ก า ร สำ ร ว จ ท า ง ท ะ เ ล
การสำรวจทางทะเลของยุ โรปเริ่ ม
ต้ นเมื่ อ ค.ศ. 1450-1750
โดย นางสาวฐาปนี ชูชาติ
ประวัติศาสตร์สากล
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาเละวัฒนธรรม
การสำรวจทางทะเลของยุ โรปเริ่ มต้ นเมื่ อ ค.ศ. 1450-1750 ซึ่ งเกิ ด
ขึ้ นในช่ วงเวลาใกล้ เคี ยงกั บยุ คฟื้ นฟู ศิ ลปวิ ทยาการของยุ โรป และต่ างก็ มี
บทบาทสำคั ญต่ อประวั ติ ศาสตร์ ยุ โรปในยุ คใหม่ กล่ าวได้ ว่ า การฟื้ นฟู
ศิ ลปวิ ทยาการเป็ นพื้ นฐานสำคั ญทำให้ เกิ ดการสำรวจทางทะเล ซึ่ งเป็ นผลให้
ยุ โรปเผยแพร่ วั ฒนธรรมของตนไปสู่ ภู มิ ภาคอื่ นๆ ของโลกได้ ในเวลาต่ อมา
สาเหตุ ของการสำรวจทางทะเล
1. การมี วิ ทยาการที่ ก้ าวหน้ า ในสมั ยฟื้ นฟู ศิ ลปวิ ทยาการ ชาวยุ โรปได้
เริ่ มหั นมาสนใจศึ กษาสิ่ งแวดล้ อมรอบๆตั ว และผลจากการติ ดต่ อกั บโลก
ตะวั นออกในสมั ยสงครามครู เสด รวมทั้ งการขยายตั วของเมื องในระยะ
เวลาใกล้ เคี ยงกั น ทำให้ ชาวยุ โรปได้ สั มผั สกั บอารยธรรมความเจริ ญของ
โลกตะวั นออกหลายอย่ าง โดยเฉพาะทางด้ านปรั ชญา คณิ ตศาสตร์ และ
ดาราศาสตร์ ทำให้ ปั ญญาชนเริ่ มตรวจสอบความรู้ ของตนและค้ นหาคำ
ตอบให้ กั บตนเองเกี่ ยวกั บธรรมชาติ รอบตั ว ซึ่ งผลั กดั นให้ ชาวยุ โรปหั นมา
สนใจต่ อความลี้ ลั บของท้ องทะเลที่ กั้ นระหว่ างโลกตะวั นออกกั บโลกตะวั น
ตก โดยเฉพาะความรู้ ทางภู มิ ศาสตร์ และแผนที่ ของโตเลมี (PTOLEMY)
นั กดาราศาสตร์ และ นั กคณิ ตศาสตร์ ชาวกรี ก ที่ แสดงที่ ตั้ งของทะเล
เมดิ เตอร์ เรเนี ยน ดิ นแดนริ มฝั่ งทะเลคาบสมุ ทรไอบี เรี ย จนถึ งดิ นแดน
ฝั่ งทะเลตอนเหนื อของทวี ปแอฟริ กา รวมทั้ งดิ นแดนทางด้ านตะวั นออกที่
เป็ นผื นแผ่ นดิ นใหญ่ ถึ งอิ นเดี ยและจี น นอกจากนี้ ความรู้ ในการใช้ เข็ มทิ ศ
และการพั ฒนารู ปทรง และขนาดของเรื อให้ แข็ งแรงทนทานต่ อสภาพลม
ฟ้ าอากาศ สามารถที่ จะเดิ นทางไกลได้ ดี ขึ้ น
2. แรงผลั กดั นทางด้ านการค้ า เมื่ อพวกมุ สลิ มสามารถยึ ดครองกรุ งคอนส
แตนติ โนเปิ ล และดิ นแดนจั กรวรรดิ ไบแซนไทน์ ได้ ทั้ งหมดใน ค.ศ. 1453
ทำให้ การค้ าทางบกระหว่ างโลกตะวั นออกกั บโลกตะวั นตกหยุ ดชะงั ก แต่ สิ นค้ า
