The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ppt การนำเสนอวิจัย 5 นาที-สุพรรณวดี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suphanwadee, 2022-03-16 11:04:16

ppt การนำเสนอวิจัย 5 นาที-สุพรรณวดี

ppt การนำเสนอวิจัย 5 นาที-สุพรรณวดี

Keywords: CPS,STEM,วิจัย,บทความ

การนาเสนอบทความวิจัย

การเขยี นเพ่อื เผยแพร่ผลงานสาหรับครู
ผ่านระบบออนไลนด์ ว้ ยโปรแกรม zoom meeting

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

นางสพุ รรณวดี ประสงค์
ครโู รงเรยี นสรุ าษฎรพ์ ทิ ยา ๒
สานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร

การวจิ ยั เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารเพือ่ ส่งเสรมิ สมรรถนะการแก้ปญั หาแบบรว่ มมอื ของ
นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 ดว้ ยการจัดการเรยี นรแู้ บบผสมผสาน

ตามแนวทางสะเตม็ ศึกษา ภายใตส้ ถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของเช้อื ไวรสั โควิด-19

Action research to promote collaborative problem-solving competence of
Grade 6 students with Blended Learning on STEM education
under the Covid-19 pandemic

ทม่ี าและความสาคญั

รายงานความคืบหน้าประจาสปั ดาห์ในประเทศ ไทย โดยองค์การอนามยั โลก Onsite / Face to Face Online Learning
ฉบบั ท่ี223 อา้ งอิง จาก สบค. วนั ท่ี 15 ก.พ. 2565 Learning and Teaching And Teaching

5nd wave of Covid-19 pandemic In Icon picture from www.flaticon.com
Thailand. Online teaching & Learning
during 17Jan – 18 Feb 2022

3

ทมี่ าและความสาคญั

4

การเรยี นรู้แบบผสมผสาน

กระบวนการเรียนรู้ทผ่ี สมผสานรปู แบบการเรยี นรู้ทเ่ี กิดข้นึ ในหอ้ งเรียน
กับการเรียนรูผ้ ่านช่องทางออนไลน์ทผ่ี ูเ้ รียนผู้สอนไม่เผชิญหน้ากนั โดยตรง
ร่วมกบั การใชแ้ หลง่ เรียนรูท้ ม่ี ีอยู่หลากหลายไดแ้ ก่ ห้องเรียนออนไลน์
Zoom, Google Classroom, Gmail, Line (Sofia, Jose & Leontios, 2014)

สมรรถนะการแกป้ ญั หาแบบร่วมมือ

ความสามารถของบคุ คลในการเขา้ ร่วมกระบวนการ
แก้ปญั หาของกลุ่มไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพโดยการแบ่งปนั ความเขา้ ใจ
ทีม่ แี ละรวบรวมความรู้ ทักษะ และ ความพยายามเข้าดว้ ยกนั
เพ่ือแก้ปัญหาโดยผู้เรยี นต้องสามารถแสดงออกถงึ การแกป้ ัญหา
และการทางานแบบร่วมมือผา่ นการเรียนรใู้ นรายวชิ าเคมี 6
เรอื่ งเคมกี ับการแกป้ ญั หาตามแนว PISA 2015 ครอบคลุม 3 องค์ประกอบ
ไดแ้ ก่ 1) การสรา้ งและเกบ็ รกั ษาความเข้าใจรว่ มกัน

2) การเลอื กวิธดี าเนนิ การทีเ่ หมาะสมในการแก้ปญั หา
3) การสรา้ งและรกั ษาระเบยี บของกลุ่ม

สะเต็ม และ สะเตม็ ศกึ ษา

X PBL

STEM เปน็ คาย่อของวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ การสอนแบบบูรณาการข้าม กล่มุ สาระวิชา (Interdisciplinary
เทคโนโลยี และ วศิ วกรรมศาสตร์ Integration) ระหว่าง ศาสตร์สาขาต่างๆ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science:
S) เทคโนโลยี (Technology: T) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineer: E) และ
คณิตศาสตร์(Mathematics: M) ทเ่ี นน้ การเรียนรแู้ บบโครงการ (PBL)

วัตถุประสงคข์ องงานวจิ ยั

1. เพ่ือศึกษาลักษณะการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ตามแนวทางสะเต็ม
ศึกษาทีเ่ น้นการเรียนรู้แบบโครงการ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเช้ือไวรสั โควดิ -19 ที่
ส่งเสรมิ สมรรถนะการแก้ปญั หาแบบรว่ มมอื ของนกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6

2. เพ่ือศึกษาผลของสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบรว่ มมอื จากการจัดการเรยี นรแู้ บบผสมผสาน
(Blended Learning) ตามแนวทางสะเต็มศึกษาที่เน้นการเรียนรู้แบบโครงการ ภายใต้
สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ของนักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6

5

วธิ ดี าเนินการวิจยั : กลมุ่ ทีศ่ กึ ษา

กลุ่มท่ศี กึ ษา นักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 แผนการเรยี นวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์

