ ษาการ
เปลี่ยนแปลงของอุณหภูมใิ นประเทศไทยพบวา่ ในช่วง 56 ปที ่ีผา่ นมาอุณหภมู ิเฉลยี่ ของ
ประเทศไทยเพม่ิ ขนึ้ เทา่ กบั 0.81 องศาเซลเซียส ตอ่ ทศวรรษ ผลกระทบในด้านการผลติ ปศุ
สตั ว์พบว่าในภาวะท่ีสภาพแวดล้อมมีอุณหภมู ิสูงสัตวจ์ ะมี ความสามารถในการระบายความ
รอ้ นออกจากร่างกายได้ลดลงซ่ึงเม่ือถึงจุดวิกฤตดิ ังนัน้ การหามาตรการในการรับมือกับสภาพ
ภมู ิอากาศทเ่ี ปลีย่ นแปลงไปจึงเปน็ ความสาคัญอนั ดับ
ต้นๆสาหรับการพฒั นาและปรับปรบั ระบบการผลติ ปศุสัตว์ให้มปี ระสทิ ธภิ าพเพือ่ ความม่นั คง
ทางด้านอาหาร
•การศกึ ษาการควบคมุ อุณหภูมิสัตว์สะเท้ินน้ำสะเทนิ้ บกในสนามและหอ้ งปฏิบัติการ
การศกึ ษาทางสรีรวิทยาเกี่ยวกับสตั วค์ รึง่ บก ครง่ึ น้ำ มคี วามก้าวหนา้ ในอัตราเดียวกบั การ
ศกึ ษา เกี่ยวกบั สัตว์เลอ้ื ยคลาน แตก่ ารศึกษาภาคสนามกย็ ังลา้ หลงั อยมู่ ากการศกึ ษาใน
หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร กล่าวถงึ การปรับให้เขา้ กับอณุ หภมู ิ การ สญู เสีย น้ำระเหย และ พฤติกรรม
การไล่ระดับความร้อนและความช้นื เปน็ ส่วนใหญ่ การศึกษาภาคสนามหลังจาก สรุป
อณุ หภมู ริ ่างกายเบื้องต้นของสัตว์ ได้ เน้นย้ำถึงการปรับอุณหภมู ิตามพฤติกรรม ทว่าการ

ศกึ ษาอย่าง ละเอียดเก่ียวกบั การปรับอณุ หภูมติ ามพฤตกิ รรมในสตั ว์ ครึ่งบก ครงึ่ นำ้ ได้เสรจ็
สน้ิ ลง
•การผลิตความร้อนจากเมตาบอลิซมึ และการนำความร้อนเป็นการดดั แปลงทไ่ี ม่ขน้ึ กบั มวล
สารให้เขา้ กบั สภาพแวดล้อมทางความรอ้ นในนกและสัตว์เลย้ี งลกู ด้วยนม

อุณหภูมิสิ่งแวดลอ้ มในวงกวา้ งแสดงใหเ้ ห็นว่าอณุ หภมู ขิ องร่างกายถหู ควบคุมอย่างไรโดย
สมดลุ ระหว่างอตั ราการผลิตความรอ้ นและสูญเสียอัตราทั้งสองมขี นาดตามร่างกายบ่งบอกว่า
สัตวใ์ หญค่ วรปรับตัวใหเ้ ขา้ กับสภาพหนาวเย็นไดด้ ีกวา่ สัตว์เล็กการวิเคราะห์ทางสรีรวทิ ยา
สนับสนุนการคาดการณท์ เ่ี ปลย่ี นแปลงของBMRการนำความรอ้ นใหเ้ กิดการดัดแปลงทสี่ ำคญั
กบั อณุ หภูมสิ ่งิ แวดล้อมทง้ั ในนกและสัตวเ์ ลยี้ งลูกดว้ ยนม