ต่ างๆ จากตะวั นออก เช่ น ผ้ าไหม เครื่ องเทศยาต่ างๆ ยั งเป็ นที่ ต้ องการของ
ตลาดตะวั นตก ซึ่ งหนทางเดี ยวที่ พ่ อค้ าจะติ ดต่ อค้ าขายได้ ก็ คื อ การติ ดต่ อ
ค้ าขายทางทะเล ดั งนั้ นจึ งจำเป็ นต้ องสำรวจเส้ นทางทางทะเล เพื่ อหาเส้ นทาง
ติ ดต่ อกั บ ดิ นแดนต่ างๆ ทางตะวั นออก
3. แรงผลั กดั นทางด้ านศาสนา
เนื่ องจากความคิ ดของผู้ นำชาติ ต่ างๆ ใน
ขณะนั้ นเห็ นว่ าการเผยแผ่ คริ สต์ ศาสนา
เป็ นกุ ศลอย่ างมาก รวมทั้ งต้ องการแข่ ง
ขั นกั บชาวมุ สลิ มที่ เข้ ามาขยายอิ ทธิ พล
อยู่ ในขณะนั้ น จึ งสนั บสนุ นให้ มี การ
ค้ นหาดิ นแดนใหม่ ๆ และเผยแผ่ คริ สต์
ศาสนาไปพร้ อมกั นด้ วย
4. อิ ทธิ พลของแนวคิ ดในสมั ยฟื้ นฟู ศิ ลปวิ ทยาการ แนวความคิ ดใน
สมั ยฟื้ นฟู ศิ ลปวิ ทยาการ ทำให้ ชาวยุ โรปมุ่ งหวั งที่ จะสร้ างชื่ อเสี ยงเกี ยรติ ยศ
และความต้ องการที่ จะเสี่ ยงโชคเพื่ อชี วิ ตที่ ดี กว่ า ผลั กดั นให้ ชาวยุ โรปเกิ ด
ความกล้ าหาญที่ จะเผชิ ญกั บสิ่ งต่ างๆ รวมทั้ งความกระตื อรื อร้ น ที่ จะแสวงหา
ความรู้ ใหม่ ๆ และรั กการผจญภั ย เป็ นปั จจั ยสำคั ญที่ ทำให้ ชาวยุ โรปกล้ าเสี่ ยง
ภั ยเดิ นทางสำรวจมหาสมุ ทรที่ กว้ างใหญ่ ไพศาล
บ ท บ า ท ข อ ง ช า ติ ต่ า ง ๆ ใ น ก า ร สำ ร ว จ ท า ง ท ะ เ ล
โปรตุ เกส
ในคริ สต์ ศตวรรษที่ 15 เจ้ าชายเฮนรี นาวิ กราช (HENRY THE
NAVIGATOR) พระอนุ ชาของพระเจ้ าจอห์ นที่ 1 (JOHN I) แห่ งโปรตุ เกส
ได้ จั ดตั้ งโรงเรี ยนราชนาวี เพื่ อเป็ นศู นย์ กลางการเรี ยนรู้ เกี่ ยวกั บการเดิ นทาง
ทะเล การใช้ เครื่ องมื อและเทคนิ คการสร้ างเรื อ ซึ่ งส่ งผลให้ ชาวโปรตุ เกส
สามารถค้ นพบเส้ นทางเดิ นเรื อสู่ ดิ นแดนทางตะวั นออก ได้ แก่
– บาร์ โธโลมิ ว ไดแอส
(BARTHOLOMEU DIAS)
สามารถเดิ นเรื อเลี ยบชายฝั่ ง
ทวี ปแอฟริ กาผ่ านแหลมกู๊ ดโฮป
(CAPE OF GOOD HOPE)
ได้ สำเร็ จใน ค.ศ. 1488
– วั สโก ดา กามา (VASCO DA GAMA)
แล่ นเรื อตามเส้ นทางสำรวจของไดแอสจนถึ ง
ทวี ปเอเชี ย และสามารถขึ้ นฝั่ งที่ เมื องกาลิ กั ต
(CALICUT) ของอิ นเดี ยได้ เมื่ อ ค.ศ.1498
ต่ อมาชาวโปรตุ เกสสามารถควบคุ มเมื องต่ างๆ
ทางชายฝั่ งตะวั นออกของทวี ปแอฟริ กาและ