6 20 6

โรงเรียนมัธยมศกึ ษาขนาดกลาง จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี
สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษามัธยมศกึ ษาสุราษฎรธ์ านี ชมุ พร

วธิ ีดาเนนิ การวจิ ัย : เครือ่ งมือในการวิจัย

การเรียนรแู้ บบผสมผสานภายใต้ การจดั การเรยี นรตู้ ามแนวสะเต็มศกึ ษา (STEM Education)
สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของ ท่ีเนน้ การเรียนรแู้ บบโครงการ (Problem-based learning)

เช้อื ไวรัสโควดิ -19

วิชา เคมี 6 เรื่องเคมกี ับการแก้ปญั หา

ระยะเวลา 18 ช่วั โมง

กิจกรรมการเรียนรูใ้ นห้องเรียน ถาม-ตอบ, อภปิ ราย, แลกเปลยี่ นเรียนรู้ในกลมุ่ และระหว่างกลมุ่ , กลุ่มโครงงานสะเต็ม, วพิ ากษณง์ าน, การนาเสนอ,
(Onsite) (30% course time)

กิจกรรมการเรยี นรูท้ างไกล Zoom, Google Classroom, Google drive, Padlet, Line, การนาเสนอดว้ ย google slides, การสนทนากลุม่ ผา่ น
(Online) หอ้ งย่อย ZOOM (70% course time)

แนวทางการออกแบบการเรยี นรู้ เนน้ ใหท้ กุ คนมสี ว่ นรว่ ม โดยนาเทคโนโลยีมาเปน็ ตวั ชว่ ยให้ผูเ้ รียนไดแ้ สดงความคิดเหน็ และเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง รว่ มกบั สมาชิกในกลมุ่ โดยแต่
ละกลมุ่ จะตอ้ งประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูท้ างเคมี คณิตศาสตร์ เทคโนโลยแี ละวิศวกรรมศาสตรม์ าออกแบบวธิ ีการแกป้ ัญหาหรอื สรา้ งชินน งานดด้

ผูส้ อน ผู้วจิ ัยเป็นผสู้ อนและเกบ็ ขอ้ มลู ด้วยตนเอง

การประเมนิ สมรรถนะการ วเิ คราะห์สมรรถนะ CPS โดยใช้คะแนนรูบรกิ CPS ทดี่ ดั แปลงจากกรอบงาน PISA 2015 และวิธกี ารวเิ คราะห์เนอื้ หาจากแบบฟอรม์
แกป้ ัญหาแบบรว่ มมือ (CPS สงั เกตCPS, แบบบันทกึ การสะท้อนผล, แบบบันทึกการเรียนร้ขู องนกั เรียน
assessment)
7

วิธดี าเนินการวจิ ยั : กรอบสมรรถนะ PISA 2015

ตารางท่ี 1. แสดงเมตรกิ สมรรถนะการแก้ปัญหาแบบรว่ มมือตามกรอบ PISA 2015

ทักษะกระบวนการ 1. การสร้างและเกบ็ ความเข้าใจ 2. การเลอื กวิธี ดาเนนิ การที่ 3. การสร้างและรกั ษาระเบียบ
ของกลุม่
ท่มี ีรว่ มกนั เหมาะสมในการแกป้ ญั หา

(A) การระบุและการเขา้ ใจ (A1) การค้นพบมุมมองและ (A2) การค้นพบความรว่ มมือกนั (A3) การเขา้ ใจบทบาทหนา้ ทใ่ี น
ปัญหา
ความสามารถของสมาชิก การแก้ปญั หาให้เป็นไปตาม การแก้ปญั หา
(B) การแสดงและการกาหนด
เป้าหมาย
(C) การวางแผนและการ
ดาเนนิ งาน (B1) การแบ่งปันขอ้ มลู และการ (B2) การระบุและอธิบายสงิ่ ทตี่ อ้ ง (B3) การอธิบายหน้าท่ขี องตนและ

เจรจาเกีย่ วกับการทาความเข้าใจ ทาใหส้ าเร็จ ของกลุม่

ปญั หารว่ มกนั

(C1) การสื่อสารกบั สมาชิกเกี่ยวกับ (C2) การวางแผนในการแกป้ ญั หา (C3) การทาตามกฎระเบียบของ

การกระทาการแกป้ ญั หา กลมุ่ ทต่ี กลงร่วมกนั

(D) การตรวจสอบและการ (D1) การตรวจสอบและปรับปรุง (D2) การตรวจสอบผลของการ (D3) การตรวจสอบใหค้ าแนะนา
สะทอ้ นผล
ความเข้าใจเกี่ยวกบั ปญั หาร่วมกัน ดาเนนิ งานและประเมินความสาเรจ็ และปรบั ปรงุ บทบาทหนา้ ท่ีของ

ในการแกป้ ญั หา สมาชกิ

8 (OECD, 2013)

วธิ ดี าเนินการวจิ ัย : วงจรปฏิบัตกิ ารวจิ ยั (PAOR)

