รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชัน้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 โลกของพชื
จดั ทำโดย
นำงพิศมยั เผ่ือนโชติ
คานา
พชื เป็นสิ่งมีชวี ิตเชน่ เดยี วกบั มนษุ ย์และสตั ว์ พืชเป็นส่งิ ท่ีมปี ระโยชน์เป็นทงั้ อำหำรและ
ยำรักษำโรค อกี ทงั้ ยงั ให้ออกซิเจนกบั คนและสตั ว์ใช้หำยใจ โดยมีสว่ นตำ่ งๆ ดงั นี ้รำก ลำต้น
ใบ ดอก และผล
สารบัญ
ส่ วนต่างๆของพชื หน้าท่ขี องของส่วนต่างๆของพชื
พชื ประกอบดว้ ยอวยั วะท่ีสำคญั ต่อกำรดำรงชีวิต ไดแ้ ก่ รำก ลำตน้ ใบ ดอก ผล และเมลด็
ซ่ึงอวยั วะแต่ละส่วนของพืชน้นั มีหนำ้ ท่ีและส่วนประกอบแตกต่ำงกนั แต่ทำงำนเกี่ยวขอ้ งและสมั พนั ธ์
กนั หำกขำดอวยั วะส่วนใดส่วนหน่ึงไป อำจทำใหพ้ ืชน้นั ผดิ ปกติหรือตำยได้ และยงั มีปัจจยั บำงประกำร
ที่จำเป็ นต่อกำรเจริ ญเติบโตของพืช
หน้ าที่ของส่ วนต่างๆของพชื
ส่ วนต่ างๆของพชื
กำร
ราก
คือ อวยั วะท่ีเป็นส่วนประกอบของพืชท่ีไม่มีคลอโรฟิ ลล์ ไม่มีขอ้ ปลอ้ ง ตำและ ใบ รำกเจริญเติบโตตำมแรง
ดึงดูดของโลกลงสู่ดิน มีขนำดและควำมยำวแตกต่ำงกนั รำกของพชื มีหลำยชนิด ไดแ้ ก่
1.1 ระบบรากแก้ว หมำยถึง ระบบรำกที่มีรำกแกว้ เป็นรำกหลกั เจริญเติบโตไดเ้ ร็ว ขนำดใหญ่
และยำวกวำ่ รำกอ่ืนๆ
และมีรำกแขนงแตกออกมำจำกรำกแกว้ เช่น รำกผกั บุง้ รำกมะม่วง เป็นตน้
1.2. ระบบรากฝอย หมำยถึง ระบบรำกที่มีรำกฝอยเป็นจำนวนมำก มีลกั ษณะเป็นเสน้ เลก็ ๆ
แผก่ ระจำยออกไปโดยรอบๆ โคนตน้ ที่ปลำยรำกฝอยจะมีรำกขนอ่อนงอกออกมำ
เช่น รำกขำ้ วโพด รำกหญำ้ รำกมะพร้ำว เป็นตน้
หน้าทขี่ องราก
1. ยดึ ลาต้นใหต้ ิดกบั พ้ืนดินและหนำ้ ที่พเิ ศษ
2. ดูดนา้ และธาตุอาหารที่ละลำยน้ำจำกดิน แลว้ ลำเลียงข้ึนไปยงั ส่วนต่ำงๆ ของพชื
โดยผำ่ นทำงลำตน้ หรือก่ิง
ลาต้น
ลาต้นคอื อวยั วะของพชื ท่ีโดยทว่ั ไปเจริญอยเู่ หนือพ้ืนดินต่อจำกรำก มีขนำด รูปร่ำง และลกั ษณะแตกต่ำงกนั ไป
ลำตน้ มีท้งั ลำตน้ อยเู่ หนือดิน เช่น มะละกอ มะม่วง มะนำว ชมพู่ เป็นตน้ และลำตน้ อยใู่ ตด้ ิน เช่น ขิง ขำ่ ขมิ้น กลว้ ย หญำ้
แพรก พทุ ธรักษำ เป็นตน้
หน้าทข่ี องลาต้น มีดงั นี้
1. เป็นแกนช่วยพยงุ อวยั วะต่ำงๆ ไดแ้ ก่ ก่ิง ใบ ดอก ผล และเมลด็ ช่วยใหใ้ บกำงออก