อิ นเดี ยทางชายฝั่ งตะวั นตก สามารถยึ ดเมื อง
กั ว (GOA) ในมหาสมุ ทรอิ นเดี ยได้
สเปน
ค.ศ. 1492 คริ สโตเฟอร์ โคลั มบั ส
(CHRISTOPHER COLUMBUS)
ชาวเมื องเจนั ว (ประเทศอิ ตาลี )
ซึ่ งมี ความเชื่ อว่ าโลกกลม ได้ รั บการสนั บสนุ นจากกษั ตริ ย์ สเปนให้ เดิ น
ทางข้ ามมหาสมุ ทรแอตแลนติ ก เพื่ อสำรวจเส้ นทางเดิ นเรื อ ไปประเทศ
จี น แต่ เขาได้ พบหมู่ เกาะเวสต์ อิ นดี ส ซึ่ งเป็ นส่ วนหนึ่ งของทวี ปอเมริ กาใต้
โดยบั งเอิ ญใน ค.ศ. 1492 ซึ่ งทำให้ สเปนได้ ครอบครองดิ นแดนส่ วน
ใหญ่ ในอเมริ กาใต้ ที่ อุ ดมสมบู รณ์ ด้ วยแร่ เงิ นและทองคำ
ในเวลาต่ อมา คริ สต์ ศตวรรษที่ 15 เป็ นช่ วงการแข่ งขั นอำนาจทาง
ทะเลระหว่ างโปรตุ เกสและสเปนเพื่ อหาเส้ นทางไปหมู่ เกาะอี สต์ อิ นดี ส
(EAST INDIES) ซึ่ งเป็ นแหล่ งเครื่ องเทศและพริ กไทย ใน ค.ศ.
1494 สั นตะปาปาอเล็ กซานเดอร์ ที่ 6 (ALEXANDER VI) ได้ ให้ สเปน
และโปรตุ เกสทำสนธิ สั ญญา ทอร์ เดซี ยั ส (TREATY OF
TORDESILLAS) กำหนดเส้ นสมมติ แบ่ งโลกออกเป็ น 2 ส่ วน โดยสเปน
มี สิ ทธิ สำรวจและยึ ดครองดิ นแดนทางด้ านตะวั นตกของเส้ นเมริ เดี ยนที่
51 ส่ วนโปรตุ เกสได้ สิ ทธิ ทางด้ านตะวั นออกและนำไปสู่ การสร้ าง
จั กรวรรดิ ทางทะเลของโปรตุ เกสในเอเชี ย
vs
ในยุ คนี้ โปรตุ เกสและสเปนกลายเป็ นชาติ ที่ มี อำนาจ มี ความมั่ งคั่ ง
ทำให้ หลายชาติ ทำการสำรวจเส้ นทางเดิ นเรื อ การแข่ งขั นอำนาจทาง
ทะเลระหว่ างโปรตุ เกสกั บสเปนยุ ติ ลงเมื่ อโปรตุ เกสตกอยู่ ภายใต้ การ
ปกครองของสเปนในช่ วง ค.ศ. 1580-1640
ฮอลั นดา
เดิ มฮอลั นดาเคยอยู่ ใต้ การปกครองของสเปน และทำหน้ าที่
เป็ นพ่ อค้ าคนกลางในการค้ า เครื่ องเทศ จนกระทั่ ง ค.ศ. 1581
ได้ แยกตั วเป็ นอิ สระจากสเปน ทำให้ สเปนประกาศปิ ดท่ าเรื อ
ลิ สบอนส่ งผลให้ ฮอลั นดาไม่ สามารถซื้ อเครื่ องเทศได้ อี ก ฮอลั นดา
จึ งต้ องหาเส้ นทางทางทะเลเพื่ อซื้ อเครื่ องเทศโดยตรง ในที่ สุ ด
กองทั พเรื อของฮอลั นดาก็ สามารถยึ ดครองอำนาจทางทะเลใน
ค.ศ. 1598 และได้ จั ดตั้ งสถานี การค้ าในเกาะชวา และจั ดตั้ ง
บริ ษั ทอิ นเดี ยตะวั นออกของฮอลั นดา เพื่ อควบคุ มการค้ าเครื่ อง
เทศ
ใน ค.ศ. 1605 เรื อดุ ฟเกน (DUYFKEN) ของฮอลั นดา ที่ เป็ นเรื อ
