The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ดาราศาสตร์ คอม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by โชติกา ห้วยหงษ์ทอง, 2020-10-23 11:04:51

ดาราศาสตร์ คอม

ดาราศาสตร์ คอม

เรื่อง ดาราศาสตร์

เสนอ
คุณครูสุวารีย์ ยภ่ี ู่

จดั ทาโดย
น.ส.โชติกา หว้ ยหงษท์ อง เลขที่ 22 ม.4/1

โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลยั จงั หวดั สุพรรณบรุ ี

คานา

งานช้ืนน้ีเป็นส่วนหน่ึงของวิชาคอมพวิ เตอร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 โดยมีจุดประสงคเ์ พ่อื
พฒั นาผเู้ รียนใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั เร่ืองการทา e-book และนาความรู้ท่ีไดจ้ ากการทางาน
ชิ้นน้ี สามารถนาไปปรับใชใ้ นอนาคตไดต้ ่อไป

โชติกา หว้ ยหงษท์ อง

สารบญั

• ความหมายของดาราศาสตร์ 1
• ความหมายของเอกภพ 2
• ความหมายของกาแลก็ ซี 3
• ประเภทของกาแลก็ ซี 4
• ระบบสุริยะ 6
• ดาวฤกษ์ 7
• ดาวเคราะห์ 8
• ดวงจนั ทร์บริวาร 9
• ดวงอาทิตย์ 10
• ดาวพธุ , ดาวศุกร์ 11
• โลก , ดาวองั คาร 12
• ดาวพฤหสั บดี , ดาวเสาร์ 13
• ดาวยเู รนสั , ดาวเนปจูน 14
• ความหมายของกล่มุ ดาว 15
• กลุ่มดาวแกะ 16
• กลมุ่ ดาวววั 17
• กลุ่มดาวคนคู่ 18
• กล่มุ ดาวปู 19
• กลมุ่ ดาวสิงโต 20
• กลุ่มดาวหญิงสาว 21
• กลุ่มดาวคนั ชง่ั 22
• กลมุ่ ดาวแมงป่ อง 23
• กล่มุ ดาวคนยงิ ธนู 24
• กลุ่มดาวแพะทะเล 25

• กลุ่มดาวคนแบกหมอ้ น้า 26
• กลุ่มดาวปลาคู่ 27
• ดาวเคราะหน์ อ้ ย 28
• ดาวหาง 29
• อกุ กาบาต 30
• เนบิวลา 31
• บรรณานุกรม 32

ดาราศาสตร์ คือวิชาวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาวตั ถุทอ้ งฟ้า (อาทิ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดาว
หาง และดาราจกั ร) รวมท้งั ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติตา่ ง ๆ ที่เกิดข้ึนจากนอกช้นั บรรยากาศของ
โลก โดยศึกษาเกี่ยวกบั วิวฒั นาการ ลกั ษณะทางกายภาพ ทางเคมี ทางอตุ นุ ิยมวิทยา และการ
เคลื่อนท่ีของวตั ถุทอ้ งฟ้า ตลอดจนถึงการกาเนิดและววิ ฒั นาการของเอกภพ

ดาราศาสตร์เป็นหน่ึงในสาขาของวทิ ยาศาสตร์ท่ีเก่าแก่ท่ีสุด นกั ดาราศาสตร์ในวฒั นธรรมโบราณ
สังเกตการณ์ดวงดาวบนทอ้ งฟ้าในเวลากลางคืน และวตั ถุทางดาราศาสตร์หลายอยา่ งก็ไดถ้ ูกคน้ พบ
เรื่อยมาตามยคุ สมยั อยา่ งไรกต็ าม กลอ้ งโทรทรรศน์เป็นสิ่งประดิษฐท์ ี่จาเป็นก่อนที่จะมีการพฒั นา
มาเป็นวิทยาศาสตร์สมยั ใหม่ ต้งั แต่อดีตกาล ดาราศาสตร์ประกอบไปดว้ ยสาขาที่หลากหลาย
เช่น การวดั ตาแหน่งดาว การเดินเรือดาราศาสตร์ ดาราศาสตร์เชิงสังเกตการณ์ การสร้างปฏิทิน และ
รวมท้งั โหราศาสตร์ แตด่ าราศาสตร์ทุกวนั น้ีถูกจดั วา่ มีความหมายเหมือนกบั ฟิ สิกส์ดารา
ศาสตร์ ต้งั แตค่ ริสตศ์ ตวรรษท่ี 20 เป็นตน้ มา ดาราศาสตร์ไดแ้ บ่งออกเป็นสองสาขาไดแ้ ก่ ดารา
ศาสตร์เชิงสังเกตการณ์ และดาราศาสตร์เชิงทฤษฎี ดาราศาสตร์เชิงสงั เกตการณ์จะใหค้ วามสาคญั
ไปท่ีการเกบ็ และการวิเคราะห์ขอ้ มูล โดยการใชค้ วามรู้ทางกายภาพเบ้ืองตน้ เป็ นหลกั ส่วนดารา
ศาสตร์เชิงทฤษฎีใหค้ วามสาคญั ไปท่ีการพฒั นาคอมพิวเตอร์หรือแบบจาลองเชิงวิเคราะห์ เพอื่
อธิบายวตั ถุทอ้ งฟ้าและปรากฏการณ์ตา่ ง ๆ ท้งั สองสาขาน้ีเป็นองคป์ ระกอบซ่ึงกนั และกนั กล่าวคือ
ดาราศาสตร์เชิงทฤษฎีใชอ้ ธิบายผลจากการสังเกตการณ์ และดาราศาสตร์เชิงสงั เกตการณ์ใชใ้ นการ
รับรองผลจากทางทฤษฎี

1

เอกภพ หรือ จกั รวาล (Universe) เป็นระบบที่ใหญท่ ่ีสุดและไร้ขอบเขต และเป็นหว้ งอวกาศท่ี
เตม็ ไปดว้ ยดวงดาวจานวนมหาศาล ซ่ึงเราจะเรียกดวงดาวท่ีเกาะกนั เป็นกลุ่มวา่ กาแลก็ ซี และในแต่
ละกาแลก็ ซี กจ็ ะมีระบบของดาวฤกษ์ กระจุกดาว เนบิวลา หลมุ ดา อุกกาบาต ฝ่ นุ ผง กลุ่มก๊าซ และ
ท่ีวา่ งอยรู่ วมกนั อยู่ ซ่ึงก็โลกอยใู่ นกาแลก็ ซีหน่ึง ที่เรียกกนั วา่ กาแลก็ ซีทางชา้ งเผอื ก นนั่ เอง