o ทำไมถงึ เลอื กเรือ่ งน้จี าก 4 เร่อื งในขอ้ ที่ 1
จากหัวข้อเรอ่ื งทงั้ 4 หวั ข้อกล่มุ ของเราได้เลอื กหวั ข้อ อณุ หภูมผิ ิวหนังและการขับเหง่อื บนผิว
สีดำและผวิ สขี าวของโคนมเพศผู้ เพราะสมาชิกกลมุ่ มีความสนใจในด้านของโค และรสู้ ึกวา่
การศกึ ษาขอ้ มลู เกี่ยวกับโคเป็นสงิ่ ใกล้ตัวและเป็นเร่ืองใกล้เคียงกับการศกึ ษาในปจั จุบัน
มากกว่าหวั ขอ้ อ่ืนๆ และสามารถทำการทดลองตามวจิ ยั ฉบบั น้ีไดเ้ พราะคณะเกษตรศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่นกม็ ีโคนมทเ่ี ลี้ยงไว้เพื่อการวิจยั โดยเฉพาะ ซึง่ หัวขอ้ อ่นื ๆอย่างเชน่ 1.
การปรบั ปรงุ พันธกุ รรมโคนมในสภาพอากาศร้อนชนื้ ยงั เปน็ เรอื่ งท่ตี อ้ งศึกษาเพ่ิมเติมอกี มาก
พอสมควร เพอื่ ท่ีจะเข้าใจในงานวจิ ยั น้ี 2.การศกึ ษาการควบคมุ อุณหภมู ิสัตว์สะเทินน้ำสะเทนิ
บกในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารภาคสนามก เปน็ การศกึ ษาเกี่ยวกับสตั ว์ครึ่งบกครึ่งนำ้ ที่รสู้ ึกว่าเปน็
งานวิจัยที่ค่อนข้างเฉพาะทางมากๆ ด้านหน่ึง นา่ จะยากต่อการทำความเขา้ ใจในบทความ
วิจยั 3.การผลิตความร้อนจากเมตาบอลซิ มึ และการนำความรอ้ นเป็นการดัดแปลงที่ไมข่ นึ้ กับ
มวลสำหรบั สภาพแวดลอ้ มทางความรอ้ นในนกและสตั ว์เลย้ี งลกู ดว้ ยนม เปน็ บทความวจิ ยั
ของตา่ งประเทศท่ตี ้องใชเ้ วลาในการแปลเป็นระยะเวลานาน จึงคดิ ว่าหวั ข้อ อุณหภมู ิผวิ หนัง
และอัตราการขบั เหงื่อบนผวิ หนังสีดำและสำขาวของโคนมเพศผู้ มีความน่าสนใจมากทสี่ ดุ
และเหมาะสมท่ีสดุ ในการทำงานครัง้ นี้

o เร่ืองทีน่ ำเสนอทำอะไร
เป็นการศกึ ษาอุณหภมู ิผวิ หนังและอตั ราการขบั เหงื่อบนผิวหนังสีดำและสีขาวของโคนมเพศ
ผู้ อีกท้งั รวมถึงการวดั อุณหภมู ริ า่ งกายและอัตราการหายใจของโคนมเพศผ้พู นั ธุ์โฮสไตนฟ์ รี
เชยี่ น ศกึ ษาลักษณะภายนอกตา่ งๆร่วมดว้ ย ปัจจัยทส่ี ง่ ผลต่อการเปล่ียนแปลงของอุณหภูมิ
ในร่างกายไมว่ ่าจะเป็นลกั ษณะทางกายภาพ ขน ความยาว สี สภาพแวดล้อม อณุ หภมู ิ
โรงเรือน ซึ่งจะเป็นตัวบอกความเหมาะสมตอ่ สตั วใ์ นภมู ปิ ระเทศไดว้ า่ เหมาะสมที่จะเล้ยี ง
หรือไม่อยา่ งไร

o เรอื่ งทีน่ ำเสนอทำโดยมีวัตถุประสงค์อะไร ทำไมต้องทำ
เพอื่ ศกึ ษาอุณหภมู ิผวิ หนังและอตั ราการขับเหงือ่ บนผวิ หนงั สีดำและสขี าว รวมท้ังอุณหภูมิ
รา่ งกายและอัตราการหายใจ ของโคนมเพศผพู้ นั ธโุ์ ฮสต์สไตล์ โดยทำการศึกษาการ
เปลี่ยนแปลงทางสรีรวทิ ยาของลกู โค
-ทำไมต้องทำ
อยากทราบการเปรยี บเทยี บอณุ หภูมิและอตั ราการขับเหงอื่ บนผิวหนงั สีดำและสขี าวทัง้
ภายใตส้ ภาวะกลางแจ้งและภายใต้สภาวะอากาศในโรงเรือนเพอ่ื ใหท้ ราบความเปลยี นแปลง
ทราบลักษณะภูมอิ ากาศสภาพแวดล้อมที่สง่ ผลกระทบต่อโคท่ีมีสีผวิ เขม้ มากน้อยเพียงใด
ปัจจยั ต่างๆทเี่ กย่ี วข้องสภาพภูมิประเทศท่เี หมาะสมต่อการเลี้ยงโคสีเข้มน้อี ย่างไร

