The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

e-bookบทที่11 นาย พชรพร ดวงลา เลขที่20

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pacharapondoungla, 2020-10-29 11:25:44

e-bookบทที่11 นาย พชรพร ดวงลา เลขที่20

e-bookบทที่11 นาย พชรพร ดวงลา เลขที่20

การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ปฏิกิริยาแสง

บทท่ี 11 ปฏิกิริยาแสงจะสร้างพลงั งานสูง คือ NADPH
และ ATP ในภาวะท่ีมีแสงซ่ึงเกิดข้ึนที่ไทลาคอยด์
นาย พชรพร ดวงลา ม.5/4 เลขที่20

การตรึงคารบ์ อน วฏั จกั รคารบ์ อน

การตรึงคารบ์ อน เป็ นขนั้ ตอนทม่ี กี ารสรา้ ง วฏั จกั รคารบ์ อน เป็ นขน้ั ตอนท่มี กี ารสรา้ ง
นา้ ตาลซงึ่ เกดิ ขน้ึ ในสโตรมา โดยจะใช้ NADPH นา้ ตาลซ่งึ เกดิ ขน้ึ ในสโตรมา โดยจะใช้ NADPH
และ ATP ทไ่ี ดจ้ ากปฏิกริ ยิ าแสง และ ATP ท่ีไดจ้ ากปฏิกริ ิยาแสง

คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ า โฟตอน

เกดิ จากการรบกวนทางแมเ่ หลก็ ไฟฟ้ า โดยการทา โฟตอนเป็ นอนภุ าคของแสงกาหนดใหเ้ ป็ นกาไม่
ใหส้ นามไฟฟ้ าหรอื สนามแมเ่ หล็กมกี ารเปลยี่ นแปลง ตอ่ เนอื่ ง (หรอื ควอนตัม ) ของแมเ่ หล็กไฟฟ้ า
เมอื่ สนามไฟฟ้ ามกี ารเปลย่ี นแปลงจะเหนยี่ วนาให้ พลงั งาน โฟตอนอย่เู สมอในการเคลอ่ื นไหวและใน
เกดิ สนามแมเ่ หล็ก หรอื ถา้ สนามแมเ่ หลก็ มกี าร สญู ญากาศ มคี วามเร็วคงที่ของแสงที่ผู้
เปลยี่ นแปลงก็จะเหนย่ี วนาใหเ้ กดิ สนามไฟฟ้ า สงั เกตการณท์ ้ังหมด โฟตอนเดนิ ทางที่สญู ญากาศ
ความเร็วของแสง ของC = 2.998 x 10 8 m

อนภุ าค แสงที่มนษุ ยม์ องเห็นได้
หมายถึงสสารท่ีมปี รมิ าณน้อยมากหรอื เล็กมาก
คล่นื แม่เหล็กไฟฟ้ าทส่ี ามารถมองเห็นไดด้ ว้ ยดวงตาของ
มนษุ ย์ การแผ่รังสคี ล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้ าในชว่ งความยาวคล่นื
นบ้ี างคร้ังก็เรียกวา่ "แสงทต่ี ามองเห็น" หรือ "แสง" เฉยๆ
ความยาวคลืน่ ชว่ งนอี้ ยรู่ ะหวา่ ง 380-750 นาโนเมตร[1]
สเปคตรัมของแสงไมไ่ ดม้ ีสีทกุ สีทตี่ าและสมองของมนษุ ย์
สามารถรับรู้

สารสี คลอโรฟิ ลล์

สารมสี ที ท่ี าใหว้ ตั ถอุ นื่ มสี ไี ด้ ไมล่ ะลายในตวั ทา คลอโรพลาสเมด็ เลก็ ๆ มสี เี ขยี ว ซงึ่ อย่ใู น
ละลาย แตส่ ามารถแขวนลอยอย่ไู ด้ เซลลพ์ ชื โดยเป็ นสว่ นหนง่ึ ของพืชที่เกดิ จาก
กระบวนการทาอาหารของพชื หลงั จากไดร้ บั
แสงอาทิตย์

แคโรทนี อยด์ แคโรทนี

เป็ นรงควัตถุ สเี หลอื ง สม้ แดง และสม้ - เป็ นสารเคมที ี่พบมากในผกั ผลไมท้ ่มี สี แี ดง สม้
แดง พบทัว่ ไปในพชื และสง่ิ มชี วี ติ ท่ีสามารถ เหลอื ง และเขยี วแคโรทีนเป็ นสารโมเลกลุ ใหญ่
สงั เคราะห์ดว้ ยแสงได้ ทางานรว่ มกบั มสี ตู รทางเคมี C40H56 และมคี ณุ สมบตั เิ ป็ นโป
คลอโรฟิ ลล์ ซง่ึ เป็ นรงควตั ถทุ ่มี สี ีเขยี ว รวติ ามนิ เอ (provitamin A) คือเมอื่ แคโรที
นแตกตวั จะไดว้ ติ ามนิ เอ