สาหรับตน้ กาเนิดท่ีแทจ้ ริงของ เอกภพ น้นั ท่ีจริงมีอยหู่ ลายทฤษฎี แต่ทฤษฎีท่ีไดร้ ับการ
ยอมรับจากนกั ดาราศาสตร์มากท่ีสุดในปัจจุบนั กค็ ือ ทฤษฎีบ๊ิกแบง (Big Bang Theory) ของ จอร์จ
เลอแมตร์ ท่ีเชื่อกนั วา่ เอกภพเร่ิมตน้ จากความเป็นศูนย์ ไม่มีเวลา ไม่มีแมแ้ ตค่ วามวา่ งเปล่า และเอก
ภพกาเนิดข้ึนโดยการระเบิด ซ่ึงหลงั จากการระเบิดน้นั เอกภพ กเ็ ร่ิมขยายตวั ออกไป ก่อนท่ีจะเกิด
อนุภาคมูลฐาน อะตอม และโมเลกลุ ต่าง ๆ ข้ึนตามมาหลงั จากน้นั ท้งั แรงระเบิดดงั กลา่ ว ยงั ทาให้
เกิดแรงดนั ระหวา่ งกาแล็กซีต่าง ๆ ใหห้ ่างกนั ออกไปเร่ือย ๆ ซ่ึงแรงดนั ที่ถือวา่ เป็นวิวฒั นาการของ
เอกภพมีอยแู่ รง 2 แรง คือ แรงดนั ออกหลงั จากการระเบิดคร้ังใหญ่ และแรงโนม้ ถว่ งดึงดูดใหเ้ อก
ภพเขา้ มารวมตวั กนั

2

กาแลก็ ซี (galaxy)

ระบบที่กวา้ งใหญไ่ พศาล ประกอบดว้ ยดาวฤกษ์ กระจุกดาวฤกษ์ ก๊าซและฝ่ นุ ทอ้ งฟ้า ท่ี
เรียกวา่ เนบิวลา่ และที่วา่ ง ( Space) รวมกนั อยใู่ นระบบเดียวกนั เพราะมีแรงโนม้ ถ่วงซ่ึงกนั และ
กนั กาแลกซ่ี ถือเป็นองคป์ ระกอบหน่ึงของเอกภพเกิดมาเมื่อประมาณ 18,000 ลา้ นปี
มาแลว้ ประมาณวา่ ในเอกภพมีดาราจกั รถึง 100,000 ลา้ นระบบ และเช่ือวา่ ดาวฤกษต์ า่ งๆรวมท้งั
ดวงอาทิตย์ ซ่ึงเป็นศนู ยก์ ลางของระบบสุริยะ ต่างกเ็ คลื่อนรอบศนู ยก์ ลางของกาแลกซี่ดว้ ยแรง
โนม้ ถว่ งระหวา่ งดางฤกษก์ บั สิ่งที่อยู่ ณ ใจกลางของกาแลกซี่ ซ่ึงมีแรงโนม้ ถว่ งสูงมาก นกั ดารา
ศาสตร์เชื่อวา่ สิ่งน้ีคือ หลมุ ดา ( Blank Hole) ซ่ึงเชื่อวา่ มีความลึกไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งตา่ งๆ เม่ือหลดุ
เขา้ ไปไม่สามารถออกมาได้ ดาวฤกษท์ ี่เห็นบนทอ้ งฟ้า เป็นดาวที่อยใู่ นกาแลกซี่ของเรา หรือกา
แลกซ่ีทางชา้ งเผือก ( The Milky Way Galaxy) มลี กั ษณะเป็นฝ้าขาวคลา้ ยเมฆบางๆ อยโู่ ดยรอบ
ทอ้ งฟ้า (คือ ดวงดาวประมาณแสนดวง) กาแลกซี่ทางชา้ งเผอื ก เป็นกาแลกซี่แบบ
กงั หนั เนื่องจากมองดา้ นบนและดา้ นล่างจะเห็นวา่ มีโครงสร้างเป็นรูปจาน หรือจกั ร หรือขดหอย
( Spiral Structure) โดยจุดศูนยก์ ลางจะเป็นรูปวงรี ( Ellipsoid) มีความยาวถึง 100,000 ปี แสงดวง
อาทิตยข์ องเราอยทู่ างแขนดา้ นขวาห่างใจกลางของกาแลกซ่ีประมาณ 30,000 ปี แสง แบ่งออกเป็น
4 ประเภท ไดแ้ ก่

3

1. กาแลก็ ซีกลมรี ( Elliptical Galaxy )

มีรูปร่างกลมรี ซ่ึง บางกาแลก็ ซีอาจกลมมาก บาง
กาแลก็ ซีอาจรีมาก นกั ดาราศาสตร์ให้ ความเห็นวา่
กาแลก็ ซีประเภทน้ีจะมีรูปร่างกลมรีมากนอ้ ยเพียงใดนนั่
ข้ึนอยกู่ บั อตั ราการหมุนของกาแลก็ ซี ถา้ หมุนเร็วกาแลก็ ซี
จะมีรูปร่าง ยาวรีมาก

2. กาแลก็ ซีกน้ หอย ( Spiral Galaxy )

มีรูปร่างแบบกน้ หอย มีแขนโคง้ เหมือนลายกน้ หอย
หรือกงั หนั บางทีจึงเรียกวา่ กาแลก็ ซี กงั หนั ตวั อยา่ งเช่น
กาแลก็ ซีทางชา้ งเผอื ก กาแลก็ ซีแอนโดรเมดา กาแลก็ ซีส่วน
ใหญท่ ี่พบในเอกภพจะเป็นกาแลก็ ซีประเภทน้ี

4

3. กาแลก็ ซีกน้ หอยคาน (Barred Spiral Galaxy)

มีลกั ษณะ คลา้ ยคลึงกบั กาแลก็ ซีกน้ หอย แต่
ตรงกลางมีลกั ษณะเป็นคาน และมี แขนแบบกาแลก็ ซี
กน้ หอยตอ่ ออกมาจาก ปลายคานท้งั สองหรือเรียก อีก
ชื่อวา่ กาแลก็ ซีกงั หนั แบบมีแกน มีอตั ราหมุนรอบ
ตวั เองเร็วกวา่ กาแลก็ ซีทุกประเภท

4. กาแลก็ ซีไร้รูปร่าง (Irregular Galaxy)

เป็นกาแลก็ ซีท่ีมีรูปร่างลกั ษณะตา่ งออกไปจาก
กาแลก็ ซีท้งั 3 ประเภทที่กลา่ วมาแลว้ เป็นกาแลก็ ซีส่วน
นอ้ ย มีรูปร่างท่ีไมแ่ น่นอน หรือเรียกวา่ กาแลก็ ซีอ
สณั ฐาน มกั จะเป็นกาแลก็ ซีขนาดเลก็ เช่น กาแลก็ ซีแมก
เจลแลนใหญ่ และกาแลก็ ซีแมกเจลแลนเลก็

