เรื่องสัตว์ปีก จัดทำ โดย นางสาวสุจิตรา คูณศรี เลขที่ ๒๗ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๓ เสนอ คุณครู พิสมัย สืบเลย รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๓๒๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ปี การศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนสีชมพูศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น
คำ นำ รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ท๓๒๑๐๒ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาเรียนรู้ทำ ความเข้าใจเกี่ยวกับสัวต์ปีก และวิวัฒนาการของสัตว์ปีก ดังนั้นเราจะต้องศึกษาทำ าความเข้าใจกับสัตว์ปีก ผู้เขียนตระหนักถึงความสำ คัญของสิ่งแวดล้อมกับธรรมชาติ จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ สัตว์ปีก เพื่อให้ผู้อ่านได้รู้จักการอนุรักษ์สัตว์ปีก ขอขอบคุณคุณครูพิสมัย สืบเลย ที่กรุณาให้คำ แนะนำ ในการจัดทำ รายงาน และคุณครูนพคุณ สืบเลย สุจิตรา คูณศรี ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗
สารบัญ เรื่อง หน้า บทนำ ลักษณะของสัตว์ปีก การสืบพันธ์ุของสัตว์ปีก neognathae วิวัฒนาการของสัตว์ปีก การอนุรักษ์สัตว์ปีก อาหารการกิน ถิ่นอาศัย โรคที่พบบ่อยในสัตว์ปีก ประเภทของสัตว์ปีก บรรณานุกรรม ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑
บทนำ สัตว์ปีก เป็นสัตว์ที่เราทุกคนคุ้นเคยพบเห็นได้ในชีวิตประจำ วัน มีหลากหลายสายพันธ์แตกต่างกัน ไปตามท้องถิ่นต่างๆ สัตว์ปีกจัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้น Aves โดยจัดเป็นสัตว์เลือดอุ่นที่มี ลักษณะแตกต่างจากสัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดอื่นๆ ตรงที่สัตว์ปีกเป็นสัตว์เลือดอุ่นและมีกระดูกสัน หลังชนิดเดียวที่เมื่อไข่มีการปฏิสนธิภายในร่างกายแล้วมีการออกไข่และมีการเจริญของตัวอ่อนนอก ร่างกายแม่ นอกจากนี้สัตว์ปีกยังมีอวัยวะปกคลุมร่างกายที่แตกต่างจากสัตว์อื่น ๆ ภาพตัวอย่างสัตว์ปีก ที่มา : https://pixabay.com ,analogicus
ลักษณะของสัตว์ปีก ลักษณะสำ คัญที่เป็นจุดเด่นของสัตว์ปีกแทบจะทุกชนิดนั้นคือ มีขนเป็นลักษณะเฉพาะตัว คือ เป็นขนแบบแผง โดยขนเส้นเล็กๆ แต่ละเส้นจะเรียงชิดติดกันอยู่บนก้านยาว จะมีส่วนโคนฝังอยู่ที่บริเวณผิวหนัง ปากจะเป็นจงอย จะมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป เพื่อให้เหมาะสมกับการกินอาหาร อาหารจะถูกกลืนลงสู่ทางเดินอาหาร โดยไม่ การเคี้ยว เพราะในปากไม่มีฟัน อาหารจะเคลื่อนผ่านหลอดอาหารลงสู่กระเพาะพักเพื่อเก็บสะสม แล้วจึงส่งต่อให้ กระเพาะจริง เรียกว่า กระเพาะบดหรือกึ๋น ช่วยบดอาหารให้ละเอียด โดยใช้เม็ดกรวดและทรายที่สัตว์พวกนี้จิก กินเข้าไปจากนั้นส่งต่อให้ลำ ไส้เล็กเพื่อย่อยจนสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ จะเหลือกากอาหารจะถูกขับออก ทางทวารหนักพร้อมปัสสาวะ เพราะท่อปัสสาวะของสัตว์ปีกจะมาบรรจบที่ปลายลำ ไส้พอดี มูลจึงมีลักษณะกึ่ง แข็งกึ่งเหลว เท้าของสัตว์ปีกจะมีลักษณะที่แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะสมกับการดำ รงชีวิต ที่บริเวณขาและนิ้วเท้าจะ พบว่ามีเกล็ดอยู่ทุกชนิด มีปอดเป็นอวัยวะแลกเปลี่ยนก๊าซ สัตว์ปีกจะมีถุงลมที่บริเวณส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ที่ฐานของคอ ที่ท้อง ที่ทรวงอก ช่วยเก็บอากาศเพื่อส่งไปแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอด และถุงลมในร่างกายยังช่วยให้ ร่างกายมีหนักเบาทำ ให้ลอยตัวอยู่ในอากาศได้ดี โครงกระดูกสัตว์ปีกจะเบามาก เนื่องจากกระดูกหลายชิ้นมีช่องกลางและมีโครงสร้างแบบรังผึ้งที่แข็ง แรงอยู่ภายใน สัตว์กลุ่มนี้มีถุงลมติดกับปอด โดยหายใจเอาอากาศเข้าออกจากถุงลม ซึ่งกระจายอยู่ในร่างกาย เหนือปอด โดยอากาศจะไหลผ่านปอดไปด้วยและความสำ คัญของอวัยวะต่าง ๆ แยกเป็นดังนี้ ปีก ใช้บิน ปาก ใช้กินอาหาร ตา ใช้ในการมองเห็น หู ใช้รับฟังเสียงและการทรงตัว จมูก ใช้ดมกลิ่น ขาและเท้า ใช้ในการทรงตัวและเคลื่อนที่
การสืบพันธ์ูของสัตว์ปีก การสืบพันธุ์ของสัตว์ปีก สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ มีการปฏิสนธิภายใน โดยออกลูกเป็นไข่ วางไข่บนบก ไข่มี จำ นวนไม่มากนัก ไข่มีเปลือกแข็งหุ้ม การแบ่งประเภทสัตว์ปีก สามารถแบ่งสัตว์กลุ่มนี้ตามลักษณะการบินได้ 2 พวก คือ สัตว์ปีกจำ พวกบินได้ สามารถใช้ปีกในการบินไปมาในอากาศได้อย่างรวดเร็ว แต่มีบางพวกปรับโครงสร้าง ของร่างกาย ให้เหมาะสมกับสถานที่อยู่อาศัย จึงบินได้ต่ำ เช่น ไก่ เป็ด นกชนิดต่าง ๆ 1. สัตว์ปีกจำ พวกบินไม่ได้ ส่วนใหญ่จะมีปีกขนาดเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของลำ ตัว จึงไม่สามารถ บินได้ การเคลื่อนที่จะอาศัยขาเดิน และวิ่งอย่างรวดเร็ว นกที่บินไม่ได้ โดยธรรมชาติเท่าที่มีเหลืออยู่ในโลก ปัจจุบันนี้ ได้แก่ นกกระจกเทศ นกอีมู นกคาสโซวารี่ นกเรีย นกเพนกวินสายพันธุ์ต่างๆ 2. https://vetkkuowl.wordpress.com/%E0%B9%89habitat/
Neognathae อันดับใหญ่ Neognathae (ตามรากศัพท์แปลว่า ขากรรไกรแบบใหม่) ประกอบด้วยนกอันดับต่างๆ ดังนี้ อันดับห่าน (Anseriformes) อันดับไก่ (Galliformes) อันดับนกเพนกวิน (Sphenisciformes) อันดับนกลูน (Gaviiformes) อ้นดับนกเป็ดผี (Podicipediformes) อันดับนกจมูกหลอด (Procellariiformes) อันดับนกกระทุง (Pelecaniformes) อันดับนกกระสา (Ciconiiformes) อันดับเหยี่ยว (Accipitriformes) อันดับเหยี่ยวปีกแหลม (Falconiformes) อันดับนกคุ่มแท้ (Turniciformes) อันดับนกกระเรียน (Gruiformes) อันดับนกหัวโต (Charadriiformes) อันดับนกแซนด์เกราส์ (Pteroclidiformes) อันดับนกพิราบ (Columbiformes) อันดับนกแก้ว (Psittaciformes) อันดับนกคัคคู (Cuculiformes) อันดับนกเค้า (Strigiformes) อันดับนกตบยุง (Caprimulgiformes) อันดับนกแอ่น (Apodiformes) อันดับนกตะขาบ (Coraciiformes) อันดับนกหัวขวาน (Piciformes) อันดับนกขุนแผน (Trogoniformes) อันดับนกโคลี (Coliiformes) อันดับนกจับคอน (Passeriformes)
วิวัฒนาการของสัตว์ปีก วิวัฒนาการ คือ การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมของนก ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากการปรับ ตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเพื่อการดำ รงอยู่ซึ่งเผาพันธุ์ นกมีความคล้ายคลึงกับสัตว์เลื้อยคลาน หลายประการ เช่น โครงสร้างของกระดูกและกล้ามเนื้อ เกล็ดที่ขา การออกลูกเป็นไข่ และการ เจริญเติบโตของตัวอ่อน จึงเชื่อกันว่านกในปัจจุบันถือกำ เนิดมาจากสัตว์เลื้อยคลาน ทุกส่วนใน ร่างกายของนกถูกดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมกับการบินบนท้องฟ้า เริ่มจากกระดูก ที่ภายในมี ลักษณะกลวงคล้ายรวงผึ้ง ทำ ให้เบาแต่แข็งแรง นอกจากนี้อวัยวะภายในบางอย่างของนกจะถูกตัดทอนออกไปเพื่อลดน้ำ หนักตัวให้ได้มาก ที่สุด เช่นรังไข่ของตัวเมียที่เหลือเพียงข้างเดียว และปากที่ไร้ฟัน โดยนกจะไม่เคี้ยวอาหาร แต่ กลืนลงไปย่อยในกึ๋นแทนการบินของนกต้องใช้พลังงานจากเมแทบอลิซึมเป็นอย่างมาก นกจึงมี ระบบหายใจและระบบหมุนเวียนโลหิตอันทรงประสิทธิภาพ จากหัวใจที่มี 4 ห้อง และท่อที่ เชื่อมต่อระหว่างปอดกับถุงลมทั่วลำ ตัว เพื่อความปลอดภัยในการบิน นกจึงต้องมีสัมผัสอัน ว่องไว โดยเฉพาะสัมผัสทางสายตา นกบางชนิดมีสายตาอันคมกริบ นกมีสายตาที่ดีที่สุดใน บรรดาสายตาของสัตว์มีกระดูกสันหลังด้วยกัน สมองส่วนรับภาพของนกพัฒนาไปมาก เช่นเดียว กับสมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว เพราะการบินที่ดีต้องอาศัยการประสานงานที่ดีของทุกส่วน ในร่างกายนั่นเอง ส่วนขนนกนั้นนับว่าเป็นพัฒนาการที่พิเศษสุดอย่างหนึ่งในบรรดาพัฒนาการ ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง ขนนกเป็นส่วนประกอบของเคราติน มีลักษณะเบาแต่แข็งแรง ขนนก ช่วยป้องกันนกจากแสงแดด ช่วยในการหาคู่ ช่วยในการปรับอุณหภูมิของร่างกาย และที่สำ คัญ ที่สุดคือช่วยในด้านการบินของนก เนื่องจากการบินของนกจำ เป็นต้องใช้พลังงานสูงมาก นก จำ เป็นต้องได้รับพลังงานจากอาหารให้เพียงพอสำ หรับการบินจึงทำ ให้นกต้องกินอาหารใน ปริมาณมาก การปรับตัวของระบบทางเดินอาหารให้นกสามารถกินอาหารได้มากและเพียงพอ กับความต้องการของร่างกายประการหนึ่งคือ การขยายตัวของหลอดอาหารเป็นกระเพาะพัก เพื่อเป็นที่พักอาหารก่อนที่อาหารนั้นจะถูกส่งผ่านเข้าสู่ระบบการย่อยต่อไป นกส่วนใหญ่จะเก็บ อาหารไว้ในกระเพาะพักจากนั้นก็จะค่อย ๆ ส่งอาหารนี้เข้าสู่ระบบการย่อยในช่วงกลางคืนเพื่อ ให้นกมีพลังงานเพียงพอที่จะใช้บินในตอนเช้า มีนกหลายชนิดอย่างเช่น พวกนกน้ำ และนกที่ หากินกลางทะเล