งานวจิ ยั นีเ้ ป็นงานวจิ ยั เชิงปฏบิ ัติการ โดยมวี งจรปฏิบัติการทงั้ ส้นิ 3 วงจร ประกอบดว้ ย กระบวนการ 4 ขั้นตอน ไดแ้ ก่

1) ขน้ั วางแผน (Plan)
2) ขัน้ ปฏบิ ัตกิ าร (Action)
3) ขน้ั สงั เกต (Observation)
4) ข้ันสะท้อน (Reflection)

(Kemmis, & McTaggart, 1988, p. 11)

9

วงจรปฏบิ ัติการวจิ ัย (PAOR)

* เคมกี บั * การบรู ณาการเคมี +
การ
แก ้ * การนาเสนอ
ปัญหา

10

วิธีการดาเนินการวจิ ัย

วงจรปฏบิ ตั กิ ารที่ 1 (แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 วงจรปฏิบตั ิการท่ี 2 (แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2 วงจรปฏิบัตกิ ารท่ี 3 (แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 3
การแกป้ ญั หาทางเคมี) การบรู ณาการความรใู้ นการแก้ปัญหาทางเคมี) การนาเสนอผลงาน / จัดนทิ รรศการแสดงผลลงาน

11 Online Online + Onsite Online/Onsite

ผลการวจิ ยั

สมรรถนะการแก้ปญั หาแบบร่วมมอื จานวนนกั เรยี นทร่ี ะดบั สมรรถนะ (รอ้ ยละ)
สงู กลาง ตา่

1) การสร้างและเก็บรกั ษาความเขา้ ใจท่ีมี 73 (19 คน) 15 (4 คน) 4 (1 คน)
รว่ มกนั

2) การเลือกวิธกี ารดาเนนิ การทเ่ี หมาะสมใน 77 (20 คน) 15 (4 คน) 8 (2 คน)
การแก้ปัญหา

3) การสร้างและรกั ษาระเบยี บของกลุ่ม 81 (21 คน) 15 (4 คน) 4 (1 คน)

โดยผลการวจิ ัยพบว่า สมรรถนะการสรา้ งและรกั ษาระเบยี บของกลุ่มมากทส่ี ดุ
ร้อยละ 81 รองลงมาคือ สมรรถนะการเลือกวิธีการดาเนินการท่เี หมาะสมในการแก้ปัญหา
12 ร้อยละ 77 และสมรรถนะการสร้างและ เกบ็ รักษาความเข้าใจทมี่ ีร่วมกนั รอ้ ยละ 73 ตามลาดับ

สรุปผลและอภปิ รายผล

ผลการวจิ ัย พบว่า
การจดั การเรยี นรูส้ ะเต็มศกึ ษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเช้ือไวรสั โควดิ -19
• การจดั การเรยี นร้ใู นความปกติใหม่ ควรเนน้ การกระตุ้นผเู้ รียนด้วยการใช้สถานการณ์จรงิ
ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับชีวิตประจาวัน หรอื บรบิ ทชุมชนของผเู้ รยี น (McDonell, 2007)
• ผเู้ รยี นตอ้ งวเิ คราะห์ความตอ้ งการของผู้ใช้ใหค้ รอบคลมุ (Shanta & Wells, 2020; Felder & Brent, 2003)
• แบง่ บทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกล่มุ ให้ชัดเจน
• สืบค้นข้อมูลให้เพียงพอและนาข้อมูลทไ่ี ด้มาตัดสินใจรว่ มกันในกลุ่ม (OECD, 2013) และดาเนินการ

วางแผนเพื่อแก้ปัญหาหรือสร้างช้ินงาน ผ่านการใช้เทคโนโลยีท่ีหลากหลาย (Huang et al., 2021)
และเนน้ การใหเ้ วลาแกผ่ ู้เรียนได้เรยี นรู้และทางานรว่ มกัน (Chen et al., 2019)

13

ขอ้ เสนอแนะ

1. การเรียนรู้แบบผสมผสานในห้องเรยี นสะเตม็ ทาให้นกั เรยี น
กล้าแสดงความคดิ เหน็ และใชเ้ ทคโนโลยใี นการทางานรว่ มกันอยา่ งเปน็ ระบบ
กิจกรรมการเรียนรู้จงึ ควรส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รียนทุกคนไดร้ ว่ มอภปิ ราย
โตแ้ ย้งหรอื แสดงแนวคิดร่วมกนั ในการแก้ปญั หา

2. ควรกาหนดปัญหาทางเคมีให้ชัดเจนก่อนให้นักเรยี นเลือก
หรือตัดสนิ ใจในการดาเนินการจดั ทาโครงงานโดยนักเรียน
ควรวเิ คราะห์ความตอ้ งการของผใู้ ชโ้ ดยนาการคดิ เชงิ ออกแบบ
มาชว่ ยในการวิเคราะห์ (Design Brief) ปญั หาให้ครอบคลุม
กอ่ นตัดสินใจจดั ทาโครงงาน

13

Thank you so much
for your attention


Click to View FlipBook Version