5

ระบบสุริยะ(Solar system) คือระบบดาวท่ีมีดาวฤกษเ์ ป็นศูนยก์ ลาง และมีดาวเคราะห์
(Planet) เป็นบริวารโคจรอยโู่ ดยรอบ เมื่อสภาพแวดลอ้ มเอ้ืออานวย ต่อการดารงชีวติ สิ่งมีชีวิตก็จะ
เกิดข้ึนบนดาวเคราะหเ์ หล่าน้นั หรือ บริวารของดาวเคราะหเ์ องที่เรียกวา่ ดวงจนั ทร์ (Satellite) โลก
ของเราอยเู่ ป็นระบบที่ประกอบดว้ ย ดวงอาทิตย์ (The sun) เป็นศูนยก์ ลาง มีดาวเคราะห์ (Planets) 8
ดวง (ปัจจุบนั ดาวพลโู ตถูกลดสถานะจากดาวเคราะห์กลายเป็นดาวเคราะหแ์ คระ) เรียงตามลาดบั
จากในสุดคือ ดาวพุธ ดาวศกุ ร์ โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหสั ดาวเสาร์ ดาวยเู รนสั ดาวเนปจูน และยงั มี
ดวงจนั ทร์บริวารของ ดาวเคราะหแ์ ตล่ ะดวง (Moon of satellites) ยกเวน้ เพียง สองดวงคือ ดาวพุธ
และ ดาวศุกร์ ท่ีไมม่ ีบริวาร ดาวเคราะหน์ อ้ ย (Minor planets) ดาวหาง (Comets) อุกกาบาต
(Meteorites) ตลอดจนกลุ่มฝ่นุ และกา๊ ซ ซ่ึงเคลื่อนที่อยใู่ นวงโคจร ภายใตอ้ ิทธิพลแรงดึงดูด จากดวง
อาทิตย์ ขนาดของระบบสุริยะ กวา้ งใหญ่ไพศาลมาก เม่ือเทียบระยะทาง ระหวา่ งโลกกบั ดวงอาทิตย์
ซ่ึงมีระยะทางประมาณ 150 ลา้ นกิโลเมตร หรือ 1au.(astronomy unit) หน่วยดาราศาสตร์ ท่ีเหลือ
นอกน้นั จะเป็นมวลของ เทหวตั ถุต่างๆ ซ่ึง ประกอบดว้ ยดาวเคราะห์ ดาวเคราะหน์ อ้ ย ดาวหาง และ
อุกกาบาต รวมไปถึงฝ่นุ และก๊าซ

6

ดาวฤกษ์ (Stars) คือวตั ถุทอ้ งฟ้าท่ีเป็นกอ้ นพลาสมาสวา่ งขนาดใหญท่ ่ีคงอยไู่ ดด้ ว้ ยแรง
โนม้ ถว่ ง ดาวฤกษท์ ี่อยใู่ กลโ้ ลกมากท่ีสุด คือ ดวงอาทิตย์ ซ่ึงเป็นแหลง่ พลงั งานหลกั ของโลก เรา
สามารถมองเห็นดาวฤกษอ์ ื่น ๆ ไดบ้ นทอ้ งฟ้ายามราตรี หากไมม่ ีแสงจากดวงอาทิตยบ์ ดบงั ใน
ประวตั ิศาสตร์ ดาวฤกษท์ ่ีโดดเด่นท่ีสุดบนทรงกลมทอ้ งฟ้าจะถกู จดั เขา้ ดว้ ยกนั เป็นกล่มุ ดาว และ
ดาวฤกษท์ ่ีสวา่ งที่สุดจะไดร้ ับการต้งั ชื่อโดยเฉพาะ นกั ดาราศาสตร์ไดจ้ ดั ทาบญั ชีรายชื่อดาวฤกษ์
เพมิ่ เติมข้ึนมากมาย เพ่ือใชเ้ ป็นมาตรฐานในการต้งั ช่ือดาวฤกษ์

7

ดาวเคราะห์(Planets) คือ ดาวท่ีไมม่ ีแสงสวา่ งในตวั แตส่ ะทอ้ นแสงอาทิตยส์ ่องเขา้ ไปยงั ตา
เรา ดาวเคราะหแ์ ต่ละดวงมีขนาดและจานวนดวงจนั ทร์บริวารไม่เทา่ กนั อยหู่ ่างจากดวงอาทิตยเ์ ป็น
ระยะต่างกนั แต่ละดวงต่างกอ็ ยใู่ นระบบสุริยะ โดยหมุนรอบตวั เองและโคจรรอบดวงอาทิตยด์ ว้ ย
ความเร็วตา่ งกนั ไป

ไมเ่ หมือนกนั ดวงอาทิตยห์ รือดาวฤกษด์ วงอื่นๆ แตส่ ามารถมองเห็นได้ เน่ืองจากดาว
เคราะหส์ ะทอ้ นแสงจากดวงอาทิตยเ์ ขา้ สู่ตา สามารถมองเห็นไดด้ ว้ ยตาเปล่า เพยี ง 5 ดวงเท่าน้นั คือ
ดาวพธุ ดาวศุกร์ ดาวองั คาร ดาวพฤหสั บดี และดาวเสาร์ เทา่ น้นั

8

ดาวบริวารหรือดวงจนั ทร์ในระบบ
สุริยะมีความแตกตา่ งกนั ท้งั ขนาดและ
สีสนั พ้ืนผิว นอกจากน้นั ยงั มีความตา่ งกนั
ในเรื่องสภาพแวดลอ้ มของบรรยากาศ

ดวงจนั ทร์บริวาร(Moon of satellites) หมายถึงวตั ถขุ นาดเลก็ ท่ีโคจรลอ้ มรอบวตั ถุขนาดใหญ่
เช่น ดวงจนั ทร์โคจรรอบโลก ท้งั น้ีดวงจนั ทร์ทุกดวงไม่มีแสงสวา่ งในตนเอง แตท่ ่ีเรามองเห็นจาก
โลกไดเ้ พราะแสง สะทอ้ นจากดวงอาทิตยส์ าดส่องไปถึง ดาวจนั ทร์อาจมีหลายดวงได้ และตอ้ งมีมา
ด้งั เดิมก่อกาเนิด โดยธรรมชาติ บางคร้ังอาจพบการเรียก ดาวบริวาร (Satellites) วา่ ดวงจนั ทร์ โดย
แทจ้ ริงแลว้ คาวา่ Moon เป็นความหมายแสดงถึง ดาวบริวารของโลกโดยตรง