การอนุรักษ์สัตว์ปีกเป็นเรื่องสำ คัญที่มีความสำ คัญต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตในโลก ของเรา การรักษาป่าและที่อยู่อาศัยของสัตว์ปีก: การรักษาป่าและที่อยู่อาศัยของสัตว์ปีกเป็นสิ่ง สำ คัญที่ช่วยให้สัตว์ปีกมีที่อยู่อาศัยเพียงพอและสามารถอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมได้ 1. การควบคุมการล่าของสัตว์: การล่าสัตว์ป่าเป็นสิ่งที่มีผลต่อการอนุรักษ์สัตว์ปีก การ ควบคุมการล่าของสัตว์จึงเป็นสิ่งสำ คัญที่ช่วยให้สัตว์ปีกมีโอกาสเติบโตและอยู่รอดได้ 2. การป้องกันการละเมิดสิทธิ์: การป้องกันการละเมิดสิทธิ์ของสัตว์ปีกเป็นสิ่งสำ คัญที่ช่วย ให้สัตว์ปีกมีชีวิตอยู่ได้ตามธรรมชาติและไม่ถูกทำ ลาย 3. การส่งเสริมการศึกษาและการเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์ปีก: การส่งเสริมการศึกษาและการ เข้าใจเกี่ยวกับสัตว์ปีกเป็นสิ่งสำ คัญที่ช่วยให้คนรู้จักและเห็นความสำ คัญของการอนุรักษ์ สัตว์ปีก 4. การสนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยี: การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สัตว์ปีกเป็นสิ่งสำ คัญที่ช่วยให้เรามีวิธีการอนุรักษ์สัตว์ปีกที่มี ประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม 5. การอนุรักษ์สัตว์ปีก
อาหารการกิน อาหารการกิน ในแต่ละวันนกต้องการอาหารจำ นวนมากเพื่อนำ ไปใช้ในกระบวนการเมแทบอลิซึม (metabolism) โดยนกแต่ละชนิดจะหาอาหารที่แตกต่างกันออกไป นกบางชนิดเลี้ยงชีพด้วยน้ำ ต้อย บางชนิดเลี้ยงชีพด้วยธัญพืช แมลง สัตว์พวกหนู สัตว์พวกกิ้งก่า ปลา ซากเน่า ไปจนถึงนกด้วยกัน นก จะพัฒนารูปร่าง ปีก ขา และปาก ให้มีลักษณะเหมาะสมกับการหาอาหาร นกส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ หากินในเวลากลางวัน มีนกเพียงบางชนิดเท่านั้นที่หากินในเวลากลางคืน นกบางชนิดหากินร่วมกันเป็นฝูง เช่น ฝูงนกนางนวลที่บินร่อนหาปลาตามชายทะเล หรือฝูงนกเป็ดน้ำ รวมตัวกันแหวกว่ายอยู่ในบึง ซึ่งการหากินร่วมกันเป็นฝูงใหญ่ช่วยให้นกหาอาหารง่ายขึ้น และได้ ปริมาณมากกว่าหากินตามลำ พัง รวมทั้งยังช่วยกันระวังภัยได้เป็นอย่างดี ส่วนนกบางชนิดก็มีพฤติกรรมการหาอาหารร่วมกับสัตว์อื่น เช่น นกเอี้ยงที่หากินร่วมกับวัวควาย โดย นกเอี้ยงจะคอยจับแมลงที่พากันบินหนีขึ้นมาเมื่อวัวควายเดินย่ำ ไปบนดิน นอกจากนี้นกเอี้ยงยังชอบ เกาะบนตัววัวควาย เพื่อจับแมลงที่บินตอมตามตัววัวควายอีกด้วย