ค้ นหาเกาะทองคำที่ เชื่ อว่ าอยู่ ทางทิ ศใต้ และทิ ศตะวั นออกของเกาะ
ชวา ได้ ค้ นพบทวี ปออสเตรเลี ยเป็ นครั้ งแรก และเรี ยกทวี ปนี้ ว่ า
นิ วฮอลแลนด์ (NEW HOLLAND) แต่ ในคริ สต์ ศตวรรษที่ 18
อั งกฤษได้ ครอบครองและเรี ยกทวี ปนี้ ว่ า ออสเตรเลี ย ซึ่ งมาจาก
AUSTRALIS ในภาษากรี ก แปลว่ า ดิ นแดนทางซี กโลกใต้
อั งกฤษ
ใน ค.ศ. 1588 กองทั พเรื อของอั งกฤษทำสงครามชนะกองทั พ
เรื ออาร์ มาดา (ARMADA) ของสเปนที่ มี ชื่ อเสี ยงได้ ทำให้ อั งกฤษ
ขยายอิ ทธิ พลสู่ ดิ นแดนตะวั นออก สามารถสลายอำนาจทางทะเลของ
โปรตุ เกสและเข้ าไปมี อำนาจและอิ ทธิ พลในอิ นเดี ย และเป็ นคู่ แข่ ง
ทางการค้ ากั บฮอลั นดา ในคริ สต์ ศตวรรษที่ 17 มี เพี ยงอั งกฤษ
ฮอลั นดา และฝรั่ งเศส แข่ งขั นกั นมี อำนาจทางทะเลและแสวงหา
อาณานิ คม ทั้ งนี้ ได้ มี การทำสงครามกั นหลายครั้ ง ในที่ สุ ดฮอลั นดายั ง
คงมี อำนาจแถบมะละกาและควบคุ มการค้ าเครื่ องเทศในหมู่ เกาะ
เครื่ องเทศต่ อไป จนถึ งปลายคริ สต์ ศตวรรษที่ 18 อั งกฤษกลั บเป็ น
ประเทศที่ มี แสนยานุ ภาพกลางทะเลเหนื อกว่ าทุ กชาติ โดยได้
อาณานิ คมในอิ นเดี ย อเมริ กาเหนื อ และทวี ปออสเตรเลี ยทั้ งทวี ป
ผ ล ก า ร สำ ร ว จ ท า ง ท ะ เ ล
1. อารยธรรมยุ โรปเผยแพร่ ไปสู่ ดิ นแดนอื่ นๆ ที่ ชาวยุ โรปเดิ น
ทางไปถึ ง โดยชาวยุ โรป ได้ สร้ างเมื องและความเจริ ญต่ างๆ เพื่ อ
ให้ ตนสามารถดำเนิ นชี วิ ตได้ ตามแบบที่ คุ้ นเคย จึ งเกิ ดการแพร่
กระจายวั ฒนธรรมตามแบบตะวั นตก เช่ น ภาษา การแต่ งกาย
อาหาร ระบบการปกครอง ศิ ลปกรรม เช่ น การก่ อสร้ างถนน
สะพาน สถานที่ ราชการ โบสถ์ วิ หาร เป็ นต้ น
2. ยุ โรปได้ รั บอารยธรรมจากดิ นแดนอื่ นๆ เช่ น วิ ทยาการของ
ชาวตะวั นออก เช่ น การเดิ นเรื อ ศิ ลปะจี นที่ เน้ นความงดงามของ
ธรรมชาติ อารยธรรมของอิ สลาม เช่ น คณิ ตศาสตร์ การดื่ มชา
แบบจี น กาแฟจากตุ รกี ยาสู บจากหมู่ เกาะเวสต์ อิ นดี ส น้ำตาล
จากบราซิ ล และมั นฝรั่ งจากอเมริ กาใต้ ได้ มี บทบาทสำคั ญต่ อการ
ดำเนิ นชี วิ ตของชาวยุ โรป
3. เกิ ดการแพร่ กระจายของพั นธุ์ พื ชและพั นธุ์ สั ตว์ ชาว
ยุ โรปได้ นำพั นธุ์ พื ชจากถิ่ นกำเนิ ดไปยั งภู มิ ภาคอื่ นๆ เช่ น นำ