ดาวบริวารหรือดวงจนั ทร์ในระบบสุริยะมีความแตกตา่ งกนั ท้งั ขนาดและสีสนั พ้ืนผิว
นอกจากน้นั ยงั มีความต่างกนั ในเรื่องสภาพแวดลอ้ มของบรรยากาศ

9

ดวงอาทิตย์ (The Sun) : คือดาวฤกษท์ ่ีอยตู่ รงศูนยก์ ลางของระบบสุริยะ มีขนาดเส้นผา่ น
ศูนยก์ ลาง 1.4 ลา้ นกิโลเมตร หรือ 109 เทา่ ของเสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางโลก อยหู่ ่างจากโลก 149,600,000
กิโลเมตร หรือ 1 หน่วยดาราศาสตร์ (AU) ดวงอาทิตยม์ ีมวลมากกวา่ โลก 333,000 เท่า แต่มีความ
หนาแน่นเพียง 0.25 เท่าของโลก เน่ืองจากมีองคป์ ระกอบเป็นไฮโดรเจน 74% ฮีเลียม 25% และธาตุ
ชนิดอ่ืน 1% ใจกลางมีอณุ หภมู ิสูง 15 ลา้ น°C เกิดปฏิกิริยาฟิ วชนั อุณหภูมิท่ีหลุดออกจากดวง
อาทิตยเ์ คล่ือนท่ีผา่ นโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดการเรืองแสงเรียกวา่ แสงออโรรา ( Aurora )
หรือแสงเหนือแสงใต้

โครงสร้างช้นั ตา่ ง ๆภายในดวงอาทิตย์
• โคโรนา
• โครโมสเฟี ยร์
• โฟโมสเฟี ยร์

10

ดาวพุธ (Mercury) : เป็นดาวเคราะห์ท่ีอยู่
ใกลด้ วงอาทิตยม์ ากที่สุด มีขนาดเลก็ ท่ีสุดใน
ระบบสุริยะโคจรรอบดวงอาทิตย์ 87.969 วนั
สังเกตเห็นไดย้ าก ไมม่ ีดาวบริวาร

ลกั ษณะ มีสภาพพ้นื ผวิ ขรุขระเนื่องจาก
การพงุ่ ชนของอุกกาบาต ไมม่ ีดวงจนั ทร์เป็น
บริวารและไม่มีแรงโนม้ ถ่วงมากพอที่จะสร้างช้นั
บรรยากาศ มีแกนกลางเป็นเหลก็ ขนาดใหญ่

ฉายา เตาไฟแช่แข็ง

ดาวศุกร์ (Venus) : ห่างจากดวงอาทิตยเ์ ป็นลาดบั ท่ี 2 ฉายา ดาวฝาแฝด
เป็นดาวเคราะห์หิน ขนาดใกลเ้ คียงกบั โลก เป็นวตั ถทุ อ้ งฟ้า
ท่ีสวา่ งท่ีสุดเป็นลาดบั ท่ี 3 รองจากดวงอาทิตยแ์ ละดวง
จนั ทร์ เรียกดาวประกายพรึกในตอนเชา้ และดาวประจาเมือง
ในตอนเยน็

ลกั ษณะ บรรยากาศประกอบดว้ ยก๊าซ
คาร์บอนไดออกไซด์ ท่ีหนาทึบ ปกคลุมท้งั ดวงทาใหส้ ะทอ้ น
แสงอาทิตยไ์ ดด้ ี จึงเห็นเป็ นดาวเคราะหท์ ่ีสวา่ ง ดว้ ยช้นั เมฆ
หนาทาใหเ้ กิดสภาวะเรือนกระจก อณุ หภมู ิสูงมาก ประมาณ
400 องศาเซลเซียส

11

โลก (Earth) : เป็นดาวเคราะหด์ วงเดียวในระบบ
สุริยะที่มีสภาวะแวดลอ้ มเอ้ืออานวยตอ่ การดารงชีวิต
ของสิ่งมีชีวิต มีดวงจนั ทร์บริวาร 1 ดวง

ลกั ษณะ บรรยากาศของโลกประกอบดว้ ย
ไนโตรเจนเป็นส่วนใหญ่ คาร์บอนไดออกไซดช์ ่วย
เกบ็ ความร้อนไวใ้ ตช้ ้นั บรรยากาศอาศยั ภาวะเรือน
กระจก ทาใหโ้ ลกมีความอบอุ่น ไม่หนาวเยน็
จนเกินไป

ฉายา ดาวเคราะหพ์ ลาสตกิ

ฉายา ดาวแดง ดาวองั คาร (Mars) : มีสีแดงเนื่องจากพ้นื ผิว
ประกอบดว้ ยออกไซดข์ องเหลก็ พ้ืนผวิ เตม็ ไปดว้ ยหุบเหว
ตา่ งๆ หุบเหวขนาดใหญ่ชื่อ หุบเหวมาริเนอริส นอกจากน้ี
ยงั มีภูเขาไฟท่ีสูงท่ีสุดในระบบสุริยะชื่อ ภเู ขาไฟโอลิมปัส

ลกั ษณะ มีบรรยากาศเบาบางมาก ประกอบดว้ ย
คาร์บอนไดออกไซดเ์ ป็นส่วนใหญ่ซ่ึงเกิดจากการระเหิด
ของน้าแขง็ แหง้ ปกคลุมอยทู่ ว่ั ไปบนพ้ืนผวิ ดาวองั คาร ท่ี
บริเวณข้วั เหนือและข้วั ใตข้ องดาวมีน้าแขง็ ปกคลมุ อยู่
ตลอดเวลา

12

ฉายา ดาวยกั ษ์ ดาวพฤหสั บดี (Jupiter) : อยหู่ ่างจาก
ดวงอาทิตยเ์ ป็นลาดบั ที่ 5 และเป็นดาวเคราะห์ที่มี
ขนาดใหญ่ท่ีสุดในระบบสุริยะ

ลกั ษณะ หมุนรอบตวั เองดว้ ยอตั ราเร็วสูงท่ีสุด
เมื่อเทียบกบั ดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบสุริยะ ทาใหม้ ี
รูปร่างแป้นเมื่อดูผา่ นกลอ้ งโทรทรรศน์ นอกจากช้นั
เมฆท่ีห่อหุม้ ดาวพฤหสั บดี ร่องรอยที่เด่นชดั ที่สุดบน
ดาวพฤหสั บดี คือ จุดแดงใหญ่ ซ่ึงเป็นพายหุ มุนที่มี
ขนาดใหญ่กวา่ โลก