ถิ่นอาศัย ถิ่นอาศัย นกแต่ละชนิดมีการปรับตัวให้เหมาะสมกับถิ่นอาศัยต่าง ๆ เราจึงสามารถพบนกได้ทุกหนทุก แห่งในสภาพแวดล้อมอันหลากหลาย ซึ่งพอจะแบ่งถิ่นอาศัยของนกได้ดังนี้ - บริเวณชายหาดและท้องทะเล มีนกหลายชนิดที่เดินหากินตามแนวหาดทรายชายทะเล เช่น นกหัว โตมลายู และนกยางทะเล เป็นต้น ขณะที่นกหลายชนิดโผผินบินร่อนอยู่ตามหน้าผาริมทะเล หรือ แม้แต่ในทะเลลึกก็เป็นแหล่งหากินของนกขนาดใหญ่ เช่น นกโจรสลัด ซึ่งนกโจรสลัดสามารถบินวน อยู่บนท้องฟ้าได้เป็นเวลาหลายวัน โดยไม่ต้องร่อนลงบนพื้นดิน โดยนกที่หากินในท้องทะเลนี้ เรามัก เรียกว่า นกทะเล - บริเวณป่าชายเลนและปากแม่น้ำ ตามแนวชายฝั่งที่มีไม้ชายเลนขึ้นหนาแน่นเป็นถิ่นอาศัยของนก มากมาย เช่น นกกินเปี้ยว และ เหยี่ยวแดง เป็นต้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะมีนกอพยพย้ายถิ่น เข้ามาพักอาศัยเป็นจำ นวนมาก นกที่หากินตามป่าชายเลนนี้มีชื่อเรียกโดยรวมว่า นกชายเลน นอกจากนี้ก็มีฝูงนกนางนวลซึ่งเป็นนกทะเลหากินบริเวณนี้ด้วย - บริเวณทุ่งหญ้า ที่ลุ่มน้ำ ขัง และหนองบึง พื้นที่เกษตรกรรมแถบชานเมืองหรือในชนบทเป็นที่อยู่ของ นกหลายชนิด นกที่อาศัยอยู่ตามทุ่งนาหรือทุ่งหญ้าโล่ง เรามักเรียกกันว่า นกทุ่ง เช่น นกตะขาบทุ่ง นกกระจิบหญ้า เป็นต้น ส่วนนกที่อาศัยตามแหล่งน้ำ เช่น หนอง บึง ทะเลสาบ เรามักเรียกว่า นกน้ำ เช่น นกยาง นกเป็ดน้ำ และ นกกวัก เป็นต้น - ป่าไม้ประเภทต่างๆ ถือว่าเป็นสถานที่ที่มีนกอาศัยอยู่มากกว่าแห่งอื่น เนื่องจากเหมาะสำ หรับการ ดำ รงชีวิตของนกนานาชนิด เช่น นกเงือก นกขุนแผน นกโพระดก และ นกแต้วแล้ว เป็นต้น นกที่ อาศัยหากินในป่ามีชื่อเรียกโดยรวมว่า นกป่า - สภาพแวดล้อมอื่นๆ นกบางชนิดมีการปรับตัวจนสามารถอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แม้แต่สัตว์อื่น ยังอาศัยอยู่ได้ยาก เช่น ทะเลทราย ขั้วโลกใต้ หรือแม้แต่ในเมือง
โรคที่พบบ่อยในสัตว์ปีกสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ โรคติดเชื้อ เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว หรือเชื้อรา โรคไม่ติดเชื้อ เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น โภชนาการ สภาพแวดล้อม หรือพันธุกรรม โรคติดเชื้อที่พบบ่อยในสัตว์ปีก ได้แก่ โรคอหิวาต์เป็ดไก่ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Pasteurella multocida ทำ ให้เกิดอาการท้องร่วง หายใจ ลำ บาก และตายได้ โรคนิวคาสเซิล เกิดจากเชื้อไวรัส Newcastle disease virus ทำ ให้เกิดอาการหายใจลำ บาก ตาอักเสบ และตายได้ โรคมาลาเรียในสัตว์ปีก เกิดจากเชื้อโปรโตซัว Haemoproteus meleagridis ทำ ให้เกิดอาการซึม อ่อนเพลีย และตายได้ โรคโคลิแบซิลโลซิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli ทำ ให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย และตาย ได้ โรคซัลโมเนลโลซิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Salmonella spp. ทำ ให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย และตาย ได้ โรคไม่ติดเชื้อที่พบบ่อยในสัตว์ปีก ได้แก่ โรคขาดสารอาหาร เกิดจากขาดสารอาหารที่จำ เป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามิน เกลือแร่ หรือโปรตีน โรคภูมิแพ้ เกิดจากร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ โรคติดเชื้อรา เกิดจากเชื้อรา เช่น เชื้อรา Candida albicans หรือเชื้อรา Aspergillus fumigatus โรคพยาธิ เกิดจากปรสิต เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิตัวตืด หรือไรไก่ โรคความเครียด เกิดจากความเครียดจากสภาพแวดล้อม เช่น อากาศร้อน อากาศหนาว หรือเสียงดัง โรคที่พบบ่อยในสัตว์ปีก
ประเภทตามความสามารถในการบิน นกที่บินได้ เป็นนกที่มีปีก สามารถบินได้ นกที่บินได้แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น นกนางนวล นก กระเรียน นกอินทรี นกที่บินไม่ได้ เป็นนกที่ไม่มีปีก หรือมีปีกขนาดเล็กไม่สามารถบินได้ นกที่บินไม่ได้แบ่งออกเป็นหลาย กลุ่ม เช่น นกกระจอกเทศ นกอีมู นกเพนกวิน ประเภทตามลักษณะการกิน นกที่กินพืช เป็นนกที่กินพืชเป็นอาหาร นกที่กินพืชแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น นกแก้ว นกกระจอก เทศ นกกระตั้ว นกที่กินสัตว์ เป็นนกที่กินสัตว์เป็นอาหาร นกที่กินสัตว์แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น นกเหยี่ยว นกเค้าแมว นกอินทรี นกที่กินทั้งพืชและสัตว์ เป็นนกที่กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร นกที่กินทั้งพืชและสัตว์แบ่งออกเป็น หลายกลุ่ม เช่น นกกระสา นกเป็ดน้ำ นกกระเตงเทง ประเภทตามลักษณะการใช้ชีวิต นกน้ำ เป็นนกที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ นกน้ำ แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น นกเป็ดน้ำ นกยาง นกกระทุง นกบก เป็นนกที่อาศัยอยู่บนบก นกบกแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น นกกระจอก นกพิราบ นกแก้ว นกทะเล เป็นนกที่อาศัยอยู่ในทะเล นกทะเลแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น นกนางนวล นกนางแอ่น นกเพนกวิน ประเภทของสัตว์ปีก
บรรณานุกรรม http://www.lopburi.doae.go.th/Organic.htm กลุ่มนก. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2562, จาก http://www.thaiwildlife.info/group.php?Act=View&ID=2 การผลิตสัตว์ปีก (ผศ.ดร.ประภากร ธาราฉาย, 2560) 1 พันธุ์และการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ปีก.สืบค้นเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2562, จาก http://www.as.mju.ac.th/E-.pdf https://www.thongkasem.com/knowledge.php?kid=12