แซนโทฟิ ลล์ สถานะพื้น

เป็ นสารสเี หลอื งหรือสนี า้ ตาล มอี ะตอมของ หมายถึงอะตอมทอ่ี ิเลก็ ตรอนซึ่งเคลอ่ื นทอี่ ยู่
ออกซิเจนอย่ใู นโมเลกลุ จงึ มขี ว้ั มากกว่าและ รอบนวิ เคลยี สมพี ลงั งานเฉพาะตวั อยใู่ นระดบั
ละลายใน lipid ไดน้ อ้ ยกวา่ แคโรทนี อยดก์ ลมุ่ พลงั งานตา่ อะตอมในสถานะพน้ื จะมคี วาม
แรก ทาใหส้ ารกลมุ่ นย้ี ึดกบั สารตวั กลางได้ เสถียรเนอ่ื งจากมพี ลงั งานตา่
ดกี วา่

สถานะกระตนุ้ ปฎิกริ ิยาแสง

หมายถึงอะตอมที่ไดร้ บั พลงั งาน ปฏกิ ริ ยิ าที่พชื ดดู กลนื แสงไวใ้ นคลอโรพลาสตแ์ ละ
เพม่ิ ขนึ้ ทาใหอ้ เิ ลก็ ตรอนถกู กระตนุ้ ใหอ้ ย่ใู น เปลยี่ นพลงั งานแสงใหเ้ ป็ นพลงั งานเคมใี นรปู ของ
ระดบั พลงั งานสงู ขน้ึ ท่ีสถานะกระตนุ้ อะตอม ATP และ NADPH ท่ีพืชสามารถนาไปใชต้ อ่ ได้
จะไมเ่ สถียร เนอ่ื งจากมพี ลงั งานสงู

แอนเทนนา ศนู ยก์ ลางปฏกิ ริ ิยา
เป็ นรงควัตถชุ นดิ คลอโรฟิ ลล์ เอ ชนดิ พิเศษ
ประกอบดว้ ยรงควตั ถตุ า่ งๆ และมกี ารเรียง
ตวั อย่างเป็ นระบบ ทาหนา้ ท่ถี ่ายทอดพลงั งาน

แสงไปยังศนู ยก์ ลางของปฏกิ ริ ยิ า

รเี จเนอเรชนั คารบ์ อกซิเลชนั

การสรา้ งเนอ้ื เยื่อหรืออวัยวะใหมข่ น้ึ มา เป็ นปฏิกิรยิ าการตรงึ CO2 ซึ่งมี คารบ์ อน 1
ทดแทนเนอ้ื เย่ือหรอื อวัยวะเกา่ ทหี่ ลดุ หรือขาด อะตอมจะเขา้ สวู่ ฎั จกั คลั วิน โดยการทาปฏิกิรยิ ากบั
ออกไป ไรบโู ลสบิสฟอสเฟต ซึ่งมี C 5 อะตอม โดยมีเอนไซม์
รบู ิสโก(rubisco) เป็ นคะตะลิสต์ ไดส้ ารประกอบใหม่
ทม่ี ี C 6 อะตอม แตเ่ ป็ นสารทไ่ี มค่ งตวั และจะ
เปลย่ี นเป็ นสารประกอบ ฟอสโฟกลเี ซอเรตซ่ึงมี 3
อะตอม จานวน 2 โมเลกลุ

ปัจจยั จากดั ขอบคุณครชั ช

จากดั จะกาหนดเฉพาะปัจจยั สง่ิ แวดลอ้ มท่ีไมม่ ี
ชวี ิต ซึ่งปัจจยั เหลา่ นา่ จะมผี ลตอ่ สง่ิ มชี วี ติ อย่าง
มาก โดยเป็ นตวั จากดั การเจรญิ เตบิ โต การ
ดารงชวี ติ และแพร่กระจาย เชน่ แสง อณุ หภมู ิ
ความชน้ื ปรมิ าณออกซเิ จน ความเป็ นกรดเป็ น
ดา่ ง ตลอดจนปรมิ าณของแร่ธาตตุ า่ ง ๆ


Click to View FlipBook Version