ดาวเสาร์ (Saturn) : จดั เป็นดาวเคราะห์ ฉายา เทพเจา้ แห่งการเกษตร
แก๊ส มีขนาดใหญ่เป็นอนั ดบั สองในระบบสุริยะรอง
จากดาวพฤหสั บดี มีวงแหวนขนาดใหญ่ ท่ีประกอบ
ข้ึนจากกอ้ นหินท่ีมีน้าแขง็ ปะปน

ลกั ษณะ รูปร่างป่ องออกเป็นทรงกลมแป้น
เป็นเพียงดวงเดียวในระบบสุริยะ มีความหนาแน่น
เฉล่ียนอ้ ยกวา่ น้า วงแหวนของดาวเสาร์ประกอบไป
ดว้ ย เศษหินและน้าแขง็ ขนาดเลก็ เรียงตวั อยใู่ นระนาบ
เดียวกนั ความจริงแลว้ วงแหวนบางมาก โดยมีความ
หนาเฉล่ียเพียง 500 กิโลเมตรเท่าน้นั

13

ดาวยเู รนสั (Uranus) : จดั เป็นดาวเคราะหแ์ ก๊ส ผู้
คน้ พบ เซอร์วิลเลียม เฮอร์เชล นกั ดาราศาสตร์จากหอดูดาวไค
เปอร์แอร์บอร์น คน้ พบวา่ ดาวยเู รนสั มี วงแหวนจางๆ

ลกั ษณะ บรรยากาศช้นั นอก ประกอบดว้ ยไฮโดรเจน
และฮีเลียมเป็นส่วนใหญ่ แตล่ ึกลงไปมีส่วนประกอบ
ของ แอมโมเนีย มีเทน ผสมอยดู่ ว้ ย แกนช้นั นอกท่ีเตม็ ไปดว้ ย
แอมโมเนียและมีเทน เราจึงมองวา่ ดาวยเู รนสั เป็นสีเขียว

ฉายา เทพเจา้ แห่งความงาม

ดาวเนปจูน (Neptune) : ดาวสมทุ รหรือดาวเกตุ คือ
ดาวเคราะห์ลาดบั สุดทา้ ยที่อยหู่ ่างจากดวงอาทิตย์

ลกั ษณะ มีสีน้าเงิน เน่ืองจากองคป์ ระกอบหลกั ของ
บรรยากาศผวิ นอกเป็น ไฮโดรเจน ฮีเลียมและมีเทน
บรรยากาศของดาวเนปจูน มีกระแสลมที่รุนแรง (2500 กม/
ชม.) อุณหภมู ิพ้ืนผิวอยทู่ ่ีประมาณ -220℃ (- 364 °F) ซ่ึง
หนาวเยน็ มาก เน่ืองจาก ดาวเนปจูนอยไู่ กลดวงอาทิตยม์ าก

ฉายา เทพเจา้ แห่งทอ้ งทะเล
โรมนั

14

กลุ่มดาว (Constellations) : กลมุ่ ของดาวฤกษท์ ี่ถูกกาหนดข้ึน ผา่ นการเชื่อมตอ่ กนั เป็น
รูปร่างตา่ ง ๆ ตามจินตนาการในอวกาศสามมิติ ซ่ึงในอดีตมนุษยเ์ ราเชื่อวา่ ดวงดาวแต่ละดวงถูกตรึง
ไวบ้ นผวิ ของทรงกลมขนาดใหญท่ ี่เรียกวา่ “ทรงกลมทอ้ งฟ้า” (Celestial sphere) โดยอยหู่ ่างจาก
โลก ซ่ึงเป็นจุดศูนยก์ ลางในระยะทางท่ีเทา่ กนั จึงไดร้ วบรวมดวงดาวท่ีอยใู่ กลเ้ คียงกนั เป็นกล่มุ ตาม
จินตนาการ ไม่วา่ จะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือเทพเจา้ ในตานาน เรียกรวมกนั เป็นกล่มุ ดาว

15

กลุ่มดาวแกะ (Aries) : ข้ึนทางทิศตะวนั ออกเฉียงไปทางเหนือ 22.5 องศา เม่ือข้ึนไปสูงสุด
จะอยทู่ างเหนือของจุดเหนือ ศีรษะเลก็ นอ้ ย และตกลบั ขอบฟ้าทางทิศตะวนั ตกเฉียงไปทางเหนือ
22.5 องศา ตกลบั ขอบฟ้าจะอยหู่ ่างจุดทิศตะวนั ตกไปทางเหนือ ขณะลบั ขอบฟ้าจะเอาหวั ลง

เวลาท่เี หน็ ในเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม จะมองไมเ่ ห็นกลุ่มดาวแกะ ส่วนในเดือน
อ่ืน ๆ จะเห็นยาวนานไมเ่ ท่ากนั

16

กล่มุ ดาวววั (Taurus) : วธิ ีการสงั เกตดูกลมุ่ ดาวน้ีงา่ ย ๆ คือ ดูจากกล่มุ ดาวลกู ไก่ ซ่ึงเป็น
กระจุกดาวที่ สวยงานที่สุดในทอ้ งฟ้า กลมุ่ ดาวลูกไก่อยบู่ นหนอกขา้ งขวาของววั ฉะน้นั พอเห็น
กลมุ่ ดาวลูกไก่ มองไปทางทิศตะวนั ออกจะเห็นดาวธงรูปสามเหล่ียม คลา้ ยอกั ษร ภาษาองั กฤษ
ตวั V มีดาวสีแดงสดใสช่ือ แอนดีบาแรน (Aldebarm) อยตู่ รงยอดธงเป็นที่สังเกต กลุม่ ดาวน้ีข้ึน
พร้อมๆ กบั ดวงอาทิตยใ์ นตอนเชา้ ช่วงเดือนพฤษภาคม เราจะเห็นดวงอาทิตยป์ รากฏผา่ นกลุ่มดาวน้ี
ระหวา่ งวนั ท่ี 14 พฤษภาคม-19 มิถนุ ายน ประกอบดว้ ยดาวฤกษป์ ระมาณ 9 ดวง ดาวที่เห็นชดั ใน
กลมุ่ ดาวน้ีคือ ดาวตาววั ต่ากวา่ ดาวตาววั คือกระจุกดาวลกู ไก่ซ่ึงอยใู่ นตาแหน่งของโหนกววั