กาแฟจากดิ นแดนตะวั นออกกลางมาปลู กที่ เกาะชวา ต่ อมาได้
แพร่ ขยายไปปลู กยั งอเมริ กาใต้ ต้ นยางพาราจากบราซิ ลมา
ปลู กที่ อิ นโดนี เซี ย มาเลเซี ย ต่ อมาได้ ขยายมาปลู กทางภาคใต้
ของไทย มั นฝรั่ งและข้ าวโพดจากทวี ปอเมริ กามาปลู กในยุ โรป
ปลู กข้ าวโอ๊ ตและ ข้ าวโพดในทวี ปแอฟริ กา หั วผั กกาดหวาน
จากทวี ปอเมริ กามาปลู กที่ จี น และนำสั ตว์ ต่ างๆ ไปยั งทวี ปอื่ น
เช่ น แกะ ไปแพร่ พั นธุ์ ที่ ออสเตรเลี ยและนิ วซี แลนด์ และนำ
ลา ล่ อ วั ว แพะ มาเลี้ ยงใน อเมริ กา เป็ นต้ น
4. เกิ ดการระบาดของโรคภั ยไข้ เจ็ บ ซึ่ งมาพร้ อมๆ กั บ
เรื อของชาวยุ โรป โรคระบาดที่ สำคั ญ เช่ น โรคหั ดและ
ฝี ดาษในอเมริ กาเหนื อ ไข้ เหลื องและไข้ มาลาเรี ยที่ มี มาก
ในแอฟริ กา มาระบาดในอเมริ กากลางและใต้ เป็ นต้ น
5. ศาสนาคริ สต์ ได้ แผ่ ขยายไปในดิ นแดนต่ างๆ ที่ ชาว
ยุ โรปเข้ าไปติ ดต่ อค้ าขาย หรื อ ดิ นแดนที่ ยุ โรปได้ เข้ ายึ ด
ครองจั ดตั้ งเป็ นอาณานิ คม ในบางแห่ งใช้ แบบสั นติ วิ ธี
โดยบาทหลวงจะทำหน้ าที่ สั่ งสอนให้ การศึ กษากั บชาวพื้ น
เมื องและช่ วยเหลื อด้ านมนุ ษยธรรม ในบางแห่ งใช้ วิ ธี การ
รุ นแรงบี บบั งคั บคนพื้ นเมื องในบริ เวณอเมริ กากลางและ
อเมริ กาใต้ ให้ มาเข้ ารี ตนั บถื อคริ สต์ ศาสนา ทำให้ ศาสนา
คริ สต์ เจริ ญอย่ างมั่ นคงในดิ นแดนทวี ปอเมริ กา และดิ น
แดนต่ างๆ
6. การเปลี่ ยนแปลงระบบเศรษฐกิ จของยุ โรป การขยายตั ว
ทางการค้ าทำให้ สมาคมอาชี พ (GUILD) ที่ มี มาตั้ งแต่ สมั ย
กลางล่ มสลายลง การค้ นพบดิ นแดนใหม่ ส่ งผลให้ การค้ า
ขยายตั วอย่ างรวดเร็ ว นำไปสู่ การปฏิ วั ติ ทางการค้ า ประเทศ
ต่ างๆ ในตะวั นตกต่ างใช้ นโยบายแข่ งขั นทางเศรษฐกิ จเป็ น
หลั ก บรรดาพ่ อค้ าและนายทุ นรวมตั วกั นจั ดตั้ งบริ ษั ทโดยมี
กษั ตริ ย์ ให้ การสนั บสนุ นทำการค้ าในนามของประเทศ เช่ น
บริ ษั ทอิ นเดี ยตะวั นออกของอั งกฤษ บริ ษั ทอิ นเดี ยตะวั นออก
ของฮอลั นดา เป็ นต้ น ซึ่ งทำให้ บรรดาพ่ อค้ าและนายทุ นมี
ฐานะมั่ นคงและกลายเป็ นบุ คคลชั้ นนำทางการเมื องการ
ปกครอง เศรษฐกิ จ และสั งคมในเวลาต่ อมา
สแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม
ก า ร สำ ร ว จ ท า ง ท ะ เ ล
คำถามทบทวน
1. การสำรวจทางทะเลของยุ โรปเริ่ มต้ นเมื่ อปี ค.ศ. ใด
1. ค.ศ. 1450 2. ค.ศ. 1550
3. ค.ศ. 1650 4. ค.ศ. 1750
2. สิ่ งใดเป็ นพื้ นฐานสำคั ญทำให้ เกิ ดการสำรวจทางทะเล
1. เศรษฐกิ จและสั งคม 2. การค้ าขาย
3. การขยายอาณาเขต 4. การฟื้ นฟู ศิ ลปวิ ทยาการ
3. ข้ อใดไม่ ใช่ สาเหตุ ของการสำรวจทางทะเล
1. แรงผลั กดั นทางด้ านการค้ า 2. การขยายอาณาเขต
3. การมี วิ ทยาการที่ ก้ าวหน้ า 4. แรงผลั กดั นทางด้ านศาสนา
4. ใครคื อผู้ จั ดตั้ งโรงเรี ยนราชนาวี เพื่ อเป็ นศู นย์ กลางการ
เรี ยนรู้ เกี่ ยวกั บการเดิ นทางทะเล
1. คริ สโตเฟอร์ โคลั มบั ส 2. เฟอร์ ดิ นั นด์ แมกเจลลั น
3. วั สโก ดา กามา 4. เจ้ าชายเฮนรี นาวิ กราช
5. สนธิ สั ญญาทอร์ เดซี ยั ส เป็ นข้ อตกลงระหว่ างประเทศใด
1. ฮอลั นดาและสเปน 2. โปรตุ เกสและฮอลั นดา
3. โปรตุ เกสและสเปน 4. ฮอลั นดาและอั งกฤษ
6. หมู่ เกาะอี สต์ อิ นดี ส เป็ นแหล่ งอะไร
1. ความงดงามของธรรมชาติ 2. พั นธุ์ พื ชและพั นธุ์ สั ตว์
3. ปลู กข้ าวโอ๊ ตและ ข้ าวโพด 4. เครื่ องเทศและพริ กไทย
7.ข้ อใดไม่ ใช่ โรคระบาด ซึ่ งมาพร้ อมๆกั บเรื อของชาวยุ โรป
ที่ ทำให้ เกิ ดการระบาดของโรคภั ยไข้ เจ็ บ
1. โรคไข้ หวั ดใหญ่ 2. โรคไข้ มาลาเรี ย
3. โรคฝี ดาษ 4. โรคหั ด
8.สเปนได้ ครอบครองดิ นแดนส่ วนใหญ่ ในอเมริ กาใต้ ที่ อุ ดม
สมบู รณ์ สิ่ งใด 2. แร่ เงิ นและทองคำ
1. มหาสมุ ทรที่ กว้ างใหญ่ 4. แหล่ งน้ำ
3. ป่ าไม้ ที่ อุ ดมสมบู รณ์
9. ผลงานของนั กเดิ นเรื อคนใด เป็ นการพิ สู จน์ ทฤษฎี ว่ าโลกกลม
1. วั สโก ดา กามา 2. คริ สโตเฟอร์ โคลั มบั ส
3. เฟอร์ ดิ นั นด์ แมกเจลลั น 4. บาร์ โธโลมิ ว ไดแอส
10. ชาติ แรกที่ ค้ นพบทวี ปออสเตรเลี ยคื อชาติ ใด
1. สเปน 2. อั งกฤษ
3. โปรตุ เกส 4. ฮอลั นดา
บรรณานุกรรม
[1]. “การสำรวจทางทะเล”[ออนไลน์ ]. เข้ าถึ งได้ จาก
: https://youtu.be/H40XRbP0oXs [วั นที่ ค้ นข้ อมู ล
15 พฤศจิ กายน 2564]
[2]. “ประวั ติ ศาสตร์ สากล”[ออนไลน์ ]. เข้ าถึ งได้ จาก
: https://suphanni gablog.wordpress.com/หน่ วย
ที่ -3/การสำรวจทางทะเล/ [วั นที่ ค้ นข้ อมู ล 15
พฤศจิ กายน 2564]