o เรือ่ งที่นำเสนอทำอย่างไร
ทำโดยใชโ้ คนมเพศผูพ้ ันธ์ุโฮลสส์ ไตน์ฟรเี ช่ยี นอายุเฉลย่ี 5 เดือน และนำ้ หนกั เฉลี่ย 115 กก.
มสี ัดสว่ นสีขาว-ดำ แตกต่างกันจำนวน 4 ตวั โดยทโ่ี คแตล่ ะตัวจะถกู เลีย้ งดใู นคอกขนาด
140x120 ซม.
โคทั้งหมดจะถกู จัดเป็นกลุม่ การทดลอง 2 กลุม่ ตามสภาพอากาศท่ีตา่ งกนั คอื
- กลุม่ ที่ 1 สัตวอ์ ยู่ในสภาพอากาศในโรงเรือนตลอดทัง้ วนั
- กลุม่ ท่ี 2 สัตวอ์ ย่ใู นสภาพอากาศในโรงเรอื นจนถงึ เวลา 12.30 น. แล้วจงึ จะย้ายออกไปอยู่
กลางแจ้งทีไ่ มม่ ีรม่ เงาและฉากกัน้ ลม ประมาณ 2 ชัว่ โมงครึ่งจนถงึ เวลา 14.30 น. จงึ ย้ายกลบั
เข้าไปในโรงเรอื นอกี ครัง้
โดยจะทาํ การศึกษาการเปลอ่ื นแปลงทางสรรี วทิ ยาของลกู โคทงั้ 2 กลุ่มเป็นเวลา 7 วนั ในแต่
ละกลุ่ม
แลว้ จะทำการเก็บขอมูลการเปล่ือนแปลงทางสรีรวทิ ยาทกุ ๆคร่งึ ชว่ั โมงต้งั แตเ่ วลา 11.00น.ถึง
16.00น.

o เร่ืองทนี่ ำเสนอทำแลว้ บรรลุวตั ถุประสงคอ์ ย่างไร
- อุณหภูมิผวิ หนังและอัตราการขบั เหงอ่ื บนผวิ หนังสีดาํ จะตอบสนองต่อการเปลืย่ นแปลงของ
สภาพอากาศได้เรว็ กว่าผวิ หนังสขี าว ท้ังภายใต้สภาพกลางแจง้ และภายใต้สภาพอากาศใน
โรงเรือน
แสดงวก่ ารระบายความร้อนแบบ ระเหยไอน้ำผ่านทางผวิ หนงั (cutaneous evaporation) ถูก
ควบคมุ โดยอุณหภมู ผิ ิวหนังโดยทีผ่ วิ หนงั สี ดํามบี ทบาทสําคัญต่อการดดู ซมึ และการระบาย
ความรอ้ นซึ่งจะส่งผลตอ่ การควบคมุ ความร้อนในรา่ งกายสตั ว์ช่ึง จะมผี ลโดยตรงต่อผลผลิต
สตั ว์ อยา่ งไรกต็ ามควรมกี ารศกึ ษาเพิม่ เติมในเรือ่ งของความแตกต่างของความหนาแน่น
ของต่อมเหงื่อและการรับความรู้สึกในผิวหนังสดี าํ ในโคโฮลสไตน์ต่อไป

o การนำไปใช้ประโยชน์
สามารถรูถ้ งึ ค่ากําหนดความสามารถของโคในการทนทานตอ่ ความเครยี ดจากความรอ้ นอัน
เกิดจากการแผร่ ังสจี ากดวงอาทติ ย์ หากโคเกดิ ความเครียดจะทำให้ส่งผลเสียต่อโคเอง
น้ำหนักท่ลี ดลงและอาจจะการเจริญเตบิ โตทีช่ า้ และไมไ่ ด้มาตรฐาน การสงั เกตสายพันธุโ์ ควา่
อากาศทม่ี ใี นภมู ปิ ระเทศของตนว่าเหมาะสมตอ่ การเลี้ยงและคุ้มคา่ ต่อผลผลิตและกำไรที่จะ
ได้รับในอนาคตว่ามคี วามเส่ยี งมากนอ้ ยเพียงใดกเ็ ปน็ การทดลองท่ีเปน็ ผลและมีประโยชน์
มากเชน่ กนั