17

กลุ่มดาวคนคู่ (Gemini) : ดาวกลมุ่ น้ีมีดาวดวง สวา่ งสุกใส 2 ดวง เป็นสังเกต คือ
ดาว Pollux และ Castor ดาว 2 ดวงน้ี เป็นจุด สะดุดตาหาไดง้ า่ ย อยใู่ กล้ ๆ กลุ่มดาวววั เหนือกลุม่
ดาวนายพรานใหญข่ ้ึนมาทาง ทิศตะวนั ออกของกลุ่มดาวสารถี กลมุ่ ดาวคนคูจ่ ะเห็นอยกู่ ลางทอ้ งฟ้า
เม่ือเวลา 3 ทมุ่ ในวนั ท่ี 20 กุมภาพนั ธ์ของทกุ ปี กลมุ่ ดาวน้ีข้ึนพร้อมๆ กบั ดวงอาทิตยใ์ นตอนเชา้ ช่วง
เดือนมิถนุ ายน อยถู่ ดั จากกลมุ่ ดาวววั ไปทางทิศตะวนั ออก ประกอบดว้ ยดาวฤกษอ์ ยา่ งนอ้ ย 8 ดวง
เรียงกนั เป็นรูปคนคู่หรือฝาแฝด เราจะเห็นดวงอาทิตยป์ รากฏผา่ นกลมุ่ ดาวน้ีระหวา่ ง
วนั ท่ี 20 มิถนุ ายน - 20 กรกฎาคม

18

กล่มุ ดาวปู (Cancer) : ดาวกล่มุ น้ีเป็นกลุม่ ดาว ที่ไม่สะดุดตาและหาไดย้ ากท่ีสุดในกลมุ่
ดาว 12 ราศี ดาวกลุ่มน้ีอยรู่ ะหวา่ ง กลมุ่ ดาวคนคู่และกล่มุ ดาวสิงโต วธิ ีหากลุ่มดาวกลมุ่ น้ี ก็ตอ้ งหา
กลมุ่ ดาวคนคูแ่ ละ กลมุ่ ดาวสิงโตใหไ้ ด้ ระหวา่ ง กลุ่มดาวท้งั สองมีดาวฤกษ์ สวา่ งจางๆ ท่ีประกอบ
กนั เป็นตวั ปู กลมุ่ ดาวน้ีข้ึนพร้อมๆ กบั ดวงอาทิตยใ์ นตอนเชา้ ช่วงเดือนกรกฎาคม อยถู่ ดั จากกลุ่ม
ดาวคนคู่ไปทางทิศตะวนั ออก เราจะเห็นดวงอาทิตยป์ รากฏผา่ นระหวา่ งวนั ท่ี 21 กรกฎาคม-
9 สิงหาคม ประกอบดว้ ยดาวฤกษป์ ระมาณ 5 ดวง

19

กล่มุ ดาวสิงโต (Leo) : ประกอบดว้ ยดาวฤกษอ์ ยา่ งนอ้ ย 9 ดวง สงั เกตไดง้ า่ ยบนฟ้า
เพราะมีดาวฤกษด์ วงใหญ่สีน้าเงินขาวสวา่ งท่ีสุดในกลุ่มดาวน้ี 1 ดวง อยตู่ รงบริเวณหนา้ อกของ
สิงโต เรียกวา่ ดาวเรกูลสั ปลายหางของสิงโตจะมีดาวฤกษส์ วา่ งสีขาวอีก 1 ดวง เรียกวา่ ดาวหาง
สิงห์ กลุ่มดาวสิงโต จะหันหนา้ ไปทางทิศตะวนั ตก ดาวในส่วนหวั ของสิงโต จะเรียงกนั เป็นรูป
เครื่องหมายคาถามกลบั ดา้ น ดาวหวั ใจสิงห์ ซ่ึงเป็นดาวหน่ึงในสี่ของดาวราชาท้งั สี่ เราจะห็นกลุ่ม
ดาวสิงโต ข้ึนไปสูงสุดกลางทอ้ งฟ้าราวเที่ยงคืนเดือนมีนาคม

20

กลุ่มดาวหญิงสาว (Virgo) : กลุม่ ดาวน้ีอยรู่ ะหวา่ งกลุ่มดาวสิงหโ์ ตกบั กลุ่มดาวคนั ชงั่ มี
ดาวฤกษท์ ่ีสวา่ ง สุกใสอนั ดบั ที่ 16 ในทอ้ งฟ้า ช่ือ สไปกา กลุ่มดาวน้ีข้ึนพร้อมๆ กบั ดวงอาทิตยต์ อน
เชา้ ช่วงเดือนกนั ยายน ประกอบดว้ ยดาวฤกษป์ ระมาณ 11 ดวง ดวงที่สวา่ งท่ีสุดอยทู่ ่ีมือซา้ ยเห็นได้
ชดั เจนในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว คนไทยเรียกแมโ่ พสพ คนทว่ั ไปเรียกวา่ เทพแี ห่งการเกษตร จะมองเห็น
ดวงอาทิตยป์ รากฏผา่ นกลุ่มดาวน้ีระหวา่ งวนั ที่ 16 กนั ยายน-30 ตุลาคม ดาวกลุม่ น้ีมีดาวสาคญั
เกี่ยวกบั วชิ า ดาราศาสตร์อยอู่ ยา่ งหน่ึงคือ จุดตดั ของ เส้นศนู ยส์ ูตรทอ้ งฟ้า และเสน้ อีคลิพดิคจุด
ที่ 2 ซ่ึงเรียกวา่ Autumnal Equinox น้นั อยใู่ นกลุ่มดาวกลุ่มน้ี

21

กลุ่มดาวคนั ชั่ง (Libra) : สังเกตไดง้ า่ ยมีรูปคลา้ ย ๆ สี่เหล่ียมขนมเปี ยกปนู อยทู่ าง
ทิศตะวนั ตกของกลุ่มดาวแมงป่ อง นกั ดาราศาสตร์ถือวา่ ดวงอาทิตยป์ รากฏโคจรเขา้ มาอยใู่ นกลุ่ม
ดาวราศีตลุ ย์ ในวนั ท่ี 23 กนั ยายน ซ่ึงในวนั น้ีกลางวนั กบั กลางคืนเทา่ กนั พอดี และดวงอาทิตยข์ ้ึนที่
จุดทิศตะวนั ออก ตกที่จุดทิศตะวนั ตก โคจรผา่ นกลางทอ้ งฟ้าพอดี กลมุ่ ดาวน้ีจึงแทนความ เสมอ
ภาคแห่งทอ้ งฟ้า กลมุ่ ดาวน้ีข้ึนพร้อมๆ กบั ดวงอาทิตยใ์ นตอนเชา้ ช่วงเดือนตุลาคม เป็นกลุ่มดาวที่มี
ชื่อเป็นสิ่งของเพยี งกลุ่มเดียว ประกอบดว้ ยดาวริบหร่ีอยา่ งนอ้ ย 6 ดวง จะเห็นดวงอาทิตยป์ รากฏ
ผา่ นกลมุ่ ดาวน้ีระหวา่ งวนั ท่ี 31 ตุลาคม-22 พฤศจิกายน