รับแสงแดดเพอ่ื ประโยชนใ์ นกำรสร้ำงอำหำร โดยวธิ ีกำรสงั เครำะห์ดว้ ยแสง
2. เป็นทำงลำเลียงน้ำและแร่ธำตุที่รำกดูดข้ึนมำส่งต่อไปยงั ใบและส่วนต่ำงๆ ของพชื
3. เป็นทำงลำเลียงอำหำรท่ีใบสร้ำงข้ึน ส่งผำ่ นลำตน้ ไปยงั รำกและส่วนอ่ืนๆ
ใบ
ใบ คือ อวยั วะของพชื ท่ีเจริญออกมำจำกขอ้ ของลำตน้ และกิ่ง ใบส่วนใหญ่จะมีสำรสีเขียวเรียกวำ่ คลอโรฟิ ลล์
ใบมีรูปร่ำงและขนำดแตกต่ำงกนั ไปตำมชนิดของพชื ใบประกอบดว้ ย กำ้ นใบ แผน่ ใบ เสน้ กลำง
และเส้นใบ
หน้าทข่ี องใบ มดี งั นี้
1. สร้ำงอำหำร ใบของพชื จะดูกแก๊สคำร์บอนไดออกไซดเ์ พอื่ นำไปสร้ำงอำหำร เรียกกระบวนกำรสร้ำงอำหำรของ
พชื วำ่ กำรสงั เครำะห์ดว้ ยแสง
2. คำยน้ำ พืชคำยน้ำทำงปำกใบ
3. หำยใจ ใบของพืชจะดูดแก๊สออกซิเจนและคำยแก๊สคำร์บอนไดออกไซด์
ดอก
ดอก คือ อวยั วะสืบพนั ธุ์ของพืช ทำหนำ้ ท่ีสืบพนั ธุ์แบบอำศยั เพศ ที่เกิดมำจำกตำชนิดตำดอกที่อยตู่ รงบริเวณ
ปลำยยอด ปลำยก่ิง บริเวณลำตน้ ตำมแต่ชนิดของพชื ดอกประกอบดว้ ยส่วนต่ำงๆ ดงั น้ี
ดอกประกอบดว้ ยส่วนต่ำงๆ 4 ส่วน แต่ละส่วนจะเรียงเป็นช้นั เป็นวงตำมลำดบั จำกนอกสุดเขำ้ สู่ดำ้ นใน คือ กลีบเล้ียง
กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย
หน้าทขี่ องดอก มีดงั นี้
1. ช่วยล่อแมลงใหม้ ำผสมเกสร
2. ทำหนำ้ ท่ีผสมพนั ธุ์
ผล
ผล คือรังไข่ท่ีเจริญเติบโตเตม็ ที่แลว้ รังไข่ดงั กล่ำวอำจเจริญเปล่ียนแปลงมำภำยหลงั กำรปฏิสนธิ
ซ่ึงจะมีเมลด็ อยภู่ ำยในหรือเจริญมำโดยไม่ไดร้ ับกำรปฏิสนธิ ผลประเภทหลงั น้ีโดยทว่ั ไปจะไม่มีเมลด็ เมลด็
เป็นแหล่งสะสมสำรพนั ธุกรรมของพืชชนิดน้นั ๆ และสำมำรถขยำยพนั ธุต์ ่อไปได้ ผลของพืชบำงชนิดอำจมี
ส่วนอ่ืน ๆ ของดอกเจริญควบคู่มำกบั รังไขแ่ ละกลำยเป็นส่วนหน่ึงของผลดว้ ย เช่น มงั คดั แอปเปิ ล ฝร่ัง
ทบั ทิม มีกลีบเล้ียงรวมอยู่ ชมพู่ แอปเปิ้ ล และมะเดื่อมีส่วนของฐำนดอกรวมอยู่ เป็นตน้
เมลด็
เมลด็ ประกอบดว้ ยส่วนสำคญั คือ เปลือกหุม้ เมลด็ ตน้ อ่อน และอำหำรสำหรับเล้ียง
ตน้ อ่อน ส่วนท่ีคลำ้ ยตน้ และใบเลก็ ๆ อยภู่ ำยในเมลด็ คือ ตน้ ออ่ นและ ส่วนท่ีมีสีขำวหนำ
แยกออกไดเ้ ป็น 2 ซีก คือ อำหำรสำหรับเล้ียงตน้ ออ่ น
สรุปหน้าทแ่ี ละส่วนต่างๆของพชื
กำร