เอกสารอา้ งอิง
Allen, T.E. 1962. Responses of Zebu, Jersey and Zebu x Jersey crossbred heifers to
rising temperature, with particular reference to sweating . Australian Journal of
Agricultural Research, 13, 165-79.
Beakley, W.R. and Findlay, J D. 1955. The effect of environmental temperature
and humidity on the respiration rate of Ayrshire calves. Journal of Agricultural
Science (Cambridge), 45,452-60.
Becerril, C.M. and Wilcox, C.J. 1992. Determination of percentage of white coat
colour from registry certificates in Holstein. Journal of Dairy Science, 75, 3582-6.
Blight, J. 1957. The initiation of polynea in the calf. Journal of Physiolology
(London), 136, 413-9. Bond, T.E.and Kelly, C.F. 1955. The glove thermometer in
agricultural research. Agricultural
Engineering, 36, 251-8.
Bond, T.E., Kelly, C.F., Morris, S.R. and Pereira, N.91967. Solar atmospheric and
terrestial radiation received by shaded and unshaded animals. Transaction of
American Society of Agricultural Engineering, 10, 622-7.
Finch, V.A., Bennett, I.L., and Holmes, C.R. 1984. Coat colour in cattle: effect on
thermal balance, behaviour and growth and relationship to coat type. Journal of
Agricultural Science (Cambridge), 102, 141-7.
Finch, V.A., Dmi’el, R., Boxman, R., Shkolink, A. and Taylor, C.R. 1980. Why black in
hot deserts? Effects of coat colour on heat exchanges of wild and domestic
growth. Physiological Zoology, 530, 19-25.
Gates, D.M. 1968. Physical environment, pp. 46-60, In ‘Adaptation of Domestic
Animals’ (Ed. E.S.E. Hafez), Lea & Febiger: Philadelphia.
Hutchinson, J.C.D. and Brown, G.D. 1969. Penetrance of cattle coats by radiation.
Journal of Applied Physiology, 26, 454-64.
Ingram, D.L., Whillow, C.G. and McLean, J.A. 1963. The effect of heating the
hypothalamus and the skin on the rate of moisture vaporisation from the skin of
the ox (Bos taurus). Journal of Physiology (London), 169, 394-403.

Klemm, G.H. and Robinson, K.W. 1955.The heat tolerance of the two breeds of
calves from 1 to 12 months of age. Australian Journal of Agricultural Reseach, 6,
350-64.
Murray, D.M. 1966. A comparison of cutaneous evaporation rates in cattle exposed
to heat in a climate laboratory and in the field. Journal of Agricultural Science
(Cambridge), 66,175-9.
Schleger, A.V. and Turner, H.G. 1965. Sweating rate of cattle in the field and their
reaction to diurnal and seasonal changes. Australian Journal of Agricultural
Research, 16, 92-106.
Steel, R.G.D. and Torrie, J.H. 1980. ‘Principles and Procedures of Statistics: A
Biometrical Approach’. 2nd Edition., McGraw-Hill: Mexico.
Taneja, G.C. 1959. Sweating in cattle. II. Cutaneous evaporative loss measured
from limited area and its relationship with skin, rectal and air temperature. Journal
of Agricultural Science (Cambridge), 52,50-61.
Turner, H.G. 1964. Coat characters of cattle in relation to adaptation. pp. 180-192,
In Proceedings of the Australian Society of Animal Production.
Turner, H.G. and Schleger, A.V. 1960. The significance of coat type in cattle.
Australian Journal of Agricultural Research, 11, 645-63.
Yousef, M.K. 1985. Thermal environment, pp. 67-74, In 'Stress Physiology in
Livestock. Vol. 1'(Ed. M.K. Yousef), CRC: Florida.






Click to View FlipBook Version