22

กลุ่มดาวแมงป่ อง(Scorpius) : กลุ่มดาวแมงป่ องเป็นกลุ่มดาวท่ีสวยงามที่สุด ในบรรดา
กลมุ่ ดาว 12 ราศี ดาวฤกษ์ Antares ซ่ึงเป็นหวั ใจของแมงป่ อง จะเห็นอยตู่ รงศีรษะเมื่อเวลา 3 ทมุ่ ใน
วนั ท่ี 20 กรกฎาคม ในตน้ เดือนพฤศจิกายน พอดวงอาทิตยล์ บั ขอบฟ้าไป จะเห็นกลมุ่ ดาวแมงป่ อง
ทางขอบฟ้าทิศตะวนั ตกใกลจ้ ะตกจากขอบฟ้าไป ในตอนตน้ เดือนกุมภาพนั ธ์ จะเห็นอยเู่ หนือขอบ
ฟ้าทิศตะวนั ออก เม่ือเวลาก่อนดวงอาทิตยข์ ้ึน นกั เรียนที่ต่ืนทอ่ งหนงั สือเตรียมสอบไล่ ถา้ ดูจะ
สงั เกตเห็นทุกคน

23

กล่มุ ดาวคนยงิ ธนู (Sagittarius) : อยใู่ นแนวทางชา้ งเผอื ก กลุ่มดาวคนถือธนูไดช้ ื่อวา่
กลุ่มดาวผฆู้ ่า กลุม่ ดาวววั ตวั ผเู้ พราะเมื่อกลุ่มดาวน้ีข้ึน กลมุ่ ดาวววั จะตก หรือเม่ือ กลุ่มดาวน้ีตก กลุม่
ดาวววั จะข้ึน กลมุ่ ดาวคนถือธนูน้ีมีรูปร่างคลา้ ยกาน้า ขอใหส้ งั เกตดูรูป ซ่ึงไดโ้ ยงเสน้ เช่ือมไว้ ดาว
กลมุ่ น้ีอยทู่ างทิศตะวนั ออกของกลมุ่ ดาวแมงป่ อง

24

กล่มุ ดาวแพะทะเล (Capricorn) : อยตู่ รงขา้ มกบั กลมุ่ ดาวราศีปู กลุ่มดาวน้ีส่วนใหญอ่ ยู่
เลยไปทาง ทิศใตข้ องเสน้ Ecliptic อยรู่ ะหวา่ งกลุ่มดาวคนถือหมอ้ น้ีและกลุ่มดาวราศีธนู ดาวกลุ่มน้ี
ไมม่ ีดาวที่สวา่ งสุกใส พอท่ีจะสังเกตเห็นไดง้ ่าย ๆ แต่ถา้ รวมกล่มุ ดาวน้ี ท้งั กลุ่มเขา้ ดว้ ยกนั จะเห็น
เป็นรูปสามเหลี่ยมฐานโคง้ มีความสาคญั ต่อนกั ดาราศาสตร์ และนกั ภูมิศาสตร์มากเหมือนกนั
เพราะเป็นกลุ่มดาวที่เราเอาชื่อมาเรียกแถบเส้นรุ้งท่ี 23 องศาใตไ้ ดช้ ่ือเช่นน้ี เพราะฤดูร้อนของทาง
ซีกโลกฝ่ ายใต้ หรือ ฤดูหนาวของประเทศทางซีกโลก ฝ่ ายเหนือ เกิดข้ึนเม่ืองดวงอาทิตยเ์ คล่ือนที่
ปรากฏเขา้ มาในกลมุ่ ดาวน้ี

25

กลุ่มดาวคนแบกหม้อนา้ (Aquarius) : เป็นกลมุ่ ดาวใหญ่แต่ไมส่ ะดุดตา อยทู่ างทิศใต้
ของกลุ่มดาวมา้ จะหากลุ่มดาวคนถือหมอ้ น้าหาไดง้ า่ ยมากเพราะใน ระหวา่ ง 2 ปี น้ี ดาวเสาร์ปรากฏ
โคจรมาอยใู่ นกลมุ่ ดาวน้ีกลมุ่ ดาวน้ี เป็นกลุ่มดาวที่ มีประวตั ิเก่าแก่กลมุ่ หน่ึง คนโบราณเขาเห็นเป็น
รูปคนกาลงั เทน้าออกจากหมอ้ กลมุ่ ดาวน้ีข้ึนพร้อมๆ กบั ดวงอาทิตยใ์ นตอนเชา้ ช่วงเดือน
กมุ ภาพนั ธ์ ประกอบดว้ ยดาวฤกษแ์ สงริบหร่ีอยา่ งนอ้ ย 13 ดวง จะเห็นดวงอาทิตยป์ รากฏผา่ นกล่มุ
ดาวน้ีระหวา่ งวนั ที่ 16 กมุ ภาพนั ธ์-11 มีนาคม

26

กล่มุ ดาวปลาคู่ (Pisces) : เป็นกล่มุ ท่ีไมส่ ะดุดตา หาไดย้ าก กลมุ่ ดาวน้ีข้ึนพร้อมๆ กบั ดวง
อาทิตยใ์ นตอนเชา้ ประมาณ 06.00 น. ในเดือนมีนาคม กลมุ่ ดาวน้ีจินตนาการวา่ มีรูปร่างคลา้ ย
ปลา 2 ตวั ประกอบดว้ ยดาวฤกษป์ ระมาณ 15 ดวง เราจะเห็นดวงอาทิตยป์ รากฏผา่ นกลุ่มดาวน้ี
ระหวา่ งวนั ท่ี 12 มีนาคม-18เมษายน วนั ที่ 21 มีนาคม ซ่ึงเป็นวนั ท่ีเส้น Ecliptic ตดั กบั เส้นศูนยส์ ูตร
ทอ้ งฟ้าน้นั ดวงอาทิตยเ์ ริ่มโคจรปรากฏเขา้ มาอยใู่ นบริเวณกล่มุ ดาวซ่ึงเป็น หวั ปลาคู่น้ี แลว้ คอ่ ย ๆ
ปรากฏเคล่ือนไปทางทิศตะวนั ออก ในวนั ท่ี 21 มีนาคม เป็นวนั เริ่มตน้ ฤดูใบไมผ้ ลิ เป็นวนั ที่
กลางวนั และกลางคืนเท่ากนั

27

ดาวเคราะห์น้อย (Asteroid belt หรือ Minor plantes) : กอ้ นหินขนาดเลก็ ซ่ึงรวมอยู่
ดว้ ยกนั จานวนหลายพนั กอ้ นในระบบสุริยะ รายลอ้ มและโคจรรอบดวงอาทิตยค์ ลา้ ยดาวเคราะห์ อยู่
ระหวา่ งดาวองั คารและดาวพฤหสั บดี ซ่ึงอยหู่ ่างจากดวงอาทิตย์ 2.0 -3.3 au. ดาวเคราะหน์ อ้ ยดวงที่
ใหญท่ ี่สุด คือ ดาวเคราะห์นอ้ ยซีเรส (Ceres)

เกิดข้ึนในยคุ ท่ีเกิดระบบสุริยะเมื่อ 4,600 ลา้ นปี ที่แลว้ โดยทวั่ ไปมีรูปร่างไมแ่ น่นอน เตม็ ไป
ดว้ ยหลุมบ่อ สนั นิษฐานวา่ เกิดมาพร้อมกบั ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ มีทฤษฎีหน่ึงอธิบายวา่ ดาวเคราะห์
นอ้ ยในบริเวณน้ีไมส่ ามารถรวมตวั กนั เป็นดาวเคราะหข์ นาดใหญไ่ ด้ เน่ืองจากถกู รบกวนดว้ ยแรง
โนม้ ถ่วงอนั มหาศาลของดาวพฤหสั บดี

28

ดาวหาง (Comets) : วตั ถชุ นิดหน่ึงในระบบสุริยะท่ีโคจรรอบดวงอาทิตย์ มีส่วนท่ีระเหิด
เป็นแกส๊ เม่ือเขา้ ใกลด้ วงอาทิตย์ ทาใหเ้ กิดช้นั ฝ่ นุ และแก๊สที่ฝ้ามวั ลอ้ มรอบ และทอดเหยยี ดออกไป
ภายนอกจนดูเหมือนหาง ซ่ึงเป็นปรากฏการณ์จากการแผร่ ังสีของดวงอาทิตยไ์ ปยงั นิวเคลียสของ
ดาวหาง นิวเคลียสหรือใจของดาวหางเป็น “กอ้ นหิมะสกปรก” ประกอบดว้ ยน้าแขง็
คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน แอมโมเนีย และมีฝ่ นุ กบั หินแขง็ ปะปนอยดู่ ว้ ยกนั มีขนาดเส้นผา่ น
ศนู ยก์ ลางต้งั แต่ไมก่ ่ีกิโลเมตร ไปจนถึงหลายสิบกิโลเมตร

29

อกุ กาบาต (Meteorites) : วตั ถุจาพวกดาวเคราะห์นอ้ ยท่ีมีขนาดเล็กกวา่ 1 กิโลเมตร
เรียกวา่ "สะเก็ดดาว" (Meteoroids) เมื่อสะเกด็ ดาวตกลงสู่โลกและเสียดสีกบั บรรยากาศจนเกิดความ
ร้อนและลกุ ติดไฟ มองเห็นเป็นทางยาวในเวลากลางคืนเรียกวา่ "ดาวตก" หรือ "ผีพงุ่ ใต"้ (Meteor
หรือ Shooting star) ดาวตกท่ีมองเห็นส่วนมากมีขนาดประมาณเมด็ ทราย แตเ่ คลื่อนท่ีดว้ ยความเร็ว
สูงประมาณ 40 - 70 กิโลเมตร/วินาที จึงเสียดสีกบั อากาศจนร้อนมากจนเผาไหมห้ มดก่อนที่จะตก
ถึงพ้ืนผิวโลก อยา่ งไรก็ตามถา้ สะเก็ดดาวขนาดใหญต่ กลงมาก็จะเผาไหมไ้ ม่หมด เหลือชิ้นส่วน
ตกคา้ งบนพ้นื ผิวโลกซ่ึงเรียกวา่ "อุกกาบาต" (Meteorite) และหลมุ ท่ีเกิดจากการพ่งุ ชนเรียกวา่
"หลมุ อกุ กาบาต" (Meteor crator)

30

เนบวิ ลา (Nebula) : เป็นกลมุ่ เมฆหมอกของฝ่นุ แกส๊ และพลาสมาในอวกาศ เดิมคา
วา่ "เนบิวลา" เป็นชื่อสามญั ใชเ้ รียกวตั ถุทางดาราศาสตร์ที่เป็นป้ื นบนทอ้ งฟ้าซ่ึงรวมถึงดาราจกั รท่ี
อยหู่ ่างไกลออกไปจากทางชา้ งเผอื ก (ตวั อยา่ งเช่น ในอดีตเคยเรียกดาราจกั รแอนดรอเมดาวา่
เนบิวลาแอนดรอเมดา)

31

บรรณานุกรม

1. http://www.lesa.biz/astronomy/solar-system/sun
2. https://sites.google.com/a/tupr.ac.th/astronomy13344/darasastr-hmay-thung
3. http://www.rmutphysics.com/charud/naturemystery/sci3/solar2/SolarSystemB.htm
4. http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~hsomsak/mercury.html
5. https://sites.google.com/site/wwwgalaxystarlightcom/klum-daw-tang-laea-cakrrasi/klum-

daw-waw-taurus
6. https://sites.google.com/site/dawkheraahsaenswy/khwam-ru-keiyw-kab-daw-kheraah-1
7. https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/dawvks/dawvks-khux-xari
8. https://sites.google.com/site/wwwgalaxystarlightcom/klum-daw-tang-laea-cakrrasi/klum-

daw-khn-khu-gemini
9. https://sites.google.com/site/wwwgalaxystarlightcom/klum-daw-tang-laea-cakrrasi/klum-

daw-pu-cancer
10. https://medium.com/@peeranat24m/leo-

%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%94%
E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%82%
E0%B8%95-dc47b8e704c
11. https://sites.google.com/site/wwwgalaxystarlightcom/klum-daw-tang-laea-cakrrasi/klum-
daw-hying-saw-virgo
12. https://sites.google.com/site/wwwgalaxystarlightcom/klum-daw-tang-laea-cakrrasi/klum-
daw-khan-chang-libra
13. https://sites.google.com/site/wwwgalaxystarlightcom/klum-daw-tang-laea-cakrrasi/klum-
daw-maelng-pxng-scorpion

32

14. https://sites.google.com/site/wwwgalaxystarlightcom/klum-daw-tang-laea-cakrrasi/klum-
daw-khn-thux-thnu-sagittarius

15. https://sites.google.com/site/wwwgalaxystarlightcom/klum-daw-tang-laea-cakrrasi/klum-
daw-phaea-thale-hrux-mangkr-capricorns

16. https://sites.google.com/site/wwwgalaxystarlightcom/klum-daw-tang-laea-cakrrasi/klum-
daw-khn-baek-hmx-aquarius

17. https://sites.google.com/site/wwwgalaxystarlightcom/klum-daw-tang-laea-cakrrasi/klum-
daw-pla-khu-pisces

18. https://sites.google.com/site/gatetouni/planet/otherplanet
19. https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B4%

E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2

33


Click to View FlipBook Version